กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/3จบบท (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/3จบบท (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 891

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2561 08:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/3จบบท (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

​ต่อจากตอนที่แล้ว...

“ทำไม? เวลาอยู่ต่อหน้าผัวตัวเอง มันทำให้กลืนข้าวไม่ลงคอหรือไง ไม่เหมือนเวลาอยู่กับชู้สองต่อสองสินะ เห็นทำหน้าระรื่นระริกระรี่ แทบจะป้อนข้าวกันด้วยปากอยู่แล้วมั้งนั่น”

คนพาลกำลังยืนกอดอกพิงหน้าประตูทางเข้าห้องน้ำ มุขธิดาชะงักเท้า ปรายหางตามองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มเพียงเล็กน้อย แล้วคิดจะเดินต่อ หมายให้ตนเองเร่งฝีเท้าเพื่อเดินให้ถึงโต๊ะอาหารให้ไวที่สุด เธอเบื่อจะฟังน้ำคำร้ายกาจจากผู้ชายจิตบกพร่องอย่างนายอานนท์เต็มทน ขนาดเธอขอตัวมาเข้าห้องน้ำ เขายังตามออกมาราวีเธออยู่ได้ นี่เขาไม่คิดเบื่อบ้างหรือไง ถึงได้คอยตามไล่จิกไล่กัดเธอไม่เคยห่าง ทั้งที่เขากับเธอสมควรจะยุติความสัมพันธ์ใดๆต่อกันไปตั้งแต่วันนั้น ตามข้อตกลงที่เขายินยอมถ้าเธอรับเงินก้อนนั้นเอาไว้

มุขธิดาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น หมายใจจะเดินให้ถึงห้องอาหารให้เร็ว ทว่าความตั้งใจนั้น กลับต้องสะดุด เมื่อข้อมือเล็กของเธอถูกคนไวกว่าฉุดรั้งเอาไว้ ก่อนเขาลากเธอเข้าไปยังที่ลับตาผู้คน

มุขธิดาใจหาย ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำอุจอาจกับเธอในร้านอาหาร

“เอ๊ะ!คุณนนท์ปล่อยฉันนะคะ” เธอพยายามแกะนิ้วมือแข็งแรงตรงข้อมือออก รู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อยกับการจู่โจมเอาแต่ใจของเขา ใจเธอนั้นกลัวคนในห้องอาหารจะผิดสังเกต เหตุใดเธอถึงหายออกมานานนัก อีกอย่าง เธอไม่แน่ใจว่าอานนท์ให้เหตุผลกับพวกนั้นตอนลุกออกจากโต๊ะอาหารว่าอะไร กลัวเขาบอกออกมาเข้าห้องน้ำเหมือนกัน และมันคงดูไม่ดีแน่ ถ้าทั้งเธอกับเขา หายตัวออกมานานพร้อมกับเช่นนี้

“ไม่ปล่อย” คนพาลก้มหน้าพูดเสียงยั่ว นึกชอบใจใบหน้าตื่นกลัวของหนูหริ่ง เห็นแล้วมันทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาได้เป็นกอง

อาจด้วยเพราะหลายวันมานี้ เขารู้สึกปวดหัวกับการตามหาข้อผิดพลาดบางอย่างเกี่ยวกับงาน ตอนนี้เขากำลังสั่งตรวจสอบรื้อค้นรายละเอียดย้อนหลังเมื่อหลายปีก่อน จึงพบเข้ากับข้อผิดสังเกตหลายจุดตรงตารางส่งสินค้า ราวกับเหมือนมีใครมาแก้ไขโดยที่เขาไม่รู้ และคนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับแผนกนี้ คือคนเก่าคนแก่ ที่บิดาเขาไว้ใจมาเนิ่นนาน

การได้ต่อล้อต่อเถียงกับหนูหริ่งทำเอาอารมณ์เครียดก่อนหน้านี้ดีขึ้นเป็นกอง

“คุณคิดจะทำบ้าอะไรอีกคะคุณนนท์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนได้ยิน” เธอกระตุกข้อแขนเพื่อต้องการให้มันหลุด แต่ทว่าอานนท์แข็งแรงกว่า เขาเพิ่มแรงบีบข้อแขนของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม

“อยากร้องก็ร้องสิ ใครห้ามปากเธอไว้ละ ถ้าเธออยากให้ไอ้ชู้รักของเธอมันรู้ว่าเราสองคนเคยเล่นจ้ำจี้กันมาก่อนก็ตามใจเธอนะ ฉันไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว” คนพาลลอยหน้าตอบ

“เอ๊ะ! ก็ไหนคุณสัญญากับฉันว่าคุณจะเลิกตอแยกับฉันแล้วไง ทำแบบนี้คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย พูดจาสับปลับ ไม่มีอะไรจริงสักอย่างเดียว” มุขธิดาขึ้นเสียงขุ่น

“ก็พิสูจน์มาแล้วไม่ใช่หรือ ลูกผู้ชายหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฉันสามารถทำให้เธอส่งเสียงกระเส่าใต้ร่าง คุณนนท์คะ คุณนนท์ขา มุขขอ...”

“คนจิตสกปรก ปากเสีย คุณก็รู้อยู่แก่ใจ ฉันไม่ได้สมยอม วันนั้นคุณขืนใจฉันต่างหาก” หญิงสาวโมโหจนตัวสั่นเทิ้ม กำมือข้างที่ถูกเขาจับไว้แน่น รู้สักอับอายในสิ่งที่เขายกเอามาล้อเลียน ในเมื่อวันนั้นเธอถูกเขาล่อลวงให้หลงเพลิดจนติดกับเสน่หาอันหอมหวาน เธอไม่อาจควบคุมร่างกายได้อย่างตั้งใจ เขาแตะนิดแตะหน่อย ร่างกายของเธอพลอยอ่อนยวบ มันเหมือนมีไฟร้อนลวกไปตามผิวกายเธอ ยอมปล่อยให้เขาได้เชยชมสมใจ จับจูงเธอเดินเข้าสู่สรวงสวรรค์ สถานที่ที่เธอไม่เคยพบพานมาก่อนเลยในชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า...

“แล้วไง เมื่อสุดท้ายเธอนั้นก็ยอมให้ฉัน...อยู่ดี” คนพูดละสิ่งที่คิดไว้ในใจ พร้อมกวาดตามองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แล้วคลี่ยิ้มมุมปากด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

ภาพร่างน้อยอวบอิ่มนอนร้องครวญครางใต้ร่างกำยำ ยามเขาแทรกกายกระแทกเข้าหา เธอส่งเสียงหวานกรีดร้อง ขอให้เขาปรนเปรอความสุขล้ำให้ไม่ขาดปาก เขาไม่เคยลืมแม้เสี้ยววินาที มันยังจำฝั่งอยู่ในหัวใจทั้งดวงนี้ของเขาอยู่เลย ถึงเขาจะสั่งให้สมองหยุดคิดเรื่องไร้สาระ พร้อมก่นด่าตัวเองให้เลิกทำตัวเหลวไหล ทำเหมือนผู้ชายแรกรักยามเจอสาวถูกใจ เมื่อผู้หญิงอย่างมุขธิดาไม่ได้มีคุณค่าพอให้เขาต้องมาจดจำเจ้าหล่อนเอาไว้ตรงหัวใจดวงนี้เลยนี่นา หัวใจที่เขายังไม่คิดยกให้ใครมาก่อน

 ทว่าหัวใจเจ้ากรรมมันกลับไม่ยอมเชื่อฟัง ทุกลมหายใจเข้าออกของเขานับตั้งแต่วันนั้น มันยังมีผู้หญิงคนนี้เดินเล่นอยู่ตลอดมา เขาถึงได้รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน จนคิดหาทางระบายออก ลงกับตัวต้นเหตุอยู่นี่ไง

เขาไม่อยากยอมรับ และไม่รู้หรอกไอ้อาการบ้าบอนี้มันจะเรียกมันว่าอะไร ก็ช่างหัวมันปะไร เพราะถึงอย่างไรเขากับมุขธิดาคงไม่มีทางลงเอยกันได้ ในเมื่อหญิงสาวที่เขาวางมาตรฐานเอาไว้ เธอผู้นั้นต้องดูเหมาะสมและคู่ควรกับตำแหน่ง นายหญิงของ บูรณกำจร ไม่ต่างกับคุณย่าคุณยายและคุณแม่ของเขานั่นเอง...

และเธอคนนั้นคงไม่ใช่มุขธิดา

คนไม่ใช่ช้อนสายตาเจ็บปวดขึ้นตัดพ้อ

“คุณคงมีความสุขกับการได้รังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้คนหนึ่งมากสินะ...”

“อย่าเรียกว่ามีความสุขเลย เรียกมันเป็นความสะใจจะดีกว่า” อานนท์รู้สึกใจหายตอนสบตากับหญิงสาว เขาสัมผัสได้ว่าเธอเจ็บปวดไม่น้อยกับเรื่องวันนั้น ทว่าเขากลับเลือกแสดงออกตรงกันข้าม ไม่อยากให้เจ้าหล่อนได้ใจ เขารู้สึกหวั่นไหวกับเธอจนน่าโมโห

“ฉันไปทำอะไรให้คุณ”

“ไม่รู้สิ เธอทำให้ฉันหมั่นไส้ละมั้ง” อานนท์คิดหาข้ออ้างง่ายๆที่ทำเอามุขธิดาถึงกับไปไม่เป็น

“แค่ความหมั่นไส้นี่นะ ที่ทำให้คุณสามารถลงมือทำลายชีวิตของคนคนหนึ่งได้ลงคอ” มุขธิดาร้องลั่น พยายามบิดข้อมือของตนเองออกจากฝ่ามือเหนียว

“ฉันไปทำลายชีวิตเธอตอนไหน เรียกมันว่า เป็นการให้ความสุขกับเธอมันถึงจะฟังเสนาะหูมากกว่า อย่าเที่ยวกล่าวหากันนักสิมุขธิดา วันนั้นเธอออกจะมีความสุขไม่ใช่หรือไง แถมยังได้เงินใช้ด้วยอีกต่างหาก”

อานนท์หลิ่วตามองร่างเล็กอย่างหมิ่นแค้น คะนองปากมากกว่าคิดจริงจัง

“คนไร้สำนึก”  มุขธิดากัดฟันกรอด อกใจแทบระเบิด นึกเกลียดชังสายตาหยามหมิ่นของเขาจับใจ  เขาไม่รู้หรือไง เธอเคยเจอกับสายตาประเภทนี้มาตลอดทั้งชีวิต แม้กระทั่งคนที่เธอเคยมอบหัวใจให้เขา ก่อนจากกันวันสุดท้าย เขากลับำส่งสายตาแบบนี้มองมายังเธอไม่ต่างกัน ทั้งที่ตอนคบกัน เขาไม่เคยมองเธอด้วยสายตาเช่นนี้สักครั้ง จวบจนวันนั้นที่อนุชินต้องเลือก ระหว่างความรักกับความสุขสบาย เขาเป็นคนลงมือกระชากฟางเส้นสุดท้าย ด้วยสายตาและคำพูดดูถูกความต่างชนชั้นของเธอ ความเจ็บปวด ณ ตอนนั้น มันยังดูน้อยไปเสียด้วยซ้ำสำหรับความรู้สึกของเธอที่มีในตอนนี้...

มุขธิดารู้สึกเหนื่อยและท้อหัวใจ ดวงตาสุขสกาวเริ่มแดงก่ำน้ำตาไหลคลอ เขาเห็นเธอเป็นตัวอะไร แค่รู้สึกหมั่นไส้แค่นั้นถึงกับลงมือทำลายความภูมิใจกันได้เลือดเย็น

อานนท์ย่นหน้า ตัวชาวาบ สะท้านหัวใจอย่างไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขาเกลียดน้ำตาของมุขธิดา เขาไม่อยากเห็นมันอีก น้ำตาของเจ้าหล่อนเปรียบเหมือนเข็มหลายพันเล่ม ถูกโยนเข้าทิ่มตำหัวใจเขาจนรู้สึกเจ็บปวดทรมานขึ้นมา

ชายหนุ่มผละร่างถอยห่าง ตกใจกับสิ่งที่เขาสัมผัสมันได้ถึง ไม่คิดว่าเขาจะรู้สึกรู้สากับผู้หญิงคนนี้มันเสียทุกอย่าง อานนท์หรี่ตามองหญิงสาวอีกครั้ง เขาเห็นน้ำตาเม็ดหนึ่งร่วงลงข้างแก้ม หัวใจเขากระตุก เขาทนไม่ได้...

“อย่าร้อง...”

 คำสั่งที่มาพร้อมกับการถูกรวบตัวเข้าไปกอดปลอบใจ พร้อมซบใบหน้าคมคายลงบนศีรษะทุยหอมกรุ่น ทำเอาคนตัวเล็กกว่ายืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาสุขสกาวเบิกโตหัวใจเต้นโครมคราม กะพริบตาถี่ๆเพื่อให้น้ำตาหยุดไหล พลางยืนให้เขากอดรัดเอาไว้โดยไร้การขัดขืน  เพราะเธอมัวแต่ยืนตกตะลึงกับการกระทำของอานนท์

 เขาเป็นบ้าอะไรอีก หรือว่าผีเขา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเธอตามไม่ทัน...

คนสับสนในอารมณ์ลูบแผ่นหลังบอบบางอ่อนโยน

“ฉัน...เอ่อ...ไม่ได้ตั้งใจ จะทำให้เธอ...เอ่อ...ร้องไห้อีก”

คำพูดติดขัดดังขึ้นแผ่วผิว อานนท์รู้สึกขาดความมั่นใจ ไม่แน่ใจ และเริ่มทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์เช่นนี้  แต่พอหลุดปากพูดแล้ว เขานั้นแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย นี่เขากำลังมพูดบ้า ปัญญาอ่อนอะไรออกไปวะ มันไม่ใช่เขา ไม่ใช่นายอานนท์ บูรณกำจร ตัวจริงแน่ๆ

อานนท์ย่นหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน เมื่อเขาเริ่มสับสนในความคิดของตนเอง ทำไมเขาต้องรู้สึกไม่ดียามเห็นน้ำตาของมุขธิดา รู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นเธอไม่สนใจ และไม่ชอบใจเอาเสียเลยยามเห็นเธอให้ความสนิทกับชายหนุ่มคนอื่น เขาไม่เคยรู้สึกห่วงแหน อยากแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของใครมาก่อน

ไม่แม้กระทั่งหญิงสาวที่เขาเคยพูดคุยด้วยมาก่อน...

ความมั่นใจของเขาถูกสั่นคลอน เขาต้องมีความมั่นใจกับทุกสิ่งที่ลงมือทำ และเขาไม่ใช่เด็กน้อยเพิ่งริรัก ที่จะมาพูดจาติดๆขัดๆยามเมื่อใกล้ชิดกะอีแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง มุขธิดาทำให้เขาเสียศูนย์ เสียความมั่นใจ จนไม่เหลือภาพลักษณ์ของนายอานนท์คนเดิม

อานนท์เม้มริมฝีปากขบคิดหนัก

และถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันคงไม่ได้การเอาเสียแล้ว เขาคงต้องหยุดตัวเอง คงต้องยอมตัดใจให้เด็ดขาด เลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงด้อยมาตรฐานสำหรับเขา ก่อนทุกอย่างจะสายจนเกินแก้ไข เขาจะไม่มีทางยอมทำในสิ่งที่หัวใจพลั้งเผลอมากไปกว่าความเหมาะสมและคู่ควร

“ฉันว่าเราควรจะกลับเข้าไปในร้านอาหารกันได้แล้ว”

 อานนท์ปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมขึ้น เพิ่มน้ำเสียงให้ฟังดูกระด้าง เขากำลังคิดจะดันร่างในอ้อมแขนออกห่าง เมื่อตั้งใจมุ่งมั่น เขาจะเลิกยุ่งกับแม่หนูหริ่งเสียที ในเมื่อมุขธิดาเองก็แสดงท่าที ไม่ได้อยากเกี่ยวสัมพันธ์สวาทอะไรกับเขาต่อ แถมเจ้าหล่อนยังดูรังเกียจเขามากมายเสียด้วยซ้ำ  และอาจด้วยเหตุผลนี้ มันเลยทำให้เขาเกิดอยากเอาชนะ เลยยังตามตอแยเจ้าหล่อนไม่เลิก ชายหนุ่มโยนให้ความรู้สึกอยากเอาชนะเป็นตัวรับผิดชอบในที่สุด เขาจะไม่ยอมดึงเอาเรื่องของหัวใจ เข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้หญิงแบบมุขธิดา  

แต่ทว่าความตั้งใจนั้นกลับถูกพับเก็บใส่ลิ้นชัก เพราะคำพูดต่อมาของหญิงสาวเป็นเหตุให้อานนท์สะดุดลมหายใจ ความคิดก่อนหน้าเริ่มไขว้เขว วงแขนที่กำลังจะปล่อยลง ค้างชะงัก

“อย่าเพิ่งเลยค่ะ ฉันอยากยืนตรงนี้ต่ออีกสักหน่อย” ว่าพลางกระชับวงแขนกอดร่างใหญ่ไว้แนบสนิท เบียดร่างนิ่มของตนเข้าหาร่างแกร่ง อาการตัวแข็งทื่อก่อนหน้าปรับเปลี่ยนเป็นอ่อนระทวย ก่อนหลับตาพร้อมซบหน้าลงกับหน้าอกอบอุ่น อานนท์หรี่ตาลงมองการกระทำของมุขธิดา เขาเริ่มรู้สึกเหมือนหญิงสาวดูแปลกไป

“ฉันคงต้องเปลี่ยนความคิดของตนเองเสียใหม่” มุขธิดาดันร่างออกเล็กน้อยพร้อมช้อนสายตาหวานขึ้นมองสบตาคมกริบ พยายามข่มอาการขยะแขยงผู้ชายคนนี้ฝังไว้ในใจ คนอย่างนายอานนท์ ถ้าเธอยิ่งหนีเขาจะยิ่งไล่ตาม ยิ่งสนุกเมื่อเห็นเธอขลาดกลัว มุขธิดาเลยคิดใช้สติปัญญาสำหรับคิดวางแผนกำจัดอานนท์ให้ออกจากชีวิตของเธอเป็นการถาวร

 และตอนนี้ดูเหมือนเขากำลังสนุกมากกับการเล่นเกมแมวไล่จับหนูไร้ทางสู้อย่างเธออยู่สินะ เขาถึงยังคอยตามตื๊อ จิกกัดเธอไม่เลิกรา พอเห็นเธอสู้ไม่ได้เขาเลยสนุกใหญ่ ถ้าเขาสนุกกับการเล่นเกมนี้นัก เธอจะยอมกระโดดลงไปร่วมเล่นด้วยก็ได้ เธอจะไม่ยอมปล่อยให้เขาเล่นสนุกอยู่ฝ่ายเดียว ดังนั้นเธอจะต้องเลิกหนี แล้วเปลี่ยนเป็นกระโจนเข้าใส่มันเสียเลย แล้วมาคอยดูก็แล้วกัน เกมนี้ใครจะแพ้ ใครจะชนะ

“ความคิดอะไรของเธอ” อานนท์ขมวดคิ้วเข้ม ถามเสียงเย็น เขาเริ่มได้กลิ่นไม่ดี

“ก็ความคิดที่ว่า ฉันน่าจะหันมาจับคุณมากกว่าจะหนีไง...”

 “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ! เธอคิดจะจับฉัน?อย่างนั้นเหรอ” อานนท์เริ่มเสียงดัง ส่งเสียงโวยวายถามย้ำ พร้อมขยับร่างหนาแล้วดันร่างเล็กกว่าออกห่าง เหมือนคำพูดจากปากมุขธิดา กลายเป็นของร้อนลวกตัวเขาอย่างไรอย่างนั้น

“ใช่ค่ะ...” มุขธิดาพยักหน้ายืนยันแล้วยิ้มยั่ว เธอเห็นแววตาเขาสับสน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรมากกว่าปฏิกิริยาของเขาที่แสดงออกมา

“ฉันจะจับคุณให้ได้” มุขธิดายิ่งย้ำคำเดิมน้ำเสียงหนักแน่น เพื่อให้แผนนี้สำเร็จเร็วขึ้น ก่อนกระแซะร่างอิ่มเข้าหาอย่างท้าทายอารมณ์ ทว่าอานนท์กลับถอยหลัง ยกมือขึ้นเบรกห้ามไว้

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลย แล้วช่วยเก็บความคิดโง่ๆของเธอกลับไปด้วย”

“ทำไมล่ะคะ ความคิดฉันมันดูโง่ตรงไหน ฉันว่านี่เป็นหนทางฉลาดที่สุดแล้วต่างหาก” หญิงสาวยังฝืนทำสีหน้ายิ้มระรื่น เธอกำลังเดินถูกทางแล้ว 

“ฉลาดกะผีเธอนะสิ” อานนท์ตวาดลั่น เริ่มหงุดหงิดกับท่าทีดูเปลี่ยนไปของหญิงสาว

“อ้าว! ก็คุณออกจะร่ำรวยใหญ่โต ถ้าฉันจับคุณได้ ฉันก็กลายเป็นหนูตกถังข้าวสาร สบายไปร้อยชาติเลยนะนั่น”

“หันไปสองกระจกแล้วชะโงกหน้าดูตัวเองก่อนจะคิดจับฉัน ยัยหนูหริ่งสกปรก มันมีตรงไหนที่คิดว่าเธอจะจับฉันได้ ความสวยอย่างนั้นเหรอ...เหอะ!” อานนท์กวาดตามองรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พร้อมส่ายหัว มุขธิดาเริ่มไม่พอใจ แต่เธอสะกดกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้ กลัวแผนจะแตกเอาเสียก่อนมันจะสำเร็จ

“ผู้หญิงที่ฉันควงเล่น ที่คิดว่าดูแย่ที่สุด มันยังดูดีกว่าเธอร้อยเท่าพันเท่าด้วยซ้ำ ไหนบอกมาหน่อยสิ เธอจะควักของดีอะไร เพื่อเอามันมาจับฉันได้” อานนท์เหยียดปากออก เขายกมือขึ้นกอดอกส่งสายตาท้าทาย รอฟังดูสิว่าหนูหริ่งจะยกเอาอะไรขึ้นมาเสนอ เพื่อจับเขา

“ไม้เด็ดฉันมีแน่ และคุณก็ออกจะติดใจมันด้วยซ้ำนี่คะ ไม่อย่างนั้นคุณจะตามตื๊อ ถึงขั้นหาเรื่องเข้าใกล้ฉันทำไม” ทันทีที่จบคำพูด มุขธิดากลั้นใจยื่นมือสั่นน้อยๆออกไปลูบไล้ลำแขนล่ำของเขา แล้วช้อนสายตาหวานเชิญชวน

“หรือว่าคุณจะเถียง ว่าไม่จริง”

“ยัยผู้หญิงบ้า...”

อานนท์เบ้หน้า ส่งสายตาขุนเขียวมองหญิงยั่วตรงหน้า อยากปฏิเสธว่าไม่จริง แต่พอถูกยั่วเข้าหน่อยใจเขาดันแกว่งไม่เป็นท่า อานนท์เลยผลักร่างน้อยจนเซไปทางด้านหลังด้วยความโมโห ก่อนกระแทกส้นเท้าเดินหน้าแดงก่ำกลับออกไปด้านนอกมุมอับลับตาคน เพื่อเดินกลับเข้าไปด้านในห้องอาหาร

มุขธิดาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ลูบใบหน้านวลเพื่อคลายความกังวล

“เฮ้อ!ค่อยหายใจสะดวกขึ้นมาหน่อย” เธอส่ายหัวพร้อมเม้มปากตนเองไว้แน่น คิดว่าคราวนี้เขาคงไม่กล้าเอาตัวเองเข้ามาใกล้เธออีกแล้วละ คงต่างคนต่างอยู่ ไม่ตามมาราวีกันอีก เขาคงกลัวเธอจะไล่ตามจับเขาอย่างที่เธอแสดงออกไปเมื่อกี้

จบสิ้นกันเสียทีนะ ไอ้คนจิตไม่ปกติ บาย...


โปรดติดตามตอนต่อไป...



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น