กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 693

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2561 09:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

​ต่อจากตอนที่แล้ว...

ผลการตรวจร่างกายครั้งนี้สร้างความดีใจให้กับครอบครัว ปราบดากรณ์ยิ่งนัก นับว่าเป็นข่าวดีในรอบสองปีก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณอรพิน ท่านถึงกับเดินเข้ามาสวมกอดมุขธิดาด้วยความรู้สึกซึ้งใจ

เพราะอีกไม่นานนางจะได้ลูกชายคนเก่งกลับคืนมาเสียที  

“ป้าไม่รู้จะขอบคุณหนูมุขยังไงให้สมกับความดีของหนู ป้าขอบคุณนะ ขอบคุณจากหัวใจที่หนูทำเพื่อตาชินหลายอย่างเหลือเกิน” ท่านเอ่ยขึ้นหลังจากดึงร่างบอบบางของมุขธิดามานั่งลงบนเก้าอี้ด้านหน้าห้องตรวจ รอยยิ้มดีใจผุดขึ้นเต็มวงหน้านวล หญิงสาวยิ้มดีใจเช่นกัน  

“เพราะชินได้กำลังใจดีจากทุกคนด้วยหรอกค่ะ ลำพังแค่มุขคนเดียว ชินคงไม่ฟื้นตัวเร็วขนาดนี้”

มุขธิดาตอบรับท่านพร้อมรอยยิ้มกระจายเต็มดวงหน้างดงาม วันนี้หัวใจเธอรู้สึกเบาโหวง ไม่ได้รู้สึกหน่วงลึกเหมือนวันแรกที่เจอหน้าคนเคยทำร้ายหัวใจเธอมาก่อน  ถึงแม้นการจากลากับอดีตชายคนรัก จะทำให้เธอต้องเสียน้ำตาอย่างหนัก และคิดว่าเธอคงลืมเขาได้สนิทใจ ทว่าเมื่อวันนี้ที่ได้กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง หัวใจเจ้ากรรมของเธอนั้นกลับยังมีเขาไม่เคยลืม แต่เธอจะไม่ยอมกลับไปยืนในจุดที่เธอเองได้เดินผ่านมาด้วยความเจ็บปวดทรมานอีกแล้ว สิ่งที่เธอมีให้กับอนุชินได้ดีที่สุดตอนนี้ คือความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น

“อีกเรื่องที่ป้าอยากขอบหนูมากๆ คือที่มุขยอมให้อภัยพวกเราทุกคน” มุขธิดายิ้มในหน้าก่อนบีบมือท่านเพื่อให้กำลังใจ

“หนูเข้าใจดีค่ะคุณป้า อย่าเก็บเอาเรื่องเก่ามาคิดมากอีกเลย ถ้าหากเป็นหนูก็คงต้องทำแบบนั้นเหมือนกันล่ะค่ะ” คนเข้าใจดีระบายยิ้มสดใสสื่อให้คุณอรพินคลายวิตกในใจ พร้อมส่งสายตาอย่างที่ตนเองพูดเพื่อยืนยันจากใจแท้จริง เพราะไม่ต้องการให้คนแก่ต้องขุดเอาเรื่องเก่าในของอดีต เก็บมาทำให้ปัจจุบันนั้นเป็นทุกข์ใจอีกต่อไป

“ตอนนี้ป้าจะไม่ห้าม จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือวุ่นวายกับชีวิตรักขอตาชินอีก ที่แล้วมาป้าไม่ดีเองเอาแต่มองคนแค่เปลือกนอก มองแค่ความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเท่านั้น ไม่เคยมองลึกเข้าไปถึงความดีหรือแม้กระทั่งจิตใจ ผลตอบแทนมันก็อย่างที่หนูเห็น อดีตลูกสะใภ้ของป้า เขาสามารถทิ้งตาชินได้ภายในพริบตา เขาไม่แม้แต่จะอยู่ร่วมทุกข์กับชินเลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญที่สุด ป้าจะรอหนูกลับมาเป็นลูกสะใภ้ของป้าเหมือนเดิม อย่าทำให้คนแก่ผิดหวังนะหนูมุข” คุณอรพินมัดมือชกกับประโยคสุดท้าย

มุขธิดาเตรียมอ้าปากพูด เพื่อแบ่งรับแบ่งสู้ เมื่อเธอนั้นมีคำตอบเอาไว้ในใจตั้งแต่รับปากเป็นนางพยาบาลพิเศษนั่นแล้ว ครั้นจะพูดปฏิเสธไปเลยตอนนี้ มันคงดูไม่สมควรสักเท่าไหร่ เอาไว้ถ้าอนุชินหายดีเป็นปลิดทิ้งจนเดินได้คล่องเมื่อไหร่ เธอจะพูดกับเขาอย่างเปิดใจอีกที...

“คุณพินคะ...ใช่คุณพินจริงๆด้วย”

และพอดีกับที่มีเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งท่านแต่งตัวภูมิฐาน น่าเคารพยำเกรง นอกเหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้มุขธิดาตัวชาวาบ จังหวะการเต้นของหัวใจช้าลง เมื่อคนข้างกายของหญิงวัยกลางคนผู้นั้น คือคนที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอ เขากำลังยืนหน้าขรึมไม่ห่างจากสายตา   

“คุณพี่ละไม สวัสดีค่ะ” คุณอรพินรีบยกมือขึ้นไหว้ทันทีตอนที่นางเอี้ยวตัวตามเสียงทัก และรู้ว่าคือใคร นางคลี่ยิ้มก่อนลุกขึ้นยืน

“มาหาหมอเหมือนกันหรือคะนี่ ไม่ได้เจอกันที่สมาคมเสียนานเลย คิดถึงจะแย่” คุณหญิงละไมเดินส่งยิ้มมาหยุดยืนตรงหน้าคุณอรพินกับมุขธิดา นางทอดสายตาอบอุ่นมองหน้าหญิงสาวที่ยกมือขึ้นไหว้ รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา เหมือนนางจะเคยเห็นหน้าที่ไหนมาก่อน

มุขธิดากำลังจะยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มตามมารยาท พอดีเขาสะบัดหน้าพรืดจนเธอยกมือเก็บแทบไม่ทัน

“คิดถึงเหมือนกันค่ะ วันนี้น้องไม่ได้มาหาเองหรอกค่ะคุณพี่ พาตาชินเขามาตรวจเช็กร่างกายตามหมอนัด”

“ลูกชายคนโตนะหรือคะ ตายจริง แล้วนี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า ทำไมไม่เห็นส่งข่าวบอกกันบ้าง พี่จะได้ไปเยี่ยมเยียน”

คุณหญิงละไมรีบดึงแขนคุณอรพินให้นั่งลงพร้อมกันบนเก้าอี้ด้วยท่าทางตกใจ นานเกือบครึ่งปีเห็นจะได้ที่เพื่อนสมาคมคนนี้หายหน้าหายตาไปเลย และด้วยความที่สนใจเรื่องของเพื่อนร่วมสมาคม ทำให้คุณหญิงลืมพ่อลูกชาย อานนท์ยืนหน้ามุ่ยหลังจากยกมือไหว้คุณอรพิน ก่อนเดินผ่านเลยหน้ามุขธิดาถัดเก้าอี้อีกฟากฝั่ง นั่งกอดอกยกขาขึ้นไขว่ห้างยังฝั่งตรงข้าม มุขธิดารีบก้มใบหน้าลงงุด ตอนเห็นเขาเดินเข้ามาใจเธอเกือบหล่น หลงคิดว่าเขาจะมานั่งข้างๆเธอเสียอีก พอเห็นเขาเดินเลยนั่งห่างออกไปอีกฝั่ง หญิงสาวถึงกับพ่นลมหายใจ

สายตาพญาราชสีห์ตวัดมองค้อน ก่อนจะเสมองทิศทางอื่น ไม่ได้ให้ความสนใจร่างบางที่เอาแต่นั่งก้มหน้า เขานะเห็นแม่หนูหริ่งนั่งประจอประเจกับคุณอรพินตั้งนานแล้ว นึกหมั่นไส้กับภาพครอบครัวสุขสันต์เสียมากกว่า ดูทำท่าทางเข้าสิ เหมือนแม่ผัวลูกสะใภ้นั่งกุมมือให้กำลังใจเพื่อรอผัวกับลูกชายออกมาจากห้องตรวจก็ไม่ปาน...

 คุณแม่ทั้งสองท่านนั่งคุยกันอย่างเพลิดเพลินจนลืมดูเวลา  อาจลืมแม้กระทั่งตัวเองพกพาเอาลูกชายตัวโตของตนมาโรงพยาบาลด้วย ซึ่งคนหนึ่งกำลังนั่งหน้าตาบูดบึ้ง ส่วนอีกคนนั้นดีหน่อยที่ยังติดคุยถึงอาการอยู่กับคุณหมอประจำในห้องตรวจ

 แต่สำหรับมุขธิดาได้แต่นั่งกระสับกระส่ายอย่างไร้สุข ด้วยเหตุผลเพราะคนนั่งฝั่งตรงข้ามเป็นเหตุ เห็นเขาจ้องมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรยิ่งทำให้เธอรู้สึกคันผิวระยิบไม่กล้าขยับเขยื้อน ขนาดหายใจยังต้องค่อยๆเลย

 คราแรกเธอสะดุ้งโหยง รีบหลุบเปลือกตาลงมองมือบนตัก ตอนเธอเห็นดวงตาของเขาเหมือนลุกโชนด้วยไอร้อนของไฟ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงดุจเดิมด้วยหัวใจตุ๊มๆต่อมๆ จนเมื่อรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนมีลมร้อนพัดผ่านผิวกาย และลำแขนเรียวเสียดสีเข้ากับอะไรสักอย่าง ก่อนเธอจะกลายร่างเป็นหินตัวแข็งทื่อ เมื่อเธอสะดุดเข้ากับลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือศีรษะ

นายอานนท์ คนบ้า เขาจะลุกขึ้นมานั่งข้างเธอทำไมกันนะ มุขธิดาเม้มกลีบปากอิ่มเข้าหากันแน่น นี่เขาคิดจะทำอะไรเธออีก...

กลิ่นน้ำหอมสำหรับผู้ชายรอยเอื่อยเตะจมูกเล็กรั้น ทำเอามุขธิดารีบขยับเบี่ยงกายเข้าใกล้ร่างคุณอรพินมากกว่าเดิม ท่านไม่ได้สนใจ ด้วยว่าคงกำลังติดพันในการพูดคุยอยู่คุณหญิงละไม

“ทำเป็นลืมผัวเก่า...” มุขธิดาถึงกับมือสั่นหน้าร้อนวูบวาบตอนได้ยินเขาพูดขึ้นมาลอยๆ แต่ก็พยายามข่มอาการสั่นเอาไว้พร้อมทำเป็นนิ่งเฉย คนปากสุนัขไหนบอกจะไม่ยุ่งกับเธออีกแล้วไง

“ระวังจะท้องไม่มีพ่อขึ้นมาก็แล้วกัน เล่นมีทั้งผัว ทั้งชู้ในเวลาใกล้เคียงกันขนาดนี้ เกิดท้องขึ้นมาใครจะกล้ารับ” คำพูดเจ็บทรวงยังคงดังลอยๆขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่เธอไม่คิดจะต่อปากต่อคำให้เปลืองน้ำลาย แม้นส่วนลึกอยากจะบอกเขาใจแทบขาด มันจะไม่มีวันนั้น วันที่เธอท้องลูกของเขา ไม่มีทางที่เธอจะยอมปล่อยให้ตัวเองตั้งท้องกับผู้ชายจิตไม่ปกติ ชอบมองคนไม่เป็นคนเพียงแค่เขาเกิดมาด้อยกว่า แต่มุขธิดาทำเพียงนั่งก้มหน้า ไม่แสดงอารมณ์ใดเพื่อเป็นการโต้เถียงต่อคำยั่วยุ ไม่อยากให้เขาได้ใจคิดว่าเธอรู้สึกรู้สากับคำพูดเหล่านั้นของเขา อยากพ่นอะไรออกมาก็แล้วแต่เลย ตามสบาย

 นานครั้งเธอถึงจะเงยหน้าขึ้นมองประตูห้องตรวจสักครั้ง ได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้อนุชินออกมาจากข้างในห้องนั้นเสียที เพราะเธอกลัวจะหมดความอดทนลงเสียก่อนลุกขึ้นมาอาละวาด ฟาดหน้าของคนปากเสียสักฉาดให้หายโมโห

อานนท์มองตามสายตาของหญิงสาว หัวใจหนุ่มเริ่มร้อนรุ่ม อยากจะกระชากร่างเล็กนี้ให้หัวสั่นหัวคลอน แล้วตะโกนใส่หน้าดังๆ ผัวนั่งขนาบข้างอยู่ตรงนี้ทั้งคน แต่แม่เจ้าประคุณกลับส่งสายตาปรอยคอยมองหาแต่ชู้

ว่าแต่ แล้วนี่เขายอมรับแม่นี่เป็นเมียตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ ทั้งที่เขาปฏิเสธหัวชนฟ้ามาตลอด เขาไม่ได้คิดอะไรพิเศษกับเจ้าหล่อนเกินเลยมากกว่าความต้องการเพื่อสนองตอบอารมณ์ของตนเองเท่านั้น ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย จะสำคัญพอให้เขาหงุดหงิดไปทำไม

อานนท์กัดปาก ย่นใบหน้าหล่อ รู้สึกหงุดหงิดตนเอง จนพาลนึกโมโหคนด้านข้างตามไปด้วย...

 “มองหาแต่ชู้ คิดว่ามันจะกลับมาหาเธออีกหรือไง ระวังตัวเอาไว้บ้างก็ดี มันจะหลอกฟันแล้วเขี่ยเธอทิ้งอีกครั้ง เหมือนอย่างที่มันเคยทำกับเธอครั้งก่อนนี้ไง”

 คราวนี้มุขธิดาถึงกับหันใบหน้าขวับ ตวัดสายตาเขียวขุ่นมองอานนท์อย่างไม่พอใจ ทั้งที่พยายามตั้งใจจะไม่สนใจคำพูดของเขาแล้วแท้ๆ แต่มันก็อดไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องราวอดีตความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอนุชิน นี่เขาไปรู้ไปได้ยินมาจากไหน ใครเป็นคนเล่าให้เขาฟัง หรือว่าจะเป็นคุณอรพินที่หลุดปากบอกเขาในวันนั้น

 ทว่านี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอแท้ๆ เขามายุ่งวุ่นวายอะไรด้วย หรือเขาจ้างนักสืบเพื่อสืบประวัติของเธอ แต่จะรู้มาจากไหนเขาก็ไม่มีสิทธิ์มาละเมิดเรื่องส่วนตัวของคนอื่นทั้งนั้น คงคิดว่าตัวเองมีเงินแล้วคิดอยากจะทำอะไรก็ได้สินะ คนนิสัยไม่ดี

“คงไม่คิดว่าฉันจะรู้สินะ” อานนท์ถามเสียงยั่ว

“แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยเล่า...” เธอกัดฟันตอบ

“นอนด้วยครั้งเดียวบอกไม่เกี่ยว ต้องนอนกับเธอสักกี่หนหึ...ฉันถึงจะเกี่ยวได้”

คนชอบพูดยั่วยุอารมณ์โกรธโน้มใบหน้าลงถาม นัยน์ตาคมกล้าแสมองไปยังประตูห้องต่างๆ เป็นการกลบเกลื่อนพิรุธเพื่อไม่ให้ทั้งสองแม่จับได้ ตอนนี้เขากำลังเล่นสงครามน้ำลายอยู่กับแม่พยาบาลคนพิเศษของอนุชิน

พยาบาลพิเศษซึ่งควบตำแหน่งอดีตคนรักเก่าอย่างนั้นรึ หึ...ถูกไอ้หมอนั้นมันเฉดหัวทิ้งไปครั้งหนึ่งแล้วแท้ๆ ยัยหนูหริ่งยังไม่รู้จักหลาบจำเอาซะบ้างเลย ยังกล้าคิดหวนกลับไปคืนดี เพื่อจุดถ่านไฟเก่าให้มันลุกพรึบขึ้นมาอีกครั้งหรือไง

“คนปากเสีย”

“จะลองจูบกับฉันอีกสักครั้งไหมล่ะ พิสูจน์ดูไงว่ามันเสียจริงหรือเปล่า” เขาตอบโต้ไม่ลดละ ดูสิหนูหริ่งจะยังทำปากเก่งกับเขาได้สักกี่น้ำ เมื่อกี้ยังเห็นนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่แท้ๆ พอแตะไอ้อนุชินเข้าหน่อย กล้าลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำกับเขาเชียวนะ

“เชิญคุณไปจูบกับชะนีเถอะฉันเหม็นขี้หน้าคุณเหลือเกิน” มุขธิดาตอบกลับเสียงสะบัด แอบส่งค้อนให้ชายหนุ่มอย่างลืมตัว

“จูบกับเธอนี่ละดีที่สุด สนุกกว่ากันตั้งเยอะ”

“จะได้ถูกฉันตบให้อีก หรือคราวก่อนคุณเกิดติดใจอยากให้ฉันตบคุณอีก”

“ถูกใจปากเธอมากกว่า ถึงจะดูสกปรกไปนิด แต่ก็ไม่เลวจนฉันทนไม่ไหว”

“ไอ้ผู้ชายโรคจิต” มุขธิดากัดฟันด่าตวัดสายตาเขียวปั๊ดมองอานนท์

“ยัยผู้หญิงสกปรก” อานนท์เองก็ไม่คิดยอมแพ้เช่นกัน

 ทั้งสองแอบส่งสายตาวาวโรจน์เพื่อใช้ห้ำหัน จนเมื่อประตูห้องตรวจเปิดกว้าง สงครามน้ำลายถึงได้ยุติลง

“มุขครับ...อ้าว คุณนนท์สวัสดีครับ”

อานนท์ขยับตัวลุกขึ้นยืนค้อมศีรษะเพื่อเป็นการทักทาย เมื่อรถเข็นวิลแชร์ของคนป่วยถูกเข็นพามาถึงตรงหน้าเขา อนุชินเอ่ยทักทายเสียงสุภาพ โดยไม่ลืมส่งยิ้มอบอุ่นให้นางพยาบาลพิเศษของตนเอง

มุขธิดาเดินเข้าไปยืนแทนที่คุณหมอ แตะมือลงกับที่เข็นรถของอนุชินไว้อย่างรู้หน้าที่ อานนท์เขม้นตามองอย่างขัดใจ แต่พยายามเก็บอาการเหล่านั้นไว้อย่างสุดฤทธิ์ ส่วนคุณหมอวัยกลางคนเดินเข้าไปพูดคุยกับคุณอรพินหลายประโยคก่อนจะขอตัวเข้าตรวจคนไข้รายอื่นต่อไป

มุขธิดาที่กำลังจะระบายลมหายใจออกอย่างโล่งอก เมื่อเธอกำลังจะได้หลุดพ้นจากความรู้สึกอึดอัดใจตรงนี้เสียที แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิด

เมื่อคุณหญิงละไมกลับเอ่ยปากเชื้อเชิญให้ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง มุขธิดาถึงกับยืนอึ้ง มองคุณอรพินใจตุ๊มๆต่อมๆ แอบส่ายหน้าเบาๆลุ้นขอให้ทั้งท่านพูดปฏิเสธด้วยเถิด เพราะเธอไม่อาจทนเห็นหน้าของนายอานนท์ได้นานกว่านี้อีกแล้วนะสิ

 ทว่าทั้งคุณอรพินกลับเห็นดีเห็นงาม พูดตอบตกลงตามคำเชิญของคุณหญิงละไม ก่อนทั้งสองครอบครัวจะนัดแนะสถานที่ โดยที่เธอได้แต่ยืนใบหน้าสลดรู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิตไปโดยปริยาย

 เสี้ยวหนึ่งนั้นเธอแอบเห็นใบหน้าถูกใจของอานนท์ ดูเหมือนเขาจะดีใจมากเป็นพิเศษ เขาคงกำลังคิดหาคำพูดร้ายๆ เพื่อเอามาเล่นงานเธออีกตามเคย ผู้ชายนิสัยเลวอย่างเขาคงดีแต่เที่ยวทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้นั่นแหละ คิดอะไรดีๆกับเขาเป็นเสียที่ไหน...

โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น