ตุ๊กตา ผู้หลงทาง

กำลังอยู่ในช่วงอู้งานจ้า

Spin off ชีวิตต่างโลกของคุโรมะ ฮานาโยโกะ ตอนที่2

ชื่อตอน : Spin off ชีวิตต่างโลกของคุโรมะ ฮานาโยโกะ ตอนที่2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 390

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2561 02:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Spin off ชีวิตต่างโลกของคุโรมะ ฮานาโยโกะ ตอนที่2
แบบอักษร

หลังจากที่จู่ๆหูตา ประสาทสัมผัสทั้งห้าดับไป ผ่านไปเป็นเวลาเท่าไรไม่รู้ แต่ยังไงก็ตามมันไม่ได้นานมากหรอกฉันมั่นใจได้เลยล่ะ

แต่ว่า...สถานที่ที่ฉันเห็นหลังจากที่ลืมตามานั้น มันแปลกตาสุดๆไปเลยล่ะเฮ้ย!!!

ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย!? ฉันมองไปทางไหนก็เจอแต่องค์ประกอบที่หรูหราเกินกว่าที่ฉันจะรับรู้ได้แล้วนะ!!! แถมที่น่าแปลกคือไอ้คนที่ยืนรายล้อมพวกเราดูยังไงมันก็อัศวินยุโรปอย่างกับองครักษ์เลยนะเนี่ย!?

นอกจากฉันแล้ว ทุกคนยังไม่ได้สติเลยแฮะ

"นี่! ตื่นสิทุกคน!"

ฉันพยายามปลุกทุกคนแต่ดูเหมือนจะไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นกันเลยสักคน ร...หรือว่า!? ...บ้าเหรอ? ก็เห็นกันชัดๆอยู่เลยว่ายัยพวกนี้กำลังหายใจอยู่น่ะ

"นี่มันแปลกนะขอรับ การเคลื่อนย้ายคนจากอีกโลกมายังโลกใบนี้ควรจะทำให้ร่างกายรับภาระหนักมากเกินกว่าที่ร่างกายมนุษย์จะรับไหวสิถึงจะถูก แต่ทำไมนางถึงได้.."

"ไม่มีปัญหา ยังไงเสียนางก็เป็นผู้กล้าของทางเราอยู่ดี จะรับภาระไหวหรือไม่ไหวหรือมีปริศนาแต่ถ้านางช่วยเราได้ก็ไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น"

คนที่คุยกันสองคนคือคนที่อยู่ตรงมุมบนสุด อา...เอาตามที่ฉันคิดคือตาลุงนั่นคือราชาแน่ๆ เพราะเก้าอี้ด้านหลังดูยังไงก็บัลลังก์ชัดๆ ส่วนเจ้านั่นคงเป็นผู้ช่วย หรือก็คือมือขวาของเขาสินะ?

บอกก่อนเลยว่าฉันไม่ใช่พวกมีมารยาทอะไรเท่าไร ถ้าพูดไม่เข้าหูต่อให้เป็นพระราชาของต่างโลกหรือจอมมารฉันก็จะกระทืบให้ยับจมดินเลย!

ว่าแต่นี่ต่างโลกใช่ไหมเนี่ย!? ว่าแต่มันมีเรื่องแฟนตาซีหลอกเด็กที่ออกมาจนเจื่อจนน่าเบื่อแบบนี้ด้วยเหรอเฮ้ย!?

"เจ้า เข้าใจที่เราพูดหรือไม่?"

เอ๊ะ? เหมือนเขาจะพูดกับเราแฮะ(*ตรงนี้ฝั่งพระราชากับมือขวาของเขาพูดด้วยภาษาของตนเอง และมันไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นทำให้นางเอกของเราไม่อาจจะเข้าใจได้*)

ดูเหมือนเขาจะต้องการสื่อสารอะไรกับฉัน ฉันเองก็ไม่เข้าใจเลยทำได้แต่ทำหน้างง ตาลุงนั่นก็เลยเอามือสอดเข้าไปในเสื้อแล้วคว้าหาของบางอย่างออกมา

นั่นมันคือแหวน มันมีรูปร่างที่สวยดีแต่ไม่ใช่แหวนแบบแหวนเพชรน่ะนะ มันเป็นแหวนวงกลมก็จริงแต่ตัวมณีของมันที่มีสีฟ้าอ่อนราวกับสีของน้ำทะเลนั้นก็ทำออกมาในรูปแบบของตัวแหวน แต่มันอยู่ระหว่างกลางของตัวแหวน ง่ายๆจะพูดว่ามณีนี้เป็นแกนของแหวนเลยก็ได้นะ

เขาส่งมาให้ฉันหนึ่งวง แล้วมือขวาของเขาก็เอาแหวนที่คล้ายกันออกมาอีกสี่วงสำหรับเพื่อนของฉันแล้วเอามาให้ฉัน

คงไม่ได้ขอแต่งงานใช่ไหม? ถ้าไม่ก็ใส่ไว้ที่นิ้วที่ถนัดก็แล้วกัน เอ...นิยายที่ฮานะอ่าน พระเอกมันใส่ไว้ที่นิ้วชี้นี่นะ? แต่ฉันถนัดใส่แหวนที่นิ้วกลางมากกว่า ก็...ตามนั้นแหละ

"ความสามารถของแหวนใช่ได้รึเปล่า? ถ้าได้ก็จงพยักหน้าซะถ้าเจ้าเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูด"

อ๊ะ! เข้าใจแล้วแฮะ

"อืม แต่นี่มันวิเศษเลยแฮะ หลักการการทำงานของมันคืออะไรกันล่ะเนี่ย?"

เมินสนิท... ขอโทษนะลุงแต่นี่มันสุดยอดสุดๆไปเลยน่ะนะ!!!

ต่างโลกเหรอ...น่าสนใจสุดๆไปเลยล่ะนะ! แต่ว่า...

"โทษทีนะ แต่พวกคุณเรียกพวกเรามางั้นเหรอ?"

"อืม ข้าเป็นคนพาพวกเจ้ามายังสถานที่แห่งนี้เอง ขอข้าแนะนำตัวก่อน ข้าคือพระราชาของราชอาณาจักรแห่งนี้มีนามว่าเรย์โนลด์ ดิ อวาลอน จักรวรรดิอวาลอนของพวกเรากำลังประสบปัญหาใหญ่ พี่ชายของข้า ซิลเวอร์นั้นตอนนี้กำลังป่วยหนัก ไม่มีใครที่จะปกครองจักรวรรดิข้าจึงต้องมาทำหน้าที่แทนพี่ชายของข้า แล้วปัญหาที่ข้ากำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นคือปีศาจ"

ปีศาจงั้นเหรอ โลกนี้มันโลกแฟนตาซีตามนิยายชื่อดังจริงๆนั่นแหละ สงสัยเรื่องนิยายพวกนี้ต้องให้ยัยสี่คนนั้นช่วยสักหน่อยแล้วล่ะนะ ก็มีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่มีเวลามานั่งอ่านนิยายนี่นะ

หืม? ฉันสังเกตได้ถึงความผิดปกติ มุมนึงของสายตาของฉันราวกับเป็นเกจHP และMPในเกมของเครื่องเกมพกพาที่ยัยยูรินะมีเลยนี่นา? นอกจานี้..

เมื่อขยับนิ้วในรูปแบบที่ตรงต่อข้อมูลก็จะเปิดหน้าต่างข้อมูลและสกิลออกมาได้สินะ?...ไม่มีหน้าต่างสกิลแฮะ แต่มีช่องเก็บของกับข้อมูลก็เพียงพอแล้วล่ะนะ


[Status]

ชื่อ : คุโรมะ ฮานาโยโกะ

อายุ : 18 ปี   

เผ่า : มนุษย์    

อาชีพ : วีรชน

เลเวล : 1/No Limit

พลังชีวิต : 40000/40000

พลังเวทย์ : 80000/80000 

ความแข็งแกร่ง : 2000

ความเร็ว : 6000

ความอดทน : 2000

ความฉลาด : 10000

โชคลาภ : 10000

[Skill]

-ทักษะดาบระดับปรมาจารย์

-ดวงตาแห่งเทพี

-??????

**[ความสามารถติดตัวของผู้ที่มาจากต่างโลก]**  

-ทักษะดาบเฉพาะตัว(วิชาสำนักดาบฮินาตะ)


ดูเหมือนว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยแฮะ และฉันก็ไม่สามารถมองดูหน้าต่างข้อมูลหรือสกิลทักษะของคนอื่นได้ ฉันจึงทำได้แค่ฟังคำพูดอธิบายของตาลุงตรงหน้าเท่านั้น

"...อย่างที่ว่าไป ข้าต้องการพลังของผู้กล้าอย่างพวกเจ้าเพื่อกำจัดจอมมารที่ต้องการจะทำลายอาณาจักร์ของมนุษย์ และถ้าเจ้าต้องการล่ะก็ เจ้าสามารถขึ้นเป็นราชินีของมวลมนุษย์ทั้งหลายได้เพียงแค่อภิเษกสมรสกับเครือญาติของข้า หรือแม้แต่ตัวข้าเองก็สามารถทำได้"

ไอ้ตาลุงนี่มันเพี้ยนรึเปล่าเนี่ย? ถ้ามีคนเอาตาลุงแบบนี้ล่ะก็คงน่าแปลกใจน่าดูเลยล่ะ

"นี่ ขอถามอะไรอย่างนึงสิ"

"เจ้าคนไร้มารยาท กล้าพูดโดยไร้ซึ่งสัมมาคารวะต่อหน้าราชางั้นเรอะ!?"

"หยุดแค่นั้น! ข้าไม่มีอะไรจะปิดบังเจ้าในฐานะที่เราจักต้องทำงานร่วมกัน"

"ถ้างั้นนะ เป้าหมายของคุณคืออะไร?"

เมื่อออกถามคำถามแบบนั้น ตาลุงนั่นก็เบิกตาโตราวกับไม่รู้ว่าฉันจะถามออกไปแบบนั้น และนี่คือกฏเหล็กที่ฉันถูกสอนมาจากรุ่นพี่ที่ที่ทำงานพิเศษของฉันบอกมา คือทำงานภายใต้เงื่อนไขที่ว่า 'เราทำไปเพื่ออะไร'

"...ตอบไม่ได้รึไง? นั่นคือสิ่งที่คุณต้องบอกฉัน ไม่ว่ายังไงก็ตามอยู่แล้วนี่นะ"

"แก!!"

"หยุด! ... ถ้าหากข้าตอบเจ้า แล้วเจ้าจักร่วมมือกับข้างั้นหรือ?"

"ฉันมีสิทธิ์ที่จะรับงานหรือไม่รับงาน และถ้าไม่ยอมบอกฉันว่าสิ่งที่ฉันกำลังจะทำนั้นทำเพื่อใครล่ะก็ ฉันก็จะไม่รับงานนี้ล่ะนะ"

"ถ้าพวกเจ้าไม่ช่วยข้าล่ะก็ พวกเจ้าจะกลับบ้านเกิดของเจ้าไม่ได้นะ"

"ไม่มีปัญหา โลกใบนี้มันไม่ได้มีพื้นที่แค่สามหมื่นตารางกิโลเมตรสักหน่อย มันกว้างมากพอที่จะทำให้ฉันออกไปหาทางเอาเองก็ได้ล่ะนะ"

"...ข้าทำเพื่อตัวข้า ถ้าข้าได้เป็นราชา ข้าจะบริหารจักรวรรดิของข้าให้ดีกว่านี้ เพื่อพัฒนากองกำลังทหาร และเจ้า ผู้กล้าจะเป็นขุมอำนาจของพวกเราเพื่อการรวบรวมทวีปในแต่ละทวีปเข้าด้วยกัน โลกที่แสนสงบสุขโดยที่มีข้าเป็นราชาและปราศจากปีศาจหรืออมนุษย์ใดๆนั้น ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจรึอย่างไรกัน?"

อ่า....อย่างนี้นี่เองสินะ?

ฉันหรี่ตาลงครึ่งนึงแล้วเดินไปหาเพื่อนๆของฉัน

เริ่มต้นที่ยัยนางาซากิ ฉันกระแทกส้นเท้าของฉีันเข้าเต็มท้องของยัยนั่นทำให้จุกจนต้องตื่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ต่อมาก็ยัยยูรินะ ฉันปลุกด้วยการตบหน้าเบาๆ(ตามแรงของฉัน)ไปสักสองสามทีก็ตื่นขึ้น และตัวฉันก็เขย่าปลุกเมกุมิและฮานะให้ตื่นขึ้นโดยที่ทั้งหมดนี้ ฉันเมินตาลุงสองคนข้างหลังไปสนิท

"ไอ้คนไร้มารยา---"

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ?"

ฉันหันหน้าไปที่ต้นเสียง หรือก็คือเมกุมิ แล้วชี้ไปที่ตาลุงนั่น

"ตาลุงนั่นดูเหมือนจะชื่อเรย์โนลด์ เป็นราชาของจักรวรรดิอวาลอนและทำงานแทนพี่ชายที่ครองราชแต่ดันป่วยไปน่ะ ดูเหมือนว่าเขาต้องการให้พวกเราเป็นอาวุธของพวกเขาในนามของผู้กล้าเพื่อทำลายปีศาจและอมนุษย์ทั้งหมด พร้อมกับทำการครองโลกใบนี้น่ะสิ"

ฉันรวบรัดให้มันออกมาสั้นอธิบายในเวลาสามสิบวินาที โดยที่ฉันก็สังเกตเห็นแล้วว่าทหารรอบๆเตรียมตัวที่จะเข้ามาโจมตี

"พระองค์! ข้าจะประหารนังสามหาวนี่ทิ้งเสีย อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยแต่เราค่อยอัญเชิญผู้กล้ากลุ่มใหม่กันดีกว่านะขอรับ!"

"อย่าได้ริอาจทำแบบนั้นเชียว ... อย่าขัดขืนเสียดีกว่า แม้แต่นักรบที่เก่งกาจก็มิอาจจะต่อสู้กับกลุ่มคนจำนวนนี้ได้ เพื่อความสบายใจของเจ้า ข้าขอเพียงแค่ให้พวกเจ้าร่วมมือกับพวกเราเท่านั้น"

"แต่สิ่งที่คุณทำมันเพื่อตัวคุณเองโดยที่ไม่สนใจใคร รู้ไหมว่าคุณกำลังต้องการที่จะเปิดศึกกับคนอื่นๆน่ะ แล้วประชาชนล่ะ? พวกเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยนะ แต่ใช่ว่าพวกเขาจะปลอดภัยสักหน่อย"

"ต่อให้ไม่ทำเช่นั้น ฝ่ายจอมมารก็จะมาบุกเราอยู่ดีมิใช่รึยังไงกัน?"

"เพราะแบบนั้นตัวตนของผู้กล้าเลยจำเป็นไม่ใช่เหรอ? ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่พวกฉันควรจะถูกพามาที่นี่เพื่อปกป้องคนอื่นๆไม่ใช่เพื่อความเห็นแก่ตัวของคุณสิ!"

จริงอยู่ที่ไม่น่ายอมรับเรื่องการมีตัวตนอยู่ของโลกคู่ขนาน แต่ที่ไม่น่ายอมรับที่สุด คือทำไมฉันต้องมาทำอะไรเพื่อคนเห็นแก่ตัวเพียงคนเดียวด้วยล่ะ?

ไม่ว่ายังไงสงครามก็ย่อมก่อให้เกิดผลเสีย เรื่องที่ฮิโรชิม่ากับนางาซากิเป็นเครื่องพิสูจน์เลยล่ะ อ๊ะ ไม่ใช่นางาซากิที่อยู่ตรงนั้นแต่เป็นเมืองเมืองนึงของประเทศญี่ปุ่นต่างหากล่ะนะ ถ้าลองไปค้นหาดูในอากู่ก็คงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองเมืองของญี่ปุ่นนี้

และนั่นก็เกิดจากสงคราม สงครามน่ะ น่าเกลียดและน่ารำคาญ ไม่ว่าใครจะเป็นคนก่อผลสุดท้ายคนที่ลำบากที่สุดก็คือทหารที่ต้องตายไป และประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

"ข้ามิได้ต้องการการใช้กำลัง แต่ถ้าพวกเจ้าไม่ให้ความร่วมมือล่ะก็ ข้าคงมิอาจห้ามปรามพวกเขาได้"

"ถามจริงว่าพวกเธอคุยอะไรกันเนี่ย? ฉันไม่เห็นเขาจะพูดภาษาญี่ปุ่นตรงไหนเลยนะ"

หืม? อ๊ะ ฉันยังไม่ได้ให้แหวนเธอนี่นะ

"ใส่นี่สิ"

"อืม... เหวอ!? เธอเอากระเป๋าของพวกเราไปไว้ไหนแล้วเนี่ย?"

ฉันค่อยบอกพวกเธอเรื่องระบบดีกว่า อ๊ะ มันเป็นคำที่ฉันคิดมาเองน่ะ เพราะถ้ามันไม่ใช่ระบบจะเรียกว่าอะไรล่ะ? มันคล้ายๆระบบเกมนั่นแหละน่า

แต่สำหรับคนบนโลกใบนี้คงไม่มีของแบบนี้หรอกมั้ง? ช่างมันเถอะ

"ถ้าคิดจใช้กำลังล่ะก็คิดผิดคิดใหม่นะ ถึงพวกเราจะดูเหมือนอ่อนแอแต่ก็พูดได้ว่าแข็งแกร่งสุดๆไปเลยล่ะ"

"เดี๋ยวนาฮานาโยโกะ ถ้าพวกเราต้องสู้กับคนจำนวนขนาดนี้ล่ะก็ ถึงอาจจะพอสู้ไหวแต่พวกเรามีแค่ดาบไม้หนาๆหนักๆแค่คนละเล่มเท่านั้นเองนะ"

"เพียงพอน่า"

ฉันถอดปลอกดาบออกแล้วโยนมันใส่เข้าไปในช่องเก็บของ ก็นะ ถ้าทุกคนจะตกใจล่ะก็ไม่แปลก เพราะดาบของฉันนะ คือของจริงยังไงล่ะ

"ดาบคาตานะของจริง มีความยาวของใบดาบหกสิบเซ็นติเมตร ด้ามดาบยาวสิบห้าเซ็นติเมตร"

น้ำหนักตามมาตรฐาน ถึงจะไม่ได้ชั่งเอาไว้แต่คิดว่าคงมีไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัมหรอกนะ อย่างน้อยๆก็ไม่รู้สึกหนักขนาดนั้น

"ดาบนั่น...ใช่ดาบแน่รึ? ดาบที่ไร้คมแถมมีรูปร่างไม่สมประกอบนั่นน่ะ"

"คุณไม่ได้มาจากที่ที่ฉันเกิด แต่ดาบนี่น่ะคือดาบประจำชาติของบ้านเกิดของฉันเชียวนะ ขอบอกไว้ก่อน ฉันทดสอบมาแล้ว ดาบนี่น่ะตัดเหล็กได้ง่ายๆเชียวนะ และมันเป็นดาบคมเดียว"

"หืม? ข้าคงต้องขอโทษถ้าพวกเจ้าจะมีแผลสักเล็กน้อย แต่ข้าต้องการพวกเจ้าเพราะฉะนั้นข้าไม่ปล่อยให้พวกเจ้าหนีออกไปได้แน่นอน"

"ทหาร! จับพวกมันไว้!"

ไอ้คนข้างๆลุงแกนี่ก็เสี้ยมจังเลย! แต่ฉันจะสั่งสอนให้รู้เองว่าถ้ามาหาเรื่องพวกฉันล่ะก็จะเป็นยังไง

ฉันถีบเจ้าคนที่อยู่ตรงหน้าออกไปแล้วชักดาบฟาดด้วยท่าอิไอที่เป็นตำนานของซามูไรยุคโชวะ ตัดผ่านเกราะเหล็กและดาบของเขาที่เตรียมโจมตีโดยง่ายราวกับไม่มีแรงต้าน

ความคมของดาบทำให้เกิดแผลเล็กน้อย แต่ฉันไม่ได้ฆ่าเขาแล้วก็ไม่ได้ทำให้บาดเจ็บหนักมากด้วยล่ะนะ

"!? ส...สามารถตัดเกราะเหล็กของอัศวินที่เป็นแร่เหล็กพิเศษได้งั้นรึ? เจ้าทำได้อย่างไรกัน?"

"ก็แค่ทริกนิดหน่อย ความเร็วและความแม่นยำ ไม่ใช่แค่อาวุธที่สุดยอด แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันเองก็สุดยอด"

"ทำไมฉันฟังแล้วดูขัดหูยังไงชอบกล เธอจำได้ไหมว่าเคยแพ้ฉันน่ะ?"

"ไม่อ่ะ ฉันจำได้แค่เธอแพ้ฉันไปสามสิบเอ็ดรอบ แต่ถ้าให้พูดก็พูดเถอะ เธอชนะฉันไปแค่เจ็ดรอบเองนะ"

"หนอย...ไม่น่าทักเลยแฮะ!"

ช่างยัยนางาซากิเถอะ สำหรับทุกคนคงสับสนกันอยู่ที่จู่ๆก็มาโผล่ในที่ที่ไม่รู้จัก และกำลังจะถูกทำร้าย นอกจากนี้ฉันจะพกดาบ 'ของจริง' ที่ไม่มีใครรู้ว่าฉันไปเอามาจากไหนอีกด้วย

"อย่ามัวแต่ยืนดูสิ พวกเธอบางคนแข็งแกร่งกว่าฉันอีกนะ ต่อให้เป็นแค่ดาบไม้ก็สู้ได้อยู่แล้ว ถ้าคิดว่าไม่ได้ก็เอาดาบของพวกมันมาใช้ก็ไม่เป็นไรหรอกน่า!"

"นั่นสินะ"

คนที่ทเคลื่อนไหวก่อนใครก็คือเมกุมิ เธอวิ่งแล้วกระโดดด้วยความสูงที่ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ อย่างไรก็ตามมันคงเป็นผลจากระบบ ถ้าเกิดว่ามนุษย์เรามาอยู่ที่ต่างดลกโดยมีความสามารถเท่าเดิมกับโลกเดิมของเราจะเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย?

แต่สำหรับพวกเราดูเหมือนจะไม่ใช่ พวกเราถูกตาลุงนั่นเรียกว่าผู้กล้า เพราะฉะนั้นในช่สวงที่ประสาทสัมผัสทั้งห้าของฉันหายวับไปคือช่วงเวลาที่พวกเราได้รับความสามารถมา ฉันสัมผัสได้เลยว่าฉันไม่เหมือนมนุษย์

และการกระโดดสูงสองเมตรก็ไม่คิดว่ามนุษย์จะได้เหมือนกัน ถึงจะเล็กน้อยแต่มันก็ผิดปกติสำหรับมนุษย์แล้ว และถ้าบอกว่านี่คือเบื้องต้นล่ะก็ ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเราพัฒนาแล้วความสามารถเราสูงขึ้นไปอีกขั้นจะทำอะไรได้มากกว่านี้อีก

กลับมาที่เมกุมิ ส้นเท้าของเธอที่ลงมาจากจุดสูงสุดของแรงกระโดดของเธอถีบเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้น ...ก็แค่อัศวินที่ไม่รู้จักคนนึงอย่าไปใส่ใจเลย แต่ยังไงก็ตามแค่ทีเดียวก็ทำให้เสียสมดุลย์ได้

นอกจากนี้ ต่อให้พวกนั้นเข้าไปล้อมเธอ เธอก็ใช้ดาบไม้ของเธออย่างทิ้งๆขว้างๆด้วยการฟาดเป้นแนวราบเพื่อผลัดศัตรู แต่นั่นทำให้ดาบของเธอหักลง ก็อย่างที่ว่าเอาไม้ไปตีเหล็ก ถ้าเหล็กยุบก็คงน่าแปลกใช่ย่อย

แต่ไอ้การชกแล้วเกราะยุบไปตามรูปทรงของหมัดของยัยนั่นทำเอาแปลกใจสุดๆไปเลยแฮะ!? เธอคว้าดาบของอัศวินพวกนั้นมาพร้อมปลอกดาบอย่างเรียบร้อยแล้วโยนมาทางนี้อย่างรวดเร็วอีก

แต่...เฮ้ย!? เอามามากไปไหม!? สิบเล่มแล้วนะยัยนี่!! กะจะขโมยให้หมดเลยรึไงกัน!?

"มัวเหม่ออะไรอยู่!?"

ฉันถูกลอบโจมตีแต่มันไร้สาระ ฉันมองเห็นทุกการกระทำจึงเอาดาบที่อยู่ในปลอกฟาดใส่อย่างรุนแรง แล้วชักออกมาเปลี่ยนท่าถือเพื่อที่จะปักดาบแทงเข้าที่แขนของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง

*กร๊อบ!*

เฮ้ย! เสียงมันค่อนข้างจะแปลกแต่มันเป็นความจริง เพราะเกราะของเจ้านี่มันถูกดาบนี่แทงทะลุเลยออกเสียงแปลกๆ และมันก็กลบเสียงของกล้ามเนือ้ที่ถูกแทงไม่หมดจดเลยด้วย

อ่า...ฉันว่ามันอยู่ที่ฉันซะเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วนะเนี่ย

"ทุกนายเตรียมหอก! ดาบไม่ได้ผลกับอีกฝ่าย ต่อให้บาดเจ็บถึงตายก็ต้องทำให้หมดฤทธิ์ให้ได้!"

โหดร้ายไปแล้วโว้ย! ฉันคว้าเอาดาบและโล่ห์บางส่วนโยนเข้าช่องเก็บของแล้วหันไปบอกทุกคนราวกับหัวหน้า

"เตรียมดาบให้พร้อม อยากเก็บของอะไรให้โยนมาที่ฉันก่อน พวกเราจะหนีไปจากที่นี่กัน"

"จะหนีไปยังไงล่ะ!?"

"...ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม เราจะบุกไปทางสี่นาฬิกาของฉัน ไม่รู้ว่าเราอยู่สูงมากขนาดไหนเพราะงั้นจับดาบให้แน่น ถ้าเราอยู่บนที่สูงก็ใช้ท่าที่เรียนมา ถ้าไม่ก็มุ่งตรงไปในป่าได้ยิ่งดี"

พวกเราไม่คุ้นเคยเส้นทางเพราะฉะนั้นป่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะหลบหนี ต่อให้อันตรายแต่ฉันมั่นใจว่าด้วยสเตตัสที่เห็นคงจะรอดพ้นไปได้บ้างแหละนะ

ทางฝั่งทหารอัศวินนั่น ...รู้สึกเริ่มจะเอามาผสมกันมั่วหมดแล้วนะ! แต่ความหมายมันก็เหมือนกันนี่? ช่างมันเถอะน่า! ยังไงก็ตามพวกเขาทุกคนเตรียมพร้อมแล้วเรื่องหอก ทางฝั่งนี้มีแค่ดาบเหล็กที่คาดว่าคุณภาพดีที่ขโมยมาเท่านั้นเองนะ! แล้วไหงฮานะถึงถือดาบสองเล่มได้ล่ะ!?

"นี่ คิดดีแล้วเหรอ? ยังไงก็เถอะ พวกเราเป็นผู้หญิงนะ ถ้าถูกจับข่มขืนมันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ"

ฉันก็ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นเหมือนกันแหละน่ายัยบ้าเอ้ย!! ทำไมถึงพูดออกมาแบบนั้นกันเล่า!?

"อย่างที่บอก ฉันไม่ยอมช่วยคนที่เห้นแก่ตัวหรอก เอาไว้ถ้าเมืองนี้ถูกปีศาจที่ชั่วร้ายบุกจริงๆฉันมั่นใจได้เลยว่าฉันจะต้องมาช่วยแน่ๆ"

"แต่ถึงแบบนั้นทุกอย่างมันจะสายเกินแก้"

"ฉันไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ"

ก็คติของฉันคือช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากน่ะสิ ต่อให้ไม่ใช่โลกของฉันแต่ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกฉันมันคือสิ่งที่ถูกกำหนดว่าให้พวกฉันมาปกป้องคนอื่นๆแล้วล่ะก็ ฉันก็ยินดี

ยังไงก็ตามมันก็ฟังดูน่าสนุกดีที่จะอยู่ที่ดลกใบนี้ เพราะที่ญี่ปุ่นมันค่อนข้างจะน่าเบื่อน่ารำคาญ แต่ใช่ว่าฉันไม่อยากกลับไปหรอกนะ ก็แค่อยากอยู่สนุกอยู่ที่นี่สักหน่อยเท่านั้นแหละ

"ตอนนี้แหละ! จับตัวพวกมันซะ!"

เมื่ออิตาตัวเสี้ยมนั่นสั่ง ทหารทุกคนก็บุกเข้ามา แต่ที่บุกมาไม่ถึงพวกฉันก็เพราะว่าพวกฉันนั้นแข็งแกร่งพอที่จะตอบโต้ได้

แต่ในเมื่อมีจำนวนการบุกที่เพิ่มขึ้น บางคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นก็ย่อมคิดว่าตนสู้ไม่ไหวทำให้สภาพร่างกายอ่อนแอไปตาม...งั้นเหรอ? เป็นแบบนี้นี่เองสินะ?

[ทักษะ 'เข้าใจ' ได้ถูกเพิ่มแล้ว]

ในหัวมันมีข้อความเด้งขึ้นมา เพราะแบบนี้ทำให้ฉันเข้าใจระบบมากยิ่งกว่าเดิม เอาล่ะ ทดสอบกันหน่อยดีกว่า!

ระบบทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อความคิดและอารมณ์พุ่งขึ้นสูง ขาวเป้นดำ ดำเป็นขาว ถ้าอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่งจะเป็นสีดำ ถ้าอยู่ในสภาพเชื่อมั่นจะเป็นสีขาว และทั้งหมดนี้คือหนึ่งในไม่รู้ว่ามีทั้งหมดเท่าไรของระบบ

และฉันก็ใช้ความรู้สึกและอารมณ์ของฉันในการใช้งานพลังของระบบ ฉันชักดาบแล้วหมุนเล็กน้อยก่อนที่จะปักลงตรงพื้นอย่างรุนแรง และด้วยเหตุนั้นเองที่ทำให้เกิดแรงกระแทกเป็นวงกว้างใส่พวกทหารอัศวินที่พุ่งเข้ามา

ถึงจะยังไม่รุนแรงแต่ฉันคิดว่ามันคงจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย และคิดว่ามันคงพัฒนาในอนาคตอย่างแน่นอนเลยล่ะ

[ทักษะ 'คลื่นกระแทก' ได้ถูกเพิ่มแล้ว]

"สุดยอด... นี่เธอ...เป็นผู้กล้ามาจากต่างโลกป่ะเนี่ย!?"

"แล้วเธออยู่บนโลกนี้มาตั้งแต่แรกรึไงกันเล่า!?"

ฉันสะบัดแขนข้างที่ว่างฟาดคลื่นกระแทกใส่พวกทหารที่บุกเข้ามาอีกครั้ง และเมื่อเห็นช่องโหวว่ฉันก็ให้สัญญาณทันที

"สาม!"

"มันต้องเริ่มที่หนึ่งเซ่!"

ถึงจะบ่นไปก็ไม่ได้อะไร ทุกคนมุ่งไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเราพลาด อีกฝ่ายคาดการณ์เอาไว้จึงย้ายไปป้องกันทางนั้นเอาซะแทน

แต่พวกเราถอยไม่ได้ ฉันจึงต้องคิดหาวิธีที่จะจัดการกับรูปขบวนนั่นอย่างรวดเร็ว และเพราะได้ทักษะ 'เข้าใจ' ทำให้ฉันเข้าใจระบบของโลกนี้ขึ้นไปอีก

ใช่...สิ่งที่ต่างโลกมี เวทย์มนต์ไงล่ะ!!!

[เวทย์มนต์ธาตุไฟ ได้ถูกเพิ่มแล้ว]

ฉันเก็บคาตานะ แล้วยื่นมือขวาที่ว่างออกไป

เปลวเพลิงสีส้มสดใสครอบคลุมทุกตารางนิ้วของมือของฉัน แล้วฉันก็ขว้างมันออกไปตรงหน้า และเพราะเลเวลของสกิลยังน้อยสิ่งที่ออกไปจึงเป็นแค่บอลไฟธรรมดาที่มีพลังทำลายค่อนข้างมาก

แม้ว่ามันจะไม่ได้ผลกับพวกเพื่อนๆของฉันด้วยกันเอง แต่มันก็ทำลายรูปขบวนและส่วงแรงกระแทกใส่คนกลุ่มนั้นได้ง่ายๆเลยล่ะนะ

นอกจากนี้ฉันก็ยังสะบัดมือเป็นวงกว้างเพื่อสร้างม่านเพลิงเอาไว้เพื่อกันคนออกห่างจากพวกเพื่อนๆของฉัน แล้วหันหน้าไปหาเพื่อนของฉันในทันที

*หมับ!*

"อย่างน้อย ขอแค่เจ้าเท่านั้นที่ข้าไม่มีวันปล่อยให้หนีไปได้"

"ฮานาโยโกะ!?"

ทำไมทั้งสี่คนต้องประสานเสียงด้วยเล่า!? น่ารำคาญชะมัด!

ด้วยความรำคาญ ฉันก็ชักคาตานะของฉันออกมา ต้องขอบคุณทักษะ 'เข้าใจ' อีกแล้วล่ะนะ เป็นทักษะที่มีประโยชน์เกินไปแล้ว! ฉันใช้ทุกๆสองวินาทีแล้วเนี่ย!!

ฉันเล็งคมดาบมาไว้ที่ข้อมือซ้ายแล้ววาดดาบที่สุดแสนจะคมลง และก็อย่างที่รู้ คมดาบวาดผ่านราวกับตัดพุดดิ้ง มือของฉันนั้นแยกออกจากข้อมือ เลือดสีแดงเองก็กระจัดกระจายกันไปทั่ว

อะฮ่า! เลือดสาดกระเด็นเต็มเสื้อผ้าตาลุงนั่นเลยแฮะ

"ทำอะไรของเจ้า...!?"

"ฮานาโยโกะ ทำบ้าอะไรน่ะ!"

เพราะไม่ยอมโดดไปสักที ฉันเลยต้องใช้เวทย์มนต์จัดการเจ้าพวกคนที่มุ่งเข้าไปหาพวกเธอจนทำให้ได้สกิลดาบเวทย์มาซะได้ เอาเถอะ ยังไงฉันก็คงต้องทำอะไรเองซะก่อนล่ะนะ ก็เป็นคนเดียวทีี่ตระหนักถึงระบบนี่นะ

ฉันสะบัดดาบที่มีเปลวเพลิงวาดใส่พวกทหาร ถึงจะติดนิสัยควงดาบรอบสองรอบแต่ฉันก็ไม่เสียเวลาที่จะใช้คลื่นกระแทกที่ปลายดาบกระแทกตาลุงกระเด็นถอยหลังไป แล้ววิ่งออกตัวมาเพื่อไปรวมตัวกับสี่คนนั้น

"รีบๆโดดไปสิ! มันสูงขนาดนั้นเลยรึไง!?"

"ไม่ได้สูงเลย นี่มันชั้นแรกด้วยซ้ำ! แต่มือของเธอต่างหากที่ทำให้ฉันตกใจน่ะ! เพื่อให้พวกเราหนีไม่เห็นจะต้องตัดมือตัวเองเลยนี่!!"

"อ๋อ นี่น่ะเหรอ?"

ฉันยื่นมือซ้ายออกมา แล้วเอาดาบเสียบเก็บไปเหมือนกับตรงนี้มีปลอกดาบ มันทำให้คนอื่นทั้งกลัว ตกใจและสงสัย

แต่พอฉันปล่อยมือที่ด้ามดาบของฉัน คนพวกนี้ก็ตกใจกว่าเดิมอีก เพราะว่าดาบของฉันมันลอยอยู่ราวกับมีอะไรที่ห่อหุ้มมันไว้ แล้วฮานะก็เอะใจในที่สุด

"เวทย์มนต์...เหรอ?"

"อืม เวทย์มายาน่ะนะ"

ทันทีที่ฉันพูด มือของฉันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม และส่วนที่อยู่ตรงเท้าของตาลุงนั่นก็กายเป็นควันสีม่วง ส่วนเลือดก็ค่อยๆหายไปช้าๆ

ใช่ เพราะทักษะ 'เข้าใจ' ทำให้ฉันเรียนรู้เวทย์มายาเอาไว้ และดาบเวทย์เป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ เอาเถอะอย่าไปสนใจมากเลย

"ถ้าหายสงสัยแล้วก็ลงไปเซ่!"

*เพล้ง!*

"โอ้ย! เจ็บนะ!"

ฉันหันไปถีบใส่เต็มกลางหลังของยัยนางาซากิจนนางกระแทกเข้าใส่กระจกแล้วตกลงไปตรงโพรงหญ้า อืม...ดีนะที่ไม่โดนกระจกบาด

"แล้ว? จะไปดีๆหรือจะเอาแบบยัยนั่นดีล่ะ?"

"ป...ไปเองดีกว่า!"

เมกุมิหลบสายตาแล้วกระโดดข้ามหน้าต่างแล้ววิ่งตรงไป ตามด้วยฮานะแล้วก็ยูรินะ ถึงฉันจะเป็นคนสุดท้ายแต่ไม่มีใครมาทำอะไรฉันได้ สุดท้ายก็มีแต่ตาลุงนั่นที่ยังคงมองมาที่ฉันแต่ไร้ซึ่งความหวัง

"...อย่าทำหน้าแบบนั้น ฉันอาจจะไม่ได้ปักเชื่อแต่ก็พูดได้ว่าคำพูดของคุณมีน้ำหนัก เอากลับไปคิดดูให้ดีเรื่องความเห็นแก่ตัวนั่น แต่ฉันจะกลับมาแน่ เมื่ออาณาจักรนี้ถูกปีศาจโจมตีจริงๆล่ะก็นะ"

"เจ้า!"

"เลิกสิ้นหวังและหยุดหวังกับเรื่องแบบนั้นเถอะ ฉันแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ ฉันอาจจะไม่เหมือนคนอื่น แต่ว่านะ"

ฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ก็นะ ฉันคิดว่ามันค่อนข้างจะน่าสนุกดี ก่อนจะหาทางกลับบ้านฉันจะช่วยซักหน่อยก็แล้วกัน"

ฉันลงพลังเวทย์ที่ยังคุมได้ไม่ดีนักไว้ที่เท้าแล้วถีบตัวออก แล้วก็ทิ้งห่างพวกนั้นพร้อมกับวิ่งเข้าไปในป่า ในเวลาไม่นานฉันก็มาหาพวกเพื่อนๆของฉันที่หลบหนีมาก่อนหน้านี้ได้ทัน

ฉันเข้าไปแทรกกลางแล้วคว้าเอาสองคนไว้ที่อ้อมแขนซ้ายและขวา

"ฮานาโยโกะ!?"

"เธอจะรุกฉันเหรอ!?"

มันใช่เวลาไหมฉะยัยยูรินะ! ให้ตายสิ! มีแค่สองคนนี้นี่แหละที่ทำให้ฉันปวดหัว! ไม่ยัยยูรินะก็ยัยนางาซากิ! หัดสงบเสงี่ยมตัวเหมือนฮานะ หรืออ่านบรรยากาศเหมือนเมกุมิก็ได้นะ!

มือซ้ายฉันกอดยัยยูรินะไว้แน่น ส่วนมือขวาก็ฮานะ ฉันหันหน้าไปบอกอีกสองคนที่เหลือให้ขึ้นมาเกาะที่ไหล่ของฉันทั้งสองข้าง

[ทักษะ 'เสริมพลัง' ได้ถูกเพิ่มแล้ว]

ทักษะดีๆโผล่มาอีกแล้ว! ว่าแต่ มันเหมือนกับทักษะในเกมเลยนี่! ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงรู้นั่นก็เพราะว่าฉันเองก็เล่นเกมเหมือนกัน ก็เกมตีมอนเก็บเวลล่ะนะ แค่ยืมของยัยนางาซากิมาเล่นน่ะ

เอาล่ะ ถึงจะเลเวลยังน้อยแต่ทักษะนี้มีประโยชน์อย่างมากอย่างที่บอก

เอาล่ะ หนีไปกันเลยดีกว่า!



...ฉัน คุโรมะ ฮานาโยโกะ อายุสิบแปดปี ...หลังจากที่หลบหนีออกจากปราสาทของตาลุงนั่นได้ ...ก็เผลอฆ่าเทพมังกรเพลิงไปแล้วล่ะ...

"นิยายเรื่องนี้มันอะไรกันเนี่ย!!!?"


[>>>โปรดติดตามตอนต่อไป<<<]

"ตัดบทงี้เลยเหรอ!?"

ความคิดเห็น