อัญญา.
email-icon facebook-icon

น้ำเปลี่ยนนิสัย! กินแล้วจะเป็นยังไง ลองดู "กุ๊บกิ๊บ" นางเอกของเรื่องนี้เป็นตัวอย่างนะคะ ต่อให้สวย เลิศ เชิ่ด ฉลาด มากแค่ไหน พอเมาแล้วก็เดือดร้อนคนอื่นไปหมด โดยเฉพาะ "แทน"ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลคนเมาอย่างเธอ #มีหนังสือขายนะคะ #อีบุ๊กก็มีค่ะ :)

กรงรักมาเฟีย... อัพจบแล้วนะคะ ฝากด้วยค่าาา

ชื่อตอน : กรงรักมาเฟีย... อัพจบแล้วนะคะ ฝากด้วยค่าาา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2561 00:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กรงรักมาเฟีย... อัพจบแล้วนะคะ ฝากด้วยค่าาา
แบบอักษร

​มี E-Book ขายที่ www.mebmarket.com www.ookbee.com www.naiin.com www.hytexts.com

​​​​ขออนุญาตฝากนิยายเรื่องใหม่ให้ติดตามกันต่อนะคะ ตอนนี้อัพจบแล้วค่ะ

เอามา 5 ตอนแรกมาให้อ่านเรียกน้ำย่อยกันนะคะ

*"ลูคัส"* หัวเสียอย่างหนัก เมื่อธุรกิจของเขาต้องมาสะดุด และสูญเสียเงินก้อนใหญ่

เพราะความซื่อตรงของผู้กองคนใหม่ของพื้นที่ที่เขาทำธุรกิจ

 เขาแค้นใจจนต้องหาวิธีต่อรองกับนายตำรวจคนนี้

แต่วิธีการอันสันติที่เขายื่นข้อเสนอนั้นใช้ไม่ได้ผล เขาจึงต้องใช้วิธีที่รุนแรงยิ่งขึ้น

เขาสั่งให้ลูกน้องไปจับตัวแฟนสาวของผู้กองมาเป็นตัวประกัน

เพื่อใช้ในการต่อรอง แต่ทุกอย่างกลับผิดแผน ไม่เป็นอย่างที่เขาคิดไว้เลยสักนิด

ผู้หญิงที่นั่งตัวสั่นและน้ำตานองอยู่ตรงหน้าเขานั้น ไม่ใช่คนรักของผู้กอง

.

.

.

“นายครับ”

“ว่าไง” ลูคัสเงยหน้าจากกระบอกปืนคู่กาย ที่กำลังนั่งเช็ดทำความสะอาดอย่างสบายอารมณ์ เพราะรู้ว่าคืนนี้เขาจะได้จัดการกับคู่อริที่พยายามขัดขวางธุรกิจของเขาอยู่ร่ำไป

“แฟนของมันมาแล้วครับ” ผู้เป็นลูกน้องรายงานเจ้านายด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน มันที่พูดถึง คือตำรวจของเมืองไทย ที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่และมีอุดมการณ์แรงกล้า จะว่าดีก็ดีอยู่หรอกนะสำหรับความคิดแบบนี้ แต่มันจะดีกว่านี้ หากมันเลือกปฏิบัติกับคนอื่น ไม่ใช่เขา ไม่ใช่คนที่มันนำกำลังมาจับรถขนยาเสพติดล็อตใหญ่ ที่กำลังจะออกขายให้กับวัยรุ่นรักสนุกในประเทศไทย

“ดี! พูดดีๆ ก็แล้ว เสนอเงินให้ก็แล้ว ยังไม่ยอมปล่อยกูค้าขายอย่างสะดวก ก็ต้องใช้วิธีนี้ กูขอดูหน้าแฟนมันตัวเป็นหน่อยๆ ได้ข่าวว่าแรดไม่เบา” ลูคัสพูดจบ พร้อมๆ กับที่ใส่กระสุนลงในกระบอกปืนจนครบ

.

.

.

“มึงจับตัวใครมา!” เมื่อเดินออกมาถึงลานกว้างในโกดัง ที่เป็นจุดรวมพลของของพรรคพวกเกือบร้อยชีวิต ลูคัสก็งงแทบบ้า เพราะผู้หญิงที่ถูกมัดมือพาดไว้กับพนักพิงเก้าอี้อยู่นี้ ไม่ใช่คนที่เขาต้องการตัว

“ก็แฟนของไอ้ผู้กองดินไงครับ” ลูกน้องรีบตอบอย่างรวดเร็ว

“พวกมึงรีบมากจนตาบอดหรือไง! มึงดูรูปใหม่!” ลูคัสโยนรูปที่หยิบมาดูจากกระเป๋าเสื้อใส่หน้าลูกน้อง จะให้ดูอีกร้อยรอบ ยังไงผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่คนเดียวกับคนที่เขาต้องการตัว และสิ่งที่เขากังวลใจตอนนี้คือผู้หญิงคนนี้จะเป็นใครก็ได้ แม้กระทั่งสายของตำรวจ สิ้นความคิดและความสงสัย เขาก็เดินไปแกะเทปกาวที่ใช้ปิดปากเธอไว้

“คุณ... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ จับฉันมาทำไม” เธออยากจะยกมือไหว้ขอร้องเขาถ้าทำได้ ตลอดทางที่เธอถูกปิดหน้าปิดตาจนกระทั่งมาถึงที่นี่ เธอไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร เธอไม่รู้ว่าเธอกำลังจะไปไหน และพวกเขาก็เอาแต่พูดเรื่องการเค่นฆ่าและยาเสพติด

“เธอชื่ออะไร” เขานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ จ้องมองใบหน้าที่มีเหงื่อไหลพลั่ก และดวงตาสั่นเทาด้วยความหวาดระแวง

“ชื่อ... ชื่อ...”

“ชื่ออะไร!” ลูคัสตะคอกจนคนตรงหน้าหลับตาปี๋และตอบออกมาในทันใด

“ชื่อแพทค่ะ ฉันชื่อแพท”

“เป็นอะไรกับคนในรูป” คนที่มีอำนาจที่สุดในตอนนี้ยื่นมาไปรับรูปภาพจากลูกน้อง และแสดงให้เธอดู

“...เป็น”

“เป็นอะไร!”

“เป็นพี่สาวค่ะ เป็นพี่สาว อย่าทำอะไรฉันนะคะ” เธอไม่ได้อยากถูกเขาตะคอกอีกครั้ง แต่จะให้ตอบยังไง ในเมื่อเธอมีศักดิ์เป็นพี่สาว แต่เป็นพี่สาวคนละแม่ และคนในรูปก็ไม่ได้นับเธอเป็นญาติมิตรเลยสักนิด

“พวกมึงได้ยินแล้วใช่ไหม...” ลูคัสลุกจากเก้าอี้และเดินไปหากลุ่มลูกน้องที่ทำงานพลาดอย่างใจเย็น

“มึงเอาเหี้ยอะไรให้กิน?” เขาถามต่อแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว ร่างกายของผู้หญิงคนนั้นตัวสั่น เหงื่อออก ขยับขาไปมาแม้จะพยายามห้ามให้มันอยู่นิ่ง

“ยาปลุกเซ็กส์ครับ... พวกผมกะว่าพอนายคุยกับเธอเสร็จ ยาจะได้ออกฤทธิ์พอดี พวกผมจะได้...”

“พวกมึงทำงานพลาด แล้วยังทำตัวอดอยากอีกเหรอวะ” ลูคัสสุดจะทนกับความโง่เง่าของลูกน้อง เขาหันกลับไปมองผู้หญิงคนนั้นอย่างพิจารณา แม้ผมเผ่าจะฟูฟ่องไม่เป็นทรง หน้าตาซีดเซียวเพราะความกลัว เนื้อตัวมอมแมมจากการเดินทางมาที่นี่ แต่เธอก็ยังมีเค้าขอวความดูดี เขาไม่แปลกใจหรอกที่ลูกน้องเขาจะอยากทำอะไรต่อมิอะไรกับผู้หญิงที่ไร้ทางสู้อย่างเธอ

“เอาไปที่ห้อง” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ จะไม่มีใครได้แตะต้องผู้หญิงคนนี้ จนกว่าเขาจะแน่ใจว่าเธอไม่ใช่บุคคลอันตราย และหากว่าเธอร้อนรุ่มจนทนไม่ไหว เขาจะเป็นคนสนองอารมณ์ที่เธอกำลังต้องการให้เอง

“ครับนาย” เหล่าลูกสมุนก้มหน้ารับคำสั่งก่อนที่เจ้านายจะเปลี่ยนใจมาลงโทษพวกเขา และพาเธอไปยังห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพพอที่จะอยู่อาศัย เมื่อได้โอกาสอยู่เพียงลำพัง เธอก็ใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดที่มี พาร่างตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำมาลูบใบหน้า ลำคอ และแขนของตัวเองเพื่อดับความร้อนในร่างกายที่เธอไม่คุ้นชิน มันร้อนจนไม่สามารถพยายามจะควบคุมจิตใจให้อยู่สงบๆ ได้

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ลูคัสเปิดประตูเข้ามาในห้องและมองผู้หญิงที่เสื้อเปียกปอนไปด้วยน้ำ

“ค่ะ... คุยเลยค่ะ” เธอกลัวจนไม่คิดจะปฏิเสธหรือขัดใจอะไรเขาแม้แต่น้อย เธอเดินตามเขาไปนั่งบนโซฟาในส่วนของห้องนั่งเล่นเล็กๆ

“เธอชื่ออะไร”

“แพทค่ะ”

“...”

“ชื่อจริงชื่อพัทธิราค่ะ” เธอรีบพูดต่อ เพราะเห็นเขามองเธอด้วยโดยไม่พูดอะไร

“เธอทำงานอะไร”

“ฉันเป็นเจ้าของคาเฟ่ค่ะ”

“คาเฟ่แบบไหน”

“คาเฟ่ มีเครื่องดื่ม มีเบเกอรี่ มีอาหาร มี...”

“อายุเท่าไหร่”

“ยี่สิบหกค่ะ” เธอพูดจบก็ใช้สองมือลูบแขนตัวเอง จากที่ร้อนแทบไหม้เมื่อครู่ ทำไมตอนนี้มันหนาวจนขนลุก

“ขายดีไหมที่ร้าน”

“ก็มีกำไรทุกวันค่ะ”

“ก็แปลว่าขายดี... หนาวไหม” ลูคัสเห็นท่าทีของเธอก็พอจะรู้แล้วว่าเธอกำลังรู้สึกแบบไหน เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้เธอ

“ไปอาบน้ำ เสื้อผ้าอยู่ในตู้ พักผ่อนให้สบาย ไม่มีอะไรต้องกังวล เธอจะได้กลับบ้านแน่นอน” เขาพูดจบก็ยื่นผ้าเช็ดตัวให้เธอ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป เมื่อแน่ใจเห็นว่าเขาออกไปแล้ว จึงวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เธอปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากจนตัวเปล่าเปลือย น้ำอุ่นๆ ที่ไหลลงกระทบผิวกาย ช่วยดับความหนาวเมื่อครู่ แต่เมื่อมือสัมผัสกับร่างกาย เธอกลับรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเล็กๆ มาถูกตัว และเมื่อลูบคลำต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับฟองสบู่ก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่ดีเหลือเกิน

“คุณ...” หญิงสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับเนื้อกายของตนสะดุ้งตกใจ เมื่อชายคนเดียวที่เธอคุ้นตามากที่สุดในสถานที่แปลกใหม่นี้เดินเข้ามาในห้องน้ำ พร้อมกับร่างกายที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากเธอ เขาไม่พูดอะไรนอกจากกระตุกยิ้มมุมปากและเดินมาโอบกอดเธอจากเดินหลัง อกกำยำของเขาแนบชิดติดกับแผ่นหลังของเธอ เขาสอดแขนเข้าไปที่ใต้รักแร้และวางมือลงบนก้อนเนื้อนุ่มกลมกลึงขนาดใหญ่กว่ามือเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วสะกิดปลายยอดถันที่แข็งและชี้เด่

“อาห์...” พัทธิราสะดุ้งเล็กน้อย แต่หากความตกใจที่เกิดขึ้นนั้น มันทำให้เธอรู้สึกดีเหลือเกิน

“ชอบไหม...” ลูคัสถามเธอด้วยน้ำเสียงยั่วยวนชวนฟัง มือก็บีบคลึงสองเต้าอย่างเมามัน ถ้าจะให้ประเมินหน้าอกของเธอกับผู้หญิงที่เขาเคยจับ หน้าอกของเธอนั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่ทำให้เขาพึงพอใจอย่างมาก เพราะมันไม่หย่อนยานไปตามแรงน้อมถ่วงและเด้งรับกับมือของเขาดีเหลือเกิน

“หยุด...” เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าอาการที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร เพียงแค่สัมผัสเธอก็ยิ่งเสียวซ่านไปทั้งกายอย่างควบคุมไม่ได้ ต้องเป็นเพราะน้ำที่ลูกน้องของผู้ชายคนนี้เอาให้เธอดื่ม เมื่อมาถึงที่นี่แน่ๆ เธอไม่น่าเห็นแก่ความกระหาย แต่ถ้าตอนนั้นไม่ดื่ม เธออาจจะหมดเรี่ยวแรงจนไม่มีลมหายใจจนถึงตอนนี้ก็ได้

“อยากให้ฉันหยุดก็อย่าแอ่นนมให้ฉันจับ แล้วก็อย่าแอ่นก้นมาถูกับน้องชายด้วย”

“อาห์...” พัทธิราแทบยืนไม่ไหว เมื่อเขาขบกัดลงบนซอกคอของเธอ ทำไมมันร่างกายมันถึงต้องการให้เขาทำแบบนี้กับเธอทุกที่บนร่างกาย แต่ปากกลับไม่พูดแบบนั้นออกมา

“ฉันอาบน้ำให้เธอเอง” ลูคัสละมือจากสองเต้า และหันตัวเธอให้มาเผชิญหน้ากับเขา ก่อนจะใช้มือปัดฟองสบู่ออกจากตัวของเธอไปเรื่อยๆ จนสายตาได้เห็นทุกสัดส่วนอย่างชัดเจน อกสวยได้รูปกลมกลึงอย่างธรรมชาติ เอวคอดกิ่ว รับกับสะโพกพาย ขาเรียวยาวไร้รอยแผล และจุดซ่อนเร้นตรงนั้น ที่ดูแต่ตาคงประเมินไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร เมื่อสิ้นความคิดการวิเคราะห์ ลูคัสก็ใช้นิ้วกลางแทรกกลางเข้าไปในกลีบดอกไม้นั้น ก่อนจะเลื่อนนิ้วลากยาวทักทายทุกจุดเสียวเพื่อทำความรู้จัก

“อย่า... ทำ...” เธอบอกเขาด้วยเสียงที่เหลือสติน้อยลงทุกที

“ได้...” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะอุ้มตัวเธอออกจากห้องน้ำและวางเธอลงบนเตียง เขายืนมองผู้หญิงที่ร่างกายเปลือยเปล่าอย่างพิจารณา แต่ไม่มีความคิดของความดีใดๆ เกิดขึ้น เพราะหากเขาปล่อยของสวยงามแบบนี้ให้พวกลูกน้องเขาได้เชยชม เขาคงโง่เต็มทน ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็ขึ้นมาบนเตียง จับขาเรียวทั้งสองข้างแยกออกจากกัน กลีบดอกไม้ถูกแหวกออกให้เห็นภายในอย่างเต็มตา มันสวยงามเกินกว่าที่เขาคิดไว้ หากไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนผ่านเข้ามา ก็คงจะผ่านการใช้งานมาน้อยครั้งเหลือเกิน ลูคัสเริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ เพราะยิ่งมองก็ยิ่งทนเกิดอารมณ์ร้อนรุ่มไปทั้งกาย เขาโน้มตัวไปกลิ่นหอมจากสบู่ที่เขาเพิ่งล้างออกจากตัวเธอเมื่อครู่ ก่อนจะระดมจูบและสร้างรอยแดงไปทั่วทั้งเนินอก ดูดดื่มสองเต้าของคนที่นอนบิดไปมาและสองมือกำผ้าปูที่นอนเอาไว้ ไม่มีคำปฏิเสธใดๆ เพราะฤทธิ์ยา มีแต่เสียงครางที่ออกมาจากปาซึ่งมันช่วยกระตุ้นอารมณ์ของเขาได้ดีเหลือเกิน

“เธอรู้จักผู้หญิงคนนั้นจริงหรือเปล่า” เขาถามพร้อมกับไล่ปลายจมูกไปตามแก้มนวล ที่ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดทำให้ดูหมองคล้ำเหมือนก่อนหน้านี้ได้

“จริง... ค่ะ” เธอพูดจบจับผมเขาไว้ อยากสัมผัสเขาเหมือนที่เขาทำกับเธอตอนนี้บ้าง

“เธอไม่รู้จักฉันใช่ไหม” ลูคัสพลิกตัวเธอมาไว้ด้านบน เขานอนมองหน้าผู้หญิงที่ชื่อพัทธิรา (ถ้าเขาจำไม่ผิด) และยื่นสองมือไปขยำอกอูม ตัวก็ขยับไปมา ให้เธอทำตาม

“ไม่... อาห์” พัทธิราครางดังกว่าครั้งไหน เมื่อเขายกตัวเธอให้ก้นวางไว้ตรงขา ปลายหัวสีแดงระเรื่อของเขา ผ่านปากทางสวาทของเธอไปอย่างเฉียดฉิว แต่ไม่ได้ต้องการแบบนั้น เธออยากให้เขาเอามันเข้าไป

“พรุ่งนี้ฉันเปิดปากเอาความจริงจากเธอ” ลูคัสไม่อยากจะสอบสวนอะไรตอนนี้ เขาพลิกร่างเธอมาไว้ด้านล่างและแยกขาเรียวออกจากกัน ก่อนจะดันลำกายที่พร้อมรอทำหน้าที่อยู่ก่อนหน้านี้เข้าไปในโพรงสวาทอย่างใจเย็น เนื่องจากมันเล็กเสียจนลำกายขนาดใหญ่ของเขานั้นเข้าไปได้อย่างลำบาก และหากใจร้อนเกินไป อาจจะเป็นเขาเองที่หมดสนุก ไม่ใช่ผู้หญิงที่นอนกัดปากอย่างยั่วยวนและส่งสายตาแสนปรารถนาในตัวเขาจนแทบทนไม่ไหว ลูคัสออกแรงที่สะโพกอย่างเป็นจังหวะ จนในที่สุดแก่นกายของเขาก็เข้าไปด้านในนั้นได้อย่างไม่ยากมากนัก ต้องขอบคุณน้ำหวานจากดอกไม้แสนสวยนี้ที่ไหลรินออกมาช่วยเขาได้อย่างดี

“หึ...” ลูคัสมองเธออย่างผู้ชนะ และออกแรงเสพสมผู้หญิงคนนี้อย่างเพลินใจ จะจูบ จูบดูด จะหอม จะออกแรงกระแทกมากเพียงใด เธอก็ไม่ปริปากบ่น เสียงที่ออกมามีแต่ความเสน่หา กระเซ่าคราง ชวนฟัง จนเขาอยากจะฟังแบบนี้ทุกวัน

“เธอชื่ออะไรนะ?” เขาถามหลังปากทางรักของเธอขมิบตอดแก่นกายของเขา จนเขาแทบจะทนไม่ไหว เขาออกแรงมากกว่าเก่า จนเสียงกระทบกันของจุดที่เชื่อมคนสองคนเป็นคนเดียวกันดังตับๆ จนลูกน้องที่เดินผ่านไปผ่านมาได้แต่มองหน้ากัน แล้วยิ้มอย่างรู้กัน

“แพท...”

“แพท...” ลูคัสยิ้มมุมปาก ก่อนจะออกแรงล็อตสุดท้ายและดึงลำกายออก ก่อนที่มันจะปล่อยน้ำรักไว้ในตัวของผู้หญิงคนนี้ เขาต้องการเพียงความสนุกชั่วครู่ ไม่ได้อยากจะผูกพันกับใคร หรือรับผิดชอบชีวิตใครในตอนนี้

.

.

.

“แดน... ไปสืบมา ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” ลูคัสเดินออกมาจากห้องโดยมีผ้าเช็ดตัวผูกเอวเอาไว้ และยื่นกระดาษที่มีชื่อเล่นและชื่อจริงของผู้หญิงที่นอนหลับไปแล้วในห้อง

“ครับ” ลูกน้องรับมันมา และยิ้มให้เจ้านาย

“ยิ้มเหี้ยอะไรของมึง” เขาถามกลับด้วยเสียงที่แม้จะฟังดูโมโห แต่หน้าตาไม่ได้คิดจะเอาผิด เพราะลูกน้องคนนี้ เป็นลูกน้องคนสนิทของเขา

“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่สงสัยว่าเสียงเงียบไปนานแล้ว แต่ทำไมนายเพิ่งออกมา”

“ถ้าอยากเสือกมาก วันหลังก็ตามกูเข้าไปเลยนะ... พวกมึงด้วย” เขามองหน้าแดน ลูกน้องคนสนิท และคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

“ขอโทษครับนาย”

“ห้ามใครเข้าออกห้องนี้ ถ้าตั้งใจฟังอย่างอื่นนัก ก็ตั้งใจคำสั่งกูด้วย”

“ครับนาย” เสียงรับคำสั่งดังขึ้น พร้อมๆ กับที่ลูคัสเดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง และเมื่อเจ้านายเดินพ้นไป บรรดาลูกน้องบ้างก็หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา บ้างก็แบมือรอรับเงินจากเพื่อน

“กูบอกแล้วว่านายชอบ”

“เออ! กูก็คิดว่านายจะเอาเสร็จแล้วก็จบๆ ไปเหมือนคนอื่น” คนที่แพ้พนันต่างออกความเห็น หลังจากเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง ว่าเจ้านายของตัวเองไม่มีทางใส่ใจผู้หญิงคนไหนแน่นอน

.

.

.

“โอ๊ย...” พัทธิราลืมตาขึ้นมา หลังจากรู้สึกตื่นและก้าวขาเพื่อก่ายหมอนข้าง หากแต่ว่าเกิดความเจ็บปวดไปทั้งขาและ...

“คิดว่าจะนอนจนถึงปีหน้า”

“คุณ!” เธอตกใจที่หันมาเจอเขายืนนั่งอยู่ข้างเตียง เขา... คนที่น่าจะเป็นคนสั่งให้ลูกน้องจับเธอมาที่นี่

“ฉันอยู่ที่ไหน” พัทธิราถามและขยับตัวนั่งด้วยร่างกายความปวดเมื่อยร่างกาย เหมือนที่เพิ่งวิ่งออกกำลังกาย หลังจากไม่ได้วิ่งมานาน

“คุณเป็นใคร”

“ฉันอยู่ที่ไหน คุณเป็นใคร จับฉันมาทำไม... มีคำถามที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ไหม” ลูคัสเดาใจเธอออก

“...แล้วจะให้ฉันถามอะไรล่ะ”

“เมื่อวานไม่เห็นปากเก่งอย่างนี้ นั่งตัวสั่น น้ำตาคลอ”

“...คุณจับฉันมาเรียกค่าไถ่หรือเปล่า ฉันไม่มีเงินนะ ครอบครัวฉันก็ไม่มี” พัทธิราจำได้ เธอตลอดทางที่มาถึงที่นี่ เธอกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่นั่งเงียบๆ และสวดมนต์ขอให้เธอรอดพ้นออกไปได้ เธอจะไม่เอาเรื่องใครเลย เธอจะไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับอำนาจมืดและคนที่แสนน่ากลัวอย่างเขาแน่นอน

“ตกลงมีครอบครัว... หรือไม่มี” เขาโชว์รูปภาพใบเดิมให้เธอดู

“...ฉันรู้จัก”

“แล้ว?”

“ก็... อย่ายิงฉันนะ” เธอยกมือไหว้เขา เมื่อเขาหยิบปืนที่เมื่อครู่อยู่ตรงไหนไม่รู้ มาวางบนเตียง

“ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง ว่าฉันจะยิงหรือไม่ยิง ไม่ใช่เธอ”

“ฉันรู้จัก... เค้าเป็นลูกสาวของพ่อฉัน แต่คนละแม่” พัทธิราตอบด้วยความเร็วติดจรวด

“แล้วคนนี้?” ลูคัสหยิบรูปของผู้กองดิน หรือ ผู้กองปฐพีให้พัทธิราดูบ้าง เขาเห็นเธออึ้งกับใบหน้านี้เล็กน้อย ดวงตาเธอสั่นเครือ แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น

“รู้จัก แฟนของคนเมื่อกี้”

“อาบน้ำ แต่งตัว แล้วไปหาฉันที่ห้อง” ลูคัสได้คำตอบที่ต้องการก็เดินออกจากห้องไป

“ห้องอะไรคะ... คุณ... คุณ!” เธอตะโกนถามเขา และเหมือนว่าเขาจะได้ยิน แต่ไม่ใส่ใจ เธอลุกไปเข้าห้องน้ำ และเมื่อส่องตัวเองในกระจกก็ต้องตกใจ มีรอยแดงเป็นจ้ำๆ ทั่วเนินอก ต้นคอก็มี แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ว่าเธอไปโดนอะไรมา ส่วนความรู้สึกเจ็บที่หว่างขาเมื่อตอนตื่นนอนก็ลดน้อยลง เธอส่องกระจกไปมา หมุนซ้าย หมุนขวา มองด้านและด้านหลังอย่างหาคำตอบ จะแพ้แมลงหรือฝุ่นก็ไม่น่าใช่ร่างกายเธอไม่ได้บอบบางขนาดนั้น หรือว่า...

*“ฉันจะอาบน้ำให้เธอเอง...”* เธอจำคำพูดนี้ได้อย่างเลือนลาง รู้สึกว่าได้ยินเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ไม่มั่นใจ ความคิดในหัวผุดคำถามขึ้นมาเต็มไปหมด เธอจำได้ว่าลูกน้องเขาพาเธอมาในห้องนี้ และสิ่งสุดท้ายที่จำได้คือการนั่งคุยกับเขาบนโซฟาที่ห้องนั่งเล่นและ... และเธอก็จำอะไรไม่ได้แล้ว เธอสะบัดหน้าเพื่อลบความสงสัยต่างๆ ไป ตอนนี้อาบน้ำก่อนจะดีกว่า คิดถึงกระบอกปืนที่วางใกล้ตัวแล้วก็ขนลุกซู่ขึ้นมา

.

.

.

“เอ่อ...” พัทธิราแง้มประตูออกมา หลังจากแต่งตัวด้วยชุดเดิมที่เธอใส่เมื่อวาน แต่มันถูกซักจนหอมสะอาดแล้ว

“ตามผมมา” ยังไม่ทันที่เธอจะได้ถามในสิ่งที่สงสัย คนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็ตอบทุกอย่างหมดแล้ว เธอเดินตามเขาไปด้วยความกลัว กลัวสายตาของผู้ชายทุกคนที่เธอเดินผ่าน เธอพยายามมองไปรอบๆ บริเวณที่มีคนอยู่หลายสิบคน มันเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ ใหญ่มากเหมือนอยู่ในหอประชุมโรงเรียน แต่ถูกต้องแต่งเรียบๆ สบายตา และเย็นฉ่ำด้วยความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มีมุมวางทีวีขนาดใหญ่ พร้อมด้วยโซฟา เก้าอี้ และโต๊ะทานอาหาร คล้ายๆ กับร้านเหล้าขนาดย่อมๆ ที่มีฟุตบอลให้ดูฟรี มีโต๊ะปิงปองสองโต๊ะ มีบาร์เครื่องดื่มรวมอยู่ด้วย แต่ยังไม่ทันจะได้มองจนครบถ้วน ก็ตัดสินใจกลับมาเดินมองเท้าของคนข้างหน้า เพราะสู้สายตาของคนเหล่านั้นไม่ไหว

“เชิญ” เขาหยุดเดินที่หน้าประตูห้อง ซึ่งแยกตัวออกจากห้องโถงเมื่อสักครู่อย่างเป็นส่วนตัว

“เข้าไปเลยเหรอคะ” พัทธิราถามเพื่อความแน่ใจ เธอต้องเคาะประตูก่อนหรือเปล่า เธอกลัวว่าทำตัวไม่มีมารยาท แล้วจะโดนยิง กลัวที่สุดตอนนี้ก็คือกลัวเป็นศพไร้ญาติอยู่ที่นี่

“...ค่ะ” ไม่ได้คำตอบอะไรอีกตามเคย แต่คนนำทางก็เปิดประตูให้เธอเรียบร้อยแล้ว

.

.

.

“กินสิ” เมื่อเดินเข้ามาในห้อง เขาก็ชี้ไปที่โต๊ะเล็กๆ ที่มีอาหารวางอยู่

“กินไปเถอะ ถ้าไม่อยากตาย” เจ้าของห้องบอกพร้อมกับยกขายาวๆ มาวางบนโต๊ะทำงาน

“ค่ะ” พัทธิราทำตามที่เขาบอก ถ้าจะตาย ก็ขากินให้อิ่มก่อนตายแล้วกัน กว่าจะมีคนรู้ว่าเธอตาย กว่าจะมีคนทำบุญมาให้อาจจะนาน

“อยากกลับบ้านไหม” ลูคัสนั่งมองเธอเอาข้าวเข้าปากคำแรกเสร็จก็เอ่ยถาม

“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบ

“งั้นเล่าความสัมพันธ์ของน้องสาวเธอ แฟนของน้องสาวเธอ แล้วก็เธอให้ฉันฟังหน่อย”

“เค้าก็เป็นแฟนกัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“แล้วนี่คืออะไร?” ลูคัสเดินมานั่งตรงข้ามกับเธอ พร้อมกับรูปคู่ของเธอกับปฐพี

“เอาโทรศัพท์ฉันมานะ!”

“นั่ง!” เขาเสียงดังกว่าจนเธอต้องหย่อนก้นลงที่เดิมโดยไม่มีข้อแม้

“ทำไมฉันต้องเล่าด้วย”

“ฉันจะได้ตัดสินใจ ว่าจะส่งเธอกลับบ้านหรือให้เธออยู่ที่นี่ต่อดี ก็อย่างที่เธอรู้นั่นแหละ ผู้กองดินเป็นดี แต่พอดีว่ามันดีเกินไปหน่อย ความดีของมันทำให้ฉันทำงานลำบาก ขอร้องดีๆ ก็แล้ว เสนอเงินให้ก็ไม่ได้ผล ฉันเลยต้องหาวิธีการใหม่ๆ และตอนนี้ฉันกำลังคิดอยู่ว่า ตกลงมันเห็นผู้หญิงคนไหนสำคัญกว่ากัน ระหว่างแฟนของมัน กับพี่สาวของแฟนมัน ที่ไม่ยอมรับสายมันจนกระทั่งตอนนี้” ลูคัสหันหน้าจอให้เธอดู สายเรียกเข้าของ “พี่ดิน” ดังจนตัดสายไป และเป็นสายที่หนึ่งร้อยแปดสิบสามแล้ว

“ฉันไม่ได้สำคัญกับเค้าขนาดนั้นหรอก คุณใช้วิธีอื่นดีกว่า”

“รักสามเศร้าสินะ น้ำเน่าจริงๆ เลยว่ะ ลูกติดพ่อ แม่เลี้ยงก็ดันร้ายกาจ มีลูกสาวใหม่ ลูกสาวก็อยากได้แฟนของลูกเลี้ยง ส่วนเธอก็คงกลัวไม่มีคนรัก เลยยอมหลีกทางให้”

“คุณ! มันจะ...”

“มันจะพูดแทงใจเธอเกินไปเหรอ... ก็ฉันพูดเรื่องจริง แต่ฉันว่าฉันพอจะเดาตอนต่อไปได้นะ ไอ้ผู้กองคนนี้คงจะยังรักเธออยู่ ส่วนเธอก็ตัดใจไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ คนเป็นพี่ก็แบบนี้แหละ ต้องเสียสละให้น้อง”

“ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเลย ฉันจะอยู่เงียบๆ ฉันไม่อยากตายก่อนวัยอันควร”

“อย่าพูดอะไรยาวๆ ได้ไหม พอดีภาษาไทยฉันไม่ค่อยแข็งแรง” ลูคัสยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาทคนฟัง ส่วนพัทธิราก็ได้แต่นั่งมองหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจออกมา

“คุณส่งฉันกลับบ้านเถอะนะคะ ฉันขอร้อง ฉันสาบานเลยว่าฉันจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร หรือถ้ามันจะทำให้คุณลำบาก คุณให้ลูกน้องคุณไปส่งฉันที่ไหนก็ได้ ที่มีรถสาธาณนะให้ฉันกลับบ้าน”

“อย่าพูดอะไรที่ฉันไม่ได้ถาม... เข้ามา!” เขาฟังเธอพูดจดจบ แต่ก็ไม่แสดงท่าทีใดๆ นอกจากหันไปมองประตูที่ลูกน้องกำลังเดินเข้ามา

“นายครับ คนของเรารายงานว่าผู้กองปฐพีไปรอผู้หญิงคนนี้ที่บ้านสองชั่วโมงแล้วครับ”

“ดี... บอกคนของเราให้จับตาดูเอาไว้ แล้วรถที่เตรียมจะไปส่ง.... ไม่ต้องแล้ว”

“มะ... ไม่... ไปส่งฉันเถอะนะคะ” พัทธิรายื่นมือไปจับแขนเขาอย่างขอร้อง สายตาเธอมองเขาอย่างขอความเมตตาปราณี แต่เพียงไม่กี่วินาที เจ้าของแขนล่ำๆ นั้นก็ดึงแขนออกจากการเกาะกุม เพราะเห็นลูกน้องก้มหน้ามองพื้นพร้อมกับอมยิ้ม

“ฉันไม่ฆ่าเธอวันนี้หรอก ไม่ต้องร้องไห้ อยู่ที่นี่เธอจะสนุกจนลืมไม่ลง” ลูคัสมองเธอกลับอย่างเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มของเขาเหมือนรอยยิ้มของผู้ร้ายในละคร ไม่มีความรู้สึกใดๆ ที่ส่งผ่านมาให้พัทธิรารู้สึกว่ามันจะสนุกแบบที่เขาพูดเลยสักนิด

“ไปทำตามแผนที่ฉันสั่งได้แล้ว... จะได้รู้กันว่าผู้หญิงคนนี้จะได้กลับบ้าน หรือว่าได้อยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก”

“ครับนาย”

“ถ้าคุณอยากทำร้ายพี่ดินทำไมคุณไม่จับตัวเค้ามาล่ะ จะมาจับฉันทำไม หรืออยากใช้คนรักของเค้าเป็นเครื่องมือก็ไปจับแฟนเค้ามาสิ จะให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อทำไป!” พัทธิราหมดความอดทน เธอไม่ได้เกี่ยวของอะไรกับเรื่องนี้สักนิด ทำไมต้องมาติดร่างแหแบบนี้ด้วย คนที่เขาควรจะใช้ต่อรองต้องเป็นน้องสาวของเธอไม่ใช่เหรอ

“จะตะโกนเสียงดังให้มันได้อะไรขึ้นมาหะ! ฉันสั่งให้เธออยู่ที่นี่ เธอก็ต้องอยู่!”

“แล้วทำไมฉันต้องอยู่ที่นี่ด้วย ในเมื่อลูกน้องคุณจับมาผิดคน ก็ปล่อยฉันไปสิ ฉันสัญญาแล้วไงว่าฉันจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร แค่นี้ฉันกลัวตายจะแย่อยู่แล้ว ไหนฉันจะเป็นห่วงแมวที่บ้านฉันอีก!”

“ฉันจะเชื่อคำพูดของเธอได้ยังไง ขนาดน้องสาวเธอ เธอยังทรยศ!” ลูคัสลุกขึ้นมาเถียงกับเธออย่างไม่ยอมแพ้

“ฉันไม่เคยทรยศใคร แล้วคนที่คุณพูดถึงก็ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน เพราะพวกเค้าไม่เคยนับฉันเป็นคนในครอบครัว!” น้ำเสียงของเธอแม้จะแข็งกร้าว แต่คำพูดนั้นทำให้คนฟังนั้นเกิดอาการสงสารเธอจนพูดอะไรไม่ออก

“เธอต้องอยู่ที่นี่ ถึงเวลาที่เธอควรกลับ ฉันจะได้กลับ ตามฉันมา!” ลูคัสพูดจบก็เดินนำเธอออกไปจากห้อง เขาพาเธอเดินมายังห้อง ที่อยู่ถัดจากห้องของเขาและเปิดประตูเข้าไปด้านใน

“ต่อไปนี้เธอต้องพักที่ห้องนี้ ห้ามออกไปเดินเพล่นพล่านโดยที่ฉันไม่ได้อนุญาต ห้ามสอดรู้สอดเห็น ห้ามพูดอะไรโง่ๆ แบบเมื่อกี้นี้อีก ไม่งั้นฉันจัดการเธอแน่”

“คุณจะจัดการอะไรฉัน” แม้จะหวาดกลัว แต่ปากก็ยังกล้าถามออกไป

“แบบเมื่อคืนเป็นไงล่ะ...” เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันหลังเดินกลับไป

“เดี๋ยว!” พัทธิราวิ่งไปยืนขวางประตูเอาไว้ จนร่างกายของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่แดนติเมตร ลูคัสมองหน้าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงข้ามอย่างพิจารณา คนที่สูงเลยไหล่ของเขามาเพียงนิดเดียว กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่มองอย่างกล้าหาญนั้น ไม่สามารถปกปิดความหวาดกลัวที่เธอพยายามซ่อนเอาไว้เลยสักนิด

“ลงโทษแบบเมื่อคืนคือแบบไหน...”

“อยากรู้มากใช่ไหม?” ลูคัสยิ้มถาม แต่สำหรับพัทธิรา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจและไม่จริงใจเลยสักนิดเดียว

“หยะ... อยาก” เธอตอบและขยับตัวไปทางซ้าย เพื่อหนีตัวเขาที่เข้ามาใกล้เธอทำไมก็ไม่รู้...

“จำไม่ได้เลยสักนิด?” ลูคัสถามย้ำให้แน่ใจว่าเธอจำรสรักอันเร่าร้อนที่เขามอบให้เธออย่างสาสมความอยากไม่ได้

“ไม่ได้ ฉันตื่นมาฉันก็ไม่ได้รู้สึกถูกทำร้ายอะไรเลย”

“ไม่เจ็บอะไรตรงไหนเลย?”

“โอ๊ย!” พัทธิราเจ็บที่เขากระชากข้อมือของเธอไปจับไว้ ก่อนจะยกมันขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้าง

“ฉันถามว่าจำได้ไหม!”

“ไม่ได้ค่ะ จำไม่ได้!”

“งั้นก็มาทบทวนกันหน่อยแล้วกัน!” ลูคัสรู้สึกคล้ายกับถูกดูถูกกลายๆ ลีลาบนเตียงของเขา ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ต้องติดอกติดใจทั้งนั้น แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเมามายจนแทบไม่มีสติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้เธอคนนั้นเรียกร้องหาเขาอยู่ร่ำไป แต่กับเธอคนนี้ทำไมกลับตรงกันข้าม และยิ่งเธอดิ้นหนีจูบของเขา เขาก็ยิ่งรู้สึกถูกท้าทาย และคนที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ต้องเป็นเขา ท่าทางรังเกียจและเสียงขับไล่ จะต้องเปลี่ยนเป็นเสียงครางแบบที่เขาได้ยินเมื่อคืน เพราะมันฟังแล้วลื่นหูกว่าเยอะ

“ออกไป... อื้อ!”

“อยากจำได้ไม่ใช่หรือไงว่าเมื่อคืนฉันลงโทษยังไง แล้วเธอชอบการลงโทษของฉันจนร้องครางขนาดไหน อ้าปาก!” แม้คำสั่งจะไม่เป็นผล แต่ลูคัสก็แทรกลิ้นเข้าไปในปากของพัทธิราได้ในที่สุด เขาระดมจูบอย่างไม่ลดละ จนเธอหยุดพยายามต่อต้านเขา แต่ก็ไม่ได้ตอบสนอง เพราะหมดเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับเขา เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนคุกคามและทำร้ายจิตใจแบบนี้มาก่อน ตัวเธอชาและเหมือนสมองจะหยุดสั่งการ แม้แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาอุ้มเธอมานานลงบนเตียงและกระชากเสื้อของเธอออกจนขาด เธอยังไม่มีแม้แต่แรงที่จะเอ่ยปากขอร้องให้เขาหยุด เธอเห็นเขาก้มลงดูดหน้าอกของเธอ เสียงหายใจแรงๆ ของเขานั้นดูมีพึงพอใจกับเรือนร่างของเธอ และจิตใจเธอล่ะ เขาสนใจบ้างหรือเปล่า

“คุณ...” พัทธิราพยายามตั้งสติและเรียกเขาด้วยเสียงอันแผ่วเบา ลูคัสได้ยินก็หยุดการกระทำทุกอย่างและมองดวงตาที่น้ำตาไหลรินลงมา

“ฉันอยู่ที่นี่ต่อก็ได้ แต่อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันขอร้อง” เธอยกมือไหว้เขา แม้จะดูไร้ศักดิ์ศรี แต่มันก็เป็นการรักษาชีวิตของตัวเอง เธอไม่ได้กลัวว่าร่างกายเธอจะสึกหรอหรือบอบช้ำ แต่เธอไม่อยากให้ความทรงจำอันแสนปวดร้าวนี้อยู่กับเธอไปตลอดชีวิต แล้วหากเมื่อคืนเขาทำแบบนี้กับจริงๆ เธอก็ถือว่าเธอโชคดีเหลือเกินที่จำเรื่องนั้นไม่ได้เลยสักนิด

ลูคัสสะท้อนใจกับภาพที่เห็น แม้จะรู้สึกเห็นใจ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองเลยสักนิด เขาลงจากเตียงและก้มหยิบเสื้อที่เขาทำขาดโยนไปให้เธอ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป พร้อมกับเสียงประตูดังปัง โดยภายในห้องมีผู้หญิงที่ก้มหน้าร้องไห้ใส่หมอน เพราะไม่อยากให้ใครได้ยินความอ่อนแอของตัวเอง

.

.

.

“ไปจัดเสื้อผ้ามายี่สิบชุด ชุดนอน กางเกง เสื้อ ชุดอะไรเอามาให้ครบ” ลูคัสเดินออกมาสั่งลูกน้อง และมองไปที่ประตูห้องของพัทธิราด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เพราะเธอทำให้ร่างกายเขาปั่นป่วน จนตอนนี้อะไรๆ ที่มันจะสงบ ควรจะอ่อนลง แต่มันกลับไม่มีทีท่าแบบนั้นเลยสักนิด

“เธอจะอยู่กับเราอีกนานเหรอครับ” ลูกน้องถามด้วยสงสัย เพราะปกติลูคัสไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนอยู่ที่นี่เกินสามคืนเลย

“นานจนกว่าไอ้ผู้กองนั่นมันจะเลิกขวางทาง”

“ครับ” ลูกน้องรับคำสั่งและเดินจากไป เพราะถ้าถามมากความ อารมณ์ของเจ้านายจะร้อนเป็นไฟมากกว่านี้ ลูคัสยังคงจ้องมองที่ประตูบ้านนั้นอย่างใช้ความคิด เขามั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้จะสามารถเป็นตัวต่อรองกับผู้กองนั่นได้แน่นอน แต่เขาก็ต้องพิสูจน์ความคิดของตัวเอง ด้วยการให้ลูกน้องไปจับตัวของน้องสาวเธอมาอีกคน ถ้าไอ้ผู้กองมันร้อนรนกับการหายตัวไปของแฟนมันมากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในห้องนี้ เขาก็จะปล่อยตัวเธอไป

.

.

.

“ผมเอาเสื้อผ้ามาให้ครับ” แดน ลูกน้องคนสนิทของลูคัส เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงกระดาษมากมาย แต่เมื่อเห็นพัทธิราขยับตัวนั่งชิดติดหัวเตียง ก็รู้ว่าเธอกำลังหวาดระแวง แม้ว่าเขาจะส่งยิ้มให้เธอแล้วก็ตาม

“ผมไม่ได้เข้ามาทำร้ายคุณครับ แค่เอาเสื้อผ้าที่นายสั่งมาให้คุณ หิวไหมครับ ผมจะได้จัดอาหารมาให้”

“...เจ้านายคุณไม่อยู่เหรอคะ” เธอมองหน้าเขาอย่างใช้ความคิด รอยยิ้มของเขาที่ส่งมาก็ปลอบใจตัวเองว่าเขาไม่เข้ามาทำร้ายเธอจริงๆ

“อยู่ครับ” แดนเห็นสายตาผิดหวังของเธอ ก็ไม่รู้จะทำยังไง

“เดี๋ยวผมไปเอาอาหารมาให้นะครับ”

“ขอน้ำเปล่าด้วยได้ไหมคะ!” เธอถามเขาก่อนที่เขาจะเดินออกไป

“กี่ขวดดีครับ”

“สองก็ได้ค่ะ...” เธอตอบเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่เมื่อเขาพยักหน้าและส่งยิ้มมาให้อีกครั้ง เธอก็โล่งอก ก่อนจะกระโดดลงจากเตียงไปหาเสื้อมาใส่ หลังจากต้องเปลือยอกอยู่นาน

.

.

.

“กูเอาเข้าไปเอง” ลูคัสมาดักรอถาดอาหารจากแดนอยู่หน้าห้องของพัทธิราสักพักแล้ว เขาเคาะประตูและยื่นมือไปรับถาดอาหาร โดยมีแดนเปิดประตูให้

“ผิดหวังหรือไงที่เป็นฉัน” เขาเห็นเธอหุบยิ้มก็อดไม่ได้ที่จะกระแนะกระแหน

“เปล่าค่ะ” พัทธิราพยายามตอบอย่างมารยาท หลายชั่วโมงที่ผ่านมา เธอนอนคิดแล้วว่าทำตัวอวดเก่งไปก็ไร้ประโยชน์ นอกจากจะเสี่ยงถูกคุกคามทางเพศ ยังเสี่ยงต่อการถูกลูกกระสุนในกระบอกปืนที่เขาเหน็บไว้ที่เอวยิงใส่ด้วย

“เริ่มปรับตัวได้แล้วนิ” เขายิ้มอย่างพอใจ แต่รอยยิ้มของเขาก็ไม่ได้ทำให้คนมองรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด

“ระหว่างที่เธอกินข้าว เรามาคุยข้อตกลงกันไปด้วย มานั่ง” แม้จะฟังเหมือนไม่ได้สั่ง แต่การเอาปลายเท้าเขี่ยขาเก้าอี้ ก็ไม่ต่างอะไรนัก

“ฉันต้องนั่งฟังเงียบๆ ใช่ไหมคะ”

“เข้าใจง่ายดีนิ”

“ขอบคุณค่ะ” เธอจะคิดว่าเขาชมแล้วกัน จิตใจเธอจะได้รู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาบ้างเล็กน้อยถึงน้อยที่สุด

“เธอคงจะต้องอยู่ที่นี่อีกสักพัก คนของฉันรายงานมาว่า ตั้งแต่ลูกน้องฉันเธอสลับตัวกับแฟนมัน มันไม่สนใจใยดีน้องเธอที่กำลังดิ้นพล่านเป็นไก่ทอดในน้ำมันร้อน ว่าแฟนตัวเองหายไปไหน ทำไมไม่โทรหา แถมยังไปเฝ้าเธอที่บ้านด้วย แล้วยังส่งตำรวจนอกเครื่องแบบไปเฝ้าที่ร้านขนมของเธออีก โชคดีนะที่เธอกำลังปิดปรับปรุงร้านพอดี ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงสงสัยกันแย่ แล้วตอนนี้มันก็โทรศัพท์หาเธอจนแบตเธอหมดไปแล้ว อีกสักพักมันคงจะแจ้งความว่าเธอหายไป ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะยกเลิกแผนจับตัวน้องสาวเธอมาเปรียบเทียบว่าผู้หญิงคนไหนสำคัญกว่ามันปากกว่ากัน เพราะคนไม่สำคัญกับมันอย่างเธอ มันยังเดือดร้อนจนเกินความคาดหมายของฉัน แต่ไม่ต้องกลัวนะ ว่าเรื่องที่เธอหายตัวมาอยู่ที่นี่จะเป็นเรื่องใหญ่ เดี๋ยวฉันจะส่งสัญญาณบอกมันสักหน่อย ว่าเธอยังไม่ตาย”

“คุณจะทำไมแบบนี้อีกนานไหมคะ”

“ก็จนกว่ามันจะยอมเปิดทางให้ฉันทำงานได้สะดวก แต่ฉันว่าอาจจะนานสักหน่อย เพราะคนอย่างมันก็ต้องชั่งใจก่อนว่าเธอกับกฏหมายบ้านเมืองอะไรจะสำคัญกว่ากัน”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอร้องคุณได้ไหม คุณช่วยเอาแมวที่บ้านฉันมาที่นี่หน่อย แมวฉันอยู่บ้านคนเดียว ฉันขอร้องนะคะ แล้วฉันจะอยู่ที่นี่ จนกว่าคุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ” พัทธิราบอกเขาอย่างขอความเห็นใจ เธอปลงตกแล้วว่ายังไงก็ต้องอยู่ แต่จะอยู่โดยที่ต้องทิ้งสิ่งมีชีวิตที่เธอรักที่สุดไม่ได้

“ฉันไม่ชอบแมว”

“ฉันขอร้องนะคะ แมวฉันอยู่บ้านคนเดียว ป่านนี้ข้าวในจานคงหมด แล้วก็คงจะร้องหาฉันจนข้างบ้านสงสัยว่าฉันหายไปไหน แล้วก็คง...”

“ได้!” เขายกมือห้ามไม่ให้เธอพูดต่อ แค่เหตุผลที่ว่าข้างบ้านจะสงสัย ก็มีน้ำหนักมากพอให้เขาจัดการเรื่องนี้ให้แล้ว

“ถ้าอย่างนั้นฝากหยิบอาหารกับห้องน้ำแมวมาด้วยได้ไหมคะ”

“ได้”

“เอ่อ... จับแมวฉันใส่กรงมานะคะ กรงแมวอยู่ตรง...”

“จะเอาอะไรบ้างก็จดมา บอกด้วยว่าอะไรอยู่ตรงไหน น่ารำคาญ” ลูคัสดวงตาที่เป็นประกายของเธอ การยอมให้เธอพาแมวมาอยู่ที่นี่ คงจะทำให้เธอยินดีที่จะอยู่ที่นี่อย่างที่พูดจริงๆ

“เอามาให้ได้หลายอย่างเลยเหรอคะ!” พัทธิราวางช้อนและถามเขาอย่างตื่นเต้น

“อือ”

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” เธอหยิบมือเขามาจับอย่างซึ้งใจ ก่อนจะต้องวางมันลงบนโต๊ะ เพราะเห็นหน้าเขามองมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก

“ขอโทษค่ะ...” พูดจบเธอก็ตักข้าวเข้าปาก จะได้ไม่เผลอพูดอะไรไม่เข้าหูเขา

“กินเสร็จแล้วก็เอาไปวางหน้าห้อง แต่ไม่ต้องออกมา”

“ขอยืมกระดาษกับปากกาด้วยได้ไหมคะ” แม้จะไม่อยากพูด แต่ก็ต้องพูด ถ้าเขาเดินออกจากห้องไปตอนนี้ แล้วไม่มีใครกลับเข้ามาอีก เธอจะทำยังไงล่ะ

“เรื่องมาก...” ลูคัสหันมาตอบสั้นๆ และเดินจากไป เขานั่งอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ เพราะรอยยิ้มที่เธอดีใจจนต้องจับมือเขานั้น มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ จนต้องออกมาตั้งสติกับตัวเองก่อน

.

.

.

“พวกคุณเป็นใคร...” ปฐพีหรือผู้กองดิน มองหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์สามคน ที่เดินมายืนหน้าบ้านของพัทธิรา ผู้หญิงที่เขากำลังเป็นห่วงสุดหัวใจ หลังจากติดต่อเธอไม่ได้เกือบสองวัน

.

.

.........................................................................................

​อ่านต่อได้ที่หน้านิยาย "กรงรักมาเฟีย" นะคะ กดค้นห้าว่า กรงรักมาเฟีย หรือ อัญญา นามปากกาของไรท์ก็ได้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น