เม้นหรือกดถูกใจนิยายเป็นกำลังใจให้ด้วยน้า รักคนอ่านทุกคนเลยค่า~

บทที่27 การฝึกของเฟยหรงและชางลี่

ชื่อตอน : บทที่27 การฝึกของเฟยหรงและชางลี่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2562 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่27 การฝึกของเฟยหรงและชางลี่
แบบอักษร

 

หลังจากที่เข้ามาในมิติ 

"พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ" เฟยหรงหันไปบอกกับสัตว์อสูรทั้งสาม จากนั้นพวกมันทั้งหมดก็คืนร่างเดิมทำให้ให้หยางเจิงตกใจ มันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวในอ้อมกอดของเฟยหรง 

"กลับมาแล้วหรือหรงเอ๋อ" เสียงของชางลี่เอ่ยขึ้นจากด้านหลัง 

"เจ้าค่ะท่านพี่ ในนี้คงผ่านไป10วันแล้วสินะเจ้าคะ" เฟยหรงค้อมตัวคารวะ 

"อืม เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้าว่าจะให้เจ้าช่วยทดสอบฝีมือกับข้าเสียหน่อย ในนี้มีแค่เจ้ากับข้าเท่านั้นที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน" ชางลี่ถอนหายใจ 

"ได้สิเจ้าคะ แต่น้องต้องเอาเจ้าตัวนี้ไปอาบน้ำเสียก่อน" 

"นั้นตัวอะไรน่ะ" ชางลี่เอ่ยถามเมื่อเห็นก้อนขนสีดำที่เธออุ้มอยู่ 

"นี่เหรอ" เฟยหรงยิ้ม 

"อสูรราชสีห์ทมิฬไงละ" เมื่อเฟยหรงพูดจบ เทียนหลงและชางลี่ก็มีสีหน้าแปลกใจทันที 

"ราชสีห์ทมิฬเป็นสัตว์อสูรระดับหายากไม่ใช่หรือ แล้วน้องไปเจอมันได้อย่างไร" ชางลี่สงสัย 

"น้องไปเจอในร้านขายลูกสัตว์อสูรเจ้าค่ะ" เฟยหรงยิ้ม 

"เจ้าช่างโชคดีจริงๆ ทั้งพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์เอย ทั้งหมีน้ำแข็งเอย ไหนจะวิหคสายฟ้าหลายร้อยตัวนั้นอีก" ชางลี่ส่ายหน้าไปมา ให้กับความโชคดีของเธอ 

"ฮ่าฮ่า ข้ามีวาสนาต่อสัตว์อสูรพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เธอหัวเราะ 

"แล้วเจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าแมวน่าเกลียดนี่มันคืออสูรราชสีห์ทมิฬ" เทียนหลงชะโงกหน้ามาดูหยางเจิงใกล้ๆ แต่ดูยังไงก็ไม่พบเค้าโครงราชสีห์เลยแม้แต่นิด 

"ถึงจะดูตัวเล็กไปหน่อย แต่รูปร่างลักษณะแบบนี้ข้าว่ามันต้องใช่ราชสีห์ทมิฬแน่นอน" เฟยหรงเอ่ย หยางเจิงจึงเงยหน้ามองอย่างแปลกใจ เมื่อเฟยหรงมองนัยน์ตามันก็พบกับความสงสัย 

"เจ้าไม่รู้ตัวหรอกหรือ ว่าเจ้าเป็นอะไร" เฟยหรงเอ่ยถามมันจึงพยักหน้าเบาๆ 

"อ้อ...สงสัยเจ้าคงถูกทิ้งให้อยู่ในป่าโดยไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นตัวอะไรสินะ...อืมคล้ายๆกับจิวหูเลย" เฟยหรงพึมพำ 

"แล้วเจ้าจะเอามันมาเลี้ยงงั้นหรือ...อสูรในพันธสัญญา4ตนยังไม่พออีกรึ" เทียนหลงเอ่ยถาม4ตนที่ว่านั้นยังไม่รวมพวกวิหคสายฟ้าที่อยู่บนเกาะหลายร้อยตัวด้วยซ้ำ... 

นี่เธอจะสร้างกองกำลังอสูรหรืออย่างไร 

... 

"เอาน่า มีเยอะก็ไม่เห็นเสียหายอะไรนี่ เนอะเจ้าตัวเล็ก" เฟยหรงยิ้มแล้วเอ่ยพูดกับหยางเจิง 

"เจ้าเนี่ยเนื้อตัวมอมแมมเชียว...ไปกันเถอะ ข้าจะอาบน้ำให้" เฟยหรงเอ่ย จากนั้นก็พามันไปที่บ่อน้ำพุปรานแล้วทำการอาบน้ำและรักษาบาดแผลให้มัน 

"เทียนหลง เอ่อ4ตัวที่ว่าคือ?" ชางลี่หันไปถามคนข้างๆด้วยความข้องใจในคำพูดของเทียนหลงที่ว่าเฟยหรงมีสัตว์อสูร4ตัว...แต่ดูยังไงเธอก็มี3ตัวเองนี่นา 

"หืม...เฟยหรงยังไม่บอกหรอกหรือ" เทียนหลงเลิกคิ้วเล็กน้อย 

"บอก? บอกเรื่องอะไร" ชางลี่ขมวดคิ้วสงสัย 

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีอะไรหรอก หากสงสัยว่าสัตว์อสูรตัวที่4นั้นคืออะไรก็ลองถามนางดูแล้วกัน ข้าไปนอนก่อนละ" จากนั้นร่างของเทียนหลงก็หายไปราวกับภูตผีทันทีทำเอาชางลี่รู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างไรไม่รู้ เขารู้สึกได้ว่าอสูรตัวที่4 ของเฟยหรงนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน 

ผ่านไปเกือบ2เค่อ 

"เฮ้อ เสร็จสักที" เฟยหรงปาดเหงื่อ ไม่นึกว่าอาบน้ำ ทำแผลและแต่งขนให้สัตว์มันจะเหนื่อยขนาดนี้ 

"ดูดีขึ้นเยอะ" จากตอนแรกที่ขนของมันพันติดกันยุ่งและมีคราบเลือดและรอยแผลเปลี่ยนเป็นแค่แมวน่าเกลียดในสายตาคนอื่น ตอนนี้กลับกลายเป็นแมวน้อยน่ารัก ขนฟูทั้งยังปรากฎขนบนแผงคอเป็นหย่อมๆ 

"อะไร ดีใจเหรอ" เธอก้มลงไปเล่นกับหยางเจิงเมื่อมันวิ่งกระโดดไปมาอย่างมีความสุขแล้วเดินกลับมาคลอเคลียที่ขาเฟยหรง 

"เทียนหลง" เฟยหรงเอ่ยเรียกเทียนหลง เพียงชั่วครู่เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า 

"มีอะไรหรือ" เขาเอ่ยถาม 

"เจ้าช่วยฝึกเจ้าหนูนี่หน่อยสิ" เฟยหรงเอ่ยแล้วอุ้มหยางเจิงให้กับเทียนหลง 

"ทำไมต้องเป็นข้า? ธาตุปรานของเราไม่เห็นเหมือนกันสักนิด" เทียนหลงขมวดคิ้ว 

"ก็เจ้าดูว่างๆนี่ ข้าเลยเพิ่มงานให้เจ้าทำ" เฟยหรงยิ้มมุมปาก 

"อืม ก็ได้" เทียนหลงถอนหายใจแล้วจับไปที่หลังคอหยางเจิง 

"เจ้าเตรียมตัวไว้ให้ดีละ" เทียนหลงขู่มันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มจนมันสั่นกลัวนิดๆ 

"จริงสิ เอานี่ให้หยางเจิงด้วย" เฟยหรงนำโอสถหลากหลายชนิดออกมาให้เทียนหลง 

จากนั้นเทียนหลงก็หายตัวไปทันที เฟยหรงที่เห็นว่าไม่มีสิ่งใดแล้วจึงไปหาชางลี่ที่นั่งจิบชาอยู่กับครอบครัวในศาลาใต้ต้นไม้ใกล้ๆกับลานประลอง 

"ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่" เฟยหรงยิ้มแล้วคารวะคนอายุมากกว่า 

"เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้าว่าจะถามเรื่องร้านโอสถสักหน่อย ใน2เดือนมานี้พวกเราเอาแต่ฝึกเข้าๆออกๆในมิติธาตุ จนไม่รู้ว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร พ่อถามพี่ชายเจ้าก็ไม่เห็นบอกอะไรสักคำ มี่ถงเองก็ด้วย" ช่างล่างหันไม่มองค้อนฉือเฉิงและมี่ถงที่เอาแต่ยิ้มเล็กยิ้มน้อย 

"ท่านพ่อต้องฟังจากปากเจ้าของร้านเองขอรับ ข้าพูดไม่ได้" ฉือเฉิงหัวเราะ 

"เฮ้อ ท่านพี่ละก็ไปแกล้งท่านพ่อทำไมกัน" เฟยหรงส่ายหน้ายิ้มๆ 

"ร้านโอสถขายดีมากเจ้าค่ะ วันๆหนึ่งผู้คนก็เข้าๆออกประมาณ200-300คน อืมมมม บางครั้งก็มีตระกูลใหญ่ๆมากว้านซื้อยาแพงๆกลับไปด้วย กำไรอย่างงามเลยเจ้าค่ะ" ทุกคนก็รู้สึกยินดีขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าร้านโอสถมีคนให้ความสนใจจำนวนมาก 

"พี่สาม ข้าอยากรู้ว่า2เดือนนี้ท่านได้เงินเท่าไหร่หรือ" หลิ่งอี้เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น 

"ถ้าหักล้างค่าแรงและค่าอุปกรณ์อื่นๆก็ราวๆ5ล้านเหรียญทองเจ้าค่ะ" เมื่อเฟยหรงพูดจบทุกคนก็มีสีหน้าตกใจ 

"มะ มากขนาดนั้นเชียวหรือ" หลิงเฟยเอ่ยถาม เพราะแม้ว่าเมื่อก่อนตระกูลเว่ยจะมีเงินมากกว่านี้แต่ก็เป็นเงินที่ทุกคนช่วยกันทำงานแล้วเก็บสะสมไว้หลายปีเท่านั้น แต่เฟยหรงเพียงคนเดียว2เดือนก็มีเงินถึง5ล้าน 

"เจ้าค่ะ เพราะอย่างไรยาในร้านเราก็มีมูลค่าสูง ทั้งมีอุปกรณ์อักขระแปลกๆอีกมากมาย จึงทำให้ผู้คนยอมจ่ายเงินซื้อ" เฟยหรงอธิบาย หลิงเฟยจึงพยักหน้าเข้าใจเบาๆ 

"งั้นก็ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าโรงฝึกแล้วสินะ" ชางลี่เอ่ย 

"ใช่เจ้าค่ะ ข้าได้จ่ายมัดจำในโรงช่างไม้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว อีกครึ่งหนึ่งก็จ่ายหลังเสร็จงาน" เฟยหรงเอ่ย 

"ข้าว่าข้ารู้สึกกลัวพี่สามยังไงก็ไม่รู้" หลิ่งอี้เอ่ยแล้วเงยหน้าผู้เป็นพี่สาว 

"ฮ่าฮ่า เจ้าพูดถูกน้องเล็ก" ฉือเฉิงหัวเราะแล้วขยี้ผมผู้เป็นน้องเบาๆ 

"อยากกลัวไปเลยน้องรัก เจ้ายังไม่เคยเห็นด้านมืดของข้าเลย" เฟยหรงหัวเราะบ้าง 

"ดูพูดเข้า" หลิงเฟยส่ายศีรษะอย่างระอา 

"เอาละๆ เรื่องพูดคุยนั้นไว้ก่อนเถอะ เฟยหรงเจ้าช่วยมาฝึกกับข้าหน่อยสิ ข้าอยากทนสอบฝีมือเสียหน่อย" ชางลี่ลุกขึ้นนำเฟยหรงไปที่ลานประลอง 

"ฮือ นี่ข้าต้องเจ็บตัวอีกแล้วหรือ" เฟยหรงบ่นแต่ก็ยอมลุกขึ้นตามพี่ใหญ่ของเธอไปแต่โดยดี 

ทั้งสองเดินตามกันไปที่ลานประลองโดยมีคนในครอบครัวนั่งจิบชาชมการต่อสู้อยู่ในศาลาใต้ร่มไม้โดยมีมี่ถงค่อยรับใช้ใกล้ๆ 

"ท่านพี่โปรดออมมือ" เฟยหรงค้อมตัวแล้วตั้งท่า 

"เป็นข้ามากกว่าที่ต้องพูดประโยคนั้น" ชางลี่ค้อมตัวตามเฟยหรงเพื่อเคารพคู่ต่อสู้ 

"เริ่ม!" ชางลี่เอ่ย แล้วพุงเข้าหาเฟยหรง 

ชางลี่ใช้ฝ่ามือลมปรานกระแทกเข้าไปที่อกเธอ แต่เฟยหรงก็ใช่มือทั้งสองข้างบิดต้านแรงไว้ ร่างกายของเธอพลิ้วไหวไปตามฝ่ามือ จากนั้นเธอก็ใช้หลังมือปัดออกไปอย่างง่ายดาย ชางลี่เห็นเช่นนั้นก็ใช้กระบวนท่า 

ฝ่ามือวายุ 

โจมตีใส่เฟยหรง 

ลมที่ออกมาจากฝ่ามือของชางลี่หมุนวนคล้ายพายุขนาดย่อม เห็นดังนั้นเฟยหรงก็กระโดดม้วนตัวหลบแล้วใช้กระบวนท่า 

คมมีดวายุ 

โจมตีใส่ ชางลี่ที่เห็นว่าหลบไม่ทันจึงสร้างเกราะปรานไว้ที่ท่อนแขนแล้วรับแรงกระแทกจากคมมีดวายุ 

ตูม!! 

เสียงคลื่นใบมีกระทบกับท่อนแขนของชางลี่ดังสนั่น เกิดกลุ่มควันขึ้น เฟยหรงอยู่ในกลุ่มม่านควันนั้นก็ได้แต่ระวังตัวมองซ้ายขวา แล้วตั้งสมาธิหาตำแหน่งของชางลี่ 

"อัก!" แต่ไม่ทันที่เฟยหรงจะได้ทำอะไร ชางลี่ก็วาดฝ่ามือลมปรานกระแทกไปที่หลังของเธออย่างแรง จนเฟยหรงกระอักเลือดออกมาแล้วล้มลง ชางลี่ที่เห็นโอกาสก็รีบใช้กระบวนท่าเข้าโจมตีเธอทันที เฟยหรงเห็นดังนั้นก็ใช้หลังมือปาดคราบเลือดที่ปากลวกๆแล้วกระโดดออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว 

การต่อสู้ตรงหน้าประจักษ์แก่ครอบครัวของเฟยหรง แม้จะได้เห็นเฟยหรงต่อสู้กับชางลี่มาบ้าง แต่ก็ยังสร้างความตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี 

"ท่านพ่อว่าใครจะชนะหรือ" ฉือเฉิงเอ่ยถามในขณะที่มองการฝึก(ต่อสู้)ตรงหน้าไม่วางตา 

"ข้าเองก็ไม่รู้ หากเป็นไหวพริบและกระบวนท่าเฟยหรงจะมีมากกว่าชางลี่ที่ใช้กำลังและสัญชาตญาณ" ช่างล่างวิเคราะห์ 

"เป็นการต่อสู้ที่รุนแรงอะไรเช่นนี้" หลิ่งอี้เอ่ยแล้วมองไปยังลานประลองตรงหน้าที่เกิดการระเบิดขึ้นหลายระลอก 

"อ๊ะนั้น เฟยหรงทะยานขึ้นฟ้าไปแล้ว" ฉือเฉิงชี้ไปที่น้องสาวตนเองที่กำลังลอยอยู่บนฟ้าแล้วใช้กระบวนท่าโจมตีชางลี่ที่อยู่ด้านล่าง 

"ฮ่าฮ่าฮ่า ดูพี่ใหญ่สิ" หลิ่งอี้กุมท้องหัวเราะเมื่อเห็นพี่ใหญ่กระโดดหลับคลื่นพลังของเฟยหรงไปมา 

"อุบ คิกคิก เจ้าอย่าไปว่าพี่ใหญ่สิ" หลิงเฟยกลั้นขำ 

จากนั้นผ่านไป2เค่อก็รู้ผล 

"เสมอกันอีกแล้วหรือนี่" ชางลี่หอบหายใจแล้วนอนแผ่ลงบนลานประลองใกล้ๆกับเฟยหรง 

"แฮ่ก ท่านพี่เองก็ยังเก่งเหมือนเดิมนะเจ้าคะ" เฟยหรงเอ่ยชม 

"เจ้าเองก็ด้วย" ชางลี่หัวเราะแล้วเอื้อมมือไปลูบศีรษะคนข้างๆ 

"แฮ่ะๆ" เธอยิ้ม 

"เป็นอย่างไรบ้าง เฮ้อดูซิ๊ เสื้อผ้าขาดวิ่นไปหมด" หลิงเฟยเดินขึ้นมาตรวจสอบคนบนลานประลองอย่างเป็นห่วงแล้วก็ต้องถอนหายใจเมื่อเห็นสภาพของทั้งคู่ที่ดูไม่จืดเอาซ่ะเลย 

"มาๆ ลุกขึ้นนั่งก่อนเถิด" หลิงเฟยพยุงบุตรทั้งสองขึ้นนั่งด้วยความอ่อนโยน 

"นี่เจ้าค่ะท่านพี่ ยาสมานแผลภายนอก และยารักษาภายใน" เฟยหรงนำขวดยาสีใสออกมาให้ชางลี่ดื่ม 

"ขอบใจเจ้ามาก" เขารับมาแล้วกระดกลงคอรวดเดียว เห็นดังนั้นเฟยหรงจึงนำขวดยาออกมาดื่มบ้าง 

"อืม ยาของเจ้าเนี่ยยังคงประสิทธิภาพการรักษาได้ดีเช่นเคย" ชางลี่เอ่ยชมเมื่อเห็นแผลของตนเองกำลังถูกรักษาอย่างช้าๆ 

"สมกับเป็นเจ้าของร้านโอสถใช่หรือไม่เจ้าคะ" เฟยหรงยิ้มทะเล้น 

"ลูกคนนี้นี่ไม่ไหวจริงๆ เหมือนจะโตแต่ก็ไม่โตสักที...หรือข้าควรให้เจ้าออกเรือน" หลิงเฟยส่ายศีรษะ 

"ไม่ได้!/ไม่เอา" ชางลี่และเฟยหรงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน 

"ข้าพูดเล่นหรอก! เจ้าน่ะลดความหวงน้องสาวหน่อยสิ!" หลิงเฟยใช้ฝ่ามือฟาดไปไหล่บุตรชายเบาๆอย่างหมั่นไส้ 

"โอ้ย ท่านแม่ข้าเจ็บนะ" ชางลี่ร้อง 

"ไม่ต้องมาทำเป็นโอดโอยเลย" หลิงเฟยลุกขึ้นแล้วเดินลงจากลานประลอง 

"ถ้ารักษาเสร็จก็ไปเปลี่ยนชุดแล้วมากินข้าวซ่ะ" หลิงเฟยสั่ง 

"เจ้าค่ะ/ขอรับ" ทั้งสองรับคำสั่งพร้อมกัน 

หลังจากนั้น ทั้งหมดก็กินอาหารกัน แล้วฝึกยุทธกันต่อ โดยที่ตั้งแต่วันนี้เฟยหรงและชางลี่จะแบ่งกันควบคุมและฝึกวรยุทธให้ทุกคนสลับกันไป โดยที่บทเรียนของชางลี่จะเป็นพวกพื้นฐานและเน้นการต่อสู้เสียส่วนใหญ่ ส่วนในด้านของเฟยหรงก็เป็นผู้ฝึกกลยุทธ์และฝึกการสังเกตจุดอ่อนของตัวเองและคู่ต่อสู้ ทั้งยังช่วยสอนกระบวนท่าต่างๆที่รู้ให้กับครอบครัว 

ซึ่งในมิติเฟยหรงเองก็ช่วยสอนเรื่องปรานธาตุให้ทุกคน แก้ไขความเข้าใจผิดที่คนทั่วไปว่าปรานธาตุนั้นมีได้เพียงคนละธาตุ แต่จริงๆแล้วมนุษย์เรามีปรานครบทุกธาตุในตัว เพียงแต่ธาตุไหนจะแสดงออกมามากกว่าเท่านั้น 

สายเลือดตระกูลเว่ยนั้นใช้ปรานธาตุลมกันเป็นหลัก และธาตุรองลงไปนั้นก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน หากใช้ธาตุรองควบคู่กับการโจมตีธาตุหลักแล้วละก็ จะทำให้การโจมตีนั้นๆแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขึ้นหนึ่ง โดยช่างล่าง ชางลี่และหลิ่งอี้มีธาตุหลักคือลมธาตุรองคือธาตุไฟ หลิงเฟยและฉือเฉิงมีธาตุหลักคือน้ำธาตุรองคือดิน ส่วนเฟยหรงนั้นมีธาตุหลักคือลมธาตุรองคือน้ำแข็ง 

"เอาละ ข้าคงต้องสอนเรื่องปรานธาตุเท่านี้ก่อนนะเจ้าคะ" เฟยหรงเอ่ยแล้วลุกขึ้นจาก 

แท่นหินอักขระบ่มเพาะปรานธาตุ 

แล้วมองไปรอบๆ ตอนนี้มี่ถงและคนอื่นๆกำลังสร้างจินตนาการธาตุบนฝ่ามือหรือรอบๆตัวเองอย่าง ขะมักเขม้น เฟยหรงเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ 

***[*** 

แท่นหินอักขระบ่มเพาะปรานธาตุ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์อักขระที่เฟยหรงสร้างขึ้น มีไว้บ่มเพาะปรานธาตุในร่างกายให้แสดงออกมามากขึ้น วิธีใช้ก็เพียงขึ้นไปนั่งโคจรลมปรานและฝึกสร้างปรานธาตุจากความคิดให้เป็นรูปร่าง 

เช่น เฟยหรงฝึกสร้างปรานธาตุน้ำแข็ง โดยเธอจะจินตนาการถึงแท่งน้ำแหลมในความคิดจากนั้นก็ค่อยๆปั้นมันให้เป็นรูปเป็นร่างโดยถ่ายพลังปรานธาตุน้ำแข็งไปเกาะรวมกันเป็นกลุ่มให้มันเกิดเป็นแท่งน้ำแข็งเหมือนในจินตนาการ] 

"ข้าของตัวออกไปดูร้านโอสถก่อนนะเจ้าคะ" เอ่ยเสร็จเธอก็หายออกไปจากมิติทันที 

นอกมิติ 

ตอนนี้ก็ผ่านไป2วันในโลกภายนอกหลังจากเทศกาลลอยโคมครั้งนั้น เฟยหรงก้าวเดินออกจากเรือนด้วยท่าทางมาดมั่น จนมาถึงหน้าร้านโอสถก็พบกับฝูงชนจำนวนมาก 

"นั้นคุณหนูเว่ย!" เมื่อทุกคนเห็นเฟยหรงก็ตะโกนขึ้น เธอจึงได้แต่ยิ้มให้เล็กน้อย 

"แม่นางเว่ย นั้นเจ้าใช่หรือไม่" ก่อนที่เธอจะเดินเข้าร้านไปก็มีชายคนหนึ่งเรียกเธอ 

"เจ้าคะ?" เธอหันไปก็จำได้ว่าเขาคือผู้อาวุโสหยูนักหลอมโอสถที่โรงประมูลนั้นเอง 

"นึกว่าใคร ที่แท้ก็ท่านผู้อาวุโสหยูนี่เอง" เฟยหรงยิ้ม 

"วันนี้มาร้านโอสถหรือมาหาข้าหรือเจ้าคะ" เฟยหรงเอ่ยถาม 

"ทั้งสองอย่างนั้นแหละ" ผู้อาวุโสหยูลูบเคราทำให้เฟยหรงเลิกคิ้วขึ้น 

"เช่นนั้นเชิญท่านเข้ามาด้านในก่อนเจ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ยแล้วเดินนำผู้อาวุโสหยูเข้าร้านไป สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนไม่น้อย 

"นี่คือร้านของเจ้าสินะ" เมื่อเข้ามาแล้วผู้อาวุโสหยูก็เอ่ยขึ้นแล้วสำรวจรอบๆ 

"เจ้าค่ะ" เฟยหรงพยักหยักหน้า 

"เชิญท่านผู้อาวุโสหยูทางนี้เจ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ยเชิญแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสาม เมื่อไปถึงก็พบกับพนักงานทั้ง9ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว 

"คารวะคุณหนู" ทั้งหมดค้อมตัวลง เสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้นพร้อมมองผู้อาวุโสหยูด้วยความแปลกใจ ส่วนผู้อาวุโสหยูเองก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันที่คนทั้ง9นี้มีพลังถึงระดับจอมทัพกันแทบทุกคน ทั้งยังมีคนที่อยู่ในระดับจักรพรรดิอีกด้วย 

"ผู้อาวุโสหยูโปรดนั่งก่อน ข้าขอคุยกับพนักงานร้านสักครู่" เฟยหรงผายมือไปที่เก้าอี้หนังทางด้านซ้ายของห้อง 

"วันหยุดเป็นอย่างไรบ้าง" เฟยหรงเดินไปนั่งบนเก้าอี้ของตัวเอง 

"ดีขอรับ" ทุกคนเอ่ย ทั้งยังมีสีหน้าที่ดูมีความสุข 

"ดีแล้ว งั้นพวกเจ้าก็ลงไปทำงานเถอะ ต้าห่าย เจ้าช่วยไปชงชาให้ข้ากับผู้อาวุโสหยูหน่อย" เฟยหรงเอ่ย 

"ขอรับ!" ทุกคนรับคำสั่ง จากนั้นก็ออกไปจากห้อง 

"เมื่อสักครู่ข้ายังไม่ได้คารวะท่านเลย" เฟยหรงลุกขึ้นแล้วเดินออกมาคารวะด้านหน้าโต๊ะ จากนั้นก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หนังฝั่งตรงข้ามกับเขา 

"ฮ่าฮ่า ไม่ต้องมาพิธีๆ ข้าไม่ถือสากับเรื่องเล็กน้อยๆหรอกแม่นาง" เขาหัวเราะเบาๆ 

"ไม่ทราบว่าวันนี้ผู้อาวุโสหยูมีสิ่งใดหรือ ถึงมาพบข้า" เฟยหรงเอ่ยถาม 

"เปล่าหรอก ข้าแค่มาทำธุระที่เมืองหลวงแล้วแวะมาทักทายเจ้าเท่านั้น เจ้าสบายดีใช่ไหม" ผู้อาวุโสหยูเอ่ย 

"สบายดีเจ้าค่ะ" เฟยหรงยิ้ม 

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว อืม ดูเหมือนว่าเจ้าจะคุมร้านโอสถทั้งร้านนี้เลยสินะ" ผู้อาวุโสหยูเอ่ยถาม 

"ฮ่าฮ่า ตามที่เห็นเลยเจ้าค่ะ" เธอหัวเราะ 

"ทั้งเหล่าพนักงานเองก็มีระดับจอมทัพขึ้นไป ข้ารู้สึกประหลาดใจนัก" 

"ข้าเพียงอยากหาคนระดับสูงมาควบคุมดูและร้านเท่านั้นเจ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ย 

ไม่นานต้าห่ายก็ยกถาดชามาให้เฟยหรง เขาวางถ้วยชาและกาน้ำชาลงบนโต๊ะ จากนั้นก็ทำการรินชาให้ทั้งสอง เสร็จก็โดนเฟยหรงไล่ให้ไปทำงานเหมือนคนอื่นเพราะใกล้เวลาเปิดร้านแล้ว 

"เชิญผู้อาวุโสหยูดื่มก่อน" เฟยหรงเอ่ย ผู้อาวุโสหยูจึงยกแก้วชาขึ้นมาจิบ 

"ชาดี!" กลิ่นชาในตอนแรกว่าหอมแล้ว เมื่อดื่มเข้าไปก็รู้สึกสดชื่นไปทั่วร่าง 

"หากท่านชอบข้าก็ดีใจ ชานี้เป็นชาที่ขึ้นชื่อในทวีปทางฝั่งตะวันออกเจ้าค่ะ" 

"ที่แท้ก็ได้มาจากทวีปแห่งการเกษตร ข้าชอบยิ่งนั่ง เจ้าซื้อมาเท่าไหร่หรือ" ผู้อาวุโสหยูเอ่ยถาม 

"รวมค่านำเข้า และค่านายหน้า หนึ่งกระสอบก็ราวๆ200เหรียญทองเจ้าค่ะ" เมื่อได้ยินราคาแล้วผู้อาวุโสหยูก็แทบจะสำลัก แต่ก็กลั้นเอาไว้เพราะราคาของชานี่ถือได้ว่าแพงมากทีเดียว 

"มันแพงขนานนั้น ข้าดื่มจะไม่เป็นไรหรือ" ผู้อาวุโสหยูเอ่ยถามแล้ววางถ้วยชาลง 

"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าซื้อมารับแขกอยู่แล้ว" เฟยหรงเอ่ยยิ้มๆ 

"เจ้านี่ไม่ประหยัดเอาเสียเลย" เขาส่ายศีรษะเบาๆ 

"เอาเถอะ อีกเดี๋ยวข้าก็ต้องกลับแล้ว รบกวนเจ้าพาชมร้านได้หรือไม่" ผู้อาวุโสหยูเอ่ย 

"ได้สิเจ้าคะ เชิญทางนี้" เฟยหรงผายมือแล้วเดินนำออกจากห้อง โชคดีที่ตอนนี้ยังเหลืออีก2เค่อกว่าจะเปิดร้าน ทำให้เธอพาผู้อาวุโสหยูชมด้านในร้านอย่างสบายใจ 

เฟยหรงพาผู้อาวุโสหยูมาที่ชั้นอุปกรณ์อักขระ เธอเอ่ยแนะนำอุปกรณ์อักขระที่เป็นที่นิยม ผู้คนชอบซื้อกัน และอุปกรณ์อักขระบางชนิดที่เธอภูมิใจนำเสนอ เฟยหรงพูดอธิบายอุปกรณ์แต่ละชนิดอย่างใจเย็นและดูสนุกสนานเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้อาวุโสหยูไม่รู้สึกกดดันสักนิด จนทำให้เขาซื้ออุปกรณ์อักขระติดไม้ติดมือไป3-4ชิ้นเลยทีเดียว 

"เหมือนข้าโดนสะกดจิตยังไงก็ไม่รู้ เจ้านี่ขายเก่งเป็นบ้า" ผู้อาวุโสหยูเอ่ยพลางถอนหายใจให้กับเงินสองพันกว่าเหรียญทองในมิติ เขาเองก็สนใจอุปกรณ์อักขระอื่นๆแต่บางอย่างที่สนใจดันมีราคาแพงเกินไปจนเขาไม่อาจซื้อไหว 

"ขอบคุณเจ้าค่ะ ฮ่าฮ่า" เธอหัวเราะ จากนั้นก็พาผู้อาวุโสหยูลงมายังชั้นล่าง 

เฟยหรงเอ่ยถึงสรรพคุณยาและระดับต่างๆที่สามารถซื้อได้ในร้าน ทั้งยาธรรมดาไปจนถึงยาระดับสูง ทำให้ผู้อาวุโสหยูรู้สึกตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ยาบางตัวเขาเองก็ไม่เคยเห็นจึงทำให้เขาอยากนำศึกษา นั้นทำให้เขาต้องกระเป๋าแห้งลงไปอีกขั้น 

"เฮ้อ มาร้านเจ้าครั้งหน้าข้าจะกระเป๋าแห้งแบบครั้งนี้รึเปล่าเนี่ย" ผู้อาวุโสหยูถอนหายใจ 

"นี่ก็ได้เวลาแล้ว ข้าต้องไปก่อนละแม่นางเว่ย" ผู้อาวุโสหยูเอ่ยขึ้นหลังจากที่จ่ายเงินให้กับพนักงานร้านเสร็จแล้ว เฟยหรงจึงเดินออกไปส่งผู้อาวุโสหยู 

"ผู้อาวุโสหยูรักษาสุขภาพด้วย เดินทางกลับดีๆนะเจ้าคะ" เฟยหรงค้อมตัวแล้วเดินมาเปิดประตูให้ผู้อาวุโสหยู 

"เป็นเจ้าของร้านใหญ่โตแบบนี้ เจ้าเองก็อย่าโหมงานให้มากละ" ผู้อาวุโสหยูเอ่ยแล้วเดินออกจากร้านโอสถแล้วเดินเข้าไปในฝูงชนที่มายืนรอกันอยู่หน้าประตู 

เมื่อเขาเดินหายเข้าไปในฝูงชนแล้วเฟยหรงก็ปิดประตูอีกครั้ง และให้พนักงานทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ส่วนเธอก็กลับขึ้นไปยังชั้นสามเพื่อนั่งทำงานในส่วนของตัวเอง 

=================== 

เฟยหรงมาแล้วค่า พรุ่งนี้กับมะรืนนี้อาจจะงดนะคะ 

 

ความคิดเห็น