ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่2

ชื่อตอน : อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่2

คำค้น : อ้อน(อ่อย)รัก...น้องรหัส กุลณัฐ เยอบีร่า นักเขียน นิยายธัญวลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2561 13:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่2
แบบอักษร

[ข้าวกล้า]

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

เสียงนาฬิกาปลุกที่ผมตั้งทิ้งไว้เมื่อคืนแหกปากร้องขึ้น หมดเวลานอนแล้วสินะ ผมเอื้อมมือไปปิดมันด้วยความงัวเงีย

06.00น.

เช้าวันแรกของการเปิดเรียนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

สวัสดีครับ ผมข้าวกล้า เจริญทรัพย์ อายุ19ปี นักศึกษาปี1 คณะบริหาร มหาลัยXXX

วันแรกของชีวิตใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นครับ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวจนเรียบร้อย ผมเดินวนไปวนมาภายในห้องอย่างกระสับกระส่าย ยอมรับครับว่าแอบตื่นเต้น อยากรู้จริงว่าชีวิตในรั้วมหาลัยจะแตกต่างจากรั้วโรงเรียนแค่ไหน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องผมดังขึ้น เดาไม่ยากครับ ไม่พลอยก็ไอ้ทัพ แต่น่าจะเป็นพลอยมากกว่า เพราะเธอพักอยู่ห้องข้างๆ

ผมเดินไปเปิดประตู

แกร๊ก

"อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าจ๊ะ"

เดาไม่ผิดจริงๆ ครับ เมื่อประตูถูกเปิดออก เสียงสดใสของพลอยทักขึ้นแทบจะทันที เธออยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อย กระโปรงนี้ยาวไปถึงตาตุ่ม ต่างจากผู้หญิงคนเมื่อวานที่แต่งตัวไปทานข้าวกับผมราวกับเป็นคนละคน

"เรียบร้อยเหมือนเดิมเลยนะ" ผมทัก

"ข้าวก็รู้" ใช่แล้วครับ ถึงแม้ว่าพลอยจะชอบแต่งตัววอบๆ แวมๆ และหัวสมัยใหม่ แต่เมื่ออยู่ในสถานศึกษา เธอจะกลายเป็นเด็กเรียบร้อย รักเรียนขึ้นมาผิดหูผิดตา เนื่องจากไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจและใครจะได้ไม่ไปว่าท่านได้

ผมหลีกทางให้เธอเดินเข้ามาในห้อง

"อะ ของข้าว" พลอยบอกพร้อมกับยื่นถุงน้ำเต้าหู้กับปาทองโก๋มาให้ผม

"ขอบคุณนะ รู้ใจตลอด" ผมรับมาด้วยรอยยิ้ม

"ไม่ใช่ของพลอยนะ" เธอรีบปฏิเสธ "ตอนพลอยออกมาก็เห็นมันแขวนอยู่หน้าประตู พลอยเลยหยิบเข้ามาให้"

ผมขมวดคิ้ว งั้นนี่ของใคร

"ใส่ยาพิษมาป่ะเนี่ย" ผมบอกพร้อมกับแกะน้ำเต้าหู้เทใส่แก้ว

"บ้าหรอ" พลอยหัวเราะให้กับความคิดของผม

"ใครจะไปรู้ คนยิ่งหน้าตาดี อาจจะมีใครวางแผนฆาตกรรม" ถึงปากจะบอกอย่างนั้นแต่ผมก็ดื่มมันเข้าไปเป็นที่เรียบร้อย ผมชะงักเมื่อรับรู้ได้ว่า 

มันไม่ได้ใส่น้ำตาล

ใช่ครับ น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลแต่ใส่เครื่องทุกอย่างกับปาท่องโก๋สามตัว

ไอ้ชนา 

คือคนแรกที่ผมหลุดคิดขึ้นมา มันรู้ดีครับว่าของแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว เพราะเพื่อนสนิทอย่างไอ้ทัพ มันคงไม่มาทำอะไรแบบนี้

"ข้าวอิ่มแล้ว" ผมบอกพร้อมกับเททุกอย่างทิ้งลงในถุงขยะ รู้สึกไม่อยากกินของพวกนี้ขึ้นมากะทันหัน

"พาพลอยไปกินข้าวมั่งจิ ยังไม่ได้กินอะไรเลย" เธออ้อน มันก็น่ารักดีนะครับ

"งั้นไปกัน" ผมบอกพร้อมหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพาย และไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์กับกุญแจห้องที่วางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือไปด้วย


ร้านโจ๊กข้างหอ

"อร่อยนะ ชิมไหม" พลอยบอกหลังจากที่เธอกินโจ๊กไปได้สองสามคำ พร้อมกับตักโจ๊กยื่นมาให้ผม ผมก็อ้าปากชิมด้วยความเต็มใจครับ อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติร้านนี้จะเป็นยังไง เห็นมีนักศึกษาหลายคนเข้ามาทานร้านนี้

"อืม อร่อยจริงด้วย" ไม่ได้อวยนะ แต่มันอร่อยจริงครับ แค่โจ๊กธรรมดา แต่ทำไมอร่อยจังวะ แม่ค้าเขาแอบใส่อะไรลงไปป่ะนะ ความคิดด้านลบของผมลอยมาแต่ไกล

"อร่อยก็กินอีกสิ พลอยป้อน" เธอบอกพร้อมกับป้อนผมอีกคำ

"พลอยกินเถอะ ข้าวไม่อยากแย่ง ตัวเล็กนิดเดียว ยิ่งต้องกินเยอะๆ"

"หึ ข้าวนี้ตลอดเลยนะ"

พลอยว่ายิ้มๆ พร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมาเช็ดข้าวตรงมุมปากให้ผม จนคนในร้านที่มองมาต่างพากันยิ้มๆ จะไม่ให้มองได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อผมออกจะหล่อขนาดนี้ สาวๆ ก็ต้องมองเป็นธรรมดา พลอยชมพูก็ใช่ย่อย ความสวยทะลุชุดที่ใส่ ทำให้เราสองคนค่อนข้างเป็นจุดสนใจภายในร้าน(อวยกันเข้าไป)

"ไม่กลัวคนอื่นเข้าใจผิดบ้างหรอว่าเราเป็นแฟนกัน" ผมถาม

"ถ้ากลัวจะทำหรอ" ว่าแล้วเธอก็ยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ทำราวกับว่าไม่สนใจหากใครจะนำเรื่องระหว่างเธอกับผมไปพูดหรือนินทาต่อ

พลอยก้มหน้าก้มตากินโจ๊กต่อ สลับกับป้อนผมบ้างบางครั้งโดยไม่สนใจสายตาของพวกชอบเผือกที่มองมาอย่างสนอกสนใจ


มหา'ลัยxxx

หลังทานอาหารเช้ากันจนอิ่ม ผมขับรถมามหา'ลัย โดยมีพลอยชมพูนั่งมาด้วยข้างๆ ใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีก็มาถึงตึกคณะ หลังจอดรถเสร็จ เราทั้งคู่ก็เดินไปลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมตรงที่พวกพี่เขาจัดไว้ พร้อมกับรับป้ายชื่อมาห้อยคอ ถึงแม้จะบอกว่าเปิดเทอมวันแรก แต่วันนี้ก็ไม่ได้มีเรียนอะไรครับ เพียงแค่มาทำกิจกรรมสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง และเป็นการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ไปในตัว

เมื่อสวมป้ายชื่อกันจนเรียบร้อย ผมกับพลอยกำลังจะเดินไปนั่งรวมกับเพื่อนๆ ที่นั่งเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ คณะนี้จัดได้ว่ามีคนเรียนเยอะมาก ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีแต่คนหน้าตาดี สวยหล่อกันทั้งนั้น

"น้องสองคนมานี้สิ" เสียงพี่ผู้ชายคนหนึ่งเรียกพวกเราสองคนไว้

"ครับ/ค่ะ" ผมกับพลอยพูดขึ้นพร้อมกัน

"ไอ้กล้า กับ น้องพลอย" คำพูดโคตรแตกต่างแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ต้องสงสัยครับว่าทำไมพี่เขาถึงเรียกผมว่า 'กล้า'

ที่จริงผมมีชื่อเล่นว่า ‘กล้า’ ครับ แต่ทุกคนในครอบครัวชอบเรียกผมว่า 'ข้าว' และไอ้ทัพมันเป็นเพื่อนที่สนิทกับผมมาตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่า มีข้าวที่ไหน มีทัพที่นั้น และไม่แปลกที่มันจะไปนอนค้างอ้างแรมที่บ้านของผม และมันก็ไม่แปลกเหมือนกันที่มันจะเรียกชื่อเล่นของผมตามที่บ้าน จนมันติดเรียกผมจนเป็นนิสัย จนแก้ไม่หาย ผมเลยปล่อยๆ ยอมๆ ให้มันเรียกชื่อนี้ ส่วนพลอย เธอขอเรียกผมว่าข้าวตามไอ้ทัพ ตอนที่เราคบกัน ซึ่งผมก็อนุญาตครับ แค่สองคนนี้พอ ส่วนคนอื่น ห้าม!!!

"สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" ผมกับพลอยยกมือไหว้ พี่คนนี้ผมเคยเห็นในวันที่มาสอบสัมภาษณ์ แต่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร

"เราสองคนอยู่เอกอะไร"

"สาขาวิชาการเป็นเจ้าของธุรกิจครับ" ผมตอบ พลอยส่งยิ้มกว้างไปให้พี่เขาเป็นเชิง ‘หนูก็ด้วย’

"สนใจประกวดดาวเดือนไหม พี่ว่าพวกเราทำได้นะ"

"ผมขอบายพี่" ผมรีบปฏิเสธทันควัน ประกงประกวดอะไรกัน ไม่ชอบเลยจริงๆ ถึงผมจะหล่อและหล่อมาก(หลงตัวเองสุดๆ)

"เห้ย ไมอ่ะ รีบปฏิเสธ?"

"โห่!!พี่ หน้าอย่างผมนี้นะจะชนะ"

"เออ ก็มึงไง"

"แต่พลอยสนค่ะ" พลอยตอบ พี่เขายิ้มอย่างพอใจ

"เห็นไหม เพื่อนมึงชอบ เอางี้ ถ้ามึงไม่ประกวด เพื่อนมึงก็อด" พี่เขาบอกแล้วเดินจากไป พลอยซึ่งอยากประกวดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วได้ฟังดังนั้นก็หันมากดดันผม จะบอกว่าตอนนี้ผมเห็นรังสีแห่งความอำมหิตลอยฟุ้งกระจายออกมาจากตัวเธอ มันน่ากลัวมากเลยครับ ประหนึ่งผมเพิ่งจะไปทำลายต้นตระกูลบรรพบุรุษของเธอมา

"ข้าว ต้อง ลง" นี้คือคำขอร้องใช่ไหม น้ำเสียงขู่บังคับพร้อมกับเธอที่ลากผมให้เดินตามไปหาพี่คนนั้น หายไปไหนแล้ววะ ไวชิบ เมื่อกี้ยังเห็นยืนอยู่แถวนี้

"พี่ พี่" พลอยตะโกนเรียกเมื่อเห็นพี่เขากำลังยกแพ็คน้ำเดินเข้ามา ที่แท้ก็ถูกเรียกตัวให้ไปช่วยยกของ

"อืม ว่าไง" พี่ถามหลังจากวางของเรียบร้อย

"พวกเราสองคนจะลงประกวดดาวเดือนค่ะ"

"เออ ดี" พี่บอกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเราสองคน "ขอถ่ายรูปหน่อย"

แชะ

"เออ ลืมแนะนำตัว พี่ชื่อต่อ ปี2 การจัดการ"

หลังจากที่แนะนำตัว แลกเบอร์โทรกันเรียบร้อย ผมกับพลอยก็มานั่งรวมกับเพื่อนๆ รอไม่นาน ทุกคนก็มากันจนครบ กิจกรรมรับน้องเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนานตลอดทั้งวัน จนตอนนี้ทุกคนเริ่มจับกลุ่มกันเป็นก้อนๆ เรียกได้ว่า ใครนั่งใกล้ใครหรือทำกิจกรรมด้วยกัน ก็กลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันโดยปริยาย ซึ่งกลุ่มผมก็จะมี ผู้ชาย3 คือ ผม คริส ซัน ผู้หญิง2 คือ พลอย กับ น้อยหน่า

ช่วงบ่าย หลังจากที่พวกพี่ๆ ปล่อยให้พวกเราแยกย้ายกันไปทานอาหาร พวกเราก็มารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมสนุกๆ กันต่ออีกเล็กน้อย จนตอนนี้เวลาบ่ายสามกว่าแล้วครับ เรียกได้ว่าสนุกจนลืมเวลา

"เอาแหละคะน้องๆ นี้ก็มาถึงช่วงสำคัญแล้วนะคะ นั้นก็คือการจับสายรหัส" พี่นก หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมบอก เรียกเสียงฮือฮาให้กับนักศึกษาปีหนึ่งได้เป็นอย่างดี

"เอาหละ ใครอยากได้พี่คนไหนเป็นพี่รหัสก็อธิษฐานกันดีๆ นะ เพราะการมีพี่รหัสก็เหมือนกับการมีที่ปรึกษาและตัวช่วยระหว่างเรียน ข้อสุดท้าย สำคัญมากคือ เราอยากจะได้พี่เขามาเป็นแฟน"

อิ่ววววว

วู้ววววววววว

กรี๊ดดดดดดดดดดด

เสียงโห่ร้องดังขึ้นอย่างชอบใจของใครหลายคน เหล่าพวกพี่ๆ ก็พากันยิ้มและหัวเราะกับท่าทีของน้องๆ

เมื่อถึงเวลา พี่ปีสองคนหนึ่งถือขวดโหลใบใหญ่ขึ้นมาโชว์ ผมเดาว่าในนั้นต้องเป็นรายชื่อของพี่รหัส พี่เขาทำท่าเขย่าก่อนจะยื่นให้น้องปีหนึ่งล้วงหยิบนำกระดาษคำใบ้ใบเล็กที่ถูกม้วนอย่างเป็นระเบียบมาคนละหนึ่งใบ

“ปะ ไปจับฉลากกัน” น้อยหน่าชวนพวกผมอย่างตื่นเต้น พร้อมกับจับมือพลอยวิ่งไปยืนต่อแถวต่อจากเพื่อนๆ

“ไปกันเถอะ” คริสบอกพร้อมกับเดินมากอดคอผมกับไอ้ซันให้เดินตามสองสาวไป

เมื่อทุกคนจับฉลากเรียบร้อยก็แยกกันออกมายืนเป็นกลุ่มๆ ในระหว่างทางที่ผมกำลังจะเดินไปรวมกับเพื่อนๆ ผมเดินไปชนเข้ากับรุ่นพี่คนหนึ่งจนฉลากของผมหลุดมือร่วงลงพื้น

“ขอโทษครับ” ผมบอกพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครผมถึงกับขมวดคิ้ว 'ไอ้เชี่ยพี่โชน' มันได้รับตำแหน่งใหม่แล้ว จากที่เรียก ‘ไอ้พี่โชน’ ตอนนี้ผมเติมคำให้มันเพิ่มแล้ว คนที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุด และแอบดีใจที่วันนี้ทั้งวันไม่เจอมัน แต่ดูเหมือนท้องฟ้าจะไม่เป็นใจเมื่อความอึมครึมเริ่มเข้ามาคืบคลานในใจของผม

“ไง” มันยักคิ้วทักทาย ไงพ่อง ผมไม่สนใจมันครับ กำลังจะก้มลงไปเก็บฉลากคำใบ้ที่ผมทำหล่น แต่ช้าไป มันไวกว่ารีบก้มลงไปเก็บแล้วส่งมาให้ผม

ผมรับมาอย่างไม่เต็มใจพร้อมกับเดินหนีโดยไม่คิดที่จะกล่าวคำขอบคุณหรือหันหลังกลับไปมอง ให้ตายเถอะ ทำไมต้องหงุดหงิดด้วยวะ

“ข้าว รู้จักกับพี่โชนด้วยหรอ” น้อยหน่าถามหลังจากที่ผมเดินมารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ

“ไม่” ผมตอบอย่างไม่สบอารมณ์จนไม่มีใครกล้าพูดถึงมัน

“สูงยาวเข่าดี ดีกรีความแซบทะลุทะลวงหัวใจ” ไอ้คริสอ่านข้อความในกระดาษคำใบ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกโบว์ได้สิบทบ 

“อะไรของมึงวะ” ซันถาม

“คำใบ้พี่รหัสกู เชี่ย!! ใครวะ”

“ฟังจากคำใบ้ กูว่าพี่บีป่ะวะ น่าจะแซ่บ”

“หยุดคิดทะลึ่งเลยมึง” คริสห้ามความคิดด้านมืดของเพื่อน มือหนาโบกกะโหลกเพื่อนไปอีกหนึ่งที “แล้วของมึงอ่ะ”

“ของกูเป็นผู้ชายวะ หล่อ ดูดี มีสไตล์ เรียบง่าย แต่คลาสสิก(นอนวัด)”

ฮ่าๆๆๆๆ

เมื่อได้ฟังไอ้ซันบรรยายอุปนิสัยของพี่รหัสมัน พวกผมก็พากันหัวเราะ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นรุ่นพี่บ้านรวย ทำมาทำไป นอนวัด

“ขำของกูดีนัก ของมึงล่ะ ไอ้กล้า”

ซันถาม ซึ่งเรียกความสนใจให้กับทุกคนในกลุ่ม รวมถึงผมด้วย เอาซะอยากรู้ขึ้นมาเลยครับ ผมจึงคลี่ม้วนกระดาษออกพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันโดยอัตโนมัติ อะไรวะ!?

“เชี่ย!!!” ผมสบถขึ้นเสียงดังจนพลอยที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะโงกหน้าเข้ามาดู “พี่เขาเล่นอะไรวะ” ผมถอนหายใจกับคำใบพี่รหัส ก็คำใบ้ที่ผมได้รับมันธรรมดาซะที่ไหนกันละครับ โจทย์คณิตฯ นี่พี่แกมีเวลาว่างมากจนถึงกับมานั่งตั้งโจทย์ให้ผมแก้ขนาดนั้นเลยหรอ ขอเดาว่าต้องเป็นเด็กเรียน มันมีสองบรรทัดครับ บรรทัดแรกเป็นตัวแปรของคำตอบใดคำตอบหนึ่ง ส่วนบรรทัดที่สองเป็นตัวเลขกับตัวแปรต่างๆให้ผมแก้ มันก็ไม่ยากนะครับ ดูคร่าวๆ จะเห็นว่ามีห้าข้อ ยังไงซะก็ต้องถอดเลขมันออกมาให้ได้ก่อน แล้วค่อยหาทางแก้อีกที

“น้องๆ พวกพี่ให้เวลาจนถึงหกโมงเย็นนะคะ ถ้าใครรู้แล้วให้เดินไปหาพี่รหัส ส่วนใครที่ยังคิดไม่ออกก็รีบๆ กันหน่อยนะคะ คำใบ้ที่พวกพี่ๆ ให้ไปไม่ยากเลย ถ้าวันนี้หาไม่เจอจะต้องถูกทำโทษนะ”

สิ้นเสียงคำพี่ประกาศ ผมก้มดูนาฬิกาข้อมือ นี้ก็ห้าโมงครึ่งแล้วครับ เหลืออีกครึ่งชั่วโมง 

เสียงกลองกับเสียงร้องเพลงดังขึ้นอย่างสนุกสนาน หลายคนเจอพี่รหัสของตัวเองแล้ว มีก็แต่กลุ่มผมที่ยังไม่มีใครเจอพี่รหัสเลย

“เจอมั๊ย น้อยหน่า” พลอยถามหลังจากที่น้อยหน่าเดินตามหาพี่รหัส และได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบ ส่วนผมก็ง่วนอยู่กับการแก้ไขโจทย์ปัญหาจนถอดออกมาได้เลขทั้งหมดห้าตัว นั้นคือ 3 8 1 14 1

“มึงถอดได้แล้วหรอวะ” ซันถามเมื่อเห็นผมเขียนเลขเรียงกันเป็นแถว

“อืม พี่เขาตั้งใจจะใบ้อะไรกูวะ วันเกิด อายุ หรือไรวะ” ผมมองเลขอย่างงุนงง

“มึงลองเทียบกับตัวอักษรไหม เหมือนในหนัง” คริสเสนอ

“เออ ทำไมกูคิดไม่ได้” ผมบอกพร้อมกับนำตัวเลขมาเทียบกับพยัญชนะไทย แต่มันก็ยังไม่ได้ออกมาเป็นคำ ลองเทียบกับสระบางตัวก็ยังไม่ได้

กรี๊ดดดดดด

กรี๊ดดดดดดดดดด

ในระหว่างที่ผมกำลังงุนงง เสียงกรีดร้องของใครหลายคนดังขึ้น เรียกความสนใจให้พวกผมต้องหันไปดู

“อร๊ายยยย!!! แก พี่โชนเต้นโคตรน่ารักเลย สมแล้วกับฉายา สามีแห่งชาติ เขาควรเป็นผัวฉันนนนนนน” น้อยหน่าพูดขึ้นอย่างออกรสออกชาติ ต้นเหตุของเสียงกรี๊ดมาจากที่ไอ้เชี่ยพี่โชนกำลังเต้นเพลงอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่ามันจะหล่ออะไรปานนั้น ออร่านี้จับมาก นี้ขนาดมันเต้นท่าอะไรเก้ๆ กังๆ ยังดูดีเลย ความหล่อระดับสิบพุ่งเข้าตาใครหลายคน นี้มันคนจริงๆ หรอวะ อ้าว...สัด!!! เราจะไปชมมันทำไมเนี่ย เมื่อนึกขึ้นได้ ผมรีบสลัดความคิดนั่นทิ้งและมาสนใจคำใบ้ตรงหน้าต่อ

เหมือนฟ้าแกล้ง เกิดลมพัดแรงจนฝุ่นเข้าตา ผมละมือขึ้นมาขยี้ตาจนลืมไปว่าถือกระดาษคำใบ้อยู่จนมันปลิวลอยละลิ่วไปตามลม

“เชี่ย!!!!” ผมรีบวิ่งตามไปจะเก็บ แต่แม่ง หายไปไหนว่ะ ผมหาไม่เจอ

ผมเดินวนเวียนไปมาหากระดาษคำใบ้เกือบสิบนาทีแต่ก็ยังหาไม่เจอ จนกระทั้ง สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษใบเล็กที่ซุกอยู่ข้างก้อนหิน ผมจึงรับวิ่งเข้าไปหยิบ แต่ช้ากว่ามือหนาของใครบางคน

“ทำหาย?” เจ้าของมือที่หยิบได้ถามขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับบุคคลอันตรายที่ผมไม่อยากเจออีกแล้วครับ ไอ้เชี่ยพี่โชน!!!

“ยุ่ง” ผมกระชากกระดาษออกมาจากมือมัน พร้อมกับจะเดินกลับไปรวมกับเพื่อน

“ข้าว” ผมชะงักเมื่อถูกมันเรียก “ขอโอกาสให้พี่อีกครั้งไม่ได้หรอ” มันถาม แต่ผมไม่สนใจหรอกครับ ผมวิ่งหนีมันแล้วรีบเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่กำลังนั่งเรียงกับเป็นแถว

“มึงหายไปไหนมาวะ” ซันถาม

“กูไปหากระดาษคำใบ้มา มันปลิวหาย แล้วพี่เขาเรียกให้มาทำอะไรกันวะ” ผมกระซิบบอกมันพร้อมกับถามออกไป

“เขาก็จะทำโทษพวกที่ยังหาพี่รหัสไม่เจอ”

“น้องสองคนกระซิบอะไรกัน ออกมายืนข้างหน้าเลย” พี่นกสั่งเสียงเข้มเมื่อหันมาเห็นพวกผมสองคนนั่งกระซิบคุยกัน

“คุยอะไรกันคะ” พี่นกถามหลังจากที่พวกผมสองคนยืนอยู่หน้าแถว

“คือ ” ผมกับซันเหมือนเป็นไป เกิดอาการหากล่องเสียงของตัวเองไม่เจอ ยื่นอ้ำๆ อึ้งๆ ทำหน้าเอ๋อแดกเมื่อออกมายืนข้างหน้า แทบทุกสายตาจ้องมองมา ราวกับพวกผมเป็นจุดศูนย์กลางของคณะ

“นกอย่าโหดดิ เดี๋ยวเอ็มไม่รัก”

ฮิ้ววววววว

ฮิ้วววววววววว

ฮิ้ววววววววววววว

เสียงโห่แซวดังขึ้นเมื่อพี่เอ็มตะโกนห้ามพี่นกไม่ให้ดุใส่พวกผมสองคน ทำให้บรรยากาศที่เกือบจะตึงเครียดกลับมาครึกครื้นทันตา

“ไอ้เชี่ยเอ็ม” พี่นกตะโกนด่าอย่างเขินอาย “พี่จะทำโทษเราสองคนด้วยการนำเพื่อนเต้นไก่ย่าง แต่ถ้าเราสองคนเต้นไม่เร้าใจ พวกพี่จะให้น้องสองคนเต้นแค่สองคนและให้เพื่อนๆ น้องนั่งดู” พี่นกบอกพร้อมกับสั่งทุกคนที่ยังหาพี่รหัสของตัวเองไม่เจอให้ลุกขึ้น ก่อนที่พวกพี่ๆ จะช่วยกันร้องเพลงกับตีกลอง ส่วนน้องปีหนึ่งก็เต้นกันอย่างเมามัน


“เหนื่อยชิบ แต่สนุก” คริสพูดหลังจากที่พี่เข้าปล่อยให้แยกย้ายกันกลับหอ ส่วนใครที่ยังไม่เจอพี่รหัส พวกพี่ๆ ก็ให้เวลาตามหาหนึ่งอาทิตย์ ถ้ายังไม่เจออีกก็ต้องถูกทำโทษ และถูกทำโทษไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ

“คืนนี้ไปไหน ร้านเหล้าป่ะ” ซันเสนอหลังจากที่พวกเราเดินแยกออกมา

“ไปๆ” พลอยตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิด “ไปด้วยกันนะน้อยหน่า”

“คือ เราคงไปไม่ได้ บ้านอยู่ไกล” น้อยหน่าปฏิเสธ

“โห่!!!”

“ทำไมไม่ย้ายมาอยู่แถวนี้” ผมถาม

“พ่อเราเป็นห่วง ไม่อยากให้ย้ายมาอยู่หอคนเดียว” น้อยหน่า

“มาอยู่หอเดียวกันกับเรามั๊ย ห้องข้างๆ เราว่างพอดีเลย” พลอยเสนอ

“อืม ก็ดีนะ เดี๋ยวเราลองไปถามพ่อก่อน” น้อยหน่า

หลังจากแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า พวกผมก็มาเจอกันที่ร้านเหล้าหน้าหอของไอ้คริส ก่อนอื่นขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนนะครับ ผมกับพลอยอยู่หอเดียวกัน ใกล้กับหอผมคือหอของคริส ถัดจากหอของคริสคือหอของซัน ดังนั้น พวกผมจึงนัดมากินเหล้าที่ร้านแถวหอไอ้คริส แบบว่าใกล้กับหอทุกคนดี

ครืด ครืด ครืด

โทรศัพท์ผมดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นกองทัพที่โทรมา ดีเลยครับ ผมโทรไปหามันแล้วรอบนึงแต่ไม่รับ ว่าจะชวนมากินเหล้าด้วยกัน

“ไงมึง ทำไรอยู่วะ” ผมถามหลังจากกดรับสาย

“กูเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มึงมีไร”

“กูจะชวนมาแดกเหล้า”

“เออ ที่ไหนวะ”

“ร้านยก(เหล้า)ซด”

“เออ รอกูแป๊บ”

ติ๊ด

“ทัพหรอ” พลอยถามหลังจากผมวางสาย

“ใช่ เออพวกมึง เดี๋ยวจะมีเพื่อนกูมาเพิ่มคนนึงนะ” ผมตอบพลอยพร้อมกับหันไปบอกไอ้คริสไอ้ซัน มันสองคนก็พยักหน้ารับรู้แล้วนั่งดื่มต่อ

“เออ ไอ้กล้า พลอย กูขอถามอะไรหน่อย” ซันพูดขึ้นพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด 

“มึงสองคนเป็นแฟนกันหรอ” 

ผมหันไปมองหน้าพลอยก่อนที่เราสองคนจะยิ้มออกมาพร้อมกัน ไม่แปลกหรอกครับที่ซันหรือใครหลายคนจะสงสัย ก็ดูจากที่พวกผมแสดงต่อกัน ยอมรับครับว่ามันเหมือนคู่รัก แต่เชื่อเถอะครับว่าผมกับพลอย เราสองคนไม่ได้รู้สึกหรือคิดอะไรกันมากกว่าเพื่อนเลยจริงๆ คงเป็นเพราะความผูกพันธ์และความห่วงใยที่เราสองคนมีให้กัน ถึงแม้ตอนแรกมันจะอยู่ในสถานะแฟน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเพื่อนที่ไว้ใจและหวังดีต่อกันไปแล้ว และผมเชื่อว่ามันไม่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ให้กลายเป็นแฟนได้อีกครั้ง

“เปล่า กูกับพลอยเป็นเพื่อนกัน” ผมตอบตามความจริง

“แต่มึงสองคน...” คริสค้าน

“แฟนเก่า” พลอยตอบ ทำเอาคริสกับซันไม่กล้าถามอะไรขึ้นมาอีกเลย

“เห้ย!!! พวกมึง กูขอโทษ” ซันพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้ารู้สึกผิด คริสก็เช่นกัน

“อย่าคิดมากมึง กูกับพลอยเข้าใจกันดีโว้ยว่ารู้สึกยังไง…”

“ไอ้เชี่ยข้าว” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ เสียงของกองทัพตะโกนเรียกชื่อผมดังมาจากด้านหลัง ทำให้ทุกคนหันไปทางต้นเสียงจนไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาไหววูบของพลอย ก่อนที่มันจะหายไปเมื่อทัพเดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ ผม

“นี่ไอ้ทัพ เพื่อนกู เรียนวิศวะ นี่คริส ซัน” ผมแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน


ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ทุกคนพูดคุยดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน พลอยที่คอแข็งก็เริ่มเมา ไม่รู้ว่าวันนี้เธอเป็นอะไรถึงได้ดื่มเยอะเป็นพิเศษ ตอนนี้กำลังนั่งโยกหัวไปมาตามจังหวะเพลง ส่วนพวกผมที่แค่จิบๆ ก็เริ่มมึนกันนิดหน่อย

“น้องกองทัพ ” เสียงใครบางคนตะโกนทักเพื่อนผมครับ พวกผมเลยหันไปมองทางต้นเสียง ก็เจอเข้ากับชายคนหนึ่งที่ สูงพอๆ กับผม ผิวขาว ใบหน้าหวาน แต่ดูคมกว่าผมหน่อยๆ ใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีน คลุมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตยีนอีกตัวให้ความรู้สึกเท่ๆ แต่เดี๋ยวนะ หน้าแม่งโคตรคุ้น นั้นมันภูผา เพื่อนสนิทไอ้เชี่ยพี่โชน เจอพี่ภู ยังไม่ช็อคเท่าเจอไอ้เชี่ยพี่โชนที่เดินตามเข้ามาในร้าน แม่ง มันเอกก็แต่ตัวคล้ายๆ กับพี่ภู(ติดเรียกพี่ภูมากกว่าภูผา) อย่างกับนายแบบโฆษณาเสื้อผ้า เพียงแค่ไอ้เชี่ยพี่โชนเดินเข้ามาในร้าน สาวๆที่นั่งดื่มเหล้าอยู่มองมันตาไม่กระพริบ รวมถึงผมด้วย อกด้านซ้ายกระตุกขึ้นอย่างแปลกๆ นี้จะหล่อวัวตายความขวิดกันเลยหรือไง

“เชี่ยยยยยย” ผมร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อได้สติ “ไอ้เชี่ยทัพ มึงรู้จักกับคนนั้นด้วยหรอวะ” ผมสะกิดเพื่อนถาม

“เออ พี่รหัสกู แม่งโคตรเซ็ง” มันบอกพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว จะไม่ให้เซ็งได้ไงครับ ไอ้ทัพมันรู้ดีว่าพี่ภูเป็นเพื่อนสนิทกับไอ้เชี่ยพี่โชน(ชื่อพี่มันจะยาวไปมั๊ย ผมชักขี้เกียจเรียกแล้วนะ เจอกันบ่อยเกิ๊น) ซึ่งผมไม่ชอบ กองัพเป็นพวกถือคติ เพื่อนเกลียดกูเกลียดด้วย เจริญล่ะเพื่อนผม แต่จะว่าไปผมไม่ได้เกลียดพี่ภูนะ พี่เขาไม่ได้ทำอะไรผม เพียงแต่ว่าผมหลบหน้าไอ้พี่โชน และพี่ภูก็ตัวติดกับไอ้พี่โชนตลอดเวลา ทำให้ไอ้ทัพเข้าใจผิด คิดว่าผมเกลียดพี่ภูไปด้วยอีกคน

“นี่จะไม่ทักพี่รหัสเลยหรอครับ” พี่ภูถามกองทัพที่นั่งหน้านิ่งไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมที่เหลือบตาไปมองพี่ภู เผอิญสบตาเข้ากับไอ้พี่โชนเข้าอย่างจัง มันจ้องผมเขม็ง อะไรมึง จ้องกูทำไม ผมถามขึ้นในใจ

“หวัดดีครับพี่ภู” ผมยกมือไหว้ อย่างน้อยพี่เขาก็เคยเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า ผมก็ยังมีสัมมาคารครับ(วะมันไม่เพ ราะ) แต่ขอยกเว้นกับไอ้พี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่ภูคนนึง

“นั่งด้วยได้ไหมครับ” ไอ้เชี่ยพี่โชนถามพร้อมกับไปลากเก้าอี้มาวางแทรกกลางระหว่างผมกับพลอยอย่างเสียมารยาท เอ๊ะ!! ไอ้นี่

“ขอบคุณนะครับ” พี่ภูเองก็เช่นกัน ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ กับไอ้ทัพ ส่วนเพื่อนผมสามคนรีบยกมือไหว้พร้อมกับกินเหล้าต่ออย่างไม่สนใจ ราวกับปัญหาใครปัญหามัน กูไม่เกี่ยว เคลียร์กันเอง

“มองพี่แบบนี้ ด่าอะไรพี่อยู่ในใจครับ” ไอ้พี่โชนหันมาถามผม

“ยุ่ง” ผมตอบพร้อมกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวจนหมดประดุจน้ำเปล่า

“ข้าว พี่อยากจะอธิบายเรื่องวันนั้น พี่ไม่ได้คิดกับอันเกินเพื่อน และพี่ก็ไม่ได้คบกับเธอ” ไอ้พี่โชนรีบอธิบายขึ้นเมื่อมีโอกาส

“เกี่ยวอะไรกับกู” ผมถามออกไปเสียงเรียบ แต่ภายในใจแม้กระดี๊กระด๊าที่รู้ว่าเขาสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ไอ้เชี่ยข้าว มึงจะมาดีใจทำไมวะ มึงไม่ได้ชอบพี่เขาแล้ว ผมตะโกนเตือนตัวเองในใจ

“พูดไม่เพราะเลยนะครับ น้องข้าว” ไอ้พี่โชนยื่นหน้ามากระซิบบอกผมข้างหู ผมนั่งตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก “เรียก ‘พี่โชน’ เหมือนเดิมสิครับ” ยัง ยังจะมากระซิบข้างหูอีก ยังไม่หยุดใช่ไหม หัวใจกูเนี่ย จะเต้นแรงอะไรนักหนา

“ถะ ถอยไปห่างๆ หน่อย” ผมบอกพร้อมกับดันอกแกร่งให้ถอยห่าง ที่ว่างมีตั้งเยอะแยะ แต่ดันเลื่อนเก้าอี้มาชิดกับผม

“ก็พี่ อยากอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้หรอครับ” อะรายยยย จะมาพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับผมทำไม ไอ้เชี่ยพี่โชน มันทำมากเกินไปแล้วนะ

ผมหันกลับไปมองมันอย่างหาเรื่อง แต่ก็พบมันนั่งส่งยิ้มมาให้ผม “สัด!!!” ผมด่ามัน แต่ดูเหมือนมันจะไม่สะทกสะท้านกับคำด่าของผมเลย ยังคงนั่งยิ้มหน้าสะล่อนไม่แคร์สายตาประชาชีที่เขาส่งยิ้มมาอ่อยมึง สนใจพวกนางบ้างก็ได้นะ ยิ้มจนเหงือกจะแห้งตายอยู่แล้ว

“ข้าวววววว” พลอยเรียกผมเสียงยาน เธอลุกขึ้นมายืนข้างๆ แล้วกอดคอผมไว้เพื่อเป็นหลัก ดูท่าเธอจะยืนไม่ค่อยไหว “พลอยอยากกลับแล้วค่ะ เรากลับกันเถอะนะ” พลอยบอกพร้อมกับเข้ามาคลอเคลียบริเวณซอกคอของผม ก่อนที่เธอจะซบลงมาที่อกของผมแล้วหลับกลางอากาศ ผมดึงพลอยให้ลงมานั่งทับบนตัก กลัวเธอจะล้มหัวฟาดพื้น

"พลอย พลอย ตื่นก่อน พลอย" ผมเรียกพลอยและเขย่าตัวเธอเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอปรือตามองผมเล็กน้อย

“กูกับพลอยกลับก่อนนะ” ผมบอกเพื่อนๆ ที่นั่งดื่มดูท่าอารมณ์กำลังเข้าที อีกนานครับกว่าจะกลับ ผมพาพลอยกลับก่อนน่าจะดีกว่า ตอนนี้แม้แต่ทรวงตัวเธอยังทำแทบไม่ไหวเลยครับ ผมหันไปมองไอ้พี่โชน ที่ตอนนี้นั่งจ้องผมกับพลอยตาไม่กระพริบ จะมองอะไรของมึงนักหนา จ้องอยู่ได้ เดี๋ยวกูท้อง เชี่ย คนนะไม่ใช่ปลากัด

“พี่กลับด้วย” มันบอกพร้อมกับลุกออกไปรอหน้าร้าน ผมก็ประคองพลอยที่เมาหมดสภาพให้เดินตามออกไป


ผมขับรถมาจอดที่โรงจอดรถของหอเรียบร้อย โดยมีไอ้พี่โชนนั่งอยู่เบาะข้างๆ ผม ส่วนพลอยนอนสลบอยู่เบาะหลัง ผมประคองพลอยเข้ามาในหออย่างทุลักทุเล ไอ้เชี่ยพี่โชนมันคงสงสารเลยช่วยหิ้วปีกพลอยอีกข้างหนึ่ง จนในที่สุด เราทั้งสามคนก็มาถึงห้องพลอยจนได้ ผมหยิบคีย์การ์ดจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอออกมาเปิดประตูห้อง

“กลับไปได้แล้ว” ผมเอ่ยปากไล่ เมื่อเห็นไอ้พี่โชนทำท่าจะเดินเข้ามาในห้องด้วย

“ไม่” มันบอกพร้อมกับเข้ามาในห้องแล้วตรงไปนั่งบนโซฟามองดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสบายใจ ผมส่ายหัวอย่างรำคาญ พาพลอยไปนอนที่เตียง

“เห้ย!!!” ผมร้องเสียงหลงเมื่อพลอยฉุดร่างผมให้ลงไปนอนบนเตียงด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้ผมนอนคร่อมเธออยู่

“อืม ข้าว” พลอยลืมตาขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นผมก็นำมือขึ้นมาคล้องคอผมไว้ พร้อมกับยื่นหน้าขึ้นมาจูบ ผมที่ตะลึงกับการกระทำของเธอจนทำอะไรไม่ถูก

“เห้ย!!!” ไอ้เชี่ยพี่โชนรีบเดินเข้ามากระชากผมให้ลุกขึ้น

“อื้อ” พลอยรีบลุกขึ้นตามมากอดผมไว้ “ข้าวอย่าทิ้งพลอยไปได้ไหม เรากลับมารักกันเหมือนเดิมไม่ได้หรอ” พลอยถามพร้อมกับกระชับอ้อมกอดเข้าหาผม

“ปล่อย” เป็นไอ้พี่โชนครับที่เข้ามาแกะมือของพลอยให้ออกจากผม พลอยยืนมองการกระทำทุกอย่างด้วยความมึนงง 

“ผู้ชายคนนี้ เป็นของผม” ไอ้พี่โชนประกาศกร้าวทำราวกับผมเป็นเพียงสิ่งของที่สามารถโอนย้ายให้เป็นของคนนั้นทีคนนี้ที

พี่โชนกระชากตัวผมให้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่ง มันเอื้อมมือขึ้นมารั้งคอผมไว้ก่อนจะกดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง ราวกับจะล้างรสจูบของพลอยเมื่อกี้ให้หมดสิ้น ผมมองมันตาโต มือไม้พยายามขัดขืนด้วยการยกขึ้นมาทุบแผ่นอกแกร่ง แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผล ยิ่งผมร้องประท้วง ยิ่งเป็นการเปิดปากให้มันได้แทรกลิ้นร้อนเข้ามาดื่มชิมความหวาน เมื่อเวลาผ่านไป ผมขาดอากาศหายใจมากขึ้น ร่างกายเริ่มร้องประท้วงขึ้นอีกครั้ง มันจึงยอมผละออกห่าง ผมสูดลมหายใจเข้าไปในปลอดอย่างเหนื่อยหอบ

มันลากตัวผมออกมาจากห้องก่อนจะดึงประตูปิดเสียงดัง จนคนทั้งหอที่นอนอยู่อาจจะสะดุ้งตื่น ส่วนพลอยไม่ต้องพูดถึง เธอยืนมองผมกับพี่โชนจูบกันอย่างตกตะลึง

“มึงทำเชี่ยไรเนี่ย” ผมถาม พร้อมสะลัดข้อมือออกจากมัน ผมถูหลังมือมาที่ปากเหมือนต้องการลบล้างรอยจูบเมื่อครู่

"แล้วข้าวจะทำไร ถ้าพี่ไม่เข้าไปห้าม ข้าวจะ?"

"กูไม่ใช่มึงนะที่ชอบฉวยโอกาส" ผมรู้ครับว่ามันหมายความว่าไง ผมไม่ใช่มันนะที่อยู่ใกล้ใครก็รัก ก็ชอบ และต้องทำเรื่องอย่างว่า

“พี่บอกไปแล้ว” มันบอกพร้อมกับยิ้มหน้าทะเล้น

“บอกเชี่ยไร”

“จำไม่ได้หรอ พี่ก็บอกเราไปตอนอยู่ในห้องน้ำ หรือต้องให้พี่ทำให้ดูอีกครั้ง” มันพูดพร้อมกับดันตัวผมให้ติดกับประตูห้องของผม

“อะไร กูจำไม่เห็นได้” ผมบอกพร้อมกับแกแรงผลักมันให้ออกห่าง ผมรีบหยิบคีย์การ์ดออกมาเปิดประตู

“พี่จองเราไว้แล้วนะครับ” เสียงทุ้มกระซิบบอกข้างหู

ฟอดดด

“หอมจัง” พร้อมกับก้มลงมาหอมแก้ม ผมตาโต “ฝันดีครับ” เมื่อได้สติ จะหันกลับไปด่าพร้อมกับฟาดแขนฟาดขาใส่มัน แต่ดูเหมือนจะช้าไปเมื่อมันเดินหันหลังออกห่างไปแล้ว

“สัด!!!” ผมด่ามันไล่หลัง มันยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาโบกไปมาเล็กน้อยราวกับว่าอย่าไปถือสาการกระทำของมันเมื่อกี้เลย ก่อนที่มันจะเดินลงบันไดลงไป

“เชี่ยเอ้ยยยยย ใจสั่นทำไมวะ” ผมบ่นกับตัวเองเมื่อประตูห้องปิดลงพร้อมกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น

วันนี้เจอเรื่องราวอะไรหลายอย่าง แต่เรื่องที่ทำให้ผมหนักใจมากที่สุด คงจะเป็นเรื่องของไอ้เชี่ยพี่โชน มันมาทำแบบนี้กับผมทำไม มันต้องการอะไร และเรื่องของพลอยก็ดันผุดขึ้นมาในหัว สรุป พลอยยังลืมผมไม่ได้งั้นหรอ

“เชี่ย” ผมขยี้ผมตัวเองอย่างสับสน เอาไงต่อดีวะ...

กุลณัฐ

​มาแล้วนะ ตอนที่2 ไรท์เปลี่ยนเป็นการเล่าเรื่องแทนนะ ไม่สับสนเนาะ

​แจ้งๆ ไรท์จะอัพช่วง3ทุ่มนะ ส่วนวันไม่แน่นอน

​อ่านจบแล้วขอคนละ1คอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ

ความคิดเห็น