Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โทรครั้งที่ 7 :: สายซัพของแจน [ครบ - 100% -]

ชื่อตอน : โทรครั้งที่ 7 :: สายซัพของแจน [ครบ - 100% -]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2561 19:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โทรครั้งที่ 7 :: สายซัพของแจน [ครบ - 100% -]
แบบอักษร


โทรครั้งที่ 7 สายซัพของแจน


          ผมเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อตอนกลับมาถึงบ้าน ว่าเบอร์ที่ให้ไอ้น้องเซบไปน่ะ...มันคือเบอร์ที่เชื่อมกับไลน์ไว้ มารู้ตอนที่จับโทรศัพท์นี่แหละ เห็นไลน์ของเซบมันแอดเข้ามาจากเบอร์ โชว์โง่ไปหนึ่งทีไอ้แจน

            วูบหนึ่งผมรู้สึกตัวเองหน้าตาดี ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านการเป็นแพนด้ามาหยกๆ ทั้งพี่ณะ (ที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าใช่แน่ๆ) ไหนจะไอ้น้องเซบนั่นอีก ก่อนหน้านี้ไปอยู่ไหนกันวะทำไมมาเอาตอนที่ผมจะสามสิบแล้วแบบนี้ ว่าแต่...รวมชนกันต์เข้าไปด้วยได้ปะ คนนี้ให้เป็นกรณีพิเศษ

            ผมปิดล็อกประตูบ้านเมื่อทำอะไรเสร็จหมดแล้ว เช็กความเรียบร้อยอีกนิดหน่อยว่าลืมปิดอะไรหรือเปล่า ส่วนไอ้หงส์หลังจากกลับมามันก็ขึ้นห้องอาบน้ำนอนเลย เห็นบอกว่าพรุ่งนี้มีงานตอนสิบโมง ว่าจะออกแต่เช้า

            หงส์มันนอนห้องเก่าของแม่ผม สิทธิพิเศษไปอีก ต้องให้ครับ เพราะผมทำงานบางทีก็ลากยาวถึงเช้า แน่นอนว่าต้องเปิดไฟไม่งั้นสายตาเสียหมด (ซึ่งตอนนี้ก็เสียไปไกลละ) ถ้าให้นอนห้องผมอีกฝ่ายนอนไม่หลับแน่ๆ เผลอๆ อาจมีลุกมาโวยวายว่าเมื่อไหร่มึงจะปิดไฟ หรือ...เลิกทำเสียงก๊อกๆ แกร๊กๆ ได้แล้วกูรำคาญ

            พอปิดอะไรเสร็จเรียบร้อยก็พาตัวเองขึ้นห้องบ้าง กะว่าจะทำงานต่ออีกนิดหน่อย แต่พอเปิดคอมได้แป๊บเดียวเท่านั้นโทรศัพท์ผมก็ดัง เบอร์ที่โทรเข้ามาไม่คุ้นซะด้วย

            “ฮัลโหล สวัสดีครับ” ผมรับสาย

            [พี่แจน นี่เซบเองนะ]

            ไอ้เด็กอันตราย!

            “โทรมาทำไม ตอนนี้มันเป็นเวลาพักผ่อนรู้ปะ”

            [ต้องโทรเช็กสิว่าพี่ให้เบอร์จริงมาหรือเปล่า แต่ผมมั่นใจตั้งแต่เห็นไลน์ของพี่แล้วล่ะ น่ารักนะเราอะ] คนในสายหยอกเย้าท้ายประโยค ผมสำลักน้ำลายทันที ไอ้เด็กห่านี่ อะไรของมึงงง อยู่ๆ ก็ชมกูตั้งตัวไม่ทัน!

            “เซบ คือพี่จะทำงาน” อะ…คุยกับมันดีๆ ก่อน

            [อ๋อ สู้ๆ นะครับ เซบเป็นกำลังใจให้เสมอ]

            ไอ้น้องเซบตอบกลับเสียงใสซื่อจนน่าตบ ผมนี่กลอกตามองบนทันทีเลย คือเซบครับ พี่แจนต้องการจะสื่อว่าพี่แจนจะทำงาน เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่เวลาที่เซบจะกวนพี่ มึงจงออกไป!!

            “เซบ”

            [ฮะ]

            “เอาตรงๆ เลยนะ พี่ต้องการเวลาส่วนตัว พี่จะทำงาน”

            [พี่ไม่อยากเป็นส่วนรวมกับเซบหน่อยเหรอ] อีกฝ่ายว่าเสียงติดจะอ้อน แต่...เซบ...มึง

            “คำว่ารวมทำไมมันดูเจ้าเล่ห์แปลกๆ วะ พี่คิดในทางที่ดีไม่ได้เลย” แต่จะให้ดีช่วยรวมทั้งหมดของมึงแล้วเอาออกไปจากชีวิตกูด้วย

            [นั่นสิ แปลกเนอะพี่แจน เซบไม่เคยคิดเรื่องดีๆ กับพี่เลย รู้สึกตัวเองใจบาปมาก แต่ไม่เป็นไร เซบอยากทัวร์นรกสักครั้ง ไปด้วยกันไหมครับ] เอาล่ะ…ผมรู้เกี่ยวกับน้องมันอีกอย่างหนึ่งแล้ว เซบเป็นคนใช้เสียงเก่ง เดี๋ยวมีความขี้เล่น แป๊บๆ มันเจือแววเจ้าเล่ห์มาอีกแล้ว ทำให้คนฟังคล้อยตามได้ไม่ยาก แต่ไม่ใช่สำหรับผม

            กูไม่ไป! เชิญมึงไปก่อนเลยครับ

            “เหมือนโดนคุกคามทางเพศ”

            [บ้า พี่แจนอะคิดมาก]

            สาบานเลย ถ้าอยู่ใกล้ๆ กูขาคู่ใส่มึงแน่เซบ

            ผมกุมขมับ รู้สึกปวดหัวกับไอ้เด็กนี่เหลือเกิน คิดถูกคิดผิดวะให้เบอร์น้องมันไปเนี่ย ผมถอนหายใจ อ้าปากเตรียมที่จะบอกปลายสายอีกครั้งว่ากูต้องทำงาน แต่ทว่าโทรศัพท์มันก็แจ้งเตือนว่ามีสายเข้าซะก่อน หน้าจอไม่โชว์เบอร์ผู้โทรแบบนี้มีคนเดียวแหละ

            ผมนี่วางสายไอ้น้องเซบและรับสายคนใหม่ทันทีแบบไม่เสียเวลาตัดสินใจ

            “ฮัลโหลครับ”

            [คุณแจน]

            งื้อออชนกันต์ สำหรับคนนี้ต้องการเวลามากขนาดไหนก็ให้ได้ งานแจนไม่ทำแล้วก็ได้ครับ แจนจะคุย

            [นอนหรือยังครับ]

            “ยังครับ ตาสว่างมาก”

            [งั้นดีเลยครับ คุยกับผมนะ] ผมเม้มริมฝีปากแน่น อยู่ๆ ก็หน้าแดง เขินประดุจเขาขอเป็นแฟน ทั้งๆ ที่เจ้าตัวแค่บอกให้อยู่คุยกับเขาก่อนแค่นั้น แจนคนเพ้อ 2018

            “ได้ครับ ว่าแต่...เมื่อเช้าที่โทรไปนั่นเวลางานของคุณใช่ไหม แล้วนี่ตอนกลางคืน...คุณชนกันต์ คุณขยันเกินไปหรือเปล่า” จากเมื่อเช้าผมโทรเบอร์คอลเซ็นเตอร์โดยตรง ซึ่งอีกฝ่ายก็เป็นคนรับสาย นั่นแสดงว่าอยู่ในเวลางาน และตอนนี้มันก็ดึกแล้ว อีกฝ่ายยังโทรมาอีก

            [ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมกลัวคุณแจนรอจนหงุดหงิดไง]

            น่ารักมาก สามีในอนาคตของแจน มาขบหัวทีหนึ่งสิ

            “แล้วเป็นยังไงครับ”

            [ผมส่งเรื่องให้แล้ว ทางนั้นเขาแจ้งมาว่าอีกสามสี่วันจะเข้าไปจัดการให้ครับ คุณแจนรอหน่อยนะ]

            “แน่นอนครับ รอได้เสมอ”

            [น่ารักเหมือนเดิมเลยน้า] ปลายสายหยอดเสียงหวาน ผมนี่แพ้มาก มีเท่าไหร่ให้หมดเลย ผมซบหน้าลงกับโต๊ะคอม ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้าง แต่ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมาปุ๊บก็เจอเข้ากับข้อความของไอ้เซบที่ไลน์มาโชว์อยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

            **+ S u p e r S e b b y +** : พี่ตัดสาย!

            **+ S u p e r S e b b y +** : พี่ทิ้งเซบ :(

            **+ S u p e r S e b b y +** : โทรไปอีกรอบก็ไม่รับด้วย ทำไมทำแบบนี้ล่ะ

            **+ S u p e r S e b b y +** : พี่แจนนนนนนนนนน ;_;

            มาเป็นชุดเลย

            **+ S u p e r S e b b y +** : อ่านแล้วทำไมไม่ตอบง่ะ

            คือกูไม่รู้จะตอบอะไรเซบ อีกอย่างกูแยกสมาธิไม่ออกด้วย หูก็ต้องฟังชนกันต์พูด ตาก็ไล่อ่านข้อความของมึง

            [คุณแจนครับ ยังอยู่ไหมเอ่ย]

            “อะ...อยู่ครับอยู่”

            [เห็นเงียบไปนึกว่าหลับ อย่าทิ้งผมไว้กลางทางนะ] มาอีกแล้วน้ำเสียงออดอ้อนในท้ายประโยค กลางทางอะไรไม่มีหรอกชนกันต์ อย่างคุณให้กลางใจลูกเดียวเลย เอาไป!

            ขณะคุยกับชนกันต์ผมละสายตาไปทางอื่น ในห้องก็เหมือนๆ เดิมผมก็มองไปเรื่อยเปื่อย แต่พอดึงสายตากลับมาที่หน้าจอคอม...

            **+ S u p e r S e b b y +** : ถ้าพี่ไม่ตอบ เซบจะเซฟรูปพี่ไปช่วยตัวเองแล้วนะ

            !!

            “ไอ้เซบ! ไอ้เหี้ย!” ผมสบถดังลั่นห้องดวงตาเบิกกว้าง มึงมันภัยคุกคามทางเพศที่แท้ทรู! อ่านข้อความของเด็กเวรนั่นแล้วผมเผลอเสียวสันหลังวาบเลย ฮือออ แจนรู้สึกไม่ปลอดภัย

            [เอ่อ...คุณแจน…]

            อ้าว...ฉิบหายละ

            ผมเบิกตากว้างอีกรอบ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังคุยกับชนกันต์ค้างอยู่ยังไม่ได้ว่างสาย และที่ผมสบถไปเมื่อกี้แน่นอนว่าเข้าหูอีกฝ่ายเต็มๆ แน่ ผมยกมือตบหน้าผาก ไปหมดแล้ว น้ำเสียงเมื่อครู่โคตรเกรี้ยวกราดผมบอกเลย ถ้าชนกันต์จะตกใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

            “ขอโทษครับ พอดีน้องมันแกล้ง มันแบบ...มัน...ฮือช่างมันเถอะ” บอกไม่ได้ว่ะ มัน 18+ เกินไป

            [โอ๋~]

            พอได้ยินคำปลอบสั้นๆ นั่นผมนี่อยากพุ่งตัวเข้าไปใส่แล้วเอาหัวไถๆ กับอกอีกฝ่าย พร้อมทั้งเบะปากแบบไม่เกรงใจอายุ ชี้ไปที่ไอ้เซบแล้วบอกว่า...ชนกันต์~ มันแกล้งแจน

            **+ S u p e r S e b b y +** : เปลี่ยนใจแล้ว ถ้าพี่แจนไม่ตอบ เซบจะส่งรูปนู้ดของตัวเองให้พี่แทน

            ไอ้คนในไลน์มันยังไม่จบ ในหัวมึงมีแต่เรื่องแบบนี้หรือไง!

            Je T’aime Janz : ส่งมาดิ

            ผมท้าแม่ง มันไม่กล้าทำจริงหรอก

            **+ S u p e r S e b b y +** : อะแน่ะ อยากเห็นล่ะสิ

            ไม่น่าพิมพ์แบบนั้นเลยกู

            Je T’aime Janz : ใครจะไปอยากดูวะ

            + S u p e r S e b b y +: ทำไมล่ะ เรือนร่างของเด็กน่ะกรุบกริบนะบอกเลย

            ไม่ต้องมาหลอกล่อ!!

            เมื่ออ่านข้อความล่าสุดผมนี่นึกถึงหน้าคนพูดออกเลย มันต้องกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่แน่ๆ ผมปิดหน้าต่างแชททิ้งทันที ไอ้น้องเซบก็แง่วๆ มาต่อแต่ผมไม่สนใจมันละ คุยด้วยแล้วรู้สึกโดนคุกคาม ไม่ปลอดภัย อีกนิดกูจะแจ้งคุณตำหนวดจับมึงแล้วนะ

            [เอาเป็นว่าผมไม่รบกวนคุณแจนแล้วดีกว่า คุณแจนมีอะไรสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ]

            “มีครับ”

            [หืม สงสัยอะไรตรงไหนครับ]

            “คุณขยันมาก ขอถามเป็นความรู้ หากำลังใจทำงานได้จากที่ไหนครับ” หรือมีแบ่งขายไหม ต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก

            [จากผมก็ได้นะ พยายามเข้านะครับ สู้ๆ คุณทำได้อยู่แล้ว] ผมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอามือปิดหน้า อยากกรีดร้องให้ลั่นบ้าน อย่ามาเล่นกับใจกูแบบนี้ชนกันต์ แม่ง! กูจะจริงจังแล้วนะ

            “ขอบคุณครับ”

            [ไม่เป็นไรครับ อืมม...บอกฝันดีลูกค้านี่ผิดไหมเนี่ย] ปลายสายว่าหยอกๆ

            “ไม่ผิดหรอก บอกสิครับ”

            [ฮะๆ ฝันดีครับคุณแจน]

            ต้องฝันถึงคุณแน่ๆ ชนกันต์


……………


            เมื่อวานผมได้รับการแจ้งมาว่าวันนี้ช่างจะเข้ามาเปลี่ยนสายเน็ตให้ ผมก็ตื่นมันแต่เช้าเลย ไม่รู้ว่าพี่ช่างเขาจะมาตอนไหน จะได้ไม่เหมือนคราวที่แล้ว เดินเมาขี้ตาไปเปิดประตูให้เขา

            พอตื่นเช้าก็เหมือนว่าแสงแดดอุ่นๆ มันปลุกความขยันในตัว ผมหอบผ้าลงมาซัก ผมเดาเอาไว้แล้วว่าแดดวันนี้ต้องดีแน่ๆ เอาจริงประเทศไทยแดดดีตลอดแหละ แต่สำหรับบางคนซักผ้าเมื่อไหร่ไอ้แดดดีๆ ที่ว่ามันจะเปลี่ยนเป็นเมฆฝนลอยมาแทน มันคือความพิศวงอย่างหนึ่งเลย

            ซักเสร็จเรียบร้อยก็หอบผ้ามาตากที่หลังบ้าน สะบัดทีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มฟุ้งกระจาย นี่ผมใส่เยอะไปเปล่าวะ จะว่าไปก็เกือบหมดถุงแน่ะ

            “น้องแจน ซักผ้าเหรอ”

            ผมหันไปตามเสียงทักอันสดใส คนทักคือพี่แคลร์สาวข้างบ้าน เจ้าตัวยิ้มกว้าง ทางนั้นก็ดูเหมือนว่าจะออกมาตากผ้าเช่นเดียวกัน แต่ทางเขาน่ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            “ใช่ครับ” ผมตอบกลับ ปกติก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าพี่สาวข้างบ้านคนนี้เท่าไหร่ คุ้นๆ เหมือนพี่แคลร์เคยบอกว่าทำงานเป็นแอร์ จากรูปร่างหน้าตาที่จัดว่าเด็ดมาก เป็นนางแบบได้สบายๆ เลย ผมถึงไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ที่พี่เขามีหลานตัวเท่าควายแล้ว

            “ว่าแต่แจนเจอหลานพี่แล้วใช่ไหม พอลน่ะ”

            “ครับ เจอแล้ว” มันกวนแจนด้วยแหละพี่แคลร์ แจนฟ้องได้ปะ

            “หลานพี่ไม่ค่อยได้กลับบ้านน่ะ ปกติเขานอนที่คอนโดในกรุงเทพ ก็นะ...ทำงานที่นั่นจะให้ขับรถไปกลับทุกวันคงไม่ไหว” พี่แคลร์บอกพลางยู่ปากหน่อยๆ ผมขอเดาว่าพี่เขาคงอยากให้หลานกลับบ้านบ่อยๆ ล่ะมั้ง

            “ก็ดีแล้วนี่ครับ บางทีเหนื่อยๆ ขับรถกลับมันก็อันตรายนะ”

            “ก็จริง พี่อยากให้พอลกลับบ้านทุกวันนะ แต่คิดดูแล้วพี่เองก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน ให้เขากลับเฉพาะวันหยุดนั่นแหละดีแล้ว เอ้อ...หลานพี่เขาจะอยู่วันศุกร์ตอนเย็นและวันเสาร์อาทิตย์นะ ถ้าแจนมีปัญหาอะไรเรียกพอลมันได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” พี่แคลร์ว่าอย่างใจดี น้าหลานคู่นี้ยิ้มเก่งเหมือนกันเลย

            “ขอบคุณฮะ”

            “ไม่เป็นไรจ้า”

            “ว่าแต่ หลานพี่เขาทำงานอะไรเหรอครับ”


- 60% -

            ผมชวนคุยระหว่างนี้ก็หยิบผ้าตากไปด้วย

            “อ๋อ…”

            Rrrrrr

            พี่แคลร์กำลังจะอ้าปากตอบคำถามผมแต่ทว่าโทรศัพท์ของพี่เขาก็ดังขึ้นซะก่อน ร่างบางชะงักพร้อมกับเบิกตากว้างเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้

            “โทษทีนะแจน พี่มีนัดกับเพื่อน สงสัยมันโทรตามแล้ว ไปก่อนนะ”

            “ครับ บะบาย~” บอกลาอย่างสดใสบ้าง พี่แคลร์คว้าโทรศัพท์แล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าบ้าน มองตามหลังแล้วก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นช่างน่ารัก ถ้าผมชอบผู้หญิงนี่คงจีบพี่แคลร์ละ

            ผมกลับมานั่งทำงานหลังซักผ้าเสร็จเรียบร้อย พอช่วงบ่ายๆ ช่างของ ADS ก็เข้ามาเปลี่ยนสายเน็ตให้ ผมยืนมองพลางแอบขอโทษพวกพี่เขาอยู่ในใจเลย เห็นแวบๆ ด้วยว่าเขาขมวดคิ้วตอนเห็นรอยแทะบนสาย แจนว่าแจนแทะเหมือนหนูที่สุดแล้วนะ พี่จะสงสัยอะไรกันหืม แต่สัญญา…ต่อไปจะไม่ซนอะไรแบบนี้อีกแล้วครับ

            จะไปซนอย่างอื่นแทน แฮ่!

            และแน่นอน...น้ำแดงของไอ้หงส์ถูกเอามาเซ่นไหว้พี่ช่างอีกครั้ง ถ้ากูออกไปตลาดกูจะซื้อมาคืนมึงนะเพื่อนรัก

            “เรียบร้อยแล้วครับ ยังไงก็ระวังหน่อยนะ หาซื้อพวกกาวดักหนูมาใช้ก็ได้” พี่ช่างยกน้ำขึ้นดื่มแก้กระหายพร้อมกับแนะนำวิธีกำจัดหนูแสนซุกซน ผมนี่ยิ้มอ่อนเลย

            “ขอบคุณครับ แต่...น่าสงสารมันออกครับ”

            “สงสารตัวเองดีกว่าครับ มันสร้างความเดือดร้อนให้เรานะ ไม่มีประโยชน์แถมยังน่ารำคาญอีกไอ้หนูพวกนี้น่ะ” พี่แกว่าอย่างใส่อารมณ์ เขาด่าหนูแต่ทำไมผมรู้สึกเจ็บจังวะ

            หนูแค่แทะสายนิดหน่อยเอง ปกติหนูไม่ซนไม่ดื้อนะครับ

            “เรียบร้อยแล้ว พวกผมกลับก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับน้ำนะ”

            “ครับ ขอบคุณมากเช่นกัน ขับรถกลับดีๆ นะครับ” อวยพรพร้อมกับเดินไปส่งที่หน้าบ้าน และเน็ตก็กลับมาให้ผมใช้งานอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นก็มีแต่เสียงถอนหายใจ คือมันเรียบร้อยแล้ว...ชนกันต์กู...ไปอีกแล้ว

            แจนไม่รู้จะใช้มุกไหนแล้วเหมือนกัน

            มุกสุดท้ายคงติดต่อไปทาง ADS ถ้าต้องการคอลเซ็นเตอร์คนนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่ครับ

            Rrrrr

            อะ…โทรศัพท์เข้าอีกแล้ว ช่วงนี้แจนโซฮอตอะไรขนาดนี้ เดินไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับแล้วหนีบไว้กับไหล่ สองมือกำลังเก็บแก้วน้ำแดงพี่ช่างไปล้าง ผมเดินเข้าครัว ปากก็ทักคนในสายไปด้วย

            “สวัสดีครับพี่หญิง ว่าไงครับ”

            [น้องแจน ว่างไหม คุยได้เนอะ] เสียงร่าเริงมาเลย รอบข้างผมเต็มไปด้วยผู้หญิงร่าเริงอารมณ์ดีเยอะจริง ออ...ตัดไอ้หงส์กับอิหมวยเล็กออกไปนะ รายแรกมันเกรี้ยวกราด (เชื้อเดียวกับผม) ส่วนหมวยอย่าเรียกว่าร่าเริง ให้เรียกว่าแรด

            “คุยได้ครับ ผมว่าง”

            [คืองี้ค่ะ เรื่องที่พี่บอกว่าจะเลี้ยงข้าวน่ะ ก็เลยจะโทรมานัดไว้ก่อน น้องแจนสะดวกวันไหนคะ]

            “วันไหนก็ได้ครับ เอาที่พี่สะดวกดีกว่า” ให้บอกว่าขี้เกียจออกจากบ้านก็ดูจะเป็นการทำลายน้ำใจไปหน่อย พี่หญิงเองก็ดูอยากชดใช้ให้ผมเหมือนกันที่ทำให้ต้องมาเจอกับงานผลาญพลังชีวิตนั่น ซึ่งผมใจอ่อนยอมตกลงรับงานก็เพราะพี่หญิงนั่นแหละ

            [เอาเป็นช่วงเย็นวันพุธ ไม่ก็พฤหัสหน้าไหม หลังพี่เลิกงาน]

            “ก็ได้นะครับ”

            [โอเค แล้วเจอกันจ้า]


…………….


            ใครบอกว่าอาชีพฟรีแลนซ์นั้นแสนสบาย นั่งๆ นอนๆ ทำงานอยู่บ้านแป๊บๆ ก็ได้ตังค์ ไม่เลย!! ไม่ใช่แบบนั้นเลยจ้า ใครคิดแบบนี้มาต่อยกันสักทีมา

            หลังได้เน็ตกลับมาผมก็สวมบทคนขยัน หยิบงานของพี่ลูกน้ำขึ้นมาทำ อ่านบรีฟปุ๊บภาพก็มีในหัวทำให้สามารถร่างงานได้แบบไม่ติดขัดอะไร ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่องานที่ทำร่างใกล้จะเสร็จแล้ว แต่ทว่า…เมื่อเสียงแจ้งเตือนเฟซบุ๊กดังขึ้น

            ลูกน้ำ นักเขียนมีกะตังค์ : น้องแจนคะ คือพี่จะขอเปลี่ยนบรีฟน่ะค่ะ

            วดฟ! มือที่กำลังจับเม้าส์ปากกาอยู่ถึงกับอ่อนแรง นี่ไงใครบอกว่าสบาย มึงดูกู ดูกูวววว ทำไมพี่ไม่มาให้เร็วกว่านี้ครับ

            Je T’aime Janz : พี่ลูกน้ำครับพอดีแจนร่างไปแล้วน่ะ เอาไปดูก่อนนะครับเผื่อพี่ชอบ

            ว่าแล้วผมก็จัดการส่งรูปที่เพิ่งร่างเสร็จไปให้พี่เขาดู ให้ตายเหอะผมแทบพังโต๊ะ กูนี่ยืนขึ้นแล้วทึ้งหัวตัวเองเลยครับ ทำไมกับเจ๊แกผมต้องมีปัญหาด้วยตลอด

            เจ๊ลูกน้ำเงียบหายไปครู่หนึ่ง เดาว่ากำลังดูรูปอยู่ สักพักแกก็ตอบกลับมา

            ลูกน้ำ นักเขียนมีกะตังค์ : ก็ดีนะคะ พี่ส่งบรีฟใหม่เข้าเมลไปแล้วนะคะน้องแจน อย่าลืมเช็กเมลนะ

            เอ่อ...สรุปเจ๊จะเอาบรีฟใหม่ให้ได้ใช่ปะ

            Je T’aime Janz : ถ้างั้นก็รอไปก่อนนะครับ

            ลูกน้ำ นักเขียนมีกะตังค์ : ขอเดดไลน์เดิมที่จะส่งร่างนะคะน้องแจน

            วดฟอีกครั้ง! พี่ครับ เดดไลน์ส่งร่างเดิมคืออีกสี่วัน แต่นี่พี่เล่นส่งบรีฟมาใหม่ แต่จะเอาเดดไลน์เดิม พี่จะบ้าเหรอ! โอเคผมทำทันมันไม่มีปัญหาก็แค่ร่าง ไม่ต้องเก็บรายละเอียดอะไรมากมาย แต่...พี่ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ

            ลูกน้ำ นักเขียนมีกะตังค์ : จะรอนะค้า อยากเห็นๆ

            พี่อยากเห็นเลือดบ้างไหมล่ะ เดี๋ยวเราได้มีเรื่องกัน

            บางทีก็คิดว่าตัวเองควรไปทำบุญ ช่วงนี้อะไรก็ดูจะพาให้หงุดหงิดไปซะทุกเรื่อง ผมถอนหายใจพลางปิดงานพี่ลูกน้ำลง ไม่ทำละ สุดท้ายร่างอันนี้ก็ต้องโยนทิ้ง อยากขอร้องลูกค้าที่จ้างวาด ก็ใช่อยู่ที่คุณเอาเงินมาให้ผม คุณคือคนจ้าง ผมมีหน้าที่ทำตาม แต่เราควรมีความเกรงใจให้กันบ้างนะเออ ไม่ใช่ว่าเป็นคนจ่ายเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้

            Rrrrr

            นั่งน้อยใจในอาชีพอยู่ครู่หนึ่งโทรศัพท์ก็ดัง ผมเอื้อมมือไปคว้ามาดู พอรู้ว่าใครโทรมาเท่านั้นแหละ รู้สึกเหมือนได้น้ำทิพย์มาชโลมจิตใจ

            “ฮัลโหล”

            [คุณแจน สวัสดีครับ]

            “ครับผม”

            [เสียงอ่อยมาเลย ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ ผมแค่จะโทรไปเช็กความเรียบร้อยน่ะฮะ ทางนั้นเขาแจ้งมาว่าเข้าไปเปลี่ยนสายให้คุณแจนแล้ว]

            “ก็...ครับ มาเปลี่ยนแล้วเรียบร้อย โอเคทุกอย่าง” ผมตอบกลับปลายสายพร้อมกับปิดคอมไปด้วย ไม่ทำแล้วจ้างาน หมดอารมณ์ ผมลุกจากเก้าอี้พาตัวเองไปทิ้งร่างลงบนเตียง เอาหน้าซุกกับหมอนแล้วถอนหายใจ

            [อ่า...ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ]

            “ไม่มีครับ” ไม่รู้ชนกันต์ฟังรู้เรื่องหรือเปล่าเพราะหน้าผมฝังอยู่กับหมอนเสียงมันเลยอู้อี้ แต่คิดว่าคงเข้าใจแหละ เพราะผมได้ยินเขาครางตอบรับเบาๆ

            [โอเคครับ งั้น…]

            เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป!

            “คุณชนกันต์ ขอถามอะไรหน่อยสิ เวลาเจอลูกค้าน่ารำคาญคุณทำยังไง ถ้าไม่มีวิธีจัดการลูกค้างั้นเอาวิธีจัดการกับตัวเองก็ได้ ให้ไม่รู้สึกอยากกัดหัวลูกค้า” ผมชิงถามก่อนเลย ไม่ถงไม่ถามด้วยว่าอีกฝ่ายพร้อมจะให้คำตอบหรือเปล่า

            [อืมมม...ก็ทำใจเย็นๆ ครับ พยายามเข้าใจ ต้องไม่หงุดหงิดไม่ว่าเขาจะพูดอะไรมา]

            “งือ...ทำยากจัง” ผมเบะปากว่าเสียงอ่อย

            [งั้นเปลี่ยนเป็นทำใจอย่างเดียวแล้วหาไอติมกินไหมครับ น่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น] ชนกันต์ว่าแบบติดตลก ไอ้อย่างนี้คือไม่มีวิธีแก้ใช่ปะ? ผมถอนหายใจอีกครั้ง นี่ผมต้องเจอแบบเจ๊ลูกน้ำอีกนานใช่ปะ

            “ผมไม่อยากกัดไอติมเลยครับ อยากกัดหัวลูกค้ามากกว่า กัดแล้วกระชากด้วย”

            [น่ากลัวนิดๆ นะครับแบบนั้น]

            “บ้า คุณอะคิดมาก ผมออกจะน่ารัก”

            [ใช่ครับ ผมเห็นด้วย]

            ผมนี่กลับไปเอาหน้าซุกหมอนอีกรอบเลย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ถ้าปล่อยให้ยิ้มปากผมต้องฉีกแน่ๆ เหมือนได้ยินเสียงฉ่าดังเข้ามาในหัว เสียงหน้าไหม้ หูไหม้ แต่ใจไม่มีให้ไหม้นะ เพราะตอนนี้ละลายหมดแล้ว

            [เงียบไปแบบนี้ เขินผมเหรอครับ]

            “คุณชนกันต์ ตอนนี้เวลางานนะครับ” มึงหยอดลูกค้าแบบนี้ได้ไง ถึงแม้ว่าลูกค้าคนนี้จะชอบก็เถอะ

            [แย่จัง อยากเลิกงานแล้วสิ]

            โอ๊ยยยย ชนกันต์ มึงจีบกูเลย บอกมาตรงๆ เดี๋ยวนี้ว่าจะจีบกู

            [เงียบเก่ง]

            บอกกูอีกทีสิว่ามึงทำงานอยู่จริงๆ ถ้าหัวหน้าเดินมาข้างหลังคงได้มีตบหัวโยกกันล่ะ มีอย่างที่ไหนคุยกับลูกค้าด้วยคำพวกนี้ หรือเพราะมีปัญหาบ่อยมึงเลยรู้สึกว่าเราสองคนสนิทกันแล้ว?

            “คุณก็หยอดเก่ง ขายขนมครกไหม”

            [ไม่ครับ ชอบขายขนมจีบมากกว่า] น้ำเสียงขี้เล่นเอ่ยกลับมาอย่างไม่มียอม มึงนี่ก็ไหลได้ตลอดจริงๆ นะ ผมอมยิ้มพลางส่ายหน้า ก็แปลกดีที่เวลาได้คุยกับอีกฝ่ายผมเหมือนได้รับการฮีล อารมณ์ขุ่นๆ ในใจถูกขจัดออกไปโดยชนกันต์

            “หึๆ ผมคุยกับคุณแล้วรู้สึกดีจัง เหมือนคุณมีพลังบวกอยู่ในตัว เหมือนได้รับการฮีลเลย”

            [เป็นเกียรติมากครับ]

            “คุณชนกันต์…”

            [ครับ?]

            ผมเม้มริมฝีปากลง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าควรพูดดีไหม แต่สุดท้ายก็พูดออกไปจนได้

            “ขอเบอร์ส่วนตัวคุณได้ไหมครับ ก็แบบ...ผมอยากคุยกับคุณในเวลาอื่น ที่ไม่ใช่เวลางาน”


- 100% -


○○○○○○○○○○○○



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น