กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 512

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2561 15:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : เรื่องวุ่นวายของผู้ชายขี้หงุดหงิด1/1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

​ต่อจากตอนที่แล้ว...

เข้าสู่วันที่สามเห็นจะได้ มุขธิดาต้องยืนเก้ออยู่หน้าบ้านของตนเอง สายตาสดใสมองผ่านลอดซี่รั้วออกสู่ถนน ยังไม่เห็นมอเตอร์ไซค์เจ้าประจำขับมาจอดสักที ทำให้เสียงเอะอะโวยวายพลอยหายตามไปด้วยอีกต่างหาก มันเลยทำให้ชีวิตของเธอ เหมือนขาดหายอะไรสักอย่าง

เอ...สองคนนั้นหายหน้าไปไหนกันน่า ทำไมไม่เห็นมาเก็บดอกเลยสามวันนี้

ภายในใจนั้นไม่ได้รู้สึกยินดีกับการไม่ต้องเสียเงิน เมื่อสำนึกในด้านดีตามสายอาชีพงาน ทำให้มุขธิดาแอบกังวลใจเรื่องอุบัติเหตุเสียมากกว่า หญิงสาวเดินหน้ามุ่ยเข้ามานั่งรอยังโต๊ะม้าหินอ่อน คอยชะเง้อคอยื่นยาวออกเป็นระยะ กะจะโทรสอบถามให้ได้ความกระจ่าง เธอก็ไม่กล้า กลัวเสี่ยอนุชัยเจ้านายของเพื่อนซี้สองคนนั้นเป็นผู้รับสาย เธอไม่อยากสนทนากับผู้ชายแบบนั้น กลัวเขาจะเข้าใจเตลิด หลงคิดว่าเธอเปลี่ยนใจ ยอมเป็นภรรยาลับซึ่งควบตำแหน่งพี่เลี้ยงของลูกชาย

ปราโมชเดินออกมาหน้าบ้านเหลือบเห็นน้องสาวนั่งหน้ามุ่ย

“ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะมุข ไม่รีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวก็ได้ไปบ้านนายชินเขาสายหรอก หรือวันนี้เราหยุด” ปราโมชเดินลากรองเท้าผ้าใบคู่กายมาหย่อนสะโพกนั่งลงบนม้าหินอ่อน เขาเลิกหน้ามองสีหน้ายุ่งเหยิงของน้องสาวแล้วส่ายหัว ยังมีเรื่องอะไรให้ต้องคิดมากนักหนา

“ก็พี่เชิดกับพี่ดำนะสิพี่โมช ไม่เห็นมาเก็บดอกบ้านเราตั้งสามวันแล้วน่ะสิ ไม่รู้เกิดอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า มุขรู้สึกใจคอไม่ดี” มุขธิดาบอกพี่ชาย รู้สึกอดเป็นห่วงสองชายฉกรรจ์หน้าโหดไม่ได้เหตุใดถึงไม่ยอมมาเก็บดอกเบี้ย จะว่าครอบครัวเธอชำระหนี้จนครบหมดทุกบาททุกสตางค์ก็ไม่ใช่   เงินก้อนแรกที่เธอได้จากอานนท์มา นำไปจ่ายเป็นเงินต้นให้เสี่ยชัยจำนวนยังไม่ถึงครึ่งของเงินต้นด้วยซ้ำ

“นั่นสินะ...พี่กะจะถามเราอยู่พอดี เห็นเงียบมาสามวัน ไม่เห็นไอ้สองตัวนั่นมาแหกปากหน้าบ้านเราให้หนวกหู” ปราโมชเงยหน้าขึ้นหลังจากผูกเชือกรองเท้าเสร็จ เขาแสดงความแปลกใจไม่ต่างจากคนเป็นน้อง ก่อนตบเท้าลงกับพื้นเบาๆเพื่อเตรียมความพร้อม

“หรือจะรวบเก็บทีเดียวตอนสิ้นเดือน แต่คนนิสัยเค็มยิ่งกว่าเกลืออย่างเสี่ยชัย ไม่น่ายอมให้ลูกค้าเก็บดอกรายวันรวบยอดทีเดียวตอนสิ้นเดือนแน่นอน”

“นั่นนะสิ มุขถึงกลัวทั้งสองคนจะไปเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา ศัตรูยิ่งเยอะแยะอยู่ด้วย”

สิ่งที่เธอกังวลใจคือเรื่องความปลอดภัยของพี่ทั้งสองคนนั้นมากกว่าเรื่องเงินทอง ตอนนี้ทางบ้านเธอเริ่มคล่องตัวมากขึ้น สามคนต่างช่วยกันทำงานหาเงินอย่างเต็มที่ ยิ่งพอพี่โมชได้ทำงานประจำเพิ่มมาอีกคน บวกกับตัวเธอยังได้งานพิเศษคอยดูแลอนุชิน เรื่องเงินสำหรับเอาไว้จ่ายดอกเบี้ยรายวันจึงไม่มีปัญหาให้กลัดกลุ้มเหมือนช่วงแรก

“แต่พี่ว่าตอนนี้มันสายมากแล้วนะ มุขควรเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะดีกว่า เพราะพี่จะรีบไปทำงานแล้วเหมือนกัน เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะโทรไปหาเสี่ยชัยให้ จะถามข่าวไอ้สองคนนั้นให้ด้วย ถ้าเกิดตายขึ้นมาจริงจะได้ทำบุญกรวดน้ำไปให้ถูก”

 ปราโมชพลิกข้อมือดูนาฬิกาพร้อมกับพูดจาเย้าแหย่ เขายังไม่เคยลืมวันแรกที่ปะทะกับไอ้โหดสองตัวนั่น มันขู่เขาไว้ซะมากมาย แล้วมันจะแปลกอะไร ถ้าหากสองคนนั้นเกิดถูกยิงตายขึ้นมา สร้างศัตรูไว้เสียรอบตัว ทำตัวกร่างคิดว่าใครๆต้องยอมสยบลงให้ ก็ถ้าเขาไม่ติดหนี้นายของพวกมัน มีรึใครเขาจะยอมให้มันข่มขู่

“พี่โมชก็ไปแช่งเขา...” มุขธิดาค้อนพี่ชายตากลับ พลางลุกขึ้นยืนเพื่อเดินเข้าบ้านจัดการตัวเอง วันนี้อนุชินมีนัดตรวจที่โรงพยาบาล เขานัดให้เธอเลยไปที่นั่นโดยไม่ต้องย้อนเข้าบ้านของเขาให้เสียเวลา วันนี้เธอเลยไม่ค่อยรีบเท่าไหร่ เนื่องจากโรงพยาบาลดังกล่าวอยู่ใกล้เส้นทางบ้านของเธอนั่นเอง

ปราโมชมองแผ่นหลังบอบบางของมุขธิดา ริมมุมปากกระตุกยิ้มบาง ดวงตาคมกริบดูอ่อนแสงลง เขานึกขอบคุณสวรรค์บนฟ้า ที่ส่งน้องสาวผู้แสนดีคนนี้มาให้ครอบครัวของเขาดูแลต่อจากพ่อแม่แท้ๆของเจ้าตัว

น้องสาวเขาก็นิสัยแบบนี้เสียทุกที พอคุยถูกคอกับไอ้สองตัวนั่นเข้าหน่อย ใจนั้นก็อ่อนยวบยาบ แค่มันหายตัวกันไปสามสี่วันมานั่งหน้าอมทุกข์ กังวลกลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง...

โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น