Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 05 : ถูกชะตา [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 05 : ถูกชะตา [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2561 15:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 05 : ถูกชะตา [100%]
แบบอักษร

ZAC STYLE

[ZAC x OBCHEUI]

5

ถูกชะตา

วันต่อมา

“วิ่งอีกรอบนะคะน้อง”

เสียงของพี่จิ๊บดังขึ้นมาจากอัฒจันทร์ข้างสนามโดยประโยคนั้นถือเป็นคำสั่ง แต่มันเริ่มทำให้ฉันเหนื่อยมากๆ หลังจากที่วิ่งไปแล้วหนึ่งรอบเมื่อครู่นี้ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นได้ซึ่งสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมหลีด การวิ่งรอบสนามนั่นเอง

ใช่..ฟังไม่ผิด ฉันกำลังวิ่ง พวกพี่ที่มาซ้อมบอกว่าต้องวิ่งวอร์มร่างกายก่อนซ้อม ตอนนี้เอาแค่สนามรอบเดียวแข้งขาก็อ่อนหมดแล้ว จากใจคนที่ไม่ออกกำลังกายแบบฉันขอพูดเลยว่าตอนนี้กำลังจะตาย

“พี่จิ๊บ พักก่อนไม่ได้เหรอ” เสียงของใครสักคนที่วิ่งมาด้วยกันเอ่ยถามขึ้น มันเป็นคำถามที่โดนใจมากในเวลานี้ ฉันว่าบางทีควรได้พักสักหน่อยอะ

“ไม่ได้ค่ะน้อง อีกแค่รอบเดียวเอง”

โคตรใจร้ายอะ

สุดท้ายฉันก็ต้องแบกสังขารพาตัวเองวิ่งรอบสนามอีกรอบตามความต้องการของคุณพี่เขา ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากร้องไห้รู้แบบนี้ไม่น่าไปหลงแววตาออดอ้อนของยัยพี่เนเน่ตอนมาขอให้เป็นหลีดเลย ลาออกตั้งแต่วันแรกน่าจะทันอยู่มั้งนะ ไม่อยากเป็นแล้วโว้ย

10 ผ่านไป

แฮ่กๆ

หลังจากที่การวิ่งรอบสนามสิ้นสุดลงฉันก็เดินทรุดตัวลงกับพื้นทันทีโดยไม่ได้กลัวว่ากางเกงจะเปื้อนหรือเปล่า เอาเป็นว่าตอนนี้เหนื่อยมากและไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น เช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่มาซ้อม บางทีร่างกายแข็งแรงออกกำลังกายบ่อยก็เดินได้ชิวๆ ผิดกับฉันที่อาการกำลังเข้าขั้นสาหัส

“ทุกคนรวมตัวฟังทางนี้” พี่จิ๊บปล่อยให้หายใจอยู่แค่แป๊บเดียวก็เรียกไปรวมตัวอีกครั้ง ซึ่งข้างกายเธอมีรุ่นพี่สาวคนหนึ่งที่หน้าตาคุ้นๆ “นี่คือพี่ที่จะมาช่วยฝึกซ้อมเรา พี่เขาเคยเป็นหลีดมาก่อน”

อ๋อ...

“สวัสดีนะน้องๆ พี่ชื่อพี่หยาดนะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก” พี่สาวคนสวยแนะนำตัวเองพลางกรีดยิ้ม และแล้วภาพในหัวเมื่อวานก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

พี่หยาด...คนที่ฉันเจอเมื่อวานที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตนี่นาที่เป็นเก่าไอ้พี่แซค จำได้แล้ว!

“วันนี้พี่จะฝึกให้ทุกคนตั้งการ์ดกันก่อนนะ”

เหมือนมวยไหมอะ ตั้งและเตรียมต่อยเลยงี้...

น่าจะไม่ใช่แฮะ

การซ้อมหลีดกำลังเริ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตอนแรกฉันคิดว่าไอ้การตั้งการ์ดมันก็เป็นพื้นฐานไม่น่าจะมีอะไรยากสักเท่าไหร่ก็แค่กางแขนออกแล้วชูขึ้นสูงๆ เท่านั้นเอง

“น้องอบเชยคะ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้แขนหย่อน” หน้าตาก็ดี๊ดีทำไมพี่ต้องโหดกับหนูด้วย ฮือ

“ก็กางนานแล้วอะพี่ มันปวดแขนนะ” ฉันว่าไปพร้อมกับสีหน้าที่คล้ายคนจะร้องไห้ และพอมือเรียวของผู้เป็นรุ่นพี่ตีลงที่แขนก็ฉันมันก็กลับมางออีกเหมือนเดิม

“พี่บอกแล้วกางแขนให้ตึง” พี่หยาดบอกด้วยสีหน้าจริงจัง

เอ้า! ก็แล้วพี่มาตีแขนหนูทำไมเล่า!

“พี่ว่าน้องต้องฝึกการเกร็งอีกเยอะ” เธอพูดกับฉันแล้วเดินไปดูคนอื่นๆ ต่อ ฉันนี่อยากจะบอกเหลือเกินว่าตอนเธอจ้องหน้าฉันเอาเป็นเอาตายเมื่อกี๊ก็ทำฉันเกร็งไม่น้อยนะ เฮ้อ...

“เอ้าแซค มาไงเนี่ย” พี่เนเน่ที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงดังจนทำให้ฉันต้องหันหน้าไปมอง

“มาไม่ได้?” ร่างสูงคุ้นตาเดินเข้ามาในสนามที่มีการซ้อมหลีด พี่แซคว่าพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับกำลังมองหาใครสักคน

“แหม ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ” เสียงของพี่เนเน่นี่ดังชัดเจนจริงๆ

แล้วว่าแต่พี่แซคมันมาทำไมล่ะนั่น

“หยาดยืนสอนน้องอยู่ทางนู้นน่ะ”

“ฮะ?” คนตัวสูงทำหน้างงนิดหน่อยพอโดนถามแบบนั้น

“อ้าว ก็มาหาหยาดไม่ใช่อ่อ”

“คือ..”

“มีอะไรเหรอ” พี่หยาดผละออกจากการซ้อมเหล่ารุ่นน้องแล้วเดินไปหาพี่แซคที่ยืนอยู่กับพี่เนเน่ ซึ่งพอมองภาพรวมแล้วฉันคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ทันที

ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันไม่ใช่เรื่องของฉัน

“เปล่า แค่มาดูซ้อมหลีด” อีพี่มันตอบกลับมาแล้วก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้งก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่ฉันที่ยืนอยู่แถวหลังสุดแล้วจึงหันหน้าหนีไป

“แหม มาดูซ้อมหลีดหรือมาคนฝึกซ้อมกันแน่จ๊ะ” พี่จิ๊บเอ่ยพลางส่งยิ้มแซวไปให้ร่างสูงที่ยังทำหน้างงอยู่

“ไอ้พวกเพ้อเจ้อ” พี่หยาดส่ายหน้าใส่ผู้เป็นเพื่อนก่อนจะหันไปคุยกับพี่แซค “เดี๋ยวแซคนั่งดูที่อัฒจันทร์ก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไร มาแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวจะกลับละ” พี่แซคเอ่ยก่อนจะหมุนตัวเดินหนีออกไปทิ้งไว้แต่ความสงสัยของทุกคนในนี้ ที่ได้แต่คิดในใจว่ามาแค่นี้จะมาทำไม

ช่างเถอะ ปัญหาของฉันในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องพี่มัน แต่เป็นเรื่องที่กางแขนจนเมื่อยละ อารมณ์แบบ I believe I can fly อะไรแบบนั้น ซึ่งตอนนี้ใคร fly ก็ fly ไปเถอะค่ะ แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่ๆ บอกเลย

หลังจากที่การซ้อมหลีดในวันแรกจบลงฉันก็หยิบกระเป๋าเป้เก็บสัมภาระของตนออกจากสนามด้วยสภาพเหนื่อยล้าเล็กน้อย แค่วันแรกก็ได้กับหกโมงเย็นกว่าๆ เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ซึ่งพอบ่นไปอย่างนั้นพวกพี่ที่ฝึกซ้อมก็ตอบกลับมาได้น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ

‘วันต่อๆ ไปได้อยู่นานกว่านี้แน่ค่ะ ยิ่งใกล้วันแข่งอาจได้กลับ 4-5 ทุ่ม’

ใจคอจะไม่ให้หนูทำอะไรเลยเหรอวะคะ ตอบ!

ฉันเดินออกมาเรื่อยๆ ไปตามทางฟุตบาทเพื่อจะไปหารถกลับหอ ตอนนี้ก็เกือบหนึ่งทุ่มได้ฉันคิดว่าตัวเองควรจะไปหาอะไรทานด้วย

ปิ๊บ! ปี๊บ!

เสียงแตรรถดังขึ้นจากด้านหลังในระยะที่ใกล้กับตัวฉัน ทำให้ต้องรีบหันหน้าไปมองต้นตอเสียงนั้นด้วยความตกใจก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเข้ามาหยุดอยู่ด้านข้าง กระจกฟิล์มดำเลื่อนลงมาเผยให้เห็นใบหน้าของคนขับรถและนั่นทำให้ฉันถึงกับถอนหายใจเล็กน้อย

“ขึ้นรถ” พี่แซคพูดขึ้น

ฉันที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอื้อมมือไปเปิดประตูก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในด้านใน “ฉันนึกว่าพี่กลับไปแล้วซะอีก”

“กลับไง ก็รอมึงอยู่” พี่มันว่าพลางออกรถไป แต่ถึงกระนั้นก็ไม่วายสร้างความสงสัยให้ฉันอีกครา

“รอ?”

“นี่ถ้ากูไม่รู้จากเพื่อน ก็ไม่คิดจะบอกเลยใช่ไหมว่าไปเป็นหลีดด้วย” เหมือนพี่มันกำลังบ่นฉันแฮะ “ตอนไปที่สนามก็หาอยู่ตั้งนานนึกว่าโดนเพื่อนหลอกละที่ไหนได้ยืนอยู่หลังสุด ยิ่งตัวเตี้ยยิ่งไปยืนตรงนั้นโดนเขาบังหมดอะ”

ขอโทษนะคะ ไม่แซะสักวันจะตายไหมแซค! ถึงจะอยากด่าคืนแต่ก็ต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ก่อนไม่งั้นอาจจะโดนฆ่าหมกรถก็เป็นได้

“จริงๆ พี่ไม่ต้องรอหรอก ฉันมีซ้อมแบบนี้ทุกวันแหละแล้วมันก็ไม่ใช่แป๊บเดียว” นี่ฉันยังไม่ได้พูดถึงที่พี่จิ๊บบอกว่าในวันต่อๆ ไปจะซ้อมถึง 4-5 ทุ่มเลยนะ คิดแล้วก็ขนลุกไม่หายเลย

“แล้วคิดไงถึงไปเป็นหลีด” พี่มันถามต่อ

“จริงๆ ก็ไม่ได้อยากเป็นเลย แต่โดนพี่เขาขอร้องกึ่งบังคับเนี่ย” ว่าแล้วก็ขอบ่นหน่อยเหอะ ตอนมาขอให้เป็นนี่พูดจาหวานหยดอย่างนู้นอย่างนี้ พอตอนซ้อมโดนด่านาทีละสามประโยคเลย “ทั้งต้องเรียน ต้องซ้อมหลีด กลับมาก็ต้องทำการบ้าน อยากจะลาออกแล้วอะ”

“ลาออกจากหลีด?”

“ลาออกจากมหาลัยเนี่ย”

แล้วพอฉันตอบไปแบบนั้นพี่แซคมันก็หัวเราะขึ้นก่อนที่หักรถเลี้ยวเข้าในซอยหนึ่งซึ่งฉันยังไม่เคยไป “หาอะไรกินก่อนละกัน หิวยัง”

“ก็นิดหน่อยพี่ เอาจริงๆ ถ้าพี่ไม่มารับก็ว่าจะไปเองเหมือนกัน” ฉันตอบก่อนจะพูดต่อไปว่า “นี่จากใจเลยนะพี่ พี่ไม่จำเป็นต้องดูแลฉันขนาดนี้ก็ได้อะ พี่ไม่ต้องทำตามคำขอแม่ฉันมากหรอก เกรงใจ”

ก็รู้นะว่าแม่ฉันกับแม่เขาคอยฝากฝังเรื่องนี้ไว้ เพราะพวกท่านสนิทกันมาก แต่คิดว่าเราสองคนก็โตกันแล้วดูแลตัวเองได้

“ใครบอกว่ากูทำตามคำขอแม่?” อีกคนพูด “ก็แค่รู้สึกถูกชะตากับมึงน่ะ”

“คิดไรปะเนี่ย” ฉันหรี่ตามองคนข้างๆ ถึงคำพูดจะเป็นเช่นนั้นแต่ใจฉันไม่ได้คิดอะไรมากหรอกก็แค่อยากแซวพี่มันเล่นเฉยๆ เท่านั้น

“อือ คิด”

“....” เดี๋ยวนะแซค จริงจังเหรอ?

“คิดว่าเอ๋อๆ แบบนี้หลอกง่ายดี น่าจะตีสนิทไว้ใช้แรงงานสักหน่อย”

ขออนุญาตชูนิ้วกลางในใจแป๊บนึงนะ


100%

มีความถูกชะตงถูกชะตา

ตอนนี้ยังเป็นพี่เป็นน้องอยู่วว

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint

ความคิดเห็น