Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 04 : โหมดพี่ว้ากทำงาน [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 04 : โหมดพี่ว้ากทำงาน [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2561 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 04 : โหมดพี่ว้ากทำงาน [100%]
แบบอักษร

ZAC STYLE

[ZAC x OBCHEUI]

4

โหมดพี่ว้ากทำงาน


ภายใต้ความนั่งกลางแดดของลานคณะ ภายใต้ความนั่งก้มหน้ากับอากาศแสนร้อนระอุ ยังมีฉันที่กำลังคิดไปถึงคำพูดของใครสักคนเมื่อวานนี้อยู่

‘ก็ดีพี่ พวกพี่น่ารักดี’

‘หวังว่าความคิดนี้จะอยู่ถึงวันพรุ่งนี้นะ*’*

‘ทำไมอะพี่’

‘สงสัยไรนักหนาเอ๋อ เดี๋ยวถึงพรุ่งนี้ก็รู้เองแหละ’

ความสงสัยที่เก็บไว้ตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว ว่าทำไม...

“คุยอะไรกันครับ! พวกคุณคุยอะไรกัน พวกรุ่นพี่พูดยังคุยกันอีกเหรอ!!” เสียงตะเบ็งที่ยิ่งกว่าจะซ้อมร้องเพลงดังขึ้นไปทั่วบริเวณนี้ ซึ่งคนที่พูดแบบนี้ก็เป็นรุ่นพี่อีกกลุ่มหนึ่งที่แตกต่างจากกลุ่มเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง

นี่สินะ..ที่เขาเรียกว่าพี่ว้าก

“ใครบอกให้เงยหน้าครับ! ก้มลงไป!”

จบงานนี้บางทีฉันควรวิ่งไปซื้อสเตร็ปซิลให้พี่เขาแล้วหละ แบบ...เอาน้ำผึ้งผสมมะนาวหน่อยไหมคะ

ฉันเองตอนนี้ก็ก้มหน้ามองพื้นที่มันไม่มีอะไรเลยนี่อยู่สักพักแล้ว ก็ถ้าสายตาฉันมันมีเลเซอร์ทะลุลงไปได้ป่านนี้ก็คงไปถึงแกนโลก

“ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัย! ไม่ใช่บ้านของพวกคุณ มีกฎ มีระเบียบ ไม่ใช่ให้พวกคุณทำอะไรก็ได้!”

แล้วนี่ไปทำอะไรตอนไหนอะ งง...

ตั้งแต่มานี่ฉันได้ยินพี่เขาพูดดีแค่ประโยคเดียวก็แค่แนะนำตัวเอง ที่เหลือมานั้นเหมือนนี่เคยเอาถุงตดไปปาหลังคาบ้านพี่เขาอะ เลยคับแค้นใจว่าเอาว่าเอาแบบนี้

“อบเชยๆ” เออละนี่นังพายอาร์ก็สะกิดได้ถูกเวลาจังเลย

“อะไร” ฉันหน้าไปไปมองเพื่อนสาวในร่างชายที่ใช้มือจิ้มแขนฉันยิกๆ

“พี่เขาโกรธอะไรเราวะ”

จะไปรู้ไหมล่ะ ฉันเองก็ยังงงอยู่เลยเนี่ย

“เออ นั่นดิ”

“น้องสองคนนั้น! คุยไรกันครับ!” เสียงตะโกนของคนที่อยู่ด้านหน้าทำฉันสะดุ้งเฮือก ทั้งฉันและคนข้างๆ รีบแยกตัวออกจากกันอย่างอัตโนมัติ

เป็นเรื่องจนได้

“ลุกขึ้นมาทั้งสองคนแล้วบอกชื่อและรหัสของตัวเอง” รุ่นพี่ที่เป็นเฮดว้ากต้องหมายถึงฉันกับพายอาร์อย่างแน่นอนเลยอะ ทำไงดี “ยังนั่งนิ่งอยู่อีก ผมบอกให้คุณลุกขึ้นมา”

เออ ลุกก็ลุกวะ

ฉันค่อยพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นที่ตัวเองนั่งโดยไม่ลืมจะหันไปบอกพายอาร์ที่เป็นตัวต้นเหตุชวนฉันคุยให้ลุกขึ้นตามไปด้วย ท่ามกลางสายตาที่กำลังจับจ้องของเพื่อนทั้งภาค

“พานิวีร์ รหัส 0569 ค่ะ” ฉันพูดขึ้นเมื่อลุกขึ้นยืนแล้ว

“อรรถพล รหัส 0536 ครับ” อาร์พูดต่อจากฉัน สีหน้ามันตอนนี้ซีดไม่แพ้ไก่ต้มในหม้อเลยสักนิด

“พวกคุณคุยอะไรกันครับ! ถามก็ตอบดิ” ไอ้พี่ฟ่าง บุคคลที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพี่ว้ากกำลังคั้นเอาคำตอบจากฉันด้วยสีหน้าที่นิ่งแต่พร้อมกับต่อยได้ตลอดเวลา

ถ้าฉันตอบไปว่าเผือกงี้จะเป็นอะไรไหมอะ

“รุ่นพี่ถามแล้วเงียบเหรอครับ!”

“คุยเรื่องพี่ค่ะ!” ฉันตอบออกไปด้วยความตกใจหลังจากที่ได้ยินเสียงตะโกนเมื่อสักครู่ และนั่นยิ่งทำให้ทุกคนในนี้มองฉันกันอึ้งๆ ยิ่งกว่าเดิม

“คุยเรื่องผมทำไม” พี่ฟ่างที่ดูเหมือนจะเสียศูนย์ไปพักหนึ่งก็ตั้งตัวได้แล้วถามต่อ

“คือฉันกำลังชมว่าพี่หล่อมากค่ะ!”

เท่านั้นแหละแกเอ๊ย...เงียบกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย แถมไอ้พี่แซคที่ยืนอยู่ด้านหลังนั่นก็หลุดขำออกมาด้วยอยู่แค่แป๊บเดียวพี่มันก็กลับไปตีหน้านิ่งต่อ ไม่ใช่แค่พี่แซค แต่พี่ว้ากคนอื่นๆ ก็เหมือนกัน ยกเว้นไอ้พี่ฟ่างที่ยืนอยู่หน้าสุดคนเดียว

ไม่ทันละ เห็นหมดแล้วอะ

“นั่งลงได้”

ง่ายจัง

ฉันทิ้งตัวนั่งลงที่เดิมด้วยความงงนิดหน่อย ก่อนจะละรึกถึงความจริงบางอย่างได้ว่าพี่ฟ่างมันต้องเป็นคนที่หลงตัวเองมากแน่ๆ เลย

“วันนี้ผมถือว่าเป็นวันแรก ผมจะลงโทษพวกคุณเบาๆ”

รู้สึกใจไม่ดีกับคำว่าเบาๆ นั่นเลย

“ปีหนึ่งทุกคนกอดคอกันแล้วลุกนั่งห้าสิบครั้ง นับเสียงดังๆ ด้วย”

แค่สิบครั้งข้อเข่าหนูก็เสื่อมแล้วค่ะพี่ขา เฮ้อ... สุดท้ายจะมีใครกล้าขัดใจเขาล่ะ พวกเราทุกคนรวมถึงฉันก็ต้องลุกขึ้นแล้วสอดแขนไปคล้องคอคนที่อยู่ข้างกัน

มาวันแรกก็โดนเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังสงสัยความผิดของตัวเองอยู่นะเนี่ย

“หนึ่ง! สอง! สาม!” เสียงนับเลขตามจำนวนที่ลุกนั่งของเหล่าปีหนึ่งดังขึ้นไปเรื่อยๆ

“มีกันตั้งกี่ร้อยคน! เสียงมีแค่นี้เหรอ!”

“สี่!! ห้า!!” คราวนี้เสียงดังขึ้นกว่าเดิม

“ผมไม่ได้ยิน!”

หนูว่าพี่ควรไปหาหมอหูแล้วนะคะ ถ้าพี่ไม่ได้ยินจริงๆ บางทีพี่เขาอาจจะมีน้ำหนวกคลั่งในนั้นก็ได้ เพราะฉันคิดว่าถ้าให้ร้องดังกว่านี้มันต้องดังไปถึงคณะแพทยศาสตร์ที่อยู่อีกฝั่งของมหาลัยแน่ๆ เลยค่ะ

แถมไอ้การมาลุกนั่งท่ามกลางแสงแดดที่จ้าขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ นี่สงสัยว่าเรียนจบฉันจะไปเป็นวิศวกรหรือจะไปเป็นต้นกระบองเพชรวะ?

หลังจากที่พวกพี่มันพอใจแล้วปล่อยตัวทุกคน ฉันก็เดินออกมานั่งรอที่ม้านั่งใต้ตึก EN2 เพื่อมารอใครบางคนโดยมีพายอาร์เดินตามมาเป็นเพื่อนด้วย

“โอ๊ย ร้อนเลย” เพื่อนที่ได้รู้จักกันเมื่อวานว่าก่อนจะทิ้งตัวลงมานั่งที่ข้างๆ ฉัน

“เกรงใจขนหน้าแข้งมึงด้วยพายอาร์” ฉันแอบกลอกตาในจริตของเพื่อนสาวตัวเองที่ขนหน้าแข้งเยอะเหมือนไม่ได้โกนมาเป็นเดือน เนี่ย..ถ้าไม่ติดว่ามีท่าทางแบบนี้มันน่าจะเป็นหนุ่มป๊อบในคณะคนนึงเลย

“อุ๊ย แล้วชะนีไม่เหนื่อยเหรอ”

ฉัน ไม่ ใช่ ชะ นี

“ถามได้ เข่าจะปกครองโอลิมปัสได้อยู่แล้ว” ฉันตอบมันพลางก้มลงมองเข่าทั้งสองข้างของตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองผู้เป็นเพื่อนที่ทำหน้างง

“??” แบบนี้

“เข่าซุส(ทรุด)”

จบประโยคเมื่อกี๊นังพายอาร์ก็ทำหน้ามึนใส่ฉัน ถึงมันจะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่สีหน้ามันกำลังบอกฉันประมาณว่า ‘มึงเล่นที่นี่เป็นที่สุดท้ายนะ’ อะไรประมาณนั้น

“เออ จะไปซุสไปโพไซดอนอะไรก็เรื่องมึงเหอะ เดี๋ยวกลับละ” พายอาร์ถอนหายใจแล้วก็ลุกขึ้นจากม้านั่งที่เจ้าตัวเพิ่งนั่งได้ไม่นาน “แล้วนี่หล่อน จะกลับยังไง”

“มีคนมารับ” ฉันตอบไปตามความจริง

“ดีเนาะ แฟนเหรอ?” ใบหน้าของอาร์มีคำว่าเผือกเต็มไปหมดเลย ถ้าจะเป็นไร่นึงได้แล้ว ฉันเห็น...

“เปล่าๆ พี่น่ะ” ฉันว่าแล้วคิดไปถึงพี่แซคซึ่งพี่มันนั่นแหละที่บอกให้ฉันมารออยู่ที่นี่ ตอนแรกฉันเข้าใจว่าเขาจะไปรับส่งฉันแค่วันแรกเท่านั้นเสียอีก

“อ๋ออออ โอเคๆ ไปนะ” เพื่อนสาวในร่างชายใช้มือโบกลาฉันก่อนจะเดินออกไป เหลือเพียงแค่ฉันที่นั่งรออยู่ตรงนี้

ฉันนั่งรอไปอยู่สักพักประมาณเกือบๆ สิบนาทีกว่าได้รถของพี่แซคก็มาจอดอยู่ที่หน้าตึกซึ่งเมื่อฉันเห็นแบบนั้นก็รีบถือกระเป๋าเดินไปขึ้นรถอย่างไม่รอช้า

“จริงๆ พี่ไม่ต้องไม่รับแล้วก็ได้นะ” ฉันพูดกับคนขับหลังจากที่ขึ้นมานั่งข้างใน ตามที่ฉันคิดฉันว่าตัวเองสามารถที่จะไปกลับได้แล้ว อีกอย่างบางทีพี่แซคก็อาจมีธุระอะไรเป็นของตัวเองบ้างมารับส่งแบบนี้มันจะทำให้เขาวุ่นวายหรือเสียเวลาหรือเปล่านะ

“รำคาญกูเหรอไง” คนห่ามก็ยังเป็นคนห่ามอยู่วันยังไงค่ำ นอกจากคำพูดจะห้วนๆ แล้วยังเอาแขนมาวางไว้บนหัวประกอบคำพูดอีกด้วย

จะรำคาญเพราะพี่มันทำอย่างนี้เนี่ยแหละ

“เปล่า แต่พี่จะยุ่งยากไหมอะถ้าต้องมาด้วยกันกลับด้วยกันแบบนี้ตลอด” ฉันตอบแล้วผลักแขนหนักๆ ออกไปจากหัวของตัวเอง

“ไม่ต้องมาคิดแทนหรอก” พี่แซคว่าแล้วก็ขับรถออกไป “ไปกินขนมร้านคุณสายกัน”

“นี่พี่จะชวนกินแบบนี้ทุกวันเหรอไง” เมื่อวานนี้เขาก็พาไปกินก๋วยเตี๋ยวแล้วทีนึงนะ

“ช่วยไม่ได้ เอ๋อเป็นเด็กวัยกำลังกินกำลังนอนไม่ใช่เหรอ”

กำลังกินกำลังนอนบ้าอะไร กินแล้วมันเอาออกหมดไหมล่ะ..? ก็ไม่ สุดท้ายก็ไปสะสมตามใต้คางตามต้นขาและต้นแขนแบบนี้ไง คิดแล้วก็ช้ำหัวใจ

“ไม่หละ ฉันอยากนอนแล้ว”

“อือ ตามใจ”

“เหนื่อยเนี่ย ไม่รู้ไปโกรธใครมาแต่ไหนทำไมต้องทำโทษด้วยวะ” ฉันบ่นๆ แล้วก็เอนตัวลงไปนอนกับเบาะรถทำเอาคนที่อยู่ด้านข้างหัวเราะเล็กน้อย

“มันเป็นหน้าที่” คนข้างๆ ตอบกลับมา

“เรื่องของพี่” เพียงเท่านั้นแหละ หลังจากที่พูดจบมือของอีกคนก็ลงมะเหงกที่หัวฉันทันที โอ๊ย...นี่เขาคิดว่าแรงตัวเองมันน้อยนิดหรือยังไงกัน?

“เดี๋ยวเหอะเอ๋อ แล้วทีหลังอย่าบ่น” เขายังคงขับรถต่อไปโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นใบหน้าเบื่อหน่ายที่ฉันแอบทำใส่พี่มัน



100%

มุขเข่าซุส เป็นมุขที่เชี่ยมากจริงๆ 55555555

เจ้จีเคยเล่นแล้วโดนเพื่อนเลิกคบไม่ชั่วขณะเลยค่ะ

ไม่ต้องห่วงนะคะทุกคน เปลือกหอยแบบนี้จะเจอได้เรื่อยๆ ในนิยายเลาว์

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint


ความคิดเห็น