Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 03 : การดูแลจากรุ่นพี่ [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 03 : การดูแลจากรุ่นพี่ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2561 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 03 : การดูแลจากรุ่นพี่ [100%]
แบบอักษร

ZAC STYLE

[ZAC x OBCHEUI]

3

การดูแลจากรุ่นพี่

“หิวหรือยัง” คนที่ขับรถอยู่ถามขึ้นมาอีกครั้ง

ฉันนั่งฟังเสียงท้องตัวเองอยู่สักพักก็ต้องสรุปว่าตัวเองหิวแล้ว เพราะช่วงเที่ยงก็ทานอะไรไปนิดเดียวเองแถมยังมีกิจกรรมเข้ามาอีก ถึงแม้จะทานขนมเข้าไปบ้างเมื่อกี๊แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักหรอก

“อือ นิดหน่อย”

“เดี๋ยวพาไปกินก๋วยเตี๋ยวลุงโป่ง” อีกคนว่า

“เลี้ยงปะ?” ฉันหันไปถามคนที่ชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวโดยคาดหวังว่าคำตอบของอีกคนจะตรงใจ

“แม่ให้เงินมาก็ใช้บ้างสิเอ๋อ”

นอกจากจะได้คำตอบไม่ตรงใจแล้วมันยังน่าขัดใจอีกด้วย ฉันแอบเบ้ปากใส่พี่มันก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดฟังเพลงเล่นเพื่อฆ่าเวลาในการนั่งรถ แต่กลับกลายเป็นว่า

“ใส่หูฟังมันไม่ดี เดี๋ยวจะเปิดให้ฟังเครื่องเล่นเพลงในรถก็มี”

พี่แซคพูดขึ้นแถมยังมีการเอื้อมมือมาดึงสายหูฟังฉันไปจากมือด้วยนะ เขายึดมันไปก่อนจะวางลงช่องข้างๆ มือหนานั่นก็เอื้อมไปกดปุ่มเปิดเครื่องเล่นเสียงที่ติดอยู่หน้ารถ

“แต่เพลงพี่อาจไม่ใช่สไตล์ฉันก็ได้นี่นา” ฉันแย้งเมื่อมันเป็นแบบนั้น

“ก็เอาเพลงตัวเองมาเปิดก็ได้นี่ บลูทูธเชื่อมต่อกันสิ” คำบอกเล่านั้นทำให้ฉันอึ้งไปสักพัก เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลขนาดนี้เชียวเหรอฉันเพิ่งรู้แฮะ

“มันทำได้ด้วยอ่อ?”

“ได้ดิ เป็นแมลงสาบเหรอไง ไปมุดท่อที่ไหนมา”

ฉันสาบานเลยว่าถ้าตรงหน้ามีพี่แซคกับแมลงสาบ ฉันจะตีพี่มันก่อน

@ร้านก๋วยเตี๋ยวสี่ทิศ (ของลุงโป่ง)

ร้านนี้อยู่หลังมอและไม่ได้ไกลจากหอฉันมากนัก เป็นร้านที่ไม่ใหญ่มากมายแต่กลับมีคนเกือบเต็มร้าน กลิ่นหอมๆ ของน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวปะทะเข้ากับจมูกฉันเรียกน้ำย่อยออกมาได้เป็นอย่างดี กลิ่นยังขนาดนี้ถ้าได้กินมันต้องฟินมากแน่นอนเลย

“นั่งนี่ละกัน” พี่แซคเดินนำฉันมาที่โต๊ะตรงมุมหนึ่งของร้าน โต๊ะของร้านนี้เป็นโต๊ะไม้ขัดเงาทาสีดำ เพิ่มความหรูหรานิดนึง “จะกินอะไร”

“มาร้านก๋วยเตี๋ยว คงสั่งผัดกะเพรามั้งพี่” ฉันตอบเป็นการกวนส้นอีกฝ่าย ก็ช่วยไม่ได้อะนะฉันเป็นฝ่ายโดนกวนมาเยอะ ถึงทีก็เล่นคืนบ้าง

“เดี๋ยวนี้อัพสกิลขึ้นนะเอ๋อ” พี่แซคทำหน้ายักษ์ใส่ฉัน ก่อนจะหยิบเมนูที่เสียบไว้กับกล่องบนโต๊ะขึ้น “หมายถึงจะกินเส้นอะไร มันมีให้เลือก”

“พี่แนะนำหน่อย ฉันไม่เคยมา” เพราะดูๆ ไปแล้วมันก็มีไม่กี่อย่าง มีต้มยำ น้ำตก น้ำใส เย็นตาโฟ ประมาณนั้นส่วนเส้นก็ตามที่ร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปควรจะมี

“อือ เอาเป็นเส้นเล็กต้มยำน้ำข้นละกัน อันนี้เด็ด” พี่มันว่าแล้วก็ชี้ไปที่เมนูหนึ่งในกระดาษซึ่งฉันก็ทำเพียงมองผ่านๆ เท่านั้น

แต่จะว่าไปก็เพิ่งเคยได้ยินก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นวันนี้แหละ เดี๋ยวนี้มันอัพเลเวลแบ่งเป็นน้ำข้นน้ำใสเหมือนมาม่าแล้วเหรอ?

“อือ เอาอันนี้ก็ได้” ฉันพยักหน้าไป จากนั้นพี่แซคก็ยกมือเรียกพนักงานของร้านเข้ามารับออเดอร์โดยจะมีการเขียนเมนูใส่ลงในกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่จะมีจัดให้ทุกโต๊ะ

“งั้นกินเสร็จกูจะพาไปหาซื้อของกินไปตุนที่หอมึงละกัน” พี่มันว่าด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ไม่จำเป็นอะ” ฉันรีบปฏิเสธไปอย่างไม่ต้องคิดเลย เขาจะพาไปซื้อของตุนทำไมวะ...ถ้าฉันจะซื้อเดี๋ยวจะไปเองหรอกน่า

“คุณนายสาลี่เขากำชับกูมา ก็ไม่ได้อยากพาไปนักหรอก” คนตรงหน้าว่าพร้อมกับทำสีหน้าเบื่อหน่าย คุณนายสาลี่ก็แม่ของพี่แซคมันนั่นแหละ นอกจากแม่ของฉันจะฝากฝังฉันกับเขาแล้ว แม่ของเขาก็ยังมาฝากเขาให้ดูแลฉันอีก โอ้โห..นี่ฉันต้องอยู่กับคนแบบนี้จนหมดปีจริงๆ เหรอ

“แล้วแต่ละกัน” ฉันไหวไหล่เล็กน้อยเพราะหลังจากที่ได้รับรู้ว่าเป็นคำสั่งของแม่เขาก็ไม่อยากจะขัด

“เส้นเล็กต้มยำน้ำข้นสองที่มาแล้วครับ” พนักงานของร้านเดินเข้ามาพร้อมกบถาดใบใหญ่ที่มีชามก๋วยเตี๋ยวสองชามอยู่บนนั้น ก่อนที่จะมันจะเปลี่ยนที่อยู่มาบนโต๊ะแทน

เมื่อได้ชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเองแล้วจึงไม่รีรอที่จะหยิบเครื่องปรุงบนโต๊ะมาปรุง แต่น้ำต้มยำแบบนี้เอาจริงมันไม่จำเป็นต้องปรุงอะไรเยอะแยะนักหรอกเพราะน้ำซุปมันมีรสชาติดีอยู่แล้ว

แต่อยู่ๆ อารมณ์ที่ดีของฉันก็หายไปเปลี่ยนเป็นขุ่นมัวแทนเมื่อไอ้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเด็ดผักบุ้งมาใส่ในชามของฉันแทนที่จะเอาไปกินเอง

“กินผักเยอะๆ จะได้ผิวสวยๆ” พี่แซคว่าโดยที่มือนั้นไปยังไม่หยุดเด็ดผักใส่ชามของฉันจนต้องยกชามหนีจากมือพี่มัน

“พี่ไม่กินเองอะ” ฉันขมวดคิ้วมองหน้าพี่แซคที่หวังดีกับฉันเหลือเกิน

“มึงนี่แปลกนะ เป็นคนอื่นเขาชอบแล้ว”

“ชอบเพราะ?”

“เพราะกูเด็ดไง” พูดแล้วก็เด็ดใบผักบุ้งมาใส่ถ้วยฉันอีกก้านหนึ่ง เออ..กวนประสาทดีว่ะ ฉันชอบๆ แต่ตอบมาแบบหน้าด้านๆ อย่างงี้ก็ได้เหรอ?

“ผักน่ะดีนะ ยิ่งผักใบเขียวยิ่งมีประโยชน์” จากนั่นเขาก็มานั่งอธิบายต่อ

“แต่บางคนมันก็แยกไม่ออกนะพี่ว่าระหว่างผักใบเขียวกับหญ้ามันต่างกันยังไง” ฉันพูดติดตลกเพื่อสื่อถึงคนที่กินหญ้าแทนผัก แบบ..คนโง่อะไรประมาณนั้น

“อือ บางคนมันก็แยกไม่ออก” ปฏิกิริยาของคนตรงหน้ากลับผิดคาดไปจากที่ฉันคิดไว้ ตอนแรกฉันคิดว่าเขาอาจจะทำหน้าเบื่อโลกใส่ฉันเสียอีก แต่ไม่ใช่เพราะพี่แซคนอกจากจะไม่ทำอย่างนั้นพี่มันยังตีหน้านิ่งๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังนั่นราวกับกำลังเห็นด้วย

“เช่นพี่อะเหรอ?” ฉันถามกลับจงใจกวนเขาอีกครั้ง

“อือ...เช่นกูนี่แหละ”

ทำไมต้องยอมรับง่ายๆ แบบนี้ด้วย ไม่สนุกเลย

“พี่เป็นอะไรเปล่าเนี่ย” ฉันทำหน้านิ่วเล็กน้อยเพราะปฏิกิริยาของพี่แซคมันไม่เหมือนที่ควรจะเป็นเลยสักนิด อาการแบบนี้มันน่าจะมีอยู่อย่างเดียว “เพิ่งอกหักมาไง?”

“ขี้เผือก กินไป”

นั่นไง โดนไปอีกดอกจนได้

เวลาต่อมาหลังจากที่นั่งทานก๋วยเตี๋ยวกันไปอย่างสำราญ แต่สำราญเฉพาะพี่แซคนะ เพราะฉันนอกจากจะต้องกินหมูกินเส้นแล้วยังต้องมากินผักที่พี่มันเด็ดให้อีกด้วย ตอนนี้เราสองคนก็มาอยู่ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของไปตุนไว้ที่หออย่างที่อีกคนบอกตอนแรก

“เอ๋อๆ เอานมไปกินเยอะๆ ดิ” พี่มันไม่ว่าเปล่า แถมยังไปคว้าเอานมขวดใหญ่สองสามขวดออกมาจากชั้นแล้วใส่ลงรถเข็นอีกด้วย

“เอามาทำไมเยอะแยะวะพี่” ฉันขมวดคิ้วมองนมจืดยูเอชทีในรถเข็นแล้วก็เงยหน้ามองคนที่เอามาใส่

“กินนมซะบ้าง จะได้สูงๆ ไม่ปวดคอบ้างเหรอไงเวลาคุยกับคนอื่นน่ะ”

อบเชยซึ้งในน้ำใจของลูกชายเพื่อนแม่คนนี้จังเลยค่ะ คิดแล้วก็อย่าให้ถึงทีฉันบ้างละกัน เดี๋ยวหาจุดอ่อนพี่มันเจอเมื่อไหร่จะล้อจนกว่าจะเรียนจบไปเลย

“ไม่ต้องเอามาเยอะขนาดนี้ก็ได้ปะ” สามขวดใหญ่นี่มันก็เยอะเกินไปจริงๆ นะ แค่ขวดเดียวผ่านไปเกือบเดือนฉันก็ยังกินไม่หมดเลย ไม่ชอบกินนมพูดง่ายๆ

“ของดีๆ ทำไมไม่กินวะ จะกินอะไร? ขนมปัง พิซซ่า ขนมหวานงี้เหรอ” คราวนี้ร่างสูงหันหน้าไปจ้องฉันตรงๆ พลางทำสีหน้าจริงจังราวกับเรื่องที่ฉันมันทำให้ประเทศล่มจม

“ก็มันไม่ชอบนี่ พี่จะมาบังคับฉันทำไมล่ะ” ฉันก็ไม่ได้อยากจะงอแงใส่อีกคนแบบนี้หรอก แต่ว่ามันสุดจะทนแล้วจริงๆ นะ ทำไมพี่มันต้องยัดเยียดอะไรหลายอย่างที่ฉันไม่ชอบมาให้ด้วยล่ะวะ

“กูไม่ได้ชอบน้ำสมุนไพรยังยอมกินเพื่อสุขภาพเลยเหอะ หัดดูแลตัวเองบ้างดิ ตอนเด็กๆ มันไม่เห็นผลอะไรก็จริง แต่ระวังแก่ตัวไปจะนึกเสียใจทีหลังนะ” คนที่จะแก่ตัวก่อนฉันบ่นออกมาเหมือนเวลาที่แม่ฉันอยู่ด้วยไม่มีผิด

“สรุปว่าแม่ฉันฝากฝังให้พี่ดูแล หรือฝากมาบ่นกันแน่อะ” ฉันเริ่มหน้ามุ่ย

“แล้วแต่จะคิด” เขาตอบพร้อมกับไหวไหล่อย่างน่าหมั่นไส้ แล้วเดินต่อไปเพื่อหาซื้ออะไรอย่างอื่นอีก

พี่แซคพาฉันเดินมาเรื่อยๆ จนถึงช่องของขนมบ้าง ซึ่งมันเป็นแหล่งสวรรค์ชั้นดีของฉันเชียวหละ ในนี้มีตั้งแต่ขนมกรอบแกรบไปจนถึงขนมปัง บิสกิต และลูกอม แต่ส่วนที่ฉันชอบมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นพวกสาหร่าย

ฉันเดินไปหยิบพวกห่อขนมที่ฉันอยากกินลงในรถเข็นโดยแทบไม่ต้องดูราคาให้เสียเวลา เพราะของพวกนี้ฉันซื้อบ่อยจนจำราคาได้แทบทุกชนิดไปแล้ว แต่เหมือนจะมีบางคนที่กำลังไม่พอใจกับการหยิบขนมของฉันอยู่ซึ่งมันก็มีไม่กี่คนหรอก

“กินแต่ขนมนะเอ๋อ” พี่แซคขมวดคิ้วมองฉันที่ยังเลือกซื้อขนมอยู่

“เอ้า ปากก็ปากฉันเปล่า ยุ่งไรด้วยอะ” และทันทีที่ฉันตอบไปแบบนั้น

โป๊ก~

มะเหงกลูกใหญ่ก็ฟาดลงกลางหน้าผากทันที ทำเอาฉันเงยหน้าไปมองค้อนใส่เจ้าของมือเมื่อกี๊อย่างไม่พอใจ นี่ถ้าพี่มันเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันตบหัวคืนไปนานละ

“รีบซื้อ จะได้ไปจ่ายตังค์” พี่มันเขกหัวฉันเสร็จก็เดินลากรถเข็นไปทางอื่นต่อ โดยที่ฉันยังไม่ทันเลือกได้ครบทุกอย่างเลย เลยต้องรีบหยิบๆ ซองขนมที่อยู่ตรงหน้ามาก่อนจะวิ่งตามอีกคนไป

เดี๋ยวก่อน..นั่นยืนคุยกับใคร

พอเดินตามร่างสูงนั่นไปเพื่อเอาขนมไปใส่รถเข็นก็เจอพี่มันยืนคุยอยู่กับใครสักคนที่ฉันไม่รู้จัก นี่เขาทิ้งฉันไว้เพื่อเดินมาคุยกับสาวเนี่ยนะ เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็แอบเบ้ปากใส่แผ่นหลังของพี่แซคก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขาทั้งคู่เพื่อแทรกการสนทนานั้น

และเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ ฉันก็เห็นหน้าของผู้หญิงที่พี่แซคยืนคุยด้วยชัดๆ มันทำให้ฉันตะลึงไปพักใหญ่เพราะเธอสวยมาก หน้าตาดีเหมือนดาราอะไรเทือกนั้นเลย

“งั้นไว้ค่อยเจอกันใหม่นะ” ผู้หญิงคนนั้นบอกกับพี่แซคก่อนที่เธอจะหันหน้ามาเห็นฉันซึ่งยืนอยู่ด้านหลังพี่มัน “แล้วนี่ใครเหรอแซค มาด้วยกันหรือเปล่า”

ร่างสูงหันหน้ามามองฉันเล็กน้อย “น้องน่ะ”

“แซคมีน้องด้วยเหรอ คบกันมาตั้งนานหยาดก็เพิ่งรู้” ผู้หญิงตรงหน้าส่งยิ้มมาให้ฉันเล็กน้อยซึ่งฉันก็ทำได้ส่งยิ้มกลับคืนไป ก่อนจะเริ่มตงิดใจกับอะไรบางอย่าง

เดี๋ยวนะ เมื่อกี๊เธอบอกกับพี่แซคว่าคบกันมาตั้งนานด้วยหละ

“งั้นฉันขอตัวนะ” พี่แซคบอกกันคนที่ชื่อหยาดกันจากลากรถเข็นพร้อมกับฉันให้เดินออกไปจากบริเวณตรงนั้น และพามาที่เคาน์เตอร์สำหรับจ่ายเงิน

“เขาเป็นแฟนพี่เหรอ” ฉันเปิดประเด็นเพื่อคลายความสงสัยของตัวเอง

“เคยเป็น” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ โดนที่สองมือยังคงหยิบของออกจากรถเข็นแล้ววางบนเคาน์เตอร์ให้พนักงานคิดเงิน

“แฟนเก่าว่างั้น แต่สวยดี” ฉันว่าแล้วก็หันไปมองผู้หญิงคนนั้นที่เดินไปซื้อของอีกฝั่งหนึ่ง ขนาดมองจากที่ไกลๆ ก็ยังสวยเลยนะ “แล้วเลิกกันทำไมอะ”

“อะไรหลายๆ อย่างมันไม่ตรงกัน ไปกันไม่ได้ก็ต้องเลิก” พี่มันตอบพลางไหวไหล่เล็กน้อย “ว่าแต่นี่จะเผือกไปทำไมเรื่องของคนอื่นเนี่ย”

“พี่ไม่ใช่คนอื่น ฉันเผือกได้” ฉันส่งยิ้มให้พี่มัน ไม่ได้เป็นยิ้มที่จริงใจอะไรมากหรอก ให้มองจากดาวอังคารก็รู้ว่ายิ้มกวนประสาทเฉยๆ

“เดี๋ยวจะไปส่งที่หอ ละอย่านอนดึกล่ะ” เขาว่าก่อนจะหันไปจ่ายเงินค่าของกินที่ซื้อไปตุนซึ่งมันเป็นของฉันทั้งหมด

“เดี๋ยวพี่ ฉันจ่ายเองก็ได้” คือมันมีแต่ของฉันไง แล้วแต่ละอย่างรวมกันราคาเบาๆ ซะที่ไหนกันล่ะ ฉันอุตส่าห์ไปกดเงินก่อนเข้ามาเพื่อการนี้เชียวนะ ทำไมเขาชิงจ่ายตัดหน้าฉันล่ะ

“กูก็ไม่ได้จ่ายให้เฉยๆ เอาเป็นว่าตอนนี้มึงติดหนี้บุญคุณกูนะเอ๋อ” ทำไมพี่มันถึงได้พูดออกมาแบบหน้าด้านๆ แบบนี้ล่ะคะสังคม

“งั้นเอาเงินฉันไปเลย ฉันไม่ติดหนี้บุญคุณไรกับพี่ทั้งนั้น” ฉันว่าแล้วก็พยายามยัดเยียดเงินของตัวเองให้พี่แซค แต่มันแย่ตรงที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับไว้นี่สิ

“เปลี่ยนเงินเป็นอย่างอื่นละกัน”

“อะไร?”

“ยังคิดไม่ออก ไว้คิดออกจะบอก”

เอาเงินไปเถอะ T_T

100%

ทำไมพี่ถึงเป็นคนนิสัยแบบนี้อะ

..................................

.........แกล้งเอ๋อทำไม 55555

แนะนำตัวละครใหม่ค่ะ หยาด แฟนเก่าแซค

จำหน้านางไว้ บทนางเยอะ ส่วนจะมาดีมาร้ายก็รออ่านกัน

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint

ความคิดเห็น