Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 01 : ทำไมเป็นคนแบบนี้ [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 01 : ทำไมเป็นคนแบบนี้ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2561 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 01 : ทำไมเป็นคนแบบนี้ [100%]
แบบอักษร

ZAC STYLE

[ZAC x OBCHEUI]

1

ทำไมเป็นคนแบบนี้

“เข้ามานั่งข้างในสิอบเชย นี่น้าทำกับข้าวเสร็จพอดีจะได้มาทานด้วยกันเลยเนอะ” คุณน้าสาลี่เอ่ยขึ้นกับฉันด้วยความกรุณา หลังจากที่พี่แซคขับรถพาฉันมาที่นี่เพียงแค่เวลาสิบนาทีเท่านั้นในระยะทางหลายกิโล สารภาพเลยว่านั่งสวดชินบัญชรไปมาขอให้รถไม่เสียหลักแหกโค้ง พี่มันขับรถเร็วมากๆ จนน่ากลัว

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยกยิ้มพร้อมกับยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้า หลังจากที่แผ่นหลังของน้าสาลี่หายเข้าไปในตัวบ้านฉันก็เหลือบมองร่างสูงที่อยู่ข้างกัน

“มองอะไร” พี่แซคเองที่เห็นฉันมองหน้าเขาก็ส่งเสียงขึ้นเหมือนกำลังไม่พอใจ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจยาวเหยียด “เข้าบ้านได้ละ จะยืนร้อนอีกนานมะ”

ว่าแล้วคนใจห่ามก็เดินนำหน้าฉันเข้าไปตามผู้เป็นแม่ของเขาติดๆ จนฉันต้องเดินตามไปแม้ในใจจะยังอยากด่าอยู่ไม่หายก็ตาม เกิดมาจนสิบเก้าปีไม่เคยเห็นผู้ชายที่ทำตัวแบบนี้เลย ดูคุณน้าสาลี่เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานเรียบร้อยจะตาย แต่ทำไมลูกชายเป็นงี้วะ

ผ่านมาสักพักก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าควรโทรไปบอกผู้เป็นแม่ของตัวเองว่าเดินทางมาถึงแล้ว ตอนนี้อยู่ที่บ้านของน้าสาลี่ เมื่อคิดได้จึงรีบหยิบโทรศัพท์คู่ใจออกมาจากกระเป๋าเพื่อจะต่อสายไปถึงผู้ให้กำเนิดอันเป็นที่รัก แต่เพียงแค่โทรออกเท่านั้นแหละ

[ขอโทษค่ะ ยอดเงินของคุณไม่พอสำหรับใช้บริการ..กรุณาเติมเงินค่ะ]

เวรกรรมอะไรของฉัน ทำไมเงินต้องมาหมดในเวลานี้ด้วยนะ ถ้าเป็นอย่างนี้ฉันจะคุยกับแม่ได้ยังไงกันเล่า คิดกับตัวเองในใจสักพักก็มีความคิดหนึ่งเข้ามาในหัว ฉันไปขอยืมโทรศัพท์จากคุณน้าดีกว่า

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำซุปอะไรสักอย่างที่อยู่ในหม้อปะทะกับจมูกของฉันอย่างเต็มกลิ่นทันทีที่ก้าวเข้ามาใกล้อาณาเขตของครัว ขณะเดียวกันก็พบร่างของเจ้าของบ้านกำลังตักกับข้าวใส่ถ้วยชามอยู่ มองรวมๆ แล้วคุณน้าเป็นคนที่เก่งและเพียบพร้อมมากเลย ถ้าได้มาเป็นแม่อีกคนคงดีไม่หยอก

“เอ่อ ขอโทษนะคะคุณน้า” ฉันเอ่ยเรียกหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่ด้วยความเกรงใจนิดหน่อย ไม่นานท่านก็หันหน้ามามองฉัน “หนูขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้มั้ยคะ ว่าจะโทรหาแม่แต่โทรศัพท์หนูเงินหมดค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอ โทรศัพท์น้ามันพังเมื่อวานเลยเอาไปให้ร้านซ่อมอยู่น่ะจ้ะ เอางี้อบเชยไปยืมพี่แซคเขานะ รายนั้นน่าจะอยู่บนห้องแหละ ชั้นสองประตูแรกซ้ายมือเลยจ้ะ” คุณน้าสาลี่ยกยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับบอกทางไปห้องลูกชายของเธอเสร็จสรรพ

โอเค...ก็แค่ไปห้องผู้ชายเอง ไม่ยากเกินความสามารถอบเชยหรอก

ใช้เวลาไม่นานฉันก็เดินมาตามทางที่เจ้าของบ้านบอก และมาหยุดยืนที่หน้าห้องที่มั่นใจว่าเป็นของพี่แซคแน่นอนเนื่องจากหน้าห้องมันมีป้ายเขียนไว้ว่า ‘ห้องของน้องแซค’

โตเท่าควายยังเรียกน้องอีกเหรอวะ

ก๊อกๆๆ

มารยาทที่ดีคือเราต้องเคาะประตูก่อนเพื่อให้เจ้าของห้องมาเปิด

“พี่แซค” หลังจากที่เคาะประตูห้องแล้วไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมาเปิด คราวนี้จึงเป็นการเรียกชื่อแทนเผื่อบางทีคนในห้องอาจจะคิดว่าเป็นแค่หมามาเดินผ่านประตูเฉยๆ ถามว่าใครมันจะไปเข้าใจแบบนั้นก็ตอบอย่างไม่อายเลยว่าฉันเองที่เคยคิดอย่างนั้น

(“มีอะไร!”) เสียงตะโกนดังออกมาจากด้านในทำฉันสะดุ้งไปเบาๆ ก่อนจะรวบรวมสติแล้วพูดตอบไป

“ฉันยืมโทรศัพท์พี่หน่อยดิ” บางทีฉันก็สงสัยนะว่าทำไมต้องมายืนตะโกนคุยกันผ่านประตูบานเดียวนี่ด้วยวะ ก็แค่เปิดประตูคุยกันดีๆ มันยากขนาดนั้นเชียว? หรือมันต้องร่ายมนตร์แบบแฮรี่ พ็อตเตอร์ก่อนถึงจะเปิดประตูได้

(“เข้ามาเอาเอง”)

*เข้าไปเลยเหรอ...* ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูแล้วพาตัวเองเข้ามาในห้องของพี่แซค หลังจากที่ประตูเปิดแล้วสายตาก็สำรวจมองไปรอบห้องด้วยความสนใจเพราะข้างในมันสะอาดดูดีกว่าที่ฉันคิดจนไม่น่าเชื่อผู้ชายกิริยาแบบนั้นจะมีระเบียบมากขนาดนี้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือทำไมฉันไม่เห็นเจ้าของห้องเลยทั้งที่ได้ยินเสียงมาจากในนี้

“วางอยู่หัวเตียง” เสียงทุ้มดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องเรียกความสนใจของฉันได้เป็นอย่างดี และเมื่อหันไปมองตามต้นเสียงก็พบร่างของ...

ผีเปรต!

“กรี๊ดดดดดด พี่!” ฉันรีบเอามือขึ้นมาปิดตาของตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อร่างเปลือยที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอันน้อยนิดปิดท่อนล่างไว้เดินออกมาคุยกับฉัน

“เอ้า ปิดตาทำไมคนอายมันควรเป็นกูปะ?” น้ำเสียงของพี่แซคดูมีความขำอยู่ด้วย นี่เขาไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันปิดตาทำไม

ฉันไม่ได้อยากเห็นภาพอุจาดตั้งแต่วันแรกแบบนี้นะเว้ย แล้วแต่งตัวให้มันดีกว่านี้ก็ไม่ได้นุ่งออกมาทำไมวะไอ้ผ้าผืนเล็กๆ บางๆ ยาวไม่กี่คืบเนี่ย โอ๊ย..คุณพระคุณเจ้านังอบเชยไม่เคยเห็นอะไรในระยะประชั้นชิดขนาดนี้ ใจเต้นระทึกยิ่งกว่าตอนฟัง The shock อีกแกเอ๊ย

“ทำไมพี่ไม่แต่งตัวดีๆ อะ” ฉันเปลี่ยนจากเอามือปิดตาแล้วยืนหันหลังให้พี่มันแทน

“ก็ยังอาบน้ำไม่เสร็จ ตอนแรกว่าจะไม่ใส่อะไรออกมานะเนี่ย”

หลังจากที่ได้ฟังอีกคนตอบก็ได้แต่คิดในใจว่า ยางอายยังมีอยู่ไหมวะไอ้พี่แซค...

“หันหลังคุยกับผู้ใหญ่น่ะมันไม่ดี ไม่มีใครเคยสอนอ่อ?” ไอ้คนไร้ยางอายยังคงพูดพร่ำเพรื่อต่อไปโดยไม่สนใจความรู้สึกของฉันสักนิด

แม่จ๋าช่วยอบเชยด้วย

“พี่ก็ไปแต่งตัวดีๆ ดิ” ฉันยังคงหวาดระแวงกับสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อครู่ไม่หายเลย ไม่ได้หวาดระแวงกับการเห็นภาพนู้ดอะไรหรอก แต่ระแวงว่าถ้าหันไปฉันคงเสียมารยาทมากกว่าเดิมเพราะไม่มองหน้าผู้พูด...ไม่สิอบเชยอย่าเพิ่งแรดตอนนี้

“ก็บอกแล้วไงว่ายังอาบน้ำไม่เสร็จ หันหน้ามาไม่งั้นจะแก้ออกหมดนี่นะ นี่ไม่คอยมีใครเห็นนะบอกเลย” ไอ้พี่แซคยังคงหน้าด้านต่อไป

ควรภูมิใจสินะ

ได้...อยากให้หันไปมองฉันก็จะหัน ฉันหายใจเข้าออกอีกรอบก่อนจะหมุนตัวไปยังด้านหลังอย่างช้าๆ

“เออ หันแล้ว” ใจไม่ดีเลยอะ

พอพี่แซคเห็นฉันหันกลับไปมองหน้าเขา เจ้าตัวก็ยกยิ้มใหญ่ราวกับมันเป็นเรื่องที่น่าสนุกมากมายผิดกับฉันที่อยากจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“อะ โทรศัพท์ นาทีละสิบบาท” คนกึ่งเปลือยว่าพลางเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงก่อนจะนำมันมาให้ฉันโดยไม่วายจะพูดจากวนอีกด้วย

ใจหมา! นาทีละสิบบาทที่เกินไปแล้ว

“งั้นไม่ยืมละ” ฉันเผลอทำหน้าหงิกออกไปหรือเปล่านะ

“พูดเล่นน่ะเอ๋อ เอาไปสิ” พี่แซคไม่พูดเปล่า เขากลับยัดเยียดโทรศัพท์ของตัวเองมาใส่มือฉันอีกต่างหาก

“ใครเอ๋อ” ฉันมีชื่อนะ ชื่อฉันคืออบเชยแม่ตั้งให้ แล้วก็รักมากไม่มีวันเปลี่ยนด้วย

“ไม่รู้ตัวเหรอ ก็ดูหน้ามึงดินี่มันเอ๋อชัดๆ” คนใจบาปใช้นิ้วชี้ไปทางกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่กับตู้เสื้อผ้าเพื่อจะให้ฉันหันไปมองเงาตัวเองในกระจก

ฉันมองค้อนใส่ชีเปลือยที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวก่อนจะทำท่าเดินออกไปจากห้องนอนของพี่มันเพื่อไปคุยโทรศัพท์กับแม่เสียที แต่สุดท้ายก็ไม่วายจะโดนเรียกไว้

“เดี๋ยวเอ๋อ คุยในห้องกูเนี่ยแหละ จะไปอาบน้ำต่อละ” ไอ้พี่แซคพูดจบก็หมุนตัวเดินกลับไปในห้องน้ำอย่างเคย ทิ้งไว้ให้ฉันยังยื่นอยู่ในห้องของเขากับโทรศัพท์อีกหนึ่งเครื่อง

คนประเภทนี้ก็มีบนโลกเหรอคะสังคม

[สวัสดีค่ะ] หลังจากที่ฉันต่อสายโทรหาผู้เป็นแม่ได้ไม่นานนัก คนปลายสายก็กดรับ

“แม่ นี่หนูเองนะ”

[อบเชยเหรอลูก เป็นไงบ้างล่ะ]

“ตอนนี้อยู่บ้านน้าสาลี่ค่ะ มาถึงได้สักพักแล้ว” ฉันยังคงคุยโทรศัพท์กับแม่ไปโดยไม่ได้สนใจเสียงน้ำไหลที่ดังมาจากในห้องน้ำ

[อือ จ้าๆ เจอพี่แซคแล้วใช่มั้ยลูก พี่เขาเก่ง ถ้าเรามีปัญหาอะไรที่มหาลัยก็ปรึกษาพี่เขาได้นะลูก]

อยากบอกแม่จังเลยว่าตอนนี้ปัญหาใหญ่ของฉันก็คือพี่แซคนี่แหละ

“ค่ะ เจอแล้ว” ตอนนี้ก็อยู่ในห้องเขาด้วย

[งั้นดูแลตัวเองนะลูก เดี๋ยวแม่จะออกไปจ่ายตลาดละไอ้เม่นมันเร่ง]

ฉันเผลอยิ้มออกมาหลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ว่าไปแล้วก็คิดถึงช่วงเวลาที่ได้ออกไปตลาดกับแม่จังเลยนะ หลังๆ มานี้คงไม่ได้ทำแบบนั้นแล้ว

“ค่ะ ค่อยคุยกันใหม่ค่ะ” ฉันกดวางสายไปหลังจากที่คุยกับผู้เป็นแม่เสร็จเรียบร้อย เป็นเวลาประจวบพอดีกับที่พี่แซคเดินออกมาจากห้องน้ำ คราวนี้เขาก็อยู่ในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอีกเช่นเคยนั่นแหละ

นี่อาบน้ำหรือวิ่งผ่าน??

“นี่โทรศัพท์พี่ ฉันขอตัวก่อนนะ” ฉันคืนโทรศัพท์ไปให้เจ้าของมันเพื่อจะได้ออกไปจากห้องนี้เสียที

“อย่าเพิ่งดิเอ๋อ มาเช็ดผมให้หน่อย” คนที่เพิ่งสระผมมาเอ่ยพร้อมกับยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กนั่นมาให้ฉัน

“พี่เช็ดเองไม่ได้หรือไง” ฉันก้มมองผ้าขนหนูดังกล่าวจากนั้นจึงขมวดคิ้วมองหน้าคนผมเปียกที่พยายามจะให้ฉันเช็ดผมให้

“ปกตินั่งตากพัดลมให้แห้งเอา” เออ แล้วทำไมคราวนี้ไม่นั่งตากพัดลมอีกล่ะ จะมาให้ฉันเช็ดให้ทำไมวะ

“ไม่เอาอะ เช็ดผมให้ใครไม่เป็น” ถึงแม้ใจจริงอยากจะตอบไปก็เถอะว่าหัวใครคนนั้นก็จัดการเอง แต่ก็ต้องสำรวมเอาไว้ก่อนเพราะเราสองคนยังไม่สนิทกันขนาดนั้น

อีกอย่าง ชายหญิงสองคนอยู่ในห้องโดยมีฝ่ายชายอยู่ในสภาพล่อแหลมแบบนี้มันดูอันตรายด้วย

“เช็ดไม่เป็นหรือกลัว?” ถามราวกับมีจิตสัมผัส จนฉันอยากจะตั้งชื่อให้พี่มันใหม่ว่าแซค ญาณทิพย์

“ปะ เปล่า”

“กลัวเหรอเอ๋อ?”

ฉันย่นหน้าเมื่อโดนอีกฝ่ายเรียกว่าเอ๋อไม่หยุด ก่อนจะเอื้อมมือไปรับผ้าขนหนูผืนเล็กมาจากมือของพี่แซคแต่เหมือนไอ้คนที่อยากให้เช็ดผมจะกำผ้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อยราวกับต้องการจะแกล้ง

“พี่ปล่อยดิ ถ้าอยากให้เช็ดอะ” ฉันว่าพร้อมกับพยายามดึงผ้ามาจากมือเขาอีกครั้ง

“นี่เอ๋อ...ถามหน่อยดิ”

เล่นตัวจังเลยวะ ฉันได้แต่คิด ไม่ได้ตอบหรือพูดอะไรออกไป ทำได้แค่เพียงรอฟังคำถามจากคนตรงหน้าเท่านั้น

“ตอนเด็กๆ กินนมบ้างไหม” พี่มันถามจบก็ใช้มือวางบนหัวของฉันเพื่อเทียบส่วนสูงว่าฉันสูงถึงอวัยวะส่วนไหนของเขา ซึ่งมันก็ประมาณไหล่พี่มันนี่แหละมั้ง

แต่ถามแบบไม่ใจร้ายไปหน่อยไงอะ

“ใครจะไปสูงแบบพี่ล่ะ เอาผ้ามาเลยจะให้เช็ดมั้ย” ฉันพยายามดึงผ้าจากมือพี่แซคมา แต่คราวนี้เหตุการณ์กลับหักมุมพลิกผันเสียอย่างนั้น

เมื่อคนตรงหน้าใช้แรงกระชากผ้าขนหนูไปยังด้านหลังของเขาซึ่งฉันยังไม่ได้ปล่อยมือออกไปจากผ้านั่น และผลสุดท้ายคือฉันเซไปตามแรงดึงนั้นจนใบหน้าเข้าไปแนบกับแผงอกเปล่าเปลือยของพี่แซคอย่างรักใครกลมเกลียว..(ก็แย่ละ) สภาพตอนนี้ล่อแหลมยิ่งกว่าเดิมอีก

“จะลวนลามกูเหรอเอ๋อ?”

แงงงงงงงงง ใครก็ได้พาฉันออกไปจากตรงนี้หน่อยซิ


TALK WITH CASTLE-G

เอ้าเอ๋อ! ไปลวนลามพี่เขาทำไม //ถุย

พี่แม่งอย่ามาตีหน้ามึนนะ 5555555555

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint

** **

ความคิดเห็น