facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 27 : ก็นายเป็นพ่อ...แต่มึงเป็นคนเลี้ยง!!

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 : ก็นายเป็นพ่อ...แต่มึงเป็นคนเลี้ยง!!

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 144.9k

ความคิดเห็น : 72

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 : ก็นายเป็นพ่อ...แต่มึงเป็นคนเลี้ยง!!
แบบอักษร




     เวลาผ่านไป ตอนนี้ฮันนี่อายุ 6 เดือนแล้ว สามารถจำชื่อตัวเองได้ เมื่อมีคนเรียกจะหันมองและส่งเสียง

ออแอตอบกลับไป ไม่ตื่นกลางดึกมาหนึ่งเดือนกว่าแล้วทำให้คนเลี้ยงอย่างวีลดความเหนื่อยลงไปบ้าง

           “   ฮันนี่  ฮันนี่  ”            วีเอามือตบแปะๆเรียกหนูน้อยเพื่อให้หันมองมาที่ตน                        

           “  แอ  แอะ  ”              หนูน้อยยิ้มให้กับคนเรียกอย่างคุ้นเคย                       

          “  ยิ้มใหญ่เลย  ”           สายิ้มตามเมื่อเห็นทั้งคู่คุยกันเหมือนจะรู้เรื่อง                        

          “  หนูจะนั่งเหรอ เหรอฮันนี่ หื๊ม?  ยังไม่ได้นะ  ”                         

          “  แฮ่ะ  แค้กก  แอะ  ”                        

         “  พี่ไปล้างห้องน้ำก่อนนะคะ        ผมมองฮันนี่ตอนนี้ที่ทำท่าชูแขนให้ผมอุ้ม  

ผมจึงเข้าไปอุ้มเค้ามากอดไว้กับอก ฮันนี่เองก็เอามือมาจับที่หน้าและหัวของผม เหมือนจะสำรวจ

ตามวัยที่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  อะไรขยับก็จะสนใจและหันไปมอง

           “  ฮันนี่...หนูอยากออกไปดูนกมั้ย  เดี๋ยววีพาไปดูนกเนอะ  ”   

       วีอุ้มคุณหนูน้อยลงมาข้างล่างในตอนเย็นเพื่อพาไปดูนกที่บิน มาเกาะต้นไม้และให้ชมธรรมชาติ

บรรยากาศของสวนและท่าทางฮันนี่จะสนใจท้องฟ้า แหงนมองบ่อยๆ


        “  เลี้ยงไปเลี้ยงมาหน้าตาเหมือนคุณวีแล้วเนี่ย  ”        อินเดินเข้ามานั่งเล่นด้วยทักขึ้น                         

        “  เออ...ถอดกันมาเลย  ”        อรเห็นด้วยอีกเสียงและเดินมานั่งลงที่พื้นหญ้าข้างๆกัน                        

        “  พูดอย่างนั้นได้ไง  ไม่ได้!  ”                         

        “  น่ารักจัง ขาวผ่องเป็นยองใยเลย  ”                         

         “  จ๊ะเอ๋!  จ๊ะเอ๋!  ”

คิกๆ  คิกๆๆ  ฮันนี่ยิ้ม ส่งเสียงตอบกลับเป็นระยะๆเมื่อสาวใช้ผลัดกันเล่นจ๊ะเอ๋และทำอะไรประหลาดๆให้ดู

         “  ชอบใจใหญ่เลย ”                วีมองฮันนี่อย่างเอ็นดูพร้อมก้มลงไปหอมที่แขนเบาๆ                         

         “  โตขึ้นนายคงหวงลูกสาวน่าดู ”                                

         “  โตขึ้นคุณหนูต้องสวยที่สุด  คุณหนูฮันนี่  จ๊ะเอ๋!  ”

        ในระยะเวลา 5 เดือนมานี้ อิทธิไปกลับญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง เนื่องจากไปคุยงานและไปตรวจดู

โปรเจคใหญ่ที่ตัวเองสร้าง  รวมถึงบินไปจีนและไต้หวันเพื่อเข้าไปตรวจงานบ่อนที่เปิดตัวอยู่ที่นั่น 

 ทำให้อิทธิไม่ค่อยได้เจอกับวีและลูกมากนัก แต่ก็ทำให้วีสบายใจมากขึ้นเพราะไม่ต้องอึดอัดเวลาอยู่กับคน

เป็นนายที่ชอบพูดจาไม่ดีด้วยเวลาอยู่ใกล้กัน  อีกทั้งยังต้องมาคอยเป็นที่ระบายความหื่นให้นายหลายๆครั้งอีกด้วย

          “  เสียงรถเข้ามาในบ้าน ”        อรพูดแล้วเงี่ยหูฟังให้ชัดอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าหูไม่ได้ฝาด                        

         “  หรือว่านายจะกลับมาแล้ว  ”       อินสันนิษฐานและพูดไม่ทันขาดคำลูกน้องมาเฟียก็เดินเข้ามา

บอกว่านายกลับมาแล้ว รถเข้ามาจอดเมื่อครู่นี้เลย

         “  ชะเง้อมองอะไรฮันนี่ รู้เหรอใครมา  ”         วีถามหนูน้อยในอ้อมแขน                         

         “  คงอยากไปหาแด็ดดี๊อ่าเนอะ  ”                        

         “  งั้นผมฝากพี่อินอุ้มฮันนี่ไปหานายทีครับ ”                        

         “  ทำไมคุณวีไม่อุ้มคุณหนูไปเองล่ะคะ  ”       อินถามเพราะหลังๆมาเห็นวีกับนายดูห่างๆกัน 

         “  คุณวีคะ  นายถามหาคุณฮันนี่ใหญ่เลยค่ะ ”       สาเดินมาจากในครัวเพื่อบอกกับวี                        

         “  พี่สามาพอดีเลย อุ้มฮันนี่ไปหาเค้าที ผมจะไป..จะไปเตรียมข้าว  ”                         

         “  ได้ค่ะ  ”

          สาอุ้มฮันนี่เดินไปหานายที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศที่ห้องนั่งเล่น คนเป็นนายพอเห็นฮันนี่

ก็รับมาอุ้ม กอดหอมอย่างคิดถึงไปหลายครั้ง  พร้อมทั้งมองหาอีกคนที่ไม่เห็นเดินเข้ามาพร้อมลูกสาวของตน

         “  ป้ายังไม่ได้ทำอะไรไว้ให้นายทานเลย  ไม่รู้ว่านายจะกลับมา  ”     ป้าภาพูดคล้ายสารภาพผิด                      

         “  ผมยังไม่หิว  งืม...งั้นเดี๋ยวผมพาฮันนี่ไปดูของเล่นดีกว่า  ”                       

        “  คุณฮันนี่  จำชื่อตัวเองได้ด้วยเหรอ เก่งจัง  ”    กรรณสังเกตเห็นตอนนายพูดชื่อคุณหนูและ

หนูน้อยหันมองหน้านายจึงเอ่ยชมอย่างเอ็นดู                      

         “  ตอนนี้คุณฮันนี่จำชื่อตัวเองได้แล้วค่ะ  เรียกแล้วหันมามองได้แล้ว  ”        สาบอกพัฒนาการ

ของหนูน้อย และกาเบียลก็เข้ามาทดสอบโดยเดินไปอีกทางแล้วลองเรียก  ปรากฏว่าหนูน้อยมองตามจริงๆ

 แต่มองได้ไม่นานก็กลับไปสนใจคนที่อุ้ม โดยยกมือจับหูจับจมูกของคนอุ้มอย่างอิทธิเล่นพลางส่งเสียงออแอ

ตามประสาเด็กเล็ก

        “  หน้าเหมือนใครกันเนี่ย หนูเหมือนใคร ”    อิทธิมองลูกสาวใกล้ๆพร้อมถามแบบหยอกๆ                      

        “  นายจะออกไปเลยมั้ยครับ  ”       กรรณถามนายเพื่อจะได้เตรียมเอารถออก                       

        “  อือ   ไปเที่ยวกันนะ แด็ดดี๊จะพาไปดูของเล่น  ”                      

        “  คุณวีไปไหนล่ะ  ”                     กาเบียลหันไปถามพี่เลี้ยงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก                       

        “  เห็นบอกว่า...ไปเตรียมข้าวให้คุณหนูค่ะ  ”                       

        “  ไปตามเค้ามา  บอกว่าฉันจะพาฮันนี่ไปข้างนอก เค้าต้องไปด้วย  ”

         สาก้มหัวรับคำสั่งแล้วเดินไปตามวี ซึ่งวีเองก็รีบเร่งมือเตรียมข้าวใส่กล่องจนเสร็จถือออกมาพบนาย

 ที่ห้องนั่งเล่น หนูน้อยฮันนี่พอเห็นวีเข้าก็รีบชูแขนให้วีอุ้มอย่างเคยชินทันที


        “  จะให้คุณวีอุ้มซะแล้ว  ”             กรรณยิ้มแล้วจับแขนคุณหนูของบ้านหยอกๆ                      

        “  นายเรียกผมจะใช้อะไรครับ  ”                             

        “  กูจะพาลูกไปข้างนอก  ”                       

        “  ครับ  ”                       

        “  ไปด้วยกันสิ  ”       คำชวนของเค้าทำเอาผมถึงกับเงียบไป และยังไม่ได้ตอบกลับคำชวน

 กาเบียลก็บอกกับผมว่าให้ผมไปกับนายเพื่อไปดูแลคุณหนู ผมจึงมองไปที่ฮันนี่อีกครั้ง ที่ยังคงชูแขน

ให้ผมอุ้ม แล้วนายก็ลุกขึ้นยืนอุ้มฮันนี่มาส่งให้กับผมโดยไม่รอคำตอบจากผมเลยว่าจะไปด้วยมั้ย 

แต่เค้ากลับเดินนำออกไปทางหน้าบ้านเพื่อรอขึ้นรถ                      

         “   ไปครับคุณวี  เดี๋ยวระเบิดลงนะ  ”         กรรณพูดติดตลก                       

         “  ไปก็ไป  ”                       

        “  ผ้าอ้อมค่ะคุณวี  ”            วีอุ้มฮันนี่ขึ้นไปบนรถและทำท่าจะส่งฮันนี่ให้กับอิทธิ 

เพราะตนไม่อยากนั่งข้างกันกับนาย แต่อิทธิ ทำเป็นไม่รับเพราะอยากให้วีนั่งข้างๆ  วีจึงต้องยอม

อุ้มฮันนี่นั่งลงไปที่เบาะข้างๆนายอย่างจำใจ

         “  เอารถเข็นมั้ยครับ  ”         กาเบียลเอนหน้ามาถามวี                       

         “  ไม่ต้อง ผมจะซื้อคันใหม่ให้ฮันนี่  ”       คนเป็นนายปฏิเสธแทนอย่างไว                        

         “  ว้าว  คุณหนูจะมีรถคันใหม่ด้วย  ”           กรรณขยับหัวไปแล้วพูดกับหนูน้อย

            ตลอดทางไปห้างสรรพสินค้า  ฮันนี่จับนิ้ววีเล่นมองนู้นมองนี่แบบเด็กช่างสงสัยจนมาถึงห้าง

 อิทธิ ก็สั่งไม่ให้ลูกน้องตามไป ให้เพียงกรรณกับกาเบียลเดินตามเท่านั้น  ส่วนวีนั้นเป็นคนอุ้มฮันนี่เอง

เดินตามนายที่เดินลิ่วๆไปที่โซนเสื้อผ้าเด็กอย่างไว





      “  สวัสดีค่ะ  ของน้องเหรอคะ  ”       พนักงานในแผนกเสื้อผ้าเด็กเดินเข้ามาทักทาย อิทธิจึง

พยักหน้าตอบกลับบางๆ 

      “  ผมกับพี่กาเบียลรอด้านนอกนะครับนาย  ”    สองลูกน้องคนสนิทบอกแล้วเดินออกไป                        

      “  ฮันนี่ชอบแบบไหน   เอาสีนี้เหรอ ”      วีก้มลงถามเมื่อฮันนี่ชี้นิ้วไปที่เสื้อชุดหนึ่ง                         

      “  น้องน่ารักจังเลยนะคะ  ”            พนักงานเอ่ยชมเด็กน้อยที่ยิ้มแย้มชี้นิ้วไปมา                         

      “  นายอุ้มฮันนี่ก่อนได้มั้ยครับ  ”                         

      “  ส่งมาสิ  ”

         ผมส่งฮันนี่ให้นายอุ้ม  เพราะจะเลือกผ้าเองกลัวจะระคายเคืองผิวฮันนี่ ผมรู้ว่าฮันนี่ชอบผ้าแบบไหน

 ใส่แล้วจะได้ไม่คัน  ผมจึงเลือกผ้าเลือกไซส์แล้วก็หันไปถามนายผู้เป็นคนจ่ายเงิน

        “  แบบนี้ก็สวยดีนะคะ  ”        พนักงานสาวเสนอ                          

       “  นายชอบมั้ยครับ  ”                          

       “  มึงว่าดีก็เอา  ”        อิทธิตอบพลางโยกหนูน้อยให้ขยับไปมา                          

       “  แต่คุณหนูเป็นลูกของนาย  ”                         

       “  มึงก็เป็นคนเลี้ยง  ”

         สงครามสายตาเริ่มขึ้น  และไม่มีท่าทีว่าใครจะยอมใครด้วย จนกระทั่งพนักงานเอ่ยขอตัวแล้ว

ให้ลูกค้า เลือกแบบและดูกันเองไปก่อน  มีอะไรเพิ่มเติมค่อยเรียกมาสอบถาม

        “  น่าเบื่อ  ”                      วีบ่นออกมาเบาๆแล้วเลือกสีชุดต่อ                           

        “  บ่นอะไร  ”                          

        “  เปล่า  ” แอ้   แอ   ฮันนี่ส่งเสียงพร้อมหันไปมองสิ่งที่อยู่รอบร้าน ยิ้ม หัวเราะแบบแฮปปี้

ที่ได้ออกจากบ้านมา

         “  เอามาสัก 2 ชุดแล้วไปดูชุดตรงนู้นด้วย  ”                          

         “  ครับนาย  ”

วีถือชุดแล้วเดินตามนายมาดูชุดอื่นอีก  เลือกๆจนพอใจคนเป็นนายก็ไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์

         “  หยิบกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกง ”                           

         “  นายก็หยิบมันออกมาดิ  ให้ผมล้วงมันน่าเกลียด  ”                           

        “  กูอุ้มลูกอยู่  ”      วีมองบนนิดๆแล้วก็เอามือล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์นาย หยิบบัตรแล้วยื่น

ให้พนักงาน  จากนั้นก็ถือถุงเสื้อผ้า 3 – 4 ถุงเดินตามนายออกมาหน้าร้านซึ่งกรรณกับกาเบียลรออยู่

           “  ผมถือเอง  ส่งมาครับ  ”                           

          “  ขอบคุณนะ ”     วีบอกกับกรรณแล้วมองนายที่อุ้มฮันนี่เดินชี้นู้นชี้นี่ให้ดูและฮันนี่ก็ดูมี

ความสุขเวลาอยู่กับพ่อเค้า เดินมาจนถึงร้านของใช้เด็ก  โซนรถเข็นเพื่อมองหาอันที่ดีและเหมาะที่สุด

         “  คุณพ่อชอบแบบไหนครับ  ”          พนักงานถามอิทธิอย่างสุภาพ                            

         “  มึงว่าแบบไหนดี   ”                     แต่อิทธิกลับหันมาถามวีซึ่งเป็นคนเลี้ยงลูกให้                            

         “  คันนี้  ”        วีชี้ไปคันหนึ่ง คันที่เล็งไว้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว                           

         “  งั้นเอาคันนี้ตามที่เค้าบอกเลย  ”                                      

         “  ผมอุ้มฮันนี่เอง  สลับกัน  ”                            

         “  ลูกกู  กูจะอุ้ม  ”         รู้แหละว่าลูก ก็กลัวว่าจะเมื่อยเลยจะถาม แล้วแต่เค้าสิเนอะวีคิด

            พอได้รถเข็นแล้ว  อิทธิก็จัดการวางฮันนี่ลงที่รถเข็นแล้วเดินเข็นฮันนี่เที่ยวรอบห้างจนวนมา

ที่ร้านอาหารบรรยากาศดีร้านหนึ่ง  เข้ามาในร้านด้านในสุดเพื่อหาที่นั่งมุมดีพร้อมกับจอดรถเข็นได้


         “  ผมไปรอข้างนอกนะครับ  ”                              

         “  ไม่ต้อง  มึงก็อยู่ป้อนข้าวฮันนี่ไปสิ  ป่านนี้ลูกหิวแล้วมั้ง  ”

           ผมหยิบกล่องข้าวในกระเป๋าผ้าที่ผมถือมาด้วย เปิดฝาแล้วป้อนฮันนี่ที่นั่งอยู่ในรถเข็นทีละนิดๆ 

   แต่เหมือนฮันนี่อยากออกมาข้างนอก ไม่ยอมกินข้าวชูแต่แขนให้ผมอุ้ม  ผมจึงวางกล่องข้าวแล้วอุ้ม

 ฮันนี่ขึ้นมานั่งบนบตักผม จากนั้นก็ค่อยๆป้อนข้าวให้กินอีกครั้ง                               


         “  หม่ำๆก่อน  หม่ำๆฮันนี่  อ้า...ม  ”                               

         “  มึงจะกินอะไร?                                             

         “  ผมไม่กิน นายกินเถอะครับ  ”

 อิทธิกดกริ่งเรียกพนักงานเสิร์ฟ สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะพร้อมข้าววีด้วยที่หนึ่งและรีบขู่กันวีปฏิเสธ

         “  ถ้าข้าวมึงเหลือ กูจะหักจากเงินเดือนมึง  ”                              

         “  ผมบอกนายแล้วว่าจะไม่กิน นายมาหักเงินผมไม่ได้  ”                              

         “  กูสั่งให้มึงกิน  ”                               

         “  ผมไม่หิว  ”                               

         “  จะไม่หิวได้ไง  วันๆมึงกินข้าวซะแค่ไหนกันเชียว  ”      ผมเงียบแล้วมองเค้านิ่งๆ                              

         “  ที่พูดไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ  เดี๋ยวฮันนี่จะไม่มีคนดูแล  ”                               

         “  ทราบครับ  ”    เมื่อไรจะจบจะสิ้นกันสักทีวะ  ความอดทนของผมมันจะหมดแล้วนะ

ผมก็ได้แต่บ่นในใจ ป้อนข้าวฮันนี่ไปตักข้าวตัวเองกินไป จนฮันนี่อิ่มผมก็อิ่มเหมือนกัน

          “  กินให้หมดข้าวน่ะ  ”                            

          “  ผมอิ่มแล้ว  ”                            

          “  นิสัยดื้อรั้นของมึงน่ะ ระวังฮันนี่จะติดเอา  ”      ผมมองนายอีกครั้งแล้วก็ตักข้าวกิน มือหนึ่ง

 อีกมือหนึ่งประคองฮันนี่ไว้ให้อยู่ที่ตักอย่างนิ่งๆ

          “  ฮันนี่ไปไหนต่อดี  ”            อิทธิถามหนูน้อยที่ลืมตาแป๋วมองสิ่งรอบตัว                            

          “  แอ   แอ   แอะ  ”                                                     

          “  ตอบแด็ดดี๊เหรอ  ไปดูของเล่นกันเนอะ  ”

        ผมอุ้มฮันนี่วางในรถเข็นแล้วก็เข็นฮันนี่ไปดูของเล่นที่พ่อฮันนี่อยากจะซื้อให้ลูกนัก  พอมาถึงโซนของเล่น 

 กรรณกับนายก็เดินไปเลือกกันใหญ่  ผมไม่ขอออกความเห็นเพราะมีหน้าที่เข็นฮันนี่ตามเค้าก็พอ  เลือกกัน

นานสองนานจนไปจ่ายเงิน ถึงกับเรียกลูกน้องข้างล่างมาช่วยกันถือไปไว้ที่รถกันเลยทีเดียว    


        “  ตาแดงแล้วครับคุณฮันนี่  ”                             

        “  กรรณฝากเข็นรถที  สงสัยจะง่วงแล้ว  ”

          มือซ้ายมาเฟียมาเข็นรถคุณหนู ส่วนวีนั้นอุ้มคุณหนูขึ้นมาพาดบ่าตบก้นเบาๆกล่อมจนหลับไป 

 จะขยับให้นอนในรถเข็นก็ร้องไห้ จึงต้องอุ้มพาดบ่าสลับกับอุ้มนอนกับอกให้ฮันนี่หลับไปเรื่อยๆ

         “  ดูแพมเพิส ผ้าอ้อมมั้ยครับ  ”                            

          “  อือๆ ไป  ”           อิทธิตอบกลับกาเบียล

           ทั้ง 4 คนเดินลงบันไดเลื่อนมายังชั้นซุปเปอร์  แวะซื้อของใช้ให้กับฮันนี่น้อยจนครบ

 จากนั้นก็แวะไปซื้อนม  ฟักทอง  ปลา  ไว้สลับเสริมกับนมให้ฮันนี่กิน



           “  กรรณ...เอาฮันนี่ลงหน่อย ปวดไหล่แล้ว  ”                             

            “  ครับๆ  ”

            วีเรียกเอารถเข็นมาให้ฮันนี่นอนเพราะเหมือนจะหลับไปได้สักพักแล้วแต่ยังไม่ทันได้วาง

ก็เบะปากจะร้องไห้  วีจึงรีบอุ้มขึ้นมาอีกครั้ง แต่อิทธิเองพอเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามาอุ้มฮันนี่ไปพาดบ่า

ให้นอนกับตัวเองแทน ซึ่งก็ได้ผลยอมนอนต่อโดยไม่ร้องโวยวาย

          “  กลับกันเลยดีมั้ยครับ  ”      กรรณเอ่ยชวนเพราะคุณหนูเชิงจะงอแงง่วงนอนแล้ว                             

          “  อือ วันหลังค่อยพาฮันนี่ออกมาเที่ยวใหม่  ”                             

         “  พาไปสูดอากาศบริสุทธิ์ๆดูบ้างมั้ยครับ  ”      กาเบียลเสนอ                             

         “  อื้อ ความคิดดี  ”                             

         “  ถามคนเลี้ยงก่อนมั้ยครับ ว่าโอเครึเปล่า  ”       กรรณพูดแล้วยิ้มๆ                             

         “  ถามอะไรผมล่ะครับ  ผมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งก็เท่านั้น  ”   คำพูดของวีทำให้อิทธิหันมามองวี

ด้วยตาขวาง เพราะคิดว่าวีพูดปะชดใส่

         “  ตีกันทั้งวันจริงๆ  ”                             

         “  นั้นสิ  ยิ่งกว่ามึงกับนายอีก  ”      กาเบียลพูดพร้อมส่ายหัวเล็กน้อย                             

         “  อะไรพี่ ผมน่ะไม่กล้าทะเลาะกับนายหรอก ผมไม่ใช่คนพิเศษ  ”                             

         “  พิเศษห่าเหวอะไร!!!  ”          อิทธิพูดเสียงดังใส่กรรณจึงโดนวีบ่นขึ้น                             

         “  เดี๋ยวฮันนี่ตื่น... ”             เมื่อกลับมาถึงบ้าน อิทธิก็อุ้มฮันนี่พาไปนอนลงที่เตียง ลูบหัวลูกเบาๆ

แล้วก้มลงไปหอม ดอมดม  อย่างเอ็นดู พลางแอบมองคนที่เก็บของอยู่ที่ตู้ แล้วก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

         “  ขอโทษค่ะ ”          เสียงขอโทษของพี่เลี้ยงทำให้อิทธิหุบยิ้มแล้วสั่งงานไปทันที                             

         “  ไปจัดการห้องของเล่นของฮันนี่ให้เรียบร้อยนะ  ”                            

         “  ค่ะนาย  ”                           

         “  เดี๋ยวผมไปช่วยพี่สา  ”       วีหันมาบอกกับสาแต่ก็โดนห้ามเอาไว้อีกตามเคย                           

         “  ไม่ต้อง มึงอยู่ห้องนี้แหละ  ”                            

         “  นายกลับมาเหนื่อยๆไม่ไปพักล่ะครับ  ”        วีถามนายที่นอนอยู่บนเตียงฮันนี่                            

         “  เป็นห่วงกูเหรอ ”      เนื่องจากไม่มีเสียงตอบกลับอิทธิจึงลุกขึ้นนั่งแล้วพูดต่อ                             

         “  กูถาม ตอบให้ชื่นใจหน่อยสิ  ”                                       

        “  คำตอบของผมไม่ทำให้นายชื่นใจหรอกครับ  ”                            

        “  หึๆ แล้วคำตอบใครล่ะจะทำให้กูชื่นใจได้  ”       อิทธิหัวเราะผ่านลำคอแล้วเลิกคิ้วถามต่อ                            

        “  ไม่มีหรอก เพราะนายมันเป็นคนที่ไม่มีหัวใจ  ”                                 

         “  งั้นเหรอ  แต่กูรักฮันนี่นะ  รักมากด้วย  เพราะฮันนี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตกู  ”


       แน่นอนสิเป็นลูกที่เกิดมาจากนายกับคุณแยมนี่ จะไม่รักฮันนี่นายก็ใจร้ายเกินมนุษย์แล้วแหละ

 ผมเถียงกันกับนายจนจัดของใส่ตู้จนหมด  จากนั้นผมก็ต้มน้ำไว้ชงนม เตรียมส่วนผสมของนมและ

เตรียมของเปลี่ยนให้ฮันนี่ตอนตื่น จนเสียงของนายเงียบไปผมจึงเดินไปดู  ปรากฏว่านายหลับข้างๆ

ฮันนี่ไปแล้วแถมนอนหมิ่นเตียงจนแทบจะตกลงพื้นอีก



































#  ใกล้แล้วๆ ไรท์สัญญา  อิทจะได้รับบทเรียนของตัวเองแล้ว


#  ใครว่าไรท์เข้าข้างพระเอกมากเกินไป  หนอยแน่ 55555


    เค้าปล่าวเข้าข้างนะ  ก็...แค่ดำเนินเรื่องไปตามน้ำเท่านั้นเอง


#  ให้หาผัวให้วีหรอ  งืมมม  หาไม่เจออะ 


#   บอกให้วีใช้หนี้ให้หมดไวๆ  ไรท์ต้องทำไง ไปช่วยวีทำงาน


      หาเงินให้วีไปใช้หนี้หรอ  5555  เค้าล้อเล่นนนน


#  ไรท์ไปผ่าฟันคุดมา  ก็ถ้าแบบ...ปวดมาก ก็รอหน่อยนะตัวเอง




ความคิดเห็น