YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 19.2]

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.9k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2561 02:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 19.2]
แบบอักษร

คนโปรด 19.2

ผมคุยกับปริมต่อ3-4ประโยค จากนั้นจึงส่งสติ๊กเกอร์ฝันดีให้เธอเพื่อเป็นการตัดบทและปริมเองก็คงจะรู้ว่าผมไม่อยากคุยต่อเลยส่งสติกเกอร์ฝันดีคืนมาให้ทั้งๆที่ยังหัวค่ำอยู่เลย ก็นะ...ผมก็ไม่อยากให้ความหวังเธอมากเกินไปนัก

ผมดูทีวีไปได้แปบๆก็ชักง่วง แต่ก่อนที่จะเผลอหลับไปจริงๆลูกน้องของไอ้เหี้ยลุคก็เดินมาสะกิดผมเบาๆ

“อะไร?”ผมถามทั้งๆที่สะลึมสะลืออยู่นิดหน่อย

“นายอยากคุยด้วยครับ”

“ไม่คุย ง่วง”ผมบอกอย่างเอาแต่ใจแล้วซุกหน้าลงกับหมอนอิง

“นายบอกว่าถ้าไม่ยอมคุย กลับมาจะไมให้ออกจากห้องทั้งเดือน”ดูมันขู่ คิดว่ากูจะกลัวนักรึไงวะ

“เอามาสิ!”ผมลุกขึ้นนั่งดีๆแล้วรับโทรศัพท์มาทั้งหน้ามุ่ยๆ มันวิดีโอคอลมาอีกต่างหากเลยเห็นหน้าผมเต็มๆ

(เพิ่งสามทุ่ม ง่วงแล้วเหรอเรา)คิดว่ามันน่าจะได้ยินที่ผมคุยกับลูกน้องมัน

“ก็ได้ยินนี่ แล้วจะกวนกูทำไม”ผมทำหน้าบึ้งใส่กล้อง

(พี่แค่คิดถึง อยากคุยด้วย)มันฉีกยิ้มบางๆ คิดว่าหล่อตายแหละ

“เหรอ?กูนึกว่าโทรมาเช็คว่าอยู่รึเปล่าซะอีก”

(ก็ด้วย)

“เหอะ!”

(อยากได้อะไรรึเปล่า?)

“ที่มาเก๊ามันมีอะไรที่เอามาฝากกูได้บ้างล่ะ?”ผมย้อนถามมันกวนๆ

(อืม...ไม่รู้สิ)มันทำท่านึกสุดท้ายก็บอกไม่รู้ คิดว่ามันคงไปที่นั่นเพื่อทำงานโดยเฉพาะ (แล้วมิทตี้ทานข้าวรึยัง?)

“แดกแล้ว”ผมไม่ได้มองกล้องเพราะมัวแต่กดเปลี่ยนช่องทีวีเลยไม่รู้ว่ามันทำหน้าแบบไหน เพียงแต่ได้ยินเสียงดุๆตอบกลับมา

(พูให้มันเพราะกว่านี้หน่อย)

“กูก็เป็นของกูแบบนี้มึงอย่ามาบังคับนักจะได้ไหม”ผมโต้มันอย่างไม่พอใจทันที

(ที่พี่บังคับเพราะหวังดี)มันพยายามบอกอย่างใจเย็น แต่ผมขึ้นแล้วไง

“มึงเก็บไว้ใช้เองเถอะ เพราะมันเป็นความหวังดีที่กูไม่ต้องการ!” ผมเหวี่ยงโทรศัพท์บนโซฟาแล้วยืนขึ้นเดินเข้าห้องนอนไม่สนใจเสียงที่มันเอ่ยเรียกผมอีก

ผมไม่เคยทำตัวงี่เง่าแบบนี้ใส่ใคร แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาสั่งมาบังคับไง แค่ที่ต้องทนอยู่กับมันผมก็อึดอัดมากพออยู่แล้ว ผมยอมกลับเข้ามาอยู่ในกรงของมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องยอมกลับไปเป็นของเล่นให้มันเหมือนเดิม ผมเป็นรองมันหลายๆเรื่องจนน่าหงุดหงิดจนบางทีก็เผลอทำนิสัยเสียๆออกไปเยอะเลย แต่ที่ผมแสดงออกไปแบบนั้นก็เพื่อให้มันรู้ว่าผมไม่เต็มใจ

แม้ว่ามันยากที่จะขัดขืน แต่ผมก็จะดิ้นรนอย่างสุดกำลัง

หรือสุดท้ายถ้าผมต้องกลับไปเจ็บอีก ผมก็จะลากมันให้ทุกข์ทรมานไปด้วยกัน!

สี่วันแล้ว ไอ้เหี้ยลุคไม่โทรหาผมอีกเลย ซึ่งนั่นก็ดีมากๆ สบายหู สบายตา และสบายใจ ผมออกไปดื่มกับเพื่อนและหิ้วสาวเข้าโรงแรมทุกวัน ใช้ชีวิตตามปกติอย่างที่เคยทำมา ไม่มีลูกน้องมันมาคอยห้ามหรือตามให้ผมกลับห้องมันด้วยซ้ำ ผมคิดว่ามันแปลกๆอยู่นิดหน่อยเพราะก่อนหน้านี้มันไม่ยอมให้ผมได้กระดิกตัวไปไหนเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองนะแต่มันไม่ชอบให้คนอื่นแตะต้องตัวผม ซึ่งผมคิดว่ามันโรคจิต

แต่ที่ไม่ตามก็ดีแล้วแหละ ผมจะได้ลั๊นลาได้อย่างสบายใจ  ผมกลับถึงห้องตัวเองเกือบๆตี5 วันนี้มีเรียนบ่ายยังมีเวลานอนอีกเหลือเฟือ เมื่อเปิดประตูเข้าไปไฟในห้องก็สว่างโร่เหมือนมีคนเปิดไว้(ผมไม่ได้ตั้งค่าเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ) พอเดินเข้าไปถึงในห้องนั่งเล่น ผมหายใจผมก็ติดขัดขึ้นทันที แล้วจังหวะที่มันหันหน้ามาสบตาด้วยผมรู้สึกหายใจไม่ออกชั่วขณะ

ผมไม่แปลกใจหรอกที่มันเข้าห้องผมได้(มันเป็นใครก็รู้ๆกันอยู่) แต่ตอนนี้คือตกใจมากๆเลยครับ มันนิ่งจนผมกลัวเลย

“ไปไหนมา”

“…”ผมเงียบ

“พี่ถามก็ตอบ!”ผมสะดุ้งเมื่อมันขึ้นเสียง

“ข้างนอก”

“ที่ไหน?”

“...”ผมไม่กล้าตอบว่ะ กลัวมันตอนนี้สัสๆ

“ที่ไหนมิทตี้!”

“ร้านเหล้า! โรงแรม!”ผมตะโกนตอบไปตามความจริง หน้าตามันเรียบตึงยิ่งกว่าเดิมอีก

“พี่ห้ามอะไรเคยฟังกันบ้างรึเปล่า? อะไรที่พี่ไม่ชอบทำไมถึงได้ดื้อดึงทำนัก!”

“ชีวิตกู!กูจะทำอะไรก็ได้!”

“แต่ชีวิตนายเป็นของพี่!” ผมแทบจะเถียงอะไรมันไม่ออก ได้แต่กำหมัดแน่นอย่างเจ็บแค้น “เรื่องผู้หญิงอย่าให้มีแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน”มันลุกขึ้นจากโซฟาเดินผ่านหน้าผมออกไปพร้อมลูกน้อง แต่ก่อนที่ร่างมันจะพ้นประตูมันก็พูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค ตอกย้ำความรู้สึกเลวร้ายของผมเข้าไปอีก

“อย่าคิดว่าพี่ไม่ทำอะไรเพราะพี่ทำไม่ได้ แต่เพราะพี่ยังไม่อยากทำต่างหาก”

มันไปแล้วแต่ผมยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอยู่หลายนาทีเหมือนทำอะไรไม่ถูก ในหัวมีอยู่สามคำลอยเต็มไปหมด

ผมเกลียดมัน เกลียดมากจริงๆ

++++++++++++++++++++

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีเกือบเที่ยงเพราะเสียงนาฬิกาปลุก ผมโกรธจนนอนแทบไม่หลับ มาหลับอีกทีตอนสายๆเลยรู้สึกนอนไม่พออย่างไรก็ไม่รู้ แต่ก็ต้องฝืนสังขารอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเรียน

ขณะที่รถติดไฟแดง ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คไลน์ซะหน่อย ปรากฏว่ารายชื่อเพื่อนในไลน์ผมเป็นร้อยๆเหลืออยู่แค่ไม่ถึงหนึ่งร้อย รายชื่อเพื่อนสนิทและเพื่อนในคณะยังอยู่ครบ แต่ไอ้ที่หายไปคือบรรดาสาวๆที่ผมคุยด้วยทุกคน! หายสนิทไม่เหลือแม้แต่แชท! ผมปิดไลน์แล้วเปิดเข้าไปดูรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ แม่งหายเหมือนกัน!

ผมโกรธจนตัวสั่น รู้เลยล่ะว่าไอ้เหี้ยคนไหนทำ ตอนนี้ได้แต่พยายามบังคับให้ตัวเองใจเย็นเดี๋ยวจะขับรถไม่ถึงมหาลัย

พอถึงที่จอดรถคณะ ผมก็ใส่เบรกมือแล้วรีบกดโทรออกหาโยทันที ต่อสายไม่กี่วินาทีโยก็กดรับ

(ครับ)

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะโย!”

(ครับ?)

“เรื่องเบอร์กับไลน์ ‘เพื่อน’ผมที่หายไปฝีมือเจ้านายคุณใช่ไหม!”

(นายไม่ได้ทำนะครับ เป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งทำ)คือเขาจะกวนตีนผมเหรอวะ?

“ก็นั่นแหละ! คำสั่งมันใช่ไหม!”

(ใช่ครับ)

กรอดดด ถ้ามือผมแข็งแรงกว่านี้สักหน่อยโทรศัพท์คงเละคามือผมแล้ว

“มันมากเกินไปแล้วนะ!นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของผม!”

(ครับ) ดูเขาตอบผมสิ สำนึกสักนิดก็ไม่มี

“ผมโกรธนะโย”

(แต่นายท่านโกรธกว่า...ผมขออนุญาตแนะนำว่าอย่าทำให้ท่านโกรธมากกว่านี้เลยนะครับ)

“ก็ดีสิ!ผมจะทำให้มันโกรธจนกระอักเลือดตายไปเลย!”

(ผมเตือนแล้วนะครับ อ้อ เย็นนี้นายจะไปรับคุณสมิธนะครับ อย่าเพิ่งกลับก่อน)

“เหอะ!”ติ๊ด! ผมแค่ยเสียงไปคำเดียวแล้วกดวางสายโย อยู่รอให้โง่อ่ะดิ

+++++++++++++++++++++

บ้าเอ้ย!รถผมหาย! หายไปแบบไร้ร่องรอยเลย แล้วรถที่จอดอยู่แทนที่รถผมก็เป็นรถเบนซ์สีขาวคันหรูแทน และคนที่ออกมายืนรอรับก็คือโยนั่นเอง

“รถผมไปไหน!?”ผมถามโยอย่างเอาเรื่อง รถคันนี้ผมรักมากนะกว่าจะสั่งเข้ามาได้

“ที่จอดรถคอนโดฯGครับ”พอได้ยินคำตอบผมก็เตรียมหันหลังกลับไปโบกแท็กซี่ แต่เสียงจากโยก็ดังขึ้นขัดไว้ก่อน

“ขึ้นรถเถอะครับ ถ้ายังอยากได้รถคืน”

“ทำไมพวกคุณชอบขู่ผมนักวะ!”

“ก็ถ้าคุณสมิธยอมดีๆก็คงไม่ต้องขู่กัน”ผมกัดริมฝีปากข่มความโกรธ เลยเดินไปเปิดประตูรถแล้วยัดตัวเองเข้าไปนั่งแทน แม่งโกรธจนไม่รู้จะพูดยังไง ที่สำคัญคือโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลยโว้ย!!!

“จะกินอะไร” เสียงทุ้มโมโนโทนเอ่ยถามเมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยได้สักพัก

“กูไม่กิน” ผมเอ่ยเสียงห้วนแข็งๆตอบกลับมันไป สายตามองออกไปนอกรถ จราจรในกรุงเทพช่วงเวลาห้าโมงเย็นนี่เป็นอะไรที่ผมโคตรจะเกลียด แต่ก็เกลียดได้ไม่ถึงเสี้ยวของอะไรคนที่นั่งอยู่ข้างๆผมหรอก

“กัซเซปเปสไหม อาหารอิตาเลี่ยนที่นายชอบ” มันเอ่ยชื่อร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ผมชอบไปกินอย่างไม่สนใจคำปฏิเสธ ผมจิ๊ปากอย่างรำคาญมันนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ได้แต่หวังว่ามันจะเลิกพล่ามไปเอง

“ผู้ใหญ่ถามทำไมไม่ตอบ หืม?” มือหนายื่นมาเชยคางผมให้หันไปมองหน้ามัน ผมปัดมือมันออกจากหน้าด้วยความรังเกียจ สายตาตวัดมองมันเหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง

“กูเลือกตอบเฉพาะกับคน สัตว์กูไม่อยากพูดด้วย”ผมพูดเน้นคำใส่หน้ามันเต็มๆ ใบหน้าคมออกหวานเหยียดยิ้มนิดๆอย่างที่ผมรู้คือมันเริ่มหงุดหงิดแล้ว

“ปากนี่มันทำจากอะไร เวลาจูบก็นิ่มดีอยู่หรอก แต่ทำไมเวลาพูดมันถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้” มันเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม สายตาแพรวระยับที่ผมโคตรขยะแขยงจ้องมองริมฝีปากผม ผมกัดฟันกรอด

“ไม่ต้องมาพล่ามมาก กูไม่เคยจูบกับเหี้ย”คิ้วไอ้นรกนี่กระตุกข้างหนึ่ง

“พูดให้มันดีๆกว่านี้สมิธ อย่าทำให้พี่โมโห” มันกดเสียงต่ำลง

“ก็เอาดิ เชิญมึงโมโหได้ตามสบาย แล้วไง? จะฆ่ากูเลยไหมล่ะ” ผมเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวแม้ในใจจะหวั่นมากแค่ไหนก็ตาม

“ก็ไม่ฆ่าหรอก แต่จะทำอย่างอื่นแทน...กลับคอนโดฯ”ท้ายประโยคมันสั่งลูกน้องมันเสียงนิ่ง ลมหายใจผมสะดุดทันที

“มึงคิดจะทำอะไร” ผมขยับตัวชิดกับประตูรถ

“ก็จะทำให้นายเห็นไงว่าเวลาที่พี่โมโหนายจะเป็นยังไง...จำได้ไหม” มันแสยะยิ้มที่ทำให้ขนทั้งตัวผมลุกเกรียว

“มึงจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ ไหนว่าสัญญาแล้วไง” ผมเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว มันน่ากลัวเกินกว่าผมจะรับไหวได้อีกแล้ว ผมทวงสัญญาแม้ว่าจะรู้ว่ามันสิ้นสุดตั้งแต่ผมเดินเข้าไปหามันในวันนั้นแล้ว แต่ผมก็หวังว่ารูปร่างผมเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วมันคงไม่อยากแตะต้องอะไรผมอีก

“ทีตอนนี้ทำมาทวงสัญญา...แต่พี่จะบอกอะไรให้นะ สัญญามันขาดลงตั้งนานแล้ว ที่พี่ยังปล่อยให้นายอิสระก็เพราะพี่อยากตามใจนาย แต่เห็นทีความใจดีของพี่จะไม่เป็นผล ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมนั่นแหละง่ายดี” มันพล่ามยาวเหยียด คำพูดของมันแทบจะไม่เข้าหูผมด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีเมื่อรถเบนซ์เลี้ยวเข้าคอนโดฯที่ถึงเร็วกว่าที่คาด

ผมเหมือนเห็นประตูนรกกำลังจะเปิดออก

ผมจะทำยังไงดี

.

.

.

“ปล่อยกูนะเว้ย!” ผมถูกลากลงจากรถแม้จะดิ้นรนหรือขัดขืนมากแค่ไหนแต่การ์ดสองคนของไอ้สัตว์นรกนั่นก็แข็งแรงกว่าผมมาก ผมแหกปากร้องโวยวายไปตลอดทาง แต่เหมือนสวรรค์จะนึกชังหน้าผมเพราะไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยผมเลยสักคน ไอ้เหี้ยลูคัสเดินนำด้วยฝีเท้ามั่นคงไม่สนใจเสียงร้องโวยวายจากผมเลยสักนิด เป็นไปได้ผมอยากกระโจนไปบีบคอมันให้ตายจริงๆ

“พาไปไว้ในห้องเล็ก...มัดไว้ด้วย” มันเอ่ยเสียงนิ่งทันทีที่พวกเราเดินเข้าไปในห้อง แล้วมันก็ทำท่าจะเดินแยกไปอีกทาง

“ไม่!ลูคัสไม่! ปล่อยกู ขอร้องล่ะ” ผมตะโกนไล่หลัง แต่ปีศาจมันก็คือปีศาจ มันไม่เคยมีความเมตตาให้กับใครอยู่แล้ว

ผมโดนลากมาอีกห้องโดนการ์ดจับแขนกดลงกับเตียง โยฮันเนสเดินตามหลังเข้ามาในห้องแล้วเดินไปหยิบเชือกสีฟ้าจากลิ้นชักมามัดแขนผมไว้กับหัวเตียง  ผมดิ้นจนเจ็บแม้เชือกจะนุ่มและเหนียวแต่ก็ทำแขนผมแดนเป็นปื้นเลยทีเดียว

“โย...ปล่อยผมนะ” ผมเอ่ยขอร้องโยหลังจากที่เขามัดแขนผมเสร็จแล้ว เขามองผมด้วยสีหน้าหนักใจแต่สายตาก็สะท้อนออกมาว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยตามที่ผมขอแน่ๆ

“คุณไม่ควรไปท้าทายนายท่าน ตอนนี้ท่านเริ่มโกรธแล้ว อย่าดื้อเลยนะครับจะได้ไม่เจ็บตัวมาก” คำพูดของโยทำให้ผมชาวาบไปทั้งตัว ความสิ้นหวัง หวาดกลัวคืบคลานกัดกินหัวใจผมอีกครั้ง

“ออกไปให้หมด” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นที่หน้าประตูห้อง ไม่รู้ว่ามันโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แค่ชุดเสื้อคลุมสีกรมที่มันใส่อยู่ตัวเดียวตอนนี้ก็ทำผมสั่นสะท้านไปหมดแล้ว

โยและลูกน้องอีกสองคนรีบเดินก้มหน้าออกจากห้องตามคำสั่งของเจ้านาย มิวายช่วยปิดประตูให้อีกต่างหาก

“ไง ไม่ปากดีแล้วหรอ” มันเดินกอดอกมาหยุดที่ปลายเตียง ริมฝีปากเรียวบางแสยะยิ้ม ผมสีบลอนด์ทองปล่อยยาวแผ่กลางหลัง เครื่องหน้าที่ใครๆก็บอกว่าหล่อออกสวยเหมือนเทพบุตรจากสวรรค์  แต่สำหรับผมมันคือปีศาจจากนรกดีๆนี่เอง

“ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!”

“พูดเป็นอยู่คำเดียวหรือไง”

“แน่จริงมึงมาสู้กับกูอย่างลูกผู้ชาย จับกูมัดแบบนี้มันพวกหน้าตัวเมีย”

“หึ!ก็ได้อยู่หรอก สู้กันตัวต่อตัว เสื้อผ้าไม่ต้อง” พูดจบมันก็ก้าวขึ้นเตียงพร้อมกระชากขาทั้งสองข้างผมเข้าไปใกล้ตัวเองจนแขนผมที่ถูกพันธนาการไว้เหยียดตึงจนเจ็บ

“ไอ้เหี้ย! หยุดทำเรื่องทุเรศวิปริตกับกูสักที เด็กมึงมีเยอะแยะทำไมไม่ไปทำห๊า!!!” ผมตะคอกด่ามันสุดเสียง สองขาก็ทั้งเตะทั้งถีบมันไปมาเมื่อมันพยายามจะปลดตะขอและถอดกางเกงนักศึกษาผมออก จนในที่สุดไอ้สัตว์นรกลูคัสก็กระชากกางเกงและอันเดอร์แวร์หลุดจากขาผมจนได้

“เพราะนายคือคนโปรดที่พี่เล่นได้ด้วยไม่เคยเบื่อ ภูมิใจซะสิเด็กน้อย”มันพูดยิ้มๆอย่างอารมณ์ดี ตอแหลได้ออสการ์เลยมึง

ภูมิใจพ่อมึงสิไอ้สัตว์!

“เมื่อไหร่มึงจะเบื่อ ช่วยเบื่อกูสักที!ปล่อยกูไปไม่ได้หรอลุค” ผมพูดเสียงอ่อนในท้ายประโยค

“ยังไม่ใช่ตอนนี้” น้ำเสียงเย็นเยียบถูกเปล่งออกมาจากอีกฝ่าย

มันขยับขึ้นมานั่งทับหน้าขาผมไว้ไม่ให้ดิ้น ก่อนจะสอดมือเรียวยาวเข้ามาในเสื้อผมช้าๆ ลากไล้ไปมาเบาๆจนขนลุกไปทั่วทั้งกาย ส่วนมืออีกข้างก็ปลดกระดุมเสื้อผมออกช้าๆอย่างไม่รีบร้อน ในขณะที่ตัวผมดิ้นจะเป็นจะตายกลับขัดขืนอะไรไม่ได้เลยสักนิด

“พอเถอะลุค กะ...ผมขอโทษถ้าพูดอะไรไม่ดีออกไปให้คุณไม่พอใจ แต่ได้โปรดเถอะอย่าลงโทษผมอย่างนี้...คุณเห็นร่างกายผมตอนนี้ไหม แขนขาผมไม่ได้เรียวเล็กเหมือนอย่างแต่ก่อน เอวก็ไม่ได้บางแม้แต่นิดซิกแพ็คเป็นลูกๆ ผมล่ำพอๆกับคุณด้วยซ้ำ คุณไม่ขยะแขยงบ้างหรือไง” ผมพยายามเกลี้ยกล่อมมันดีๆเลิกถือศักดิ์ศรีและเอ่ยขอร้องมันแทน ผมยอมทุกอย่างเพื่อที่จะได้ไม่ถูกกระทำเหมือนเมื่อก่อน 

สิ่งที่ผมพูดไปเป็นความจริงทุกอย่าง ผมไม่ใช่เด็กผู้ชายตัวเล็กน่ารักอีกแล้ว ผิวยังขาวสู้มันไม่ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งหน้าตาอย่าไปพูดถึง ไม่ใช่สเป็คมันเลยสักนิด ของเล่นของมันถ้าเป็นผู้ชายต้องตัวเล็ก หุ่นบางเหมือนผู้หญิง หน้าตาแต่ละคนก็สวยเด็ดกันทั้งนั้น กับผู้หญิงมีบ้างแต่มันไม่ค่อยเลี้ยงไว้ด้วยเหตุผลไม่ทนไม้ทนมือเหมือนผู้ชายไงล่ะ(รู้มาจากเกรย์)

“ใช่ ไม่เห็นน่ารักเท่าเมื่อก่อนเลย” ผมหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย่างเข้าคอนโดฯมีความหวังว่ามันคงจะไม่ได้ทำอะไรๆอย่างที่ผมคิด

“แต่...คิดว่ามีแค่ร่างกายหรอที่ทำให้พี่โปรดนายเป็นพิเศษ ถึงตอนนี้จะตัวใหญ่ไปหน่อยแต่ก็น่าลองไปอีกแบบ หึ!” ริมฝีปากผมหุบฉับ หน้าซีดลงเรื่อยๆความหวังที่มีอยู่เลือนรางดับวูบ มารู้ตัวอีกทีมันก็ปลดกระดุมผมออกหมดแล้ว มือเรียวสวยยื่นมาขยี้ยอดอกผมแรงๆทันที

“อ๊ะ...มึงมันชาติสัตว์ สันดานเดรัจฉาน ผิดสัญญากับกูซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!” ผมข่มความรู้สึกแปลกๆของร่างกายแล้วตะคอกด่ามันอย่างสุดจะทน สมองเค้นหาคำด่าที่จะด่ามันให้เจ็บที่สุด ให้ได้สักเศษเสี้ยวที่ผมรู้สึกบ้างก็ยังดี

“พี่ไม่เคยผิดสัญญา นายเป็นคนเดินเข้ามาหาพี่เอง!” มันขึ้นเสียงบ้างแต่ยังรักษาสีหน้าตอแหลไว้ได้อย่างแนบเนียน(?)

“มึงบีบกู หลอกใช้ไอ้รันต์ วางแผนเอาไว้แล้วทุกอย่าง มึงยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกหรอ มึงใช่ลูกผู้ชายไหมลุค มึงยังมีความเป็นคนอยู่ไหม!!!”

“แล้วไง? พี่ไม่ได้อยากเป็นคนดีในสายตาใครอยู่แล้ว แค่ได้สิ่งที่ต้องการจะสนวิธีการไปทำไม” มันเหยียดยิ้มชั่วช้าออกมา นี่แหละสีหน้าจริงๆของมันที่คนอื่นไม่เคยได้เห็น ผมโกรธจนแค่นหัวเราะออกมา

“เหอะ! เพราะมึงเป็นแบบนี้ไงกูถึงได้เกลียดมึงทุกลมหายใจเข้าออก”

“ก็อยากให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เกลียดเข้าไปเยอะๆให้ในหัวนายมีแต่พี่คนเดียว” มันพูดจบก็กระแทกริมฝีปากใส่ริมฝีปากผมอย่างแรง ย้ำ!นะครับว่ากระแทกจนได้เลือด มันทั้งดูดทั้งขบเม้มปากผมแรงๆจนริมฝีปากบวมเจ่อ ตอนมันสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากผมพยายามจะกัดลิ้นมันจนโดนปลายๆลิ้นมัน เลยโดนมันตบจนเลือดกบปากอีกรอบ ดวงหน้าคมหวานเคลื่อนไปกัดตามลำคอและไหปลาร้าจนแดงช้ำแทบไม่เหลือพื้นที่ผิวปกติ

“อ๊าก!!!เจ็บ!” ผมร้องลั่นห้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อสองนิ้วเรียวยาวแทงพรวดเข้ามาในช่องทางด้านหลังอย่างทื่อๆไร้ตัวช่วย มันขยับเข้าออกแรงๆแล้วเพิ่มนิ้วที่สามเข้ามาอย่างรวดเร็วจากที่เจ็บๆก็ชาไปหมดแล้ว

ผมหลับตายิ้มสมเพชรับความทรมานขั้นแรก ได้แต่ภาวนาขอให้ทุกอย่างผ่านไปให้เร็วที่สุดไม่ก็ขาดใจตายๆไปซะ

แล้วอย่าให้ถึงทีผมบ้าง ถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ผมจะทำให้มันเจ็บจนมีสภาพแย่ยิ่งกว่าหมาข้างถนนเลย! . 

.

 “แฮ่กๆ อื้อ!!!”ผมกัดริมฝีปากข่มกลั้นเสียงไว้ทุกครั้งเมื่อมันกระแทกตัวเข้าใส่ช่องทางผมอย่างดุดัน  มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนไว้เพื่อระบายความเจ็บแสบของช่องทางด้านหลังรอบที่เท่าไหร่ของคืนนี้ก็ไม่รู้ มันพรมจูบไปตามแผ่นหลังผมพร้อมขบกัดแรงๆอย่างไม่ปรานี  จมูกโด่งซุกดมไปทั่วทำให้ผมรู้สึกรังเกียจมากกว่ารู้สึกดี

“นายโตขึ้นก็ดีเหมือนกัน เพราะตรงนี้ของนายมันรับตัวตนของพี่ได้พอดี...อ่าห์”มันพูดจาหยาบโลนชิดใบหูผม ริมฝีปากก็พรมจูบไปตามขมับและแก้มผมไม่หยุด พอผมสะบัดหน้าหนี มันก็ใช้มืออีกข้างล็อคหน้าผมไว้แล้วกระแทกจูบใส่แรงๆจนปากแตกเหมือนลงโทษกันมากกว่า ผมแทบไม่มีเสียงจะด่ามันเพราะเหนื่อยจากการถูกใช้ร่างกายหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง

จากนั้นมันก็จับผมนอนหงาย ถอนตัวออกแล้วถ่างขาผมออกกว้างจนน่าอาย ก่อนที่มือเรียวจะจับมังกรของตัวเองกดเข้าใส่ช่องทางผมอีกครั้ง มันแสบมากแต่ผมก็รู้สึกเสียวมากเช่นกัน

ไอ้เหี้ยลุคก้มลงจูบปากผมอีกครั้ง มันดูดเอาๆจนรีฝีปากผมชาหนึบและเลือดออกอีกรอบ ส่วนล่างก็กระแทกย้ำถี่ลงมาดังตั่บๆๆ  ผมตัวสั่นคลอนไปตามแรงกระแทก เล็บทู่ๆของผมจิกอย่างแรงไปที่แขนกับหลังมันโดยไม่รู้ตัว มันยิ่งกระแทกสะโพกใส่ผมหนังหน่วง ตรงส่วนนั้นของผมทั้งแสบและร้อนผ่าว แต่ทุกครั้งที่มันกระแทกมังกรยักษ์ไปโดนจุดนั้นมันก็มีความรู้สึกเสียวซ่านปะปนมา

ผมรู้สึกเสียวมากเหมือนจะเสร็จแต่มันเหมือนยังไม่ถึงสักที ลูคัสจึงใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้จับเอวผมมาสาวรูดชักแก่นกายให้แรงๆ บวกกับที่มันกระแทกกายใส่ทางด้านหลังผมย้ำๆไม่หยุดทำให้ผมเหมือนเห็นสวรรค์อยู่ปลายทาง ด้านหลังผมบีบรัดนัดจนไอ้เหี้ยลุคซี๊ดปาก ตัวผมเกร็งแล้วกระตุกปลดปล่อยคามือมัน หยาดน้ำคาวสีขุ่นพุ่งเปรอะเปื้อนจนถึงหน้าอกของตัวเอง ผมหอบหายใจแฮ่กๆ

ไม่นานไอ้ชั่วที่ข่มขืนผมอยู่ด้านบนก็จับเอวผมตรึงไว้แน่น มันสอดกระแทกลำตัวยาวใหญ่ของมันเข้ามาแรงเร็วจนผมรู้สึกว่าช่องทางด้านหลังแทบจะชาแล้วด้วยซ้ำ มันโน้มตัวลงมาจูบผมอีกรอบ ผมเปิดปากให้มันสอดลิ้นเข้ามาให้มันทำจนพอใจจะได้จบๆไป ถ้าผมยังขัดขืนมากกว่านี้มีแต่จะเจ็บตัวเพิ่มซะเปล่าๆ

มันย้ำกายใส่อีกแค่ไม่กี่ทีก็กระตุกปลดปล่อยหยาดน้ำออกมาเต็มช่องทาง มันขยับตัวย้ำอีกสามสี่ครั้งเพื่อฉีดพ่นน้ำออกมาให้หมด

“พอแล้ว”ผมห้ามมันเมื่อมันถอนจูบออกแล้วดูดคอช้ำๆของผมต่อ ไอ้เหี้ยลุคไม่ตอบแต่เคลื่อนริมฝีปากไปจูบที่ยอดอกผมอีกครั้ง มือมันก็ขยับไปรูดแก่นกายผมที่สงบให้ตื่นอีกรอบ มันเล้าโลมผมจนมังกรมันที่แช่คาในช่องทางนั้นขยายใหญ่ขึ้นมาอีกรอบ ผมเริ่มน้ำตาปริ่มเพราะเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ทำไมกูไม่สลบไปเลยเหมือนตอนเด็กๆวะ

“ต่อให้ร้องไห้พี่ก็จะไม่อ่อนข้อให้หรอกนะ มิทตี้ดื้อกับพี่ก่อนเอง ครั้งนี้พี่จะลงโทษ”

“แล้วมึงจะลงโทษอะไรนักหนา จะทำให้กูตายคาคว_มึงเลยไหม!”ผมตะคอกอย่างโมโห เหนื่อย!เจ็บ!ง่วง!

“พี่รู้ลิมิตนายดี ไม่ทำให้ตายง่ายๆหรอกไอ้เด็กดื้อ ฟอด!”เหมือนมันจะอารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อยแล้วเพราะก่อนหน้านี้ที่ทำมันไม่ยอมคุยกับผมดีๆเลย

“กูไม่ไหวแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนด้วย”ผมเสียงอ่อนลงเพราะมันเริ่มขยับสะโพกอีกแล้วไง

“ถ้ามิทตี้เป็นเด็กดี จบรอบนี้จะคิดดูอีกที”มันโน้มหน้าลงมาหอมแก้มผมอีกรอบ แล้วเริ่มขยับกายเนิบๆกระทำชำเราผมต่อทันที! 

+++++++++++++++++

ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาตอนประมาณตีสี่ ปวดเมื่อยตั้งแต่หัวจรดตีนแต่ก็ต้องฝืนสังขารที่หนักอึ้งไปที่ห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายและส่วนที่ตกค้างจากข้างในออกให้หมดไม่อย่างนั้นผมจะปวดท้องมาก ผมอ้วกไปรอบหนึ่ง ใช้เวลาเกือบๆชั่วโมงกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นแล้วลากสังขารเอื่อยๆมาที่เตียง

พอเห็นสภาพที่นอนที่มีแต่คราบน้ำกามและเลือดก็ทำผมอดหันหน้าหนีไม่ได้ ผมผะอืดผะอมขึ้นมาอีกรอบจนสุดท้ายก็วิ่งไปอ้วกอย่างกลั้นไม่ไหว พอกลับมาที่เตียงก็กลั้นใจดึงผ้าปูที่นอนออกเอาไปโยนทิ้งไว้ไกลๆสายตาแล้วกลับมาล้มตัวลงนอนอีกครั้งทั้งๆที่ตัวสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำ

เป็นปอดบวมตายก็ช่างแม่งเหอะ เจ็บจนจะตายอยู่แล้ว

ผมปิดไฟแล้ว ร่างกายทรมานมากแต่ผมไม่อาจข่มตาหลับได้เลย

จริงอยู่ที่ว่าผมกลัว...แต่ที่มีมากกว่านั้นคือผมขยะแขยงร่างกายตัวเอง ทั้งๆที่โดนมันทำไปตั้งขนาดนั้นไอ้ร่างกายนี่ยังเสือกเสร็จสมไปกับมัน มันน่าเจ็บใจจริงๆ

ผมจึงได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าผมเป็นผู้ชายและมีอารมณ์ทางเพศสูง โดนชักนำไปแบบนั้นมันก็ต้องรู้สึกเป็นธรรมดานั่นแหละ! 

.

 . 

“พรุ่งนี้พี่จะกลับไปดูงานที่ลาสเวกัส”ฝ่ายตรงข้ามเอ่ยบอกขณะที่ผมกำลังตักเส้นพาสต้าเข้าปากอย่างหิวโหย อ่อลืมบอกว่าตอนนี้เที่ยงกว่าแล้วครับ ผมอยู่ที่ร้านกัซเซปเปซและกำลังโซ้ยพาสต้าครีมซอสที่ผมชื่นชอบเป็นจานที่สาม ผมยิ้มลิงโล้ดอยู่ในใจที่มันจะไปให้พ้นหน้าผมตั้งหนึ่งสัปดาห์ แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรเพราะของกินเต็มปากและไม่อยากพูดกับมัน  หิวมากจริงๆครับไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เย็นเมื่อวานอ่ะคิดดู อีกอย่างต้องรีบทำเวลาเพราะบ่ายสองมีเรียนวิชาเมเจอร์น่ะสิครับ

ถามว่าทำไมผมถึงลุกมาเรียนไหวบอกได้คำเดียวครับว่า...ผมเก่ง!

เอาเป็นว่าตอนนี้ร่างกายผมแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก แต่ถึงโดนทำไปขนาดนั้นก็สาหัสอยู่ดีครับ

“หึ! ดีใจจนออกนอกหน้าเลยนะ พี่ไม่อยู่ไม่ได้หมายความว่าจะเกเรได้หรอกนะ”มันยื่นมือมายีหัวผมเบาๆแต่ผมก็ปัดออกด้วยความรำคาญก่อนจะยกมือขึ้นเรียกบริกรเพื่อจะสั่งเมนูต่อไป มันก็ไม่ได้ว่าอะไรกับท่าทางของผมเพียงแค่ยื่นมือไปหยิบแก้วแชมเปญมาจิบดูผมกินเงียบๆ

เหอะ!คิดว่าห้ามกูได้ก็เชิญ อ้อ...อย่าคิดว่าผมจะกลัว ภารกิจผมคือทำให้มันอยู่ไม่สุขคือเป้าหมาย!

ผมใช้เวลาจัดการอาหารที่เพิ่มมาอีกสี่อย่างภายในเวลายี่สิบนาทีนิดๆเท่านั้น...อิ่มครับ

จากนั้นไอ้สัตว์นรกมันก็พาผมเดินย่อยอาหารโดยการเลือกซื้อของที่อยากได้อะไรก็ได้กี่อย่างก็ไม่ว่าตามต้องการ เหมือนเป็นธรรมเนียมหลังจากมีเซ็กส์แล้วมันก็จะให้ของรางวัลปลอบใจให้ของเล่นเสมอแหละ แต่ก่อนถึงแม้ผมจะไม่ได้ไปเลือกด้วยตัวเองแต่ก็จะมีของส่งตรงถึงห้องตลอด

แล้วผมรับไหมน่ะเหรอ?...แน่นอนว่าจำเป็นต้องรับครับ

ผมเคยหัวแข็งไม่รับเลยโดนทำแบบ...ไปสี่น้ำ หรือว่าเคยรับแล้วโยนใส่หน้ามันก็มี ครั้งนั้นโดนตบจนฟันแทบร่วงแถมยังโดนทำจนสลบอีก

ตั้งแต่นั้นผมก็ไม่กล้าทำแบบนั้นใส่มันอีกเลย

ผมเดินเข้าเดินออกช็อปนั่นนี่เป็นว่าเล่น ผมไม่มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษแต่เลือกซื้อให้คนอื่นๆเพื่อผลาญเงินมันเล่น แม้ว่าจะใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดสักทีก็เถอะ

จนกระทั่งผมเมื่อยขาและปวดตูดจนแทบจะฝืนเดินต่อไม่ไหวแล้วนั่นแหละถึงได้หยุด(ทำอะไรไม่ดูสังขารอีกแล้วกู) หันไปมองด้านหลังก็เห็นโยกับลูกน้องอีกคนหิ้วถุงแบรนด์เนมต่างๆจนล้นมือ 

มีคนมองพวกเราอย่างสนใจที่เห็นฝรั่งร่างใหญ่สี่คนแถมหล่อมาก(ผมเอง)เดินไปเดินมาทั่วห้างดัง นี่ขนาดไอ้พวกนี้ไม่ได้ใส่สูทสีเข้มน่ากลัวอะไรพวกนั้นนะ คนยังสนใจมองขนาดนี้ ผมไหวไหล่นิดๆแล้วเอ่ยขึ้นลอยๆว่าพอแล้วแต่หิวน้ำ

มันก็พาผมไปซื้อโกโก้ปั่นใส่วิปชาเขียวที่ร้านคาเฟ่ชื่อดังในห้าง จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่ควรไปเรียนของผมสักทีนั่นแหละถึงได้พากันออกจากห้าง

ดูเหมือนมันจะตามใจผมนะ แต่เชื่อสิ ผมไม่เคยต้องการเลยสักนิด

จนกระทั่งรถจอดสนิทที่หลังตึกคณะ ผมหันไปคว้ากระเป๋าที่วางอยู่กลางเบาะแต่ข้อมือก็ถูกคว้าไว้ก่อน

“ตอนเย็นพี่มารับที่นี่” ไม่ใช่คำบอกเล่าแต่เป็นคำสั่ง ผมชักสีหน้าหงุดหงิด

“กูมีโปรเจ็คกลุ่ม ต้องช่วยเพื่อนทำก่อนเดี๋ยวกลับเอง” ผมโกหก ใครบอกว่ามันตอแหลเป็นคนเดียวล่ะ

“สี่ทุ่มพี่ต้องเห็นหน้านายที่ห้อง ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว” มันพูดเสียงเรียบๆจ้องหน้าผมนิ่งๆจนผมใจกระตุกกลัวมันจับได้

ผมจึงพยักหน้ารับแบบขอไปที แล้วเตรียมจะลงจากรถแต่ก็โดนมันดึงไว้อีก ผมกำลังจะหันไปด่าด้วยความปากไว แต่พอหันไปกลับถูกไอ้เหี้ยลูคัสประกบจูบเข้าเต็มๆ มันบดจูบอ้อยอิ่งวาบหวามแต่ไม่ได้สอดลิ้นเข้ามา

ผมกำสายกระเป๋าแน่น...อดทนไว้สมิธ!

มันจูบผมนานหลายนาทีก่อนจะถอนจูบออก และในจังหวะที่มันถอนริมฝีปากออกไปมันก็ตวัดลิ้นเลียเหนือริมฝีปากผมเบาๆ ผมเห็นวิปปิ้งครีมติดปลายลิ้นเข้าไปในปากมัน

“กินเหมือนเด็ก” แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่มันก็ยืดตัวกลับไปนั่งพิงเบาะหลังตรงสายตามองไปอีกทางเหมือนไม่ใคร่จะสนใจผมนัก ผมยกมือเช็ดปากลวกๆ โยลงมาเปิดประตูรถให้ผม การ์ดอีกคนหนึ่งก็ยื่นถุงของมาให้

ผมคว้าถุงมาถือไว้อย่างหงุดหงิดแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวขึ้นตึกทันที

มันก็เป็นซะแบบนี้ ชอบทำเหมือนคนอื่นเป็นแค่ของเล่น

นึกอยากจะใส่ใจก็ทำ นึกจะทิ้งก็ทำได้อย่างเลือดเย็น

ถึงพังก็ซื้อใหม่หรือไม่ก็แค่ซ่อมมัน

แต่มันคงลืมไป ว่าของเล่นก็พังจนซ่อมไม่ได้เป็นเหมือกัน 

+++++++++++++++++++

 แอบหยิบบางส่วนมาจากอีกเรื่องเพิ่มเติมคือnc ที่หายไป เฮียนี่ก็อารมณ์ขึ้นๆลงๆ คิดจะเลี้ยงเด็กต้องใจเย็นนะคะ อิอิ และแจ้งข่าวร้าย(นิดๆ) สำหรับเดือนนี้(มิ.ย)เปรมมีภารกิจที่ต้องทำหลายอย่างทั้งสอบ(เรียนซัมเมอร์)และปั่นตอนพิเศษของอีกเรื่องส่งสนพ.(เดดไลน์สิ้นเดือนนี้) เปรมอาจจะมาช้ามากแต่จะมาตอนเต็มยาวโดยไม่หั่นตอนนะคะ รู้สึกเห็นใจทุกคนที่รอมาก แต่อยากให้เข้าใจเปรมแล้วอดทนรอกันอีกนิดนะคะ เปรมจะพยายามมาลงให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ ระนะทู้กคนนนน <3

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น