facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 26 : ปากแบบนี้ใครจะให้เอา

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 : ปากแบบนี้ใครจะให้เอา

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 143.2k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 13:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 : ปากแบบนี้ใครจะให้เอา
แบบอักษร





        มาเฟียหนุ่มยังคงมองร่างบางที่ยืนแนบสนิทชิดประตูอยู่ไม่ละสายตา จนถอดเสื้อเอนตัวลงนอนกับเตียง 

  รอร่างบางอยู่อย่างนั้นเพราะแท้จริงแล้ว  เค้าไม่ได้ลากร่างบางมาเพื่อที่จะกระทำชำเรา  แต่แค่อยาก

มีเวลาอยู่ใกล้ร่างบางบ้างก็เท่านั้น  เพราะช่วงนี้มาเฟียหนุ่มคิดว่าตนเองสั่งทำร้ายร่างบางบ่อยๆ 

ไหนจะพูดจาไม่ดี ทำให้ร่างบางหลบหน้า  ไม่ทำอะไรผ่านตาให้มาเฟียเห็นเท่าไรนัก จึงอยากจะอยู่ใกล้เค้าขึ้นมา

           “  จะยืนอยู่ตรงนั้นถึงพรุ่งนี้ก็ได้  แต่มึงจะไม่ได้ค่าตัวนะ  ”                  

          “  ผมก็ไม่อยากจะได้นักหรอก  ”             ร่างบางเอ่ยอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่มาเฟียพูด                   

         “  ชอบให้กินฟรีงั้นเหรอ  ให้ใครกินมาบ้างแล้วล่ะ  ”     มาเฟียเอามือเท้าคางถามอีกคนในห้อง                  

         “  นาย... ”        ร่างบางสบถออกมาอย่างแผ่วๆกับสิ่งที่นายพูดออกมา                  

         “  เรียกกูทำไม  ”                  

         “  นายปล่อยผมไปเถอะครับ ผมจะไปดูคุณฮันนี่  ”                   

         “  ป่านนี้คงหลับไปแล้ว  ”       มาเฟียมองนาฬิกาที่ข้างๆหัวเตียงแล้วหันมาบอกกับร่างบาง                   

         “  นายต้องการอะไร  ”                   

         “  กูไม่ได้ต้องการอะไรจากใครอยู่แล้ว  นอกจาก... ”                   

         “  ระบายน้ำกาม  ”          ร่างบางพูดแทรกมาทันทีหลังจากนายพูดจบ                   

         “  หึ!  ก็รู้นี่  กูไม่ทำอะไรมึงก็ได้  แต่มานอนนี่  ”    มาเฟียสั่งแล้วตบพื้นที่ว่างข้างๆ                     

        “  ไม่ดีกว่าครับ  ”        ร่างบางยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง                  

        “  เอ๊ะ!!  จะเอาไง กูจะเอาก็ไม่ให้  ให้มานอนเฉยๆก็ไม่ยอมอีก  ”   มาเฟียชักจะเริ่มหงุดหงิด                  

        “  ก็ผมบอกว่าให้ปล่อยผมไปไง  ”                   

        “  มึงไม่มีสิทธิ์สั่งกูวี  ”    ดูท่าทางวันนี้ผมคงไม่ได้แม้แต่นอนกอดเค้าแน่ๆ  ไม่ว่าผมจะพูดหรือดุยังไง

 เค้าก็ไม่ยอมเดินออกมาจากประตูห้องผม  ผมเองก็หักห้ามใจไม่ลากเค้ามาไม่ได้เลยมาเฟียคิด

         “  มึงไม่เคยพูดยากขนาดนี้วี  ”                   

         “  เพราะผมมันง่ายมาโดยตลอดไง  ”       ร่างบางพูดอย่างคนเจ็บลึกและมีบาดแผลในใจ                   

        “ อะไร  ”                    

        “  นายครับ...ปล่อยผมไปเหอะ  ”         เสียงอ้อนวอนของร่างบางเหมือนเชิงจะได้ผล                    

       “  เดินมาหอมกูทีนึง  กูจะปลดล็อกประตูให้เลย  ”   เอาวะ แค่หอมก็ยังดี  ถึงผมจะทำร้ายเค้า 

   แต่ใจจริงผมก็ยอมรับว่ายังแอบมองวีอยู่ตลอด เห็นเค้าทุกวันก็ยังโอเค เพราะผมยังไม่อยากมีจุดอ่อนในชีวิตจริงๆ

       “  แค่หอมนะครับ  ”  วีทวนคำต่อลองเพราะคิดว่า หอมเป็นสิ่งที่เบาที่สุดแล้ว ตนจะได้ออกจากห้อง

ที่อึดอัดนี่สักที  จากนั้นวีจึงเดินไปที่ข้างเตียงก้มลงไปหอมนายหนึ่งที  แต่คนเป็นนายคิดตุกติก เอามือรวบ

วีลงมาจนทับตนประกบปากจูบที่ริมฝีปากคนด้านบน  ลิ้มรสเชยชิมความหวานอดใจอยากกินมานาน


        “  กูพอใจละ  ”


        // แกร่กกกกก //   เสียงปลดล็อกประตูถูกกดจากรีโมตในมือของมาเฟียหนุ่ม วีจึงรีบลุกจากตัวนาย

  มองนายนิดๆแล้วเดินออกจากห้องนายไปอย่างเร็วก่อนนายจะเปลี่ยนใจ  วีเดินกลับมาที่ห้องฮันนี่อีกครั้ง 

  ฮันนี่หลับไปแล้วจริงๆพี่เลี้ยงก็เช่นกัน ยืนมองฮันนี่ได้สักพักกำลังจะหันหลังกลับออกจากห้อง แต่ฮันนี่ก็ได้ส่งเสียง

ร้องขึ้น  วีจึงต้องรีบเข้าไปหาจับขึ้นมาอุ้ม  กล่อมให้นอนใหม่อีกครั้งกว่าจะหลับลงไปและก็ตื่นอีกหลายครั้งหลัง

จากนั้นเป็นต้นมา

         “  คุณวีให้พี่ดูให้ก็ได้นะ  ไม่ได้นอนกันพอดี  ”        สาตื่นมาก็เห็นวีกล่อมคุณหนูอยู่ตลอด                 

         “  ไม่เป็นไรครับ  ”                   

         “  แน่ใจนะคะ นี่ก็จะตี 5 แล้ว คุณวียังไม่ได้นอนเลยนะ  ”                   

         “  ผมไหวน่ะพี่  เดี๋ยวก็ชิน  ”            

         เนื่องจากฮันนี่นอนแล้วตื่นมาร้องไห้หลายครั้งในตอนดึก วีก็ต้องโอ๋ กล่อมให้นอน พอวีจะหลับ 

 ฮันนี่ก็ส่งเสียงขึ้นมาอีก  เป็นเช่นนี้จนเกือบเช้าจนฮันนี่นอนยาวได้โดยไม่ลืมตาตื่นเข้ามา


          “  คุณวีครับ นายให้เอามาให้                    

          “  สมุดอะไรเหรอ  ”                    

          “  เปิดดูเองเถอะครับ  อ้อ...ถ้าคุณฮันนี่ตื่นแล้วพาลงไปเล่นข้างล่างด้วยนะครับ  ”

     วีพยักหน้าแล้วรับสมุดมาเปิดดู ด้านในเป็นข้อมูลบัญชีการใช้หนี้ของแต่ละเดือนที่ผ่านมาทั้งหมด

 7 เดือนที่วีได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ พร้อมเงินเดือน เดือนละ 15,000  บาท รวมใช้หนี้ไปแล้วทั้งหมด 

150,000 รวมพิเศษ


          “  คุณวีรีบไปอาบน้ำนะคะ เดี๋ยวคุณฮันนี่ตื่นมาไม่เจอคุณจะร้องอีก  ”                   

          “  ครับๆ ”

        วีเก็บสมุดใส่ลิ้นชักแล้วเดินออกมาจากห้องฮันนี่กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านคอนเทนเนอร์ 

จากนั้นก็รีบกลับมาที่ห้องฮันนี่อย่างรวดเร็ว แต่พอมาถึงก็เห็นกาเบียลกำลังอุ้มฮันนี่อยู่ 

         “  อ้าวคุณวีมาแล้ว  คุณหนูตื่นมาร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยครับ  ฮ่าๆๆ ”   กาเบียลหัวเราะเบาๆ                    

         “  ผมกลับไปอาบน้ำที่บ้านน่ะครับ  ”                    

         “  ทำไมไม่ย้ายของมานอนที่นี่ก่อนล่ะครับ ไปๆมาๆลำบาก คุณฮันนี่ยังเล็กมาก 

 คุณมานอนที่นี่กับเธอนั่นแหละ  ”         วีเงียบไปทำให้กาเบียลรู้ว่าวีกังวลเรื่องอะไรจึงพูดต่ออีกว่า...

        “  นายไม่ว่าหรอก  เดี๋ยวผมพูดกับนายเอง  ”                     

        “  ครับคุณกาเบียล  ”                     

       “  น้ำสำหรับอาบน้ำพร้อมแล้วค่ะ  ”             สาเดินมาจากห้องน้ำบอกกับวี                    

       “  คุณหนู...เดี๋ยวไปหาคุณพ่อนะครับ อาบน้ำก่อนเนอะ  ”

     วีรับฮันนี่มาจากกาเบียล ถอดเสื้อผ้าให้แล้วพาไปอาบน้ำ ปะแป้งสวมชุดใหม่อย่างเช่นตุ้กตาตัวน้อยๆ

      “  เดี๋ยวพี่อุ้มคุณฮันนี่ลงไปหานายก่อนนะคะ  ”         สาอาสาเพราะคิดว่าวีคงมีอย่างอื่นทำอีก                     

       “  ครับ ผมชงนมแล้วจะตามลงไป  ”                     

       “  ไปค่ะ  ไปหาคุณพ่อกันนะคุณหนูฮันนี่  ”



        พี่เลี้ยงอุ้มหนูน้อยวัยเดือนกว่าๆลงมาหานายที่นั่งกินข้าวอยู่ด้านล่าง  นายเองพอเห็นฮันนี่ก็เช็ดไม้

 เช็ดมือแล้วรับฮันนี่มาอุ้มเอง  พอได้อุ้มหลายครั้งเข้ามาเฟียหนุ่มก็พอจะอุ้มลูกน้อยคล่องมากขึ้น  

ฮันนี่ก็มองหน้าคนเป็นพ่อแล้วก็มองไปทางอื่นทันที

        “  ฮันนี่ตื่นนานรึยังฮึ้  ”           อิทธิพยายามจะพูดกับหนูน้อยในอ้อมอก                      

        “  คุณหนูของยาย  เนื้อตัวหอมแต่เช้าเลย  ”       ป้าภาเดินมาหยอกแล้วยิ้มเล่นกับฮันนี่                     

        “  คุณวีอาบน้ำให้แล้วค่ะป้า  ”                      

        “  อ่อเหรอ แล้ว...คุณวีไปไหนล่ะ  ”                             

        “  ชงนมให้คุณฮันนี่อยู่ เดี๋ยวตามลงมา  คุณวีไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยป้า คุณฮันนี่ตื่นมา

 ร้องไห้ทั้งคืน  ฉันก็กล่อมให้คุณฮันนี่หยุดร้องไม่ได้  ”           สาเล่าและก็สงสารวีเพราะงานหนัก

        “  อย่างนี้แหละ เพิ่งเดือนกว่าๆ ตื่นตอนดึกอีก 2 เดือนแหละมั้ง  นอนไม่เป็นเวลา 

  หิวก็เหมือนกัน  นั่นไงหอบตะกร้าลงมานู้นแล้ว  ”       ป้าภามองที่ทางบันได วีกำลังเดินลงมา 

พอคนเป็นนายเห็นก็สั่งให้ลูกน้องคนสนิทไปเอานมมาให้ โดยตนจะป้อนนมให้ลูกเล็กกินเอง

         “  กรรณ  ไปเอานมมาให้กู  ”                        

         “  ครับนาย  ”

วีหยิบขวดนมส่งให้กรรณ  กรรณก็รับแล้วเดินมาส่งให้นายป้อนลูกน้อยกินโดยมีป้าภาคอยกำกับอย่างห่วงๆ

         “  ค่อยๆนะคะนาย เดี๋ยวคุณหนูจะสำลักเอา  ”                         

         “  เดี๋ยวนี้นายอุ้มคุณหนูไม่ร้องแล้ว นายไปอุ้มบ่อยเหรอครับ  ”   กาเบียลสังเกตจึงถามขึ้น                                

         “  นายมาหาคุณฮันนี่ที่ห้องตอนมืดๆค่ะ  ”

อิทธิหันไปมองตาแข็งใส่พี่เลี้ยงที่พูดแบบนั้นออกไป ทำให้พี่เลี้ยงเองรีบก้มหน้ามองพื้นอย่างไว


         “  ที่แท้ก็แอบไปหาตอนที่เราไม่เห็นนี่เอง  ”      กรรณเอ่ยแซวพร้อมมองอย่างยิ้มๆ                          

         “  ทำไมกูต้องแอบไปหา  นี่ลูกกู กูจะไปหาตอนไหนก็ได้  ”                          

        “  แอบไปหาแค่ลูกรึเปล่าครับ  ”                           

        “  ไอ้กรรณ!!  ”   อิทธิตะคอกส่งเสียงดังใส่ลูกน้อวมือซ้ายตัวเอง จนฮันนี่ตกใจ ร้องไห้ออกมา  


แง้  แง้    ฮึ่ก     แง้         แง้ๆๆ


         “  คุณหนูตกใจหมดแล้วนาย  เบาๆหน่อยสิคะ  ”                           

         “  มารับไป  ”                ป้าภาดุนิดหน่อยทำให้คนเป็นนายหันไปสั่งวีให้มาอุ้มฮันนี่ไป                          

        “  ไม่ครับ นายลองโอ๋คุณฮันนี่เอง  ”        กาเบียลเข้ามาขัดไว้                           

        “  ทำยังไง  ”                          

        “  อุ้มคุณหนูแล้วพาเดินไปมาค่ะ  ”       สาเป็นคนบอกกับนายแล้วนายก็ทำตามแต่ฮันนี่

ยังคงร้องไห้ไม่หยุด  แง้    แง้    แง้  แง้  ฮึ่ก  ฮึ่ก  อิทธิพยายามพาเดินวนไปมาเท่าไรก็ไม่เป็นผล



         “  อุ้มแนบคุณฮันนี่ไว้ที่อกครับ  ”         วีเสนออีกวิธีแต่อิทธิหมดความพยายามแล้ว                            

         “  มาเอาไปทำเอง  ”       อิทธิจึงส่งต่อหนูน้อยให้กับวีมารับไปปลอบเอง                            

        “  ชู่วววว  ไม่ร้องนะครับ  ไม่ร้องๆ  โอ๋ๆ  ”                                   

        “  นายป้อนนมคุณฮันนี่สิครับ ให้คุณวีอุ้มไว้ก็ได้  ”                            

        “  ไม่ต้องมาสั่งกู!  ”      อิทธิหันขวับไปเกรี้ยวกราดใส่กรรณจนกาเบียลต้องปรามไว้อีกหน                            

        “  เสียงดัง...เดี๋ยวก็ปล่อยโฮหนักกว่าเดิมอีกพอดีนาย  ”

          อิทธิจึงหยิบนมมาแล้วก็ป้อนฮันนี่ที่หยุดร้อง นอนกินนมนิ่งๆในอ้อมอกของวีอย่างว่าง่าย  

 ในขณะที่อิทธิมือป้อนนมหนูน้อยไปแต่ตากลับมองคนอุ้มลูกน้อยของตนแทนจนนมหมดขวด


         “  อิ่มแล้ว  อารมณ์ดีใช่มั้ยคะคุณหนู  ”        ป้าภารับขวดนมที่หมดแล้วมาเก็บ

         “  ป้า...ผมฝากอุ้มหน่อย  ผมจะดูว่าคุณหนูถ่ายรึเปล่า  ”                          

         “  กูอุ้มเอง  ”

    อิทธิเดินมาอุ้มฮันนี่พาดบ่าไว้  วีจึงจับๆแล้วก็ดมไปที่ก้นของหนูน้อยก็พบว่าฮันนี่ขับถ่ายแล้วจริงๆ

         “  เป็นไงครับคุณวี  ”        กรรณถามเมื่อวีเงยหน้าขึ้นมาหลังจากก้มไปดม                          

         “  คงต้องเปลี่ยนแพมเพิสแล้วแหละ  ”                          

         “  เดี๋ยวพี่ขึ้นไปเอาผ้าอ้อมกับแพมเพิสให้ค่ะ  ”       สาบอกแล้วเตรียมเดินไปแต่..                          

         “  พาฮันนี่ไปเปลี่ยนด้านบนเลยดีกว่า  จะได้สะอาดปลอดเชื้อกว่าด้านล่าง  ”                          

         “  นาย...ไปทำงานกันเถอะครับ  ”

   อิทธิพยักหน้าตอบรับกาเบียลและก็ส่งฮันนี่ให้วีคืน พร้อมหยิบแว่นตามาใส่แล้วเดินออกจากบ้านไป





        “  ไม่คิดว่าคุณวีจะเลี้ยงเด็กได้ดีขนาดนี้  ”     กรรณเอ่ยชมเห็นถึงความทุ่มเทอย่างมากของวี                           

        “  นั้นสิ  ตอนแรกก็ยังแอบกังวล ใครจะดูแลคุณฮันนี่  ”     กาเบียลเห็นด้วย                           

        “  ก็ธรรมดา ไม่เห็นได้ดีวิเศษอะไรเลย  ”      มาเฟียพูดพลางมองไปทางอื่น                           

        “  ปากทำพูดธรรมดา  แต่ตามองเค้าเป็นประกายเลยนะครับนาย  ”                           

        “  กรรณ!  วอนตีนกูนะมึง  ”                           

        “  ฮ่าๆ  อยู่กันมากี่ปี  กรรณมึงก็หาเรื่องโดนด่าได้ตลอด  ”          กาเบียลหัวเราะเสียงดัง                           

       “  ด่าผมน่ะด่าได้  แต่ด่าคนนั้นมากๆระวังเค้าจะไม่รักนะครับ  ”   กรรณยังไม่หยุด                           

       “  หมายถึงใคร  ”            มาเฟียถามพลางจ้องกรรณอย่างดุๆ                          

        “  ไม่รู้สิครับ  นายชอบด่าให้ใครเค้าเจ็บบ่อยๆล่ะ  ”                           

        “  มึงงงงงงงง!!  ”    มาเฟียหนุ่มกระชากคอเสื้อกรรณเข้ามาอย่างแรงพร้อมง้างมือจะปล่อย

หมัดใส่ แต่ก็ยั้งมือไว้ได้

        “  พอแล้วกรรณ  ยั่วโมโหนายแต่เช้าน่ะ  ”      กาเบียลเข้ามาห้ามคนเป็นนายจึงปล่อยมือลง                            “  หุบปากมึงไปเลยนะกรรณ  พูดอีกกูไม่ยั้งมือแน่   ”                            

         “  ขอโทษครับ ผมแค่อยากให้นายยิ้มเอง  ”          กรรณก้มหัวลงอย่างรู้สึกผิด                            

         “  ยิ้มพ่อง!!  ”

เมื่อรถมาจอดอิทธิก็ได้เดินขึ้นรถไป ระหว่างทางลูกน้องคนหนึ่งที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับก็หันมาแจ้งว่า..

        “  มีตำรวจมาขอเข้าพบที่บริษัทครับนาย  ”                            

.        “  เรื่องอะไร  ”              มาเฟียหนุ่มขมวดคิ้วถามกลับอย่างสงสัย                           

         “  ก็คงเรื่องคดีที่คุณอัทโดนลอบยิงครับนาย  ”        กรรณสันนิษฐาน                            

        “  ผมไม่เอาเรื่องได้มั้ยกาเบียล  เพราะยังไงก็จ้างฆ่าแม่งตายห่าไปละ  ”  

 มาเฟียหันมาปรึกษาลูกน้องมือขวาของตัวเอง

        “  ถึงนายไม่เอาเรื่อง ยังไงมันก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายอยู่ดี  ”                             

         “  อือ  ก็...ตามนั้น  ”

         เมื่อรถมาจอดที่หน้าบริษัท อิทธิก็จัดทรงสูทแล้วเดินเข้ามาด้านในพบตำรวจ 2 – 3 คน  

เดินวนเวียนเหมือนจะสำรวจบริษัทอยู่  พนักงานบริษัทจึงรีบเดินเข้ามาแจ้งว่ามีตำรวจชั้นผู้ใหญ่รออยู่

ที่ห้องประชุม  อิทธิจึงรีบเดินไปที่ห้องประชุมเพื่อเป็นการไม่ให้ใครต้องรอนาน



        “  ขอโทษที่รบกวนนะครับ  ”           สารวัตรลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพท่าตำรวจ                        

       “  ครับ...เชิญตามสบาย  ”                          .

       “  คือ...คุณพอจะทราบมั้ยครับ ว่าใครเป็นคนฆ่าพี่ชายของคุณ  ”                         

       “  หึ!  ทำไมผมต้องทราบด้วยล่ะ  ”     มาเฟียหนุ่มยิ้มมุมปากกับคำถามของสารวัตร                         

       “  อ่อ นายผมหมายถึงว่า ไม่ทราบน่ะครับ  ”       กาเบียลรีบพูดต่อจากนาย                         

       “  ครับ เอ่อ...ผมคิดว่าพวกคุณคงไปสืบหาตัวคนทำแล้วหรืออาจจะรู้จักน่ะครับ  ”                         

      “  ผมไม่เข้าไปแทรกแซงหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า  เพราะผมไม่ได้มีหน้าที่หาตัว

คนร้ายเข้าคุก ผมมีหน้าที่บริหารจัดการบริษัทและธุรกิจของผม  เอ...หรือว่า ผมควรเข้าไป 

 ช่วยคดีดีจะได้คืบหน้าเร็วๆ  ”          มาเฟียหนุ่มมองหน้าสารวัตรพร้อมเลิกคิ้วใส่

       “  นายตั้งใจจะบอกว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก  นายยินดีช่วยเพื่อให้คดีเสร็จเร็วๆ  ”  

กาเบียลยังคงรีบแก้คำพูดของนาย ไม่อยากจะให้มีปัญหาตามมาภายหลัง

       “  ครับ ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่ให้ความร่วมมือ  ”      สารวัตรก้มหัวนิดๆให้มาเฟีย                        

      “  สารวัตรอัทเป็นตำรวจฝีมือดี และมีผลงานในการจับกุมคดีค้ายาหลายครั้ง เป็นไปได้มั้ยครับ

 ที่คนที่ฆ่าสารวัตรอัทจะเป็นคนที่พวกค้ายาจ้างมา  ” หมวดอีกคนถามตรงๆทำเอาสารวัตรหันไปมอง

      “  อันนี้คือไปหาข้อมูล สรุปกันมาแล้วเหรอ  ”                        

      “  เพราะเหตุเกิดขณะที่สารวัตรอัทเข้าจับกุมการส่งยาครับ  ”                         

     “  ทางเราไม่ทราบจริงๆครับ ก็อาจมีส่วนก็ได้  ”         กาเบียลปฏิเสธว่าไม่รู้ตัวการจริงๆ                         

    “  ที่จะสอบถามจากนายผมมีอะไรอีกมั้ยครับ พอดีนายต้องเข้าพบลูกค้าอีก 10 นาทีข้างหน้า

 เกรงว่าถ้าช้าจะเป็นการเสียมารยาทน่ะครับ  ”    กรรณมองนาฬิกาข้อมือแล้วเดินเข้ามาแจ้งอย่างอ่อนน้อม

   “  ไม่มีครับ  ขอบคุณอีกครั้งนะครับ  ”    สารวัตรและหมวดลุกขึ้นทำความเคารพในท่าของตำรวจ 

อิทธิเองก็พยักหน้าเล็กๆกลับแล้วลุกเดินออกจากห้องประชุมไปที่ห้องทำงานเพื่อรอเลขานำงานมาให้พิจารณา

และเซ็น ระหว่ารอก็ได้นั่งพูดคุยกับกาเบียลเกี่ยวกับเรื่องเมื่อครู่ไปพลาง


      “  ตำรวจคิดแบบที่เราว่าจริงๆนาย  ”

      “  ถ้าสืบจนรู้ว่าเฉลิมเป็นคนจ้างฆ่า แต่เฉลิมก็ตายแล้ว  เค้าจะทำยังไงกันต่อ  คงจะสืบ

ไปถึงคนค้ายาที่สั่งเก็บเฉลิมแน่ๆ  ว่ามั้ย ”            มาเฟียหนุ่มถามความเห็นอีกฝ่าย                           

       “  ผมก็คิดแบบนั้น  เพราะเฉลิมมันมีศัตรูมากอยู่ไม่ใช่แค่นายหรอกที่อยากกำจัดมัน

 คนรอบข้างมันก็อยากจะทำทั้งนั้น  ”






















#  อย่าเพิ่งเบื่อที่อ่านความร้ายๆของพระเอกที่ทำต่อนายเอกนะ


ไรท์สงสารฮันนี่ถ้าวีจะคิดทำอะไรตอนนี้อ่า น้องยังเล็กเนอะ 555


#  มีอ่ามีแน่นอน ที่จะทำให้พระเอกช้ำใจบ้าง  อาจจะตรงกับที่ใครหลายคนอยากให้เกิด


รอก่อนนะ ไม่เท่าไรหรอก นะคะ  ขอบคุณคอมเม้นท์เช่นเคย ขอบคุณทุกคน


#  มีคนบอกว่า เมื่อไรพระเอกจะรู้ตัวว่ารักวี  จริงๆนางรู้ตัวนะคะ นางน่ะรักวี


แต่แค่ไม่อยากมีจุดอ่อนในชีวิต  ก็เลยทำเป็นไม่รัก และก็ใช้สิ่งที่เลวร้ายกลบเกลื่อน


ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับวี   


#  ที่เม้นท์กันมาไรท์ตอบกลับทุกเม้นท์นะ เข้าไปอ่านที่ไรท์เม้นกลับก็ได้ 555




ความคิดเห็น