facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 25 : ฮันนี่..ชื่อนี้ใครตั้ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 : ฮันนี่..ชื่อนี้ใครตั้ง

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 149.8k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 12:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 : ฮันนี่..ชื่อนี้ใครตั้ง
แบบอักษร




      เวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ หนูน้อยลูกสาวของแยมและอัทก็ได้กลับมาที่บ้านแล้ว ตอนนี้อยู่ 

 ในอ้อมอกของวีที่กำลังเรียนรู้วิธีเลี้ยงเด็กจากพยาบาลมาสัปดาห์กว่าๆ ทั้งการอุ้ม การชงนมที่เป็นสูตร

สำหรับเด็กอ่อนมากๆที่ไม่มีน้ำนมจากแม่ให้กินและการเช็ดทำความสะอาดตัวให้กับทารก

          “  จ๊ะเอ๋!  มองตามคุณวีตาแป๋วเลยค่ะ  ”   สาคนที่ดูแลแยมกลายมาเป็นพี่เลี้ยงหนูน้อยด้วย                      

          “  ฮันนี่  เดี๋ยววีไปชงนมให้ก่อน  ”

ในขณะที่วีไปชงนมประตูห้องก็เปิดออก  นายและกรรณก็เดินเข้ามาในห้องแล้วตรงไปที่หนูน้อย

          “  น่าเกลียดน่าชังจังเลย  ”                     

          “  เมื่อกี้กูได้ยินใครเรียกลูกฉันว่าฮันนี่  ”   อิทธิถามขึ้นเพราะตอนเปิดประตูมาแล้วได้ยิน           

          “  เอ่อ...  ”        สาไม่กล้าจะบอกจึงก้มลงมองที่พื้นอย่างกลัวๆ                      

          “  ผมเรียกครับ  ”           วีพูดขึ้นพร้อมชะโงกหน้ามาจากบริเวณที่ยืนชงนม                      

          “  นายคิดชื่อให้กับคุณหนูแล้วนะคุณวี  ”      กรรณบอกเพราะนายได้ไปคิดและหาชื่อมาแล้ว     

          “  ขอโทษครับ  ”

        อิทธิมองวีนิดๆแล้วก็เดินเข้าไปก้มมองเด็กทารกน้อยที่นอนขยับตัวอยู่บนเตียงที่มีที่กั้นรอบๆ 

  แอะ   แอะ   แง้   แง้   แล้วจู่ๆทารกน้อยบนเตียงก็ร้องไห้จ้าน้ำตาไหลพรากออกมาทันที

          “  โอ๋ๆๆ ไม่ร้องนะคะ  ”      สาก้มลงปลอบแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหยุด วีจึงเดินมาอุ้มขึ้น

มาอยู่ในอ้อมอกแล้วโยกตัวเบาๆเพื่อปลอบให้หยุดร้องและเสียงก็เริ่มซาลงมีเพียงคราบน้ำตาที่หลงเหลืออยู่

         “  ไม่ร้องนะครับคนดี  ”                      

        “  เด็กคนนี้จะมีชื่อว่า วีรปริยา  ส่วนชื่อเล่น  ตามที่มึงตั้งแล้วกัน  ”  

 อิทธิพูดขึ้นหลังจากหนูน้อยเงียบเสียงลง และกรรณก็ยิ้มกว้างเมื่อนายบอกว่าให้ใช้ชื่อเล่นตามที่วีเรียกซึ่งก็ดู

จะเข้ากันดีกับชื่อจริง

        “  วีรปริยา  ชื่อเพราะจังเลยค่ะ  ”       สาพูดแล้วมองไปที่หนูน้อย                      

        “  นายจะอุ้มคุณฮันนี่มั้ยครับ  ”         วีถามพลางโยกแขนเบาๆ                     

        “  อุ้มไม่เป็น  ”          อิทธิปฏิเสธเพราะตัวเองเป็นคนมือหนักคงไม่เหมาะกับการอุ้มเด็กเล็ก                      

        “  ให้คุณวีบอกก็ได้นี่ครับ  ว่าต้องทำยังไงบ้าง  ”    กรรณเสนอ

         วีวางฮันนี่ลงบนเตียงโดยพี่เลี้ยงคอยดูให้อยู่ แล้วก็ทำท่าทำทางสอนนายจนลองให้นายอุ้มฮันนี่ขึ้นมา

 อยู่ที่อกอย่างเก้ๆกังๆ  จากนั้นฮันนี่ก็ส่งเสียงร้องไห้แจออกมาอีกครั้ง  แง้   แง้   แง้   อิทเห็นว่าฮันนี่ร้อง

เสียงดังลั่นจึงรีบส่งให้วีคืนอย่างเร็ว


         “  วีรธัช!  ”                         

         “  ครับนาย  ”             วีตอบแต่ไม่ได้มองนายเพราะมัวแต่มองคุณหนูตัวน้อยๆอยู่                        

        “  มึงไม่ต้องทำงานตารางนั่นแล้ว ดูแลฮันนี่ก็พอ  ”                        

        “  ไม่เป็นไรครับ  หนี้จะได้หมดไวๆ  ”                        

        “  หึ!  เออ  ”   คำพูดของวีทำมาเฟียหนุ่มทำหน้าไม่พอใจเดินออกจากห้องไป มีเพียงกรรณ

ที่ยังดูท่าทางอยากเล่นกับคุณหนูอยู่และเดินเข้ามาจับแขนจับขาฮันนี่หยอกๆทารกน้อยอย่างเอ็นดู

        “  ชื่อฮันนี่เหรอครับ  หืมมม?  ”                        

        “  กรรณ...ไปแอบๆดูหรือถามนายให้ทีสิ ว่าอีกเท่าไหร่หนี้จะหมด ”                       

        “  เอ่อ... ”                        

        “  นะ..กรรณ  ”      วีคะยั้นคะยออีกฝ่าย                        

        “  เดี๋ยวสาขอตัวสักครู่นะคะ  ”                       

        “  คุณวี...ทนนายไม่ไหวแล้วเหรอครับ  ผมว่าที่นายทำอยู่เพราะนายกำลังหนีความจริง  

นายไม่ได้มีความสุขที่ร้ายกับคุณแบบนี้หรอก เชื่อผม  ”       กรรณเห็นว่าพี่เลี้ยงออกไปข้างนอกจึงพูดตรงๆ

        “  ความจริงอะไร  ”                        

        “  ความจริงที่นายรู้สึกยังไงกับคุณไงครับ  ”      วีหันมองไปทางอื่นก่อนจะหันกลับมา มองกรรณอีกครั้ง             

        “  เค้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมทั้งนั้นแหละ  ผมก็แค่ที่ระบายความใคร่  เป็นลูกหนี้  เป็นที่ระบายอารมณ์

ความรู้สึกของเค้าเท่านั้น  ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้นหรอก  ”                        

       “  ไม่จริง   รอหน่อยนะครับ  ”                        

       “  ผมต้องรออะไร  ”                        

       “  ผมเชื่อว่าสักวันนายจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร  ”    กรรณพูดอย่างจริงจังและเชื่อในสิ่งนั้น                       

      “  เลิกพูดแบบนั้นได้ละกรรณ  มันเป็นไปไม่ได้  ”                     

      “  งั้น...ก็ถือว่าคุณอยู่เลี้ยงคุณฮันนี่ให้คุณแยมได้มั้ย  ”   

และเหมือนคำพูดประโยคนี้ของกรรณจะได้ผลเพราะทำให้วีหยุดนิ่งไปแล้วกรรณก็ได้พูดต่อออกมาอีกว่า

      “  คุณวีเชื่อผมเถอะนะ  ว่าสักวันหนึ่งนายจะยอมรับว่ารักคุณ  ”   กรรณพูดทิ้งท้ายแล้วเดิน 

 ออกจากห้องไปอีกคน  ปล่อยให้วีมองฮันนี่และคิดตามคำพูดของกรรณ  ที่บอกให้ตนรอ ทั้งๆที่ตนรู้ดีว่า 

 ไม่ควรรออย่างมาก

       “  ถึงเวลาให้นมคุณฮันนี่แล้วค่ะ  ”         สาเข้ามาพร้อมกับบอกเวลากับคนที่ยืนเหม่ออยู่                     

        “  อ่อ ผมลืมไปเลย  ”     วีเดินไปหยิบนมที่ชงไว้มาหาหนูน้อย                     

        “  พี่ชอบแววตาที่คุณฮันนี่มองคุณวีจัง  ”                     

       “  เค้าคงบ่นอยู่รึเปล่า ว่าคนนี้เป็นใครชอบบังคับหนูจัง  ใช่มั้ยครับ  ”                     

       “  บังคับอะไรกันคะ  ”                     

       “  ก็เดี๋ยวให้นอน ให้กินนม  ให้ยกขา ยกแขน  พูดนู้นพูดนี่หนูฟังไม่รู้เรื่องใช่มั้ย  ”

ฮันนี่พอดูดนมจนอิ่ม ก็ยิ้มขยับแข้งขยับขา ขยับแขนดิ้กๆๆอย่างอารมณ์ดีมองวีที่พูดเล่นด้วยอย่างสนใจ

       “  เดี๋ยวพี่เอาไปล้างให้ค่ะ  ”                        

       “  ฮันนี่หนูแฮปปี้อะไรคะ  หือ!!!  ”    วีพูดเล่นกับทารกน้อย จากนั้นก็จับนอนลงตบก้นเบาๆ

วางบนเตียงจนหลับไป                     

       “ คุณวีไปไหนคะ  ”        สาถามเมื่อเห็นวีกำลังเปิดประตูออกจากห้องไป                     

       “  ไปทำงานในสวน  ถ้าฮันนี่ตื่นก็ใช้ใครก็ได้ที่เดินผ่านไปตามผมนะ  ”                     

       “ ค่ะๆ  ”

       ผมปิดประตูห้องอย่างเบาๆแล้วก็เดินลงมาที่ครัวเพื่อทานข้าว จากนั้นก็หยิบไม้กวาดไปช่วยอินกับอร 

 ทำความสะอาดบ้านต่อ  ไม่วายโดนบ่นนิดๆ


        “  โอ๊ยคุณวียังจะมาช่วยอีก  ”      อินพูดแล้วทำท่าหงุดหงิดหยอกๆใส่วี                     

        “  ตกลง...คุณหนูชื่ออะไรคะคุณวี  ”      อรวางไม้กวาดแล้วเดินมาประชิดตัวเพื่อถาม                    

        “  ชื่อฮันนี่ครับ  ”         วียิ้มเล็กๆเพราะเป็นชื่อที่ตัวเองตั้งก็ว่าได้                     

        “  ชื่อน่ารักจังเลยนะคะ  แปลว่าอะไรล่ะ  ”        ป้าภาถามเพราะไม่รู้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่นัก                    

        “  แปลว่าหิวไงป้า  ”                     

        “ ไม่ใช่พี่อิน  ฮันนี่แปลว่าน้ำผึ้ง หรือแปลว่าที่รักครับ  ”      วีขำเล็กน้อยกับการแปลของอิน                              

        “  อุ๊ย!!  หวานหยดย้อยเชียวค่ะ  ”       อรยิ้มปลื้มแล้วบิดตัวไปมา                     

       “  ชื่อจริงล่ะคะ  ”      ป้าภามองค้อนใส่อรแล้วหันมาถามต่อ                    

       “  ผมจำไม่ได้  ป้าถามนายเอานะครับ  นายมาบอกวันนี้เอง แต่ผมลืม  ”         

  เมื่อภารกิจทำความสะอาดบ้านเสร็จ  ก็พักกันได้ครู่เดียวก็ไปช่วยกันทำกับข้าวต่อจนทยอยจัดโต๊ะอาหาร

ในตอนเกือบทุ่ม  ก็มีลูกน้องเดินมาบอกกับวีว่าคุณหนูตื่นแล้ว


         “  คุณวีครับ คุณหนูตื่นแล้ว ร้องไห้โฮเลย  ”                     

         “  จะรีบไปๆ  ”    ร่างบางรีบล้างมืออย่างสะอาดแล้วก็ขึ้นไปที่ห้องของฮันนี่  เดินไปที่เปลเรียกฮันนี่

ให้รับรู้ว่าตนมาแล้วก่อน  จนฮันนี่หยุดร้องจึงไปล้างมือให้สะอาดอีกรอบเพื่อความแน่ใจ

         “  เดี๋ยวพี่เอาผ้าอ้อมไปซักนะคะ  ”        เมื่อเห็นว่าวีกลับมาแล้วสาจึงเอาผ้าไปซักให้                      

         “  ครับ  ก่อนพี่ไปเอาขวดนมมาให้ผมหน่อย  ”                      

        “ ได้ค่ะๆ  ”                       

        “  ตื่นแล้วเหรอครับฮันนี่  หม่ำนมนะ หิวมั้ย  ”   ฮันนี่เบี่ยงหน้าไม่ยอมกินนม วีจึงวางขวดนมลง

แล้วอุ้มฮันนี่ขึ้นมาโยกเบาๆ                       “  ร้องไห้ทำไม  นมก็ไม่กิน ไม่หิวเหรอ  ฮันนี่ หนูฮันนี่  ”                       

        “  หลอกให้วีวิ่งขึ้นมาหารึป่าว  เหนื่อยแฮ่กๆเลย  แฮ่กๆๆ แบบนี้  ”

ทารกน้อยมองวีไม่วางตา ไม่ว่าวีจะพูดอะไรจะเล่นอะไรด้วยเธอก็รู้สึกชอบใจไปหมดเสียทุกอย่าง


       “  คุณฮันนี่ตื่นแล้วเหรอครับ ”        กาเบียลเปิดประตูเข้ามาแล้วถามขึ้น                       

       “  ตื่นสักพักแล้วครับ  ”                        

       “  อุ้มเธอลงไปหาคุณอิทธิสิครับ  ”                      

       “  ครับๆ เอ่อ... ”     ร่างบางมองขวดนมที่โต๊ะไม่กล้าจะใช้กาเบียลหยิบให้แต่กาเบียลพอจะรู้

จึงเดินไปหยิบขวดนมแล้วถือให้  วีจึงเดินไปหยิบผ้าอ้อมมาพาดไหล่แล้วอุ้มฮันนี่ลงมาหานายที่นั่งกินข้าว

อยู่ข้างล่างและกำลังจะลุกไปที่อื่นต่อ

        “  ผมให้คุณวีพาคุณฮันนี่มาหาคุณ  ”       กาเบียลรีบบอกก่อนนายจะเดินหายไป อิทธิจึงยื่นมือไปรับ

หนูน้อยมาอุ้มโดยนึกถึงตอนที่ดูวิธีการอุ้มจากวีไปเมื่อวาน

       “  จับตรงนี้ใช่มั้ย  ”         อิทธิเอามือรองที่คอหนูน้อยแล้วถามวี                         

       “ ครับ  ”                         

       “  เรียกทุกคนเข้ามาในบ้านหน่อย  ”    กาเบียลหันไปสั่งกับลูกน้องที่ยืนอยู่แถวนั้น                        

       “  จะเรียกให้เข้ามาทำไม  ”   อิทธิหันไปพูดดุๆใส่กาเบียล                         

       “  อ้าว!  นายจะได้แจ้งถึงสมาชิกใหม่ของบ้านไงครับ  ”      กรรณเสนอ                        

        “  อือ...นี่คือลูกสาวของกู  ชื่อฮันนี่  วีรปริยา จำไว้ว่าเค้าคือลูกสาวของกู  ”

         กรรณหันไปมองกับกาเบียลที่นายไม่ได้บอกว่านี่เป็นหลานแต่บอกว่าเป็นลูกของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

  ซึ่งเหตุผลนั้นคืออะไรทั้งคู่ก็ไม่อาจรู้ได้เพราะไม่ได้คุยกันมาก่อน


         “  ครับ/ค่ะนาย  ”    ทุกคนในบ้านต่างขานรับรู้กันพร้อมเพรียง                       

        “  แยกย้ายกันไปได้  ”          กาเบียลสั่งกับทุกคนจนค่อยๆสลายตัวกันไปจนหมด                       

        “  น่าเกลียดน่าชัง  อุ๊ย มองคุณวี ดูๆ  ยิ้มหวานเลย  ”     ป้าภาชอบใจความน่าเอ็นดูของหนูน้อย                       

        “  นายอุ้มคุณฮันนี่ดูแบบผู้ชายอบอุ่นๆจัง  ”       อินบอกกับอรเบาๆ                     

        “  เนอะ!  แล้วคุณวีก็เหมือนแบบ...เป็นแม่ โอ๊ย  น่ารัก  ”       อรจินตนาการไปไกล

       แอะ   ทารกน้อยในอ้อมอกอิทธิเริ่มเบะปาก เตรียมจะปล่อยโฮอีกครั้ง อิทธิจึงรีบส่งให้วีที่ยืนรอ

อยู่ด้านหลัง  ซึ่งวีเองก็รีบรับมาอุ้มแทนหน้าหนูน้อยฮันนี่ก็เปลี่ยนอารมณ์ในทันที

        “  ฮันนี่  ฮันนี่จ๋า มองยายสิลูก  ”        ป้าภาตบมือแปะๆเบาๆเรียกให้ฮันนี่สนใจและสาวใช้

สองคนก็วนเวียนมาจ๊ะเอ๋ มาหยอกเย้าคุณหนูคนใหม่ของบ้านกันอย่างอารมณ์ขัน



      ผมมองนายที่มองมาทางผม  แต่ก็คงมองที่ลูกสาวของเค้านั่นแหละไม่ใช่ผมหรอก 

 เค้าจะมองผมทำไม   สงสัยอยากจะเล่นกับลูก แต่ลูกไม่ชอบให้อุ้มคงกลัวแหละมั้ง  แล้วทำไงได้

ก็ทำหน้าให้ลูกกลัวเอง

         “  นายครับ...เอานมป้อนคุณฮันนี่สิครับ  ”      กาเบียลเดินไปหยิบขวดนมยื่นให้นาย                       

         “  ไม่เอา  ”                        

         “  ลองดูครับ คุณฮันนี่จะได้ยอมให้นายอุ้มบ้าง  ”

         กาเบียลหยิบนมจากตะกร้าที่คล้องแขนวีอยู่ส่งให้นาย ซึ่งนายเองก็รับแล้วก็เดินเข้าไปหาฮันนี่

 หยิบนมป้อนฮันนี่  แต่ฮันนี่เบี่ยงหน้าหนีและไม่ยอมดูด แถมยังทำท่าจะร้องไห้อีก

        “  คงยังไม่หิวค่ะ  ไว้ดึกหน่อยนายลองไปป้อนดูใหม่  ”    ป้าภารีบพูดก่อนนายจะเสียใจ                        

        “  นายทำหน้ายิ้มๆสิครับ คุณหนูจะได้ไม่กลัว  ”                        

        “  ลองดูครับ  ”

 อิทธิพยายามทำหน้าให้เป็นปกติ ยิ้มบางๆแล้วเดินเอาขวดนมไปป้อนลูกสาวใหม่แต่เธอก็ยังไม่ยอมกิน 



          “  ไม่กิน  ”                        

         “  ฮันนี่  กินนมหน่อยนะครับ  แด็ดดี๊ป้อนนะ  ”       วีบอกกับหนูน้อยในอ้อมอกและเหมือนจะได้ผล

พอวีพูดจบฮันนี่ก็ยอมกินนมที่อิทธิป้อน แต่ให้มากไปจนหกเปื้อนเสื้อหนูน้อย วีจึงฝากให้ป้าภาอุ้มเอาไว้

 แล้ววีก็รีบหยิบผ้ามาเช็ดนมที่เปียกตัวฮันนี่จนแห้ง                         

          “  อายัย   ยาย๊า  คุณหนูของยาย  ”                          

          “  จะขึ้นไปทำงานละ  ”                          

         “  เดือนสองเดือนแรกป้าอยากให้คุณอิทธิเล่นแล้วก็อุ้มคุณหนูบ่อยๆเพราะคุณหนูจะได้สัมผัส

รับรู้ถึงความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อเป็นแม่                         

         “  ผมเห็นด้วยกับป้าภานะ  ”          กาเบียลสนับสนุนเพราะคิดว่าคนเป็นนายคงต้องปรับตัว

ที่จะต้องอยู่กับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่อิทธิเองบอกว่าเป็นลูกของตน แต่การลักษณะนิสัยของอิทธิอาจจะทำให้

อิทธิเข้าถึงเด็กยาก จึงต้องทำใจและพยายามเข้า

         “  ก็...ฮันนี่จะร้องไห้  จะให้เข้าไปใกล้ทำไม  ”       อิทธิพูดพลางมองไปที่เด็กเล็ก                          

         “  อุ้มบ่อยๆก็ชินมือครับ เดี๋ยวคุณหนูจะได้จำนายได้ ใช่มั้ยคุณวี  ”                          

         “  ครับ  ”                           .  

         “  งั้นวันนี้นายก็ไปทำงานก่อนเถอะค่ะ ไว้วันอื่นก็ได้  ”    ป้าภาบอกกับนายและหลังจากนั้น 

 วีก็อุ้มฮันนี่ขึ้นไปที่ห้องนอนในทันทีเกรงว่าพอดึกมากแล้ว ยุงจะกัดคุณหนู และพอถึงห้อง วีก็วางฮันนี่ 

 ไว้บนเตียง เอานมให้ฮันนี่กิน จากนั้นก็พาฮันนี่ไปอาบน้ำแต่งตัวเข้านอนแต่เหมือนหนูน้อยจะยังไม่ง่วง  

วีจึงนั่งที่พื้นหยอกล้อพูดเล่นกับฮันนี่ไปเรื่อยๆ

           “  คุณวีไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามั้ยคะ  ”                            

           “  ครับ รอหลับคงอีกนาน  ”                            

           “  เดี๋ยวพี่ดูให้ค่ะ  ”                            

           “  ครับ...เดี๋ยวมานะพี่  จะรีบไปรีบกลับมาเลย  ”

       วีรีบเดินออกจากห้องกลับไปที่บ้านคอนเทนเนอร์เพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนชุดจากนั้นก็รีบเดินกลับมา

ที่ห้องของฮันนี่อีกครั้ง แต่ดันมาพร้อมกับนายที่กำลังจะเข้าห้องฮันนี่เช่นกัน วีจึงผายมือเชิญให้นายเข้าไปก่อน 

  ตนจึงเดินเข้าไปตาม

          “  เอ่อ...แช่ผ้าไว้ด้านล่าง เดี๋ยวไปตากก่อนนะคะ  ”  สาเห็นว่าทั้งคู่เดินเข้ามาพร้อมกันจึงขอตัว

ออกไปด้านนอก ปล่อยให้นายและวีได้อยู่ด้วยกัน


        “  ฮันนี่หลับรึยัง  ”                             

        “  ยังครับ  ”   ผมไม่อยากจะมองนายสักเท่าไร  มองแค่ผ่านๆแล้วก็มองส่วนอื่นแทน

 แต่ก็เห็นว่านายเดินไปนั่งลงที่เตียง  เอามือจับมือฮันนี่เหมือนพยายามจะหยอกอย่างเบาที่สุด

        “  ไม่ต้องกลัวนะฮันนี่  ”         อิทธิพูดกับลูกน้อยด้วยเสียงนุ่มนวล                          

        “  ช้อนตัวอุ้มขึ้นมาสิครับ  ”        ผมเห็นอย่างนั้นจึงอยากให้เค้าได้อุ้มฮันนี่ขึ้นมาอีกครั้ง                          

        “  ยังไง  ”                          

        “  เอ่อ... ”

              ร่างบางเดินไปห่างกับอิทธิพอควรแล้วก็ทำท่าให้ดูอย่างช้าๆ  อิทธิเองก็ลองทำตามแต่ก็กลัวว่า

 ตนจะรุนแรงจนทารกน้อยเจ็บ  วีจึงช่วยอุ้มขึ้นมาให้เพื่อให้อิทธิได้อุ้มลูกตัวเองอย่างสะดวก


       “  ฮันนี่  จมูกเหมือนแม่เลย  ฮันนี่ ฮันนี่  ”         อิทธิได้เห็นลูกสาวอย่างใกล้ๆชัดๆ                       

       “  ผมไปชงนมนะครับ  ”       เค้าหันมามองผมเล็กน้อย แล้วผมก็เดินมาชงนมพลางมองนาย

ที่เรียกชื่อลูกสาว ฮันนี่ยอมให้นายอุ้มแล้ว  ถึงแม้จะมองแล้วจะเบะปากบ้าง  แต่ก็ไม่ร้องโวยวายเหมือน

ช่วงกลางวันที่ส่งเสียงงอแงไม่ยอม

      “  ใครจะนอนเฝ้าฮันนี่  ”         อิทธิถามเสียงดังพอให้คนที่ชงนมอยู่ได้ยิน                        

      “ พี่สาครับ  ”                        

     “  แล้วทำไมมึงไม่เฝ้า  ”                        

     “  ผมต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า  กลัวว่าจะทำให้ฮันนี่ตื่น ”                        

     “  กูบอกแล้วไง...ว่าให้มึงดูแลแค่ฮันนี่  งานอื่นไม่ต้องไปทำ  ”                       

     “  ไม่เป็นไรครับ  อย่างที่บอกผมจะได้ใช้หนี้หมดเร็วๆ  ”                          .

     “  อยากหมดหนี้มากนักเหรอ  ”                        

     “  ครับ  ”                        

     “  หึ!  ทำไม...อยากออกไปจากที่นี่จนตัวสั่นนั้นสิ  ”                       

      “  แล้วหนี้ผมเหลือเท่าไรล่ะครับ  ”                       

      “  กูไม่รู้!!  ”                        

    “  นายทำแบบนี้ทำไม  ถ้านายเบื่อผมมาก ก็รีบๆนึกสิว่าเหลือหนี้เท่าไร 

 ผมจะได้ รีบไปจากนายสักทีไง  ”                       

      “  ปากดีนัก  กูเคยบอกเหรอว่ากูเบื่อมึง  ”

        ผมมองนายที่ถามมาได้หน้าตาเฉย  ถ้าไม่เคย...ผมจะกล้าพูดแบบนั้นออกไปเหรอ ไม่อยากต่อล้อ

 ต่อเถียงด้วยแล้ว   เค้าจะทำอะไรมันก็เรื่องของเค้าไปละกัน


       “  มาแล้วค่ะ  คุณฮันนี่ยังไม่หลับอีกเหรอคะเนี่ย  ”   สาเข้ามาตรงเวลาพอเหมาะพอดีก่อนที่

 ทั้งคู่จะก่อสงครามทางอารมณ์

        “  ฝากฮันนี่ด้วย  มึงมานี่เลยวี  ”                     


        “  โอ๊ย  เดี๋ยวพี่สา!  กล่อมให้ฮันนี่นอนด้วยนะ  ”



         วีบอกกับพี่เลี้ยงแล้วเดินตามแรงฉุดกระชากของอิทธิที่ดึงแขนตนให้เดินตามมาข้างนอกห้อง

  จากนั้นก็ลากวีมาที่ห้องตัวเอง  พอเข้ามาด้านในก็ผลักวีลงนอนที่เตียงอย่างแรง  วีเองก็รีบกลิ้งหนีก่อนที่

 นายจะลงมาทับร่างแล้วจะหนีลำบาก  แต่อิทธิเองกลับไม่วิ่งไล่หรืออะไรทั้งนั้น


         “  คิดว่าออกได้ก็ออกไปสิ  ”         ผมยืนอยู่ที่ประตูห้องมองนายอย่างกลัวๆ                          

         “  อยากหมดหนี้มากไม่ใช่รึไง  นอนกับกูสิ กูให้เงินเยอะนะ  ”                          

         “  ผมไม่ได้ขายตัว  ”       ผมตอบกลับเค้าไปอย่างไม่พอใจ จะพอใจได้ไงดูพูดเข้าสิ                          

         “  แต่พ่อมึงขายมึงให้กู มึงจำไม่ได้เหรอ  ”       ผมเงียบเพราะที่เค้าพูดนั้นมันคือความจริง 

  พ่อยกผมให้กับเค้า  เพื่อมาใช้หนี้และไม่ว่าเค้าจะสั่งหรือทำอะไรกับผมมันก็ย่อมได้ทั้งนั้น  

       “  ครั้งที่แล้วกูก็ให้มึง 5,000  ครั้งนี้ถ้ามึงทำให้กูพอใจ กูให้มึงน้ำละ 5,000 ก็ยังได้เลย 

 ข้อเสนอดีขนาดไหนมึงคิดเอา  อยากหมดหนี้นักไม่ใช่เหรอ  ”        อิทธิเสนอพลางยิ้มมุมปาก

อย่างเจ้าเล่ห์แต่วีกลับยืนส่ายหน้า จนกระทั่งอิทธิเร่งและลุกขึ้นยืนทำท่าว่าจะเดินเข้ามาหาวีที่ยืนจ้องตนอยู่

       “  เร็ว!!!  กูอยากได้มึงใจจะขาดแล้วเนี่ย  ”                           

       “  ปล่อยผมออกไปเหอะนาย  ”    ผมยังคงยืนหลังแนบประตูมองนายที่ยืนอยู่ปลายเตียง  

 ไม่ว่าเค้าจะยื่นข้อเสนอมาแพงเท่าไร  แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกมีค่าเลยยิ่งรู้สึกไร้ค่ามากขึ้นมากกว่า

























-  อยากนอนกับเค้า  อยากกลืนกินเค้า แต่ปากร้ายแบบนี้มันจะได้กินหรอวะ


คนที่ปากดีอะคือเธอ อิทธิ  ไม่ใช่วีหรอก  ปากอย่างใจอย่างจริงๆ ใช่มั้ยคนอ่าน


-  ตัวเค้าก็อยากได้  แต่ไม่อยากจะมีจุดอ่อน  เลือกสิวะ เมียกับจุดอ่อนน่ะจะเอาอะไร


-  ไรท์ก็เริ่มโมโหแล้ว   แต่เหมือนคนอ่านจะโมโหไรท์ที่อัพช้าใช่มั้ย 555555


-  ขอบคุณเม้นท์เด้อ  คนอ่านทั้งหลายด้วย  รอหน่อยยยยย  ปั่นให้อยู่  รักนะคะ






ความคิดเห็น