กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่11 คาหนังคาเขา

ชื่อตอน : บทที่11 คาหนังคาเขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2561 17:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่11 คาหนังคาเขา
แบบอักษร

วันต่อมา บ้านแอนเดอร์สัน

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่ ทำไมวันนี้ทำอาหารเช้าเยอะจังเลยล่ะคะ” นิรินเดินเข้ามาหอมที่แก้มมารดาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นอาหารมากมายที่จัดเรียงไว้บนโต๊ะเพื่อรอตั้งโต๊ะอาหาร 

“เช้านี้จะมีแขกมาทานอาหารเช้าด้วยน่ะลูก” นานะตอบลูกสาว 

“แขกสำคัญเหรอคะถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้ อ้ายมีอาหารเกาหลีด้วย คิดถึงฝีมือคุณแม่ที่สุดเลย” นิรินเอ่ยถามก่อนจะเดินไปหาชุดอาหารเกาหลีฝีมือฉบับต้นตำรับของผู้เป็นแม่ 

“ก็ไมเคิลชอบไงจ้ะ คุณพ่อเลยให้ทำ” นานะส่งยิ้มให้ลูกสาว 

“ไมเคิล? คุณแม่หมายถึงไมเคิลหรือไมค์ลูกชายของอาไมเยอร์เพื่อนคุณพ่อน่ะเหรอคะ” นิรินเอ่ยถามอย่างไม่อยากเชื่อหู เพราะถ้าเป็นคนที่เธอคิดแล้วล่ะก็ เธอก็แทบไม่อยากจะไปร่วมโต๊ะด้วยเลย 

“ใช่จะ” นานะตอบลูกสาว 

“งั้นมื้อเช้านี้นิรินขอบายนะคะ นิรินออกไปทานข้างนอกดีกว่า” นิรินยิ้มแหยๆก่อนจะรีบหันหลังหมายจะเดินออกจากครัว 

“หยุดเลยตัวดี พ่อไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น อยู่ทานข้าวกับพ่อ” แม็กเวลเดินเข้ามาแล้วคว้าตัวลูกสาวไว้ได้ทัน 

“ไม่เอาค่ะคุณพ่อ” นิรินส่ายหัวระรัว 

“ทำไมล่ะ ไม่ได้เจอกันเสียนาน อยู่คุยกันสักหน่อยสิลูก”  

“นิรินไม่อยากคุยนี่คะ” นิรินว่าหน้างอ 

“แค่ทานข้าวเอง นี่พ่อเห็นว่าไม่ได้เจอกันนาน แล้วไมค์ก็กลับมาจากไทยทั้งทีเลยชวนมาทานข้าวกัน”  

“คุณพ่อชวน?” นิรินมองหน้าบิดาด้วยความแปลกใจ เพราะนับตั้งแต่สองปีที่แล้วที่ไมเคิลหอบดอกไม้ช่อโตพร้อมแหวนเพชรมาสารภาพรักพร้อมขอเธอแต่งงานอย่างโฉ่งฉ่างก็ทำเอาทุกคนเหนื่อยใจไปตามๆกันกว่าจะพูดให้ชายหนุ่มยอมรับได้ว่าเธอไม่ได้ชอบหรือคิดอะไรแบบชู้สาวด้วยเลย  และนับจากนั้นแม็กเวลก็ไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนพาลูกชายมาที่บ้านเขาอีกเลยหากว่าลูกสาวสุดที่รักอยู่ที่บ้าน แต่วันนี้กลับเอ่ยปากชวนให้มาเสียอย่างนั้น 

“ใช่จะ พ่อชวนเอง อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเด็กดี พ่อรู้ว่าไมค์เคยคิดอะไรกับลูกแต่ตอนนั้นก็สมัยเรียนปีหนึ่งปีสองยังเด็กกันทั้งคู่ ตอนนี้ไมค์ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ซ้ำยังมาบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ช่วยอาไมเยอร์อีก พ่อว่าไมค์คงทิ้งนิสัยจอมตื้อไม่ฟังใครไปแล้วแหละ ลองคุยดูหน่อยนะลูกนะ” แม็กเวลลูบที่แก้มนวลของลูกสาวเบาๆ 

“คุณพ่อพูดเหมือนว่าจะจับคู่ให้นิรินกับไมค์อย่างนั้นแหละค่ะ”  

“ก็ไม่ขนาดนั้นลูกจ๋า ก็แค่คุยๆดู ถ้าโอเคถึงขั้นคบหาดูใจกันได้มันก็เป็นการดี”  

“ไม่ค่ะ นิรินไม่คุยกับใครทั้งนั้นคุณพ่อจะมาบังคับกันแบบนี้ไม่ได้นะคะ คุณแม่ขาบอกคุณพ่อสิคะว่าอย่าทำแบบนี้” นิรินผละออกจากบิดาแล้วเข้าไปหามารดาเพื่อขอตัวช่วยทันที 

“ก็แค่ทานข้าวแล้วคุยกันแค่นั้นเองนะลูกนะ” นานะลูบศีรษะเล็กของลูกสาว 

“คุณแม่!” นิรินเอ่ยเรียกอย่างตกใจเมื่อได้ฟังคำพูดของผู้เป็นแม่ ซึ่งมันผิดคาดอย่างมาก เธอคิดว่าจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจกว่านี้เสียอีก 

“ทำไมถึงไม่ลองคุยดูล่ะ หรือหนูมีใครในใจอยู่แล้ว” แม็กเวลเอ่ยถามลูกสาวออกไป 

“คือ...คือนิริน..นิรินไม่มีหรอกค่ะ แต่นิรินไม่ได้คิดกับไมค์แบบนั้น และก็ไม่มีวันคิดแน่นอนค่ะ” นิรินตอบตะกุกตะกัก 

“ถ้าไม่มีก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ตัวดี ไปๆค่ะไปรอทานข้าวดีกว่า ไมค์รออยู่ที่ห้องรับแขกน่ะ” แม็กเวลบอกพลางดึงมือลูกสาวให้ตามออกไป 

“คุณแม็กนะคุณแม็ก” นานะส่ายหัวพลางถอนหายใจเบาๆให้กับความคิดของสามี ที่เธอไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าไรแต่ก็จำต้องยอมทำตาม 

เวลาต่อมา ห้องอาหาร

“อาหารยังอร่อยเหมือนเดิมเลยครับอานานะ” ไมเคิล หนุ่มหน้าตาดีเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม 

“ขอบใจจะ ชอบก็ทานเยอะๆเลยนะ” นานะยิ้มรับ 

“อาว่าไมค์ย้ายมานั่งตรงข้างนิรินนี่ดีกว่านะ เอ่อเดย์พี่รบกวนหน่อยนะสลับที่กับไมค์ที พี่อยากให้ไมค์กับนิรินคุยกันใกล้ๆน่ะ”  

“อาเดย์ก็นั่งทานมาสักพักแล้วนะคะคุณพ่อ” นิรินหันไปบอกผู้เป็นพ่ออย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนัก 

“ไม่ได้เหรอเดย์ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” แม็กเวลไม่ได้สนใจสิ่งที่ลูกสาวพูดแต่กลับหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆลูกสาวแทน 

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ” เดวิดยิ้มรับแล้วลุกขึ้นย้ายที่นั่งตามคำสั่งของรุ่นพี่ 

“ขอบคุณครับ” ไมเคิลส่งยิ้มให้เดวิดเมื่อตนย้ายมานั่งข้างๆหญิงสาวเป็นที่เรียบร้อย เดวิดเองก็ได้แต่ส่งยิ้มบางๆกลับไป 

“นิรินทานผักแล้วเหรอ แต่ก่อนไม่เห็นทานเลยนี่หน่า” ไมเคิลเอ่ยถามเมื่อหญิงสาวหยิบแซนวิชที่มีทั้งหอมใหญ่ทั้งมะเขือเทศมากัดเข้าปาก 

“คนเราก็เปลี่ยนกันได้ถ้ามีแรงจูงใจที่ดีพอ” นิรินตอบโดยไม่มองหน้าชายหนุ่ม 

“แล้วเราต้องสร้างแรงจูงใจยังไงให้นิรินเปลี่ยนมาชอบเราบ้าง” ไมเคิลเอ่ยออกมาทำเอาทั้งนิรินและเดวิดถึงกับสำลักออกมาเบาๆ 

“นายหยุดพูดแล้วทานข้าวไปเถอะเสร็จแล้วจะได้กลับๆเสียที” นิรินยกน้ำขึ้นจิบก่อนจะหันไปทำหน้างอใส่ชายหนุ่ม 

“ไล่กันอีกแล้ว ตั้งแต่เรามาถึงนิรินเอ่ยปากไล่เราเป็นสิบรอบได้แล้วมั้ง”  

“แต่ก็ยังไม่ไป หน้าทนเสียจริง มีที่ไหนมารบกวนทานอาหารที่บ้านคนอื่นเขาแต่เช้าแบบนี้” นิรินว่าอย่างไม่เกรงใจ 

“นิรินอย่าเสียมารยาทสิลูก พ่อเป็นคนชวนไมค์มาเองนะ” แม็กเวลเอ่ยปรามเบาๆ 

“ไม่เป็นไรครับอาแม็กอย่าว่านิรินเลย ถึงตอนนี้นิรินจะไม่ชอบผมจะทำอารมณ์เสียใส่ผม แต่ผมก็จะทำให้นิรินเปลี่ยนมาชอบผมให้ได้ครับ ขอแค่อาแม็กให้โอกาสผมบ้าง” ไมเคิลบอกอย่างไม่ล้มเลิกความพยายาม 

“เอาสิ” แม็กเวลพยักหน้ารับ 

“ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจไปชอบนายหรอกนะไมค์” นิรินเอ่ยดับฝันชายหนุ่มทันที 

“ทำไมล่ะ ในเมื่ออาแม็กก็อนุญาตแล้ว อีกทั้งนิรินก็ยังไม่มีใคร...”  

“ฉันมีแล้ว ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว ฉะนั้นฉันจะไม่มีวันชอบนาย” ไม่รอให้ชายหนุ่มได้พูดอะไรต่อนิรินก็พรั่งพรูคำพูดออกมาอย่างเหลืออดเสียก่อน 

“ไหนลูกบอกพ่อว่ายังไม่มียังไงล่ะ” แม็กเวลสบตาลูกสาวนิ่ง 

“นิรินขอโทษที่โกหกคุณพ่อค่ะ แต่นิรินมีคนรักแล้ว และนิรินก็จะไม่มีวันรักใครอีก” นิรินสบตาผู้เป็นพ่อพลางเหลือบมองชายคนรักเล็กน้อย 

“ใครกันที่ได้หัวใจของลูกสาวสุดที่รักของพ่อ” แม็กเวลเอ่ยถามแล้วปรายตามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยเช่นเดียวกัน 

“พี่แม็กครับคือผม...”

“เอ่อนิรินล้อเล่นค่ะ ล้อเล่นเท่านั้น” เมื่อเห็นว่าเดวิดกำลังจะพูดบางอย่างออกมาเธอจึงเอ่ยขัดขึ้นทันที 

“ยังไงแน่นิริน มีอะไรปิดบังพ่อกันแน่ เดย์ล่ะรู้อะไรก็บอกพี่มา” แม็กเวลเอ่ยถามลูกสาวก่อนจะหันไปหารุ่นน้องคนสนิท 

“ผมเป็น...”  

“โอเคๆนิรินจะลองคบกับไมค์ พอใจแล้วใช่มั้ยคะคุณพ่อ นายเลิกทานได้แล้วลุกมา ฉันอยากออกไปหาอะไรทานข้างนอก” นิรินเอ่ยตัดบทขึ้นก่อนจะดึงแขนของไมเคิลให้ลุกขึ้นตาม 

“พี่นิคคะอาเดย์จะไปซื้อหนังสือ นิรินฝากไปส่งอาเดย์ที่ร้านหนังสือหน่อยนะคะ”  

“เอ่อจะ ผมว่าไปกันดีเลยดีกว่านะครับอาเดย์” นิโคลัสพยักหน้ารับน้องสาวก่อนะเอ่ยบอกกับอาให้พากันออกไป เพราะรู้ดีว่าที่น้องสาวไหว้วานก็เพราะไม่อยากให้เดวิดอยู่ต่อ เพราะเขาคงจะบอกความจริงเป็นแน่ 

“อย่าให้เยอะเกินไปนะคะคุณแม็ก” นานะเอ่ยขึ้นเมื่อในห้องอาหารเหลือเพียงเธอและสามีแค่สองคน 

“ไม่เยอะหรอกค่ะ เบาๆเทานั้นเอง” แม็กเวลหันไปส่งยิ้มบางๆให้ภรรยา แต่สายตานั่นทำเอานานะถึงกับหวั่นใจอยู่ไม่น้อยเพราะเธอไม่เคยเห็นสามีมีแววตาที่เยือกเย็นแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต 

ร้านหนังสือ 

“พี่ไปก่อนนะ ไม่ต้องคิดมากล่ะ คุณพ่อคุณแม่รู้อยู่แล้วว่าพี่ชอบแวบหายไปคอนโด คงไม่สงสัยว่าพี่รู้เห็นเรื่องนิรินกับอาเดย์หรอก” นิโคลัสบอกกับน้องสาวเมื่อเธอแยกกับไมเคิลเสร็จก็ตามมาหาที่ร้านหนังสือทันที และนิโคลัสก็จะแยกตัวออกไปเพื่อให้ทั้งสองได้มีเวลาคุยกันแบบส่วนตัว 

“ขอบคุณค่ะพี่นิค” นิรินเข้าไปสวมกอดพี่ชาย 

“จะ พี่ไปนะ ผมไปนะครับอาเดย์” นิโคลัสกอดตอบน้องสาวแล้วหันไปหาผู้เป็นอาก่อนจะผละออกแล้วเดินออกไป 

“ไปหาร้านกาแฟนั่งคุยกันดีกว่านะ” เดวิดเอ่ยพลางเอื้อมมือหนาไปประสานกับมือเล็กของเธอก่อนจะพากันเดินไปยังร้านกาแฟใกล้ๆในละแวกนั้น 

“อย่าทำแบบนั้นเลยนะนิริน บอกความจริงกับพี่แม็กกันเถอะนะคนดี” เดวิดเอ่ยบอกหญิงสาวเมื่อพากันเข้ามานั่งในมุมหนึ่งของร้านที่พอจะเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง 

“นิรินห่วงอาเดย์ค่ะ กลัวว่าคุณพ่อจะทำอะไรร้ายแรงกับอาเดย์” นิรินเอ่ยเสียงวิตกกังวลพลางขยับตัวเข้าไปชิดคนตัวโตแล้วเอนซบลงที่อกกว้าง โดยที่ชายหนุ่มก็ยกแขนขึ้นโอบเธอเอาไว้ 

“จะเป็นยังไงก็เป็นกันเถอะนะ ถูกเตะถูกต่อยนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย ยังไงซะอาก็ไม่ยอมให้นิรินไปคบกับเจ้าหนุ่มนั่นเด็ดขาด” เดวิดยังคงยืนยันเจตนาเดิม 

“อย่ากลัวเลยนะคนดีของอา เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ต่อให้โดนพี่แม็กซ้อมหนักแค่ไหนอาก็จะไม่เป็นอะไร ต่อให้มีปืนมายิงอาก็ไม่ยอมตาย”  

“คนบ้า มันห้ามกันได้หรือไงคะ” หญิงสาวหลุดเสียงหัวเราะน้อยๆออกมาเมื่อฟังคำพูดของเขา 

“มาค่ะถ้านิรินยังกังวลเดี๋ยวอาปลอบขวัญให้ก่อน” เดวิดเอ่ยเสียงหวานก่อนจะเชยใบหน้าสวยให้เงยหน้ามารับจูบแสนละมุนจากเขา ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากลงมาแนบแน่นพลางดูดดึงด้วยสัมผัสอันแผ่วเบา 

“กลับบ้านกันนะคะ กลับไปบอกเรื่องของเรากัน” เดวิดบอกเมื่อถอนริมฝีปากออก นิ้วเรียวยาวของเขายังเกลี่ยไล้ไปมาอยู่ที่พวงแก้มนวลอย่างทะนุถนอม 

“ค่ะ แต่ก่อนไปนิรินอยากให้อาเดย์ปลอบขวัญอีกที” นิรินพยักหน้ารับแล้วส่งสายตาออดอ้อนไปให้ชายหนุ่มตรงหน้า 

“ตามบัญชาครับ” เดวิดตอบด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่นก่อนจะก้มลงไปมอบจูบแสนหวานที่หญิงสาวต้องการให้เธออีกครั้ง 

บ้านแอนเดอร์สัน

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเรารอให้ท่านทั้งสองกลับมาก่อนก็ได้” เดวิดเอ่ยบอกหญิงสาวเมื่อทั้งคู่กลับมาที่บ้านแล้วเด็กรับใช้บอกว่าแม็กเวลและนานะออกไปงานเลี้ยงข้างนอกคงจะกลับมาตอนค่ำๆ

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับ 

“งั้นเดี๋ยวอาเอาหนังสือไปเก็บที่ห้องก่อนนะแล้วอาจะลงมานั่งคุยด้วย” เดวิดยกมือลูบหัวหญิงสาวเบาๆก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องพักด้านบน 

ห้องเดวิด 

“อาเดย์คะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งแพ็คหนังสือก่อนที่จะนำใส่กระเป๋าเดินทางต้องหยุดการกระทำลงแล้วหันไปยังต้นเสียง 

“ว่าไงคะคนดี” เดวิดเอ่ยถามก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตู 

“นิรินจะมาชวนอาเดย์ลงไปว่ายน้ำฆ่าเวลาน่ะค่ะ”  

“นิรินลงไปก่อนนะเดี๋ยวอาขอแพ็คหนังสือให้เสร็จก่อนแล้วอาจะตามไป” เดวิดจำต้องบอกปัดให้เธอออกไปเพราะเรือนร่างอรชรที่อยู่ใต้เสื้อยืดตัวใหญ่และกางเกงขาสั้นนั่นคงมีบิกินี่ตัวจิ๋วอยู่เป็นแน่และเขาจำต้องข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้เพราะไม่อยากทำอะไรที่จะเป็นการหยามเกียรติของแม็กเวลอีกแล้วจนกว่าทุกอย่าจะเปิดเผยสักที 

“อาเดย์สนใจหนังสือมากกว่านิรินเหรอคะ ไม่อยากเห็นเหรอว่าภายใต้เสื้อยืดตัวใหญ่นี่นิรินใส่อะไร” นิรินปิดประตูล็อกห้องพลางทำเสียงอ่อนเสียงหวานก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัวชายหนุ่ม ยกสองแขนเล็กขึ้นคล้องคอเขาเอาไว้อย่างต้องการเรียกร้องความสนใจให้เขาเลิกสนใจหนังสือกองโตนั่นเสียที 

“ถ้านิรินเป็นหนังสือ ก็จะเป็นหนังสือโปรดเพียงเล่มเดียวที่อาอยากเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก และจะเก็บรักษามันอย่างดีเพราะรักมันสุดหัวใจ” เดวิดเอ่ยก่อนจะช้อนตัวเธออุ้มขึ้นก่อนจะเดินไปยังเตียงนอนแล้วค่อยๆวางเธอลงจากนั้นจึงตามขึ้นไปคร่อมร่างเธอเอาไว้ 

“ไหนดูซิว่าหนังสือเล่มนี้มีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน” เดวิดยกยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะสอดมือหนาเข้าไปใต้ชายเสื้อตัวใหญ่และไปหยุดวางมือไว้ที่อกคู่สวยที่ถูกห่อหุ้มด้วยบิกินี่อีกที 

“ฟองน้ำหนาไป” เดวิดกระเซ้าแหย่ทำเอาหญิงสาวหัวเราะร่วนทันที 

“อาเดย์อ่ะ จริงๆเล้ย” นิรินตีที่ไหล่ของเขาเบาๆ 

“อาชอบเวลาที่นิรินไม่ใส่อะไรเลยมากกว่า” เดวิดยกยิ้มแล้วก้มไปจูบที่ปากบางแผ่วเบา 

“นิรินก็ชอบเวลาอาเดย์ไม่ใส่อะไรเลย” นิรินบอกแล้วไล้มือไปตามกล้ามท้องลอนสวยที่อยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตของเขา 

“เด็กหื่น...อย่ายั่วอาสิคะ อาพยายามอดทนอยู่นะ อาอยากให้เราสองคนบอกกับพ่อแม่ของนิรินก่อน” เดวิดจับมือเรียวของเธอมาประทับรอยจูบลงไป 

“ทราบแล้วค่า แต่ขอนิรินนอนกอดสักพักนะคะแล้วเดี๋ยวลงไปว่ายน้ำกัน”  

“จะ” เดวิดรับคำแล้วทิ้งตัวลงนอนก่อนจะดึงเธอให้มานอนซบแผงอกกว้างของเขา 

“คิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆของอาเดย์จัง” นิรินซบใบหน้าลงที่อกกว้างพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น 

“ไว้กลับไปอิตาลีอาจะให้นอนกอดทุกคืนเลยดีมั้ย”  

“ดีค่ะ” นิรินพยักหน้ารับอย่างชอบใจ 

แกร็ก!!! เสียงเปิดประตูเข้ามาทำให้ชายหญิงที่นอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงนอนรีบขยับลุกขึ้นด้วยความตกใจ และเมื่อมองไปยังประตูห้องหญิงสาวก็หัวใจหล่นวูบเพราะเห็นผู้เป็นพ่อยืนอยู่ 

“คาหนังคาเขาเลยนะมึง ไอ้เดย์!” แม็กเวลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้ม ขบกรามเข้าหากันแน่น พร้อมๆกับเดินเข้ามากระชากตัวชายหนุ่มให้ลงจากเตียงทันที 

“คุณพ่อคะ อย่า!” 




******************************************

ค้างแล้วค้างอีกนี่แหละสไตล์ไรท์5555^^ 

พ่อแม็กจับได้แล้วนาจา อาเดย์จะโดนอะไรบ้างมาตามต่อตอนหน้านะคะ^^

ใครรอเรื่องวาเลน รอก่อนนะตอนนี้ไรท์รีบปั่นสุดชีวิตเลยจริงๆ คาดว่าพรุ่งนี้อาจมาลงให้นะ อย่าเพิ่งงอนกันน๊า รักกกก❤❤❤




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น