SanSo.RS

เม้นหรือกดถูกใจนิยายเป็นกำลังใจให้ด้วยน้า รักคนอ่านทุกคนเลยค่า~

บทที่26 นิทานเรื่องเล่า

ชื่อตอน : บทที่26 นิทานเรื่องเล่า

คำค้น : จ้าวอสูร เฟยหรง จ้าวอสูรเฟยหรง กำลังภายใน ต่อสู้ นางเอกเก่ง แฟนตาซี ย้อนเวลา

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2562 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่26 นิทานเรื่องเล่า
แบบอักษร

 

งานเทศกาล 

'เจ้านายๆข้าอยากกินเจ้าสิ่งนี้' จิวหูที่อยู่ในอ้อมกอดของหลี่อี้ส่งลมปรานบอกเฟยหรงแล้วชี้ไปที่พุทราเชื่อมเชื่อมตรงหน้า 

'ข้าด้วยๆ' ทั้งเยี่ยนฉือและซูมี่เองก็ส่งลมปรานมาบอกด้วย 

"จ้าๆรู้แล้ว เอาพุทราเชื่อม3ไม้...แล้วพวกเจ้าละ?" เฟยหรงเอ่ยกับแม่ค้าแล้วหันไปถามชายหนุ่มทั้งสี่ 

"ไม่ละ" ทั้งสี่ส่ายหน้าปฎิเสธ เฟยหรงจึงหันไปยื่นเงินให้คนข้าแล้วส่งไม้พุทราเชื่อมให้สัตว์อสูรทั้งสามตัว 

"อ๊ะนั้นมันร้านขายลูกสัตว์อสูร!" เฟยหรงชี้ไปที่ร้านร้านหนึ่งที่มีป้ายเขียนว่าลูกสัตว์อสูร เธอจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ผู้คนในที่นั่นก็ให้ความสนใจไม่น้อยแม้จะอยากได้อสูรตัวน้อยเหล่านั้นไปเลี้ยง แต่ก็ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อกลับไปเท่านั้นเพราะแต่ละตัวนั้นมีราคาหลายร้อยเหรียญทองขึ้นไป เว้นแต่จะมีเหล่าคุณหนูคุณชายที่ค่อนข้างมีเงินเดินเข้าๆออกๆเป็นว่าเล่น 

"เหตุใดพวกมันจึงหน้าตาเซื่องซึมเช่นนี้" เฟยหรงนั่งลงมองกรงกระต่ายอสูรน้อย เธอสังเกตดูก็พบว่าพวกมันมีหน้าตาที่เศร้าสร้อยและเซื่องซึมไม่ค่อยขยับตัว 

"เรียนคุณหนู....สัตว์พวกนี้เป็นสัตว์ที่พวกนักล่าบุกเข้าไปจับมาขอรับ พวกมันต้องเสียพ่อแม่ไปเพราะถูกฆ่าเพื่อที่จะปกป้องลูกขอมัน" กุ้ยจือเอ่ยกระซิบ เฟยหรงจึงพยักหน้าเล็กน้อย จะสงสารก็สงสาร แต่ข้าไม่รู้จะเอาพวกเจ้าไปทำอะไร... 

ขอโทษนะ 

...เธอเอ่ยในใจ 

"คุณหนูท่านนี้สนใจกระต่ายเหมันต์หรือขอรับ หากซื้อไป2ตัวข้าจะลดราคาให้พิเศษเลย" พ่อค้าคนหนึ่งเดินมาหาเฟยหรงพร้อมทั้งปรายตามองไปที่สัตว์อสูรในอ้อมกอดของผู้ติดตามทั้ง3ด้วยความสนใจ 

"ไม่ละ ข้าจะดูสัตว์ตัวอื่น...พวกเจ้าพาเจ้าสามตัวออกไปรอข้างนอกเถอะ" เฟยหรงหันไปบอกทั้ง4เพราะไม่อยากให้สัตว์อสูรของเธอดูความโหดร้ายของมนุษย์ที่ทำให้เหล่าสัตว์อสูรตัวน้อยๆพวกนี้ต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก เมื่อเฟยหรงสั่งเสร็จพวกเขาจึงออกไปรอด้านนอก ทำให้พ่อค้าคนนั้นรู้ได้ทันทีว่าคุณหนูผู้นี้น่าจะมีเงินถุงเงินถังเยอะเอาเรื่อง 

"งั้นคุณหนูสนใจดูวานรพฤกษาหรือไม่ขอรับ พวกมันค่อนข้างเชื่องทีเดียว" พ่อค้ารีบเดินเข้ามาประจบแต่ถูกสายตาเฟยหรงห้ามปรามไว้ 

จากนั้นเธอก็เดินดูลูกอสูรตนอื่นไปเรื่อยๆก็ไปสะดุดกับแมวน้อยสีดำในกรงตัวหนึ่ง เธอจ้องนัยตามันมันเองก็จ้องเธอกลับไม่วางตา ทั้งยังพร้อมกระโจนเข้าหาและฉีกเนื้อเธออย่างไม่ปรานี สีหน้าแบบนั้นถูกใจเฟยหรงยิ่งนัก! เธอจึงมองหาป้ายราคาแต่ก็ไม่พบ 

"พ่อค้า เจ้าแมวน่าเกลียดนี่เจ้าขายเท่าไหร่หรือ" เฟยหรงคลี่ยิ้มพลางเอ่ยถามพ่อค้าด้านหลัง 

"แต่ว่า...เอ่อมันออกจะ" พ่อค้าคนนั้นหน้าซีด เพราะเจ้าแมวทมิฬตรงหน้านี่ค่อนข้างดุร้ายและไม่เชื่อง 

"ข้าจะเอา!" เฟยหรงเอ่ยย้ำทำให้พ่อค้าคนนั้นจำใจบอกราคาไป 

"50เหรียญทองขอรับ" พ่อค้าคนนั้นเอ่ยทำให้เฟยหรงเลิกคิ้วขึ้น 

"เหตุใดมันจึงราคาถูกกว่าตัวอื่นๆ" เพราะเท่าที่ดู สัตว์อสูรในร้านต่างก็มีราคาหนึ่งร้อยเหรียญทองขึ้นไปทั้งนั้น 

"เอ่อ พวกข้าพบมันอยู่ตัวเดียวในป่าอสูรพฤกษาจึงตั้งใจจะเอาฝึกให้เชื่องและนำมาขาย แต่ทำอย่างไรมันก็ยังมีนิสัยดุร้ายเช่นเดิม พวกข้าจึงไม่ได้ตั้งราคาไว้ขอรับ" พอค้าคนนั้นเอ่ยทำให้เฟยหรงพยักหน้านิดๆ... 

ช่างโชคดีที่พวกเขาไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเจ้าหนูนี่ 

... 

"เอาละ ข้าจะเอาตัวนี้แหละ" เฟยหรงนำเหรียญทอง50เหรียญออกมาให้พ่อค้า เขาจึงรับไปแบบงงๆแต่ก็ไม่ได้แย้งอะไรมากเพราะยังไงก็ถือว่าได้ขายออกไปแล้ว 

"งั้นข้าจะไปเอากุญแจมาเปิดกรงอักขระนี้ก่อนนะขอรับ" เขาเอ่ยแล้วรีบวิ่งไปเอากุญแจหลังร้าน 

'เจ้าหนู เจ้าคงเข้าใจคำพูดของข้าใช่หรือไม่' เธอส่งลมปรานไปคุยกับแมวทมิฬตัวนั้น ทำให้มันรู้สึกแปลกใจทันทีเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับลูกอสูรเช่นมันมาก่อน 

'ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่ เจ้าจะไปไหม' ได้ยินดังนั้นมันก็เผยแววตาดีใจออกมา แต่ก็ไม่ได้วางใจในตัวเฟยหรงมากนัก 

'ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอกวางใจได้' เฟยหรงเอ่ยด้วยเสียงอบอุ่น จากนั้นพ่อค้าคนเดิมก็กลับมาพร้อมกุญแจและไขกรงมันอย่างระมัดระวัง 

"ระวังนะขอรับ" พ่อค้าคนนั้นเอ่ยเตือนเฟยหรงทันทีเมื่อเธอเอื้อมมือไปนำมันออกมาจากกรง 

"มานี่สิ" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แมวทมิฬตนนั้นจึงยอมให้เฟยหรงอุ้มแต่โดยดีสร้างความประหลาดใจให้พ่อค้าคนนั้นยิ่ง 

"จากนี้ไปเจ้าชื่อหยางเจิง" เฟยหรงเอ่ยแล้วลูบขนมันเบาๆ เธอสังเกตบนตัวมันก็พบว่ามีรอยแผลจากการถูกทารุณเต็มไปหมดเนื่องจากขนของมันเป็นสีทำจึงทำให้สังเกตได้ยาก หยางเจิงร้องออกมาเบาๆเมื่อเฟยหรงสัมผัสถูกแผลของมัน เห็นแล้วเฟยหรงรู้สึกปวดใจยิ่งนัก 

"มันดูจะเชื่องกับท่านนะขอรับ" พ่อค้าคนนั้นเอ่ย แต่เฟยหรงไม่แม้จะปรายตามองเขาเพียงแต่เดินออกมาจากร้าน 

"คุณหนู...นั้นคือ" ต้าห่ายเอ่ยถามแล้วมองแมวน้อยหน้าตาดุร้ายในอ้อมกอดเฟยหรง 

"สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของข้าชื่อหยางเจิงน่ะ...หลี่จง ข้าฝากเจ้าอุ้มหน่อย" เฟยหรงส่งมันให้หลี่จง 

'หากเจ้าคิดหนีหรือทำให้คนของข้าบาดเจ็บละก็ ข้าจะให้เจ้าสามตัวนั้นรุมกินเจ้า!' เฟยหรงส่งลมปรานขู่ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างที่ว่าจริงๆ 

หยางเจิงหันไปมองสัตว์อสูรอีกสามตัวแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเพราะสัมผัสได้ถึงพลังปรานที่แข็งแกร่ง แม้จะปกปิดเอาไว้ก็ตาม 

หลังจากนั้นทุกคนก็เดินในงานกันต่อโดยมีเฟยหรงเป็นผู้ออกค่ากินค่าเที่ยวให้ทั้งหมด ชายหนุ่มทั้งสี่เองก็รู้สึกดีใจไม่น้อยที่ไม่ต้องออกค่าเที่ยวเอง... 

กำไรแท้ๆ 

... ทั้งห้าคนและอีก4ตัว เดินเที่ยวในงานเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง 

"เร่เข้ามาจ้าเร่เข้ามา นิทานสนุกๆกำลังจะเริ่มแล้วจ้า" เสียงเสี่ยวเอ้อสาวหลายคนตะโกนเรียกลูกค้ากันอย่างสนุกสนาน เห็นดังนั้นเฟยหรงจึงลากพวกเข้าเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วย 

เสียงพูดคุยของผู้คนดังระงมไปทั่ว เฟยหรง พนักงานทั้งสี่และสัตว์อสูรสามตัวกำลังนั่งชมนิทานบนโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง เฟยหรงได้จ่ายเงินให้กับที่นั่งที่ดีที่สุดของโรงเตี๊ยมไปมาก ทำให้บริเวณนี้เป็นส่วนตัวและปราศจากผู้คนโดยสิ้นเชิง เฟยหรงสั่งเพียงเหล้าและขนมกับแกล้มให้เหล่าพนักงานที่ติดตามมา ส่วนตัวเองก็หันไปสนใจเพียงฉากเวทีแปลกตาตรงหน้า 

"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว" ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากม่านฉากกั้นด้านหลังพร้อมเอ่ยคำพูดไปด้วย 

"ย้อนไปเมื่อหลายหมื่นปีก่อน" ฉากกั้นด้านหลังนั้นค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นฉากภูเขาและป่าไม้ ทั้งยังมีบ้านเรือนกระจายเป็นหย่อมๆ 

"ทวีปแห่งนี้นั้นเป็นทวีปแห่งสันติสุข อาณาจักรทั้ง6ต่างก็เป็นพันธมิตร ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน โดยที่อาณาจักรซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางซึ่งก็คืออาณาจักรมังกรไร้พ่ายแห่งนี้ถูกปกครองด้วยราชวงศ์จ้าว" เฟยหรงหรี่ตามอง แล้วนึกทบทวนความรู้ของราชวงศ์จ้าวที่ได้มาจากท่านเทพ แต่ก็นึกออกเพียงราชวงศ์จ้าวได้หายสาบสูญไปเมื่อหลายหมื่นปีก่อนเท่านั้น 

"ราชวงศ์จ้าวนั้นถือเป็นราชวงศ์ที่สามารถล่มสวรรค์ได้อย่างแท้จริง เพราะความแข็งแกร่งที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นในราชวงศ์ ทั้งยังมีมังกรสวรรค์และสัตว์อสูรในปกครองถึงหลายร้อยตัว" ฉากตรงหน้าค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นฉากสีทองที่มีมังกรนับร้อยๆตัวพาดผ่าน 

"แต่แล้ว เมื่อเหล่าเทพเซียนบนสวรรค์ล่วงรู้ถึงความน่ากลัวนี้ จึงลงกันมาเพื่อนล่มอาณาจักรและราชวงศ์จ้าวให้สูญสิ้น" ฉากสีทองถูกย้อมไปด้วยสีเลือดแล้วเปลี่ยนเป็นรูปตึกรามบ้านช่องที่กลายเป็นซากปรักหักพัก ทำให้ผู้คนที่นั่งฟังอยู่ต่างก็ไม่กล้ากินอาหารเลิศรสตรงหน้าต่อ เฟยหรงเองก็ได้แต่นั่งฟังอย่างตั้งใจเพราะรู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์นี้อย่างบอกไม่ถูก 

"หลังจากเหตุการณ์ล่มเมืองในครานั้น ก็ไม่มีผู้พบเห็นราชวงศ์จ้าวอีกต่อไป" แล้วฉากก็เปลี่ยนเป็นสีดำ 

"อาณาจักรทั้งห้าต่างก็ได้รับผลกันทบที่ว่า ทำให้พวกเขาตัดขาดจากอาณาจักรมังกรไร้พ่ายและเป็นปรปักษ์กันอย่างสิ้นเชิง ประชาชนสิ้นหวังเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสวรรค์ พวกเขาต่างก็สาปแช่งสวรรค์ให้พินาศ" ฉากสีดำค่อยๆเปลี่ยนเป็นฉากที่มีฝูงชนโห่ร้องตะโกน โดยมีกลองบรรเลงเพิ่มความเร้าใจ 

ตึง!! 

เสียงกลองในจังหวะสุดท้ายทำให้ผู้คนสะดุ้งกันเป็นแถวๆ 

"แต่แล้วสวรรค์ก็รับรู้ได้ถึงคำสาปแช่งและความโกรธของพวกเรา" ฉากผู้คนตะโกนโห่ร้องตรงหน้า ค่อยมีแสงสีทองปรากฎขึ้นด้านบน 

"สวรรค์ได้ส่งเด็กชายและเด็กหญิงลงมาเพื่อให้เป็นตัวแทนของเหล่าเทพเซียน" ฉากค่อยๆเปลี่ยนไปปรากฏร่างของเด็กสาวและเด็กชายจับมือกันแล้วส่งยิ้มให้ โดยมีแสงสีทองส่องอร่ามรอบตัว 

"เด็กทั้งสองคนนั้นได้ช่วยเหลือผู้คนและทำความดีไว้มากมาย จนกระทั่งผ่านไปหลายปี...ผู้คนต่างก็ลืมความเจ็บแค้นไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงคำสรรเสริญเหล่าเทพเซียนที่ส่งเด็กทั้งสองคนมาช่วยปัดเป่าทุกข์ให้...แต่แล้ว วันแห่งหารจากลาก็มาถึง...เด็กน้อยทั้งสองต้องกลับสวรรค์ เหล่ามนุษย์ที่ได้รับความช่วยเหลือทุกคนจึงส่งคำขออ้อนวอนต่อสวรรค์ไม่ให้พรากทั้งสองไป" ฉากค่อยเปลี่ยนไปเป็นผู้หญิงท้องคนหนึ่งกำลังเอื้อมมือไปที่ร่างของเด็กผู้ชายที่กำลังล่องลอยสู่ฝากฟ้า 

"สวรรค์ได้รับคำอ้อนวอนจากมนุษย์ จึงส่งให้เด็กชายคนนั้นมาเกิดในร่างของผู้หญิงท้อง มีแซ่ตระกูลดั้งเดิมว่า 

ฮั่น 

นางได้ให้กำเนิดบุตรชายที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเปี่ยมเมตตาทั้งยังมีพลังสูงส่ง ทำให้หลายๆคนสรรเสริญเด็กชายคนนั้นเป็นองค์จักรพรรดิองค์ใหม่...และแซ่ ฮั่น ก็เป็นแซ่ของราชวงศ์ฮั่น ลูกหลานของเด็กชายผู้นั้นนั่นเอง ซึ่งเลือดเนื้อเชื้อไขของราชวงศ์ฮั่นนั้นได้ตกทอดมาสู่รุ่นปัจจุบัน แม้จะผ่านไปหลานหมื่นปี ความแข็งแกร่งของราชวงศ์นี้ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ทั้งยังกลับเพิ่มมากขึ้นจนสามารถรวมอาณาจักรทั้ง6ให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง" ฉากข้างหลังค่อยๆเปลี่ยนเป็นธงอาณาจักรทั้ง6ที่รายล้อมกันอยู่ 

จากนั้นคนเล่าก็ก้มตัวลงไป 

"เรื่องทั้งหมดก็เป็นเพียงเรื่องในอดีตกาล แต่หากอยากฟังต่ออีกสักหนึ่งบท ข้าก็สามารถเล่าได้" ชายวัยกลางคนผู้นั้นค่อยๆก้มตัวลงไปแล้วหันไปสั่งให้ลูกน้องด้านหลังนำกล่องออกมาหนึ่งใบ 

"หากอยากฟังต่อ ก็เพียงแค่บริจาคเงินเล็กๆน้อยๆให้คนเล่านิทานแก่ๆอย่างข้าได้ทำมาหากิน" พูดจบลูกน้องของชายคนนั้นก็ค่อยๆเดินไปรับเงินทีละโต๊ะ 

"ข้าให้10เหรียญทอง เล่าต่อไปเลย" เฟยหรงเปล่งเสียงไม่ดังมากแต่ก็พอให้ชั้นล่างได้ยิน ทำให้ลูกน้องของชายผู้นั้นรีบวิ่งขึ้นมารับเงินทันที โดยไม่ต้องรอให้ใครบอก 

"มันมากไปรึเปล่าขอรับคุณหนู" กุ้ยจือเอ่ยถาม 

"ไม่หรอก ข้าแค่อยากฟังเร็วๆเท่านั้นขืนรอเด็กนั้นถือกล่องวนรอบโรงเตี๊ยมข้าคงหลับพอดี" เฟยหรงบ่นอย่างเบื่อหน่อยแล้วมองไปที่ร่างของเด็กหนุ่มที่ถือกล่องเงินวิ่งมาทางเธอ 

"อะ" เฟยหรงหยิบเหรียญทอง10เหรียญใส่ในกล่อง เสร็จแล้วก็หันไปส่งสายตาให้คนเล่านิทานทำหน้าที่ต่อ 

"อะแฮ่ม ในเมื่อมีผู้อยากฟัง ทางเราก็จัดให้" ชายผู้นั้นหยิบพัดขึ้นมาพัดตัวเอง เขาก้าวเดินไปด้านข้างเวทีสักพักก็มีไฟลุกท่วมตัว 

กรี๊ด!! 

เสียงกรีดร้องของผู้คนด้านล่างดังระงมไปทั่วเมื่อเห็นคนถูกไฟเผาไปต่อหน้าต่อตา แต่ไม่นานกลุ่มไฟลูกนั้นก็หายไปเหลือเพียงชายคนเดิมที่ชุดต่างไปจากเดิม 

"เรามาเริ่มเรื่องฟังนิทานบทต่อไปกันดีกว่าขอรับ" ชายผู้นั้นแสยะยิ้มจนตาหยีแล้วโบกพัดขึ้นฟ้า ปรากฎกลุ่มควันรอบๆตัวเขา เมื่อควันหายไปฉากด้านหลังก็เปลี่ยนเป็นภาพอสูรร้ายหลายร้อยตัวสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้คนอย่างยิ่ง 

"นานมาแล้ว" ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจ 

"หลังเหตุการณ์ล่มสลายของราชวงศ์จ้าว ทำให้อสูรในปกครองของราชวงศ์จ้าวตนหนึ่งได้ทำการบ่มเพาะพลังเพื่อกลับมาแก้แค้นสวรรค์ให้เจ้านายของมัน" ฉากด้านหลังค่อยๆเปลี่ยนเป็นอสูรรูปร่างหน้าตาประหลาดที่มีกรงเล็บและเขี้ยวแหลม 

"เมื่อ4พันปีก่อน อสูรตนนั้นได้บ่มเพาะพลังถึงระดับบรรพกาลได้รวบรวมอสูรในปกครองและทำการบุกยึดและทำลายบ้านเมืองจนพังพินาศ แม้แต่จักรพรรดิ 

ฮั่นซิ่นเฉิง 

ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในใต้ล่ายังพ่ายแพ้" จากนั้นฉากก็เปลี่ยนไปเป็นรูปกระบี่อาบเลือดปักจมดิน 

"สวรรค์จึงได้สั่งให้มังกรสวรรค์สูงสุดอย่างท่านเทพมังกรทองผู้อยู่เหนือเหล่ามังกรทั้งมวลลงมาปกป้องผู้คนและกำจัดเจ้าอสูรตนนั้น" เมื่อมาถึงตรงนี้เฟยหรงก็ถอนหายใจออกมา 

"คนดังซ่ะด้วย" เฟยหรงเอ่ยพึมพำเบาๆถึงคนที่นอนอุดอู้อยู่ในจวนตอนนี้... 

ถ้าทุกคนรู้ว่ามังกรท้องตนนั้นเป็นแค่ไอ้ขี้เกียจที่เอาแต่นอนไปวันๆจะทำหน้าอย่างไรนะ 

... 

จวนตระกูลเว่ย 

"ฮ ฮัดชิ้ว!" เทียนหลงจามออกมา 

"ใครมันคิดถึงข้ากัน" เขาสูดจมูกน้อยๆแล้วล้มตัวลงนอนต่อ 

ตัดมาที่เฟยหรง 

"ท่านมังกรทองนั้นได้ทำการต่อสู้กับจ้าวอสูรถึง10วัน10คืนด้วยกัน และแล้วการต่อสู้ก็สิ้นสุดลง" ฉากตรงหน้าค่อยๆปรากฎภาพมังกรทองที่อยู่เหนืออสูรตนนั้น 

"ท่านมังกรทองเป็นฝ่ายชนะ" เฟยหรงมองภาพตรงหน้าแล้วพยักหน้าน้อยๆเพราะเรื่องที่เล่าตรงกับที่เทียนหลงบอกทุกประการ...เพียงแต่ไม่ปรากฎคนผู้นั้น 

ผู้ใช้อักขระ 

ที่ทำการกักขังเทียนหลง 

"จากนั้นท่านมังกรทองก็กลับคืนสู่สวรรค์ หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านไปประชาชนจึงได้คิดเทศกาลบวงสรวงขอบคุณเหล่าเทพเซียนและเทพมังกรทองตนนั้น โดยที่เขียนคำอวยพรและขอพรให้เหล่าเทพปกป้องคุ้มครองพวกเราใส่ในโคมไฟแล้วปล่อยสู่ฝากฟ้าลอยไปถึงสวรรค์" จากนั้นภาพก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพท้องฟ้ายามราตรีที่มีโคมไฟลอยอยู่เต็มท้องฟ้า 

"เกิดเป็นเทศกาลลอยโคมดั่งในตอนนี้" แล้วฉากก็กลับเป็นสีขาว จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้น 

แปะ แปะ แปะ 

"เอาอีก เอาอีก!" เสียงผู้คนโห่ร้องด้วยความสนุกสนาน แต่เฟยหรงกลับขมวดคิ้วแน่น 

"เป็นอะไรไปหรือเฟยหรง" ซูมี่เอ่ยถามขึ้นเมื่อบรรยากาศของเฟยหรงเริ่มเปลี่ยนไป 

"...มีบางอย่างไม่ถูกต้อง..." เฟยหรงพึมพำเบาๆแล้วลุกขึ้นจากนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นแบบเดิม 

"ไปเที่ยวกันต่อเถอะ" เธอคลี่ยิ้มแล้วเดินนำคนทั้งหมดออกไป 

"นางเป็นอะไรไปน่ะ" จู่ๆก็อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนพวกเขาเดากันไม่ถูก หลังจากนั้นก็รีบตามเฟยหรงไปติดๆ 

หลังจากนั้นเฟยหรงและทุกคนก็เดินเที่ยวในเมืองกันต่อจึงถึงเวลาปล่อยโคมไฟ เธอซื้อโคมไฟและเขียนข้อความใส่ไว้ด้านในตามประเพณี จากนั้นก็ค่อยๆปล่อยมันสู่ฝากฟ้า 

"ท่านเขียนอะไรไปบ้างหรือ ข้าเขียนว่าขอให้สวรรค์ปกป้องเราตลอดไปละ" ต้าห่ายเอ่ยถาม 

"เขียน...แบบเดียวกับเจ้านั่นแหละ" เฟยหรงเอ่ยโกหกไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะหากใครรู้ว่านางเขียนด่าทอท่านเทพโชคชะตาฮุ่ยเหอที่เป็นผู้คุมชะตาของคนในโลกนี้ทั้งหมดด้วยความหมั่นไส้ละก็เป็นเรื่องแน่ๆ เมื่อทุกคนเที่ยวเสร็จก็พากันกลับจวนและแยกย้ายไปพักผ่อน 

เฟยหรงเดินไปที่เรือนของตนเองก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเงาคนด้านหน้าประตูทางเข้าห้อง 

"เจ้าไปเที่ยวมาทำไมไม่ชวนข้าบ้าง" เทียนหลงเอ่ยถามด้วยเสียงโกรธๆปนน้อยใจแล้วปรายตามองสัตว์อสูรทั้งสี่ที่เฟยหรงอุ้มอยู่ 

"ข้าเห็นเจ้าชอบนอนอยู่แต่ในจวนเลยนึกว่าไม่ไปด้วยซะอีก" เฟยหรงเอ่ยแซะ 

"เจ้านี่มัน!" เทียนหลงเอ่ย 

"แล้วนี่จะเข้าไปมิติหรือไม่" เฟยหรงเธอถามเทียนหลงจึงพยักหน้าเบาๆแล้วพากันเข้าไปในห้อง กุ้ยจือที่บังเอิญผ่านมาก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่นึกว่าคุณหนูของตนเองก็พาผู้ชายเข้าไปในห้องนอน หากมีใครรู้เข้าคงไม่ดีแน่ๆ เขาเลยปิดเป็นความลับไม่ให้ใครรู้เด็ดขาด 

ความคิดเห็น