star_ss

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.25 พิสูจน์ความเป็นพ่อ【ทิว❤มิน】

ชื่อตอน : EP.25 พิสูจน์ความเป็นพ่อ【ทิว❤มิน】

คำค้น : EP.25 ทิวมิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2561 21:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.25 พิสูจน์ความเป็นพ่อ【ทิว❤มิน】
แบบอักษร

​Update on 20.06.2018


【EP.25 ​พิสูจน์ความเป็นพ่อ​​】​



ทำไมเหงื่อกูออกเยอะขนาดนี้วะเนี้ยะ กูมั่นใจว่ากูไม่ใช่พ่อมึงแน่ๆ มึงไม่ต้องนอนยิ้มดีใจขนาดนั้นก็ได้ไหม! จากที่กูแม่งโคตรมั่นใจพอกูเห็นหน้ามึงทีไรความมั่นใจกูหายไปเลย ห่า!! นี่กูจะตื่นเต้นอะไรขนาดนี้วะเนี้ยะ สติทิวสติ มึงต้องตั้งสติดีๆ ไอ้ทิวเอ้ย!! 



"เป็นอะไรทิว?" มินถามขึ้นระหว่างเรากำลังนั่งรอไอ้หมอในห้องตรวจ 


"กูตื่นเต้นนิดหน่อยวะ" ผมตอบตามความจริง 


"หึ! ตื่นเต้นที่จะได้เป็นพ่อคนรึไง"  


"มินมึงอย่าพูดแบบนี้ได้ไหมวะ พูดเหมือนมึงไม่เชื่อใจกูเลยนะ" 


"ทำไมกูจะไม่เชื่อใจมึงวะทิว กูก็มีเรื่องให้กังวลไม่ต่างจากมึงหรอกนะเว้ย!"




แกร็ก... 




"เฮ้ยๆ ทะเลาะอะไรกันอีกวะ เสียงดังไปถึงข้างนอกแล้ว" 



"มึงไปไหนมาวะ?"  




ผมเปลี่ยนประเด็นหันไปถามไอ้หมอแทน ไม่อยากทะเลาะกับมันว่ะ แค่นี้กูก็เหนื่อยก็เครียดมากพอแล้วไม่อยากทะเลาะกับมันให้เหนื่อยเพิ่มไปอีก 




"ไปเตรียมเรื่องตรวจให้มึงนั่นแหละ เอานี่กรอกข้อมูลแล้วเซ็นชื่อในเอกสารซะ" 



"เอกสารอะไรวะ?" ผมยื่นมือไปรับเอกสารจากไอ้หมอ 



"กรอกๆ ไปเถอะน่า มันเป็นข้อมูลสุขภาพที่ต้องใช้เป็นข้อมูลในการตรวจ DNA ของมึงนั่นแหละ" ผมมองหน้าไอ้หมอ มันแอบขำผม ไอ้เพื่อนเลว!! 



"ไม่มีอะไรมาก มึงกรอกไปเถอะ กูเพื่อนมึงนะมึงไม่เชื่อใจกูเหรอวะ" 



"เออๆ กรอกก็ได้วะ"  



"พี่เนย์ช่วยตรวจสมองไอ้เด็กนี่ด้วยได้ไหมครับ"  



"ห๊ะ! ตรวจสมอง ตรวจทำไมเหรอมิน?" 



"เมื่อคืนมันคลานออกจากที่นอน หัวมันกระแทกขาโต๊ะทำงานอ่ะพี่ ไม่รู้จะเป็นไรมากป่าว"  



"ฮ่าๆๆ ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ พี่ว่าไม่ต้องถึงขั้นตรวจสมองก็ได้มั้ง ไหนขยับรถเข็นมาใกล้ๆ พี่ซิ" 




ผมนั่งกรอกเอกสารไปมองไอ้หมอตรวจไอ้เด็กนั่นไป มินก็นั่งมองไอ้หมอตรวจอย่างไม่ละสายตาเหมือนกัน 




"ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงขนาดนั้นหรอกมิน แค่มีรอยแดงนิดเองคิดมากนะเรา หึหึ" 



"เมื่อคืนผมเอาน้ำแข็งประคบให้มันครับ มันจะไม่เป็นอะไรจริงๆ เหรอพี่?" 



"จากที่พี่ตรวจให้ก็ไม่เห็นมีอะไรที่ผิดปกตินะ" 



"อ่อครับ" มินตอบแล้วมองไปที่ไอ้เด็กน้อย 



"ตอบเหมือนไม่เชื่อพี่เลยนะมิน หึหึ" 



"ป่าวๆ เชื่อครับ ถ้าพี่ว่ามันไม่เป็นอะไรมากผมก็เชื่อ" 



"ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก" 



"ป่าวนะพี่ ผมแค่เป็นห่วงมันนิดเดียวเอง มันยังเด็กมากกก็แค่นั้น" 



"ไอ้หมอบอกไม่เป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไรน่ามิน ดูหน้ามันดิยิ้มร่าขนาดนั้นไม่รู้อารมณ์ดีอะไรหนักหนา" 



"อืม... ก็จริงอย่างที่มึงพูด"  



"ไอ้ทิวมึงกรอกเสร็จรึยังวะ นั่งมองอยู่ได้รีบๆ กรอกเข้าจะได้เริ่มตรวจ" 



"เออๆ กูก็รีบกรอกอยู่นี่ไง!" 




ก๊อก~~ 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น  



"เข้ามาได้ครับ"  



"คุณหมอคะ เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยตามที่คุณหมอสั่งแล้วค่ะ" 



"ขอบคุณมาก งั้นเดี๋ยวเริ่มกันเลยแล้วกัน" 



"ทิวมึงตามกูไปที่ห้องตรวจอีกห้อง คุณพยาบาลรบกวนเข็นหนูน้อยคนนี้ตามผมไปที่ห้องตรวจด้วยนะครับ" 



"ได้ค่ะคุณหมอ" เธอเดินตรงเข้ามาทำตามไอ้หมอสั่งทันที 



"พี่หมอแล้วผมอ่ะ ผมไปด้วยได้ไหม?"  



"มินนั่งรอที่นี่นั่นแหละพี่ไม่ได้พาไอ้ทิวกับเด็กไปเฉือดซะหน่อยกลัวอะไร หึหึ" 



"แต่ผมอยากไปด้วยนิ"  



"มินมึงรอที่นี่ก็แหละไม่นานเดี๋ยวกูก็กลับมาใช่ไหมวะไอ้หมอ"  



"อืม..." ไอ้หมอพยักหน้าตอบ 



"รีบมาล่ะ" มันหันมาสั่งผม 



"หึหึ เดี๋ยวกูรีบสุดๆ ให้เลย" ผมตอบขำๆ มินหันไปมองที่ไอ้เด็กน้อย  



"ไม่ต้องกลัวนะ ไม่เจ็บมาหรอก" มินลูบหัวมันเบาๆ 



"ปลอบกูมั่งดิ" ผมแกล้งพูดหยอก 



"หนังหนาขนาดนี้ไม่รู้สึกหรอกมั้ง" 



"ไปๆ อย่าร่ำลากันนานกูมีคิวตรวจคนไข้เยอะ" 




ผมถูกไอ้หมอลากออกมาจากห้องโดยมีพยาบาลเข็นไอ้เด็กน้อยนั้นตามมา ผมถูกแยกไปตรวจคนละห้องครับ ผมถูกตรวจโดยการป้ายเนื้อเยื่อด้านในกระพุ้งแก้มด้วยก้านไม้พันสำลี ไอ้หมอบอกว่าการตรวจจะไม่มีเลือดและไม่รู้สึกเจ็บซึ่งการตรวจสำหรับเด็กก็ทำในแบบเดียวกันกับผู้ใหญ่ผมเลยไม่ค่อยเป็นห่วงว่ามันจะเจ็บตัว 




หลังจากไอ้หมอจัดการเก็บตัวอย่างจากผมเสร็จผมก็ถูกไล่กลับไปที่ห้องตรวจของมัน ส่วนไอ้หมอย้ายไปห้องตรวจอีกห้อง ตอนแรกผมจะขอตามมันไปด้วยแต่โดยไอ้หมอไล่ออกมา มันบอกว่าผมเข้าไปด้วยก็เกะกะขวางทางผมเลยเดินกลับมาที่ห้องที่มินอยู่ 




"อ้าว! ทำไมกลับมาคนเดียวอ่ะ"  



"ไอ้หมอไล่มา มันไปตรวจไอ้เด็กคนนั้นอยู่คงอีกสักพักกว่าจะเสร็จ" 



"อืม... แล้วมึงเป็นไงบ้าง?" 



"ก็ปกติดี กูโอเค" ผมตอบ  




บทมันจะดีก็ดีจนผมใจหายตั้งตัวไม่ทัน เมียกูเป็นไบโพลาร์ป่าววะ ผมกับมินนั่งรอไอ้หมอที่ห้องตรวจ เวลาผ่านไปประมาณเกือบชั่วโมงไอ้หมอก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมพยาบาลสาวที่เข็นรถเด็กตามหลังมาติดๆ 




"เสร็จแล้วเหรอวะ ทำไมมึงตรวจมันนานกว่าตรวจกูวะ" 



"กูตรวจหลายอย่าง มึงกับครอบครัวมึงกลับไปได้ล่ะ ผลตรวจรอ 3-7 วัน เดี๋ยวผลตรวจออกมาแล้วกูจะโทรบอก" 



"ทำไมนานจังวะ"  



"ตามระบบไอ้ควาย! รอนิดรอหน่อยไม่ตายหรอกเดี๋ยวกูจัดการให้น่า" 



"เออๆ กูแค่สงสัยไม่ได้เหรอวะ งั้นกูพามินกลับก่อนแล้วกันเดี๋ยวต้องพามินกลับบ้านไปหาแม่มันด้วย" 




ตุบ!! 




"แม่มันๆ แม่กูเรียกดีๆ ดิ" 



"คร๊าบๆ แม่ยาย แม่เมีย แม่ที่รักของกูก็ได้อ่ะ" 




ตุบ!! 




"กวนตีน!!" 



"ฮ่าๆ พวกมึงนี่ชอบใช้กำลังกันจังวะ อย่าลืมว่ามีเด็กมองอยู่อีกคน งดใช้กำลังต่อหน้าเด็กเว้ย" 



"อ้าว! มันร้องไห้ด้วยเหรอพี่หมอ"  



"อ่อ นิดหน่อยน่ะ พี่ต้องเจาะเลือดไปตรวจเพิ่ม ร้องไห้แค่แป๊ปเดี๋ยวเท่านั้นแหละมิน พอเจอพยาบาลพี่โอ๋เข้าไปเงียบกริบเลยว่ะ นิสัยเหมือนใครก็ไม่รู้เนอะ เจอสาวเอาใจนี่หยุดงอแงไปเลย หึหึ" มินหันควับมามองที่ผม 



"เฮ้ยๆ ไอ้หมอไอ้สัส!! บ้านกูไฟไหม้แล้วไอ้เหี้ย"  



"เออใช่ ที่ผิวเด็กเกินอาการแพ้นิดหน่อยนะ" 



"แพ้!! แพ้อะไรพี่?" มินถาม 



"เมื่อคืนเราอาบน้ำหรือเช็ดตัวให้เด็ก?" 



"อาบน้ำ!" ผมสองคนตอบพร้อมกัน 



"หึ แล้วใช้อะไรอาบ?" ไอ้หมอถามต่อ 



"ครีมอาบน้ำครับ" มินรีบตอบทันที 



"เออ! มึงนี่ก็ถามแปลกๆ อาบน้ำก็ต้องใช้ครีมอาบน้ำดิวะ"  



"อ้าว! กูถามเนี้ยะเพราะกูอยากรู้สาเหตุไง กูเป็นหมอนะเว้ย ถึงจะไม่ใช่หมอเด็กโดยตรงก็เถอะ" ไอ้หมอโวยวาย 



"ทิวเงียบก่อนดิ!" มินหันมาว๊ากผม 



"ไรวะ กูก็แค่ตอบแล้วสงสัยนิดหน่อยเอง" 



"แล้วไงครับพี่หมอ สรุปมันแพ้อะไร?" 



"แล้วเราใช้ครีมอาบน้ำอะไรอาบให้ล่ะ?" 



"ยี่ห้อไรวะทิว ของญี่ปุ่นใช่ป่ะ ที่ผสมน้ำนมอ่ะ?" มินหันมาถามผม 



"เออๆ ใช่ๆ สูตรอ่อนโยนต่อผิว กูอ่านแล้วอ่อนโยนเชื่อถือได้" ผมรีบตอบทันที 



"ไอ้ห่า!! กูไม่คิดว่าจะมีเพื่อนโง่ขนาดนี้ มึงควายป่าววะไอ้ทิว ครีมอาบน้ำเด็กยังซื้อไม่เป็นเลย"  




ควับ!! 

สายตาอันโหดร้ายมองมาที่ผมทันที 



"กูทำผิดอะไรไปรึป่าว"  



"ผิด!!" ไอ้หมอกับมินพูดขึ้นพร้อมกัน 



"อ้าว! ก็กูอ่านแล้วมันสูตรอ่อนโยนนะเว้ย สูตรอ่อนโยนเด็กก็ต้องใช้ได้ดิ" 



"กูล่ะปวดใจ" ไอ้หมอพูดก่อนจะถอนหายใจเบาๆ 



"มึงไม่ซื้อของเด็กกโดยเเฉพาะมาเหรอทิว?" มินหันมาถามผม 



"กูอ่านแล้วจริงๆ แต่ไม่ได้อ่านว่าของเด็กหรือของผู้ใหญ่ไง ก็มันสูตรอ่อนโยนมันก็น่าจะใช้ได้นี่หว่า" 



"มึงเนี้ยะน้า... กูไม่น่าใช้มึงไปซื้อเล๊ย!"  



"เอาพอๆ พี่สรุปให้คร่าวๆ ว่าน่าจะเป็นเพราะครีมอาบน้ำนี่แหละ เพราะเพื่อนพี่มันตรวจดูให้แล้ว ไม่ต้องห่วงไม่เป็นอะไรมากหรอก พี่จัดยาให้แล้วเอาไปทาให้เด็กหลังอาบน้ำเช้ากับก่อนนอนเดี๋ยวก็หาย" 



"ขอบคุณครับพี่หมอ" 



"อืม.. ไม่เป็นไร แล้ววันหลังจะซื้อของใช้ให้เด็กอ่านดีๆ ก่อนล่ะ เลือกที่ใช้กับเด็กโดยเฉพาะจะได้ไม่มีปัญหา" 



"ครับ ต่อไปผมจะไม่ปล่อยให้พี่มันไปซื้อของคนเดียวอีกแล้ว ไว้ใจไม่ได้จริงๆ เฮ้ออ..." 



"อ้าว!! เมื่อคืนมึงก็อาบน้ำให้มันกับกูนะมิน ความผิดหารสองดิ!!" 



"หุบปาก!! มึงเป็นคนซื้อมา" 



"เฮ้ออ... กูล่ะปวดหัวกับบ้านนี้จริงๆ กลับบ้านกลับช่องกันไปได้แล้ว ผลตรวจออกเมื่อไหร่ก็จะโทรหา ไป!!"  



"เออ! ขอบใจมึงมาก ไว้กูทำธุระเสร็จจะโทรหา" 



"อืมๆ ไปเถอะ ไปดูแลลูกกับเมียมึงให้ดีๆ ล่ะกัน" 



"ไอ้สัสหมอ!!"  



ขอด่าส่งท้ายทีเถอะ แม่ง!! อวยพรกูแต่ละอย่าง ตุบ!!! 



"เลิกโวยวายได้แล้ว กลับบ้าน!!" 



ฝ่ามือฟาดลงที่หลังผมอย่างแรง แม่ง!! น้ำตากูจะไหล สาดดดด 



"ขอบคุณมากครับพี่หมอ งั้นพวกผมขอตัวกลับเลยนะครับ" 



"อืม... กลับกันดีๆ อย่าตีกันกลางทางอีกล่ะ หึหึ" 



"โอ๊ยยย... มินอย่าหยิกกู!!"








ตอนนี้ผมกำลังขับรถพามินไปหาแม่ยายผมที่บ้าน วันนี้เราสองคนจะเข้าไปปรึกษาแม่มินโดยที่มินมันเป็นคนจัดการและเล่าทุกอย่างให้แม่มันฟังเรียบร้อย มินบอกว่าไปหาแม่มันก่อนเพราะแม่มันรู้เรื่องนี้แล้ว ส่วนแม่กับพ่อผมจะเป็นรายต่อไปแต่มินบอกขอให้รู้ข้อมูลมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยหาเวลาไปคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ผมอีกที หึ! แต่เชื่อเถอะแม่มินรู้มีรึแม่ผมจะไม่รู้ มันเป็นไปไม่ได้!!




"ทำอะไรมิน?" มินเงยหน้าขึ้นมามองผมหลังจากก้มๆ เงยๆ มองไอ้เด็กอ้วนตั้งแต่ขึ้นรถแล้วครับ 



"ผิวมันแดงๆ จริงด้วยทิว มันจะคันป่าววะ?" 



"ไม่รู้ดิ คงคันมั้ง" ผมตอบ 



"อืม... กูก็คิดว่ามันคงคันนั่นแหละแดงขนาดนี้ แต่ทำไมมันไม่ร้องเลยวะทิว" 



"อ้าว! กูจะรู้ไหมเนี้ยะว่าทำไมมันไม่ร้อง มึงลองถามมันดูดิ มันนอนมองหน้ามึงอยู่นิ ถามเลยๆ กูก็อยากรู้เหมือนกัน หึหึ" 



"ไอ้บ้า!! มันยังพูดไม่ได้เหอะ" 



"อ้าวเหรอ ฮ่าๆๆ กูนึกว่ามึงจะคุยกับมันรู้เรื่อง" 



"ถ้ากูคุยกับมันรู้เรื่องกูคงถามไปล่ะว่าแม่มันชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน แล้วมึงอ่ะใช่พ่อมันจริงๆ รึป่าว หึ!!" 



อร๊ากกกก!!! กูไม่น่าเล่นมันเลย โดนกลับทีหน้ามืดเลยกู สาดดดด 



"&$#*)@%-&=$#-=$" 



"มันพูดอะไรวะทิว กูฟังไม่รู้เรื่องว่ะ"  



"กูจะรู้ไหม คงไม่มีอะไรหรอกน่ามันคงอยากคุยเล่นกับมึงนั่นแหละ ดูหน้ามันดิออกจะเบิกบานใจขนาดนั้น"  




มินเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยไอ้เด็กอ้วนก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเหมือนได้รับการตอบรับที่ดีกับประโยคอ้อแอ้ที่มันพยายามส่งเสียงออกมา 



"มันเป็นเด็กอารมณ์ดีเนอะมึงว่าไหมทิว?"  



"อืม.. คงงั้นมั้ง" 



"แล้วทำไมแม่มันถึงเอามาทิ้งแบบนี้วะ" สีหน้ามินดูเศร้าๆ  



"เขาอาจมีเรื่องจำเป็นอะไรที่เราไม่รู้ก็ได้"  



"แม่เขาอาจจะเลี้ยงไม่ไหวเลยเอามาให้มึงเลี้ยงแทนใช่ไหมวะ?" 



"เฮ้ย!! ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งสรุปว่ากูเป็นพ่อมันดิวะ" มินหันมามองหน้าผมสามวิแล้วถอนหายในเฮื้อกใหญ่




ไอ้เด็กอ้วนดูดขวดนมอยู่บนตักมินสักพักก็หลับคล่อกคอหักไปเลย แดกเก่งหลับง่ายไม่งอแงดีเว้ย มินเองก็ได้แต่นั่งใจลอยมองวิวกรุงเทพฯ ไปตลอดทาง ผมใช้เวลาขับรถมาถึงบ้านแม่มินก็เย็นพอดี พอมาถึงบ้านแม่มินก็ออกมายืนรอรับเราสามคน แม่บ้านก็ช่วยกันขนของลงจากรถ 




"แม่สวัสดีครับ" 



ผมกับมินยกมือไหว้ทักทายแม่พร้อมกัน 



"สวัสดีจ๊ะลูกชาย ไหนๆ แม่ขอดูหน้าลูกตาทิวหน่อย" 



"โหหห... แม่ครับ เดี๋ยวมินก็เข้าใจผมผิดไปอีก" 



"คริคริ แม่ล้อเล่นจ้า มาๆ แม่ขออุ้มหน่อย" 




เด็กน้อยตาปรือเพราะเพิ่งตื่นนอน พอมินขยับตัวลงจากรถมันก็ลืมตาพอดี รู้เวลารู้งานดีจริงๆ  




"ตายแล้ว!!! ทำไมน่าเอ็นดูแบบนี้ล่ะ โตขึ้นมาต้องหล่อแน่เลย"  



"ผมขอขึ้นห้องก่อนนะ ฝากแม่ดูด้วยแล้วกัน"  



"อ้าว ไม่หิวข้าวเหรอลูก?" 



"ไม่อ่ะ ผมเหนื่อยมากกว่า" 



"งั้นมินขึ้นไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน เดี๋ยวแม่ช่วยดูเด็กน้อยอวบอ้วนคนนี้ให้จ๊ะ ต๊าย!! ทำไมแก้มน่าหยิกแบบนี้เนี้ยะ น่ารักเหมือนตามินตอนเด็กๆ เลยนะเรา"  




แม่ยายผมยังคงตื่นเต้นกับไอ้เด็กอ้วนไม่หยุด แม่คร๊าบ... ช่วยดูหน้าลูกชายกับลูกเขยแม่ด้วยคร๊าบ 




"แม่ครับผมฝากด้วยนะครับ เดี๋ยวผมไปดูมินก่อน" 



"ทำไมเหรอ น้องงอนอะไรเรารึป่าว?" 




ผมได้แต่ยิ้มแหยะๆ ให้แม่มิน โถ!! แม่ไม่น่าถามเลย หลักฐานอยู่ในมือแม่ชัดๆ  




"ป่าวครับ เราไม่ได้ทะเลาะกันครับแต่ผมไม่อยากปล่อยให้มินอยู่คนเดียว" 



"อ่อๆ งั้นรีบตามน้องไปเถอะ เดี๋ยวแม่ดูแลเด็กน้อยให้จ๊ะ" 



"ครับๆ ขอบคุณมากครับแม่" 




ผมรีบเดินตามมินเข้าไปในบ้าน พ่อมินชี้ส่งสัญญาณให้ผมว่ามินขึ้นไปข้างบนแล้ว ผมยกมือไหว้พ่อตาก่อนจะรีบเดินด้วยความไวตามที่รักขึ้นไปบนห้องนอน




ผมเดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องนอนของมิน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป มินนอนอยู่บนที่นอนหันหลังให้ประตู แอร์มันก็ไม่เปิด ผมล็อคประตูห้องเสร็จก็กดเปิดแอร์ให้มันก่อนเดี๋ยวกก็บ่นร้อนอีก มินหันมามองผมก่อนจะหันกลับไปนอนในท่าเดิม




ผมเดินไปหยุดยืนที่ข้างเตียงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้มินไว้ครึ่งตัว  




"ทำไมไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่อยนอน" 



"ขี้เกียจ ง่วง!" 



"ไปโรงพยาบาลมาเชื้อโรคมันเยอะ ไปอาบน้ำก่อนไปค่อยมานอน"






"มิน" 



"อืม... รู้แล้ว"  



มันหงุดหงิดนิดๆ ครับแต่มันก็ลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวในตู้แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำตามที่ผมบอก 




เฮ้อ... กูควรจะทำยังไง




ตอนนี้ผมลืมเรื่องเครียดๆ ของตัวเองไปเลยเพราะผมเป็นห่วงความรู้สึกมินมากกว่า สถานการณ์ตอนนี้มันคงคิดมากไม่ต่างจากผม เฮ้อ... ผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย รู้สึกตัวอีกทีผ้าเช็ดตัวก็วางอยู่บนตักผม 




"ไปอาบน้ำดิ" พูดจบมินก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วรื้นหาเสื้อผ้ามาใส่ ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมผ้าเช็ดตัวที่มินเอามาให้ 




น้ำอุ่นๆ ที่กำลังกระทบลงตัวผมทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายได้บ้างเล็กน้อย แต่ในหัวก็ยังคิดเรื่องที่ทำให้มินเสียใจอยู่ตลอดเวลา มันรู้สึกแย่ฉิบหายแต่ผมก็พยายามหาทางออกอย่างดีที่สุด ถ้าเรื่องนี้มันจบเร็วๆ ก็คงจะดี ผมไม่ชอบความรู้สึกตอนนี้เลยว่ะ








มินนอนไม่ยอมห่มผ้าอีกแล้ว ผมเดินไปห่มผ้าให้มันก่อนจะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า มินเตรียมเสื้อยืดกับกางเกงขายาวเอวยืดไว้ให้ผม เป็นชุดที่ผมชอบหยิบของมันมาใส่ ตอนแรกใส่เสื้อผ้ามันก็ตลกดี กางเกงขายาวแต่ผมใส่เป็นกางเกงขาลอยนิดๆ เสื้อตอนที่ใส่แรกๆ เหมือนคนเล่นกร้ามใส่เสื้อเด็กแต่เดี๋ยวนี้เหมือนเสื้อยาจกซะมากกว่าเพราะยืดจนย้วยไปทั้งตัว หึหึ







ฟอดดด... 




"เป็นอะไร หื้อ? ไหนบอกง่วงทำไมยังไม่นอนอีก"  




… 




ผมรวบตัวมินเข้ามากอด มินพลิกตัวหันหน้าเข้าหาผมแล้วมองผมโดยที่ไม่ได้พูดอะไร 




"เป็นอะไร?"  



"ป่าว กูแค่รู้สึกเหนื่อย"  



"เหนื่อยก็เลิกคิด" ผมใช้มือลูบที่แก้มมินเบาๆ 



"ดูท่าทางแม่กูจะชอบมันเนอะมึงว่าไหม?"  ผมขมวดคิ้วแน่น 



"หมายถึงใคร ไอ้เด็กอ้วนนั่นนะเหรอ?" 



"อืม" มินตอบเสียงเบา 



"คงชอบมั้ง" ผมตอบ 



"แล้วมึงคิดว่าแม่กูชอบมันไหมล่ะ!" เริ่มขึ้นเสียงเว้ยเฮ้ย 



"มันก็น่าตาน่ารักดีนิ กูยังรู้สึกชอบมันเลย" 



"อืม... มันก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ เฮ้อออ..." มินถอนหายใจเฮื้อกใหญ่ 



"มึงเป็นอะไรกันแน่มิน คิดมากเรื่องอะไรอีกไหนพูดให้กูฟังซิ" 



… 



มันเงียบครับ ไม่ยอมตอบแถมยังมุดหน้าหนีผมอีก 



"มิน"  



"ป่าวไม่มีอะไร" 



"พูดมามิน ท่าทางมึงกับคำตอบมันตรงข้ามกัน" 



… 



"มิน"  




น้ำเสียงผมเริ่มจริงจังขึ้น มินเงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะถอนหายใจเบาๆ 




"มีอะไรพูดมา"  




มินทำหน้าไม่พอใจ แบบนี้แหละครับเวลาที่มันโดยผมบังคับให้พูดมันจะแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าชัดเจน  




"ถ้ามันเป็นลูกมึงจริงๆ มึงจะรักมันมากกว่ากูไหม?" มินพูดอย่างรวดเร็ว 




oO!!! 




"ห๊ะ!! มึงพูดว่าไงนะ" 




ที่จริงผมก็ฟังที่มันพูดชัดเจนทุกคำนั่นแหละครับ แต่แม่ง!! ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่ะ ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้จากปากมิน นี่มึงหึงหวงกูใช่ไหมที่รัก ว๊ากกก....  




"คือกู... เออ!! ช่างมันเถอะ คิดซะว่ากูไม่ได้พูดอะไรแล้วกัน!!" 




พรึ่บ!! 

แล้วมันก็พลิกตัวหนีผมทันที 




"หึหึ เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ กูฟังไม่ถนัดเลยว่ะ"  



"ขยับไปดิ ร้อน!!" มันใช้มือดันตัวผมออก 



"นี่อย่าบอกนะว่ามึงหวงกู หึหึ" 




พรึ่บ!! 

มินลุกขึ้นนั่งทำท่าขึงขังแล้วว๊ากผมทันที 




"หวงไร! คนอย่างมึงมีอะไรน่าหวง เพ้อเจ้อ!!"  



"เฮ้อ.. ก็นั่นดิ คนอย่างกูไม่มีอะไรให้หวงอยู่แล้วเนอะ ไอ้เด็กอ้วนนั่นมันก็น่ารักดี เลี้ยงก็ง่าย ถ้าผลตรวจออกมาแล้วมันไม่ได้เป็นลูกกูจะทิ้งมันไปก็น่าสงสาร เอ๊ะ!! หรือกูจะเลี้ยงมันไว้ดีวะ เฮ้อ... คิดหนักเหมือนกันนะเนี้ยะจะเอาไปคืนแม่มันก็เสียดาย" 



"มึง... ถ้ามันไม่ได้เป็นลูกมึงจริงๆ มึงจะเลี้ยงมันไว้จริงเหรอ?"  



"อืม... มึงคิดว่าไง มันน่ารักดีกูชอบ"  



มินหน้าเจื่อนทันที โอ๊ย!! ทำไมมึงน่ารักอย่างนี้วะที่รัก มึงหึงกูหวงกูเพราะเด็กเนี้ยะนะ  



"เรื่องของมึงเหอะ!!"  



"อ้าว!! อย่าเพิ่งหนีกันดิ มาช่วยกันคิดก่อนว่าจะเลี้ยงมันไว้ดีไหม หึหึ" 




หมับ!! 

ผมรวบตัวมินเข้ามากอด มันนอนนิ่งไม่ตอบโต้ จ้องตาผมเขม็งเลยว่ะ  




"หึหึ มึงหงุดหงิดอะไรกูเนี้ยะ หื้อ" 

ฟอดดด... 



"กูป่าวเหอะ! มึงจะเลี้ยงมันก็เรื่องของมึงไม่เกี่ยวกับกู" 



"อืม... กูว่าหน้าตามันน่ารัก เลี้ยงก็ง่าย ไม่งอแง ดูท่าทางแม่มึงก็ชอบมัน แม่กูเห็นก็คงชอบมึงว่าไหม?"  



ขอยั่วอีกนิดเถอะกำลังสนุกเลยว่ะ 



"เออ!! แล้วแต่มึง!! ปล่อยได้แล้วกูอึดอัด" 




ผมกลั่นขำแทบไม่ไหว อยากให้เห็นหน้ามันจริงๆ หน้าตาโมโหจัดๆ ปนน้อยใจ นานๆ ทีถึงจะแสดงอาการแบบนี้ มันน่ารักว่ะ ผมชอบ 




"ไม่เอาดิ กูอยากกอดมึง กอดหน่อยนะกอดหน่อย" 



"ไม่กอด กูอึดอัด!!" 



"อ่ะๆ ไม่กอดก็ได้ งั้นจูบกูหน่อยเร็ว"  ผมแกล้งยื่นปากไปใกล้ๆ มัน 



"ไม่จูบเว้ย!!" 



"น่านะจูบกูหน่อย เวลามึงจูบกูก่อนมึงโคตรน่ารักเลย" 




มินมันนิ่งไปเลยครับ จากที่ดิ้นๆ หนีผมไม่ยอมให้ผมกอดตอนนี้แม่งนิ่งไปเลย จุ๊บบบ... แล้วริมผีปากมันก็กระแทกเข้ากับริมผีปากผม 




"หึหึ กูบอกว่าจูบไม่ใช่จุ๊บปากเหมือนเด็กๆ แบบนี้ไม่เอาดิ" มินทำหน้าไม่พอใจ ลมออกหูมึงแล้วที่รัก หึหึ 



"เร็ว! จูบปากอ่ะ เอาแบบหวานๆ เลยนะ จูบกัน จูบกูหน่อยนะๆ ที่รัก" 



ผมทำท่ายื่นปากเข้าไปใกล้มัน มินมันทำหน้าไม่พอใจสักเท่าไหร่แต่....




ริมฝีปากบางกำลังจูบลงเบาๆ ที่ริมฝีปากผมอย่างช้าๆ มินค่อยๆ กดจูบอย่างเอาใจ มันทำให้ผมรู้สึกอุ่นๆ ที่ใจอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกนุ่มนวลไปหมด ชอบจัง มินกดจูบย้ำๆ ก่อนจะกัดเบาๆ ที่ริมฝีปากของผม  




"อืมม..."  




ผมเผยปากออกเพื่อให้มินแทรกลิ้นเข้ามาแล้วผมก็เริ่มบทจูบในแบบของผม ลิ้นร้อนกวักไกว่ไร้ลิ้มชิมรสหวานจนทั่วโพรงปากนุ่ม เกี่ยวรัดกันไว้อย่างไม่มีหยุดพัก ไม่มีใครยอมใคร ผมตวัดลิ้นมินเกี่ยวรัดไว้แน่น เราสองคนจูบกันอย่างดูดดื่ม ผลัดกันจูบอยู่อย่างนั้นผมรุกมินรับเราต่างตอบสนองกันได้ดี 





มินพลิกตัวขึ้นคล่อมร่างผมไว้ ร่างกายของเราสองคนบดเบียดกันผ่านเสื้อผ้าเนื้อหนาแต่ผมกลับรู้สึกเร่าร้อนจนแทบไหม้ ร่างกายผมตื่นตัวไวมาก มินก็เช่นกัน ผมกดจูบย้ำๆ ก่อนจะถอนจูบออกเพราะเริ่มจะทนไม่ไหวแต่มินกลับไม่ยอม มินตามประกบปากผมอีกครั้งแล้วเริ่มจูบผมอย่างหื่นกระหาย มินจูบผมรุนแรงขึ้น เร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มทนต่ออารมณ์แบบนี้ต่อไปไม่ไหว ถึงร่างกายผมจะตอบรับทุกการกระทำของมินแต่ในใจผมกลับรู้สึกแปลกๆ ผมรู้สึกว่ามินพยายามมากไป 




พรึ่บ!! 




"แฮ่ก... ทำไมอ่ะ?" มินหอบหายใจเหนื่อย จ้องมองแล้วถามผมอย่างสงสัย 



"ไม่ชอบเหรอ? แฮ่กๆ"  



หมับ!! 



"ชอบดิ มึงไม่ต้องพยายามทำเพื่อกูขนาดนี้ก็ได้นะมิน แค่นี้กูก็รักมึงจะตายอยู่แล้วรู้ไหมหื้อ?"  

ฟอดดดด.... 




ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าในใจมินคิดอะไรอยู่บ้างแต่ผมอยากให้มินรู้สึกไม่สบายใจ ไม่อยากให้มินต้องเป็นกังวลว่าผมจะรักใครมากกว่ามัน เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะมินคือคนที่ผมรักที่สุด … มินใช้แขนทั้งสองข้างดันตัวเองขึ้นในท่าที่นอนคร่อมตัวผมอยู่ ภาพที่ผมเห็นตอนนี้ทำเอาผมอึ้งแดกไปเลย มินมันน้ำตาคลอ สายตามันจ้องมองมาที่ผม น้ำตาหนึ่งหยกตกลงกระทบแก้มของผม มินรีบเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วเสหน้ามองไปทางอื่น 




"มิน" 



"วันนี้พอแค่นี้เนอะ กูง่วงพอดีเลย" มินพลิกตัวลงไปนอนโดยที่ไม่พูดอะไรต่อ  



"มินเป็นอะไรหื้อ?" 



"นอนเถอะ กูเหนื่อยแล้ว" 




ผมรวบตัวมินเข้ามากอด มันพยายามไม่มองหน้าผมแต่ผมใช้มือจับที่ปลายคางของมันให้มันเงยหน้าขึ้น แล้วเราสองคนก็สบตากันอีกครั้ง 




"กูไม่เคยคิดจะรักใครมากกว่ามึงเลยนะมิน ต่อให้มีใครผ่านเข้ามาในชีวิตกูไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมึงก็จะเป็นคนที่กูรักที่สุด มึงคนเดียว" 



"อืม... กูเชื่อที่มึงพูด" มินตอบทั้งน้ำตา ริมฝีปากผมจูบซับน้ำตาให้มินคนที่ผมรักสุดหัวใจ ผมไม่อยากเห็นมันร้องไห้ เพราะเห็นน้ำตามันทีไรใจผมมันปวดเหมือนกำลังโดนบีบอย่างหนัก  



"กูรักมึงนะทิว" มินพูดเสียงสั่น 



"งั้นกอดกูแล้วบอกรักกูด้วยร่างกายของมึงได้ไหม?" 




ปากของผมพรมจูบทั่วใบหน้าของมินอย่างอ่อนโยน  




"ได้ซิ เพราะร่างกายของกูเป็นของมึงคนเดียว" 





ผมถูกมินบอกรักโดยใช้ร่างกายของเราทั้งสองคนสื่อสารกัน ร่างสองร่างสอดประสานกันไว้แน่น ทุกการกระทำตอบรับทุกความรู้สึก รักคือรัก รักที่ยิ่งกว่ารักและรักที่ไม่มีวันพรากจากเพราะผมจะดูแลรักนี้ของผมให้อยู่กับผมตลอดไป





TBC.

เขียนไปทำไมมันหน่วงๆ 5555 แล้วจบตอนคืออะไร โอ๊ยย... ขอโทษคร่าอารมณ์มันพาไปล้วนๆ เลย




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}