facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 24 : สิ่งหนึ่งดับเพื่ออีกสิ่งหนึ่งเกิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 : สิ่งหนึ่งดับเพื่ออีกสิ่งหนึ่งเกิด

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 151.3k

ความคิดเห็น : 104

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 : สิ่งหนึ่งดับเพื่ออีกสิ่งหนึ่งเกิด
แบบอักษร





     ในห้องฉุกเฉินวุ่นวายได้พักใหญ่ก็ได้ข้อวินิจฉัยสำหรับหญิงสาวที่ถูกเข็นเข้ามาเมื่อ 2 – 3 ชั่วโมงก่อน 

 เมื่อทุกอย่างทรงตัว  หมอและพยาบาลจึงออกมาหน้าห้องเพื่อแจ้งกับญาติที่มารอด้วยความเป็นห่วง

           “  เธอเป็นยังไงบ้างครับ  ”        อิทธิถามหมอด้วยความห่วงภรรยาของพี่ชาย               

          “  เชิญที่ห้องดีกว่าค่ะ  ”           

หมอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วผายมือไปทางขวามือเพื่อไปคุยกันที่ห้อง ตรวจ อิทธิจึงเดินตามหมอไปที่ห้อง

ประจำของหมอ  นั่งเก้าอี้ตรงหน้ารอฟังอย่างใจจดใจจ่อ                


          “  คุณแยมเธอเป็นอะไรเหรอครับ  ”       กาเบียลยืนอยู่ด้านหลังนายเป็นคนเอ่ยถามอีกครั้ง

         “  คุณแยมเธอมีภาวะครรภ์เป็นพิษค่ะ  อาการของเธอคือ ความดันสูงมาก ปวดศีรษะ  เวียนหัว 

อาเจียน  ตาพร่ามัว  มีรอยฟกช้ำตามเนื้อตัว  เท้าของเธอก็เริ่มบวมแล้วด้วย  อาการเหล่านี้บ่งบอกว่า

เธอครรภ์เป็นพิษค่ะ  ”       หมอค่อยๆพูดทำให้คนฟังอึ้งและนิ่งไปตามๆกัน

         “  แล้วจะรักษายังไงครับ  ”       กรรณเรียกสติแล้วถามหมอกลับไป                

        “  มันมี 3 ระดับนะคะ ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นอันตรายต่อตัวคุณแยมเองและลูก

ในท้องเป็นอย่างมาก  ”               

         “  ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยเนี่ย  ”        อิทธิบ่นออกมาเบาๆ                

        “  หมอจะให้เธอพักที่โรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดนะคะ  ”                

        “  ดูแลเธอให้ดีที่สุดนะครับ ค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่เราพร้อมจ่าย  ”   

กาเบียลกำชับและพูดแทนนายไปเพราะเห็นว่านายเริ่มเครียดและนั่งก้มหน้าไม่อยากจะพูดจะจาอะไรแล้ว

        “  ทางเราจะทำให้ดีที่สุดอยู่แล้วค่ะ  ”                

        “  งั้นเชิญไปทำเรื่องที่แผนกทะเบียนด้านขวามือนะคะ  ”      พยาบาลยื่นแฟ้มๆหนึ่งให้กับกรรณ

        ผมเดินลูบหน้าตัวเองออกมาจากห้องของหมอ  นั่งลงที่โซฟาแถวๆนั้น แล้วก็คิดว่า นี่มันเวรกรรมอะไร

 ของครอบครัวพี่ชายผม  เธอป่วยหนัก ผมดูแลเธอให้ดีที่สุดตามคำสัญญาจากพี่อัทไม่ได้ ทั้งๆที่รับปากพี่อัทไว้

 ผมมันน้องไม่เอาไหน มันเป็นเพียงคำขอเดียวจากเค้าแต่ผมก็ทำให้พี่ไม่ได้




          “  น้ำเย็นๆนะครับนาย  ”   กรรณยื่นน้ำแร่เย็นๆที่ซื้อมาใหม่ให้กับนายที่นั่งเครียดอยู่                 

         “  กูสังหรณ์ใจแปลกๆว่ะกรรณ  ”      อิทธิพูดพลางรับน้ำจากลูกน้องมาถือไว้                 

         “  อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดครับนาย อย่ากังวลไปเลย  ”                

         “  นายครับ...  ”    ลูกน้องคนหนึ่งเรียกคนเป็นนายแล้วเดินมาส่งโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้

 หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นเป็นข่าวลือว่าเฉลิมถูกฆ่าตายขณะเดินทางไปพม่าเมื่อคืน  เมื่อดูเสร็จก็ส่งต่อ

โทรศัพท์ให้กรรณได้จัดการพิสูจน์ว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวลือ จะได้รู้ชัดๆไปเลยว่าศัตรูหมายเลขหนึ่ง

ของตัวเองตายแล้วจริงๆ


         “  ถ้ามันตายก็ดี  รีบๆเช็ค  ”                  

        “  เบาครับนาย  ”         กรรณส่งเสียงเตือนเพราะกำลังนั่งอยู่ในโรงพยาบาลและเป็นที่สาธารณะ                  

        “  เสี้ยนหนามในชีวิตนายหมดไปแล้วนะครับ  ”      ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยปากคล้ายแสดงความยินดี                     

        “  รอมาโคโตะยืนยัน  จะได้รู้ว่าจริงหรือเท็จ  ”                  

        “  อือ  ”       อิทธิตอบกลับไปสั้นๆและกาเบียลก็เดินมาบอกว่าแยมเข้าไปพักตัวที่ห้องพิเศษ

เรียบร้อยแล้ว โดยให้พี่เลี้ยงย้ายมาเฝ้าอย่างใกล้ชิดเพื่อมีเหตุการณ์ไม่ดีจะได้เรียกพยาบาลได้ทัน                 

        “  เฮ้ย มึง 2 คนเฝ้าหน้าห้องแยมด้วย  ”   อิทธิหันไปสั่งลูกน้อง แล้วก็ลุกเดินเข้าไปในห้อง

        “  เนื้อตัวเธอฟกช้ำเพราะเป็นอาการของโรค ไหนจะอาเจียน ปวดหัว เวียนหน้า  มันไม่ได้เกี่ยว

อะไรกับคุณวีเลยนะครับนาย  ”         กรรณเดินมาอยู่ใกล้ๆนายแล้วตั้งใจพูดให้นายได้คิด

        “  จริงสิ ไอ้พวกนั้นซ้อมคุณวีหนักขนาดไหนเนี่ย  ”      กาเบียลอุทานขึ้นอย่างเป็นห่วง                  

        “  ช่างแม่ง  ”        อิทธิเอ่ยออกมา                  

        “  สงสารคุณวีนะครับ ”        ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นทำให้คนเป็นนายหันไปเกรี้ยวกราดใส่                  

        “  สงสารมาก  อยากโดนบ้างมั้ยฮะ  ”                  

       อิทธิถามเสียงดังจนลูกน้องก้มหัวกันไปหมด  จากนั้นก็ลุกเดินออกจากห้อง  เพื่อเดินทางกลับมา 

 ที่บ้านในช่วงเกือบ 6 โมงเย็น  และสั่งยกเลิกงานทั้งหมดของวันนี้ไป

         “  มาโคโตะโทรมาครับนาย  ”          กาเบียลโชว์หน้าจอโทรศัพท์แจ้งข่าวนาย                   

         “  กรรณ!  รับสาย  ”

      มือซ้ายมาเฟียรับสายตามคำสั่งของนายและสนทนากับนักฆ่าชาวญี่ปุ่นไปสักพักก็หันมาบอกกับนายว่า 

เฉลิม ศัตรูเบอร์ 1 ถูกฆ่าตายแล้วจริงๆ อิทธิจึงสั่งให้บอกกลับไปว่าจะโอนเงินส่วนที่เหลือให้พรุ่งนี้ 

แต่นักฆ่านั่นต่อรองขอภายในวันนี้ อิทธิจึงสั่งให้บอกกลับไปอีกครั้งว่าเที่ยงคืนเป็นคำขาด ซึ่งฝั่งนั้นก็ยินยอม

.



      อิทธิไม่กินข้าวในมื้อเย็นเดินขึ้นมาที่ห้องทำงาน  นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกาเบียลเข้ามาที่ห้อง

บอกว่าเฉลิมตายแล้วจริงๆที่ชายแดนพม่า  พร้อมมือขวาของมัน เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการจากราชการ

        “  กาเบียลคุณไปจัดการโอนเงินให้มาโคโตะซะ  ”                   

        “  ครับนาย  ”                  

        “  เดี๋ยว...บอกใครก็ได้ เอากาแฟมาให้ด้วย  ”

       ไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป  ข่าวก็ได้ออกหลายช่องทางถึงการตายของเจ้าของธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์

อันดับต้นๆ  แถมยังเป็นผู้ค้ายารายใหญ่อีกด้วย  โดยเนื้อข่าวเขียนว่าถูกฆ่าปิดปากพร้อมลูกน้องคนสนิท

และถูกไฟคอกตายคารถระหว่างนั่งไปประเทศเพื่อนบ้าน

      “  ไม่มีใครสงสัยว่านายเป็นคนจ้างฆ่าแน่ เพราะตำรวจคิดว่าเป็นเพราะผู้ค้ายาด้วยกันปิดปากมัน  

ที่โดนตำรวจทะลายการส่งยาอยู่หลายครั้ง   ”              กาเบียลหันมาบอกนายที่นั่งมองหน้าจอไอแพดอยู่                   

       “  เสียดาย ที่ผมไม่ได้ฆ่ามันเองกับมือ ”                   

      “  อย่าให้เลือดของมันมาสกปรกตาของนายเลยครับ ใครฆ่าสุดท้ายเฉลิมก็ตายอยู่ดี ”  กรรณยิ้ม                  

      “  อืม...พรุ่งนี้จะไปสุสาน  เตรียมของไว้ให้ด้วย       ”                     .

      “  ครับนาย  ”

        ผมลุกเดินออกจากห้องทำงาน  มุ่งไปที่ห้องนอนตัวเองอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วก็เดินไปเปิดทีวีดู      

 ใจผมตอนนี้อยากรู้ว่าวีเป็นยังไงบ้าง  แต่ก็หักห้ามใจไม่ลงไปดูเค้า  ผมยอมรับว่าวู่วามสั่งซ้อมเค้าไป 

  โดยไม่คิดอะไรให้ดีก่อน  แต่ไม่ได้!!  ผมจะต้องไม่คิดถึงวี  เค้าจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของเค้า ผมเดินวนอยู่ 

ในห้องนอนแล้วทิ้งตัวลงที่เตียงนอนพลิกไปมาแต่ก็หลับไม่ลงสักที หยิบโทรศัพท์มาดูเวลาก็เที่ยงคืนแล้ว

 ผมเลยตัดสินใจลุกแล้วเดินลงมาที่ครัวด้านล่างหาอะไรดื่มหน่อยเผื่อจะได้นอนหลับ



          “  ใคร??  ”    

ผมถามเมื่อเห็นเงาขยับๆในครัว เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ ผมจึงเดินเข้าไปเปิดไฟ ก็เห็นว่าเป็นวีที่ยืนถือ

กระบอกยาพาราอยู่ในมือ  มองผมอยู่เช่นกัน

          “  กูถามแล้วทำไมไม่ตอบ  ”                     

          “  ครับ  ”

       ผมเห็นวีในสภาพปากและคิ้วแตก  หน้าและเนื้อตัวมันฟกช้ำจนเห็นได้ชัด  มันทำให้ผมพูดไม่ออกเลย

อยากจะเข้าไปกอด  ถามเค้าว่าเจ็บมากมั้ย  อยากทายาและป้อนข้าวป้อนน้ำให้ด้วยซ้ำ แต่ต้องห้ามใจไว้


           “  แล้วทำไมไม่เปิดไฟ  ”                             


           “  ผะ..ผมจะไปแล้วครับ  ”                     


           “  เดี๋ยว!!  ”     


         วีหันกลับมาทางนายอีกครั้งแล้วจู่ๆก็มีเสียงเท้าคนวิ่งอยู่ในบ้านทำเอาอิทธิรีบหันหลังแล้วเดินออกไป

ดูอย่างเร็วกลัวว่าจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นที่บ้านของตนอีก  แต่ก็เป็นกรรณที่วิ่งเหนื่อยหอบเข้ามาหา

          “  รีบไปโรงพยาบาลเถอะครับ  ”             แฮ่กๆๆ                     

          “  แยมเป็นอะไร?  ”                     

         “  รถพร้อมแล้วครับ  ”      ลูกน้องวิ่งเข้ามาแจ้งความเรียบร้อย                     

         “  นายให้คุณวีไปด้วยนะครับ  พยาบาลบอกว่าคุณแยมเรียกหาแต่คุณวี  ”

        มาเฟียหนุ่มพยักหน้าเป็นการอนุญาตและรีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดเช่นเดียวกันกับวีจากนั้นก็รีบออกมา

ขึ้นรถออกไปโรงพยาบาลในทันที  พอไปถึงก็รีบเข้าไปที่ห้องพักฟื้นของแยม ซึ่งมีเครื่องช่วยหายใจและ

สายอะไรห้อยเต็มไปหมด  แยมเองนอนลืมตาน้อยๆมองมาทางอิทธิและวีอย่างสิ้นเรี่ยวแรง                    



          “  วะ...วี  ”      หญิงสาวส่งเสียงแหบพร่าเรียก                    

          “  ครับคุณแยม  ”         วีเดินเข้าไปจับมือเธอมากุมไว้ 

          “  คนไข้มีอาการชักเกร็ง ไป 2 ครั้งแล้ว  ค่า GFR ของคนไข้ตอนนี้ต่ำมากเสี่ยงต่อการไตวาย

ซึ่งอันตรายต่อเด็กในท้อง  คือ...หมออาจต้องให้คุณเลือกนะคะว่าจะรักษาชีวิตของคุณแม่หรือเด็กในท้องไว้ ”                  

         “  อะ...อะไรนะ??  ”    อิทธิอุทานออกมาเสียงดังแล้วจ้องไปที่หมอจนกาเบียลยกมือแตะ

ที่หลังของนายเบาๆ                  

        “  ก่อนที่จะต้องสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้ค่ะ  เพราะเราไม่สามารถรักษาชีวิตของทั้งแม่และลูก 

 ไว้ได้  อาการแทรกซ้อนตอนนี้หนักขึ้นเรื่อยๆแล้ว  ”           หมอพยายามอธิบายและชี้แจง                  

        “  ตอนนี้อายุครรภ์อยู่ที่ 30 สัปดาห์ค่ะ  ”                 

        “  ลูก...ยะ...แยมรักลูก  ”      วีจับมือแยมไว้หลวมๆให้กำลังใจเธออยู่ตลอดและเข้าใจด้วย 

 ว่าเธออยากให้ลูกมีชีวิตต่อ  เพราะเธอนั้นรักลูกของเธอมาก เธอส่งสายตาให้อิทธิแล้วพยักหน้าเบาๆ                 

       “  แยม  ผมให้คุณตัดสินใจ  ”      อิทธิเรียกและให้สิทธิแก่หญิงสาว                

       “  แยม...ให้สัญ..ญากับพี่อัทไว้  ว่า..จะรักและดู...แลลูกให้..ดีที่สุด แม้...แต่ชีวิต...ของแยม  

แยมก็...ให้เค้าได้  ให้ลูก..แยมได้มีชีวิตเถอะนะคะ  ”

         หญิงสาวน้ำตาไหลอาบแก้มเช่นเดียวกับวี  ที่สงสารเธอจนน้ำตาไหลเช่นกัน  ทุกคนต่างซาบซึ้ง

 ความรักของเธอที่มีต่อลูก พากันน้ำตาคลอกันไปหมดทุกคนรวมถึงอิทธิที่พยักหน้ากับสิ่งที่หญิงสาวเลือก


        “  นายเคารพในการตัดสินใจของคุณและคุณอัทเสมอครับ  ”                 

       “  ฝากลูกแยม...ด้วยนะคะคุณอิท  ”                 

       “  ไม่ต้องห่วง  ต่อไปนี้ เค้าคือลูกของผม  ”                 

       “  พวกเราจะดูแลลูกคุณเองนะครับ คุณแยม ”    

 กาเบียลพูดในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งเพื่อสร้าง ความมั่นใจให้กับหญิงสาว

       “  พยาบาลเตรียมห้องให้พร้อม เราต้องจัดการให้เร็วที่สุด ”                      

      “  ค่ะคุณหมอ  ”               

       “  เชิญพวกคุณนะคะ  อีก 10 นาทีจะมาย้ายคนไข้ค่ะ  ”   

หมอบอกเป็นประโยคสุดท้ายก่อน จะเดินออกจากห้องเพื่อไปเตรียมตัวในห้องผ่าตัด


        “  ผมนับถือจิตใจของคุณ  ”            วียังคงกุมมือแยมไว้แล้วพูดทั้งคราบน้ำตา               

        “  ระ...เราเจอกันช้าไป  วีเป็นคนดี  ”           หญิงสาวค่อยๆพูดแล้วยิ้มเล็กๆ                

        “   ผมขอโทษนะครับ ที่ดูแลคุณไม่ดี  ”              

        “  ไม่ใช่ความผิด..ของวีเลย  ฉันดื้อ..เอง ที่..ไม่เชื่อวี ฉัน...ดีใจ..ที่เจอวีนะ   

ขอ..ให้วี.. เจอคนที่..ดีและ..รักวีเร็วๆ  ขอบคุณนะ  ”                  

        “  ขออนุญาตครับ  ”     บุรุษพยาบาลเดินเข้ามาแล้วเข็นเตียงออกจากห้องไป                   

        “  คุณอิท...ฝาก...ลูกด้วย..นะคะ  ”            แยมเอ่ยคำสุดท้ายด้วยความอาลัย                   

        “  ผมสัญญาจะดูแลลูกคุณอย่างดี  ”

       ทุกคนยังคงอยู่หน้าห้องผ่าตัดไม่ไปไหน   และเมื่อผ่านไป 3 – 4 ชั่วโมงหมอก็ออกมาบอกว่า 

 เด็กปลอดภัยดี  แต่ต้องอยู่ในตู้อบเนื่องจากมีน้ำหนักตัวน้อย  ส่วนตัวแยมนั้นระหว่างการผ่าคลอดเด็ก 

 ก็ได้หัวใจวาย  มีเลือดออกทั้งทางจมูกและหู หมดลมหายใจไปในที่สุด  ถือว่าเป็นการดับของสิ่งหนึ่ง 

 เพื่อให้อีกสิ่งได้เกิดขึ้นมาใหม่



        “  เข้าไปดูเด็กเถอะครับนาย  เรื่องคุณแยมผมจัดการเอง  ”                   

        “  ฝากทีนะ ”

          มาเฟียหนุ่มเดินไปที่หน้าห้องที่มีเด็กทารกแรกเกิดจำนวนมากนอนอยู่เต็มไปหมด นอกจากพยาบาลและหมอ

  ไม่มีใครเข้าไปได้ถ้าไม่ได้รับการอนุญาตซึ่งมาเฟียเองก็ได้แต่มองลูกของพี่ชายตัวเองอยู่ด้านนอกกระจกเพียงเท่านั้น

          “  นายครับ!  กลับไปพักมั้ยครับ  ให้พี่กาเบียลตามไปทีหลังก็ได้  ”

          กรรณรู้ว่านายเครียดหนัก  เพราะแน่นิ่งไป จึงเสนอให้นายกลับไปพัก แต่นายยังคงยืนนิ่งมองเข้าไป 

 ในห้องกระจกตรงหน้าอย่างเดียวเลย  กรรณจึงหันไปมองวีที่ยืนอยู่ไม่ไกลตนเผื่อวีจะช่วยอะไรได้



        “ ไม่มีอะไรแน่นอนตายตัวไปตลอดหรอก  อะไรที่มันเสียไปก็เอากลับคืนมาไม่ได้ สู้ทำสิ่งใหม่

ให้มันดีกว่าเดิมดีกว่าครับ  เวลามันมีแต่วันพรุ่งนี้ มะรืน และก็เดือนหน้า  เรากลับไปเมื่อวาน  เดือนที่แล้ว

 หรือปีที่แล้วไม่ได้หรอกนะครับ  ”              



             วีมองคนที่ยืนข้างๆตัวเองอย่างแอบเป็นห่วง และคำพูดของวีทำให้อิทธิหันมามองที่วีนานเกือบนาที

จากนั้นอิทธิก็เดินมาหยุด ตรงหน้าวีแล้วเดินนำออกไป  โดยลูกน้องทุกคนรวมถึงวีก็ได้แต่เดินตามไป

                “  พรุ่งนี้นายจะยังไปสุสานมั้ยครับ  ”         กรรณถามเผื่อนายจะเปลี่ยนใจเพราะความ

เหนื่อยล้ากับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คนเป็นนายยังยืนยันว่าจะไป และกรรณก็ได้บอกกับนายไปว่าจะพานายไปส่ง

ที่สุสานแล้วตนจะไปจัดการติดต่อวัดเรื่องงานศพให้

             เมื่อรถขับมาจอดถึงบ้าน  ทุกคนก็ลงจากรถแยกย้ายกันไปที่พัก แต่อิทธิเองกลับไม่ไปไหน

ยืนมองหลังวีที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ จากนั้นก็เดินเข้าบ้านกลับมาที่ห้องนอนตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนมองเพดานบ้าง

 หันไปนอกหน้าต่างบ้างจนกระทั่งเช้าวันใหม่ ก็ลุกไปอาบน้ำแล้วเดินลงมาด้านล่าง  เพื่อที่จะไปสุสานตาม 

 ที่บอกกับลูกน้องไว้

           “  ของเรียบร้อยแล้วนะครับ  ”      กรรณเดินถือตะกร้าที่มีดอกไม้และของพร้อมมาบอกกับนาย                    

           “  ผมจะไปรับคุณแยมนะครับนาย  ”       กาเบียลเดินมาแจ้งนายพร้อมทั้งยื่นแว่นดำให้                   

           “  ฝากด้วยนะกาเบียล  ”

          กาเบียลพยักหน้าตอบกลับนาย แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปเดินไปที่หน้าบ้านเพื่อขึ้นรถ แต่ป้าภา

ก็รีบเดินออกมาหน้าบ้านและบอกกับนายว่าขอไปวัดด้วย ซึ่งนายก็ตกลงให้ไปด้วยกัน พร้อมทั้งนายยังเดินกลับ

มารับป้าภาพยุงขณะลงบันไดแล้วพามาขึ้นรถไปด้วยกันจนถึงวัด

          “  ผมจะไปจัดการเรื่องงานนะครับนาย  ”      กรรณขอแยกตัวแล้วส่งตะกร้าให้กับนาย                     

         “  อือ  ถ้าเสร็จจะตามไป  ”                     

         “  นายจะไปไหนคะ  ”         ป้าภาเอ่ยถามเมื่อเห็นนายจะเดินแยกไปอีกทางหนึ่งด้วย                      .

         “  ผมจะไปสุสาน  ”                     

         “  ขึ้นไปใส่บาตร  รับน้ำมนต์กับป้าก่อนนะคะ  นานๆมาที  ”                    

         “  ป้าไปเถอะ  ผมไปสุสานรอ  ”           อิทธิบ่ายเบี่ยงเพราะเป้าหมายคือจะมาพ่อกับแม่                     

         “  ทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่  คุณอัทแล้วก็คุณแยมไงคะ  ขึ้นไปกับป้านะคะ  ”

           ป้าภาพูดจนมาเฟียยอมถอดรองเท้าเดินตามป้าภาขึ้นมาที่ศาลา นำข้าวแกงและเครื่องสังฆทาน

ไปถวายพระ  พร้อมรับน้ำมนต์และพรจากพระสงฆ์

        “  อะไรมีความสุขก็ทำในสิ่งนั้นนะโยม สิ่งใดเป็นทุกข์ก็ปล่อยมันไป อย่าไปคิดมาก  ”                     

        “  ค่ะหลวงพ่อ  ”       ป้าตอบรับหลวงพ่อที่บอกกับนายแล้วยกมือไหว้ท่านแล้วก็ทำการ

กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายจนจบขั้นตอนก็พากันเดินมาที่สุสานด้านหลังของวัด




         “  คนที่มันฆ่าแม่และพี่อัทตอนนี้มันได้ชดใช้ลมหายใจคืนแม่และพี่แล้วนะ   ผมขอโทษ

 ที่ดูแลแยมแทนพี่ได้ไม่ดี ตอนนี้เธอไปอยู่กับพี่แล้ว  เหลือเพียงลูกของพี่  ผมจะเลี้ยงดูหลานให้เป็นลูก 

 ของผมเอง พี่กับแยมไม่ต้องห่วง  ”   เมื่อมาถึงอิทธิก็นั่งคุกเข่าลงและบอกความในใจกับสุสานข้างหน้า

 ด้วยใบหน้าที่สลดลง การตายของแม่ยังคาตราตรึงในใจของอิทธิเสมอมา อีกทั้งยังมาเกิดกับพี่ชายและ

พี่สะไภ้ของตนอีก

          “  ป้าก็จะช่วยดูแลทุกๆคนจนกว่าป้าจะหมดลมหายใจเช่นกันค่ะ  ”

          ป้าภายืนโค้งคำนับอยู่ข้างหลังนายแล้วลั่นวาจาออกไปพร้อมน้ำตาที่หยดลงมาที่แก้ม จากนั้นอิทธิ

ก็นั่งเปลี่ยนดอกไม้ให้กับสุสานของพ่อและแม่ รวมถึงของพี่ชายด้วย โดยมีป้าภาเข้ามาเอาผ้าเช็ดทำความสะอาด

บริเวณกรอบรูปและชื่อจนสะอาด

         “  นายครับ พี่กรรณใกล้เสร็จแล้วครับ  ”                       

         “  มาพยุงป้าภา พาไปขึ้นรถ  ”                       

         “  ครับนาย  ”

ไม่นานนักกรรณก็กลับมาขึ้นรถ และทั้งหมดก็เดินทางกลับบ้านมาในตอนสายๆ

         “  คุณกาเบียลสั่งให้คุณวีไปดูคุณหนูที่โรงพยาบาลนะป้า ”      พอป้าภาเดินกลับเข้ามาในครัว 

 สาวใช้ก็พากันรายงานก่อนที่ป้าภาจะถามว่าวีหายไปไหน

         “  ทำกับข้าวกันรึยัง  นายยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เมื่อวาน  ”                      

         “  ทำไว้แล้วค่ะ ให้ตั้งโต๊ะเลยมั้ยคะ  ”        อรหันไปตอบแล้วส่งยิ้มให้กับกรรณ                      

         “  อือ  ฉันจะได้ออกไปข้างนอก  ”       อิทธิว่าพลางไปนั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น                      

        “  รอสักครู่นะคะนาย  ”                     

        “  คุณหนูเป็นผู้หญิง นายจะให้ชื่ออะไรดีครับ  ”    กรรณเดินเข้ามาถามเพราะที่ป้ายยังไม่มีชื่อเขียนติด 

มีเพียงนามสกุลเท่านั้น

         “  กูคิดไม่ออก แล้วจะให้กูตั้งชื่อเด็กเนี่ยนะ  ”    อิทธิหันไปคิ้วขมวดใส่กรรณ

        “  ถ้านายไม่ตั้งจะให้ใครตั้งล่ะครับ  นายก็คิดๆมาชื่อหนึ่ง ชื่อที่นายคิดว่าเหมาะสม

กับเป็นหลานสาวของนาย  ”         กรรณเสนอเพราะอิทธเป็นคนเดียวสำหรับเด็กน้อยที่เกิดมาใหม่                    

        “  เค้าคือลูกสาวกู  เออ...กูยังไม่ได้เห็นหน้าใกล้ๆเลย  ”

















โอ้ยยยยยยยย  กลัววววววววววว  ไรท์กลัวคนอ่านแล้วววววว


เม้นท์ถล่มทะลายเพิ่มอีกละ  ขอบคุณนะ  ขอบคุณทุกคนที่อ่านแล้วติดขนาดนี้


#    อีกอย่าง  ข้อมูลเรื่องครรภ์เป็นพิษ  ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะ


นี่ก็เสิร์ชข้อมูล  หาความจริงมาเขียน  ผิดตรงไหนท้วงติงได้  แล้วอีกอย่าง


ในปัจจุบันเครื่องมือแพทย์และการรักษานั้นได้พัฒนาไปมาก  ครรภ์เป็นพิษ


น้อยคนมากที่จะต้องสูญเสียชีวิตใดชีวิตหนึ่งเพื่อให้อีกชีวิตหนึ่งเกิด


แต่ในเรื่องขอเป็นแบบแต่ก่อนไปนะ เพื่ออรรถรสในนิยายนะคะ 


#  ที่เม้นท์กันมาถึงความโหดร้ายของพระเอก  อยากให้ทำให้พระเอกเจ็บบ้าง


อย่าให้นายเอกใจอ่อนไว   อ้ออ  5555  ก็....โอเค จะลองเขียนดูนะ


#   ใครที่สงสารนายเอก  สงสารไรท์ด้วย  ไรท์ปั่นจะไม่ทันแล้วววววว







ความคิดเห็น