Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29 แผนซ้อนแผน

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 แผนซ้อนแผน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 513

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2561 18:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 แผนซ้อนแผน
แบบอักษร

ตอนที่****29

แผนซ้อนแผน


“เดี๋ยว!”

อสุรกายที่ยืนคุมไต้ฝุ่นอยู่ร้องห้ามขึ้น ผมปรือตาที่บวมปูดจนแทบมองอะไรไม่เห็นเพราะเลือดเข้าตาและร่างกายหมดสภาพจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงมองไปที่เจ้าของต้นเสียงนั้น ทั้งที่อีกนิดเดียวทุกอย่างก็จะจบแล้วแท้ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนี่ทรยศหักหลัง ทุกอย่างคงไม่แย่ลงแบบนี้

“มีอะไรอีก”

“คุณไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมผมที่เป็นคนฟอร์มทีมพวกเขาขึ้นมาถึงได้เปลี่ยนใจบอกความจริงกับคุณจนคุณสามารถตลบหลังแผนการของพวกเขาได้สำเร็จ”

“นั่นก็เพราะแกเป็นคนยื่นข้อแลกเปลี่ยนให้ฉันเลิกยุ่งกับแม่ของแกไม่ใช่หรือไง”

ทั้งสองสนทนากันในเรื่องที่พวกผมไม่เข้าใจ อสุรกายลดปืนที่จอหัวไต้ฝุ่นลงก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามาทางท่านอธิการฯ ยิ่งมาเห็นแบบนี้ผมก็ยิ่งมั่นใจว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องเลวร้ายอะไรก็ตามที่ท่านอธิการฯได้ทำไว้ เขาจะต้องไม่ใช่คนวางแผงและบงการ แต่มีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลังต่างหาก!

คนที่มีแผนการแยบยลและมันสมองที่ชาญฉลาดยากต่อการรับมือ

“คนอย่างผมจะไม่มีวันยอมเสียเปรียบถ้าหากว่าผมไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมา และหนึ่งสิ่งที่ผมไม่ได้บอกคุณก็คือ…คุณแม่ได้รับการช่วยเหลือออกมาพร้อมกับของสำคัญของผมนั่นแหละครับ”

“อะไรนะ!”

ขวับ!

มันหันไปมองหน้าลูกน้องของตัวเองที่ยืนล้อมผมอยู่ แน่นอนว่าพวกมันพากันส่ายหัวยกใหญ่

“ก็คุณชายบอกว่าจะรายงานนายท่านเอง พวกผมก็เลย…!”

“นี่แก…หรือว่าแกวางแผนอะไรอีก!!!”

“พระเจ้าน่ะ…”

“…”

“ไม่ได้อยู่ข้างคุณอย่างที่คุณคิดหรอกครับ”

“ไอ้แฟนธ่อม แก…!!!”

“ผมมาที่นี่ก็เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ทุกอย่างจบลงเร็วเกินไป ทั้งถ่วงเวลาพวกเขา รวมถึง…ถ่วงเวลาคุณด้วย”

น้ำเสียงของอสุรกายช่างเยือกเย็น ผมเริ่มเข้าใจประโยคที่ว่าทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะของเด็กคนนี้แล้วสิ ไม่ได้อยู่ข้างใครแต่แรก ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ทำทั้งหมดก็เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเท่านั้น

ที่เหลือก็แค่…เหตุผล

“ถุ้ย! ถ้าอยากรู้ความจริงล่ะก็ ฉันคนนี้จะอธิบายให้เอง!”

เจ้าลิงหัวแดงถมน้ำลายลงพื้นก่อนจะลุกขึ้นยืนยิ้มเยาะ ไต้ฝุ่นเดินตรงเข้าไปหาคนของท่านอธิการฯที่คุมตัวจอมฟ้ากับเทียร์เอาไว้ก่อนจะจัดการซัดพวกมันจนร่วงภายในหมัดเดียว

“ขอโทษนะครับชูจิที่ผมไม่ได้บอกความจริง ความจริงแล้วก่อนหน้าที่จะเริ่มแผนการหนึ่งวัน อสุรกายติดต่อมาหาผม และบอกเรื่องแผนการนี้เพื่อจะหลอกให้ไอ้แก่อธิการฯตายใจคิดว่าไม่มีใครจ้องเล่นงานตัวเองแล้วจนทำให้มันชะล่าใจ”

“พะ…เพื่ออะไร”

แค่นถามกลับไป อสุรกายน่ะเหรอติดต่อหาไต้ฝุ่นโดยตรง สองคนที่ไม่ถูกกันขนาดนั้น ทำไมถึงไวใจจนยอมบอกแผนการตลบหลังที่ตัวเองคิดเอาไว้แบบนี้

“เพื่อขุดรากถอนโคนความชั่วร้ายในมหา’ลัยครับ”

“…”

“แท้จริงแล้วไอ้แก่คนนี้มันรับหน้าที่ฟอกเงินให้กับแก๊งมาเฟียต่างชาติแล้วก็ผู้ก่อการร้ายมากมายโดยเปิดมหา’ลัยบังหน้า นอกจากนั้นก็ยังบังคับพวกนักศึกษาหน้าตาดีให้ไปทำหน้าที่รับแขกพวกนี้เวลามาไทย แต่ก็ใช้อำนาจของครอบครัวนักศึกษาคนอื่นๆปิดข่าวไว้ หลักฐานความชั่วเรื่องการฟอกเงินทุกอย่างของมันถูกเก็บไว้อย่างดีในเซฟนั่น!”

“กะ…แกเปิดมันดูแล้วงั้นเหรอ! เป็นไปไม่ได้!”

“จริงอยู่ว่าฉันไม่รู้รหัสเปิดเซฟ แต่แค่ออกแรงนิดๆหน่อยๆเพื่อเปิดมันน่ะไม่คณามือฉันหรอก”

“นายเปิดเซฟออกตั้งแต่ต้นแล้วสินะ?”

ผมถามกลับไป ไต้ฝุ่นพยักหน้ารับก่อนจะมองไปที่อสุรกาย

“และผมก็ส่งต่อข้อมูลนั้นให้อสุรกายไปแล้วโดยการถ่ายรูปส่งอีเมลไปให้ เพียงแต่ที่ผมให้อภัยไม่ได้คือมันสัญญาแล้วว่าจะไม่ให้เทียร์กับไอ้จอมต้องเดือดร้อนและเป็นอันตรายเด็ดขาด แต่ว่ามันก็…!”

“หึๆ บางครั้งเราก็ต้องยอเสียบางอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการไม่ใช่เหรอครับ”

“แก!!!”

“หยุดนะไต้ฝุ่น!”

ตะโกนห้ามออกไป ผมพอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว มิน่าล่ะตอนออกมาจากห้องของอธิการฯคืนนั้นถึงไดดูมีทีท่าสบายๆและแบกออกมาทั้งตู้ สมแล้วที่เป็นพวกเด็กอัจฉริยะ ประมาทไม่ได้เลย!

“อาจารย์ครับ เพื่อแทนคำขอบคุณที่ยอมช่วยและแทนคำขอโทษที่ทำให้ต้องเจ็บตัวเพื่อถ่วงเวลาให้ตำรวจเข้าไปค้นบ้านและมหา’ลัยหาหลักฐานเพิ่มเติมในตอนนี้ งั้นผม…จะบอกเหตุผลของการแก้แค้นให้เอาไหมล่ะครับ เหตุผลที่ว่าทำไม…ผมถึงทำกับพ่อของตัวเองแบบนี้”

“นายบอกว่าเพราะเขาไม่ใช่พ่อของนาย”

“ใช่ครับ เขาไม่ใช่พ่อของผม”

“…”

“เขาเป็นคนฆ่าพ่อของผมต่างหาก”

“!!!”

“ฆ่าพี่ชายฝาแฝดของตัวเองแล้วสวมรอยแทน ทั้งหมดที่ทำไปก็เพราะแสวงหาอำนาจที่ตัวเองไม่ดี ความมักใหญ่ใฝ่ฝูงทำให้เขาขายวิญญาณให้ปิศาจไปแล้ว!”

“หุบปากนะไอ้เด็กเมื่อวานซีน!!!”

“พี่น่ะโง่เองต่างหาก มีคนเสนองานง่ายๆเงินดีให้แต่กลับไม่ยอมรับไว้ คิดว่ากะอีแค่เปิดมหา’ลัยมันจะทำเงินได้สักเท่าไหร่เชียว เพราะงั้นฉันถึงหยุดเขาซะ หยุดความคิดโง่ๆที่มีแต่ฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของครอบครัว!”

“ด้วยการฆ่าแล้วก็สวมรอยเป็นคุณพ่องั้นเหรอ!!!”

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ความจริงที่ได้รับรู้ในวันนี้มันยิ่งกว่าคำว่าคาดไม่ถึงเสียอีก แม้จะไม่เห็นว่าสีหน้าของอสุรกายในตอนนี้เป็นแบบนั้น แต่จากน้ำเสียงและแววตาที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาก็ทำให้ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกคับแค้นใจทั้งหมดของเขาได้เป็นอย่างดี

การสูญเสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ…

ราวกับผมได้ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง

“คุณหลอกทุกคนว่าคุณแม่เป็นบ้า จับคุณแม่ไปอยู่โรงพยาบาลบ้าแล้วหลอกทุกคนว่าคนที่ตายคือตัวคุณที่เป็นน้องชายฝาแฝดของคุณพ่อ กล่าวหาว่าคุณแม่เป็นชู้กับตัวคุณเองเพราะคุณแม่รู้ดีว่าคุณคือตัวปลอม! คุณหลอกผม หลอกพี่มาโดยตลอด จนกระทั่งพี่ได้ไปรู้เห็นความชั่วเรื่องฟอกเงินของคุณที่มหา’ลัยเข้าโดยบังเอิญ พี่พยายามค้นหาความจริงเพราะคิดว่าคุณคือคุณพ่อของพวกเรา แต่ใครจะไปคิด ว่าความจริงที่พี่ได้รับรู้มามันทำให้พี่ต้องตายทั้งเป็นเพราะคุณไม่ใช่พ่อของพวกเรา”

ความจริงที่ถูกเล่าออกมาไขข้อสงสัยในใจทั้งหมดของผมได้แล้ว เหตุผลที่แองเจิ้ลต้องสร้างตัวตนของแม่มดขึ้นมา กฎเลวร้ายทุกอย่างในมหา’ลัยเหล่านั้น…

“หรือว่า ทะ…ที่แม่มดกับนายทำลงไปทั้งหมด ความชั่วร้ายทุกอย่างในมหา’ลัยก็เพราะ…”

“ครับ”

“…”

“พี่ต้องการใช้ความรุนแรงในมหา’ลัยเป็นจุดเริ่มต้นให้ตำรวจเพ่งเล็งมา ถ้ามีการตรวจค้นหรือสอบสวนอะไรก็ตามแม้แต่นิดเดียวในมหา’ลัย การจะทำให้สังคมรู้ถึงความชั่วที่แท้จริงที่แฝงอยู่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ คนๆนี้ก็ใช้อำนาจของผู้ปกครองคนอื่นปิดข่าวได้ทุกครั้งไป จนกระทั่งวันที่พี่สู้คนเดียวต่อไปไม่ไหวมาถึง คืนก่อนจะไปพี่โทรมาลาผม และขอให้ผมช่วยสานต่อทุกอย่างแทน ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมพี่ต้องทำเรื่องเลวร้ายพวกนี้ พี่ไม่ได้บอกอะไรผมเลยนอกจากให้ผมสานต่อและไปพาแม่กลับมาจากโรงพยาบาลบ้านั่น ผมอยากจะเข้าใจพี่ให้มากกว่านี้อีกสักนิด อยากจะรู้ว่าพี่หายไปไหนกันแน่ ถึงได้กลายเป็นอสุรกาย จนสุดท้ายเราสองคนพี่น้องก็ไม่แตกต่างกัน”

“…”

“ยอมกลายเป็นความชั่วเพื่อทำลายสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า ผมเจ็บใจที่ตัวเองยังเด็ก เด็กมาเกินไป พวกเราสองคนยังเด็กก็เลยไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนที่พวกเราเรียกว่าพ่อมาตลอดเกือบทั้งชีวิตจริงๆแล้วเป็นแค่ปิศาจในคราบมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น!”

เจ้าของร่างในชุดสูทสีขาวชี้นิ้วไปทางท่านอธิการฯอย่างโกรธจัด คนถูกเปิดโปงแสยะยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ

“ฮ่าๆๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าแกสองคนพี่น้องจะสืบมาได้ขนาดนี้ ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ฮ่าๆๆ”

“แก…!”

“ไอ้สารเลว!!!”

พลั่ก!!!

“ไต้ฝุ่น!”

คนที่ผลักอสุรกายให้พ้นทางแล้วพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายท่านอธิการฯแทนก็คือไต้ฝุ่น เจ้าลิงหัวแดงกระโดดเตะเข้ากลางยอดอกจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มตึงลงไปแล้วตามเข้ามากระหน่ำต่อยซ้ำไม่ยั้ง

“ไอ้เลว! แกมันเลวจริงๆ! แกทำกับคนในครอบครัวของตัวเองแบบนี้ได้ยังไง แกยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า ฮะ! ไอ้ชาติชั่ว!!!”

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

แววตาเกรี้ยวกราดแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กคนนี้กำลังโกรธแทนอสุรกาย มือของหมอนั่นแม้จะกำเป็นหมัดแน่นแล้วแต่ก็สั่นเทาจนไม่อาจปล่อยหมัดได้ดังใจคิดอย่างแน่นอน แฟนท่อม…

กำลังเจ็บปวด

ความรู้สึกทั้งรักทั้งแค้นกำลังถาโถมเข้าใส่เขา

เหมือน…เหมือนจริงๆ เจ้าเด็กคนนี้ช่างเหมือนผมในอดีตราวกับเรื่องราวในชีวิตของพวกเรามันโคลนนิ่งกันออกมา

“แปลว่าตอนนี้นายของพวกแกจบแล้ว เอาไงดีล่ะ จะอยู่จงรักภักดีให้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตไปเลย หรือจะรีบหนีไปเริ่มต้นใหม่”

ผมพยุงตัวเองลุกขึ้นแล้วมองหน้าลูกน้องที่ยังเหลืออยู่ของท่านอธิการฯ พวกมันมองหน้ากันอย่างสับสนในชีวิต ถ้าทุกอย่างที่อสุรกายกับไต้ฝุ่นเล่าคือความจริง ตอนนี้พวกตำรวจก็คง…

ครืด…ครืด…ครืด…

“ฮัลโหล เออ อะไรนะ! ตำรวจบุกทลายหมดแล้วงั้นเหรอ!”

“ถ้าฉันเป็นพวกแก ฉันจะรีบไปมอบตัวแล้วขอให้ตำรวจช่วยกันฉันไว้เป็นพยานนะ”

“อะ…เอาไงดีพี่”

“เอาไงล่ะก็เผ่นสิเว้ย!”

ไอ้คนรับโทรศัพท์หันหลังวิ่งหนีออกไปเป็นคนแรก พวกลูกน้องอีกสี่คนจึงรีบวิ่งตามไปติดๆ เหลือทิ้งไว้แค่ซากของพวกที่บาดเจ็บและคนที่พวกมันเรียกว่า ‘นายท่าน’ นอนจมกองเลือดด้วยฝีมือของไต้ฝุ่น สติของเขาเหลือน้อยเต็มที การที่ยังปล่อยให้พอมีสติเหลืออยู่แสดงว่าคงออมมือสินะ

“พะ…พวกแก จะ…จะต้องเสียใจ ทะ…ที่เข้ามา ขะ ขวาง แผนการ ของ…พะ…พระเจ้า”

มันเอื้อนเอ่ยออกมาทีละคำ ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิทจนลืมไม่ขึ้น บวมปูดยิ่งกว่าลูกมะนาวเสียอีก

“คุณนี่มัน…ยังชอบยุ่งไม่เข้าเรื่องเหมือนเดิมเลยนะครับ”

อสุรกายที่คงพอจะเดาได้เหมือนผมว่าไต้ฝุ่นลงมือเองเพราะอะไรพูดขึ้น ถึงจะไม่ใช่คุณพ่อที่แท้จริง แต่การที่เขาเจ็บปวดขนาดนี้นั่นแปลว่าจะต้องมีความทรงจำร่วมกันอยู่มากมายเลยทีเดียว

“ทำไม…”

“…”

“ทำไมถึงไม่บอกฉันว่าที่ต้องกลายเป็นความชั่วแบบนี้มันเพราะอะไร ทำไมถึงไม่เล่าอะไรเลย!!!”

“…”

“แฟนธ่อม!!!”

“สัญญา”

“…”

“ผมจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ จะยกเลิกกฎเลวร้ายทั้งหมดในมหา’ลัยแห่งนั้น เพราะว่าพวกคุณทั้งสี่คน…ทำภารกิจสำเร็จแล้ว”

“…”

“พวกคุณปลดแอกทุกคนได้แล้ว ยินดีด้วยครับ”

อสุรกายแทรกขึ้น ดูก็รู้ว่าจงใจพูดแทรกขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนปิดบังสิ่งที่เจ้าลิงหัวแดงกำลังจะพูด สายตาเจ็บปวดและตัดพ้อถูกส่งตรงไปยังมนุษย์สวมหน้ากากเพียงคนเดียวในที่นี้

“ฮะๆ สะ…สำเร็จแล้วงั้นเหรอ”

“อ๊ะ ไอ้จอม เทียร์”

ไต้ฝุ่นรีบเข้าไปพยุงเจ้าสองแปลกที่กำลังช่วยพยุงกันเองลุกขึ้น ทั้งสามเดินตรงเข้ามาทางผมก่อนที่เทียร์จะส่งมือมาให้ ผมมองมือที่บาดเจ็บไม่น้อยนั้นก่อนจะยิ้มกับตัวเอง

ปกป้องเอาไว้ได้แล้วสินะ

หมับ!

“พวกนายติดหนี้ฉันครั้งใหญ่เลยนะ”

“รู้แล้วน่า ไว้ผมจะชดใช้ให้อย่างสาสมเลย”

“นั่นสำนึกในบุญคุณฉันแน่ใช่ไหม?”

ทำไมฟังเหมือนกำลังโดนข่มขู่ยังไงชอบกล!

“เท่านี้ทุกอย่างก็จบลงแล้ว มหา’ลัยที่คุณพ่อสร้างจะได้เป็นรมหา’ลัยที่ใสสะอาดและเป็นที่พึ่งพิงของเด็กทุกคนอย่างที่คุณพ่อหวัง ผม…ขอบคุณมากครับ”

“นายจะทำยังไงต่อไป ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ”

“ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้จะไม่มีการแพร่งพรายให้คนนอกใดๆได้รับรู้”

“ทำไม?”

“ผมคิดว่าคนที่จะเข้าใจดีที่สุดว่าทำไมน่าจะเป็นอาจารย์นะครับ เอาล่ะ ผมคงต้องไปแล้ว จากนี้ไป…มหา’ลัยในแบบที่คุณพ่อใฝ่ฝัน ขอฝากพวกคุณทั้งสี่คนด้วยนะครับ”

อสุรกายก้มหัวคำนับมาทางพวกผมอย่างนอบน้อมก่อนจะยืดตัวขึ้นยืนนิ่งอย่างนั้นเกือบวินาที เลื่อนแขนข้างหนึ่งขึ้นจับที่หน้ากากของตัวเองเอาไว้ และ…

“!!!”

“หึ…”

เขาเลื่อนหน้ากากของตัวเองขึ้นเล็กน้อยพอให้มองเห็นริมฝีปากที่กำลังเหยียดยิ้มอยู่ก่อนจะหันหลังเดินออกไปทางถนนที่ขับรถเข้ามาตอนแรก การกระทำนั้นเล่นเพวกผมสี่คนยืนตาค้างกันเป็นแถว

นะ…นึกว่าหมอนั่นจะเปิดเผยหน้าตาของตัวเองเสียอีก!

“แล้วตกลง…หมายความว่ายังไงเหรอครับ ที่ว่าถ้าเป็นชูจิน่าจะเข้าใจดีที่สุด”

“ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอก ฉันว่าพวกเรารีบกลับดีกว่า เดี๋ยวก็จะมีคนมาทำความสะอาดที่นี่แล้ว”

“ใครครับ?”

เจ้าสามแปลกย้อนถามขึ้นพร้อมกัน ผมเงียบไม่ตอบ เหลือบตามองไปรอบๆเล็กน้อย

สายตาหลายคู่ที่ผมรู้สึกมาได้พักใหญ่แล้วว่ากำลังถูกจับตามองยังคงมองอยู่จากที่ไหนสักที่ ไม่ผิดแน่ๆ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ‘พระเจ้า’ มีส่วนเข้ามาเกี่ยวด้วย ดังนั้น…

เอฟบีไอจึงเข้ามายุ่ง!

แบบนี้ก็เป็นไปได้สูงว่า…

“แปลกนะครับ แผ่นหลังของอสุรกายตอนที่เดินจากไปเมื่อกี้…ผมรู้สึกเหมือนพวกเราจะไม่ได้เจอกันอีก”

ไต้ฝุ่นเอ่ยขึ้นพลางมองไปยังจุดที่อสุรกายเดินหายไปเมื่อครู่นี้ตาละห้อย

เป็นไปได้สูงว่า…อสุรกายเองจะเลือกเดินตามรอยผมเมื่อในอดีต…

…โปรแกรมพิทักษ์พยาน

“ไปเถอะ”

“ทรยศ”

ขณะที่พวกเราสี่คนกำลังจะออกเดินเพื่อไปให้พ้นจากตรงนี้และปล่อยให้ใครก็ตามเข้ามาจัดการเรื่องนี้ต่อ ท่านอธิการฯที่นอนหายใจรวยรินหมดแล้วอยู่บนพื้นก็พึมพำขึ้น

“นะ…ในพวกแกสี่คน มะ…มีคน…”

“…”

“ทรยศ”



บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัปตอนที่ 29 ต่อแล้วจ้า เบื้องหลังของการถือกำเนิดแม่มดและอสุรกายแท้จริงแล้วเป็นอย่างนี้นี่เอง! เพราะมีแต่ความชั่วเท่านั้นที่จะทำให้สังคมและพวกตำรวจเพ่งเล็งความสนใจมาที่มหา’ลัยได้ สองพี่น้องจึงต้องสร้างสารพัดความชั่วร้ายขึ้นในมหา’ลัยเผื่อจะมีใครที่ทนไม่ไหวลุกขึ้นมาต่อกรทำให้ความชั่วเหล่านั้นถูกเปิดเผย และในที่สุดก็มีรพวกไต้ฝุ่นนี่เองค่า  และอีกหนึ่งปริศนาที่ได้เฉลยออกมาแล้วในตอนนี้ก็คือความจริงที่ว่าอาจารย์เรียวของเราเคยเข้า “โปรแกรมพิทักษ์พยาน” ของเอฟบีไอมาก่อนตามที่เทียร์เคยสันนิษฐานไว้นั่นเอง! เขาถึงได้รู้ดีว่าสิ่งที่พวกเด็กๆกำลังเผชิญคืออะไรกันแน่ ตอนหน้าเป็นบทส่งท้ายแล้วนะคะ เรื่องราวของภาค 1 จบลงแค่นี้เท่านั้นค่า ปิดภาคการรวมตัวเรียบร้อย เตรียมพบกับศึกใหม่ของพวกเขาต่อในเร็วๆนี้ค่ะ แต่ๆๆๆ อะไรคือการที่ท่านอธิการฯทิ้งท้ายไว้ว่าในพวกเขาสี่คนมีคนทรยศล่ะเนี่ย O_O แล้วอสุรกายตกลงที่จะเดินตามรอยพระเอกของเราในอดีตจริงหรือไม่ ความสัมพันธ์ระหว่างไต้ฝุ่นกับอสุรกายแท้จริงแล้วคืออะไร? เรื่องราวในภาค2 จะดำเนินต่อจากเรื่องราวในตอนนี้เลยค่ะ เพราการต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น รอติดตามภาค 2 ได้เลยน้า



ความคิดเห็น