Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่46 “ปาฏิหาริย์มีจริง”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่46 “ปาฏิหาริย์มีจริง”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2561 22:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่46 “ปาฏิหาริย์มีจริง”
แบบอักษร

ครอบครัวของธนาธิปไม่ได้ไปร่วมงานศพของนิชาภาเพราะธนาธิปเองก็ยังเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นวิกฤตซึ่งต้องอยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลต่อ แต่ครอบครัวของธนาธิปส่งพวงหรีดไปให้ครอบครัวของนิชาภาเพื่อร่วมแสดงความเสียใจแทน บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ญาติๆ และเพื่อนๆ ต่างมาร่วมงานเมื่อทราบข่าว

มนสิชาไม่ได้มีความสุขกับการรอคอยอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทางแบบนี้ เธอรู้แล้วว่าชีวิตคนเรานั้นมันสั้นนัก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันสอนให้มนสิชาเรียนรู้ที่จะดูแลรักษาคนที่รักเอาไว้ให้ดีที่สุด เมื่อมีโอกาสให้รักก็ควรรักและทำดีต่อกันให้มากๆ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่าทำไมเราถึงไม่ทำดีต่อกันเอาไว้

และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลงเสียทีเพราะตอนนี้อาการของธนาธิปดีขึ้นแล้วหลังจากที่นอนดูอาการในห้องไอ.ซี.ยู มาสามวัน คุณหมอที่เป็นแพทย์เจ้าของไข้ของธนาธิปอนุญาตให้ธนาธิปออกมาพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยปกติได้แล้วแต่ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด ทุกคนที่ทราบข่าวต่างดีใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นตอนนี้ในห้องพักฟื้นผู้ป่วยจึงเต็มไปด้วยเพืื่อนๆ และญาติๆ ของธนาธิป พวกเขาพูดคุยถามไถ่อาการธนาธิปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยแล้วจึงพากันกลับไปเพื่อให้ธนาธิปได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เมื่อทุกคนกลับกันไปหมดแล้วคนที่อยู่เป็นพยาบาลจำเป็นก็คือมนสิชานั่นเอง

“พี่จอมทัพนอนพักก่อนนะคะ” มนสิชาช่วยปรับเตียงเพื่อให้สามีได้นอนในท่าที่สบายขึ้น

“มะปรางกับลูกปลอดภัยดีใช่มั๊ย พี่เป็นห่วงกลัวมะปรางกับลูกจะได้รับอันตราย ถ้ามะปรางกับลูกเป็นอะไรไปพี่คงอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ๆ” ธนาธิปถามภรรยาด้วยความห่วงใย

“ปรางไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรค่ะ ปรางสบายดีค่ะพี่จอมทัพ แต่ปรางขอร้องได้มั๊ยค่ะ ปรางไม่อยากให้พี่จอมทัพทำแบบนี้อีก ถ้าพี่จอมทัพเป็นอะไรขึ้นมาปรางกับลูกจะอยู่ยังไงค่ะ” มนสิชาตอบคำถามสามี พร้อมกับพูดแสดงความห่วงใยเช่นกัน

“อืม พี่ขอโทษนะครับ” ธนาธิปกล่าวขอโทษภรรยา

“พี่จอมทัพนอนพักนะคะ ร่างกายจะได้แข็งแรงเร็วๆ” มนสิชาบอกให้สามีนอนพักอีกครั้ง

“มะปรางอย่าไปไหนนะครับ อยู่กับพี่ตรงนี้นะ” ธนาธิปอ้อนภรรยา พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือภรรยาเอาไว้

“ค่ะ” มนสิชาตอบรับ เธอนั่งลงที่เก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียงของสามี ซึ่งธนาธิปเองก็ยังจับมือของภรรยาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

ทั้งคู่นอนหลับไปพร้อมกันโดยมีธนาธิปนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนมนสิชาฟุบศีรษะนอนอยู่ข้างเตียงคนไข้เช่นกัน


คุณหมอที่เป็นแพทย์เจ้าของไข้ประเมินอาการป่วยของธนาธิปว่าสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว วันนี้ธนาธิปจึงได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล คุณธนาคม คุณอารดา และมนสิชารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

“กลับบ้านเรานะลูก ต่อจากนี้ไปแม่ขอให้ไม่มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นอีกแล้วนะลูก” คุณอารดาพูดคุยกับบุตรชายพร้อมกับอวยพร

“ขอบคุณครับคุณแม่” ธนาธิปตอบรับคำมารดา

“พ้นเคราะห์ พ้นโศก สักทีนะลูก” คุณธนาคมกล่าวกับบุตรชาย

“ขอบคุณครับคุณพ่อ” ธนาธิปตอบรับคำบิดา

“กลับบ้านเรากันนะคะพี่จอมทัพ” มนสิชาบอกสามีเช่นกัน

“ครับ พี่เองก็อยากกลับบ้านตั้งนานแล้ว พี่อยากกลับไปนอนกอดเมียและก็ลูกด้วย” ธนาธิปพูดตอบออกมาจนมนสิชารู้สึกเขิน

“ไปลูก เจ้าหน้าที่มาแล้ว” คุณอารดาบอกกับบุตรชายและลูกสะใภ้

“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองคนพูดตอบพร้อมกัน

ตอนนี้ธนาธิปกลับมาถึงบ้านจารุพิชญาแล้ว ทุกๆคนที่รอคอยอยู่ที่บ้านต่างออกมารอต้อนรับธนาธิป คุณอารดาให้ธนาธิปและมนสิชาพักที่เรือนริมน้ำเช่นเดิมเพราะจะได้สะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันของทั้งคู่ เมื่อมาอยู่ด้วยกันสองต่อสองธนาธิปเดินเข้าไปโอบกอดภรรยาจากทางด้านหลัง มือทั้งสองข้างของเขาจับอยู่ที่หน้าท้องของภรรยาสาว

“พี่รักมะปรางกับลูกนะครับ” ธนาธิปบอกรักภรรยาและลูก

“ปรางก็รักพี่จอมทัพกับลูกเหมือนกันค่ะ” มนสิชาตอบสามีพร้อมกับเอามือวางทับมือของสามีด้วย

ธนาธิปที่โหยหาและคิดถึงภรรยาอย่างสุดหัวใจ เขาหันตัวมนสิชามาหาเพื่อมอบจุมพิตที่ดูดดื่มและลึกซึ้งให้กับเธอทันที

((.....จุ๊บบบบบ.....))

((.....อืมมมมม.....))

“เอ่อ....อออ พอเถอะค่ะพี่จอมทัพ” มนสิชาท้วงสามี เพราะเขาไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอเป็นอิสระเลย

“ขอพี่ชื่นใจหน่อยนะครับ พี่คิดถึงมะปรางจะแย่” ธนาธิปใส่ลูกอ้อน พร้อมทั้งกดจูบไปทั่วใบหน้าของภรรยา

“พอเถอะนะคะ วันนี้เราต้องไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่จอมทัพที่บ้านใหญ่นะคะ จะให้ท่านรอพวกเรานานๆ ก็คงจะไม่ดีแน่ๆ ปรางว่าพี่จอมทัพไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนชุดใหม่ให้สบายขึ้นกว่านี้ดีกว่านะคะ” มนสิชารีบบอกสามีเพื่อให้เขาทำตามที่เธอบอก

(((((....จุ๊บ....)))))

คนที่พูดจบแล้วโดนสามีจูบเพื่อปิดปากไปอีกหนึ่งรอบ กว่าเขาจะยอมถอนจูบออกก็ใช้เวลานานพอสมควร

“อื้ออออ ชื่นนนนนใจจจจจจจังงงง” ธนาธิปพูดเย้าภรรยา ส่วนมนสิชาได้แต่เขินสามีจนหน้าแดง

มนสิชาเข้ามาช่วยธนาธิปในการเช็ดตัวเพราะเธอรู้ว่าธนาธิปยังอาบน้ำไม่ได้และเขาก็ยังช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ดีนัก ซึ่งธนาธิปเองก็เต็มใจที่จะได้รับการช่วยเหลือจากภรรยา เมื่อมนสิชาดูแลสามีแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงอาบน้ำชำระล้างร่างกายของตนเองบ้าง

ตอนนีี้ทั้งคู่พร้อมแล้วกับการไปรับประทานอาหารที่บ้านใหญ่ มนสิชาช่วยประครองธนาธิปเดินผ่านสนามหญ้าไปอย่างช้าๆ จนมาถึงที่ห้องรับประทานอาหารของบ้านใหญ่ ทั้งสี่คนร่วมรับประทานอาหารเย็นและแยกย้ายกันไปพักผ่อนทันที

“มะปรางพี่ขอนั่งเล่นตรงนี้สักพักนะครับ” ธนาธิปบอกภรรยาเมื่อเดินมาถึงริมบึงบัว

“งั้นพี่จอมทัพนั่งตรงนี้นะคะ” มนสิชาค่อยๆ ประครองสามีให้นั่งลงที่พื้นหญ้า

“ตรงนี้อากาศดีเนอะ ลมพัดเบาๆ เย็นสบายจัง” ธนาธิปพูดกับภรรยา

“ใช่ค่ะ” มนสิชาตอบรับ

ทั้งสองคนเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันแสนสบาย ธนาธิปค่อยๆ นอนลงที่พื้นโดยเอาศีรษะหนุนบนตักของมนสิชา

“ขอพี่นอนหนุนตักหน่อยนะครับ” ธนาธิปเอ่ยขออนุญาตภรรยา

“ลูกรักของพ่อ หนูสบายดีใช่มั๊ยครับ”

“อยู่กับคุณแม่หนูห้ามดื้อ ห้ามซนนะครับ เพราะเดี๋ยวคุณแม่จะเหนื่อย”

“อีกไม่นานเดี๋ยวเราก็ได้เจอกันนะครับลูกรัก”

“พ่อรักหนูนะครับ สุดที่รักของพ่อ”

ธนาธิปเอามือลูบไปที่ท้องของภรรยาเบาๆ แล้วพูดคุยกับลูกน้อยในท้อง ซึ่งมนสิชาเองก็แอบน้ำตาซึมกับประโยคที่สามีพูดกับลูกน้อยเช่นกัน เมื่อเริ่มค่ำแล้วมนสิชากลัวธนาธิปจะป่วยเพราะโดนน้ำค้าง ทั้งเธอและเขาจึงพากันกลับไปที่เรือนริมน้ำเพื่อพักผ่อน

ในเมื่อวันนี้ยังมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอยู่ เวลาต่อจากนี้ไปทั้งเขาและเธอเรียนรู้แล้วว่าต้องดูแลกันและกันให้ดีที่สุด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น