facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 21 : ศัตรูจับจุดอ่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 : ศัตรูจับจุดอ่อน

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 132.4k

ความคิดเห็น : 76

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 23:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 : ศัตรูจับจุดอ่อน
แบบอักษร




          วันนี้วีตื่นขึ้นมาตอนเช้าตามปกติยืนรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านในตอน 6 โมงกว่าๆก็เห็นคนขับรถ

ออกรถมาจอดรอหน้าบันได  ไม่นานอิทธิก็เดินถือสูทไว้ที่แขนออกมาขึ้นรถ ตามด้วยมือซ้ายและมือขวา

ของเค้า  จากนั้นรถก็เคลื่อนล้อออกไป

        “   มองเหมือนอยากรู้ว่านายไปไหนแต่เช้า  ”      ลูกน้องมาเฟียแถวนั้นเดินเข้ามาพูดกับวี            

       “  ไม่ได้อยากรู้ ผมถามพี่แล้วเหรอ  ”     วีหันกลับไปเลิกคิ้วถามกลับ            

      “  เปล่าครับ  ”            

      “  แล้ว...รู้มั้ยเค้าไปไหน  ”        วีอมยิ้มเล็กน้อยถามออกไป           

      “  นั่น!!  คุณวีเป็นคนตลกเนอะ  ”        ลูกน้องมาเฟียยิ้มกว้างออกมาพลางส่ายหัวเล็กน้อย              .

      “  เอาจริงๆมั้ยผมก็ไม่ทราบ  ”            

      “  โอ๊ะ  แล้วทำมาเป็นพูดเหมือนรู้ ไปไหนก็ไปเลยไป  ”

        วีส่ายหน้าให้กับลูกน้องของนายคนนี้ แล้วก็รดน้ำต้นไม้ต่อจากนั้นก็จะได้ทำงานอื่นๆอีกที่รออยู่

 ในวันนี้  ทางด้านของอิทธิพอออกจากบ้านไปก็ไปที่บริษัทของตนที่นนทบุรีเพื่อไปตรวจความเรียบร้อย

 และรอเข้าประชุมในช่วง 8 โมงเช้า


        “  ไม่น่าเชื่อ  จะมีคนฮีลนายกลับมาได้เร็วขนาดนี้  ”        กรรณเห็นนายดูเกือบปกติจึงพูดขึ้น             

       “  อะไร  ”            

       “  เมื่อวานนายดูเครียด ฟีลดาวน์มากเลย วันนี้ดูปกติซะงั้น  ธรรมดานายจะพักฟื้นหลายวัน  

  ว่าแต่...ใครนะ  ทำนายผมฟื้นเร็วขนาดนี้ได้  ”          กรรณกวนเล็กน้อยจนคนเป็นนายเริ่มหงุดหงิด              

       “  จะพูดอะไรก็พูดกันออกมา  ”              

      “  ไม่พูดดีกว่าครับ  ”        กาเบียลยิ้มแล้วตัดจบไปซะดื้อๆ              

      “  ในใจนายคิดถึงใคร พวกผมก็หมายถึงคนนั้นแหละครับ  ”        กรรณพูดแล้วยิ้มให้กับนาย              

      “  ยียวนกวนตีนนักนะมึง  ”

         ในขณะที่อิทธิกำลังจะยกเท้าถีบกรรณก็มีลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาแจ้งเกี่ยวกับการสืบหาคน

วางระเบิดรถนาย ซึ่งพบแล้วแถมเป็นคนในอีกด้วย อิทธิจึงสั่งให้ขังไว้ที่ห้องเชือดรอตนกลับไปจัดการเอง     

อิทธินั่งทำงานอยู่ในห้องจนถึงเวลาก็เข้าไปประชุม  เซ็นเอกสาร เดินดูบริษัทพร้อมจะปรับปรุง รีโนเวตใหม่

จากนั้นก็นั่งรถกลับมาที่บ่อนเพื่อไปดูหน้าหนอนบ่อนไส้ทันที

       “  เอาปืนมาให้กูด้วย  ”               

       “  อยากเห็นหน้านัก ว่ามันกล้าทำแบบนี้ได้ไง  ”       กาเบียลยื่นปืนให้กับนายแล้วเข้าไปเปิดผ้า

ที่ปิดตาตัวคนร้ายอยู่ และพอเปิดขึ้นกรรณถึงกับเรียกชื่อคนๆนั้นเสียงดัง

      “  ไอ้ศร!! ”                 

     “  เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ไอ้เหี้ยนี่  ”        กาเบียลพูดพลางส่ายหัวอย่างเสียดายลูกน้อง                

     “  มึงก็รู้ว่าใครหักหลังกู ชีวิตจะจบยังไง  ’’     มาเฟียมองที่ปืนแล้วพูดด้วยเสียงแข็งกระด้าง               

      “  ผมจำเป็นครับนาย  ”               

      “  จำเป็นยังไง  ถึงขนาดเป็นหนอนให้ศัตรูกูเพื่อมาฆ่ากู  ฮะ!!!  ”               

      “  นายเลี้ยงมึงมากี่ปี มึงทรยศนายไปนานเท่าไหร่แล้ว  ”     กรรณขยับเข้ามาใกล้ศร               

       “  วันนั้นที่พี่กาเบียลโดนยิง  มันจับผมไว้แล้วจะฆ่าผม ผมยังไม่อยากตาย  ผมเลยรับปากว่า

จะเข้ามาเป็นสายให้มัน  ”




       พัวะ!!  พัวะ!!  ตุ้บบบบบบบบ   ตุ้บบบบบบบบบบ  ทั้งมือทั้งเท้ากาเบียลใส่ลงที่ศรเต็มแรง


        “  เป็นกู  กูยอมตาย  ”                 

       “  มึงเลือกที่จะกลับมาให้นายฆ่าใช่มั้ย  ”         กรรณถาม                 

       “  ทำกับกูขนาดนี้ ไม่ต้องเรียกกูว่านายแล้วแหละ ”


ปั้งงงงงงงงงงงงง       


  อิทธิลั่นไกลงที่ขาของลูกน้องเลี้ยงไม่เชื่องไป 1 นัดก่อน


       “  นาย  ผมขอโทษ  ”                 

       “  ต่อให้มึงกราบตีนนาย  ยังไงวันนี้ลมหายใจมึงต้องหมดลงอยู่ดี มึงเอาอะไรไปบอกไอ้เฉลิม ”                  

       “   ผะ..ผม  ผมไม่เคยเอาเรื่องฝั่งเราไปบอกพวกมัน  ”


ปั้งงงงงงงงงงงงงงง   โอ๊ยยยยยยยยย   อิทธิไม่เชื่อพร้อมลั่นไกอีกนัดใส่ขาอีกข้างหนึ่งของหนอน


       “  คนอย่างมึงเชื่อถือไม่ได้  ”          มาเฟียพูดอย่างช้าๆเกลียดคนหักหลังเป็นที่สุด                 

       “  แล้วเค้าให้มึงมาทำอะไรบ้าง  ”        กาเบียลถามต่อ                 

      “  ถ้าครั้งนี้มึงโกหก กูว่ากระสุนจากปืนนายคงไม่เจาะแขน ขามึงอีก  ”   กรรณขู่เค้นเอาความจริง               

       “  มันให้ผมจับตาดูนายเพื่อหาจุดอ่อนไว้เล่นงานครับ  ”                   

       “  จุดอ่อนอะไร?  ”           มาเฟียถามทำเอากาเบียลหันไปมองกับกรรณ  พอจะรู้ว่าตอนนี้

จุดอ่อนของนายที่มีน่าจะคือวี

      “  เฉลิมมันไม่ได้บอกว่าคืออะไร แค่ให้ผมมาจับตาดูว่านายมีคนรัก  มีลูก  มีญาติหรือมีใครรึเปล่า

มันแค้นที่นายทำลูกมันนอนนิทราไม่ฟื้น  ”

      “  หึ!  กูหมดคำถามละ  ”                   

      “  จุดจบของคนทรยศคือ....        


        ปั้งงงงงงงงงงงงงง   กระสุนนัดสุดท้ายจากกระบอกปืนในมือ มาเฟียถูกยิงออกไปเจาะที่หัวกะโหลก

ลูกน้องเนรคุณ ที่ถูกยิงจนเลือดสาด นอนแน่นิ่งตายคาที่บนพื้นห้อง


     “  พวกมึงดูไว้  จุดจบคนทรยศนาย  ”         กาเบียลหันไปบอกกับลูกน้องที่ยืนอยู่จนทำให้ลูกน้อง

ก้มหน้าลงกันไปหมด  กรรณจึงสั่งให้มาให้เก็บศพคนที่ตายแล้วเอาไปจัดการโยนลงบ่อจระเข้าแบบที่เคยทำ

ส่วนอิทธิเดินออกจากห้องเชือดไปล้างมือทำความสะอาดจนเกลี้ยง จากนั้นก็เดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง 

 กาเบียลกับกรรณจึงเดินตามมาติดๆ


      “  จุดอ่อนที่ว่าคืออะไร ”        อิทธิถามลูกน้องคนสนิททั้งสองคน                   

     “  ผมขอถามตรงๆนะครับ  นาย...รักคุณวีเหรอครับ  ”       กรรณรวบรวมความกล้าถามนายตรงๆ                   

     “  นายมีความรู้สึกดีๆให้กับคุณวีใช่มั้ย  ”         กาเบียลก็ถามต่อทันที                   

     “  ใครบอกพวกมึง  วีบอกเหรอ  ”                   

     “  ไม่มีใครบอกหรอกครับ  เพราะการกระทำของนายมันบอกกับทุกคนอยู่แล้ว  ”                   

     “  กู!  ไม่ได้คิดอะไรกับวี  ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆเหี้ยไรทั้งนั้น  ”                   

     “  แน่ใจเหรอครับ  ”                   

     “  เออ!  การกระทำผมมันบอกยังไงกาเบียล ฮะ?  ’’                   

     “  นายกินข้าวกับคุณวี  นอนกับคุณวี ผมไม่รู้นะนอนนี่เหมือนกับนอนกับคนอื่นทั่วไปรึเปล่า 

  แต่ที่แน่ๆคือนอนเตียงเดียวกับนายด้วย  ”                   

     “  คุณจับผิดผมกันใช่มั้ย?  ”                   

     “  ไม่ได้จับผิดครับ พวกผมจะดีใจด้วยซ้ำถ้านายมีจะคนรัก  ”                  

     “  คิดซะใหม่ด้วย  ออกไปกันได้ละ รำคาญ!!   ”          

  มือขวาและมือซ้ายของมาเฟียลุกแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานของนายไป แยกย้ายกันลงไปตรวจดู

กิจการที่บ่อน   จนบาร์เปิดก็ลงมาเดินเช็คเผื่อเจอความผิดปกติ                

     “  นายยังไม่กลับหรอพี่  แล้วศรมันตายแล้วใช่มั้ย  ”                  

     “  เออ  ”            กาเบียลตอบไปเพียงสั้นๆ                  

     “   ไม่น่าเลย เห็นกันมาตั้งนานเกือบ 10 ปีได้  ”                  

      “  เช็คอะไรให้ดี อย่าให้ใครมายุ่มย่ามกับรถหรือของนายได้  ”


        อิทธินั่งทำงานจนดึก ก็ลงมาด้านล่างเพื่อขึ้นรถกลับมาพักที่บ้านตามเดิมพอมาถึงบ้าน โต๊ะอาหาร 

 ก็ถูกจัดไว้เรียบร้อย  อิทเองก็เข้ามานั่งทานข้าวตามปกติ  ทานได้ไม่นานก็ลุกเดินขึ้นห้องไป  ไม่ได้มอง

หรือพูดคุยอะไรกับใคร

       “  นายเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย  ”           อินพูดขึ้นเพราะนายนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา                   

      “  นั่นดิ ดูแปลกๆ  ”                     

      “  แปลกยังไง ผมไม่ได้ออกไป  ”             วีถามเพราะเมื่อครู่นั่งอยู่ในครัว                   

      “  แววตาแข็งๆยังไงไม่รู้  ”

        คนในครัวเก็บจาน  ล้างทำความสะอาดก็พูดคุยกันไปเกี่ยวกับนายของตัวเอง และป้าภาก็ยกโถชา

มาให้วี บอกให้นำขึ้นไปให้นายได้ดื่ม วีก็รับมาแล้วเดินขึ้นมาหานายที่ห้องนอนแล้วนำมาวางไว้ด้านในห้อง                   




       “  นายเป็นอะไรรึเปล่าครับ  ”           วีถามพลางหันมามองนาย                   

      “  ไม่ได้เป็นไร ”                   

      “  เหนื่อยมั้ย  ผมนวดให้มั้ยครับ  ”                   

      “  ไม่ต้อง!!                      เสียงแข็งปฏิเสธตอบกลับอย่างไวทำให้วียืนมองนายนิ่งๆ                    

      “  จะยืนทำไม ไม่ออกไปสักที  อ่อ...กูบอกไว้ก่อนว่านับจากวินาทีนี้ ถ้ากูไม่เรียกพบ  มึงไม่ต้องเสนอตัว

ขึ้นมาหากูที่ห้องนี้อีก  เข้าใจมั้ย??  ”

     “  นายโกรธอะไรผมรึเปล่าครับ ”         วีไม่เข้าใจที่จู่ๆนายก็พูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นกับตน                     

     “  กูไม่ได้โกรธ  แล้วกูจะไปโกรธลูกหนี้อย่างมึงทำไม ออกไปได้ละ  ออกไป!!!                          

มาเฟียไล่ตะเพิดเสียงดัง ร่างบางจึงรีบเดินออกจากห้องนายไปอย่างเร็วพร้อมอาการจุกที่อก จากคำที่นายใช้

  ทั้งไล่  ตะคอกเสียงดัง ทั้งๆที่พักหลังนายแทบไม่ทำอะไรแบบนี้กับร่างบางเลย มีแต่นุ่มนวลอ่อนโยนใส่




    “  อ้าวคุณวี  เป็นอะไรรึเปล่าคะ? ”        วีส่ายหน้าแต่ไม่พูดอะไร                      

    “  นายดื่มชาป้ารึยัง  ”                      

    “  ผมไม่ทราบครับ  เพราะเค้าไล่ผมออกมา  ”                      

    “  นายเนี่ยนะไล่คุณ  ”       อินถามทวนให้เข้าใจถูกอีกรอบ                       

    “  นายจะไล่คุณวีทำไมล่ะคะ  ”         อรเดินเข้ามาถามวีใกล้ๆ

    “  เค้าบอกผมว่า นับจากวินาทีนี้ไม่ต้องขึ้นมาที่ห้องอีกถ้าเค้าไม่เรียกพบเอง 

   ต่อไปเอาไปเสิร์ฟกันเองนะ  ”               วีเงยหน้ามองทุกคนในครัว

   “  คุณวี...กลับบ้านไปพักเถอะค่ะ  ”    หญิงเกือบสูงวัย รู้สึกว่าวีต้องโดนอะไรกระทบจิตใจ 

 มาแน่ๆจึงบอกให้วีนั้นกลับไป  ซึ่งวีเองก็เชื่อฟังป้า  ล้างมือแล้วก็เดินออกจากครัวกลับมาที่บ้าน

 คอนเทนเนอร์เปิดเข้าบ้านไปแล้วทิ้งตัวลงที่เตียงอย่างเบาๆ


       “  ออกไป!!  ”                   


      “  ต่อไปไม่ต้องเสนอตัวขึ้นมาหากูที่ห้องอีก  ”


เสียงของคนเป็นนายลอยลิ่วอยู่ในหัวของวี ที่นอนคิดว่าตนไปทำอะไรให้นายไม่พอใจ



      “   โอ๊ยยยยยยยยยยย  กูไปเสนอตัวให้เค้าหรอวะ  ”                  



       “  แม่งดูไร้ค่าชิบหาย  ทำไมพูดกับกูแบบนี้  ”


วีตะโกนลั่นมือก็ตีอยู่ที่เตียงหลายทีเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ในอกของตัวเอง



      “  เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย  เดี๋ยวนุ่มนวลเดี๋ยวเย็นชา อะไรของแม่งวะ  ”                    


      “  เออ!!  พูดขนาดนี้ละ  ต่อไปกูจะไปหาอีกเลยคอยดู  ”


ร่างบางยังคงบ่นไม่หยุด  ลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็กลับมานอนจนหลับไป










    เช้าแล้วหรอวะ  หลับไปตั้งแต่เมื่อไร  โอยยย  ผมบิดขี้เกียจแล้วก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวและ

 ก็รีบไปหน้าบ้าน  เพื่อที่จะได้ทำงานทำการตามปกติ

        “  อ้าวคุณวี  รดน้ำต้นไม้เหรอคะ ”       ป้าภาหอบถุงผ้าใส่แขนเอ่ยทักวีในตอนเช้า                  

       “  ป้าๆ ฉันปวดท้องน่ะ  ”          จู่ๆอินก็เอาถุงผ้ายื่นให้ป้าภาถือเพิ่มแล้วรีบเดินไป                   

       “  จะไปไหนกันครับ  ”                   

       “  ไปตลาดน่ะ  คุณวีไปตลาดกับป้าแทนแทนนางอินหน่อยได้มั้ย  ”                  

       “  นะคะคุณวี  อินเหมือนจะท้องเสีย  ”                  

      “  ก็ได้ครับ  ”        ร่างบางเดินไปปิดน้ำ จากนั้นก็เดินมาหาป้าภาเพื่อนั่งรถไปซื้อของ

ที่ตลาดด้วยกัน โดยคนขับจะปล่อยป้าภาและวีลงไปซื้อของ ทั้งเนื้อ ผัก ผลไม้และเครื่องครัวจนครบ

ก็จะมาช่วยถือของไปใส่ที่รถ

      “  ปกติป้ามากับอินเหรอครับ  ”            วีรับของจากแม่ค้าไปถามป้าไป                      

      “  แล้วแต่นางอินนางอรสลับกันน่ะ  ”                       

      “  อ๋อ ครับ  ”                       

      “  ไว้ป้าจะชวนคุณมาเดินเล่น ช่วยป้าถือของอีกนะคะ  ”                       

      “  ครับป้า ”

เมื่อกลับมาถึงบ้าน  คนขับและวีก็ช่วยกันขนของเข้าครัว ป้าภาจะได้เดินสะดวกๆไม่สะดุดล้มเซอะไร

     “   มีขนมมาฝากพี่รึเปล่าคะคุณวี  ”         อรเอ่ยถามทันทีเมื่อวีเดินเข้ามาในครัว                        

     “  ผมจะเอาเงินจากไหนซื้อล่ะครับ  ไปทำงานนะ  ”                        

     “  ค่ะ  ”            ป้าภาตอบแล้วยิ้มให้วี 























-   เอ้าาาาา  อีผี  จู่ๆพระเอกทำไมมาทำตัวเฉยชา  ปากคอเราะร้ายกับนายเอกอีกล่ะ


อย่างงี้ไรท์จะโดนผู้อ่านบ่นมั้ยเนี่ย   เหมือนเค้ากำลังจะรักกันแล้วจู่ๆก็มาเป็นแบบนี้


อย่าเพิ่งบ่นนะ  เดี๋ยวคงจะได้รู้ว่า  ทำไมพระเอกสุดที่รักของไรท์ถึงทำแบบนี้



-   ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณคนอ่าน และคนที่กดถูกใจนิยายเรื่องนี้นะคะ


บางทีก็กลัวอ่า  เม้นท์กันเยอะ  กลัวโดนตีหัวมาก 555555555   แต่ดีๆเม้นท์มาๆ



ความคิดเห็น