กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่10 ความลับรั่วไหล

ชื่อตอน : บทที่10 ความลับรั่วไหล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2561 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่10 ความลับรั่วไหล
แบบอักษร

อาทิตย์ต่อมา นิวยอร์ก บ้านแอนเดอร์สัน

“คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ” นิรินเดินเข้าไปสวมกอดมารดาทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน 

“แม่ก็คิดถึงตัวแสบของแม่ เป็นไงบ้างไปดื้ออะไรกับอาเดย์หรือเปล่า” นานะกอดตอบลูกสาวก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้หญิงชายสามีภรรยาที่เดินตามเข้ามา 

“ดื้อตามประสาครับพี่นานะ แต่น่ารักขึ้นเยอะแล้ว” เดวิดตอบด้วยรอยยิ้มพลางเหลือบมองสาวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดผู้เป็นแม่เล็กน้อย 

“ถ้าอาเดย์ชมนี่แสดงว่าดีขึ้นจริงครับคุณแม่” นิโคลัสเอ่ยขึ้น 

“แหม๋ ทำมาเป็นว่านิรินนะ นิรินก็แสบเหมือนพี่นิคนั่นแหละ” นิรินผละออกจากอ้อมกอดมารดาแล้วหันไปทำจมูกย่นใส่พี่ชายสุดหล่อทันที 

“ไหนมากอดหน่อยซิยัยตัวดี พอไม่อยู่ที่นี่ก็เงียบหูขึ้นเยอะเลย” นิโคลัสเข้าไปกอดน้องสาว 

“ก็หาสาวๆมาสักคนสิคะ อย่างพี่มิลก็ได้รับรองไม่เงียบหูแน่ๆ” นิรินส่งยิ้มให้พี่ชาย 

“ไม่เอาหรอกยัยนั่นแว้ดๆทั้งวัน มีหวังหูหนวกกันพอดี” นิโคลัสส่ายหัวเบาๆแต่พอคิดถึงสาวตัวเล็กก็ใจเต้นทุกที 

“จริงอ้ะ นึกว่าชอบเสียอีก” นิรินยังคงไม่เลิกกระเซ้าแหย่พี่ชาย 

“ไม่ต้องมาแซวเลย นี่อาเดย์ทนยัยจอมจุ้นได้ยังไงครับ อยู่นู่นคงแผลงฤทธิ์ไม่ใช่น้อย” เมื่อเห็นน้องสาวไม่ยอมเลิกราจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยโดยหันไปหาเดวิดแทน 

“ไม่ดื้อสักหน่อย ใช่มั้ยคะอาเดย์” นิรินหันไปส่งยิ้มหวานให้เดวิด 

“จะ ไม่ดื้อ” เดวิดพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน 

“เอาล่ะเดี๋ยวค่อยคุยกันต่อทีหลังดีกว่า เดย์กับมารีนขึ้นไปเก็บข้าวเก็บของข้างบนก่อนเถอะพี่ให้เด็กจัดห้องไว้ให้แล้ว” นานะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ายืนคุยกันอยู่นานสองนานโดยยังไม่ได้ต้อนรับแขกเลยสักนิด มารีนเองก็เริ่มทำสีหน้าไม่ค่อยดีแล้วด้วย 

“ขอบคุณค่ะ” มารีนโปรยยิ้มหวานก่อนจะเดินตามเด็กรับใช้ไปยังห้องพัก โดยเดวิดก็เดินตามไปเช่นเดียวกัน 

‘อดทน เชื่อใจ ไว้ใจ ท่องไว้นิริน’ นิรินเอ่ยในใจซ้ำๆ แค่คิดว่าเขาต้องอยู่ห้องเดียวกันสองต่อสองเธอก็ไม่เป็นอันทำอะไรเลย พยายามไม่คิดแต่ท้ายที่สุดก็อดคิดไม่ได้อยู่ดี แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็จะเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่ม ว่าเขาจะไม่มีวันทำให้เธอต้องเสียใจอย่างแน่นอน 

เวลาต่อมา

‘คิดถึงจังค่ะ อยากกอด’ ข้อความในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่เปิดอ่านทำเอาหญิงสาวที่กำลังนอนหนุนตักผู้เป็นพ่ออยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นถึงกับยิ้มกว้างออกมา 

“ยิ้มขนาดนี้หนุ่มๆส่งข้อความมาขายขนมจีบหรือเปล่าไหนพ่อดูซิ” แม็กเวลเอ่ยขึ้น 

“เปล่าค่ะคุณพ่อ คือหัวหน้าไลน์มาชมน่ะค่ะ ว่าชุดคอลเลคชั่นใหม่ที่นิรินออกแบบสวยมาก” นิรินรีบเก็บโทรศัพท์ให้พ้นสายตาของผู้เป็นพ่อพลางส่งรอยยิ้มหวานให้เป็นการกลบเกลื่อน 

“ก็ลูกพ่อเก่งนี่เนอะ” แม็กเวลลูบหัวลูกสาวก่อนจะก้มไปจูบที่หน้าผากเล็กเบาๆ 

“แล้วตกลงคืนนี้คุณพ่อจะให้นิรินนอนกอดมั้ยคะ หรือห่วงว่าจะไม่ได้กอดคุณแม่” นิรินลุกขึ้นมามองหน้าบิดาที่ยังให้คำตอบเธอไม่ได้สักที อาทิตย์ก่อนบอกกับเธอว่าหากกลับมาจะให้นอนกอดแต่พอเอาเข้าจริงๆกับยังไม่กล้ารับปากเต็มปากเต็มคำเสียนี่ 

“เอางี้มั้ยลูก นิรินให้พ่อนอนตรงกลาง พ่อจะได้กอดทั้งนิรินและก็กอดแม่เขาด้วย”  

“แต่นิรินอยากนอนตรงกลางนี่คะ นิรินก็อยากนอนกอดทั้งคุณแม่และคุณพ่อ”  

“พ่อก็อยากนอนกอดแม่ด้วยนี่หน่า”  

“ใครจะกอดใคร จะนอนตรงไหน หยุดเถียงกันก่อนนะคะสองพ่อลูก ตอนนี้ได้เวลาทานมื้อค่ำแล้วค่ะ นิรินขึ้นไปตามอาเดย์กับอามารีนลงมาทานข้าวหน่อยนะลูก” นานะที่เดินเข้ามาเอ่ยขึ้นบอกสองพ่อลูกที่นั่งเถียงแย่งที่นอนกันราวกับเด็กๆ 

“ค่ะ” นิรินรับคำก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องรับรองแขกด้านบน 

ก๊อกๆๆ

นิรินเมื่อเดินขึ้นมาหยุดอยู่หน้าห้องแอบถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะยกมือเรียวขึ้นเคาะประตู และเมื่อประตูถูกเปิดออกก็ต้องตาเบิกโพลงทันที เพราะหญิงที่อยู่ตรงหน้าเธออยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินมันวาวตัวจ้อยสั้นเสมอหู  

‘ชุดล่อเสือล่อตะเข้ชัดๆ’ นิรินคิดในใจ สายตาจับจ้องสำรวจไปทั่วเรือนร่าง แม้จะไม่ชอบใจแต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าในวัยสามสิบปลายของหญิงสาวเธอยังมีรูปร่างและผิวพรรณที่สะสวยอยู่มาก อีกทั้งทรวดทรงองเอวหน้าอกหน้าใจยังดูเซ็กซี่ไม่น้อยเลยอีกด้วย ขนาดเธอเองเป็นผู้หญิงด้วยกันยังอดมองไม่ได้เลย 

“จะยืนจ้องอีกนานมั้ยจ้ะหนูนิริน” มารีนแสยะยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยออกมา 

“เอ่อคือคุณแม่ให้มาตามอามารีนกับอาเดย์ลงไปทานมื้อค่ำค่ะ” นิรินบอกเสียงเรียบ 

“เดี๋ยวลงไป ฉันรอเตรียมเสื้อผ้าให้เดย์ก่อน เดย์อาบน้ำอยู่” มารีนปรายตาตอบก่อนจะรีบปิดประตูลงทันที 

“เฮ้อ..” นิรินถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะตัดใจเดินลงมายังด้านล่างแม้จะอยากอยู่ข้างบนมากก็ตามที 

ห้องอาหาร 

“ขอโทษนะคะที่ลงมาช้า แล้วก็แต่งตัวไม่เรียบร้อยแบบนี้ จริงๆแล้วมารีนรู้สึกเวียนหัวไม่ค่อยอยากทานเท่าไร เลยว่าจะนอนพักผ่อน แต่เดย์ก็ยังคะยั้นคะยอให้ลงมา” มารีนเอ่ยพลางเดินกอดแขนชายหนุ่มลงมาโดยสวมชุดคลุมทับชุดนอนตัวจ้อยข้างในอีกที 

“ไม่เป็นไรหรอกจะ ว่าแต่เป็นอะไรมากมั้ยมีหยูกยาหรือเปล่า” นานะยิ้มรับแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง 

“ทานเรียบร้อยแล้วค่ะพี่นานะ ขอบคุณนะคะ” มารีนส่งยิ้มหวานแล้วเดินมานัางลงยังโต๊ะอาหาร โดยมีเดวิดตามมานั่งลงข้างๆ 

“งั้นทานกันเถอะนะทั้งมารีนทั้งเดย์จะได้ไปพักผ่อนกัน” แม็กเวลเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกคนจะลงมือรับประทานอาหารกัน 

“เดย์คะ….”  

Rrrr Rrrr Rrrr

ยังไม่ทันที่มารีนจะเอ่ยอะไรออกไปเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นเสียก่อน 

“เอ่อผมขอตัวสักครู่นะครับ” เดวิดเอ่ยขึ้นอย่างมีมารยาทก่อนจะเดินออกไปยังด้านนอกเพื่อรับสายและคุยอยู่ไม่กี่นาทีก่อนจะเดินกลับเข้ามานั่งลงตามเดิม 

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” มารีนหันไปเอ่ยถาม 

“พอดีตำรวจที่ทำคดีอุบัติเหตุรถชนของผมโทรมาแจ้งอาการของคนขับรถบรรทุกน่ะ ว่าตอนนี้ฟื้นแล้ว อีกสองสามวันก็คงให้ปากคำได้ คงเป็นเวลาเดียวกับที่เรากลับไปอิตาลีพอดี” เดวิดเล่าให้หญิงสาวได้ฟัง 

“อ่อค่ะ” มารีนพยักหน้ารับก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม 

“ได้สอบปากคำสักทีก็ดีนะ จะได้รู้สาเหตุที่แท้จริงว่ามันเป็นมายังไงกันแน่ ตอนเดย์โทรมาบอกพี่ พี่ตกใจแทบแย่ ยิ่งพอเห็นสภาพรถแล้วพี่ว่ามันดูเหมือนตั้งใจขับมาชนตรงๆเลยมากกว่า” แม็กเวลบอกกับชายหนุ่ม 

“ยังไงก็คงต้องรอให้ตำรวจสอบปากคำน่ะครับ”  

“อ้าวอิ่มแล้วเหรอจ้ะมารีน” นานะเอ่ยถามเพราะเห็นว่าเธอทานไปแค่นิดเดียวก็วางช้อนซ้อมเสียแล้ว 

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นมารีนขอตัวไปพักก่อนนะคะ” มารีนพยักหน้ารับก่อนจะลุกยืนขึ้น 

“เดี๋ยวผมไปส่ง” เดวิดเอ่ยแล้วลุกขึ้นตาม 

“ไม่เป็นไรค่ะคุณทานต่อเถอะ ฉันไปเองได้ค่ะ” มารีนบอกแก่ชายหนุ่มก่อนจะเดินขึ้นไปยังด้านบนทันที เดวิดจึงนั่งลงที่โต๊ะตามเดิม จากนั้นทุกคนก็ยังคงทานอาหารกันไปพูดคุยกันไปด้วยบรรยากาศที่ดูจะผ่อนคลายขึ้นผิดหูผิดตา 

เวลาต่อมา

“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” เดวิดเดินเข้ามาในครัวก็เอ่ยถามนานะที่กำลังนั่งเตรียมผลไม้โดยมีลูกสาวสุดที่รักคอยนั่งช่วยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ 

“ไม่ต้องหรอกจ้ะเดย์ ไปนั่งคุยกับคุณแม็กข้างนอกเถอะจะ พี่มียัยตัวยุ่งนี่คอยช่วยอยู่แล้ว” นานะเงยหน้าไปบอกชายหนุ่ม 

“โถ่คุณแม่คะ เดี๋ยวก็ตัวแสบ เดี๋ยวก็ตัวยุ่ง นิรินไม่เป็นแบบนั้นแล้วสักหน่อยค่ะ นิรินเป็นเด็กดีแล้วนะคะ ไม่เชื่อถามอาเดย์ดูได้เลย” นิรินทำจมูกย่นใส่อย่างน่ารัก 

“ก็ยังแสบซนเหมือนเดิมครับ แต่ทำตัวน่ารักขึ้นเยอะ” เดวิดเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ 

“น่ารักมากต่างหากค่ะ” นิรินส่งยิ้มหวานแล้วหันไปจัดการจัดผลไม้ใส่จานต่อ 

“เดย์คะ” ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นเสียงของมารีนก็ดังขึ้น 

“คุณแต่งตัวจะไปไหนเหรอ” เดวิดถามด้วยความแปลกใจเพราะหญิงสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนเหมือนเดิม 

“คือพอดีที่บ้านลุงเบนมีปัญหานิดหน่อยค่ะ ฉันเลยว่าจะขอบินกลับก่อน”  

“ลุงเบน?” เดวิดเลิกคิ้วอย่างสงสัย ลุงเบนคือใครทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย 

“เอ่อ...ญาติห่างๆของคุณพ่อน่ะค่ะ คุณพ่อโทรมาว่าอยากให้กลับไปช่วย ฉันเลยว่าจะบินกลับคืนนี้เลยนี่จองตั๋วไว้แล้ว ฉันเลยมาบอกคุณก่อนน่ะค่ะ”  

“งั้นรอผมก่อนนะ ผมจะไปเก็บของ”  

“ไม่ต้องค่ะ คุณไม่ต้องไป เอ่อ...คือคุณอยู่ต่อเถอะค่ะ นานๆจะได้กลับมาเยี่ยมพี่แม็กกับพี่นานะสักที ฉันกลับไปฉันก็ต้องออกนอกตัวเมืองกับคุณพ่อ” มารีนบอกเสียงแข็งในต้นประโยคก่อนจะค่อยๆปรับเปลี่ยนให้เป็นเสียงหวานนุ่มนวลดังเดิม 

“งั้นให้เด็กที่บ้านไปส่งที่สนามบินนะจ้ะ” นานะลุกขึ้นมาหาหญิงสาว 

“ไม่ต้องหรอกครับเดี๋ยวผมไปส่งเองดีกว่า ขอยืมรถที่บ้านหน่อยนะครับ” เดวิดเอ่ยขึ้น 

“ได้จะงั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกให้นิคเอารถออกให้แล้วจะให้นั่งไปเป็นเพื่อนเดย์ด้วย ไม่ได้มาเสียนานกลัวจะหลงกับเส้นทาง” นานะบอกก่อนเดินออกไป 

“ไปเถอะเดี๋ยวผมไปส่ง”  

“ค่ะ” มารีนพยักหน้ารับแล้วเดินออกไป 

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคนดี เดี๋ยวอารีบกลับมานะ” เมื่อเห็นสาวน้อยมองตามตาละห้อยก็เดินเข้าไปหาก่อนจะแลซ้ายแลขวาไม่เห็นใครจึงหอมลงที่แก้มนวลเบาๆ 

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับน้อยๆ จูบแผ่วเบาเมื่อครู่แม้จะเพียงเสี้ยววินาทีแต่ก็ช่วยทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเธอพองโตขึ้นมาได้อีกครั้ง 

“พี่นิค!” นิรินเอ่ยเรียกด้วยใจหายเล็กน้อยที่กำลังเดินออกมาแล้วเจอกับพี่ชายที่เดินสวนมาพอดี ไม่รู้ว่าผู้เป็นพี่จะเห็นภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้หรือเปล่า 

“กำลังจะมาตามอยู่พอดีเลย ผมเตรียมรถให้แล้วครับอาเดย์ ไปด้วยกันสินิริน ขากลับพี่จะพานั่งรถเล่นเอามั้ย” นิโคลัสบอกกับอาก่อนจะหันมาหาน้องสาวของตน 

“จริงเหรอคะ ไปสิไปๆ” นิรินเอ่ยถามด้วยความดีใจหากแต่ไม่ใช่ดีใจในสิ่งที่พี่ชายบอก แต่ดีใจที่จะได้นั่งรถไปกับชายหนุ่มคนรักต่างหาก 

“งั้นไปกันเถอะ” เดวิดหันมาหาสองพี่น้อง ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเดินออกไป 

เวลาต่อมา ริมแม่น้ำฮัดสัน

“ดื่มกันนิดหน่อยพอนะคะ ถ้าเมาทั้งสองคนนิรินแบกขึ้นรถไม่ไหวนะ” นิรินเอ่ยขึ้นเมื่อพี่ชายตัวดีพานั่งชมวิวยามค่ำคืนที่ริมแม่น้ำฮัดสัน อีกทั้งยังพากันซื้อเบียร์หลายต่อหลายกระป๋องมานั่งดื่มกันอีกด้วย 

“ถ้าเลือกช่วยได้คนเดียวนิรินจะช่วยใครล่ะ พี่หรืออาเดย์” นิโคลัสเอ่ยถามพลางยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ 

“เอ่อ...ทำไมต้องเลือกล่ะนิรินเลือกไม่ได้หรอก อยู่ๆมาถามอะไรแบบนี้เนี่ย” นิรินละล่ำละลักพลางหันหน้าหนี เพราะแววตาของผู้เป็นพี่ชายเธอตอนนี้กำลังจับจ้องมาที่เธออย่างต้องการจะสื่ออะไรบางอย่าง 

“นั่นสิเนอะพี่กับแฟนมันเลือกยาก”  

“นิค/พี่นิค!” ทั้งเดวิดและนิรินต่างเอ่ยขึ้นพร้อมๆกันแต่คนที่ตกใจมากกว่าใครคงจะหนีไม่พ้นหญิงสาวที่มองหน้าพี่ชายตาโต

“ถ้าจะแอบคบกันต้องเนียนกว่านี้นะครับ” นิโคลัสเอ่ยพลางหันไปมองหน้าผู้เป็นอา 

“คือว่าอา...”

“พี่นิคเห็นใช่มั้ย” นิรินไม่รอให้ชายหนุ่มได้พูดจบก็เอ่ยถามขึ้นเสียก่อน 

“ที่หอมแก้มกันในครัวน่ะเหรอ เห็นสิ แต่ที่เห็นยิ่งไปกว่านั้นและมันชัดเจนที่สุดก็คือสายตาของทั้งสองคนนั่นแหละ อาเดย์มองนิริน นิรินมองอาเดย์ รู้มั้ยมันหวานเยิ้มขนาดไหน”  

“อาขอโทษนะนิคที่ต้องปิดบัง”  

“นิรินผิดเองค่ะ นิรินห้ามอาเดย์เอาไว้ว่าไม่ให้บอกเรื่องของเรา พี่นิคอย่าเพิ่งบอกคุณพ่อคุณแม่นะคะ นิรินขอร้องนะ” นิรินรีบเข้าไปกอดแขนพี่ชายเอาไว้อย่างออดอ้อน 

“มีอะไรกันหรือยังครับ” นิโคลัสเอ่ยถามตรงๆจนผู้เป็นน้องถึงกับตาโตด้วยความตกใจ แม้จะรู้ดีว่าพี่ชายเป็นคนเป็นคนโผงผางเปิดเผยแต่ก็ไม่คิดว่าจะถามมาตรงๆแบบนี้ 

“.............” เดวิดไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับเท่านั้น ส่วนนิรินก็ได้แต่ก้มหน้างุดเพราะไม่กล้าสบสายตาของพี่ชาย 

“ยอมรับแบบนี้ก็แมนๆดีครับ เฮ้อ...อาเดย์รู้อะไรมั้ย ถ้าผมไม่เคารพอาเดย์เหมือนอาผมคงลุกขึ้นตะบันหน้าอาไปแล้ว” นิโคลัสบอกพลางพ่นลมหายใจยาวๆอย่างพยายามข่มกลั้นอารมณ์ 

“นิรินขอโทษนะ พี่นิคโกรธนิรินหรือเปล่า”  

“อย่าโกรธนิรินเลยนะ นิคอยากจะชกจะต่อยอาเพื่อระบายความโกรธก็ทำได้เลย แต่อย่าไปโกรธนิริน นิรินไม่ผิดหรอก คนผิดคืออาเอง”  

“ผิดทั้งคู่นั่นแหละครับอาเดย์มีอามารีนอยู่ทั้งคน แต่ทั้งสองคนยังจะ...”  

“ถ้านิคโกรธเรื่องนั้นอาอธิบายได้นะคือเรื่องมันเป็นแบบนี้...” เดวิดมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้นิโคลัสได้ฟังเหมือนที่เคยบอกกับนิริน 

“แล้วเมื่อไรอาเดย์จะบอกความจริงทั้งหมดได้ครับ” นิโคลัสเอ่ยขึ้นหลังจากที่เดวิดเล่าเรื่องราวจบ นิรินเองก็มองหน้าเขาอย่างต้องการฟังคำตอบเช่นเดียวกัน 

“อีกไม่กี่เดือนนี่แหละ อาจะทำให้ทุกอย่างจบลงให้ได้”  

“หวังว่าจะไม่นานเกินไปนะครับอาเดย์ น้องสาวผมมีหัวใจ การต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ ดีไม่ดีอาจมีใครมาคอยนินทาว่าร้าย ถ้าน้องผมเจ็บผมบอกเลยว่าผมไม่โอเค”  

“อารักนิรินมากนะนิค และอาจะไม่ให้ใครมาทำให้นิรินเจ็บช้ำน้ำใจอย่างแน่นอน” เดวิดสบตาชายหนุ่มด้วยความมั่นคงก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเล็กของหญิงสาวมากุมเอาไว้ 

“ผมเชื่ออาเดย์ครับ แต่ถ้าจบเรื่องให้ไวหน่อยก็คงดี เพราะขนาดผมยังสังเกตได้เลย ผมว่าคุณพ่อเองก็คงจะต้องแอบคิดอยู่เหมือนกันและเมื่อไรที่คุณพ่อมั่นใจได้แล้วล่ะก็ คุณพ่อคงไม่ใจเย็นกับอาเดย์แน่ๆ”  

“อาจะพยายามนะ”  

“ขอบคุณนะคะพี่นิค” นิรินหันไปมองหน้าพี่ชายด้วยความซาบซึ้ง แม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายรักเธอมากแต่พอมาฟังเขาพูดถึงเธอจากปากแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เธอรับรู้ว่าเขารักเธอมากจริงๆ 

“อย่าขี้แยสิตัวดี แล้วก็เลิกดื้อเลิกซนเสียที มีอะไรจะได้ช่วยอาเดย์คิดแก้ปัญหาไปได้ หนทางข้างหน้ายังมีอะไรให้เผชิญอีกเยอะนะนิริน” นิโคลัสยกมือลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู 

“ทราบแล้วค่ะ” นิรินยิ้มรับ 

“จับมือน้องสาวผมแล้วอย่าคิดจะปล่อยเชียวนะครับอาเดย์ ถ้ามีวันนั้นล่ะก็ผมจะไม่ปล่อยอาเดย์ไว้เหมือนกัน”  

“ไม่ปล่อยแน่นอน อาสัญญาด้วยหัวใจ” เดวิดรับคำก่อนจะหันไปสบตากับหญิงสาวอันเป็นที่รัก มือหนายังคงประสานอยู่ที่มือเล็กไว้แนบแน่น ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออย่างแน่นอน...



******************************************

นิครู้เรื่องแล้วค่าา^^ นางรักน้องนะเออ น่าร้ากก (เรื่องของนิคกับนิรินเกิดขึ้นพร้อมๆกันนะคะ ถ้าเทียบเวลาแล้วนิคก็ยังไม่ได้แอบคบกับมิลนะ)

มาลุ้นกันต่อว่าความลับจะรั่วไหลไปมากกว่านี้มั้ย แล้วนิรินกับอาเดย์ต้องเจอกับอะไรอีก มาตามต่อกันนะ

ปล.เดี๋ยวไปลงเรื่องท่านชายกับวาเลนให้นะคะไปรออ่านได้เลย ขอไลค์ขอเม้นเยอะๆหน่อยเร็วเดี๋ยวงอนนะ555^^




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น