facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 20 : นายไม่ได้ตัวคนเดียว

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 : นายไม่ได้ตัวคนเดียว

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 147.4k

ความคิดเห็น : 73

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 : นายไม่ได้ตัวคนเดียว
แบบอักษร





     หลังจากที่นักฆ่าชาวญี่ปุ่นกลับไป  กาเบียลและกรรณก็มานั่งคุยกับนายถึงเรื่องที่มาโคโตะยอมจะ

 ปลิดชีพเฉลิมให้ตามการว่าจ้างของนาย ซึ่งจะเชื่อถือได้มากแค่ไหนเชียว

           “  นายพูดไปแบบนั้น รับรองมันไม่บอกเฉลิม  ”              

          “  อือ ผมก็คิดงั้น  ”              

          “  มาโคโตะไม่คิดหักหลังนายหรอกครับ  ”        กรรณพูดอีกเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นาย              

         “  หึๆๆ  นาย...จะทำอะไรต่อหากเฉลิมตายไปแล้ว  ”         กาเบียลคิดการณ์ไกลไปมาก              

         “  รอมันตายก่อน  ยังไม่ได้แพลนอะไร  ”              

         “  จะกลับบ้านเลยมั้ยครับ   ตอนนี้ก็จะ 3 ทุ่มครึ่งแล้ว  ”           กรรณดูนาฬิกาแล้วถามนาย              

        “  อือ  ”              

        “  งั้นเดี๋ยวผมไปตรวจความเรียบร้อยที่บ่อนกับบาร์ นายกลับไปกับกรรณก่อนเลยก็ได้ครับ  ”              

        “  ผมไม่อยากกลับกับมัน  ”              

       “  ผมไปทำไรให้นายไม่พอใจรึเปล่าครับ  ”              

       “  ปกติเห็นไม่พอใจก็สั่งทำโทษมัน ทำไมครั้งนี้เงียบล่ะนาย ”              

       “  นั่นสิ  นายไม่พอใจผมก็สั่งลงโทษผมสิครับ อย่าเงียบแบบนี้  ”              

       “ เรื่องของกู! ”

          มาเฟียหนุ่มลุกขึ้นแล้วก็เดินออกจากห้องทำงาน ลงมาด้านล่างเพื่อที่จะได้กลับบ้านเลยทันที  

พอออกมาได้ไม่กี่กิโลอิทธิก็ได้ยินเสียงแปลกๆขึ้นจึงถามทุกคนว่ามีใครได้ยินมั้ย  ทุกคนจึงเงียบเพื่อฟัง



   ติ้ด   



ติ้ด  



ติ้ด



  ติ้ด  




ติ๊ด   เสียงคล้ายนาฬิกาแบบนี้ดังอยู่เรื่อยๆและกรรณก็พอได้ยินบ้างแล้ว

       “  ผมไม่ได้ยินครับ  ”     ยศมองผ่านกระจกบอกไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแต่กรรณกลับเปิดประตู              

       “  นายครับ รีบวิ่งให้เร็วที่สุด  ”              

       “  ทุกคน รีบออกจากรถให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ”      มาเฟียหนุ่มสั่งกับทุกคนในรถ

        พรุ่บบบบบบบบบบ  เสียงประตูรถถูกเปิดออก  กรรณลงมารอให้นายกระโดดลงมาจากรถและทั้งหมด

ก็รีบวิ่งกันไปคนละทิศละทาง ให้ห่างจากรถที่สุดเท่าที่จะสามารถวิ่งหนีไปได้



              บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!                



                                 โอ๊ยยยยยย



ตุ้บบบบบบบบบบบบบ         โอยยยยยยย                



                 ตุ้บบบบบบบบบ



              “  นายยยยยยยยย!!!!   ” 




          กรรณตะโกนเรียกนายแล้วนอนหมอบหลบสะเก็ดระเบิดอยู่ที่พื้น เช่นเดียวกับทุกคน  

รถคันหรูของอิทธิตอนนี้ไฟกำลังลุกอย่างหนัก  เศษอะไรต่างๆแตกกระจายโดนผู้คนที่วิ่งหนีเอาชีวิตรอด

 รวมถึงอิทธิด้วยที่ค่อยๆลุกขึ้นนั่งมองรถตน

           “  นายเป็นอะไรรึเปล่าครับ  ”         มาเฟียส่ายหน้าให้กับลูกน้องที่คลานเข้ามาถาม               

          “  ในบ่อนเราต้องมีหนอนบ่อนไส้  ไม่งั้นใครมันจะเอาระเบิดมาติดใต้รถของนายได้   

นายไม่ได้เป็นอะไรแน่ใช่มั้ยครับ  ”        กรรณถามอีกครั้งด้วยความแน่ใจ              

          “  กูไม่เป็นอะไร  ”

      มือซ้ายของมาเฟียกดโทรศัพท์ให้คนที่บ้านเอารถคันใหม่มารับนาย โดยให้ตรวจสอบอะไรต่างๆ 

 ให้ดีก่อน พร้อมแชร์โรเคชั่นว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน จากนั้นก็โทรหากาเบียลเพื่อรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น


          “   ว่าไง  กูอยู่ในบ่อนเนี้ย  ”             

         “  มีคนลอบวางระเบิดที่รถนาย  ”          กรรณบอกกาเบียลพลางมองนายไม่ละสายตา             

         “  เฮ้ย!  แล้วมีใครเป็นอะไรมั้ย  ”         คนในปลายสายส่งเสียงตกใจและแสดงความเป็นห่วงทันที            

         “  คนขับกับลูกน้องบาดเจ็บนิดหน่อย   ”             

         “  กูจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ มึงไปคอยดูนาย  เผื่อพวกมันสอดส่องอยู่แถวนั้น ”




               ปั้งงงงงงงงงง        ปั้งงงงงงงงงงงงงง     




     ปั้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง  



         กรรณรีบวางสายเนื่องจากมีเสียงปืนดังขึ้นหลายต่อหลายนัด  อิทธิก็หยิบปืนขึ้นมาและสั่ง

ให้ลูกน้องระวังตัวเองกันไว้ด้วย  และกรรณก็สั่งต่อจากนายให้ทุกคนมาคุ้มกันนาย



                ปั้งงงงงงงง               ปั้งงงงงงงงงง        




           ปั้งงงงงๆๆๆ            ปั้งงงงงงงง




          กรรณและอิทธิวิ่งมาหลบอยู่หลังต้นไม้  คอยยิงตอบโต้พวกมันที่มากันหลายสิบคนและมีกำลังพล

มากกว่า  เสียงปืนยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ สาดกันเฉียดเฉี่ยวไปมาระหว่างสองฝ่าย

       “  กระจายตัว!!  ไม่ต้องมาคุ้มกันกู เอาชีวิตตัวเองให้รอด  ”      มาเฟียหันไปสั่งกับลูกน้องอีกครั้ง                 

       “  แต่..นาย  ”          คำสั่งของนายทำเอาลูกน้องส่ายหน้า เพราะหลายต่อหลายครั้งที่ไปสู้รบด้วยกัน 

คนเป็นนายมักจะบอกให้ลูกน้องเอาชีวิตตัวเองให้รอด ไม่เคยเห็นแก่ตัวให้ตัวเองรอดอยู่คนเดียวเลย


       “  คำสั่งกูถือเป็นคำขาด  ”                     


         อิทธิตะโกนดังลั่น  ลูกน้องจึงกระจายตัวตามที่นายสั่งแต่ไม่ทอดทิ้งนายไปไหนช่วยกันยิงคู่ต่อสู้ 

 จนรถของกาเบียลที่มาพร้อมกับลูกน้องอีก 6 - 7 คน  มาถึงก็เข้ามาช่วยกันกำจัดไอ้พวกปิดหน้าปิดตาซุ่ม

ทำร้ายอิทธิ จนพวกนั้นรีบขึ้นรถหนีไปเมื่อเห็นว่ามีรถอีกคันกำลังมารับนายและ มีปืนกลมาด้วยถึง 2 กระบอก              

        “  ขึ้นรถครับนาย  ”        คนขับรถอีกคนเปิดกระจกและตะโกนบอกกับนาย              

        “  เชิญครับนาย...  ”      กรรณมองซ้ายขวาและผายมือให้นายเดินไปขึ้นรถคันใหม่ที่มารับ              

        “  ไปช่วยคนเจ็บขึ้นรถมาด้วย กูจะไปกับนาย!!  ”      กาเบียลสั่งกับลูกน้องแล้วลงจากรถไปหานาย

ในระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัวอิทธิก็ได้สั่งการกับลูกน้อง หาตัวคนลอบวางระเบิดที่รถคันหรูของตน             

      “  โทรหาไอ้สองให้มันตรวจสอบกล้องวงจรปิดในลานจอดรถ  หาตัวคนวางระเบิด  แล้วรายงานกูให้เร็วที่สุด  ”          

      “  ครับนาย  ”





       ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถก็วนขับเข้ามาในบ้าน  รั้วสูงใหญ่ก็ปิดอย่างรวดเร็ว  มาเฟียหนุ่มลงจากรถ

แล้วเดินเข้าบ้านด้วยความโมโหและเกรี้ยวกราดอะไรขวางทางเตะกระจุย  ผลักมันล้มลงให้หมด จนสาวใช้

และทุกคนรีบออกมาดูกันยกใหญ่

         “  อะไรกันคะนาย  ”       ป้าภาถามพลางมองของที่กระจายเต็มพื้นไปหมด             

         “  ไปเข้านอน  อย่าถามผมตอนนี้  ”        มาเฟียตาแข็งราวเพชรลั่นวาจาออกไปอย่างเยือกเย็น             

        “  ไปป้า  นายโมโหอยู่  ”     สาวใช้สองคนพอจะดูออกว่านายกำลังโกรธจัดจึงช่วยดันป้าภา

ให้รีบออกไปจากตรงนั้น ก่อนที่บ้านจะถล่มและพังพินาศลงจากฝีมือนายใหญ่ของบ้านที่ตอนนี้หัวร้อน

จนแทบจะฆ่าคนด้วยมือเปล่าเลย  วีผู้เข้ามาทีหลังเห็นป้าภาและสองสาวใช้รีบพากันเดินกลับเข้าห้องก็กลับ

สงสัยไปใหญ่จึงเดินเข้าไปในตัวบ้านก็เห็นนายยืนกำมือแน่นหน้าตาเคร่งเครียดและอาฆาตแค้น

         “  อย่าเพิ่งเข้าไป  ”         กรรณร้องห้ามไว้ก่อนที่วีจะเดินเข้าไปหานายใกล้ๆ            

         “  มึงไปทำแผลไปกรรณ  ”        กาเบียลบอกกับกรรณที่มีแผลบาดเจ็บที่แขนและขา             

         “  เกิดอะไรขึ้นครับ??  ”         วีถามกาเบียลแต่สายตายังคงจ้องมองนายอยู่            

        “  มีคนติดระเบิดที่รถของนาย  ดีที่ไหวตัวทันกัน  แล้วพวกมันก็ซุ่มยิงทำร้ายนาย หวังให้นาย

 ถึงขั้นตายกันเลยทีเดียว  ”             

       “  ใช่คนที่ยิงนายคราวก่อนมั้ย  ”           

       “  ใช่  ”                        

       “  ผมเข้าไปหานายได้มั้ย  ผมเป็นห่วงนาย  ”         วีหันมาถามกาเบียล           

       “  อย่าเข้าไปจะดีที่สุด  รอให้นายเย็นลงก่อนนะครับ  ”     กาเบียลรู้ดีว่าเวลานี้นายไม่อยากพบใคร

ทำให้วียืนมองนายอยู่กับกาเบียล ไม่นานกาเบียลก็ขอแยกตัวไปดูลูกน้องและคนขับรถที่โดนสะเก็ดระเบิด

บาดเจ็บกัน และกำชับเวรยามให้แข็งมากขึ้น ป้องกันภัยยามดึก  จากนั้นอิทธิก็เดินขึ้นไปข้างบน  วีก็รีบเดินขึ้น

ไปตามไปเรื่อยๆ เดินไปทางห้องนอนนาย  แต่แล้วนายก็หายไปไหนไม่รู้  วีจึงยืนมองหาและอยู่ๆก็มีคนโผล่

มาล็อกคอวีจากด้านหลัง

        “  ตามกูมาทำไม  ”       เสียงที่คุ้นหูทำให้วีไม่ตกใจจนร้องโหวกเหวกให้คนช่วย              

        “  ผะ...ผมเป็นห่วงนาย  เลยตามมาครับ  ”   มาเฟียปล่อยแขนออกจากคอวี  แล้วก็เปิดประตูเข้าห้อง

และหันมามองคนตรงหน้า               

       “  กูอยากอยู่คนเดียว  ”    อิทธิพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาทำให้วีมองตานายแล้วก็เข้าใจ จึงหันหลังเดิน

ออกไป โดยที่อิทธิยังคงยืนมองวีเดินออกไปอยู่ที่ประตูและไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้อิทธิเรียกวีไว้



       “   วีรธัช  ”     

         วีหันมายืนนิ่งรอคำพูดจากนายแต่ไม่มีคำพูดใดออกจากปากเค้า มีเพียงการพยักหน้าน้อยๆ

เป็นการเรียกให้วีกลับมาเท่านั้น  วีจึงเดินกลับมายืนตรงหน้านายอีกครั้ง  แล้วนายก็เอามือจับมือวี 

 ดึงเข้ามาในห้อง ล็อกประตูอย่างแน่นหนา  แล้วก็สวมกอดวีแน่น วีเองก็กอดตอบนายกลับเช่นกัน

      “  ขวัญเอ๊ยขวัญมานะ  ”      หลังจากกอดไปได้สักพักวีก็เรียกขวัญให้นายผู้ที่ผ่านเคราะห์ร้ายมาได้         

      “  หึ!  ”    และการเรียกขวัญของวีนี้เองทำเอาอิทธิถึงกับยิ้มมุมปากเล็กๆออกมา         

      “  ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย... ”        

       “  อือ  ”         

       “  ต่อจากนี้ต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะ  ”           วีลูบหลังนายเบาๆ         

      “  เป็นห่วงกูเหรอ  ”   มาเฟียออกจากอ้อมกอดของวี และยืนมองตารอคำตอบจากวีอยู่         

      “  เป็นห่วงสิครับ  ห่วงมากด้วย  ”

        อิทธิยกมือมือขึ้นจับที่แก้มของวีอย่างเบาๆ จากนั้นก็ประกบปากตัวเองจูบที่ริมฝีปากของคนตรงหน้า

  ทั้งคู่จูบกันได้ซักพักก็ถอยออกจากกัน เป็นวีที่เขินจนหน้าออกสี พร้อมกับอิทธิที่ยังคงจ้องมองวีไม่ละสายตา   


     “  ช่วงนี้นายมีเรื่องให้เครียดบ่อย  จะเป็นไมเกรนมั้ยเนี่ย  ”         

      “  ตอนนี้กูไม่ได้เครียด กูโกรธ แล้วก็กำลังโมโหมากด้วย  ”   แต่เหมือนจะเย็นลงไปมากเมื่อได้อยู่กับวี         

     “  ถึงว่ากาเบียลห้ามผมใหญ่เลย ว่าไม่ควรเข้าใกล้นายตอนนี้  ”          

     “  กาเบียลห้าม ทำไมมึงถึงกล้ามาหากู  ”          

     “  ก็...  ”     เพราะวีเป็นห่วงแต่วีไม่ได้พูดออกไป เพราะไม่อยากพูดซ้ำบ่อยๆ          

     “  ไม่กลัวกูรึไง  กูโกรธมากกูฆ่าคนด้วยมือเปล่าได้เลยนะ  ”          

     “  เอ่อ...  ”                            ตอนแรกก็ไม่กลัวเท่าไรตอนนี้เริ่มกลัวละวีคิด    

  อิทธิเดินไปนั่งลงที่ปลายเตียง  ยกเท้าขึ้นมาทำท่าจะถอดถุงเท้าแต่วีรีบเดินเข้ามานั่งที่พื้นจับเท้านาย 

 วางที่ขาตน แล้วก็ถอดถุงเท้าให้นายแทนทั้งสองข้าง

     “  หรือมึง...คิดว่ามึงสามารถทำให้กูโมโหลดลงได้  ”    อิทธิก้มมองคนที่นั่งอยู่กับพื้น         

     “  จากที่เห็นตอนแรก ตอนนี้ก็น่าจะลดลงแล้วมั้งครับ  ”        

     “  นิดหน่อย  ”        

     “  ผมนวดเท้าให้ดีกว่า เคยอ่านมามีหลายจุดนวดคลายเครียดได้ เท้าก็ส่วนหนึ่ง  ”         

     “  กูไม่มีอารมณ์นวดตอนนี้หรอก  ”        

     “  แล้วนายจะให้ผมช่วยอะไรล่ะครับ  ”       อิทธิเงียบวีจึงถอยออกห่างและพูดต่อว่า...       

     “  งั้นผมกลับก็ได้  นายอยากอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ  ”          วีบอกพลางทำท่าจะลุก          

     “  ตอนนั้นใช่  ตอนนี้ไม่ละ  ”          

     “  เอ้า!  ไปนอนแช่น้ำมั้ยครับ  อาบน้ำเย็นๆจะได้คลายอารมณ์ร้อนๆ  ”         

      “  อือ  ”          

      “  งั้น...เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำให้ก่อน นายก็ทำอย่างอื่นรอนะครับ  ”


         ร่างบางเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการตามที่บอกนายไว้แล้วก็หันมาเจอนายยืนมองอยู่ก็ตกใจนิดๆ

   เพราะนายยังคงยืนนิ่ง แววตาบ่งบอกถึงความไม่ปกติอยู่

     “  กูไม่มีอารมณ์มานอนแช่น้ำอะไรตอนนี้ กูอยากฆ่าคน  ”     จู่ๆอารมณ์อิทธิก็เปลี่ยนเป็นร้อนอีกครั้ง           

     “  นะ..นาย  ”

       อิทธิถอนหายใจออกอย่างแรง ทำให้วีได้แต่มองนายแต่ไม่กล้าพูดหรือออกความเห็นอะไรอีก

 อิทธิจึงมองวีอีกครั้งแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำและเดินออกจากห้องไป  ทำให้วีรีบเดินตามนายออกมา

กลัวนายจะเอาปืนไปยิงใครเกลื่อนกราดตามที่ว่าจริงๆ และมันคงไม่ดีแน่ถ้าอิทธิทำอย่างนั้น



       “  นายจะไปไหนครับ  ”        ลูกน้องที่ยืนเวรเข้ามาถามนายที่เดินอ้าวๆออกมานอกบ้าน           

       “  ไปเอาปืนมาให้กู  กูจะไปซ้อมปืน  ”            

       “  ตอนนี้เหรอครับ  ”           

       “  เออ!!  ”                        มาเฟียตอบเสียงดังใส่ลูกน้องอย่างเกรี้ยวกราด            

       “   นาย  ผมไปด้วย  ”

      อิทธิเดินก้าวขายาวและเร็วจนมาถึงพื้นที่ส่วนหนึ่งของข้างบ้านที่มีประตูปิดไว้อีกที ลูกน้องบริเวณ 

 นั้นก็รีบไขกุญแจให้นาย  และก็ตามนายไปด้วยเพื่อจัดหุ่นสำหรับการซ้อมยิงปืนให้

        “  ปืนครับนาย  ”             

        “  ออกไปกันให้หมด  ”       

มาเฟียหันปืนไปจ่อลูกน้องเรียงคน จนลูกน้องรีบออกไปกันจนหมดเหลือเพียงวีที่ยังอยู่

        “  นายจะว่าอะไรมั้ยถ้าผมขออยู่ดูนายในนี้  ”           วีเอ่ยไปเบาๆอย่างกลัวๆ             

       “  ไม่กลัวรึไง ว่าถ้าหุ่นมันถูกยิงจนพรุน แล้วมึงจะได้เป็นเป้าแทน  ”            

       “  กะ...กลัว  ”            

        “  งั้นก็ออกไป  ”            

        “  ไม่ไป  ”


   ปั้งงงงงงงง                      ปั้งงงงงงงงงง                   ปั้งงงงงงงงงงงงงงง



    อิทธิยิงไปที่หุ่นตัวเดียว 3 นัดแล้วก็หันปลายปืนมาจ่อวีที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากตนเท่าไหร่



     “   กูบอกมึงว่า อยากฆ่าคน  กูมายิงหุ่นเพราะมันไม่มีชีวิต  แต่ที่มีชีวิตในนี้ก็มีแค่มึง  

กูจะนับ 1ถึง 3 ”            

      “  ทำไมชอบนับนักฮะ?  ”            

       “ 1  ”            

       “  ผมไม่ไป  ”            

        “ 2  ”

       วียืนหลับตาสนิท กลัวว่าถ้ามันถึง 3  จะมาเจาะอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างตัวเองแต่ไม่มีเลข 3

  ออกจากปากมาเฟียมีแต่เสียงปืนที่ดังขึ้นเท่านั้น   



                          ปั้งงงงงงงง      ปั้งงงงงงงงงงงง 



   ปั้งงง                   ปั้งงงงงงงงง




       “  คนที่ทำนายใช่คนเดียวกับฆ่าพี่ชายนายรึเปล่า  ”   คำถามของวีทำเอาอิทธิหยุดยิง        

       “  เพราะแบบนี้ใช่มั้ยนายถึงโกรธมากแล้วก็อาฆาตแค้นแบบนี้  ”         

       “  มึงไม่เข้าใจหรอก  ”         อิทธิหันปืนเล็งไปที่หุ่นอีกครั้ง             

      “  ไม่เข้าใจอะไร  ผมไม่รู้อะไรอยู่แล้วจะเข้าใจได้ยังไง  ”             

      “  เรื่องของกู  คนนอกไม่ต้องมาอยากรับรู้  ”                   

      “  รู้! ว่าเป็นคนนอก  แต่ถ้าเก็บไว้คนเดียวระวังจะอกแตกตาย   มีอะไรก็พูดออกมา

 ระบาย มันออกมาดิ  เส้นเลือดในสมองจะแตกซักวัน  ”         วีพูดด้วยน้ำเสียงบ่นๆ

     “  กูจะพูดจะระบายอะไรกับใครได้  กูตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็กชีวิตกูต้องสู้และพิสูจน์ตัวเอง

 ขนาดไหน  มีกี่คนที่เข้าใจกูฮะ?  ”           อิทธิเอาแขนลงและหันหน้ามาคุยกับวีตรงๆ

    “  แต่ตอนนี้นายไม่ได้ตัวคนเดียว  นายมีกาเบียล มีกรรณ   มีป้าภา  แล้วก็มีผม 

นายมีคนที่รักและหวังดีกับนายตั้งหลายคน  ผมเคยบอกนายแล้ว ว่าให้พูดกับผมระบายกับผมก็ได้

 ผมอยู่ข้างนายเสมอ ถึงแม้ผมจะเป็นคนนอกก็ตาม  ”    วีมองอิทธิที่ยืนแน่นิ่งไป และประมาณนาทีต่อมา

อิทธิก็เริ่มเล่า

       “   กูเจ็บที่ไอ้เฉลิมมันเล่นงานกูได้หลายครั้ง  มันดูถูกกู บอกว่ากูเป็นเด็กเพิ่งหัดเล่นเกม  

มันถุยน้ำลายใส่กู  แล้วก็บอกว่ากูเป็นไอ้ลูกขาดความอบอุ่นจากแม่  ทั้งๆที่แม่กูตายเพราะกลุ่มเพื่อนของมัน  ”



วีพอได้ยินนายพูดแบบนั้นก็เดินเข้าไปใกล้นายแล้วสวมกอดเข้า มือลูบหลังเบาๆเป็นการปลอบ

      “  เจ็บได้ อย่าเจ็บนาน  เวลามันก็เดินไปไม่รอนายพักเจ็บหรอกนะ  นายไม่ได้ขาดความอบอุ่น 

 จากแม่หรอก  แม่นายเค้ารักนาย รักมากด้วย  ถึงเค้าจะไม่อยู่ แต่ความรักเค้ายังอยู่   นายมีฝีมือเลื่องชื่อมาได้

ขนาดนี้  ตั้งแต่อายุน้อยๆ นายก็โคตรเก่งละ  ถึงแม้ว่าเค้าจะว่านายว่าเป็นเด็กหัดเล่นเกม  เป็นเด็กทำได้

 ขนาดนี้คงไม่ต้องมีผู้ใหญ่ในวงการนี้หรอกมั้ง ใช่มั้ย?  ”    วีออกจากอ้อมกอดจับมือนายแล้วเงยหน้ามอง

      “  ใครระบายกันแน่วะ มึงหรือกู  ”             

      “  ปลอบใจอยู่นะเนี้ย  ”             

      “  จริงของมึง เวลาแม่งก็ผ่านไปเรื่อยๆ กูไม่ควรเสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้   เรื่องมันผ่านไปแล้ว 

กูควรแสดงให้แม่งเห็นจุดยืนของกูในตอนนี้  ว่ากูก็ชั้นเดียวกับมัน ไม่แน่กูอาจจะเหนือกว่ามันอีกด้วยซ้ำ ”

      “  เยี่ยม!  นายคนเดิมกลับมาแล้ว   ”             

      “  มือกู จะจับอีกนานมั้ย  ”            

       “  อุ่ย  ขอโทษครับ  ”

       สิ้นสุดเสียงขอโทษของวี  อิทธิก็เอนตัวเข้ามาประกบปากจูบริมฝีปากบางของคนตรงหน้า  

เป็นการจูบธรรมดาเป็นจูบสั้นๆอยู่หลายที แล้วก็จบด้วยการหอมหน้าผากอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน



       “  ขอโทษครับ...เอ่อ..  ”        เสียงของกาเบียลทำเอาทั้งคู่ที่ยังยืนมองตากันรีบหันไปมองต้นเสียง

ที่เอ่ยออกมา วีตกใจกลัวกาเบียลเห็น จนรีบยืนถอยออกห่างนายไปหลายก้าว  อิทธิเองก็หันมามองวีนิดๆ

แล้วหันไปหากาเบียล

       “  คุณกาเบียลมาตั้งแต่เมื่อไรครับ  ”        วีถามแล้วรู้สึกเขินอายคิดว่ากาเบียลต้องเห็นแน่ๆ            

       “  สักพักแล้ว  เห็นลูกน้องมันบอกว่านายโมโห มายิงปืนอยู่ในสนาม  ”             

       “  อือ  ”              

       “  นายไม่ต้องกังวลคำพูดไอ้เฉลิมนะครับ  มันบั่นทอน ปั่นจิตนายอยู่  อย่าไปเล่นตามเกมมัน 

  ปล่อยมันไปแล้วทำตามแผนของเราดีกว่า  ”        กาเบียลผู้มาช้าแต่ก็พูดปลอบนายได้ดี

       “  ผมโอเคแล้ว  มีคนดึงสติผมไว้น่ะ  ”           อิทธิพูดพลางหันไปมองอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ              

       “  งั้นเก็บปืนนะครับ  ”          กาเบียลมองวียิ้มให้พร้อมพยักหน้าเป็นการขอบคุณที่ดูแลนาย              

      “  ผมจะไปนอนละ  ”

     อิทธิหันมองลูกหนี้ตัวเองนิดๆแล้วก็เดินออกไป  วีเองก็รอให้กาเบียลเดินแล้วตัวเองก็ค่อยเดินออกมา 

 เพื่อกลับไปที่บ้านคอนเทนเนอร์ตัวเอง


      “  ผมเห็นนายยืนจูบกับคุณ  ”          กาเบียลชะลอเท้าแล้วหันมาพูดกับคนที่เดินตามหลังมา               

       “  เอ่อ...  ”               

       “  ผมไม่เคยเห็นนายจูบกับใคร แล้วก็ไม่เคยเห็นนายทำอะไรแบบนี้ที่สาธารณะที่คนอื่น จะมองเห็นได้  

แม้แต่ผมกับกรรณก็ไม่เคยเห็น  ”           วียืนกุมมือฟังกาเบียลอย่างเงียบๆ

    “  มีอะไรจะพูดกับผมมั้ย??  ”       กาเบียลถามต่อเพราะอีกคนไม่ยอมพูดอะไร               

   “  ผมไม่รู้จะพูดอะไรครับ  ”                 

   “  คุณรู้สึกยังไงกับนายของผม  ”                

   “   ผมคิดแค่ว่าผมเป็นลูกหนี้  ไม่กล้าคิดอะไรหรอกครับ  ”       วีก้มลงมองที่พื้นหลังตอบเสร็จ                

   “  คุณแน่ใจนะคุณวี  ”

          ร่างบางไม่ตอบออกไปเพราะในใจมันคิดไปแล้วจริงๆ หลายต่อหลายครั้งที่นายทำดีด้วย

อ่อนโยนด้วย มันทำให้ใจของร่างบางนั้นเต้นแรงและก็คงตกหลุมรักไปซักพักใหญ่ๆแล้วจริงๆ



























การกอดเป็นการระบายความเครียดได้จริงๆนะ  หากผู้อ่านเครียดลองหาใครซักคน


ที่จะอยู่เคียงข้าง คอยรับฟัง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรักหรอก  เพื่อนก็ได้ 


เพราะการเก็บปัญหาไว้คนเดียว มันจะทำให้เราเครียด  ความเครียดส่งผลไม่ดีหลายอย่างนะ


ไรท์เป็นห่วงทุกคน   ขอบคุณคอมเม้นท์เช่นเคย คนที่กดถูกใจด้วย







ความคิดเห็น