หอหมื่นอักษร

มาค่ะ! มาตามติดชีวิตแมวไปด้วยกัน~ ;P

ตอนที่ 20 จ้วงจ้วง แกนี่ใช้ได้เลยนะ!

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 จ้วงจ้วง แกนี่ใช้ได้เลยนะ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2561 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 จ้วงจ้วง แกนี่ใช้ได้เลยนะ!
แบบอักษร

ก่อนหน้านี้มีคนเคยสงสัยว่าโจรที่เข้ามาลักขโมยจะต้องทำเป็นขบวนการ ถึงแม้ว่าเจิ้งทั่นจะไม่ได้ชำนาญในการวิเคราะห์รูปคดีเท่าไร แต่ก็พอจะรู้ว่าการที่จะเข้ามาขโมยของในที่พักบุคลากรนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในนี้ เพียงแค่ตอนนั้นตำรวจมาตรวจสอบได้ไม่เท่าไรก็สรุปคดีให้จบๆ ไป ตอนนั้นบรรดาผู้ปล่อยเช่าบ้านจึงถูกเรียกกลับมาคุยเรื่องการปล่อยบ้านให้คนอื่นเช่า พร้อมทั้งมีการทำสัญญาข้อตกลงว่าจะให้เช่ากับคนที่ไว้วางใจได้เท่านั้น

เจิ้งทั่นได้ยินเสียง ‘ติ๊ง’ เป็นเสียงประตูทางเข้าหน้าตึก

ทั้งสองคนมีคีย์การ์ดเปิดประตู อีกทั้งยังดูคุ้นเคยกับผู้พักอาศัยในตึกนี้ดี เป้าหมายของพวกเขาคงไม่ใช่บรรดาอาจารย์ที่เกษียณแล้วแน่

ในความเป็นจริงแล้วบุคลากรที่เกษียณแล้วหลายคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างก็ใช้ชีวิตกันอย่างสมถะ ต่อให้พวกเขาเป็นคนมีเงิน แต่เวลาไปซื้อข้าวที่โรงอาหารก็ยังเลือกที่จะซื้อหมั่นโถวถุงใหญ่ แล้วกลับบ้านมาต้มโจ๊กกินกับกับข้าวนิดหน่อย ไม่ได้ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย

อีกอย่างถ้าโจรเลือกที่จะลงมือบ้านของอาจารย์ที่เกษียณแล้ว คงไม่มีความจำเป็นต้องรอจนถึงตอนนี้

ถ้าตัดบ้านของคนเก่าแก่ออกไป ผู้อาศัยที่เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานก็มีแค่สองครอบครัวที่อยู่ชั้นห้าเท่านั้น และที่ดูน่าบังเอิญก็คือ ช่างเลือกวันได้เหมาะเสียจริง เป็นวันที่แม่เจียวหย่วนเกิดเรื่อง พ่อเจียวหย่วนไม่อยู่บ้าน เหลือแต่เด็กวัยประถมสองคนที่ไม่น่าจะทำอะไรได้เท่าไร

หลังจากที่เห็นคนแรกเข้าประตูหน้าตึกมา เจิ้งทั่นก็กะเวลาแล้วเดินจากระเบียงไปที่ประตูบ้าน

เขามองนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนัง ขณะนี้เป็นเวลาตีสองสิบนาที ตามปกติเวลานี้เป็นเวลาที่คนกำลังหลับลึก

หากเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่บ้านครอบครัวเจียวล่ะก็ เจิ้งทั่นก็จะยังคงไม่ทำอะไร เพื่อที่จะไม่ทำให้เด็กทั้งสองคนที่กว่าจะนอนได้ตื่นขึ้นมา ส่วนคนอื่นนั้น ว่ากันตามจริงเขาไม่แคร์เท่าไหร่ คนเราต่างก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น บ้านคนอื่นถูกขโมยขึ้นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเองสักหน่อย โจรมันมาขโมยของ ไม่ได้มาฆ่าคน และแน่นอนว่าถ้าเขาเลือกจะลงมือช่วยก็จะรอตอนที่โจรกำลังจะออกไป แต่ก็นั่นแหละเขาไม่ได้อยากจะทำเรื่องให้วุ่นวายเท่าไร

แต่เรื่องก็ไม่เป็นดังที่หวัง

โจรคนหนึ่งเมื่อขึ้นมายังชั้นห้าก็นิ่งไปสักพัก คล้ายกับกำลังเช็คเพื่อความแน่ใจว่าคนในบ้านหลับกันหมดแล้วหรือยัง จากนั้นก็เดินมายังบ้านครอบครัวเจียว แค่ชั่วพริบตาก็มีเสียงกลอนประตูถูกไขออก

พอได้ยินเสียงฝีเท้าจากหน้าประตู เจิ้งทั่นก็เชิ่ดใบหูขึ้น กรงเล็บถูกปล่อยให้ยื่นออกมา

คนที่อยู่อีกด้านของบานประตูไม่รู้เลยว่า ห่างจากประตูออกไปหนึ่งเมตร มีแมวดำกำลังนั่งคอยอยู่ เมื่อเสียงฝีเท้าเข้าใกล้ประตูมากขึ้นเรื่อยๆ แมวดำก็ค่อยๆ เปลี่ยนอิริยาบถ เก็บเท้า หมอบต่ำ หางที่เคยสะบัดก็หยุดลง อยู่ในท่าเตรียมพร้อม

พอมีเสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้นเบาๆ ประตูก็ถูกเปิดออก

บรรยากาศแปลกๆ

โจรคนนี้เปิดประตูอย่างระมัดระวัง แต่พอเปิดประตูปุ๊บ เท้ายังไม่ทันจะได้ก้าวเข้ามา อยู่ๆ ก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดตั้งแต่ปลายคิ้วซ้ายยาวลงมายังมุมปากขวา ใบหน้าถูกข่วนจนเป็นรอยอยู่หลายรอยพร้อมกับมีเลือดไหลตามมา

ยังไม่ทันรอให้เป้าหมายมีปฏิกิริยาตอบโต้ เจิ้งทั่นก็พุ่งไปที่หน้าอกทันที แรงที่ชนทำเอาเป้าหมายถอยหลังได้สองก้าวก็ล้มลง ไฟตรงทางเดินในตึกถูกปิดไปแล้ว ไฟฉายอันเล็กของโจรก็กลิ้งตกหายไปตอนถูกชน

โจรคนนั้นตกใจคิดว่าตัวเองถูกจับได้ ข้อมูลที่ได้มาคงผิด เห็นได้ชัดว่าบ้านนี้ไม่ได้มีแค่เด็กอยู่กันสองคน!

หลังจากร้องเพราะความเจ็บปวดแล้วโจรคนนั้นพอลุกขึ้นได้ก็วิ่งลงจากตึกทันที แต่แสงจากไฟฉายก็ไม่สว่างพอที่จะทำให้เขามองเห็นบันไดได้อย่างชัดเจน บวกกับเลือดเริ่มไหลเข้าดวงตา ยิ่งทำให้มองไม่ชัดเข้าไปใหญ่ ความเจ็บปวดบนใบหน้ายิ่งทำให้เขาเกิดอาการลนลานจนกลิ้งตกลงไป พอลุกขึ้นได้ก็รีบวิ่งลงไปทันที

เจิ้งทั่นปิดประตูบ้านแล้ววิ่งตามไป เล่นมาหยามกันถึงที่แบบนี้ ถ้าไม่จัดการให้รู้เรื่องเขาคงจะค้างคาใจ

โจรคนนี้คงจะคุ้นเคยกับบันไดในตึกดี ไม่อย่างนั้นคงไม่วิ่งหนีในความมืดทั้งๆ ที่ดวงตาบาดเจ็บได้ไวขนาดนี้

พอวิ่งตามไปจนถึงชั้นหนึ่ง เจิ้งทั่นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกองอยู่ที่พื้น โดยมีเจ้านายของเจ้าอ้วนหญิงชราวัยใกล้เจ็ดสิบยืนถือกระบอกไฟฉายอยู่ตรงนั้น และเจ้าอ้วนก็นั่งอยู่ข้างๆ ท่าน

สัญญาณเตือนของเจ้าอ้วนไม่ได้ส่งให้เจิ้งทั่นรู้ แต่เป็นการส่งให้คุณยายได้ยิน ซึ่งหูของคุณยายเองก็ไวต่อเสียงประเภทนี้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงได้ทำโมบายโดยใช้แผ่นไม้ อย่ามองว่าท่านเป็นแค่หญิงชราอายุมาก ถ้าลงมือขึ้นมาล่ะก็มีหนาว ไม่อย่างนั้นหญิงสาววัยรุ่นคนนี้คงไม่ลงไปกองกับพื้นหรอก

เพื่อนของหญิงสาวคนนี้ไม่ได้มีท่าทางที่จะช่วยเหลือเธอเลย เขาวิ่งออกไปทันที คุณยายพอจับได้หนึ่งคนแล้วก็ไม่ได้ห้ามผู้ชายคนนั้นที่วิ่งหนีออกไป อีกอย่าง ท่านก็แก่แล้วไม่ได้แข็งแรงเหมือนเด็กวัยรุ่น ฝืนไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ

ดังนั้น ท่านจึงตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง “จับขโมย!”

จากนั้นก็มีเสียงหมาเห่าออกมา ในนั้นมีเสียงแมวร้องที่เจิ้งทั่นคุ้นหูปนอยู่ด้วย

เจิ้งทั่นวิ่งตามไป ถึงแม้ว่าชายคนนี้จะได้รับบาดเจ็บ ดวงตาข้างหนึ่งมีเลือดไหลเข้าไปจนมองเห็นไม่ชัด แต่ความเร็วในการวิ่งหนียังคงว่องไวอยู่

เบื้องหลังของเจิ้งทั่นมีเงาสีขาวๆ วิ่งตามมา ถึงแม้ว่าจะวิ่งไม่ไวเท่าเขา แต่ก็วิ่งตามเส้นทางที่เจิ้งทั่นวิ่งมา ไล่ตามชายคนนั้นไปเช่นกัน

ชายคนนั้นวิ่งหนีอย่างไว เจิ้งทั่นเองแรงก็ไม่ได้ตก การฝึกที่ผ่านมาไม่ได้เสียแรงเปล่า ระหว่างที่วิ่งไปเขาก็คิดไปด้วยว่าจะลงมืออย่างไรดี จนกระทั่งชายคนนั้นวิ่งเลี้ยงตรงสวนดอกไม้ เจิ้งทั่นก็เร่งความเร็วแล้วกระโดดพุ่งเข้าไปที่หลังจนชายคนนั้นล้มลง

ชายคนนั้นไม่คาดคิดว่าจะโดนโจมตีจากทางด้านหลัง ด้วยความที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงล้มลงไปในแปลงดอกไม้ หัวไปพาดกับขอบกระถางซีเมนต์

ชายคนนั้นเกิดอาการมึน ขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นมา ผ่านไปไม่นานขณะที่ชายคนนั้นกำลังค่อยๆ ได้สติ ก็มีเงาสีขาวๆ พุ่งเข้ามางับไปที่ขาของเขาจนเลือดไหล

“โอ๊ย!“

เสียงร้องแห่งความทรมาน แตกต่างจากเสียงร้องตอนที่อยู่หน้าบ้านของครอบครัวเจียว หลังจากที่ถูกจับได้ ถูกไล่ล่า เผชิญกับความกลัวที่ถูกไล่ตาม ความเจ็บปวดที่ขา ทำให้เขามีความรู้สึกอยากจะระบายอารมณ์ออกมา ถึงได้ร้องออกมาเสียงดังขนาดนั้น ช่างเป็นค่ำคืนที่น่าสลดยิ่งนัก

ชายคนั้นออกแรงสะบัดที่ขา จนหลุดพ้น

จ้วงจ้วงที่ถูกสะบัดกลิ้งออกไปเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็พุ่งเข้าไปต่อ ครั้งนี้ใส่อารมณ์ยิ่งกว่าเดิม มันกัดซ้ำลงไปที่แผลเดิมพลางส่งเสียงร้อง ‘แง่ง แง่ง’ ออกมา

เจิ้งทั่นนั่งมองดูผลงานของสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรียที่อายุยังไม่ถึงสี่เดือนอยู่ที่แปลงหญ้า พลางคิดในใจว่า ‘จ้วงจ้วง แกนี่ใช้ได้เลยนะ!’

ถึงแม้ว่าหน้าตามันจะดูประหลาด แต่ก็ต้องยอมรับว่า บูลเทอร์เรียสมกับเป็นหมานักสู้! ตอนกัดครั้งแรกเจิ้งทั่นเห็นแล้วยังเจ็บแทน ไม่ต้องพูดถึงตอนกัดครั้งที่สองเลย เลือดทะลักออกมาอย่างน่ากลัว

สาเหตุที่เจิ้งทั่นหลบอยู่ในสนามหญ้าก็เพราะเขารู้สึกได้ว่าเสียงตะโกนของคุณยายคงเรียกคนให้ตื่นออกมากันแล้ว เวลานี้เขาไม่อยากแสดงตัวออกมา หลักฐานที่อยู่บนใบหน้าของชายคนนั้นคงเพียงพอแล้ว ส่วนผลงานอื่นๆ ก็ยกให้จ้วงจ้วงไปแล้วกัน อย่างไรเสียตอนที่เขาวิ่งตามมาก็ไม่มีใครเห็น

พอเงยหน้ามองไปทางตึก B เจิ้งทั่นก็เห็นไฟในบ้านครอบครัวเจียวสว่างขึ้น ตึกนั้นมีคนอยู่อาศัยแทบทุกบ้าน ต่างก็เปิดไฟกันหมด มีเสียงคนตะโกน หมาเห่า แมวร้อง ขนาดนั้น ต่อให้เป็นคนที่หลับลึกยังไงก็ต้องตกใจตื่น

เจิ้งทั่นไม่สนใจคนตรงนี้อีกต่อไป เขารีบวิ่งกลับบ้าน เด็กทั้งสองคงกำลังตกใจ

ตอนที่เจิ้งทั่นกลับถึงบ้านประตูยังคงปิดสนิทเหมือนกับตอนที่เขาออกไป แต่ไฟในห้องรับแขกถูกเปิดสว่างขึ้น เขายังได้ยินเสียงเจียวหย่วนคุยกับกู้โยวจื่อเบาๆ อีกด้วย

เจิ้งทั่นส่งเสียงร้องออกไป พลางเอามือเกาประตูเบาๆ จากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก เจียวหย่วนกำลังถือไม้นวดแป้ง โดยที่ด้านหลังมีกู้โยวจื่อยืนอยู่

“......” เจิ้งทั่นตะลึงงัน

ใครสอนให้เด็กพวกนี้พอเจอสถานการณ์คับขันก็ให้ถือไม้นวดแป้งล่ะเนี่ย ครั้งก่อนสงสงก็เหมือนกัน มาครั้งนี้เป็นเจียวหย่วนอีก

หลังจากเห็นเจิ้งทั่นยืนอยู่ที่หน้าประตู เด็กทั้งสองก็รู้สึกผ่อนคลายลง ทันใดนั้นชิวเซี่ยงหยางที่อยู่บ้านตรงข้ามก็สวมชุดนอนลายสปอนบ๊อบเดินออกมาด้วยสีหน้างุนงง

เพราะเรื่องนี้ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่พักบุคลากรหลายคนนอนไม่หลับจนกระทั่งฟ้าสาง โจรทั้งสองถูกจับแล้ว คนที่ถูกขโมยของไปคราวก่อนก็เข้าไปสอบสวนเค้นความจริง เพราะกว่าจะจับได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และเห็นได้ชัดว่าหลังจากที่สอบสวนไป โจรทั้งสองคนนี้ไม่ธรรมดา รู้ความเคลื่อนไหวของคนที่นี่เป็นอย่างดี ไม่ใช่นักศึกษาธรรมดาจะลงมือได้

เจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อเดินตามชิวเซี่ยงหยางลงไปดูเหตุการณ์ อย่างไรเสียที่ชั้นห้าก็มีรอยเลือดอยู่ ถ้าไม่ลงไปดูให้รู้เรื่องคงไม่สบายใจ

พอได้ยินว่าเป้าหมายของโจรคือบ้านของครอบครัวเจียว น้าหลิงที่ออกมาตามแมวตัวเองก็ตรงเข้าไปตบเข้าสองฉาด สำหรับโจรสาววัยรุ่นผู้ชายส่วนใหญ่ไม่กล้าลงมือ อีกทั้งเด็กคนนี้กำลังร้องไห้ หน้าตาน่าสงสาร ใบหน้าก็สวยใช้ได้ ดูเป็นเด็กดี พูดจาก็เสียงหวาน หากเป็นยามปกติคงไม่มีใครสงสัยแน่ว่าเป็นขโมย

พอโดนเข้าไปสองฉาดหญิงสาวก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม แต่เห็นท่าทางน่าสงสารแบบนี้น้าหลิงก็ยังไม่หลงกล เดินเข้าไปตบอีกสองฉาด ถ้าไม่ได้มีคนมาห้ามไว้น้าหลิงคงเตะซ้ำ

เจิ้งทั่นเดินตามพวกเจียวหย่วนลงมา เขาไม่ได้ตามไปมุงดูด้วย ในเวลานี้เด็กทั้งสองมีน้าหลิงกับชิวเซี่ยงหยางคอยดูแล ไม่มีอะไรน่าห่วง

เจิ้งทั่นมองจ้วงจ้วงที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ คุณตาเหยียน ใบหน้าของคุณตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คุณตาเช็ดเลือดที่ปากให้มัน พลางชมมันไปด้วย

“จ้วงจ้วง ใช้ได้เลยนะแกเนี่ย พรุ่งนี้ ไม่สิ วันนี้พอฟ้าสว่างฉันจะไปซื้อกระดูกชิ้นโตมาเป็นรางวัลให้นะ!”

จ้วงจ้วงส่งเสียง ‘โฮ่ง โฮ่ง’ ออกมา ไม่รู้ว่ามันฟังเข้าใจไหม แต่มันสะบัดหางอย่างดีใจ

นับตั้งแต่จ้วงจ้วงถูกพามาเลี้ยงที่นี่ มันก็อาศัยอยู่ในตึกที่คุณตาเหยียนพักอยู่ โดยนอนอยู่ตรงทางเดินในตึก ตึกนั้นเคยมีโจรขึ้นมาก่อน ดังนั้นทุกคนจึงอยากให้มันคอยเฝ้าเอาไว้ หลังจากที่คุณยายตะโกนให้จับขโมยออกไป ก็มีคนจากตึกนั้นเดินออกมาดู จ้วงจ้วงจึงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งออกมา

เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้น้าหลิงและคนอื่นๆ ไม่ได้แจ้งให้พ่อเจียวหย่วนทราบทันที เพราะท่านต้องเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล จนกระทั่งฟ้าสว่างพ่อเจียวหย่วนถึงทราบเรื่อง และอนุญาตให้เด็กทั้งสองไม่ต้องไปโรงเรียน เขาโทรไปลากับคุณครูให้แล้ว เด็กทั้งสองถูกชิวเซี่ยงหยางที่นานๆ จะออกจากบ้านสักครั้งพาไปโรงพยาบาล

ชิวเซี่ยงหยางมีรถ เจิ้งทั่นจึงไม่ต้องเข้าไปซุกอยู่ในกระเป๋าหนังสือ แต่พอถึงโรงพยาบาลก็ต้องเข้าไปอยู่ในกระเป๋าอยู่ดี

ขณะที่เจิ้งทั่นมองลอดออกมาจากช่องซิปก็เห็นเสี่ยวจัวที่มาตรวจสุขภาพพอดี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น