กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่9 อดคิดไม่ได้

ชื่อตอน : บทที่9 อดคิดไม่ได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2561 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่9 อดคิดไม่ได้
แบบอักษร

วันต่อมา  

“ไม่อยากกลับเลย” เดวิดถอนหายใจเบาๆพลางเอื้อมมือมากุมมือหญิงสาวไว้ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งรถกลับบ้าน 

“ทำไมอยู่ๆมางอแงล่ะคะ ถึงจะกลับไปบ้านแล้วเราจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ แต่เราก็ยังได้เจอหน้ากันทุกวันนะคะ” นิรินหันไปส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม 

“งั้นวันหยุดยาวอาทิตย์หน้าเราไปเที่ยวกันนะ” เดวิดจับมือเธอมาจูบโดยที่สายตาก็ยังคงมองท้องถนนเบื้องหน้า 

“ค่ะ” นิรินยิ้มรับ 

“นิรินอยากไปไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า”  

“ไปนิวยอร์กได้มั้ยคะ นิรินคิดถึงคุณพ่อคุณแม่”  

“ได้สิคะ อาจะได้ถือโอกาสไปทำคะแนนกับพ่อตาแม่ยายด้วย” เดวิดหันมายิ้มให้เธอน้อยๆก่อนจะหันไปขับรถต่อ 

“ทำเป็นพูดไปค่ะ ระวังคุณพ่อจะยิงไส้แตก”  

“จะฆ่าจะแกงอาก็ไม่กลัวค่ะถ้ามันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าอารักนิรินจริงๆ”  

“แต่นิรินกลัวค่ะ เพราะถ้าอาเดย์เป็นอะไรไปนิรินจะอยู่ได้ยังไง”  

“พี่แม็กไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่แม็กไม่ปล่อยให้ลูกสาวเสียใจแน่ แต่ในส่วนของอาที่ทำผิดไปล่วงเกินลูกสาวเขา อาก็เต็มใจรับบทลงโทษนั้น” เดวิดจอดรถข้างทางแล้วหันมาสบตากับหญิงสาว 

“และต่อให้บทลงโทษนั้นจะหนักหนาแค่ไหนอาก็ไม่กลัว ขอเพียงแค่นิรินไม่ปล่อยมือไปจากอาก็พอ” เดวิดคลายมือออกจากเธอก่อนจะประคองใบหน้าสวยให้เข้ามารับจูบแสนหวานจากเขา 

“นิรินจะไม่มีทางปล่อยมือคู่นี้ นอกเสียจากว่าอาเดย์จะปล่อยมันเสียเอง” นิรินเอ่ยเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก ก่อนจะกุมสองมือของเขาไว้อีกครั้ง 

“จะไม่มีวันนั้นแน่นอนค่ะคนดีของอา” เดวิดบอกด้วยแววตาหวานฉ่ำ 

“นิรินเชื่ออาเดย์ค่ะ แต่ตอนนี้ขับเข้าไปในบ้านกันเถอะนะคะ” นิรินส่งยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะหันไปมองทางข้างหน้าที่อีกไม่กี่เมตรก็จะเป็นบ้านของชายหนุ่มแล้ว 

“ก่อนไปขอจูบหวานๆเติมพลังหน่อยนะ” เดวิดเอ่ยเสียงหวานก่อนจะเอียงแก้มไปใกล้ๆหญิงสาว เธอเองก็ประทับรอบจูบลงไปอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะผละออกจากกันเพื่อให้ชายหนุ่มได้ขับรถออกไป 

บ้านดาเลนติโน่

“คุณพ่อ!” นิรินเอ่ยเรียกด้วยความตกใจเมื่อเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ที่ห้องโถงรับรองแขก 

“มาแล้วเหรอตัวดี น่าจับตีนักนะ” แม็กเวลเดินเข้ามาหาลูกสาวแล้วใช้มือหนาตีลงที่สะโพกของลูกสาวเบาๆ 

“เอ่อ...คุณพ่อมาได้ยังคะ”  

“นิรินรองเท้าผ้าใบนี่เดี๋ยวอาซักให้นะมันเปื้อน...พี่แม็ก” ยังไม่ทันที่ผู้เป็นพ่อจะตอบอะไรเสียงของชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามาก็ดังขึ้นเสียก่อน และก็ต้องเงียบลงเมื่อเห็นพี่ชายคนสนิทยืนอยู่ตรงหน้า 

“แกนี่ยังตามใจนิรินไม่เปลี่ยนเลยนะ เราก็พอเราไปใช้อาเดย์ซักรองเท้าให้ได้ยังไง” แม็กเวลเอ่ยบอกชายหนุ่มก่อนจะหันมาหาลูกสาวสุดที่รัก 

“นิรินไม่ได้ใช้เสียหน่อยค่ะคุณพ่อ” นิรินบอกแล้วรีบเดินไปหยิบรองเท้าจากชายหนุ่มมาถือเอาไว้เอง

“กลับมาแล้วเหรอคะเดย์ พี่แม็กมารอตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ” มารีนเอ่ยเสียงหวานแล้วเดินเข้ามายืนข้างๆสามีในนาม 

“เมื่อคืน? คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าคะทำไมจะมาไม่เห็นบอกนิรินเลยคะ” นิรินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ 

“หึ พูดแล้วก็ขอพ่อตีอีกสักที โทรมาเป็นร้อยสายนิรินไม่รับสายพ่อเลย พอโทรไม่ติดพ่อถึงบินมานี่ตั้งแต่เมื่อคืนกลัวหนูจะเป็นอะไร เจ้าเดย์ก็เหมือนกันพี่โทรหาก็ปิดเครื่อง พอมาที่นี่ก็ไม่อยู่บ้านทั้งคู่ แล้วสรุปหายไปไหนกันมา ไปด้วยกันมาหรือเปล่า” แม็กเวลอธิบายพลางฟาดมือไปที่ก้นของลูกสาวอีกที 

“เปล่าค่ะ”  

“ใช่ครับ” หญิงชายตอบออกมาไม่เหมือนกันทำให้ผู้เป็นพ่อจ้องมองหน้าลูกสาวทีและน้องชายที ส่วนมารีนก็ได้แต่ยืนนิ่งๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

“ตกลงมันยังไงกันแน่” แม็กเวลถามขึ้นแล้วมองหน้าลูกสาวนิ่ง

“คือว่าทีแรกเราไม่ได้ไปด้วยกันค่ะคุณพ่อ นิรินไปทำงานกับบริษัทที่นอกเมือง แล้วอาเดย์...เอ่อ..อาเดย์..”  

“ผมแอบตามนิรินไปน่ะครับพี่แม็ก เห็นว่าการถ่ายแบบมีนายแบบชื่อดังที่มีชื่อเสียงในเรื่องผู้หญิงผมเลยไม่ไว้ใจ เลยต้องแอบตามไปคุมน่ะครับ” เมื่อเห็นสาวน้อยตะกุกตะกักเหมือนไปไม่เป็นชายหนุ่มจึงเป็นคนเอ่ยต่อเอง

“ใช่ค่ะคุณพ่อ แล้วพอนิรินจับได้ว่าอาเดย์แอบไปคุม ก็เลยบังคับให้พาไปเที่ยวเสียเลย” นิรินวางข้าวของที่ถือลงแล้วเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อด้วยท่าทีออดอ้อน 

“แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์พ่อหื้มตัวดี” แม็กเวลกอดตอบลูกสาวแล้วยกมือหนาขึ้นลูบศีรษะเล็กเบาๆ 

“นิรินใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายแล้ววางไว้ในห้องนอนค่ะคุณพ่อ มัวแต่เที่ยวเพลินเลยไม่ได้หยิบกระเป๋าติดตัวไปด้วย”  

“แล้วเดย์ล่ะ” แม็กเวลหันไปมองหน้าชายหนุ่ม 

“ผมก็ลืมไว้ในรถครับพี่แม็ก”  

“เอาเป็นว่าไม่ได้เป็นอะไรกันก็ดีแล้ว คราวหลังไม่ทำแบบนี้นะลูก ติดต่อไม่ได้พ่อเป็นห่วงจะแย่” แม็กเวลลูบที่แผ่นหลังบางของลูกสาวอย่างรักใคร่ 

“มาเหนื่อยๆไปอาบน้ำอาบท่าเถอะลูกไป แล้วเดี๋ยวออกไปทานอาหารข้างนอกกับพ่อ เดย์กับมารีนด้วยนะ เดี๋ยวออกไปทานมื้อค่ำข้างนอกกัน” แม็กเวลบอก ทุกคนก็ต่างพยักหน้ารับก่อนที่จะแยกย้ายกันไป 

ร้านอาหาร 

“อาทิตย์หน้านิรินว่าจะกลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่อยู่พอดีเลยนะคะ” นิรินเอ่ยขึ้นขณะที่ทุกคนร่วมรับประทานอาหารอยู่ภายในร้านอาหารสุดหรูที่แม็กเวลเป็นคนเลือก 

“ดีเลยลูก คุณแม่ก็บ่นคิดถึงหนู” แม็กเวลเอ่ยพลางตักอาหารใส่จานให้ลูกสาว 

“ผมก็ว่าจะไปด้วยนะครับพี่แม็ก ไม่ได้เจอพี่นานะกับนิคนานแล้วอยากถือโอกาสไปเยี่ยมด้วย” เดวิดหันไปบอกผู้ที่เขาเคารพเหมือนพี่ชาย 

“มารีนขอไปด้วยคนสิคะ อยากจะไปเยี่ยมทุกคนเหมือนกัน” มารีนเอ่ยเสียงหวานพลางยกมือขึ้นไปทาบทับกับมือของเดวิดเอาไว้ 

“เอาสินานๆได้ไปพบปะกันมั่งก็ดี” เดวิดยังไม่ทันจะตอบอะไรแม็กเวลก็เอ่ยตกลงเสร็จสรรพ นิรินมองภาพตรงหน้าด้วยใจสั่นไหว ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆกันแต่ยามเห็นเขาชิดใกล้หัวใจเธอมันก็อ่อนไหวขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน 

“อิ่มแล้วเหรอคะลูก” แม็กเวลหันไปถามลูกสาวเมื่อเห็นเธอรวบช้อนซ้อมวางอย่างเป็นระเบียบ 

“ค่ะคุณพ่อ” นิรินพยักหน้ารับ 

“ทานของหวานมั้ย ไอศครีมหรือว่าเค้กที่ลูกชอบ”  

“ไม่ดีกว่าค่ะคุณพ่อ ทานมื้อดึกเดี๋ยวอ้วน” นิรินส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มหวานให้ผู้เป็นพ่อ ใครจะรู้เลยว่าเหตุผลที่บอกออกไปมันคือคำโกหก แท้จริงแล้วเธอทานไม่ลงเพราะเห็นภาพตรงหน้ามากกว่า 

“อ้วนอะไรกัน ลูกสาวพ่อหุ่นดี ออกจะผอมไปนิดด้วยซ้ำ”  

“นิรินทำงานเกี่ยวกับออกแบบเสื้อผ้านะคะคุณพ่อ กลัวใส่ชุดแล้วไม่สวย”  

“ตามใจ ยัยตัวดีของพ่อ” แม็กเวลยกมือขึ้นยีหัวลูกสาวเบาๆ 

“น้ำมะเขือเทศครับ” บริกรหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมถาดแก้วน้ำมะเขือเทศสองแก้ว 

“ทางนี้เลยจะ” มารีนยกมือน้อยๆ บริกรหนุ่มจึงนำมาวางเสริฟ์ตรงหน้า 

“ฉันสั่งเผื่อคุณด้วยค่ะ” มารีนหันหน้ามาส่งยิ้มแสนหวานให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก่อนจะหยิบน้ำมะเขือเทศหนึ่งแก้วไปวางตรงหน้าเขา 

“ขอบคุณครับ” เดวิดยิ้มรับแล้วหยิบขึ้นมาจิบน้อยๆ 

“นี่เคล็ดลับความหนุ่มสาวของสองคนนี้หรือเปล่านี่ ถึงว่ากาลเวลาทำอะไรเราสองคนไม่ได้เลย ยังหนุ่มยังสาวไม่ผิดไปจากแต่ก่อน” แม็กเวลเอ่ยกระเซ้าแหย่สองสามีภรรยา 

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่แม็ก เดย์เขาชอบอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพน่ะค่ะ ความจริงมารีนไม่ชอบทานเสียด้วยซ้ำ แต่เดย์ก็คอยบอกว่ามีประโยชน์อย่างนั้นอย่างนี้ เขามีวิธีหลอกล่อในแบบของเขาน่ะค่ะ มารีนเลยต้องยอมตามเขาจนได้” มารีนเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส มือเรียวก็ยังคงจับที่มือหนาของชายหนุ่มอย่างต้องการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ 

“งั้นช่วยบังคับนิรินบ้างสิเจ้าเดย์ รายนี้บอกยังไงก็ไม่ยอมกิน ดื้อจริงๆ” แม็กเวลหันมามาหาลูกสาวที่นั่งนิ่งอยู่ 

“ไม่เอาค่ะคุณพ่อ นิรินไม่อยากโดน หลอก-ล่อ” นิรินเอ่ยเสียงเรียบโดยตั้งใจเว้นวรรคและเน้นหนักในคำหลัง 

“โอเคค่ะ ไม่เอาก็ไม่เอา อย่าอารมณ์เสียสิคะคนดี” แม็กเวลลูบหัวลูกสาวเบาๆก่อนจะดึงเธอมากอด  

“คนดีของพ่อ ร้องไห้ทำไมลูก” แม็กเวลเอ่ยขึ้นเมื่อลูกสาวที่ฟุ้บหน้าอยู่ที่อกของเขามีน้ำตาไหลรินจนเขารู้สึกได้ 

“นิรินแค่คิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่ คิดถึงพี่นิคค่ะ” นิรินเอ่ยออกไปโดยยังกอดผู้เป็นพ่อไว้แบบนั้น เธอคิดถึงทุกคนก็จริงแต่ที่น้ำตารื้นขึ้นมาเหตุผลหลักก็เป็นเพราะได้ฟังสิ่งที่มารีนพูด ที่แท้สิ่งที่ชายหนุ่มทำกับเธอเขาก็เคยปฏิบัติต่อมารีนมาก่อนเช่นเดียวกัน 

“อาทิตย์หน้าเราก็จะเจอกันแล้วไงคนดี อย่าร้องสิหื้ม พ่อก็อยากจะร้องตามนะ” แม็กเวลเอ่ยปลอบลูกสาวด้วยเสียงสั่นเครือ เขาเองก็แพ้น้ำตาของลูก ยิ่งมาร้องไห้ซบอกบอกคิดถึงเขาแบบนี้ คนเป็นพ่อก็ยิ่งหัวใจอ่อนไหว 

“คืนนี้คุณพ่อนอนกับนิรินนะคะ นิรินอยากนอนกอดคุณพ่อ” นิรินผละออกจากอ้อมกอดบิดาแล้วเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าสวย 

“เห็นทีคงจะไม่ได้แล้วลูก พ่อจองตั๋วกลับไฟล์ทคืนนี้ นี่ก็ว่าทานเสร็จจะไปสนามบินเลย” แม็กเวลมองหน้าลูกสาวอย่างแสนสงสาร 

“ทำไมรีบกลับจังล่ะครับพี่แม็ก ไม่อยู่ต่ออีกสักวันสองวันหรือครับ” เดวิดเอ่ยถาม เพราะสงสารสาวน้อยไม่แพ้กัน 

“พี่ต้องไปประชุมน่ะ คนสวยของพ่อไม่งอแงนะคะ ไว้อาทิตย์หน้ากลับไปนิวยอร์กพ่อจะให้หนูนอนกอดทั้งคืนเลย” แม็กเวลตอบชายหนุ่ม ก่อนจะหันมาหาลูกสาวสุดที่รักพลางจูบลงที่ศีรษะเล็กด้วยความรักใคร่ 

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับแล้วเข้าไปสวมกอดบิดาอีกครั้ง  สายตาจากสองชายที่มองมายังสาวน้อยนั้นล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและรักใคร่ ช่างแตกต่างกับหญิงอีกคนเหลือเกินที่แววตาของเธอนั้นช่างเต็มไปด้วยความริษยาเกลียดชังเต็มหัวใจ 

เวลาต่อมา บ้านดาเลนติโน่

“ขอบคุณค่ะพี่ลอล่า ไปนอนเถอะค่ะเดี๋ยวนิรินเก็บล้างเอง” นิรินเอ่ยขึ้นพลางหยิบแก้วนมอุ่นๆขึ้นมาดื่ม หลังจากกลับมาจากส่งบิดาที่สนามบินก็อาบน้ำอาบท่าเตรียมจะนอน 

แต่ผ่านไปสองชั่วโมงก็แล้วสามชั่วโมงก็แล้วก็ยังไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ จึงเดินลงมายังห้องครัวเพื่อหานมอุ่นๆทาน ลอล่าที่ลุกออกมาเข้าห้องน้ำพอดีเห็นเข้า จึงเขามาช่วยจัดแจงให้ 

“ไม่เป็นไรค่ะคุณนิริน เดี๋ยวลอล่ารอเก็บล้างให้”  

“ไปนอนเถอะค่ะนี่ตีสองแล้ว พี่ลอล่าต้องตื่นมาทำครัวแต่เช้าอีก เดี๋ยวนิรินทานเสร็จแล้วจะล้างให้เรียบร้อยเลยค่ะ”  

“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ลอล่าพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปเพื่อกลับห้องนอนของตน ส่วนหญิงสาวนั้นก็นั่งลงที่โต๊ะในครัวแล้วค่อยๆทานนมจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยจากนั้นจึงเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตน 

“นิริน” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกทำให้เธอที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องนอนหันกลับมาด้วยความตกใจ 

“อาเดย์...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรก็โดนชายหนุ่มดันตัวเข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูลงทันที 

“นี่อาเดย์เข้ามาทำไมคะ เดี๋ยวก็มีใครมาเห็นหรอก” นิรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก 

“อาต้องคุยกับนิริน นิรินเป็นอะไรคะ ตั้งแต่อยู่ที่สนามบินแล้วนิรินไม่ยอมคุยกับอาเลย” เดวิดเอ่ยถามเพราะตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร หญิงสาวก็มีท่าทีเมินเฉยต่อเขา ไม่ยอมพูดจาดีๆ เมื่อกลับมาบ้านก็ยังเข้าห้องปิดประตูเงียบ เขาโทรมาก็ไม่รับ ไลน์มาก็ไม่อ่านไม่ตอบ 

“เปล่าค่ะ อาเดย์ออกไปได้แล้วนิรินจะนอน” นิรินเอ่ยเสียงเรียบ 

“เปล่าอะไรคะ ก็เห็นๆอยู่ว่านิรินทำหน้าบึ้งใส่อาอยู่นี่ไงหื้ม” เดวิดเดินเข้าไปประชิดตัวสาวน้อยแล้วรีบโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ทันที 

“อาเดย์โกหก” นิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

“โกหกอะไรคะ อาโกหกอะไรนิรินไหนลองบอกอาซิคนดี” เดวิดลูบหัวสาวน้อยเบาๆพลางหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนอนโดยดึงให้เธอนั่งลงข้างๆ 

“อาเดย์บอกว่าอาเดย์ไม่เคยทำอะไรให้ใครเหมือนนิริน แต่เรื่องทานผักนั่น อาเดย์ก็หลอกให้อามารีนทานด้วยวิธีเดียวกันกับที่ทำกับนิรินใช่มั้ยคะ” นิรินเอ่ยออกมา น้ำตาใสก็ไหลรินด้วยความรู้สึกน้อยอกน้อยใจ 

“เปล่าเลยค่ะ อาไม่เคยทำแบบนั้น อาบอกแล้วไงว่าอากับมารีนเราไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นต่อกัน มากสุดก็แค่จับมือถือแขน โอบกันบ้างเวลาไปออกงานข้างนอก ไม่มีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้นแน่นอน” เดวิดยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ใบหน้าสวยอย่างแผ่วเบา 

“แต่อามารีนบอก...”  

“มารีนบอกเหรอว่าอาใช้ปากป้อนแบบที่ทำให้นิริน” เดวิดถามพลางจ้องมองหน้าสาวน้อย  

“…………..” นิรินไม่ได้ตอบได้แต่ส่ายหัวเบาๆ มารีนไม่ได้บอกมาแบบนั้นแต่เธอคิดเอาเองต่างหาก  

“อย่าคิดเองเออเองสิคะ อาไม่เคยทำจริงๆอาสาบานเลย เราสองคนอยู่ในจุดที่ต้องเชื่อใจและมั่นคงต่อกันนะคะนิริน อารู้ว่ามันยากแต่เราช่วยพยายามกันได้มั้ยคนดีของอา” เดวิดสบตาสวยเห็นใจเธออยู่ไม่น้อยเพราะเข้าใจดีว่าเธอคงอึดอัดและคิดมากที่ต้องเห็นเขาและมารีนแสดงความเป็นสามีภรรยากันต่อหน้าคนอื่น 

“นิรินขอโทษค่ะนิรินผิดเองที่คิดอะไรแบบนั้น นิรินทำตัวงี่เง่ามากเลยใช่มั้ยคะอาเดย์ นิรินไม่อยากจะคิดแบบนั้นแต่พอเห็นอาเดย์กัยอามารีนอยู่ด้วยกันนิรินก็อดคิดไม่ได้เลย” นิรินเอ่ยด้วยเสียงที่นุ่มลงแล้วเข้าไปสวมกอดคนตัวโตเอาไว้ 

“นิรินไม่ผิดหรอกคนดี อาเองที่ผิด อาเองที่เป็นคนดึงนิรินให้เข้ามาอยู่ในจุดที่น่าอึดอัดใจแบบนี้ อาขอโทษนะคะ” เดวิดกอดตอบแล้วจูบลงที่กระหม่อมบางเบาๆ 

“ต่อไปนี้นิรินจะไม่ทำตัวไม่น่ารักอีกแล้ว มีอะไรนิรินจะฟังจากปากอาเดย์เอง นิรินรักอาเดย์นะคะ” นิรินผละออกจากอ้อมกอดแล้วมองสบตาเขาแสนหวาน 

“อาก็รักนิรินค่ะ” เดวิดบอกแล้วก้มไปจูบที่ปากบาง ดูดดึงดื่มด่ำไปกับความหอมหวานในโพรงปากของเธอก่อนจะค่อยๆดันตัวเธอให้เอนนอนลงบนเตียง 

“อาเดย์คะ...” นิรินยกมือเรียวดันอกเขาไว้แล้วส่งสายตาห้ามปรามเบาๆ เพราะคิดว่ามันคงไม่ควรที่จะทำอะไรในที่แห่งนี้ 

“อาไม่ทำอะไรหรอกค่ะแต่ขออานอนด้วยนะ อาอยากนอนกอดนิริน แล้วพรุ่งนี้อาจะรีบออกไปแต่เช้า” เดวิดส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวแล้วนอนลงโดยดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอด 

“ค่ะ” นิรินรับคำแล้วยกแขนเล็กโอบกอดเขาไว้เช่นเดียวกัน 

‘อีกไม่นานนะนิริน อีกไม่นาน’ เดวิดคิดในใจพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ได้แต่ภาวนาให้วันคืนมันผ่านไปเร็ววันเพื่อจะได้ถึงวันที่เขาและเธอจะได้อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยสักที...



*****************************************

พ่อแม็กยังจับไม่ได้นาจา(หรือป่าว555^^) ยังไงมาเอาใจช่วยนิรินกับอาเดย์กันต่อด้วยนะจ้ะ😊😊😊

ใครคิดถึงนิโคลัส ตอนหน้าจะมาให้หายคิดถึงกันน๊า❤❤❤




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น