YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 19.1]

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.7k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2561 00:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 19.1]
แบบอักษร

คนโปรด 19.1

ผมเข้าห้องเรียนเลทไป5นาที เพราะรอลิฟท์โดยไม่ยอมเดินขึ้นชั้น7อย่างที่ไอ้เซนท์ตั้งใจไว้และผมก็ไม่โดนอาจารย์ด่าด้วยเพราะวิชานี้เลทได้15นาที ก็นะ...ผมฉลาดกว่ามันเยอะ แผนแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก หึๆ ซึ่งหลังจากผมเข้าห้องเรียนได้ไม่กี่นาที ไอ้ทศก็เดินชิลๆเข้าห้องมา ออร่าแห่งความรักนี่ฟุ้งเชียว แหวะ!

เมื่อการเรียนช่วงเช้าจบลงเหล่านิสิตก็พากันแยกย้ายออกจากห้อง เห็นไอ้เซนท์เดินออกจากห้องไวๆผมจึงรีบเดินตามมัน ไปพร้อมเอาแขนไปเกี่ยวคอไอ้เตี้ยไว้ด้วย

“เฮ้ย!ตี๋ วันนี้แดกข้าวกับอะไร?”ไอ้เซนท์หันมาหน้าผมนิดๆ แล้วสะบัดหน้างอนใส่

“เสือก!”โห นี่มันโกรธกูจริงจังขนาดนี้เชียว? สงสัยคงต้องง้อมันหน่อย

“ชื่อพี่สมิธมีสอเสือ เสือกได้จ้ะ”ผมดึงแก้มป่องๆมันด้วยอีกทีหนึ่ง

“โอ้ย!ไอ้สัสสมิธ”ไอ้เซนท์โดยวายพร้อมผลักผมออกจากตัวเป็นการใหญ่ แต่สู้แรงผมไม่ได้ไง

“ขอเป็นกระต่าย เมี้ยว!”

“กระต่ายร้องเหมียวบ้านป้ามึงดิ! โง่!”ไอ้เซนท์หลุดยิ้ม

“โห่ มาว่าเค้าโง่ ตัวเองน่ะฉลาดนักเหรอ?”

“ฉลาดกว่ามึงแล้วกัน กระต่ายมันร้องบ้อกๆต่างหาก” ครับไอ้คนฉลาด ไปหมดละสมงสมองเพื่อนกู

“อ๋อเหรอ”

“อือฮึ เห็นแก่ว่ามึงโง่กว่า ครั้งนี้จะยอมให้อภัยก็แล้วกัน” ไอ้ตี๋ยืดแขนลูบหัวผมปลกๆ แล้วก็พยายามกอดคอผมเดินไปที่โรงอาหารคณะ

เฮ้อออ ไอ้เซนท์มันไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหนกันนะ อ้อ!คงเพราะไอ้เหี้ยดีตามใจมันมากเกินไป อะไรก็เห็นดีเห็นงามกับไอ้เซนท์ไปหมดด้วยความหลงเมีย สรุปแล้วไอ้เซนท์ปัญญาอ่อนเพราะไอ้ดี อืมๆเข้าใจแล้ว!

“กระต่ายบ้านพวกมึงร้องบ้อกๆเหรอวะ?”ไอ้ทศที่เดินคู่กับไอ้ดีเอ่ยถามไอ้ดีด้วยความสนใจ

“มึงมีเมียแล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”เสียงไอ้ดีถามย้อนคืน ไอ้ทศเงียบไปแปบเดียวก็เอ่ยขึ้นเหมือนบรรลุข้อสงสัย

“อ้อ กูเข้าใจละ”...อย่าบอกนะว่ามึงก็จะเข้าลัทธิหลงเมียไปด้วยอีกคน ไปหมดแล้วเพื่อนกู ผมส่ายหน้าให้กับความไม่เอาไหนของพวกมัน ถ้าผมมีรับรองว่าไม่มีทางเป็นแบบไอ้พวกนี้แน่ๆ

ช่วงเวลาพักกลางวันแบบนี้นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ค่อนข้างหนาแน่นอยู่บ้าง แต่โรงอาหารของคณะก็สามารถรองรับนิสิตได้ทั้งคณะ ระหว่างที่ผมกำลังซดก๋วยเตี๋ยวต้มยำด้วยความเอร็ดอร่อย อยู่ๆไอ้เซนท์ที่แดกข้าวมันไก่หมดไปจานที่สอง(?)ก็เอ่ยขึ้นกลางวง

“วันนี้ออกไหม?”ออกในที่นี้คือออกเที่ยวนะครับ

“กูตามใจมึง”ไอ้ดีแม่งออกตัวแรงตลอดๆ

“กูยังไงก็ได้”ไอ้ทศบอกแต่ยกโทรศัพท์กดข้อความส่งไปขอเมียอย่างเร็ว

“โอเคงั้นไป”ไอ้เซนท์พยักสรุป อ้าว!?แล้วมันจะไม่ให้ผมตอบหน่อยเหรอวะ?

“มึงไม่ฟังคำตอบกูก่อนอ่ะ”ผมท้วงขึ้น

“ฟังทำไม ปกติมึงก็ไปทุกที ไข้ขึ้นจะตายยังไปแดกเหล้าได้เฉยเลยมึงน่ะ”อย่ามาประจานกูดิ

“วันนี้กูออกไม่ได้”ไม่ใช่ว่าไม่อยากออกนะ

“จริงจัง!?มึงไม่สบายหรือเปล่าเพื่อน?”ไอ้เซนท์ทำท่าตกใจแบบเว่อร์มาก เอาหลังมือมาแตะหน้าผากวัดไข้ผมอีก

“จริง วันนี้ไปไม่ได้”ผมทำหน้าเซ็งๆหมดอารมณ์จะกินก๋วยเตี๋ยวต่อเลย

“ทำไม?”ไอ้ดีถามขึ้นบ้างอย่างสนใจ

“มีธุระ”ผมตอบเพื่อนแบบขอไปที

“น้ำหน้าอย่างมึงน่ะเหรอจะมีธุระเป็นกับเขา โดนเด็กคุมก็บอก”พระเจ้าท่านช่วยส่งไอ้เซนท์คนโง่คนเดิมก่อนหน้านี้มาให้ผมที ร้านข้าวมันไก่ใส่ผงฉลาดให้มันแดกหรือไงวะ!

“เออน่ะ เป็นพรุ่งนี้แล้วกัน”ผมทำเป็นยอมรับไปพอให้มันจบๆ ไอ้เหี้ยเซนท์เบ้ปากใส่แรงมาก

“มีเมียแล้วลืมเพื่อน”ไอ้เซนท์

“เหอะๆ”ไอ้ดี

“หึๆ”ไอ้ทศ

เดี๋ยวๆสองคนหลังน่ะคืออะไรครับ? ไอ้ทศผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่มันจะรู้ แต่ไอ้ดีน่ะสิ! ตกลงมึงรู้เรื่องกูจริงๆเหรอวะ!?

“เอ่อ ขอโทษนะคะ”เสียงหวานใสที่ดังขึ้นข้างตัวเรียกผมออกจากห้วงภวังค์

“ครับ?”ผมขานรับคำน้องผู้หญิงสองคนที่ยืนข้างโต๊ะที่ผมนั่งอยู่

“ชื่อฟ้านะคะ นี่เพื่อนฟ้าชื่อปริม”น้องที่เอ่ยทักผมแนะนำตัวเองและเพื่อนที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังเหมือนเขินอาย

“สมิธครับ”

“รู้จักค่ะ ถ้าฟ้าจะขอไอดีไลน์พี่สมิธจะให้ไหมคะ?”

“ขอให้ตัวเองหรือขอให้คนที่อยู่ด้านหลังล่ะ”ผมเท้าคางถามฟ้ายิ้มๆแต่สายตามองไปที่ปริมที่ยืนหลบอยู่หลังเพื่อน เธอสะดุ้งเมื่อเผลอเงยหน้าสบตากับผม ตลกดี

“คิกๆ ขอให้ปริมน่ะค่ะ ยัยนี่ขี้อาย”ฟ้าสารภาพออกมาตามตรง

“ยัยฟ้า!”ปริมแหวเพื่อนอย่างอายๆ

“หึๆเอาโทรศัพท์มาสิครับ”ฟ้ารีบล้วงโทรศัพท์ของเธอส่งให้ผมแต่ผมกลับส่ายหน้าเบาๆแล้วบอก “ของปริมสิ”พอผมพูดจบสาวน้อยที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อนยิ่งหน้าแดงหนักเข้าไปใหญ่

“เร็วสิปริมๆ”ฟ้ารีบไปสะกิดเร่งเพื่อนเป็นการใหญ่ ปริมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อครหัสแล้วส่งให้ผมอย่างกล้าๆกลัวๆ ผมรับมาแล้วกรอกไอดีตัวเองลงไปอย่างรวดเร็วแล้วส่งคืนให้น้อง

“ถ้าว่างก็ทักหาพี่ได้นะ”ผมยิ้มแล้วขยิบตาให้เธอหนึ่งที

“ขอบคุณค่ะ...ไปเถอะยัยฟ้า”ปริมก้มหัวให้ผมนิดๆแล้วรีบลากเพื่อนตัวเองจากไป

“โอโห!พ่อคนเสน่ห์แรง มีสาววิ่งมาเสิร์ฟถึงที่”ได้ทีไอ้เหี้ยเซนท์ก็กระแนะกระแหนผมเลย

“หึ!ของมันแน่อยู่แล้ว”ผมกระตุกยิ้มอวดๆใส่มัน

“แล้วมึงไม่กลัวผู้คุมมึงรู้เหรอ ท่าจะดุ”ได้ยินไอ้เซนท์พูดถึงมัน ยิ้มผมก็หุบทันที

“กูกลัวตายแหละ”ผมยักไหล่อย่างไม่ยี่ระ

“อ๋อเหรอ ไม่กลัวเลยเนอะดีเนอะทศ ที่ไม่ได้ออกเป็นเพราะไม่กลัวเขาเล้ย”ไอ้เหี้ยเซนท์...

“หึๆๆ”ไอ้เหี้ยดีกับไอ้เหี้ยทศขำในลำคอพร้อมกัน

“ได้!คืนนี้เจอกันเวลาเดิม คนอย่างสมิธไม่มีคำว่ากลัวอยู่ในหัว”ฆ่าได้หยามไม่ได้ครับ

“กูจะรอ!”

++++++++++++++

“กินเสร็จแล้วไปส่งกูที่ C Club นะ”ผมเอ่ยขึ้นหลังทานของหวานเสร็จแล้ว วันนี้มันพาผมออกมากินข้าวเย็นที่ห้องอาหารของโรงแรมอ่ะครับ มือเรียวที่กำลังยกแก้วไวน์จิบชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะดื่มต่อราวกับไม่ได้ยินที่ผมพูด

“มึงได้ยินไหมเนี่ย”ผมถามย้ำ

“ได้ยินแต่ไม่ทำตาม”มันตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ

“กูรับปากเพื่อนไว้แล้ว!”ผมทำหน้ายุ่ง

“พี่ก็บอกแล้วไงว่าไม่ให้ไป”

“มึงขังกูมาเป็นสัปดาห์แล้วนะ!”ผมเริ่มขึ้นเสียงนิดๆ

“อยากโดนขังจริงๆไหมล่ะ?”มันวางแก้วไวน์ลงแล้วเอ่ยถามเสียงดุ ผมกัดปากนิดๆเพราะเถียงอะไรไม่ออก

“ไปแปบเดียวก็ได้”ผมพูดเสียงอ่อนลงนิด มันก็เลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ

“ถ้าพี่ให้ไปแล้วพี่จะได้อะไร?”มาอีกละ ไอ้ข้อแลกเปลี่ยนเหี้ยๆพวกนี้ แล้วมันยังเป็นคนบีบให้ผมต้องพูดเองด้วยนะ

“พรุ่งนี้ไปส่งที่สนามบิน”ผมหน้าหงิก คือนี่ยอมสุดๆแล้วนะ

“น่าสนใจ แต่ยังไม่มากพอ”มันกระตุกยิ้ม

“เอ๊ะ!มึงนี่!”ผมเริ่มจะโวย ชักเรียกร้องมากไปแล้วนะโว้ย

“ไปมาเก๊ากับพี่ไหม?”มันถามแต่สายตาบังคับไปมากกว่าครึ่ง

“ไม่ไป!”ผมปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด

“งั้นมิทตี้ก็ไม่ต้องไป”ผมกัดปากอย่างใช้ความคิด สุดท้ายก็เลือกหยิบโทรทัพท์ขึ้นโทรไปยกเลิกนัดกับไอ้เซนท์ ให้อยู่กับไอ้เหี้ยลุคตลอดเวลานี่ไม่ไหวจริงๆว่ะ

(เออว่าไง)ไอ้เซนท์รับสาย เสียงเพลงสอดแทรกเข้ามาบอกว่ามันถึงคลับแล้ว

“ที่นัดคืนนี้...”ผมชั่งใจว่าจะแก้ตัวอย่างไรดี แต่ไอ้สัสเซนท์ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

(จะยกเลิกอ๋อ? เฮ้ย!พวกมึงไอ้สมิธมันกลัวเมียว่ะ!)เสียงอะเซนท์เหมือนตะโกนคุยกับคนอื่น ซึ่งน่าจะเป็นไอ้ดีกับไอ้ทศนั่นแหละ

“ไอ้สัส!ไม่ได้กลัวโว้ย!!!กูจะบอกว่าเดี๋ยวกูรีบไป แค่นี้นะ!”ติ๊ด! กูพูดออกไปแล้ว!ไอ้ปากเหี้ยเอ้ย!

“หึ!”เสียงมาจากไอ้คนนั่งตรงข้าม

“กูยอมไปก็ได้”ผมพูดทั้งหน้าบึ้งๆ ยังไงก็ยอมให้ไอ้เหี้ยเซนท์หยามไม่ได้จริงๆว่ะ ทนๆไปกับมันสักวันแล้วค่อยหาข้ออ้างกลับก่อนก็ได้วะ

“ยอมคนอื่นไม่เป็นจริงๆนะเราน่ะ”มันส่ายหัวยิ้มๆแล้วเรียกคิดเงิน ผมไม่ได้พูดโต้อะไรกลับไปแค่นั่งกอดอกนิ่งๆอย่างไม่สบอารมณ์เท่านั้น

ใครว่ากูยอมใครไม่เป็น อย่างน้อยคนที่กูเคยยอมก็คือมึงไง...

+++++++++++++

“พี่ให้ไม่เกินเที่ยงคืน”มันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะเอ่ยสั่งผม

“ห๊า!นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้วนะ!”

“ก็รีบกิน”

“ตี2เดี๋ยวให้ไอ้ทศไปส่ง”ผมต่อรอง

“ถึงห้องไม่เกินตีหนึ่งครึ่ง ต่อรองอีกไม่ต้องไป”มันยื่นคำขาด ผมจึงถอนหายใจใส่มันแรงๆอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

ไม่นานรถยนต์คันหรูก็แล่นมาจอดหน้าคลับ จังหวะที่ผมกำลังจะลงจากรถมันก็คว้าแขนผมไว้ก่อน

“อะไรอีก”

“ตังค์พอใช้ไหม?เอาของพี่ไปใช้ไป”มันยื่นแบล็คการ์ดสีดำให้ง่ายๆราวกับไอ้บัตรนี่ราคาร้อยเดียว

“กูมี!ไม่ต้องมาทำเป็นสายเปย์ให้กูเลย”ไอ้ลุคทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจศัพท์วัยรุ่นไทยเท่าไหร่

“โอเค”มันทำท่าจะเก็บบัตรใส่กระเป๋าเสื้อแต่ผมก็รีบคว้าบัตรจากมือมันได้ก่อน

“กูเปลี่ยนใจแล้ว จะเอาไปเลี้ยงเพื่อนดีกว่า”ผมกระตุกยิ้มเมื่อคิดอะไรดีๆออก

“ตามใจ ปลอมลายเซ็นท์พี่เป็นอยู่ใช่ไหม?”ผมพยักหน้ารับ หึๆเดี๋ยวรู้กัน

หลังจากนั้นผมก็ลงจากรถแล้วก็เดินเข้าคลับไอ้ดีไปด้วยความสบายใจ แต่ก่อนที่จะเดินขึ้นชั้น3ที่พวกไอ้ทศรออยู่ ผมก็แวะไปข้างเวทีก่อน

“พี่โจ้หวัดดีครับ”ผมยกมือไหว้รุ่นพี่ที่เป็นนักร้องประจำร้าน ตอนนี้พวกเขาคงกำลังเตรียมขึ้นเวที

“อ้าวสมิธ หวัดดีมึงๆ พวกไอ้ดีอยู่ด้านบนนะ”

“รู้พี่ แต่ผมขอยืมเวทีแปบหนึ่งดิ”

“ทำไมวะ?”

“เดี๋ยวพี่ก็รู้”ผมพูดยิ้มๆ

“เออไปๆเร็วเลยนะมึงใกล้เวลาพวกกูจะต้องขึ้นแล้ว”ผมยกนิ้วโอเคให้แกก่อนจะเดินไปขึ้นเวที ดีเจที่เห็นสัญญาณจากผมก็ปิดเพลง ทำให้เหล่านักท่องราตรีที่กำลังเต้นอยู่หยุดชะงักไปอย่างเสียอารมณ์

“อะแฮ่มๆ สวัสดีครับเหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลาย ต้องขอโทษจริงๆที่ผมมาขัดจังหวะความสุขของทุกท่าน”ผมพูดใส่ไมค์ แทบจะทั้งร้านที่หันมามองผม รวมทั้งไอ้พวกเพื่อนเหี้ยที่(น่าจะ)มองลงมาจากในห้องชั้นสามด้วย หลายๆคนพึมพำด่า บางคนก็ตะโกนใส่ แต่ผมก็พยายามระงับอารมณ์เพราะอยากทำเป้าหมายให้สำเร็จก่อน

“ช่วยหยุดด่าผมก่อนๆผมมีข่าวดีจะมาบอก สำหรับทุกคนที่มาคลับในวันนี้ คืนนี้กินฟรีไม่อั้น!ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท ผมเลี้ยงเอง!”

“เฮ้!!!!”เสียงโห่ร้องดังขึ้นคับร้าน บางคนก็ตะโกนถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“ผมชื่อสมิธ ถ้าคืนนี้ใครโดนเก็บตังค์มากระทืบผมได้เลย ขอบคุณครับ!”พูดจบก็เดินลงจากเวที ขนาดพี่โจ้ยังเดินเข้ามาถามผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ที่มึงพูดจริงเหรอวะ?”

“จริงดิพี่ ผมจะล้อเล่นให้คนมากระทืบผมเล่นหรือไง”

“มึงไปรวยมาจากไหนวะ”

“มีคนอยากเปย์ ผมเลยจัดให้มันซะหน่อย ไปล่ะ”ผมไม่ได้พูดคลายสงสัยให้กับพี่โจ้มากนักก็รีบเดินเบียดผู้คนที่ล้อมหน้าล้อมหลังขึ้นไปยังชั้นสาม และทันทีที่เปิดประตูไปห้องประจำที่ชอบมานั่งดื่ม ไอ้เซนท์ก็รีบพุ่งเข้ามาหาผมทันที

“ไอ้เหี้ยสมิธธธธธ มึงรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป!”

“รู้ดิ นี่ยังไม่ได้แดกเหล้าสักแอะ”

“มึงคิดว่ามึงต้องจ่ายเท่าไหร่ห๊ะ!”ไอ้เซนท์ทึ้งผมตัวเองอย่างเสียดายเม็ดเงินที่ผมจะสูญเสียในคืนนี้

“เท่าไหร่วะไอ้ดี?”ผมหันไปถามไอ้เจ้าของร้าน

“ปกติวันศุกร์คนเยอะก็4-5แสน แต่ถ้ามึงบอกเลี้ยงก็อาจจะเหยียบล้าน”ไอ้ดีตีค่าเงินกว้างๆให้ ผมก็พยักหน้ารับรู้

“คิดว่าจะเยอะกว่านี้ซะอีก”ผมอยากผลาญมันให้หมดบัญชีธนาคารเลย

“มึงถูกลอตเตอรี่มาหรือไง?”ไอ้เซนท์ถามอย่างสงสัย

“เปล่านี่ กูแค่เก็บบัตรได้”ผมชูบัตรในมือให้ไอ้เซนท์ดู

“ไอ้เหี้ย!เดี๋ยวเขาก็แจ้งตำรวจจับมึงหรอก”

“ก็ลองแจ้งดูสิ ถ้ามันกล้าพออ่ะนะ”ผมกระตุกยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะรั้งคอไอ้ตี๋ไปนั่งที่โซฟา แล้วยัดเหล้าใส่ปากมันให้หุบปากซะที

ผมดื่มไปเยอะมากเพราะเก็บกดไปหลายวัน ซัดเอาๆหมดไปสามกรมแล้ว หลายโต๊ะที่เช็คบิลไปผมก็ให้ลงบัญชีผมไว้จริงๆนะครับ เท่าที่ทราบครั้งสุดท้ายก็เกือบห้าแสนเข้าไปแล้ว

“งืมๆกี่โมงล้าววว”ผมเอ่ยถามเพื่อนเสียงยานคางเล็กน้อย(?)ภาพเริ่มเบลอซ้อนๆหัวก็มึนแบบเต็มที่แล้วครับ

“ตี1ละ”เสียงใครสักคนในกลุ่มพูดขึ้น

“ง่ะ เรวววจางงง ไอ้ทศพากูกลาบหย่อย”ผมคว้ามือสะเปะสะปะไปหาไอ้ทศ

“ไอ้เหี้ยสมิธเมาฉิบหายวันนี้”กูได้ยินนะ

“ก็แดกให้มาววว แดกเหล้าไม่มาววมึงจาแดกทะมายยย”

“เหอะๆ”

“อ้ายดี กูจาจ่ายตางงง เท่าหร่ายย”ผมชูแบล็คการ์ดร่อนไปร่อนมา

“ตอนนี้หกแสนกว่า”

“มึงอาวไปเลยล้านนึง เผื่อๆเพ่รวยยย”

“พี่น่ะมึง หรือผัว?”เอ๊?มีใครหลอกถามอะไรผมรึเปล่านะ

“ผัวก็คือผัว ม่ายช่ายเพ่”กูน่าจะเมามากจริงๆตอนนี้ พูดอะไรไปแม่งไม่รู้ตัวเลย

“หึๆ ไอ้ทศมึงพามันกลับเถอะ”

“เออ เดี๋ยวกูให้ผัวมัน...พี่กูมาจ่ายทีหลัง”

“อืมๆไม่รีบ อยากเห็นหน้าอยู่เหมือนกัน”

จากนั้นผมก็รู้สึกเหมือนมีคนพยุงเดิน ความรู้สึกเหมือนเดิมอยู่บนเชือกเส้นเดียวอ่ะ อยากอ้วกฉิบหาย

“กูจะอ้วกกกกก”

“ไปอ้วกที่ห้องพี่กู”เสียงไอ้ทศนี่

“กูอ้วกส่ายหน้ามานด้ายป่าววว”

“ตามใจมึงดิ”

“งืมๆเจอมานแล้วปลุกกูด้วยจาด้ายอ้วกส่ายมาน”

“เออ ระวังอย่างอื่นจะรดใส่ตัวมึงแทน”

++++++++++++++++++

อื้อ!ผมเอามือปัดสิ่งรบกวนที่เอาแต่กัดคอผมออกจากตัว แต่ไอ้ตัวนี้มันหน้าด้านมาก กัดคอผมที่หนึ่งเสร็จมันก็ย้ายไปกัดอีกที่หนึ่ง แถมยังมาเลียๆอีก

“มิทตี้ไหนว่าจะไปมาเก๊าด้วยกันไง?”เสียงนั่นกระซิบชิดใบหู ผมกับแก้มผมที่ยวบลงหลายที

“ง่วงงงง”ผมบอกออกไปตามความรู้สึกแล้วพลิกหน้าหนี แต่ไอ้ตัวนี่ยังตามมารบกวนผมอย่างไม่ลดละ ล่าสุดมันกัดปากผมแล้ว แต่ไม่เจ็บเท่าไหร่แฮะ นุ่มๆหอมๆดี

“พี่ไม่อยู่อย่าออกนอกลู่นอกทางนะ”

“อื้อ”

“เมื่อคืนผลาญเงินพี่เล่นพอใจไหมดื้อ?”ฟอด! ขมับถูกหอมไปอีกที

“จิ๊!รำคาญ”ผมบ่นเมื่อได้ยินเสียงงุ้งงิ้งรบกวนข้างหูไม่หยุด

“เฮ้อ มาจูบทีดิ๊ จุ๊บ!”จากนั้นผมก็สัมผัสได้ว่าริมฝีปากถูกครอบงำไปหลายนาที ผมก็เคลิ้มนะ อยากลืมตาขึ้นดูเหมือนกันแต่ไม่ไหวว่ะ หัวหนักชิบเป๋งเลย

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีตอนบ่ายๆ ลูกน้องมันบอกว่ามันออกไปแล้วตั้งแต่เช้า ผมยิ้มดีใจอย่างลิงโลดที่ไม่ต้องไปกับมัน ผมกินยาแก้แฮงค์ อาบน้ำแล้วออไปกินข้าวข้างนอกกับไอ้ทศแล้วก็ไอ้น้องรันต์ ไปดูหนังก็ไปดูกันสามคน อย่าถามว่ารู้สึกเป็นส่วนเกินไหม? ผมเลยคำนั้นมานานแล้วครับ ฮ่าๆๆ

ตกเย็นผมกลับห้องไอ้เหี้ยลุคเพราะยังแฮงค์ไม่หาย ตอนแรกว่าจะไปต่อกับน้องจ๋าที่ไลน์มาชวนแต่ไอ้เหี้ยทศมองแรงมาก พร้อมบ่นๆๆเรื่องผมแฮงค์แล้วยังจะไปอีกนู่นนี่นั่น

เออ กูไม่ไปก็ได้วะ!

นั่งๆนอนๆดูทีวีไปเรื่อยเปื่อย เสียงไลน์ก็ดังขึ้น

Primmi : *สติกเกอร์เด็กกระโดดมาสวัสดี*

เห...ใครวะ ถ้าเป็นหญิงที่ผมคุยด้วยผมปิดแจ้งเตือนไว้ทุกคนนะ

สะมุดสะมิด : *สติกเกอร์หมางง*

Primmi : พี่สมิธจำปริมได้ไหมคะ?

สะมิดสะมิด : ปริมที่มาขอไลน์พี่วันศุกร์ป่ะ?

Primmi : ช่ายยยยย

Primmi : ดีใจที่จำได้

Primmi : *สติกเกอร์เด็กกระโดดดีใจ*

ผมหลุดขำนิดๆก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

สะมุดสมิธ : ลืมได้ไง เราน่ารักขนาดนี้

Primmi : ...ไม่แซวดิ

Primmi : เขิน

สะมุดสะมิด : ได้ไอดีไปตั้งแต่เมื่อวานทำไมเพิ่งทักมา

Primmi : ก็ไม่กล้า...

ผมไม่ได้ตอบปริมในทันที แต่เลือกเปิดแชทของคนอื่นขึ้นมาตอบสลับกันไป เธอคงเห็นผมยังไม่ตอบอะไรเลยไม่ได้ส่งมาหาอีก ปกติผมก็คุยทีละหลายคนนะไม่ได้คบใครเป็นตัวเป็นตนหรอก สาวๆส่วนใหญ่ที่ผมคบด้วยจะเข้าใจตรงกันว่าเราคบกันแค่สนุกๆ แต่กับปริมดูท่าแล้วเธอคงไม่ได้คิดแค่ฉาบฉวย

คนแบบปริมผมก็เจอมาเยอะ แต่ส่วนมากผมจะตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้เป็นการให้ความหวังพวกเธอ ตอนนี้ผมยังไม่อยากมีใครน่ะ แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมให้ปริมก้าวล้ำเส้นมานิดหน่อย

ดูๆไปอีกนิดก็แล้วกัน

++++++++++++++++

ชีปริมโผล่แล้วจ้ะ แต่ก็ไม่ต้องไปโฟกัสมาก เรื่องนี้นางแค่ตัวประกอบแต่ก็สำคัญ(?) ตอนนี้เฮียก็ยังใจเย็นอยู่ แต่ตอนหน้าจะมีคนเจ็บตัว หึๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น