facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 19 : คุณร้ายกว่าที่ใครคิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 : คุณร้ายกว่าที่ใครคิด

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 152.5k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 : คุณร้ายกว่าที่ใครคิด
แบบอักษร




    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพลงหรือคนเปิดเพลงที่ทำให้ผมเครียดลดลงแล้วนอนหลับไปได้  ตอนนี้ผมก็นอน

 มองคนที่นั่งหลับอยู่ซักพักแล้ว น่าจะเกือบ 8 โมงเช้าได้  ผมไม่ปลุกเค้าหรอก  อยากนอนอยู่แบบนี้สบายใจดี

 อยากนอนไปนานๆด้วย ก็จริงอย่างที่วีพูด  เงิน...ต่อให้มากเท่าไหร่ก็ซื้อลมหายใจคนไม่ได้ ถึงแม้ว่าเงินมันจะ

.ซื้อชีวิตคนให้ตายได้ แต่เงินไม่สามารถซื้อชีวิตคนให้ฟื้นคืนมาได้

       “  นายตื่นนานแล้วเหรอครับ  ”      มาเฟียเหม่อคิดถึงเรื่องที่คุยเมื่อคืนจนคนที่ตัวเองหนุนตักอยู่ตื่นขึ้น           

      “  สักพักแล้ว  ”               

      “  ทำไมนายไม่ปลุกผมล่ะครับ  เมื่อยรึเปล่าไม่ได้หนุนหมอน ”     ร่างบางก้มลงมาคุยกับนาย           

      “  นอนหมอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว  ”           

      “   แล้วเมื่อคืน...นายนอนหลับรึเปล่า  ”                     

      “  หลับสิ หลับสนิทดีด้วย  ”          

      “  แสดงว่านายไม่เครียดแล้วถึงนอนหลับ วิธีคลายเครียดของผม ใช้ได้ใช่มั้ยครับ ”  ร่างบางพูดแล้วยิ้ม          

      “  กูก็ไม่แน่ใจเพราะเพลงหรือเพราะ...  ”  

  ผมไม่ได้พูดต่อให้จบและก็ไม่วายโดนถามแต่เรื่องอะไรจะต้องบอกไปหมดทุกคำ ปล่อยให้คิดเอาเองบ้าง

       “  กูลุกไปทำงานดีกว่า  ”          

       “  เดี๋ยวนี้นายชอบพูดไม่เคลียร์ ให้ผมไปคิดต่อเองตลอดเลย  ”          

       “  เพราะกูก็ไม่เคลียร์ไง ถ้ากูแน่ใจกูก็ไม่ปิดมึงหรอก  ”          

       “  งั้นผมขอตัวนะครับ  จะลงไปช่วยป้าภาในครัว  ”

       อิทธิมองวีที่ลุกลงจากเตียงเดินไปที่ประตูห้อง เปิดประตูห้องหันแล้วมายิ้มให้จากนั้นก็ปิดประตูไป

 อิทเองก็เข้าห้องอาบน้ำ  แต่งตัวแล้วก็ลงมาข้างล่างในทันที





         “   นะ...นายรอสักครู่ได้มั้ยคะ  อาหารยังไม่พร้อมค่ะ  ”              

         “  ได้  ”

        อรแปลกใจที่นายไม่โวยวายที่อาหารยังไม่พร้อมจึงรีบเช็ดโต๊ะทำความสะอาดให้เสร็จแล้วรีบวิ่ง

เข้าไปในครัวเพื่อบอกให้รีบทำอาหารกัน          

         “  นายลงมาแล้วเหรอ  ”           

        “  ใช่ป้า  ”           

        “  โต๊ะยังไม่พร้อม ไม่โมโหรึไง  ”    อินหันจากหน้าหม้อมาถามอร           

        “  เอาถ้วยมาพี่อร ”         วีสั่งคนที่คอยยืนช่วยอยู่ข้างๆ           

        “  เหมือนนายจะอารมณ์ดี  บอกว่ารอได้ ไม่บ่นไม่อะไรเลย   ”   อรตอบอินและยื่นถ้วยให้วี

        “  ใครอารมณ์ดีอร  ”    สาวใช้ในครัวรวมถึงป้าหันไปมองต้นเสียงที่เดินเข้ามาในครัว 

ทุกคนต่างเงียบกริบไม่มีใครกล้าตอบหรือพูดอะไรกันเลยแม้แต่แอะเดียว จนป้าภาเริ่มส่งเสียงขึ้น         

        “  ป้าขอโทษทีที่ช้า รอก่อนนะคะนาย  ”          

        “  ทำไป ไม่ต้องรีบ  ” อิทธิพูดเสียงดังฟังชัดแล้วเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ที่ว่างในครัว  อินกับอร

ลุกหนีแทบไม่ทันเพราะกลัวนายกันหมด

        “  นายมานั่งอะไรในนี้ล่ะครับ  อินกับอรกลัวหมดแล้วเนี่ย  ”         

       “  แล้วมึงไม่กลัวกูรึไง?  ”              มาเฟียนั่งเอามือเท้าคางมองร่างบางที่หันมาบ่นตนนิดๆ          

       “  ก็...กลัว  ”          

       “  มันจะเปื้อนเอานะคะ  นายไปรอข้างนอกเถอะค่ะ  ”  

             ป้าภาเดินไปหยิบของพลางบอกกับนาย  ส่วนอินกับอรเริ่กๆรักๆ จะหั่นของ จัดจาน 

เตรียมอะไรก็ ไม่ค่อยกล้าขยับตัว จนคนเป็นนายเห็นแล้วขัดหูขัดตาเข้า

        “  จะทำอะไรก็ทำ  เก้ๆกังๆอยู่นั่นแหละ อิน อร  ”          

        “  ค่ะนาย  ”         สาวใช้สองคนตอบกลับนายพร้อมเพรียงกัน

วีรธัชเห็นว่ายิ่งนายอยู่จะทำให้ทำอะไรได้ช้าลง  จึงได้คิดว่าจะทำไงให้นายออกไปดีแล้วก็คิดออก..

       “  2 อย่างนี้เสร็จแล้ว  ”         ป้าภาบอกกับอินและอรเผื่อจะให้ยกออกไปตั้งที่โต๊ะ          

       “  ยกออกไปเลยได้ใช่มั้ยครับป้า  ”        ร่างบางถาม           

       “  เดี๋ยวอินยกไปเอง ไปอร ช่วยกันยกไปหน่อย  ”           

       “  ไม่เป็นไร  เดี๋ยวผมยกไปเอง  ”          

      “  แกสองคนไปดูกระทะ  เตรียมน้ำด้วย  ”           

      “  นายครับ!  ”              ในขณะที่อิทธินั่งจ้องมองวีอยู่ วีก็หันมาเรียก           

      “  อือ อะไร??  ”           

       “  นาย...นายช่วยยกโถข้าวไปหน่อยได้มั้ย  ”

อินกับอรหันขวับเมื่อคุณวีของเค้าทั้งคู่ ริอาจใช้นายใหญ่ ต่างก็คิดกันไปว่าจะมีระเบิดลงครัวมั้ยด้วย

        “  คุณวี...  ”      ป้าภาเรียกร่างบางด้วยเสียงแบบกังวลเล็กน้อยแต่...

        “  โถเนี้ยอะเหรอ  ”      คนเป็นนายถามกลับ

           ผมมองสาวใช้ในครัวกับป้าภาที่มองผมเหมือนจะลุ้นๆอะไรกัน  แต่ก็ช่างเค้า ผมเดินไปคว้าโถข้าว

ขึ้นมาถือ พร้อมหยิบทัพพี  เดินนำวีออกมาที่โต๊ะกินข้าวด้านนอก

          “  ขอบคุณนะครับนาย  ”          ร่างบางยิ้มและก้มหัวให้อย่างอ่อนน้อม           

          “  อือ  กินข้าวกับกูนะ  ”

วีไม่ได้ตอบรับคำชวนแต่พยักหน้าเล็กๆกลับไปทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่ จนเสียงกาเบียลกระแอมขึ้นมาจากด้านหลัง

          “  ฮึ่มมมมมม  มอนิ่งครับนาย  ”          

          “  หน้าตาดูแจ่มใสขึ้นนะครับ  ”          ไม่เพียงแค่กาเบียล กรรณเองก็เอ่ยปากแซวนายด้วย          

          “  อือ  ”       ทำให้คนเป็นนายดึงหน้าและตอบกลับไปสั้นๆ             

          “  งั้นผมขอตัวเข้าไปช่วยในครัวนะครับ  ”

       เมื่อวีเดินเข้าห้องครัวไป  อิทธิก็เดินไปนั่งเล่นที่โซฟากลางบ้านเพื่อนั่งคุยกับกาเบียลและกรรณรอ

 การจัดโต๊ะและเตรียมอาหารให้พร้อมเสียก่อน

          “  วันนี้ตื่นเช้านะครับ  ”           

          “  ปกติผมตื่นเช้ากว่านี้อีก คุณไม่เห็นเคยทัก  ”         ผมถามกาเบียลที่ทักผมแปลกๆแบบนั้น           

         “  ก็วันไหนนายนอนกับคุณวีมักจะตื่นบ่ายทุกทีนี่ครับ  ”     กรรณพูดแล้วยิ้มๆ          

         “  เออ กูไม่กล้าพูดพอดีไอ้กรรณ  ”    กาเบียลตบเข่ากรรณเบาๆ          

         “  อะไรกัน  เดี๋ยวเหอะ  ”     ผมมองหน้าเค้าสองคนอย่างไม่พอใจนิดๆ           

         “  คุณวีทำท่าไหนน้อ?  นายของผมถึงดูหายเครียดได้ขนาดนี้  ”      

 คำถามของกรรณทำเอากาเบียลหัวเราะดังลั่นออกมาอย่างถูกใจ

           “  ท่าห่าเหวอะไร  เมื่อคืนกูไม่ได้เยสัส  ”       อิทธิหันไปเกรี้ยวกราดใส่กรรณ           

          “  หืมมม?  ”           

          “  ไม่ได้ทำอย่างว่า แล้วคุณนอนด้วยกันเฉยๆน่ะเหรอ  ”    ลูกน้องคนสนิทสองคนของอิทธิ

ถึงกับแปลกใจกันไปใหญ่กับการที่นายเริ่มมีอะไรเปลี่ยนไป แต่อิทธิก็ไม่ได้ตอบคำถามอะไรกลับไป

           “  ผมว่า...  ”

           “   หนุ่มๆกับข้าวเสร็จแล้วนะจ้ะ  ”           

           “  ว่าอะไร...??  ”

อิทธิหันไปมองป้าภาแล้วก็หันมาถามกรรณที่พูดยังไม่จบแต่ไม่ยอมพูดต่อหลังจากป้าภาเข้ามาขัดจังหวะ

           “  นายไปทานข้าวเถอะครับ  ”

    อิทธิเดินไปยังโต๊ะอาหารเพื่อทานข้าว  ส่วนกรรณกับกาเบียลก็ลุกไปที่ครัวเพื่อตักข้าวไปนั่งกิน 

 ที่ม้าหินหลังครัว  ก่อนไปก็เห็นว่านายกินข้าวกับวีก็ทำให้ทั้งกรรณและกาเบียลมั่นใจเลยว่า  นายของตนน่าจะ

รู้สึกอะไรกับลูกหนี้คนนี้แล้วอย่างแน่นอน


        “  คุณวีต้องเป็นมากกว่าที่ระบายของนายแน่ๆ  ”       กาเบียลเคี้ยวข้าวไปพูดไป           

       “  นายไม่ชอบนอนกับคนซ้ำเดิมบ่อยนัก  แต่ตั้งแต่คุณวีเข้ามา  นายไม่นอนกับใครเลยนะพี่ 

 ให้ผมเรียกมาแล้วก็ไล่กลับทุกที  ”            

       “  อือ  ไว้เราลองคุยกับนาย  ”            

       “  จะดีเหรอ  ”         กรรณคว้าแก้วน้ำมาดื่มแล้วถามกาเบียลกลับ            

      “  ถ้านายกับคุณวีจะรักกันขึ้นมาจริงๆ  เท่ากับว่านายกำลังจะมีจุดอ่อนเหมือนที่นายไม่อยากมี  ”            

      “  เออว่ะ  นายระลึกอยู่เสมอว่า จะไม่ยอมมีจุดอ่อนให้ใครเล่นงานได้  ”                  

      “  ไว้ค่อยคุย อะไรๆยังไม่ชัดเจน  ”      กาเบียลตัดบทแล้วลงมือกินข้าวต่อ



          ทางด้านโต๊ะอาหารที่มาเฟียกำลังนั่งกินข้าวกับลูกหนี้ท่าทางอร่อย ท่ามกลางสายตาของป้าภา 

 และการแอบมองของสาวใช้ทั้งสองที่ยิ้ม หัวเราะคิกคักซุบซิบอะไรกันไปเรื่อยระหว่างการแอบดู

       “  นายอยากกินอะไรก็บอกได้นะครับ ”         ร่างบางเอ่ยถามเพราะอยากจะทำให้นายทาน            

       “  จะทำไรก็ทำ กูกินได้หมดนั่นแหละ  ”            

       “  อยากกินอาหารฝรั่งก็บอกคุณวีนะคะ ป้าทำไม่เป็นหรอก  ”   มาเฟียพยักหน้าตอบกลับป้าภา

     หลังจากรับประทานอาหารเสร็จอิทธิก็ลุกออกจากโต๊ะอาหารทำท่าทีเหมือนจะเดินขึ้นไปข้างบนวีจึงเรียกไว้

แล้วบอกกับนายไปว่า ถ้ายังเครียดอยู่ให้นายเปิดเพลงฟังคอลไประหว่างการทำงาน อิทธิไม่ได้ตอบแล้วหันหลัง

ขึ้นบันไดไป  วีเองก็ช่วยสาวใช้เก็บโต๊ะ แล้วออกมาหาช่วยงานข้างนอก เห็นคนขับรถกำลังล้างรถนายอยู่พอดี

จึงเดินเข้าไปถามขอช่วยงาน


             “  คุณวี  มาทำไมครับ  ”     ยศคนขับรถฝีเท้าดีถามกับร่างบางที่เดินเข้ามา              

            “  ให้ช่วยล้างมั้ย  ผมว่าง  ”

           “  ไม่ดีกว่าครับ  ผมล้างได้สบายๆ  ”              .

           “  ตั้งหลายคัน  ให้ผมช่วยพี่เหอะ  ”           

           “  เดี๋ยวนายดุผมเอา ไม่ได้ๆ  ”     คนขับรถก็ยังปฏิเสธความช่วยเหลือจากร่างบางตรงหน้า            

           “  นายพี่ไม่ดุหรอก เพราะในตารางงานผมมีช่วยล้างรถด้วยนะ  ”      ร่างบางหาทางจนได้            

           “  เอ่อ... ”

วีไม่รอช้าเดินไปหยิบฟองน้ำและถังเดินไปยังรถหรูอีกคันที่จอดรอการล้างอยู่ จากนั้นก็ลงมือล้างทันที              

           “  ถ้านายดุ ผมรับผิดชอบเอง  ”              

           “ ได้ครับ  ”

         วีช่วยคนขับล้างรถอยู่นานสองนาน  ก็ติดใจสนุกกับฟองฟูๆจนขอล้างอีกคัน  สองคัน  ซึ่งคนขับก็ 

 ไม่ได้ว่าอะไร ยอมให้วีช่วยล้าง ตนก็เช็ดแล้วก็ขัดให้มันเงาๆตามหลังการล้างไป

         “   คุณวีวันนี้ไม่ตัดกิ่งไม้มาล้างรถนี่เอง  ”     ลูกน้องมาเฟียคนหนึ่งเดินเข้ามาทักบาง           

        “  จะตัดอะไรทุกวัน  โกร๋นหมดพอดี ปล่อยให้มันโตๆบ้าง  ”     ทำมาหลายวีคจนชำนาญไปแล้ว           

        “  ฮ่าๆ มีหลายต้นนี่ครับ  ”           

        “  ไปๆเดี๋ยวเปียก คนกำลังสนุก  ไม่มีงานไม่มีการทำรึไง  ’’            ร่างบางบ่นลูกน้องมาเฟีย           

        “   ยศสบายเลยนะมึง  มีคนช่วยล้างรถวันนี้  ”           

        “  กูบอกคุณวีแล้ว  เค้าไม่ยอม จะช่วยให้ได้  ”      ยศเช็ดเหงื่อกับแขนเสื้อแล้วตอบเพื่อนจนเค้าเดินไป          

        “  คุณวีใช้หนี้ไปเท่าไหร่แล้วอะครับ  ”                 

        “  ผมก็ไม่ทราบ นายไม่บอกอะไรผมเลย  ”       ร่างบางหยุดการถูรถแล้วหันมาตอบพี่คนขับ          

       “  อ่าว งั้นก็ต้องทำไปเรื่อยๆน่ะสิ  ”           

       “  5 แสนก็เยอะนะพี่ นี่ผ่านมาเท่าไหร่เอง คงยังไม่ถึงหรอก  ”  ร่างบางนับนิ้วไปแต่ก็จำไม่ได้อยู่ดี          

       “  คุณกรรณเดินมานู้นน่ะครับ  ”       ยศหันไปมองทางซ้ายแล้วบอกกับร่างบาง  

         “  คุณวี!  เปียกโชกอะไรขนาดนี้  ”        กรรณปรี่เข้ามาหาวีแล้วพูดเชิงดุเล็กน้อย          

        “  ก็ล้างรถ ไม่ได้ดูดฝุ่นจะแห้งยังไง  ”     ร่างบางตอบแบบตลกๆ          

        “  มันเปียกเกินไป  ยศ!  เดี๋ยวนายจะออกไปทำงาน  ”          

        “  ครับๆ ใกล้จะเสร็จแล้ว  ”

       “  เดี๋ยวพี่ยศมาเช็ดคันนี้ได้เลย เสร็จละ  ”          ร่างบางชี้นิ้วบอกคันที่ตัวเองล้างเพิ่งเสร็จ           

       “  ผมได้ยินนายเปิดเพลงฟังตอนทำงาน  ”           

       “  จริงเหรอ?  ”       ร่างบางยิ้มไม่คิดว่านายจะทำตามที่ตัวเองแนะนำจริงๆ           

       “  ฝีมือคุณใช่มั้ย  ”          

      “  เค้าบอกงั้นเหรอ  นายของกรรณอาจจะอยากฟังเพลงก็ได้  ”           

      “   ตั้งแต่ทำงานกันมาไม่เคยเห็นฟังเพลงหรือเปิดเพลงฟังถ้าไม่ใช่เพราะคุณ  นายผมก็คงไม่ทำ  

  นายเปลี่ยนไปนะ   ”            

     “  นายเครียด ผมก็เลยบอกให้นายลองฟังเพลงตอนทำงานดูก่อนนายขึ้นห้องไป  ”           

      “  ว่าละ  ”               

     “  กรรณ  เราทำงานที่นี่มานี่ใช้หนี้ได้ไปเท่าไหร่แล้วเหรอ  ”     ร่างบางถามกรรณอย่างมีความหวัง           

     “  ไปถามนายเองสิ  เรื่องนี้ผมไม่ได้รับผิดชอบ ของคนอื่นผมรู้ทุกคน แต่ของคุณ  ผมไม่ได้รับรู้อะไรเลย 

 คนที่รู้คนเดียวคือนาย  ”            

     “  ไว้ค่อยถาม  ”            

     “  ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ  มันเซ็กซี่เกินไป  ”    กรรณมองเสื้อที่เปียกของคนตรงหน้า            

     “  เซ็กซี่บ้าบออะไรกรรณ ก็พูดไป  ”

         กรรณกับวีเดินพูดคุยกันมา กรรณก็เดินแยกเข้าบ้านไป ส่วนวีตรงไปที่บ้านคอนเทนเนอร์ของตน  

 เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่  แต่ขณะที่กำลังจะเข้าบ้านก็มีแรงผลักจากด้านหลัง  จนเซเข้ามาในบ้านเกือบล้ม

  วีจึงรีบหันไปมองก็เห็นว่าเป็นนาย ที่เข้าตามมาแล้วก็ปิดประตูอย่างดังลั่น  หน้าตาเหมือนไม่พอใจอะไร



        “  นะ..นายมีอะไรเหรอครับ  ”        แววตาที่น่ากลัวของมาเฟียทำเอาร่างบางถามอย่างสั่นๆ

        “  ทำไมเปียกขนาดนี้  ”             

       “  ก็ผมล้างรถนายนั่นแหละ  ”             

       “  เปียกจนเสื้อผ้าแนบตัวขนาดนี้  มึงจะอ่อยใครรึเปล่า  ” มาเฟียใช้สายตาแทะโลมแล้วพูดดุๆออกมา             

       “  อ่อยเหรอ  อ่อยใคร  ”         ร่างบางถามอย่างไม่เข้าใจ             

       “  เออ!  กูเห็นนะ  ”             

      “  เห็นอะไรครับ  ผมจะอ่อยใครทำไมล่ะ  ”             

      “  กูเห็นหลายครั้งแล้วนะ มึงกับไอ้กรรณน่ะ  ”      คำพูดของมาเฟียทำเอาร่างบางเงียบ

      “   หรือมึงชอบไอ้กรรณ  อยากได้มันเป็นผัวมั้ยล่ะ กูสั่งให้ได้นะ  ”              

      “  นาย!!!  ”             

      “  มึงไม่มีสิทธิมาขึ้นเสียงใส่กู  ”   ไม่มีเสียงตอบกลับจากวีและอิทธิก็เงียบไปเช่นกัน  ทั้งคู่ยังคง

มองหน้าจ้องตากันไม่เลิก  ซึ่งเป็นวีที่ยอม  แล้วก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ได้หันมามองนายอีก


     ทำไมกูต้องอารมณ์เสียขนาดนี้ด้วยวะที่เห็นวีมันพูดคุยยิ้มแย้มกับกรรณ เป็นแบบนี้หลายครั้งแล้วที่เห็นแล้ว

จะหงุดหงิด  แล้วยิ่งมันเสื้อผ้าเปียกปอนขนาดนั้นด้วยเห็นทั้งจุกมัน แล้วก็เห็นเรือนร่างมันทั้งหมดด้วย 

 มันจะอ่อยใครแล้วทำไมมึงต้องนอยวะ

        “  เชิญครับนาย เดี๋ยวสาย  ”               

        “  แว่นกันแดดครับ ”

    อิทธิดึงแว่นจากกรรณมาแบบกระชากๆ แล้วก็สวมมันเข้าไป ทำเอากรรณกับกาเบียลมองนายก็รู้ว่ากำลัง

โกรธและหงุดหงิดอะไรอยู่ ซึ่งต่างจากเมื่อ 2 – 3 ชั่วโมงก่อนที่อารมณ์ดี

        “  อ่านเอกสารนี่ก่อนเข้าประชุมดีมั้ยครับนาย  ”   มาเฟียคว้ามานั่งอ่านอย่างไร้อารมณ์              

       “  หลังจบประชุมนายจะรับประทานข้าวที่ไหนครับ  ”      กรรณถามเผื่อจองไว้ล่วงหน้า              

       “  กูไม่กิน!   ”          มาเฟียตะคอกเสียงดัง              

        “  นายจะไม่กินจริงเหรอครับ  ”              

        “  กูบอกว่าไม่กิน  รำคาญ!!  อย่าถามมากได้มั้ย  ”            

        “  มึงไปทำไรให้นายโกรธอีกกรรณ  ”                  

        “  ผมไม่ได้ทำอะไรเลยพี่  ”       เมื่อลงจากรถกาเบียลเลยรีบถามกรรณ เพราะนายมีอาการ

ควันออกหูตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน  จะมีปัญหาพาลทั้งวัน แล้ววันนี้ยิ่งมีพบนักฆ่าญี่ปุ่นนั่นด้วย

         “  รีบตามนายไปกัน  ”              

         “  ครับ  ”

       อิทธิเมื่อลงจากรถก็รีบขึ้นไปยังห้องประชุมของบริษัท ที่พนักงาน กรรมการมานั่งรออยู่แล้ว

 เมื่ออิทธิเข้ามานั่ง กาเบียลและกรรณก็ตามเข้ามาติดๆ การประชุมดำเนินไปอยู่ 2 – 3 ชั่วโมง

 คนที่นั่งหัวโต๊ะก็ลุกออกจากห้องไปในทันทีไม่พูดไม่จา ไม่บอกไม่กล่าวอะไรกับใครเลย



         “  นายจะไปไหนครับ  ”     กาเบียลรีบก้าวขาตามนายแล้วถามว่านายจะไปไหน              

         “  บ่อน  ”              

        “  นัดมาโคโตะ 2 ทุ่มนายจะกลับบ้านก่อนมั้ยครับ  ”              

        “  กูบอกว่าจะไปบ่อน  ”      มาเฟียหันไปจ้องตาขวางใส่กรรณที่เหมือนจะพูดไม่เข้าใจว่าจะไปบ่อน 

     อิทธิหยิบแว่นดำที่เกี่ยวอยู่กับเสื้อสวมเข้าที่ตาแล้วก็เดินลงลิฟท์มาเพื่อที่จะไปขึ้นรถเพื่อไปบ่อน  และเมื่อมาถึง

บ่อนอิทธิก็เดินลิ่วๆขึ้นไปที่ห้องทำงานทันที  ขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานจนได้เวลาเกือบ 2 ทุ่ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น





      ก๊อกๆๆ



              “  มาโคโตะมาถึงแล้วครับ  ”             กาเบียลเดินเข้ามาแจ้งกับนาย             


             “  ให้เข้ามาพบได้  ”



          กรรณเดินมาพร้อมกับมาโคโตะและทั้งกาเบียลและกรรณก็เข้ามายืนอยู่ในห้องขนาบข้างนาย

ขณะที่นายคุย หรือเจรจากับนักฆ่าชาวญี่ปุ่นนี้ด้วย โดยกรรณรับหน้าที่เป็นล่ามให้

           “  ผมอิทธิ ยินดีที่ได้รู้จัก  ”              

           “  ผมรู้จักคุณเป็นอย่างดี  แต่ก็ยินดีที่ได้พบเช่นกัน ”       

มาโคโตะยื่นมือเพื่อไปสัมผัสมือกับมาเฟียหนุ่มใหม่ไฟแรง

          “  ได้ข่าวว่า คุณเป็นคนฆ่าตำรวจฝีมือดีที่เป็นหัวหน้าการจับกุมยาเสพติดของเฉลิม ใช่มั้ย? 

 ฝีมือดี ฆ่าไม่พลาดด้วยระยะทางไกลแบบนี้คงมีแค่คุณ  ”       มาเฟียชื่นชมตามแนวจิตวิทยาในการคุยกับคน

          “  ฮ่าๆๆ  แน่นอน  ”             

         “  ผมจะไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาอีกต่อไปละ  ”            

         “  ผมก็คิดแบบนั้น  ”            

         “  เฉลิมจ้างคุณเป็นครั้งคราหรือมีสัญญาต่อกัน  ”           

         “  ผมไม่มีสัญญาอะไรกับใครทั้งนั้น  ”          คำตอบของมาโคโตะชี้ให้มาเฟียหนุ่มเห็นว่า

มาโคโตะเป็นนักฆ่าอิสระ  รับงานเป็นครั้งๆ งั้นคงไม่มีปัญหาอะไรทำตามแผนต่อไปได้

        “  ถ้าผมจะจ้างคุณให้ทำงานให้ คุณจะรังเกียจมั้ย  ”           

        “  ไม่รังเกียจครับ  ว่าแต่...มันเป็นใคร  ”       มาโคโตะนั่งหลังตรงโน้มลงมาวางมือที่กุมกันไว้อยู่บนโต๊ะ

 ทำให้อิทธิหันไปแบมือขอซองสีน้ำตาลจากกาเบียลที่เตรียมไว้  เมื่อซองวางบนมืออิทธิแล้ว อิทธิก็นำมาวาง

บนโต๊ะตรงหน้าแล้วเลื่อนให้กับมาโคโตะช้าๆ ให้เปิดดูเองว่าเป็นใคร

        “  เปิดสิ  แล้วคุณจะรู้เอง  ”           มาเฟียหนุ่มยิ้มที่มุมปาก             

        “  โอ้!  ว้าว!!  ”       เสียงอุทานดังออกจากมาโคโตะทันทีที่เห็นรูปภาพของคนที่ต้องไปจัดการ            

       “  คุณคิดยังไง กับบุคคลที่เป็นเป้าหมายของผม  ”             

       “  ผมทราบว่าคุณกับเฉลิมเป็นศัตรูกัน และตำรวจฝีมือเยี่ยมนั่นก็คือพี่ชายของคุณ  แต่ผมไม่คิดว่า

คุณจะให้ผมเป็นคนกำจัดคนที่ว่าจ้างผมให้ฆ่าพี่ชายของคุณ  คุณนี่มันร้ายกว่าที่ใครคิดเยอะนะ  ”

      “  พูดแบบนี้...งานของผมจะสำเร็จรึเปล่า  ”       มาโคโตะเงียบแล้วก้มลงมองที่ภาพ ในระหว่างที่

มาโคโตะคิด อิทธิก็พูดต่อทันที ไม่ปล่อยให้คิดนานเพราะมีความเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จตามแผน

      “   เฉลิมจ้างคุณเท่าไหร่  ”   และมาโคโตะยังไม่ทันตอบอิทธิก็ยื่นขอเสนอดีๆต่อทันที           

      “   ผมสามารถให้ค่าจ้างคุณได้มากกว่าเฉลิม 5 เท่า  ”             

      “ หึ!  ”        จำนวนเงินน่าจะเป็นที่น่าพอใจมาโคโตะถึงกับยิ้มออกมา            

      “  แต่ถ้าคุณจะจงรักภักดีกับคนที่จ้างคุณคนเก่า  ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะทางเลือกของผมมีอยู่เยอะ

  มีนักฆ่าฝีมือดีหลายคนที่ผมจะว่าจ้างให้ทำงานนี้ได้  อืมมมมม...ข้อเสนอผมมันคงไม่ดีพอสำหรับคุณ  ”

      “ ผมตกลง  ”         มาโคโตะรีบตอบตกลงเพราะก็จะพลาดเงินดีๆแบบนี้ไป           

     “  หึๆๆ  ดี  ”       มาเฟียหัวเราะในลำคอแล้วหันไปพยักหน้าให้กับกาเบียลและกับกรรณอย่างฝืนๆ           

     “  ผมจะลงมือภายในสัปดาห์นี้ แล้วแต่จังหวะ  ”           

     “  มาโคโตะ คุณคิดถูกแล้วที่ตกลงข้อเสนอจากนายผม  ”           

     “  กาเบียล!  เอาซองให้มาโคโตะสิ  ”

       เงินส่วนหนึ่งอิทธิให้มาโคโตะไปก่อนเลย ทั้งๆที่รู้ว่ามาโคโตะอาจจะหักหลังแต่ก็ต้องเสี่ยง  

ยอมเสีย ทั้งเงินและอาจจะถูกจู่โจมกลับอย่างหนักจากอีกฝ่ายด้วย

      “  อีกส่วนคุณจะได้เมื่องานสมบูรณ์  ”        กรรณพูดเสริมเองโดยไม่ต้องรอคำจากนาย

      “  สัจจะมันไม่มีในหมู่โจร แต่พวกเราไม่ใช่โจร หวังว่าคุณจะมีมัน  ”        อิทธิกล่าวส่งท้าย

      “  ได้  ขอตัวนะครับ มีไฟล์ทเร่งด่วนตอน 4 ทุ่ม  ”      มาโคโตะลุกแล้วโค้งคำนับให้กับอิทธิแล้วเดินออกไป











ความคิดเห็น