facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 18 : นอนตักบรรเทาเครียด??

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 : นอนตักบรรเทาเครียด??

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 146.1k

ความคิดเห็น : 79

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 : นอนตักบรรเทาเครียด??
แบบอักษร




      ผ่านงานศพของอัทพี่ชายของอิทธิที่ถูกจัดขึ้น 7 วันอย่างสมเกียรติและทางตำรวจก็ได้เข้ามาช่วย

จัดการพิธีร่วมด้วย ทำให้มาเฟียอย่างอิทธิต้องนั่งร่วมงานกับทางตำรวจตลอดทั้งงาน 7 วัน  ในส่วนกระดูก

ของพี่ชายอิทธิก็ได้พาหญิงสาวผู้เป็นภรรยาของพี่ชายไปลอยเรียบร้อย พร้อมทั้งซื้อคอนโดเพื่อให้ภรรยา

ของพี่ชายย้ายมาอยู่พร้อมกับลูกในท้องอย่างสะดวกสบาย

           “  ขอบคุณคุณมากนะคะสำหรับคอนโดนี้  ”    แยมพูดกับอิทธิแววตายังคงเศร้าไม่เปลี่ยน            

           “  นี่นามบัตรผม ติดต่อได้ตลอด  ”      อิทธิเปิดกระเป๋าสตางค์และหยิบบัตรให้กับแยม             

          “  อย่าเชื่อใจใครง่ายๆนะครับ  ไม่แน่ใจหรือมีอะไรผิดสังเกตรีบโทรหาเรา  ”   

กรรณกำชับเพื่อความปลอดภัยของทั้งแยมและลูกในท้องที่จะเกิดอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

           “   ค่ะ  ขอบคุณอีกครั้ง  ”           

          “   มีคนบอกผมว่า...ทุกอย่างต้องใช้เวลา  แล้วคุณจะเข้มแข็ง  ”   

อิทธินึกถึงคำของคนๆหนึ่งแล้วปลอบภรรยาพี่ชาย            

          “  ค่ะ ฉันจะเข้มแข็ง เพื่อลูก  ”      หญิงสาวยิ้มเล็กๆแล้วลูบที่ท้องของตัวเอง            

          “  ขอตัวนะครับ  ”

       อิทธิและกรรณกลับมาที่บ้านหลังจากเสร็จภารกิจทั้งหมด  อิทธิเองเหนื่อยล้ามากในช่วงนี้  

แต่เพราะความแค้นจึงทำให้ต้องสู้ และไม่แสดงออกให้ใครเห็นว่าตัวเองอ่อนแรงลงอย่างมาก

          “  ผมจัดการเอกสารนายให้แล้วนะครับ  ”   คนเป็นนายแค่พยักหน้าตอบกลับจึงทำให้ลูกน้อง

บอกกับนายว่าให้ทานข้าวแล้วไปพักผ่อน  นายก็ไม่ได้ว่าอะไรและถามไถ่ถึงเรื่องที่ใช้ให้ลูกน้องไปสืบมา           

         “  เรื่องมาโคโตะถึงไหนแล้ว  ”           

         “  มาโคโตะอะไร  นายคิดจะทำอะไร  ”        กาเบียลตกใจกับคำถามของนายที่ถามกรรณ 

เนื่องจากรู้เต็มอกว่ามาโคโตะคือนักฆ่าที่เก่งและโหดที่สุดคนหนึ่ง อีกทั้งเป็นคนสังหารอัทพี่ชายของอิทธิด้วย

          “  ค่อยคุยกันที่ห้อง  ”             “  ผมไปรอคุณที่ห้องทำงานนะครับ  ”

           อิทธิพยักหน้าให้กาเบียล แล้วเดินไปทานข้าวอย่างรวดเร็วพลางมองคนที่ยืนข้างป้าภาเล็กน้อย

 แต่ไม่ได้เรียกหรือพูดคุยอะไรด้วย  เมื่อทานจนอิ่มก็รีบเดินขึ้นไปห้องทำงาน

          “  ขอโทษที่ช้าครับ   ”         กรรณมาทีหลังรีบกล่าวคำขอโทษกับนาย             

          “  มาโคโตะคือมือปืนที่สังหารพี่ชายผม  ผมเลยให้กรรณติดต่อเค้า  เพื่อที่จะใช้มาโคโตะนี่แหละ

ปิดชีพไอ้เฉลิมคนที่จ้างงานมันซะ ”       อิทธิบอกแผนของตัวเองที่คิดไว้กับกาเบียล            

         “  นาย...  ”     กาเบียลเรียกนายตัวเองเบาๆอย่างไม่อยากเชื่อว่านายจะทำแบบนี้            

        “  เฉลิมมันให้เท่าไหร่ ผมจะจ่ายให้มาโคโตะมากกว่า 10 เท่าเลยก็ได้  ”            

        “  ผมติดต่อเค้าได้แล้ว บอกว่านายขอพบ  ”           กรรณพูดแทรกออกมา           

        “  เล่นแบบนี้ นายไม่กลัวมันหักหลังเหรอ  ”   กาเบียลผู้ผ่านประสบการณ์มามากเห็นว่ามันเสี่ยง            

        “  ก็คงต้องเสี่ยง  ”            

        “  มีนักฆ่าฝีมือดีอีกหลายคน ทำไมต้องเป็นมาโคโตะ   นายไม่ปรึกษาผมก่อนเลย  

กรรณ!!!  มึงก็ไม่บอกให้กูรู้เลย  ”                     

         “  มันคงถูกใจที่มาโคโตะฆ่าพี่ชายผมซึ่งขวางทางมันหลายครั้งได้   แต่มันต้องเสียใจกว่า

 เพราะคนที่มันจ้างฆ่าคนอื่นจะเป็นคนฆ่ามันด้วยในที่สุด  ”       อิทธิพูดออกมาอย่างเยือกเย็น           

         “  เรื่องนี้ผมสนับสนุนนาย   ”      กรรณไม่ขวางแถมยังอยู่ข้างนายพร้อมบอกกับกาเบียลชัดๆ            

         “  ให้มันมาพบให้ได้ก่อนเหอะ  ”         ยังไงกาเบียลก็ยังคงไม่อยากจะเห็นด้วย          

         “  มึงนัดนักฆ่านั้นมาที่ไหน  ”          

        “  ที่บ่อนเราครับ  พรุ่งนี้ตอน 2 ทุ่มที่ห้องลำลอง  ”       กรรณเปิดไอแพดดูตารางงานของนาย           

        “  มึงจัดการได้มั้ยกรรณ สื่อสารได้ใช่มั้ย           

        “  ผมพอสื่อสารได้ครับ  ”      เนื่องจากมาโคโตะเป็นคนญี่ปุ่นและอิทธิก็ไม่อยากให้คนนอก

เข้ามารู้เห็นกับเรื่องนี้จึงถามลูกน้องมือซ้ายของตัวเองที่พอจะมีความสามารถพอพูดคุยเป็นภาษาญี่ปุ่นได้

เนื่องจากมาโคโตะไม่ถนัดภาษาอังกฤษ

         “  ผมไปด้วยพรุ่งนี้   ”         กาเบียลขอนายกลับไปทำงานเนื่องจากหยุดมาหลายวัน           

         “  แน่ใจนะว่าหายแล้ว  ”              

         “  ผมหายหลายวันแล้ว นายให้แต่ผมนอน น่าเบื่อชะมัด  ”            

         “  งั้นผมขอตัวนะครับ  ”            

         “  อือๆ แยกกันไปพัก  ”

         กรรณคิดว่านายน่าจะเครียดเรื่องพี่ชายที่ถูกคู่แค้นอย่างเฉลิมยิงจนตาย ซึ่งแม่ของนายเองก็ถูกคนๆ

เดียวกันนี้อีกสั่งฆ่า  กรรณเลยอยากให้นายได้ระบายความเครียด เล่าพูดคุยอะไรให้ใครซักคนที่นายไว้ใจ 

 ฟังและกรรณก็คิดว่าซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเป็นวี จึงเดินไปตามวีที่ครัว แต่ปรากฏว่าวีกลับบ้านมาแล้ว กรรณจึงเดิน

มาที่บ้านวีแทน



              “  คุณวี!!  ”             ก๊อกๆๆ               

             “  มีอะไรกรรณ  ”          ร่างบางเปิดประตูมาถาม              

             “  ไม่ไปดูนายหน่อยเหรอ  นายเครียดๆอ่า  ”       กรรณบอกไปตามตรง              

             “  นาย...ไม่ได้เรียกผมนี่  ผมจะไปหานายได้ยังไง  ”              

             “  บางที...ตอนนี้นายอาจจะต้องการคุณนะ ”              

             “  ผมจะช่วยอะไรนายได้  ”             

             “  ไปเหอะครับ  ” 

       วีพยักหน้าพร้อมเดินออกจากห้องแล้วกลับไปที่บ้านใหญ่อีกครั้ง เดินขึ้นบันไดไปที่ห้องทำงานนาย

 แต่ก็เจอกาเบียลบอกว่านายกลับไปที่ห้องนอนแล้วจึงลังเลว่าจะไปหานายที่ห้องนอนดีหรือไม่ ซึ่งเสี่ยงต่อ

การโดนดุเป็นอย่างมาก แต่กาเบียลก็บอกให้วีลองเสี่ยงไปดู วีจึงตัดสินใจเดินไปที่ห้องนอนของนาย



         ก๊อกๆๆๆ



             “  ทำไมเงียบจัง  เคาะตั้งหลายที  ”


         ก๊อกกกกกก         


    วีกำลังจะเคาะอีกทีประตูห้องก็เปิดออก  อิทธิเห็นว่าเป็นวีก็ยืนนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็ถอยหลังเหมือน

หลีกทางให้วีเดินเข้ามาในห้องนอนตัวเองอย่างนิ่งเฉย

            “  มีอะไร  กูไม่ได้เรียกนิ  ”            

            “  นาย...โอเครึเปล่าครับ  ”        สีหน้าของมาเฟียที่ดูมีความทุกข์ปนกับความเหนื่อย

อย่างเห็นได้ชัดไม่อาจหลบซ่อนวีได้

             “  อือ  ”             

             “  ปากบอกว่าอือ แต่หน้าตาไม่อือนะครับ  ”             

             “  กูเหนื่อย  ขี้เกียจเถียง  ”            

             “  นายเก่งและเข้มแข็ง  เดี๋ยวมันก็ผ่านไปนะ  ”            

            “  หึ!   ”       อิทธิยิ้มมุมปากเล็กน้อย น้อยจริงๆ ให้กับคนที่มายืนเหมือนกับให้กำลังใจด้านหน้าตน           

            “  ผมเป็นกำลังใจให้นะครับ  ”            

            “  มึงนี่กล้าเนอะ  เข้ามาหากูตอนกูอารมณ์ไม่ดีและก็เครียดหนัก  ”   

อิทธิพูดพลางเดินไปนั่งลงที่ปลายเตียงฟังร่างบางที่เหมือนจะยังมีอะไรพูดต่ออีกเยอะ          

            “  กาเบียลบอกว่า คงต้องเสี่ยงที่มาหานายตอนนี้  ”          

           “  เสี่ยงอะไร  ”            

           “  เสี่ยงที่จะโดนนายดุไง  ”            

           “  ตอนแรกกูจะไล่ตะเพิดมึงละ  แต่กูเปลี่ยนใจ…  ”           

          “  ทำไมล่ะครับ  ”           

          “  เพราะมึงมันไม่เหมือนคนอื่น  มึงมันซื่อ  ”           

          “  ซื่ออีกละ  ซื่ออะไร  ”                   

          “  กูจะไปอาบน้ำละ  ”           

          “  งั้น...ผมกลับบ้านนะ  นายดูสบายใจขึ้นแล้วนี่  ”           

          “  ไม่ต้องกลับ  รออยู่นี่ ”           

           “  ก็ได้ครับ  ”

          ผมมองนายที่หยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป  ผมเองก็ไม่รู้จะนั่งรอตรงไหนบนเตียงใหญ่

ก็ไม่กล้านั่ง โซฟาก็ไม่กล้าอีก  ไม่กล้านั่งที่ของนาย เลยนั่งพื้นรอละกัน นั่งเล่น มองอะไรรอบห้องไปเรื่อย

 จนได้ยินเสียงนายเรียกจากในห้องน้ำ



           “  วี!  วี!  ยังอยู่มั้ย  ”            

           “  ยังอยู่ครับนาย  นายมีอะไรรึเปล่าครับ  ”           

           “  เข้ามานี่หน่อย  ”          

          “  เอ่อ...เข้าไปในห้องน้ำเหรอ  ”           

          “  เออ!!  เข้ามาดิ้  ”   ร่างบางค่อยๆเลื่อนประตูห้องน้ำแล้วก็แหวกมู่ลี่เข้าไป  ห้องน้ำใหญ่และ 

 กว้างมากแบ่งโซนอาบน้ำ และโถคนละโซน แต่ยังมีอ่างจากุชชี่อยู่สุดมุมของห้องน้ำอีกด้วย

           “  เดินมานี่  ”      มาเฟียเรียกคนที่มัวแต่ยืนชมห้องน้ำหรูอยู่

           “  ห้องน้ำนายใหญ่กว่าห้องนอนผม 2 เท่าเลย  ”            

           “  ไปเอาไวน์มาให้กูขวดนึง  ”                        

          “  ไวน์  นายจะดื่มเหรอครับ  ”       ร่างบางหันมาถามคนที่นอนแช่อยู่ในน้ำ           

          “  เออ...กูจะแช่ตัวไปจิบไป  ”           วีลงไปเอาไวน์พร้อมแก้วนำมาให้นายที่นอนแช่ตัวอยู่

ในอ่างน้ำสุดหรู พร้อมรินให้นายพร้อม  นายเองก็รับมาจิบแล้วก็เล่นโทรศัพท์ไปพร้อมกัน

          “  ไวน์นี่จากฝรั่งเศสเหรอครับ  ต้องแพงมากแน่เลย  ”           

         “  ขวดละล้านกว่าบาท  ”          

         “   ฮะ??  ขวดละล้านเลยเหรอ  ”      มาเฟียหันมามองคนที่ตกใจจนเวอร์อย่างเอ็นดู         

         “  อือ  อยากชิมมั้ยล่ะ  ”          

         “  โอ้!!  ไม่ดีกว่าครับนาย มันไม่คู่ควรกับผมหรอก  ”    วีรีบปฏิเสธไม่กล้าแม้แต่จะแตะเมื่อรู้ราคา          

         “  ทำไมถึงว่าไม่คู่ควร  ”                 

         “  มันแพง แพงมาก ชีวิตนี้ผมไม่รู้จะมีหนึ่งล้านได้รึเปล่า  ”          

         “  มึงว่า..ชีวิตคนกับเงิน 10 ล้านอันไหนมีค่ากว่ากัน  ”       มาเฟียถามพลางหมุนแก้วไวน์ในมือ        

         “  ชีวิตคนสิครับ  ”        

        “  ถ้าชีวิตคนมีค่ามากกว่า ทำไมเงิน 10 ล้านถึงซื้อชีวิตคนให้ตายได้  ”    

 ร่างบางลงมานั่งอยู่ข้างอ่างแล้วเงียบเพื่อคิดในสิ่งที่นายถามก็เหมือนว่าจะจริง จนคนเป็นนายถามต่ออีก         

         “  ทำไมถึงตอบกูว่าชีวิตคนมีค่ากว่า  ”          

        “  เพราะสำหรับผม 10 ล้านหรือพันล้านก็ซื้อชีวิตคนกลับมาไม่ได้ไงครับ ”  เป็นฝ่ายอิทธิที่เงียบบ้าง          

        “  มันอาจจะยื้อเวลาได้ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเสียเงินไปเท่าไหร่ ลมหายใจของเค้าก็ต้องหมดไป

ไม่สามารถซื้อคืนมาได้  จริงมั้ยครับนาย  ”         ร่างบางหันไปถามความเห็นของคนที่กระดกไวน์จิบเข้าไป          

       “  ความคิดของมึง ทัศนคติของมึงต่างกับกูสิ้นเชิง   ”   มาเฟียเปลี่ยนโฟกัสจากไวน์มามองคนข้างๆอ่าง         

       “  คนเรามีความคิดต่างกัน ไม่แปลกหรอกครับ  ”          

       “  งั้นลองจากไวน์นี่  กูกับมึงจะบอกรสชาติของมันเหมือนหรือต่างกันมั้ย  ขยับมานั่งใกล้ๆกู 

 หรือจะมานั่งในอ่างกับกู  ”           

       “  ข้างๆอ่างพอครับนาย  ”      ร่างบางรีบเลือกอีกอย่างก่อนที่จะได้ลงไปอ่างจริงๆ           

       “  ยื่นหน้ามาดิ จะป้อน  ”           

       “  อะไรนะครับ  ”     จังหวะที่วีถามว่าอะไรนะครับจบ อิทธิก็ลุกจากการนั่งพิงขอบอ่าง

 เอาแขนคว้าคอวีเข้ามาใกล้ๆแล้วก็ประกบปากจูบ ปล่อยไวน์ใส่ปากของวีจนหมด แล้วจึงปล่อยวีออกเป็นอิสระ

       “  รสชาติเป็นไง ”     วีมัวตะลึงงันกับการดึงเข้าไปจูบของอิทธิ จนลืมประมวลรสชาติไวน์เลย          

       “  เงียบไปซะงั้น  ”          

       “  ผมขออีกทีได้มั้ย  ”          

       “  อีกทีนี่...คือจูบหรือไวน์  ”          มาเฟียมองร่างบางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์นิดๆ           

       “  ไวน์ครับ  ”        ร่างบางตอบแล้วอมยิ้มหน่อยๆพร้อมหลบสายตาจากนายไปทางอื่น           

       “  ให้กูป้อนมั้ย  ”          

       “  ไม่ต้องดีกว่าครับ  ”     นายยื่นแก้วไวน์ส่งมาให้ผม ผมรับแล้วก็จิบมันไป แต่นายกับจับกระดก

 ให้ไวน์เข้าปากผมจนหมดแก้ว

         “  บอกรสชาติมา  ”           

         “  รสมันก็ดีด้วยคุณภาพ เกรด  สมราคาอยู่  รสชาติติดลิ้นเลย  ”   

 ผมตอบแล้วเม้มปากรับรสชาติที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากตัวเอง           

        “  ก่อนมึงกิน มึงคิดว่ารสชาติมันเป็นไง  ”           

        “  ก็คงเหมือนไวน์ทั่วไป แพงที่ยี่ห้อมันเฉยๆ  ”                     

        “  ไวน์นี่ก็เหมือนมึง  ”          

        “  เหมือนยังไงครับ  ”        ร่างบางขมวดคิ้วสงสัยเมื่อคนเป็นนายเปรียบตัวเองกับไวน์ที่กิน           

        “  ไปคิดเอาเอง  ”

 อิทธิปล่อยความฉงนและความแคลงใจไว้ให้กับอีกคน แล้วก็จิบไวน์ไปเรื่อยๆจนหันมาหาคนข้างๆ

          “  เวลามึงเครียดๆมึงทำอะไรวี  ”           

          “  นอนฟังเพลงครับ  ผมก็อยากจะมีคนให้เล่า ให้ปลอบนะ แต่ชีวิตผมไม่มีใครไง

  มีเวลาเศร้าเสียใจอะไรไม่ได้นานหรอก   เดี๋ยวไม่มีข้าวกิน ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ  เลี้ยงพ่อไม่ได้อีก  ”          

         “  อยู่นี่มึงฟังเพลงจากไหน  ”       มาเฟียยึดโทรศัพท์ร่างบางไว้แถมในบ้านคอนเทนเนอร์ก็ไม่มีทีวี         

         “  ไม่มีครับ ไม่ได้ฟัง ไม่มีเวลาด้วย  ” อิทยื่นแก้วไวน์ให้วีแล้วก็ลุกขึ้นจากบ่อจากุชชี่ออกมายื่นที่พื้น

  ซึ่งวีตะลึงเห็นทั้งตัวของนายแบบเปลือยเปล่า

          “  นาย...จะลุกทำไมไม่บอกก่อนล่ะครับ  ”          ร่างบางหลับตาปี๋ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังหน้าแดงอยู่          

         “  กูจะทำอะไรต้องบอกมึงก่อนด้วยเหรอ  ”          

         “  ก็นี่มัน... มันโป๊  ”         

         “  ไม่เคยเห็นว่างั้น…  ”          

        “  คะ...เคย  แต่…  ”       ผมเอามือปิดตาและยังนั่งอยู่ที่เดิม  แต่มีมือมาแกะมือผมที่ปิดตาอยู่ออก

 ทำให้ผมมองตรงไปเห็นท่อนเป็นลำๆของนาย ห้อยอยู่ตรงหน้าของผมพอดี

         “  ทีเมื่อกี้ทำเหนียมอาย ตอนนี้จ้องเชียวนะวี  ”      มาเฟียแซวเมื่อเห็นร่างบางจ้องส่วนล่างตัวเอง

         “  นะ..นายไปแต่งตัวเถอะครับ  ”          

         “  ออกไปรอที่ข้างนอกไป  ล้างตัวแล้วจะออกไป  ”          

         “  ครับๆ  ”    ผมรีบลุกออกมารอข้างนอก ไม่นานนายก็ออกมาจริงๆ  แต่เค้านุ่งผ้าขนหนูแล้วก็

มาเปิดตู้เสื้อผ้าโซนแต่งตัว หยิบชุดนอนใส่แล้วก็เดินมาที่เตียงนอนยื่นโทรศัพท์มือถือของเค้าให้ผม

          “  ให้ทำไมครับ  ”           

          “  เปิดเพลง  กูจะนอนฟัง  ”       ผมยิ้มแล้วกดแอพลิเคชั่นหนึ่งเพื่อหาเพลงที่จะเปิดให้เค้าฟัง           

         “  นายชอบฟังแนวไหนครับ  ”               

         “  มึงอยากฟังอะไร กูจะฟังอันนั้นแหละ  ”         

         “   เผื่อนายไม่ชอบ จะรำคาญเอาเปล่านะครับ  ”

อิทธิขึ้นไปนั่งบนเตียง พร้อมตบพื้นที่ข้างๆเรียกให้วีมานั่ง แต่วีส่ายหัวยิกๆไม่อยากขึ้นไปบนเตียงนาย

         “  มานี่!!  ”          มาเฟียกดเสียงต่ำบังคับร่างบางให้ลงมานั่งบนเตียง          

         “  ผมนั่งข้างล่างก็ได้ นายนอนไปเหอะ  ”               

         “  วี!  กูบอกให้มานั่งนี่  ”    เค้าเริ่มดุผมเลยเดินไปยังพื้นที่เตียงทางซ้ายแล้วก็ขึ้นไปนั่งลงที่เตียง

นั่งยังไม่ทันถนัดนายก็เอนตัวลงมานอนบนตักของผมซะอย่างงั้น  มองตาผมไปอีก เขินเลยสิกู

         “  นาย...ไม่หนุนหมอนดีๆล่ะครับ  ”             

         “  เปิดเพลงรึยัง  ”       

      อิทธิไม่สนใจที่วีพูดพลางถามไปอีกเรื่องทำให้วีกลับมามองที่หน้าจออีกครั้งแล้วเลือกกดเพลงมา

เพลงหนึ่งให้มันเล่นไป    จนเพลงเปิดไปหลายต่อหลายเพลง  อิทธิเงียบไป  หลับตานิ่งบนตักของวี

ซึ่งวีเองก็ขยับตัวเอาหมอนตั้งกับหัวเตียงแล้วนั่งเอนพิงมองนายที่หลับตาอยู่


         “  นะ..นายครับ   นาย นาย หลับแล้วเหรอ  ”  



 เมื่อร่างบางเห็นว่านายหลับแล้วจึงเอื้อมปิดโคมไฟแล้วนั่งมองนายต่อจนหลับไปเช่นกัน



















-  ไวน์เหมือนวียังไงหรอออออออ  โอ้ยยยยยยยยย


สำหรับไรท์นะ  คือมองภาพลักษณ์ก็ดูธรรมดา เหมือนไวน์ทั่วไปที่แพงที่ยี่ห้อ


แต่พอได้ชิม ลิ้มรสแล้ว  มันไม่ธรรมดาน่ะสิ  วีก็คงมองดูจืดๆ แต่พออิทได้กิน


ของแซ่บถึงใจ  หวานหอมละมุนลิ้น  ไวต่อการสัมผัสใช่มั้ยล่า่าา


-   ผู้อ่านว่าไงคะ  ที่ว่าพระเอกบอกว่านายเอกก็เหมือนไวน์เนี่ย 


ขอความเห็นโหน่ยยยยย  เร่เข้ามาเม้น  เร่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสิ


ความคิดเห็น