facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 17 : ชีวิตมีแต่การสูญเสีย

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 : ชีวิตมีแต่การสูญเสีย

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 152.1k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 21:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 : ชีวิตมีแต่การสูญเสีย
แบบอักษร



       “   คุณวียิ้มอะไรคะ?   ”    อินเดินผ่านทางหน้าต่างเห็นจึงเข้ามาถามเสียงดังลั่นครัว         

       “  ฮ่าๆๆ แอบยิ้มด้วยเหรอคะคุณวี  ”         ป้าภาหัวเราะออกมาเล็กน้อย          

       “  แอบยิ้มอะไร  ผมเมื่อยปากแล้วยิงฟันน่ะครับ  ”                  

       “  คุณกาเบียลนี่อึดเนาะ  นั่งทำงานได้ละตั้งแต่เมื่อเช้า  ”      

อินไปเฝ้ามาก็นับถือในความเป็นมือขวาที่มากคุณค่าและถึกทนของกาเบียล



         “  โดนแค่นี้เบาๆ หนักกว่านี้ก็เคยมาแล้ว  ”          

         “  พี่อินรู้มั้ย เค้าไปโดนอะไรกันมา  ”      เห็นหลายคนทั้งบาดเจ็บมีบาดแผลกันแต่วีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น        

         “  ได้ยินนายมาพูดกับคุณกาเบียลประมาณว่า ผมไม่น่าปล่อยให้คุณสู้ตามลำพังเลย  

นายดูเสียใจที่คุณกาเบียลเจ็บ  ”

        “  ก็แหงสิ  อาจารย์ของเค้า มือขวาของเค้า สู้ด้วยกันมามาก กว่าจะมาถึงจุดๆนี้ได้  ”    ป้าภาพูดอย่างรู้ดี         

        “  กาเบียลนี่ทำงานมานานรึยังครับ?  ”       วีถามบ้างเพราะไม่กล้าถามตรงๆกับนาย         

        “  คุณกาเบียลเป็นมือซ้ายพ่อของนายตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ  ฝีมือดี  การตัดสินใจเด็ดขาด 

 จนมาเป็นมือขวาให้นาย สอนสั่งกันมาจนตอนนี้  ”

         “  แล้วพ่อนายไปไหนล่ะครับ?  ”        

         “  แฮ่มมมมมมม!  พูดเยอะไปนายจะเอ็ดเอานะป้า  ”   

 กรรณเดินเข้ามาส่งเสียงกระแอมในครัวทำเอาคนในครัวตกใจและรีบแยกย้ายมุมใครมุมมัน         

        “  มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยพี่กรรณ  ”      อินถามแล้วยิ้มแบบเขินๆ         

        “  มาได้ตรงเวลาเนาะ  ”        วีบ่นเบาๆเพราะกำลังจะได้รู้อะไรในตัวนายมากขึ้นอยู่แล้วเชียว         

        “  นายสั่งให้มาชงกาแฟไปให้น่ะ  คุณวีชงให้หน่อย  ”         

        “  ได้ๆ รอสักครู่นะ  ”         

        “  เอาไปเสิร์ฟให้ด้วยนะ  จะไปพักแล้ว  ”   

   กรรณบอกกับวีอีกครั้งแล้วทำท่าจะเดินออกจากครัวไปแต่วีรีบเรียกเอาไว้แล้วบอกให้กรรณเอาไปให้นายเอง

        “  ทำไมอ่า?  ”         กรรณถามวีกลับด้วยความสงสัย        

       “  งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวให้อินไปให้นายก็ได้  ”        

       “  โอ๊ยไม่ไป  ห้องทำงานนายน่ากลัว ไม่เอา ไม่ไป  ”       อินรีบปฏิเสธแล้วส่ายหน้ามองไปที่ป้าภา        

       “  ปกติผมไม่อยู่ ใครเอาไปเสิร์ฟ  ”       วีถามแล้วมองทุกๆคน        

       “  กรรณนั่นแหละค่ะ ไม่ก็คุณกาเบียล บางทีก็ใช้ลูกน้องไปนางพวกนี้มันไม่กล้าไป  

นายจะตะคอกใส่ มันกลัวกันจนหัวหด  ”        ป้าภาชี้แจง

       “  แค่เอากาแฟไปเสิร์ฟเอง  ”     กรรณมองวีด้วยแววตาอ้อนวอนเพราะอยากจะพักเต็มทีแล้ว 


 นี่แหละ แค่ไปเสิร์ฟๆ เสียตัวทุกครั้งที่ยกของไปเสิร์ฟนายเท่าที่นึกขึ้นมาได้นะ ใช่มั้ย??  วีคิดในใจสักพัก

ก็ตอบตกลงว่าจะยกเอาไปเสิร์ฟเองและเหมือนกรรณจะรู้ถึงกับออกปากแซววีว่า กลัวไม่ได้แค่เสิร์ฟเครื่องดื่มเหรอ

 ทำเอาวีตาถลนใส่กรรณแล้วรีบยกถาดที่มีแก้วกาแฟพร้อมกับคุ้กกี้ออกจากครัวมาอย่างรวดเร็วโดยกรรณก็ตามมา

ออกมาแล้วพูดขึ้นให้วีเขินไปอีกว่า...

        “  ตอนรับสายน่ะได้ผมยินนะ ทั้งเสียงกระแทก เสียงคราง  ”         

        “  เอ่อ...  ”      เขินเลยกู ปฏิเสธก็ไม่ได้ แม่งชัดเจนซะขนาดนั้น  เรื่องแบบนี้ใครเค้ามาแซวกันวะ        

        “  เอาซะคนฟังนี่อิจฉา อยากมีคนให้กระแทกบ้างเลย  ”     กรรณพูดแล้วยิ้มหวาน         

        “  ฮ่าๆๆ ก็หาสิ อย่างกรรณหาได้สบายๆ  ”               

        “  หายังไงวันๆทำแต่งาน เฝ้าแต่นาย  ”         

        “  พี่อินกับพี่อรไง จีบเลย สาวโสด งานบ้านงานเรือนเป็นทุกอย่าง  ”      ผมเสนอพร้อมออปชั่น        

       “  โอ๊ย แบบคุณวีก็ว่าไปอย่าง  ”     กรรณเดินเข้ามาใกล้วีแล้วพูดเบาๆ        

       “  หื๊อ!!!?  ”    อะไรนะ  ผมหูแว่วหรือกรรณพูดผิด        

       “  ผมไม่กล้าหรอก  เจ้าของคุณเล่นงานผมตาย  ”        

       “  เจ้าขงเจ้าของที่ไหน  ไม่มี!!  ”        

       “  อาจจะมีโดยไม่รู้ตัวก็ได้  ไปเร็ว เอาไปให้นาย  รอนานแล้วมั้ง  ”

ลืมไปเลยผมมัวแต่คุยกับกรรณ จึงขอตัวแล้วก็เดินเอากาแฟขึ้นมาให้นายที่ห้องทำงานพอมาถึงก็โดนบ่นเลย        


       “  กูว่าละมึงต้องเป็นคนถือขึ้นมา  ”        

       “  ทำไมล่ะครับ  ”       ผมถามแล้วหยิบแก้ววางให้นายบนโต๊ะ        

       “  ช้าสัส!  ช้าตลอด  ”       เสียงของคนเป็นนายบ่นแต่ไม่ได้กระโชกโฮกฮากแบบจริงจัง        

       “  ขอโทษครับ...  ”        

       “  ทำไมมึงถึงชอบพูดคำว่าขอโทษนักวะ  ”      อิทธิถามแล้วยกกาแฟขึ้นมาดื่ม        

       “  ถ้าทำผิดก็ขอโทษ  ทำไมอ่า คำว่าขอโทษมันพูดยากนักเหรอ  ”     ผมพูดแล้วมองหน้าเค้า        

       “  อะไร?  ”        

       “  ผมแค่ถาม นายล้างแผลมั้ยครับ จะล้างให้  ”        

       “  ไม่ต้อง กูยังไม่ว่าง  ”        

       “  เห็นอินบอกว่า...คุณกาเบียลดีขึ้นจนนั่งทำงานได้แล้ว แล้ว...นายยังเจ็บแผลอยู่มั้ยครับ  ”        

        “  กูยุ่งอยู่  จะไปไหนก็ไปสักทีวี  ”

          ตอบคำถามเรามาก่อนไม่ได้ไงวะ  ตอนกลางวันแม่งเป็นคนละคนกับตอนกลางคืนเลย มาเฟียบ้าเอ๊ย  

ไปก็ไปวะ อย่ามาเรียกกูเข้าพบด้วย  กูจะทำงานเหมือนกัน เชอะ!!



         วีมองนายอย่างหงุดหงิดก็ถือถาดเดินลงมาเก็บที่ครัวไม่วายโดนถามว่าทำไมลงมาเร็ว จึงทำให้วี

ตอบกลับไปว่า ก็แค่เอากาแฟไปให้นาย ทำไมต้องลงมาช้า สาวใช้จึงบอกกลับมาว่า ปกติเห็นนายเรียกวีทีไร

ก็มักจะหายไปนานสองนานทุกที

         “  ถ้าผมหายไปเกิน 2 วันน่าจะโดนเค้าฆ่านะพี่อิน  ”        

         “  นายไม่ฆ่าคุณวีหรอก เชื่ออินเหอะ  ”      สาวใช้ตอบกลับคนตรงหน้าด้วยความมั่นใจ       

         “  ก็ไม่แน่  มีไรให้ช่วยทำมั้ย  ”       

         “  งั้นเดี๋ยวอินไปกวาด  คุณวีเช็ดกระจกละกันเบาๆ  ”

        วีช่วยงานบ้านจนถึงช่วงเย็นก็เข้ามาช่วยงานในครัวต่อ  อิทธิเองก็ทำงานอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน   

ลูกน้องก็เดินวนเวียนเข้าออกบ้านอยู่ตลอดจนกระทั่งอิทธิลงมากินข้าว  แต่ยังไม่ได้ทันได้ตักของใส่ปาก 

 ก็มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลโทรเข้ามาที่เบอร์ของกาเบียล ทำให้กาเบียลออกจากห้องนอนมาหานายที่โต๊ะ

อาหารด้วยหน้าตาเคร่งเครียด

        “  มีอะไรกาเบียล  หรือว่ามารอฟังข่าวดีจากสายเราเรื่องไอ้เฉลิมจะโดนจับเที่ยวยา

ล็อตใหญ่คืนนี้  ”         

        “  แล้วสายเราไม่ได้บอกเหรอครับ ว่า... ”     หน้าตากาเบียลดูไม่โอเคและไม่รู้จะบอกนายยังไง       

        “  ว่าอะไร ”       

        “  นายครับ...คือ..พี่ชายของนาย ถูกมือปืนชั้นดีที่ไอ้เฉลิมจ้างประกบยิง  ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน

โรงพยาบาลที่นอกเขตเมืองครับ  ”   สิ้นสุดเสียงกาเบียลอิทธิก็แน่นิ่งไปจึงทำให้กรรณสั่งลูกน้องให้ไป

เตรียมรถให้นาย พร้อมบอกให้นายรีบลุกไปโรงพยาบาล

        “  ถ้าพี่อัทเชื่อพ่อก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก  ”             

        “  นายรีบไปดูคุณอัทเถอะครับ  ”         กาเบียลเดินมาบอกกับนายใกล้ๆแล้วอิทธิก็พยักหน้า

อย่างเชื่อฟังพร้อมทั้งบอกให้กาเบียลอยู่ที่บ้านไม่ต้องไปกับตน รอฟังข่าวจากสายสืบแล้วคอยรายงาน 

ป้าภาเองที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้ยินเรื่องทั้งหมดก็น้ำตาไหลลงอาบแก้มจนวีต้องเข้ามาจับมือป้าภาไว้ปลอบเบาๆ



    นี่มันเรื่องอะไรนายที่เพิ่งเครียดก็ต้องมาเครียดอีก  พี่ชายนายโดนลอบยิง ไหนจะกาเบียล นาย แล้วก็กรรณ

ต่างก็เหมือนเพิ่งไปสู้รบ ฟันแทงกับใครมาไม่กี่วัน  นี่สินะวงการมาเฟีย ดูไม่สงบแสนวุ่นวายนัก

          “  คุณกาเบียลคะ  ฮึ่กกก  คุณอัทจะเป็นอะไรมั้ย  ”       ป้าภาเดินเข้ามาจับแขนกาเบียลแล้วถาม          

          “  ผมไม่แน่ใจ  ”           “  ฮึ่กกกก  ฮื้อออออ  คุณอัทของป้า  ทำไมต้องโชคร้ายแบบนี้  ”          

         “  ป้าใจเย็นๆนะ  ถึงมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงนะครับ  ”     วีเข้าไปปลอบให้ป้าภาใจเย็น           

         “  ไอ้เฉลิมนี่...มันน่าจะตายๆไปสักที  ไม่รู้ว่านายจะเก็บมันไว้ทำไม  ”      กาเบียลกำหมัดแน่น           

          “  นั่นสิครับพี่  ”           “  พวกมึงตามไปสมทบนาย  กูเป็นห่วง เกรงว่าจะต้องมีอะไร

ระหว่างทางก่อนถึงโรงพยาบาล  ไป!  เอารถตู้ออก คุ้มกันนาย มีอะไรไม่ชอบมาพากลโทรหากู  ”

          “  ป้าเป็นห่วงคุณอัทกับคุณอิท  ”           

         “  นายน้อยเก่ง และใจแข็งพอ  ไม่มีใครทำอะไรเค้าได้หรอก  ”      

 กาเบียลสั่งเสร็จแล้วหันมาบอกกับป้าภา วีจึงเอ่ยบอกให้ป้าภาไปพักพร้อมเดินไปส่งถึงหน้าห้องพัก





       ระหว่างทางจากบ้านของอิทธิไปโรงพยาบาลนอกเขตเมือง  ทุกอย่างยังคงปกติคนขับก็รีบขับ

ให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไปให้ถึงโรงพยาบาลตามคำสั่งของนายที่นั่งกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด แววตาแข็งกร้าว

          “  ผมว่า...เราไม่ควรปล่อยเฉลิมให้มันมีสุขแบบนี้  ”    กรรณหันมาบอกกับนายที่นั่งเครียด           

          “ กูอยากฆ่ามันด้วยมือกูเองด้วยซ้ำตอนนี้  ”          

         “  นาย...อย่าสติแตกตามเกมมันนะครับ  ”          

         “  มันฆ่าแม่กูมันก็สมควรตายมากพอละ  นี่มันกำลังจะฆ่าคนในครอบครัวกูไปอีก  ”          

         “  เดี๋ยว!!  พี่ยศ  ”                  จู่ๆกรรณก็ตะโกนเรียกคนขับเสียงดัง          

         “  มีอะไรกรรณ... ”            อิทถามพร้อมมองไปรอบนอกรถ          

         “  ไปอีกทางหนึ่งซะ อ้อมหน่อย แต่น่าจะโอเคกว่า  ”          

         “  ครับ  ”          

         “  มึงคิดว่ามันจะมาดักโจมตีกูรึไง  ”                  

         “  กันไว้ดีกว่าแก้ ตอนนี้เราไม่พร้อมสู้กับมันหรอกครับ  ”          

         “  มึงไม่พร้อม แต่กูพร้อม กูจะลั่นไกเจาะกะโหลกมันให้พรุน  ”              

         “  ถ้านายทำอย่างงั้นตอนนี้ พี่กาเบียลเอาผมตายแน่  ”

       อิทธิเป็นคนอารมณ์ร้อน  ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย  มักจะทำอะไรไปโดยหุนหันพลันแล่น ถึงต้องมี 

 มือซ้ายอย่างกรรณที่เป็นคนใจเย็น ละเอียดรอบคอบทนต่ออารมณ์ของนายและคอยเตือนอยู่เสมอ  

 เพื่อระงับการกระทำของนายที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และอาจจะพลาดพลั้งต่อศัตรูได้

          “  กรรณ...มึงไปสืบว่ามือปืนคนนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน  ”           

          “  นายจะทำอะไรครับ  ”           

          “  มันใช่ไอ้มาโคโตะรึเปล่า  ถ้าใช่ยิ่งดี  ”           

          “  ครับเค้าคือมาโคโตะ นักฆ่าชาวญี่ปุ่นฝีมือดี  ”           

          “  ติดต่อมันให้กู  เร็วที่สุดยิ่งดี  ”           

          “  นาย!!  มันเพิ่งได้รับคำสั่งฆ่าพี่ชายนายนะ มันจะติดต่อกับเราเหรอ ”           

          “ กูเชื่อว่ามันจะเข้ามาพบกู มึงมีหน้าที่ติดต่อมันให้กูแค่นั้นกรรณ  ”          

          “  ถึงแล้วครับนาย ”           

          “  นายครับถอดสูทออกแล้วสวมแมสนี่  ”  

    อิทถอดสูทออกตามที่กรรณแนะนำคว้าแมสสีดำปิดปากเดินลงจากรถอย่างสง่าผ่าเผย เป็นจุดสนใจ

ต่อคนเดินผ่านหรือยืนอยู่บริเวณนั้น จนบุรุษพยาบาลเดินเข้ามาถาม



          “  ไม่สบายเป็นอะไรมาครับ  เชิญติดต่อด้านในเลยครับ  ”           

         “  มาเยี่ยมคนไข้ ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉินครับ  ”    กรรณเดินเข้าไปอยู่ด้านหน้านายแล้วตอบกลับไปแทน         

         “  เชิญทางนั้นครับผม   ”

กรรณเดินนำหน้านายจนมาถึงด้านในหน้าห้องฉุกเฉิน มีพยาบาลพร้อมหมอออกมาถามหาญาติคนไข้ทันที

         “  ญาติคุณอัทธวุฒิ ใช่มั้ยคะ คือทางโรงพยาบาลเรามีเครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อมสำหรับเคสใหญ่ 

จำเป็นต้องส่งตัวเข้าไปในโรงพยาบาลใหญ่หรือโรงพยาบาลในตัวเมืองไม่ทราบว่าคุณจะสะดวกมั้ยคะ  ”              

         “ จัดการย้ายพี่ผมให้เร็วที่สุด ย้ายไปโรงพยาบาล HBF  ”          “  ได้ค่ะ 

     อิทธิยืนรอจนเตียงพี่ชายถูกเข็นออกมา พร้อมมองคนที่นอนแน่นิ่งมีเครื่องช่วยหายใจสายระโยงรยางค์

เต็มไปหมด  ทำให้ภาพนั้นชวนให้คิดถึงแม่ตนเมื่อ 17 ปีก่อน ทำให้ภายใจของอิทธิมันตื้อตึงขึ้นมา




         “  เดี๋ยวขับไปพร้อมๆกันเลยก็ได้นะครับ  ”           

         “ ผมนั่งไปด้วย  ”        มาเฟียหนุ่มบอกกับบุรุษพยาบาลที่บอกว่าให้ขับรถตามมาได้เลย         

         “  ไม่ได้ครับนาย  ”        แต่กรรณได้ปฏิเสธไม่ให้นายนั่งรถไปกับพี่ชาย          

         “  กู...กูไม่ไว้ใจ  ”          

         “ เดี๋ยวผมนั่งไปแทนนายเอง นายไปกับรถของเรานะครับ  ”    

มาเฟียหนุ่มหันไปมองพี่ชายที่อยู่บนรถฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว รอการส่งตัวเท่านั้น แล้วหันกลับมามองที่

ลูกน้องมือซ้ายอีกครั้ง

          “  เชื่อผมนะครับนาย  ”

    อิทธิผายมือออกเป็นสัญญาณว่าเชิญ จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถตัวเองที่เคลื่อนตัวตามรถฉุกเฉิน

คันข้างหน้าไปติดๆจนเข้าเขตเมืองไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง

         “  นายครับคุณกาเบียลบอกว่ากำลังให้ลูกน้องตามมาอีก  ”    มาเฟียยกมือขึ้นเป็นสัญญาณกับ

ลูกน้องว่าเอาไว้ก่อน ไม่ต้องพูดหรือส่งเสียงอะไร จึงทำให้ทุกคนต่างเงียบและไม่ส่งเสียงรบกวนนายอีก      

        อิทธิดูเป็นห่วงพี่ชายเอามากๆถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเกือบๆ 10 ปีเพราะพี่ชายสอบเข้า

ตำรวจและมุ่งมั่นว่าจะเรียนให้ได้ จนพ่อตัดขาดไป แต่ยังไงสายสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องก็ยังคงอยู่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน

       เมื่อรถเคลื่อนมาถึงโรงพยาบาลอิทธิก็รีบเดินตามรถเข็นพี่ชายเข้ามา จนพี่ชายเข้าห้องฉุกเฉินไป

จึงหันมาถามกับลูกน้องคนสนิทถึงการแจ้งข่าวสารให้ทางครอบครัวของพี่ชายทราบ

         “  มึงว่า..ควรจะบอกเค้าเลยมั้ย  ”    เนื่องจากอัทอยู่กับภรรยาสองคน อิทธิจึงกลัวว่าภรรยาของอัท

จะรับไม่ไหวกับข่าวรุนแรงของสามีเธอ แต่กรรณกลับบอกว่าควร อิทธิจึงสั่งให้กรรณรีบหาที่อยู่และไปรับตัว

ภรรยาของพี่ชายตัวเองมาที่โรงพยาบาล และใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที กรรณก็ขอตัวเดินออกจากหน้าห้องฉุกเฉิน

 ทิ้งลูกน้องไว้คุ้มกันนาย 3 – 4 คนและไปรับภรรยาของพี่ชายนายมาที่โรงพยาบาล เมื่อเธอมาถึงก็รีบวิ่งร่ำไห้

ไปเกาะที่ประตูห้องฉุกเฉิน  ร้องไห้โฮเสียงดังจนฟุบลงไปกองที่พื้น


         “  ฮึ่กกก  ฮืออออ  ทำไมพี่อัทถึงต้องโดนแบบนี้  ”  มาเฟียลุกขึ้นไปประคองหญิงสาวขึ้นมานั่งเก้าอี้          

         “  คุณมานั่งรอตรงนู้นดีกว่า  ”

 ฮึ่กกกกก  ฮืออออออออ   แยมยังคงร้องไห้น้ำตาไหลตลอด  อิทธิสังเกตเธอที่ท้องโต ก็คิดไปว่าพี่อัท

กำลังจะมีลูก แล้วก็คงจะหลายเดือนมากแล้วด้วย

          “  ทิชชู่ครับคุณแยม  ”

          “  พวกคุณไปรับพี่อัทมาเหรอ  ”   แยมรับทิชชู่มาซับน้ำตาแล้วหันมาถามมาเฟียข้างๆ           

          “  ใช่ เค้าได้บอกคุณมั้ยว่าวันนี้เค้ามีภารกิจใหญ่จับกุมยาเสพติด  ”      แยมพยักหน้าตอบกลับ           

          “  คุณ..กำลังมีลูกใช่มั้ย  ”           มาเฟียถามพลางมองเธอไปท้อง            

          “  ฮึ่กกก  ฉันท้อง 6 เดือนแล้ว  ฮึ่กก  ฮื้ออออออ   ”   เธอตอบแล้วปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง          

           “  ใจเย็นๆนะครับ  ”        กรรณเข้าไปปลอบอีกคน



เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงหมอและพยาบาลได้เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้วเรียกพบญาติคนไข้

          “  ญาติคุณอัทธวุฒิใช่มั้ยคะ  ”           

          “  ฉันเป็นภรรยาเค้าค่ะ  ”    แยมลุกแล้วเดินไปหาหมอและพยาบาลหน้าห้อง           

        “  กระสุนถูกจุดสำคัญนั่นก็คือหัวใจ  ตอนนี้ชีพจรคนไข้อ่อนมาก ความดันแปรปรวน 

 หมออยากให้ พวกคุณเข้าไปพบคนไข้  เพราะเค้ารู้สึกตัวอยู่ในตอนนี้  ”

         อิทธิ  แยมและกรรณเข้าไปข้างในห้องฉุกเฉินโดยทำความสะอาดฆ่าเชื้อที่ตัว สวมชุดปลอดเชื้อ

แล้วเดินไปยังเตียงของอัทซึ่งนอนลืมตาแฉะๆหน้าซีดไม่มีสีอยู่

         “  พี่อัทททท  ฮื้ออออ  พี่เจ็บมากมั้ย   ”           แยมเข้าไปจับมือสามีน้ำตาไหลอาบแก้ม          

         “  แย...แยมม  พี่..พี่รัก...แยมกับ..ลูกนะ  ”       อัทค่อยๆพูดออกมาทีละคำๆอย่างเบาๆ          

         “  ฮึ่กกก  พี่...อย่าทิ้งแยมไป  ”          

        “  อิท...พี่...ฝา...ฝากแยม...กับลู..ลูกก ได้...มั้ย??   ”        คนเป็นพี่ชายมองน้องที่ยืนนิ่งอยู่        

        “  ครับ ผมจะดูแลลูกเมียพี่เอง  พี่ไม่ต้องห่วงนะ  ”   อิทธิเข้าไปยืนข้างๆแยมแล้วให้คำมั่นกับพี่          

        “  อือ  ขอบ..ใจนะ  น้อง...รัก  ”

      สิ้นสุดเสียงแหบพร่าของอัท เสียงเครื่องช่วยหายใจก็ส่งสัญญาณดัง   ตี๊ดดดดดดดดดดดด  

ยาวเป็นเส้นเดียวบ่งบอกว่าคนไข้ชีพจรหยุดเต้นไปแล้ว


        “   ฮึ่กกกกกก  ไม่จริงงงงงงงงงงงงง  ฮึ่กกกกก 


                               ฮื้ออออออออออออ  พี่อัททททททททท!!!!


 อย่าทิ้งแยมไปแบบนี้  ลูกเราล่ะ พี่อัทททททททททท  ฮื้อออออออออ  ”   



           เสียงฟูมฟายแทบขาดใจ ของผู้หญิงที่เป็นภรรยาของพี่ชายผมร้องดังลั่นจนเธอเข้าไปหาร่างพี่อัท

 กอดพี่ชายผมแน่น แล้วเรียก ให้พี่ชายผมตื่น  เธอเสียใจหนักมากจนแทบเสียสติ คนรักของเธอ

พ่อของลูกเธอได้จากเธอไปแล้ว

        “  คุณแยม!  คุณแยม  ”           ผมเข้าไปดึงสติแล้วจับเธอเอาไว้  

ฮึ่กกก  ฮื้อออออ  หญิงสาวส่ายหน้ามองร่างที่ไร้วิญญาณ ลุกออกจากร่างสามีแล้วจับมือเค้าขึ้นมา           

        “  คุณต้องคิดถึงลูก  ลูกที่กำลังจะเกิดมา  ”        

       “  แยมรักพี่อัทนะ  แยมจะดูแลลูกของเราอย่างดี แยมสัญญาแม้ชีวิตของแยม แยมก็จะสละให้ลูกได้

  แยมรักพี่กับลูกนะ  ”   คำพูดของผู้หญิงคนนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก  ทำเอาอิทธิซึ้งในความรักของเธอที่มีให้พี่ชาย 

 และลูกน้อยในท้อง  ทำเอาอิทธิน้ำตาคลอนิดๆแล้วก็เดินไปพยุงให้แยมออกมาข้างนอก

        “  คุณแยมกลับไปพักก่อนนะครับ เดี๋ยวทางนี้นายของผมจะจัดการให้ถ้าเรียบร้อยแล้ว

 ผมจะรับคุณไปที่วัดในงานเลย  ”         กรรณส่งทิชชู่ให้ภรรยาพี่ชายของนาย      

        “  ให้กรรณไปส่งคุณ  ผมจะจัดการตามที่กรรณบอก  ”      

        “  ก็ได้ค่ะ  ”




















***  ดอกจัน 509 ดอกจ้า ตอนนี้นิยายเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์เป็นเล่มกับสำนักพิมพ์มีดีส์ พับบลิชชิ่ง

ซึ่งจะออกขายปลายเดือน มกราคม 2562 นี้แล้ว ไรท์ก็เลยจะมาบอกกล่าวขอฝากไว้ในอ้อมอกหน่อยนะจ๊ะ ***






-  โอ้ยยย  ชีวิตของอิทธิต้องสูญเสียคนที่เป็นที่รักไปจนหมด น่าสงสารเหมือนกันนะ


ไรท์จะปลอบอิทเอง  โถ่ววววว  มาเฟียสุดหล่อของไรท์


-   ขอบคุณคอมเม้นท์นะคะ  ขอบคุณคนที่ถูกใจและผู้เข้ามาอ่านทุกๆคนเลย


-   เนื้อหาเป็นยังไงบ้าง บอกกันมาได้  ชอบตรงไหน ไม่ชอบตรงไหน จะปรับปรุงแก้ไขให้


ความคิดเห็น