กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : เมื่อลมพัดหวน1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : เมื่อลมพัดหวน1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 651

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2561 10:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : เมื่อลมพัดหวน1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

ต่อจากตอนที่แล้ว...

        อานนท์ยืนกอดอกพร้อมหย่อนสะโพกพิงฝากระโปรงรถของตนเองไว้ คอยยืดคอชะเง้อมองผ่านลอดรั้วไม้ซี่เล็กๆ เพียงหวังได้มองเห็นความเคลื่อนภายในบ้านหลังซอมซ่อ คล้ายจะพังแหลไม่พังแหลตรงหน้า ดึกจนป่านนี้ทำไมหนูหริ่งถึงยังไม่กลับ จะว่าไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านพิต้าก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเขาใช้อำนาจไม่ชอบธรรม สั่งให้ผู้จัดการร้านไล่เจ้าหล่อนออกตั้งแต่วันเกิดเรื่องแล้วนี่นา

ให้สันติไปคอยสอดส่อง เจ้าหล่อนก็ไม่ได้กลับเข้าทำงานที่นั่นอีก นอกจากไอ้ปลา ไอ้ลูกพี่ลูกน้องตัวดี มันยังเสนอหน้าเข้าไปนั่งกินข้าวที่นั่นเกือบจะทุกวัน มันไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างหรือไงนะ หรือมันแค่ต้องการได้นอนกับผู้หญิงสักคนหนึ่งเท่านั้นเป็นพอ สันดานแบบนี้คงแก้ไม่หายแล้วจริงๆ เขาเองชักเหนื่อยกับการตามล้างตามเช็ด คิดว่าถ้าเกิดเรื่องอีกคราวนี้ เขาต้องจัดการกับมันขั้นเด็ดขาดเสียที

อานนท์ไม่รู้อีกเรื่อง การที่ประภาวิธยังคงเสนอหน้าเข้าไปนั่งรับประทานร้านอาหารที่ร้านBlack groundอยู่เป็นประจำ เพราะชายหนุ่มต้องคอยรับส่งเหยื่อรายล่าสุดต่างหาก ตอนนี้ประภาวิธยังไม่มีใครเข้ามาใหม่ เลยต้องพึ่งพาร่างกายของแม่เด็กเสิร์ฟใจง่าย ประทังชีวิตรองท้องรอเสียก่อน ของมันยังใหม่สด คนเจ้าชู้ยังไม่นึกเบื่อ กะว่าถ้าได้เจอน้องมุขคนงาม ชายหนุ่มจะได้สานสัมพันธ์กันต่อให้จบนั่นเอง...

อานนท์พรูลมหายใจ ยกข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนจะย่นหัวคิ้ว

“หรือจะไปหารายได้พิเศษที่อื่นทำอีก...”

 อานนท์เม้มริมฝีปากหยักได้รูปเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เบี่ยงสายตาคมกล้ามองผ่านไปยังด้านในตัวบ้าน

จนแล้วยังไม่เจียมตัว จำนวนเงินในซองที่เขาวางให้บนโต๊ะ อาจทำให้ชีวิตของเจ้าหล่อนสุขสบายขึ้นกว่าเดิม ยังทำหยิ่งไม่สนใจ...

เพราะหลังจากเกิดเรื่อง จนเขาได้เสียกับเจ้าหล่อนในวันนั้น เขาถึงได้รู้ความจริงอีกอย่าง มุขธิดาไม่ได้ทำงานที่ร้านอาหารนั่นเป็นประจำ เจ้าหล่อนจะมาทำเฉพาะช่วงที่มีพนักงานในร้านขอลาป่วย นัยว่ามาทำเพื่อหารายได้พิเศษอะไรทำนองนั้นมากกว่า...

หึ...แล้วไอ้รายได้พิเศษบ้าบออะไรนั่น คงหนีไม่พ้นเอาตัวเขาแลก หรือเปล่านะ? อานนท์ฉุกใจคิดนิดนึง คิ้วเข้มเรียงตัวโดดเด่นขมวดมุ่น พลางเคาะนิ้วลงฝ่ากระโปรงรถเมื่อเริ่มใช้ความคิด

 แต่เอ...แล้วทำไมมุขธิดาถึงยังบริสุทธิ์อยู่อีกล่ะ เลือดบนพื้นพรมนั้นเกิดจากอะไร ถ้าไม่ใช่เขาทำรุนแรงจนเจ้าหล่อนถึงกับเลือดตกยางออก ก็คงเป็นเลือดยืนยันความบริสุทธิ์  พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครา ใบหน้าบูดบึ้งกลับดูสลดลงเล็กน้อย แววตาราชสีห์หม่นมัว ก่อนสลัดมันทิ้งตามนิสัย เพราะให้ถึงอย่างไรเรื่องที่เกิดขึ้นมานี้ จะโทษเขาเป็นฝ่ายผิดเพียงคนเดียวเขาไม่ยอมรับหรอก ต้องโทษหนูหริ่งนั่นด้วยสิ ในเมื่อเจ้าหล่อนอยากตกอยู่ในสถานการณ์ชวนให้เขาสงสัยไปทำนองนั้นก่อนทำไม

เขาก็แค่เฮ้อ!...ช่างเถอะ แค่เอาเงินมาให้ ทุกอย่างจะได้จบๆเสียที เขาจะได้ไม่รู้สึกไร้ความสุขในการใช้ชีวิตตามปกติเหมือนหลายวันที่ผ่านมา อยากผ่อนคลายเขาก็ทำไม่ได้ ใจมันไม่มีความสุขเอาเสียเลย

อานนท์ระบายลมหายใจเสียงดังจนคนเดินผ่านไปมาต่างหันมามอง สะดุดตาชายหนุ่มตั้งแต่รถที่เขาขับ สงสัย คนระดับนี้มายืนด้อมๆมองๆอะไรหน้าบ้านคนอื่น

 ชายหนุ่มเมินสายตาไม่สนใจสายตาสอดรู้สอดเห็นพวกนั้น เขาสะบัดศีรษะแรงๆเพื่อต้องการผ่อนคลายความรู้สึกซ่อนเร้น กดมันจมลึกหล่นสู่ตะกอนหัวใจ

จิตใจอานนท์เริ่มฟุ้งซ่าน ร้อนรนมาตลอดหลายวัน ไร้สมาธิในการทำงานจนเขาอยากจะบ้าตาย วันนี้ตอนออกไปทานข้าวกับพิต้า หวังให้อาการหงุดหงิดงุ่นง่านพวกนี้ได้จางหาย แต่เอาเข้าจริง เปล่าเลย เพราะมันดันรู้สึกแย่หนักมากกว่าเก่า จนเขาต้องขอตัวแยกกลับ ไม่ไปต่อไนต์คลับตามคำชวนของหญิงสาว โดยให้เหตุผลสั้นๆ เขามีงานด่วนต้องรีบกลับไปแก้ไขให้ทันส่งลูกค้าในวันพรุ่งนี้เช้า

งานด่วนของเขาก็คือการบึ่งรถขับมาจอดยังสถานที่เมื่อเช้า ตรงจุดเดิมที่เดิม บ้านหลังเก่าทรุดโทรมของหนูหริ่ง พอได้มาเห็นแหล่งที่อยู่ของเจ้าหล่อน เขาได้แต่แอบนึกหวั่นใจ อยู่กันเข้าไปได้ยังไงกัน บ้านเล็กเท่ารูหนู ฝาไม้ทั้งซีดเก่าไม่รู้จะพังลงมาวันไหนด้วยซ้ำ

          “แล้วนี่หนูหริ่งไปไหนของเขานะ ดึกป่านนี้ยังไม่คิดจะโผล่หัวกลับเข้าบ้าน จะปล่อยให้เขาถูกยุงกัดตายก่อนหรือไง...โธ่โว้ย!”

 คนขี้หงุดหงิดบ่นอุบ เดินกระสับกระส่ายวนไปมารอบตัวรถตนเอง พอเริ่มไม่ได้ดั่งใจหนักเข้า เขาเลยยกมือขั้นทุบลงบนฝ่ากระโปรงรถเสียงดังตุบมันเสียเลย พร้อมเตรียมตัวหันข้าง กระชากประตูรถเตรียมก้าวขาเข้าไปนั่งด้านใน เปิดแอร์เย็นฉ่ำอุรา เผื่ออารมณ์ฟุ้งซ่านจะบรรเทา ยิ่งยืนอยู่ตรงนี้ยุงก็เริ่มเยอะ กัดเขาจนแขนลายพร้อยหมดแล้วเนี่ย...

ครั้นพออานนท์กำลังจะก้าวขาขึ้นไปนั่งอย่างใจคิด สายตาคมดั่งราชสีห์เหลือบไปเห็นคนที่ใจเขาเฝ้ารอ เจ้าหล่อนเดินตรงดิ่งมายังรั้วบ้าน ตรงบริเวณที่เขาจอดรถเอาไว้พอดี

กลับมาซะทีนะหนูหริ่ง คนเฝ้ารอคอยจ้องเขม็งไปยังร่างบอบบาง แววตาวาวใสด้วยความรู้สึกพึงพอใจ หัวใจเขานั้นเริ่มขยายพองโตอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากได้รูปก็เกือบกระตุกยิ้มออกมากว้างแล้วเชียว ดีที่ยังยับยั้งมันเอาไว้ได้ทันเสียก่อน

 โดยไม่รอช้าอานนท์รีบผลักบานประตูรถออกกว้าง ก้าวฉับๆเดินตรงเข้าไปขวางหน้าคนที่กำลังก้มหน้าก้มตามองพื้นถนนโดยไม่นึกสนใจสิ่งรอบตัว

โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น