YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 18.2]

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2561 01:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 18.2]
แบบอักษร

คนโปรด 18.2

ผมรีบอาบน้ำและเปลี่ยนชุดในห้องน้ำเสร็จสรรพอย่างรวดเร็ว เดินออกมาก็เห็นไอ้เหี้ยลุคหลับซุกหมอนผมขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ผมเบ้ปากนิดๆให้กับความขี้หนาวสำออยไม่เข้ากับหน้าของมัน เลยเดินไปเร่งแอร์เหลือสิบหกองศาเซลเซียสเพื่อเอาคืนมันเล็กๆน้อยๆ เมื่อแกล้งมันสบายใจแล้วก็ออกจากห้องโดยมีโยและลูกน้องมันอีกคนพาไปโรงพยาบาล

ผมเข้าไปเยี่ยมไอ้ทศ มันกำลังคุยกับตำรวจเรื่องคดีอยู่ ไม่นานก็คุยเสร็จเขาก็ขอตัวออกไป แต่ก่อนไปตำหนวด เอ้ย ตำรวจคนนั้นก็บอกว่าไอ้รันต์พักอยู่อีกห้องบนชั้นเดียวกัน กำลังเตรียมเข้าผ่าตัด ผมได้ยินก็จำชื่อห้องไว้เพราะมีเรื่องจะคุยกับมันอยู่เหมือน

“เป็นไงบ้าง?”เมื่อตำรวจออกไปแล้วผมก็เอ่ยถามอาการเพื่อน พร้อมทรุดตัวนั่งลงที่โซฟา

“เจ็บนิดหน่อย”ดูคำพูดไอ้คนเกือบไม่ได้มานั่งโม้อยู่ตรงนี้

“ปากดีไอ้สัส”ไอ้ทศยิ้มขำๆให้ เห็นสีหน้ามันผ่อนคลายแบบนี้ผมก็เบาใจ

“หึๆขอบใจมากที่ดูแลรันต์แทนกู แล้วก็ขอโทษเรื่องที่ทำให้มึงต้องกลับไปหาเขา”สีหน้าไอ้ทศราบเรียบก็จริง แต่น้ำเสียงมันแสดงความรู้สึกผิดต่อผมอย่างชัดเจน

“เรื่องไอ้รันต์กูเต็มใจ เพราะกูรักมันเหมือนน้องไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นเมียมึง ส่วนเรื่องไอ้เหี้ยนั่นกูคิดว่ายังไงสักวันกูก็ต้องเผชิญหน้ากับมันไม่ช้าก็เร็วยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี กูกลัวก็จริง แต่เกรย์บอกว่ากูเอาชนะมันได้เพียงแต่กูต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน”

“...”ไอ้ทศเงียบเพื่อตั้งใจฟังผมเล่า

“ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับมันจริงๆ กูกลัวมาก แต่พอคิดว่ามีพวกมึงคอยอยู่ข้างๆความกลัวพวกนั้นก็ค่อยๆลดลงไป กูรู้สึกมีความกล้าและเข้มแข็งขึ้น หรือต่อให้มันจะทำให้กูเจ็บปวดแค่ไหน...แต่อย่างน้อย...”เสียงผมสั่นนิดๆเพราะผมพยายามบังคับไม่ให้ตัวเองร้องไห้

“มาหากูดิ๊”ไอ้ทศที่กึ่งนั่งกึ่งนอนกวักมือเรียกผมจากบนเตียง ผมลุกจากโซฟาไปหามันอย่างว่าง่าย เมื่อผมขยับเข้าไปใกล้มันก็คว้าคอผมเข้าไปกอดปลอบเหมือนครั้งแรกที่มันพาผมออกมาจากที่นั่น ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ผมปล่อยให้น้ำตาไหลรินเพราะอ่อนไหว ขยุ้มเสื้อมันไว้แน่น

“มึงยังมีกู”มันเอ่ยเสียงไม่ดังแต่ทว่าหนักแน่นอยู่ในคำพูด มือตบไหล่ผมเบาๆ ผมยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมเพียงแต่ว่าไม่ได้ส่งเสียงร้อง แค่ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ

คำๆนี้ไอ้ทศก็เคยพูดกับผมไว้เมื่อนานมาแล้ว และผมยังจำวันนั้นได้ดี

‘จะร้องไห้ทำไมนักหนา ให้กลับไปส่งไหม?’เด็กหนุ่มวัยรุ่นนัยน์ตาสีเขียวซีดเอ่ยถามอย่างดุดันผิดวัย สายตาเหลือบมองร่างบางที่เอาแต่ร้องไห้อย่างหนักมาตลอดทาง

‘ฮึก!ไม่ไป’ร่างบางของสมิธส่ายหน้ารัว กลัวเหลือเกินว่าคนที่นั่งข้างๆจะบอกให้คนขับรถพากลับไปส่ง

‘หยุดร้องได้แล้ว รำคาญ’ทศกัณฐ์พูดห้วนๆบอกออกไปตามตรง ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันที่ช่วยไอ้ตัวเล็กนี่ออกมา

‘ทำไมถึงช่วยผมล่ะ ทำไมถึงไม่ฆ่าผมให้จบๆไป ฮึก’

‘แล้วทำไมกูต้องฆ่า?’ทศกัณฐ์กอดอกเลิกคิ้วถามคนตัวเล็กกว่า(และคิดว่าอายุน้อยกว่า)

‘ฮึกๆ ก็คุณมีปืน’ทศกัณฐ์นิ่งเงียบไปพักใหญ่กับความคิดของไอ้เด็กคนนี้

‘อยากตายจริงๆเหรอ ถ้าอย่างนั้นกูจะสงเคราะห์ให้’ทศกัณฐ์เอ่ยกับสมิธด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก สมิธที่กำลังร้องไห้อยู่ลมหายใจสะดุดไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะยอมพยักหน้าให้ทศกัณฐ์ทำตามที่พูด

‘ฆ่าผมเถอะ ฮึก ผมอยู่ไปก็ไม่มีความหมาย ผมไม่เหลือใครแล้ว ฮือ’สมิธสะอึกสะอื้นจนตัวโยน ทศกัณฐ์ก็เงียบไปนานจนสมิธหยุดร้องและกำลังจะหมดสติไปด้วยความอ่อนเพลียจากพิษไข้และการร้องไห้อย่างหนัก อยู่ๆคนข้างตัวเด็กหนุ่มร่างบางก็เอ่ยขึ้น

‘แล้วที่นั่งอยู่ข้างๆมึงตอนนี้ไม่ใช่คนหรือไง?’สมิธปรือตาที่หนักอึ้งมองคนที่นั่งข้างๆ สมองที่มึนงงอยู่กำลังประมวลผลคำพูดของทศกัณฐ์ช้าๆ ก่อนเด็กหนุ่มจะปล่อยโฮระลอกใหม่ออกมาเสียงดังเมื่อเข้าใจความหมายคำพูดทศกัณฐ์

‘คุณ อึก!จะอยู่ข้างๆผมจริงเหรอ ฮึกฮืออ’สมิธถามย้ำสิ่งที่คิด ทั้งที่ในใจแทบจะฝากทั้งชีวิตไว้กับทศกัณฐ์ไปแล้ว

‘เออ กูพามึงมาแล้วก็ต้องดูแลสิ แล้วมึงจะร้องทำไมอีก?’ทศกัณฐ์พยักหน้ารับคำ แล้วถามสมิธอย่างไม่เข้าใจที่ร้องไห้หนักกว่าเดิม

‘ผม ฮึก! ดีใจ ฮือออ’ มือเรียวยกมือขึ้นปาดน้ำตาทั้งรอยยิ้ม เป็นสิ่งดีๆครั้งแรกในรอบหลายปีมานี้ที่ทำให้สมิธยิ้มออก ‘ขอกอดได้ไหม ฮึก’สมิธเอ่ยขออีกคนทั้งๆสะอื้น ทศกัณฐ์มองสมิธอย่างรำคาญจนร่างบางมองคนตัวโตกว่าแบบเหงาหงอยคิดว่าคงไม่ได้ แต่เด็กหนุ่มตัวโตกว่ากลับเกี่ยวต้นคอสมิธเข้าไปกอดไว้เอง ฝ่ามือตบแผ่นหลังบางเบาๆ

‘ตอนนึ้มึงมีกูอยู่’สมิธกอดทศกัณฐ์แน่นอย่างหาที่พึ่งพิงพร้อมซุกหน้าลงกับบ่ากว้าง

‘ขอบคุณ’

‘ครั้งนี้ครั้งเดียวนะมึง กูรับปากพี่ไว้ว่าจะไม่แตะต้องมึง’ สมิธพยักหน้าเข้าใจ แล้วกอดทศกัณฐ์แน่นขึ้นไปอีก

วันนั้นทำให้ผมได้ได้เรียนรู้หลายอย่าง อย่างน้อยผมก็ยังมีความหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่ต้องโดดเดี่ยว ทศกัณฐ์คือคนที่ผมกล้าตายแทนได้อย่างไม่มีข้อแม้ มันคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตผม

ก็อย่าที่ทศกัณฐ์บอกอย่างน้อยผมยังมีมัน มีเพื่อน มีน้อง ทุกคนล้วนเป็นคนที่ผมรัก...ผมไม่ได้ไม่เหลือใครเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

ตอนนี้ถ้าถามว่าผมกลัวอะไรในตัวลูคัสมากที่สุด...ผมกลัวว่ามันจะพรากทุกคนไปจากผม

หลังจากที่ผมหยุดร้องไห้ไปสักพัก เราก็คุยกันเรื่องอื่นโดยไม่พูดถึงเรื่องเมื่อกี้อีก

“แล้วนี่ไอ้น้องรันต์มาหามึงรึยัง?”ผมวกมาถามเรื่องไอ้เด็กเอ๋อ

“ยัง...และกูคิดว่าคงไม่มา”

“ทำไมวะ?”

“รันต์คงรู้สึกผิดและอาจจะกำลังโทษตัวเองว่าเป็นคนที่ทำให้กูต้องเป็นแบบนี้”ไอ้ทศทำหน้าซึมๆลงไป

“เดี๋ยวกูไปตามมันเอง”

“อย่าบังคับน้องนะ”

“เออน่ะ ห่วงกันจริงพวกมึงนิ”ผมบ่นนิดๆก่อนจะเดินออกจากห้องไอ้ทศ ตรงไปทางห้องไอ้รันต์(ที่ท่องไว้ในใจประมาณ10รอบกันลืม) ระหว่างทางผมเดินสวนกับตำรวจที่คุยกับไอ้ทศในห้อง เรายิ้มให้กันตามมารยาท ก่อนที่ผมจะเบี่ยงตัวเดินเลี้ยวไปทางหน้าห้องไอ้รันต์ ผมเปิดประตูดัง

ปัง!โดยไม่ได้สนมารยาทที่ควรทำอีก

“ว่างป่ะ ขอคุยด้วยหน่อยดิ”ผมโพล่งออกไปตรงๆ น้ำเสียงราบเรียบไม่ได้แสดงถึงอารมณ์ใด ไอ้รันต์หันมามองผมก่อนจะเอ่ยปากบอกให้เพื่อนมันที่นั่งอยู่ข้างเตียงกลับไปก่อน

“เจคมึงกลับไปก่อน ขอบใจมากที่มา”ไอ้คนชื่อเจคมองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะยอมออกจากห้องไปตามที่ไอ้รันต์บอก ผมเดินเข้าไปประชิดเตียงไอ้น้อง จังหวะที่มันเอ่ยถามผมก็สะบัดฝ่ามือใส่หน้ามัน

“พี่มีอะไรรึปะ-…เพี๊ยะ!”ไอ้รันต์หน้าหันไปตามแรงตบผม แก้มขึ้นสีแต่ไม่มีเลือดออกเพราะผมไม่ได้ตบมันแรงเท่าไหร่ แค่จะสั่งสอนให้มันรู้สึกตัวเท่านั้น

“มึงยังเห็นกูเป็นพี่มึงอยู่ไหม ไหนบอกว่าไว้ใจกู กูมีอะไรก็เล่าให้มึงฟังหมด แล้วทำไมเวลาที่มึงมีปัญหาถึงไม่พูด! มึงเคยเห็นหัวกูบ้างไหม!”ผมระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกไปด้วยความรู้สึกทั้งผิดหวังและเสียใจ

“ผมขอโทษ”ไอ้รันต์เอ่ยเสียงแผ่วพร้อมก้มหน้าลงไม่กล้าสู้หน้าผม สภาพนี้ถ้าเป็นไอ้ทศคงใจอ่อนไปแล้ว แต่ผมกับไอ้ทศมันคนละคนกัน

“มึงพูดเป็นแต่คำนี้เหรอ มึงไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วใช่ไหม...ถ้ามึงไม่พูด เราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก”ผมเอ่ยบีบมัน เพราะอยากรู้เรื่องราวทั้งหมด ไม่ใช่ทำทุกอย่างไปเพื่อมันโดยที่ไม่รู้อะไรเลย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับมันอีกผมจะได้ช่วยเหลือได้ทัน

“ไม่เอา” ไอ้รันต์พูดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ มือเรียวกำเสื้อผมไว้แน่น

“ไม่เอาก็พูดมาให้หมด เรื่องราวทั้งหมด...ทุกเรื่อง” ผมนั่งลงข้างเตียงเพื่อให้โอกาสน้องได้พูด ไอ้รันต์ยอมเปิดปากเล่าปัญหาชีวิตมันตั้งแต่เด็ก ยอมรับว่ามันเป็นเด็กที่แข็งแกร่งมาก ชีวิตมันก็มีมุมที่น่าสงสารไม่น้อยไปกว่าผม ซึ่งปัญหาที่ว่ามันก็ทุกข์กันคนละแบบ แต่สุดท้ายก็ทำให้เราเสียใจไม่ต่างกัน จนเมื่อมันเล่ามาถึงแผนการสุดท้ายถึงวิธีการจับกุมไอ้รัฐมนตรีเหี้ยนั่น

“...มีคนโทรหาผม เขาบอกว่าหริรักษ์รู้ตัวตนของผมแล้ว มีคนคอยจับตาดูผม และพี่อยู่ พอผมลองสังเกตดูดีๆก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ” สิ่งที่ไอ้รันต์เล่าทำให้ผมรุ้สึกแปลกใจขึ้นมา จึงเอ่ยถามมันไปแบบงงๆ

“กูด้วยเหรอ?”

“อื้อ เขาบอกผมกำลังจะทำให้พี่สมิธเป็นอันตรายกับเรื่องของผมไปด้วย...ผมก็เลยตัดสินใจกันทุกคนออกไป” บอกตรงๆว่าตอนไอ้รันต์เล่ามาถึงจุดนี้ผมมั่นใจไปแล้ว90%ว่าเป็นใครที่โทรไปหาไอ้รันต์...มันมีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่ตามติดชีวิตผมยิ่งกว่าเงาจนรู้ว่ามีคนตามดูผมกับไอ้น้องรันต์

“คนที่โทรคุยกับมึงเขาพูดภาษาอะไร”ผมถามอีกคำถามเพื่อความชัวร์

“ภาษาอังกฤษ”

“สำเนียงผู้ดี พูดสุภาพแบบกระแดะๆป่ะ”

“ครับ แต่ก็ไม่กระแดะนะ”ไอ้รันต์พยักหน้า แถมแก้ต่างให้ไอ้สารเลวนั่นด้วย ผมกัดกรามกรอด ฝ่ามือกำแน่นด้วยความโกรธจนแทบระเบิด

“ไอ้เหี้ยนั่น กล้าดียังไงมาหลอกใช้มึงบีบกู…มึงไม่ต้องพูดอะไรแล้วกูว่ากูพอเข้าใจอะไรหลายๆอย่างแล้ว ทีหลังมีอะไรพูดกับกูได้ทุกเรื่อง เข้าใจไหม”ผมพยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง เรื่องนี้ค่อยไปจัดการทีหลัง จึงเอ่ยบอกไอ้รันต์ด้วยน้ำเสียงอ่อนลงพร้อมยกมือขยี้หัวมันไปด้วย

“อื้อ ไม่ทิ้งแล้วใช่ไหม”ไอ้เด็กเอ๋อถามผมตาแป๋ว

“ไม่ทิ้ง ถ้ามึงไม่ดื้อ” ผมพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มๆหล่อๆให้มันไปหนึ่งดอก

“ไม่ดื้อเหอะ”ไอ้รันต์เบะปากใส่ ผมเลยแกล้งดึงปากมันด้วยความหมั่นไส้ มันก็โวยวายว่าเจ็บใหญ่เลย เหอๆ

“แล้วนี่ใจคอมึงจะไม่ไปดูผัวมึงเลยหรือไง มันแทบจะกระชากน้ำเกลือมาหามึงถึงที่ถ้ากูไม่ห้ามไว้ก่อน”หลังจากแกล้งน้องจนพอใจแล้ว ผมก็เข้าเรื่องไอ้ทศ แกล้งพูดเว่อร์ๆไว้ด้วย เผื่อไอ้รันต์จะเห็นใจผัวมัน

“ทำไมถึงรู้กันล่ะครับว่าผมอยู่ที่นี่”ไอ้รันต์ดันถามไปคนละเรื่องเหมือนตั้งใจกลบเกลื่อนไม่ให้พูดถึงไอ้ทศ แต่ผมน่ะคือเทพสมิธ เดี๋ยวจะเป็นกามเทพแผลงให้เอง ฮ่าๆๆ(?)

“ไอ้คุณตำหนวดบอกมาอ่ะ มันเข้าไปคุยเรื่องไอ้เหี้ยนั่นกับไอ้ทศอ่ะดิ...น่าไปดูมันหน่อย ป่านนี้มันหลับไปแล้วมั้ง หมอพึ่งให้ยามันอีกรอบ ไปเถอะน่า” ไอ้เชี่ยทศยังไม่หลับหรอกเพราะมันเพิ่งตื่นเอง แต่ผมจำใจต้องตอแหลไอ้น้องรันต์อย่างช่วยไม่ได้(ผมฝืนใจจริงๆนะ) ไอ้รันต์ก็คิดชั่งใจอยู่นาน แต่สุดท้ายมันก็ทนลูกตื้อผมไม่ไหว ยอมเดินตามต้อยๆไปห้องไอ้ทศกับผมง่ายๆ


“เออมึงเข้าไปก่อน เดี๋ยวกูคุยโทรศัพท์อยู่นี่แปบ”พอถึงหน้าห้องไอ้ทศ ผมก็ผลักให้ไอ้รันต์เข้าไปในห้องพร้อมเอ่ยหาข้ออ้างปลีกตัวทันที ก็อยากให้พวกมันได้ปรับความเข้าใจกันสองคนมากกว่า มีผมอยู่ด้วยมันคงทำอะไรๆไม่สะดวก(?) ผมเหลือบมองดูแก้มไอ้รันต์ข้างที่ผมตบมันก่อนจะปิดประตูลง คือมันยังแดงๆอยู่เลยว่ะ หวังว่าไอ้ทศคงไม่มาฆ่าผมทีหลังนะ(กูทำความดีความชอบให้มึงนะเว้ยเพื่อน)

พอไอ้รันต์เข้าห้องไป ผมก็หยิบโทรศัพท์กดโทรหาโยว่าผมจะกลับแล้ว ไม่ต้องระบุก็คงจะรู้กันนะว่าโยพาผมไปส่งที่ไหน...ใช้เวลาไม่นานเราก็ถึงคอนโดฯG พอถึงห้องผมก็ก้าวฉับๆไปห้องที่ผมนอนก่อนออกไป บนเตียงว่างเปล่าไม่มีวี่แววของเหี้ยนอนอยู่

ผมจึงนั่งลงบนเตียงรอ นั่งไปได้สักพักไอ้เหี้ยลุคก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว มันเห็นผมก็เดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยทัก

“ทำไมหน้าบึ้ง?เป็นอะไร?”มันยื่นมือมาทำท่าจะจับผมของผม แต่ผมก็ปัดมือมันออกเสียงดังก่อนจะทันแตะโดน

เพี๊ยะ! ทั้งห้องเงียบกริบ ไอ้ลุคจากหน้ายิ้มๆนี่นิ่งไปแล้ว ผมลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ตวัดสายตาแข็งกร้าวมองตอบมันอย่างไม่เกรงกลัว

“ใครให้มึงยุ่งกับไอ้รันต์!”ผมพูดขึ้นด้วยความโมโห มันกระตุกยิ้มเหี้ยมขยับตัวเข้ามาชิดผมมากขึ้น

“พี่ยุ่งเอง เพราะเขาอาจทำให้มิทตี้ได้รับอันตราย พี่ต้องกันไว้ก่อน”

“ตัวมึงรู้ดีว่าไม่มีใครทำอะไรกูได้หรอก แต่มึงบีบให้ไอ้รันต์ต้องทำอะไรเสี่ยงๆคนเดียว!บีบทางเลือกให้กูต้องมาหามึง!ทุกอย่างมันเป็นแผนมึง!!!”ผมกระชากคอเสื้อมันแน่นอย่างเอาเรื่อง มันบิดมือผมออกจากคอเสื้อตัวเอง ผมเจ็บแต่ไม่ยอมส่งเสียง

“ใช่!แล้วยังไง?”

“สารเลว!มึงทำได้ยังไงวะ ไม่เห็นแก่ใครมึงก็ควรเห็นแก่น้องมึงบ้าง!”

“พี่ยอมมามากพอแล้วมิทตี้ เพราะเห็นแก่น้องไม่ใช่หรือไงพี่ถึงได้เสียนาย!”

“อย่าโทษคนอื่น ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ก็เพราะมึงนั่นแหละ!”ผมเถียงคืนอย่างมีอารมณ์

“อืม พี่ผิดทุกอย่างนั่นแหละ”

“เรื่องที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ถือเป็นโมฆะ โอ้ย!”มันบีบข้อมือผมอย่างแรงจนผมร้องเสียงหลง

“ไม่มีทาง! อย่าหวังว่าครั้งนี้พี่จะยอมอีก!”ทั้งน้ำเสียงและสีหน้ามันดุดันขึ้นทันที ผมพยายามบิดข้อมือออกจากมือมัน ทั้งๆที่แขนทบพอๆกันแต่ทำไมมันแรงเยอะนักวะ

“ปล่อย!”

“ไม่!”

“กูเกลียดมึง”

“รู้”เสี้ยววินาทีผมเห็นสายตามันสั่นไปวูบหนึ่ง

“เกลียดมาก อยากไปให้ไกลจากมึง”

“อย่าบังคับให้พี่ต้องขังนาย ต่อให้มีอีกสิบทศกัณฐ์ที่ก็ไม่ยอมอีกแล้ว”มันเอ่ยเสียงเข้ม ผมกัดฟันกรอด ตัวสั่นขึ้นมานิดๆเมื่อมันขู่จะขัง

“…”

“แต่พี่จะไม่ขังหรอกถ้ามิทตี้ไม่ดื้อกับพี่”มันคงสัมผัสได้ว่าผมตัวสั่นเลยพูดเสียงอ่อนลงอีกนิด

“กูหิวแล้ว”ผมเปลี่ยนเรื่องเมื่อคิดว่าต่อให้พูดอะไรต่อไปก็คงไปจากมันตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี

“พี่จะพาออกไปกินข้างนอก”มันยิ้ม เปลี่ยนอารมณ์เร็วยิ่งกว่าผมซะอีก

++++++++++++++++

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไอ้ทศยังไม่ได้มาเรียนเพราะอยู่ในช่วงพักฟื้น ส่วนผมมีตัวเหี้ยคอยคุมแทบทุกเวลา ตามรับตามส่งเวลาไปเรียนทุกวัน เหล้าก็ไม่ได้กิน(?) สาวก็ไม่ได้อึ๊บ แทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ นี่มันไม่ได้ขังผมจริงๆใช่ไหมวะ ดีนะที่เวลานอนมันไม่ได้นอนห้องเดียวกับผม แต่บางคืนที่ผมหลับไม่ค่อยสนิทรู้สึกเหมือนมีคนกอดยังไงไม่รู้

“สี่โมงเย็นพี่มารับ”มันพูดขึ้นก่อนที่ผมจะเปิดประตูลงจากรถ

“ห๊ะ!”คือได้ยินนะ แต่ก็อุทานอย่างไม่เชื่อหู

“วันนี้จะกลับเอง”ผมพูดขึ้นอย่างสุดจะทน คือมันไม่ไหวแล้วอ่ะ วันนี้ยังไงผมก็ต้องได้ออก

“พี่จะมารับ”มันพูดเสียงนิ่งไม่ยอมง่ายๆ

“มันจะมากไปแล้วนะ ใจคอมึงจะไม่ให้กูไปไหนกับเพื่อนบ้างเลยหรือไง!”ผมหน้าบึ้ง พูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์

“อยากให้ทำมากกว่านี้ไหมล่ะ?”มันเลิกคิ้วถาม แต่สายตามองร่างกายผมพราวระยับจนผมนึกกลัว

“อยากไปเที่ยวกับเพื่อน”ผมเอ่ยขอมันตรงๆอย่างจนใจ

“วันหลังละกัน”มันตอบปัดแบบขอไปที ซึ่งนั่นทำให้ผมเดือดแล้วล่ะครับ

“พรุ่งนี้พี่จะไปดูงานที่มาเก๊าคงไม่มีคนคอยคุมอีกหลายวัน แค่อยู่กับผัวอีกสักวันคงไม่ขาดใจตายเดี๋ยวนี้หรอกมั้ง”คือมันกำลังพูดเหน็บผมใช่ไหมวะครับ

“มึงไม่ใช่ผัว!”ผมเถียงคอขึ้นเอ็น

“จะให้ย้ำตรงนี้เลยไหม”มันทำท่าจะขยับเข้ามาใกล้ ผมเหลือบมองลูกน้องมันสองคนที่นั่งนิ่งอยู่เบาะหน้าราวหุ่น ความทรงจำที่โดนทำในรถผุดขึ้นมาในหัว

“ไอ้! ฮึ่ย!”สรรหาคำจะด่ามันไม่ออกเลยครับ

สุดท้ายผมก็เลิกต่อปากต่อคำกับมันแล้วเดินลงจากรถมันด้วยใบหน้าหงุดหงิดเต็มสูบ ใครกวนตีนกูตอนนี้ มึงคิดผิดสุดๆละ ขนาดไอ้ศาสตร์หมาประจำคณะเดินผ่านหน้า ผมยังไม่แวะเล่นกับมันอ่ะคิดดู

ผมเดินไม่กี่สิบก้าวก็ถึงใต้ตึกเรียนเจอไอ้เซนท์กับไอ้ดีนั่งรออยู่ม้าหินอ่อน แต่ประโยคแรกที่ไอ้เหี้ยตี๋เอ่ยทักผม กลับทำให้ผมอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม

"คนที่มาส่งมึงนั่นใครวะ?"ไอ้ตี๋เตี้ยถามด้วยความเสือกสุดๆแบบไม่มีกั๊กเลยนะมึง

"คนรู้จัก"ผมตอบปัดแบบห้วนๆ แต่ไอ้เชี่ยเซนท์แม่งก็ยังไม่เลิกราความเสือก

"คนรู้จักเหี้ยไรเทียวรับเทียวส่งมึงบ่อยขนาดนี้ แฟนก็บอกมาตรงๆไอ้สัส"ผมกรอกตาไปมาเซ็งๆ ก่อนจะเอ่ยตัดบทมันอย่างรำคาญ

"ผัวเก่ากู จบนะ!" ไอ้ตี๋เหมือนช็อคค้างไปเลย ผมจึงเดินลิ่วขึ้นตึกเรียนมาก่อน พยายามปรับอารมณ์ให้เย็น พอมาคิดได้อีกทีคือกูไม่ควรพูดคำนั้นเลย แต่เสือกพูดไปด้วยอารมณ์ล้วนๆไงที่มีตี่คนขยี้แล้วขยี้อีก

“ไอ้เหี้ยสมิธ ที่พูดเมื่อกี้จริงเหรอวะ!!?”ไอ้เตี้ยวิ่งตะโกนมาตั้งแต่ไกลๆ ผมจึงหยุดเดินรอมันจนกระทั่งมันวิ่งมาถึงตัว โดยมีไอ้ดีหอบกระเป๋ามันตามหลังมา

“แฮ่กๆไอ้สัสเดินเร็วชิบ”มันบ่นทั้งๆที่หอบ

“มึงขาสั้นเองอ่ะตี๋”

“ขาสั้นพ่อง...เอ๊ะ!อย่ามาเนียนเปลี่ยนเรื่องนะมึง ที่พูดเมื่อกี้จริงหรือเปล่า?”

“ไม่จริง”

“เออกูก็ว่า ตัวเท่าควายอย่างมึงจะมีผัวได้ไง”เหอๆแต่ก่อนกูน่ารักกว่ามึงอีก(?)

“แล้วสรุปคนที่มาส่งมึงอ่ะใคร?”

“เสือก!”ผมจิ้มหน้าผากมันแรงๆไปที

“เอ้อ!จำไว้เลย ทีเรื่องของกูมึงอย่ามาเสือกนะ!”มันเบ้ปากทำหน้างอน

“เรื่องของมึงมีไรให้เสือก?กูรู้เรื่องของมึงหมดไส้หมดพุงละ เหลือแค่ยังไม่รู้ว่ามึงกับไอ้ดีเอากันท่าไหนเท่านั้นแหละ”

“ไอ้สัสสมิธ!มึงหุบปากไปเลย!”มันชี้หน้าผมทั้งหน้าแดงก่ำ อันนี้ไม่รู้โกรธหรืออาย แต่คิดว่าน่าจะพอๆกันเพราะมันเดินสะบัดตูดหนีผมเข้าลิฟท์ไปแล้ว

“มึงก็อำมันแรงไป”ไอ้ดีที่เดินตามมาพูดขึ้นบ้าง

“อำอะไร?หรือที่กูพูดไม่จริง?”ผมทำหน้ากวนตีน ไอ้ดียิ้มก่อนจะเอ่ยทิ้งระเบิดไว้แล้วเดินตามเมียมันที่เอ่ยเร่งให้เข้าลิฟท์แล้วทิ้งผมไว้ให้เดินไปที่ห้องเรียนเอง

“หรือจะให้กูบอกมันว่ามึงมีผัวเป็นเรื่องจริง”ฉิบหาย!ที่ไอ้เหี้ยดีพูดนี่มันรู้ หรือมันอำผมวะ? แม่งเอ้ยยย

ทำไมเรื่องเหี้ยๆถึงเกิดขึ้นกับกูไม่หยุดเลยวะ!แล้วไอ้สองผัวเมียนั่นเสือกทิ้งผมให้เดินไปชั้น7จริงๆด้วยโว้ย ไอ้เพื่อนชั่ว!

++++++++++++++++

ถ้าอ่านไปแล้วรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลก็คิดว่ามันคือนิยายนะเพราะนี่คือนิยาย อิอิ

ป.ล.ถ้าการบ้านเสร็จเร็วตอนหน้าก็เจอกันวันอาทิตย์จ้า^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น