หมิงจิว 明阄

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 แผนการร้าย#2 (แก้ไข)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 แผนการร้าย#2 (แก้ไข)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2561 21:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 แผนการร้าย#2 (แก้ไข)
แบบอักษร

เสียงกีบเท้าม้าวิ่งห้อตะบึงอย่างเร่งรีบ ดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชายป่าด้านหนึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก 


ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! ฟุ่บ!! ฟุ่บ!!


"มีคนร้าย คุ้มกันนายท่าน!!!" เสียงตะโกนขององครักษ์หนุ่มดังขึ้น หลังจากปรากฏเงาวูบไหวขึ้นที่เบื้องหน้า ในมือกระชับกระบี่แน่น สายตาคอยสอดส่องระแวดระวังภัยให้แก่ผู้เป็นนาย เสียงการต่อสู้ดังขึ้นต่อเนื่องในป่า  กลิ่นคาวคละคลุ้งกระจายไปทัั่วทั้งบริเวณ 


ฟึ่บ!! "อั๊กกก!!..บัดซบ" ทันใดนั้นชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ใบหน้าหล่อเหลา คมคาย นัยน์ตาคมกล้าแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบทันที 



"นายท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ" ต้าจง หนึ่งในองครักษ์ข้างกายเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วง หลังจากเห็นอาการผิดปกติของผู้เป็นนาย  



"ดูท่าแล้วคนของเราจะต้านพวกมันไว้ไม่อยู่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ให้คนของเราถอยออกมาก่อน" ร่างแกร่งฝืนพยุงตนเองเอาไว้ไม่ให้ล้มลง เรี่ยวแรงที่มีเริ่มลดน้อยลงทุกที 



"ต้าจง คุ้มกันนายท่านออกไปก่อน ทางนี้พวกข้าจะรั้งเอาไว้เอง" ต้าไห่ องครักษ์หนุ่มกระซิบบอกคนข้างกาย


"ได้ พวกเจ้ารักษาตัวด้วย " 


 ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งผืนป่า ทั้งสองร่างเร้นกายหลบออกไปจากการต่อสู้ในทันที 


"คาดว่าจากตรงนี้ไปอีกไม่นานก็จะเข้าเขตเมืองหลวงแล้วขอรับ"



"อืม...ในเวลานี้พวกเราอย่าเพิ่งรีบร้อนเข้าเมืองหลวง อาจมีพวกมันดักซุ่มอยู่แถวประตูเมืองก็เป็นได้ พวกเราเดินเลาะตามชายป่า เงาจากต้นไม้จะช่วยอำพรางตัวพวกเราเป็นอย่างดี แล้วรอให้คนของเราตามมาสมทบทีหลัง" บุรุษหนุ่มร่างแกร่งแทบจะหมดสิ้นเรี่ยวแรง หลังจากที่โดนซัดด้วยเข็มพิษทำให้รู้สึกอ่อนกำลังลงทันที



"นายท่านเป็นอย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราแวะพักก่อนค่อยเดินทางต่อนะขอรับ" ดูจากสีหน้าท่าทางนายของตน ทำให้องครักษ์หนุ่มผู้คุ้มกันเป็นกังวลอย่างมาก พิษชนิดนี้จะสลายออกไปได้ต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วยามร่างกายของนายท่านถึงจะฟื้นตัวขึ้นมาได้เอง



"นายท่านพักตรงนี้ก่อนนะขอรับ เดี๋ยวข้าจะไปสำรวจดูความปลอดภัยบริเวณนี้ก่อน" 



"เจ้าไปเถอะ และหาทางส่งสัญญาณแจ้งคนของเราให้รีบตามมาสมทบด้วย" องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์รับคำและหลบหายเข้าไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว   



สวบ!! สวบ!! สวบ!!      

"ข้าว่าพวกมันไม่น่าหนีไปได้ไกลกว่านี้นะ บางทีอาจจะหลบอยู่แถวๆนี้ก็ได้ สั่งคนของเรากระจายกำลังค้นหาให้ทั่ว" 


โชคดีที่คืนนี้เป็นคืนเดือนมืดแสงจันทร์ถูกเมฆหมอกบดบัง ทำให้สามารถซ่อนตัวในเงามืดได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยในเวลานี้ก็สามารถหลบสายตาของคนเหล่านี้ไปได้    



ฟึ่บ!! ฟึ่บ!! ผลุบ!! 


"นั่นใคร ใครอยู่ตรงนั้น? เจ้าไปดูซิ" ชายชุดดำใบหน้าถูกปกปิด มองเห็นเพียงแววตาโหดเหี้ยมสั่งการให้ลูกน้องตนไปสำรวจดูให้แน่ใจ


"ค้นให้ทั่ว อย่าให้มันหลุดลอดไปได้"



 ณ เรือนกุ้ยอิง ยามจื่อ (23.00-00.59) อากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย ลมบางเบาพัดพากลิ่นหอมของดอกโม่ลี่ฮวาโชยมา ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ภายในเรือนเงียบสงัดเพราะเวลานี้เจ้าของเรือนกำลังเข้าสู่นิทราเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยไม่รู้ตัวว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในห้อง



"พวกเจ้าเบาๆเสียงหน่อย เดี๋ยวผู้อื่นมาได้ยิน แล้วรีบจัดการตามที่นายหญิงสั่งให้เรียบร้อยด้วย"



"เข้าใจแล้วขอรับ" 




"เจ้านำสิ่งนี้ไปจุดภายในเรือนเร็วๆเข้า ส่วนเจ้าเฝ้าดูต้นทางหน้าเรือนนี้ให้ดี เมื่อคนมาแล้วให้รีบนำตัวเข้าไปทันที เดี๋ยวข้าจะกลับไปแจ้งแก่นายหญิง" บ่าวรับใช้เหลียวมองรอบกายด้วยความระมัดระวังก่อนจะหลบเข้าไปทำตามแผนแล้วรีบกลับออกมาอย่างรวดเร็ว



 เวลาผ่านพ้นไปเพียงหนึ่งเค่อยามเดียว หญิงสาวเริ่มหายใจไม่ออก รู้สึกอึดอัด เหมือนอากาศเริ่มลดน้อยลงทุกที อากาศร้อนอบอ้าว ใบหน้างามแดงกล่ำเริ่มมีเหงื่อออกจนต้องดึงทึ้งชุดบางที่ปกปิดร่างกายในยามนี้ ความรู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณท้องน้อย ทำให้ร่างบางหลับๆตื่นๆเหมือนอยู่ในภวังค์ 




"อ๊าาา..." นางรู้สึกเจ็บปวดจนต้องร้องครางออกมา แต่หากมีใครเข้ามาได้ยินเสียงนางในตอนนี้คงไม่แคล้วคิดเป็นอย่างอื่นเป็นแน่ ภาพหญิงสาวผู้นี้ช่างงดงาม เย้ายวนจนไม่สามารถหาสิ่งใดมาเปรียบได้ เงาดำวูบไหวที่หลบอยู่ภายในห้องนอนถึงกับชะงักงัน ดวงตาคมกริบจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยจิตใจสั่นไหวรุนแรง ไม่รู้ว่าความต้องการที่เกิดขึ้นภายใน เกิดจากสิ่งที่คนตั้งใจสร้างเรื่องหรือเพราะความรู้สึกลึกๆของตนเองกันแน่ เมื่อความต้องการเจอแรงกระตุ้นทำให้ไม่สามารถหักห้ามใจตนเองได้อีกต่อไป ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอันใดในเวลานี้ไม่อาจไตร่ตรองได้อีกแล้ว บุรุษหนุ่มรูปร่างดูองอาจสง่างาม ถึงแม้ว่าไม่สามารถเห็นใบหน้า แต่นัยน์ตาคู่นั้นดูลุ่มลึกจนไม่อาจคาดเดาสิ่งใดได้จากบุรุษผู้นี้ เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาก้าวเข้าหาร่างบางที่ร้องครวญครางอยู่บนเตียง เสียงเต้นของหัวใจกระหน่ำรุนแรง มือหนาค่อยๆสัมผัสใบหน้างดงามนั้น ถึงแม้ว่าในเวลานี้สายตาของเขาจะเริ่มพร่าเลือน แต่ก็สามารถคาดเดาได้ว่าหญิงสาวผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม ยามฝ่ามือร้อนแตะลงบนกายเสียงร้องแว่วหวานดังขึ้นเรื่อยๆ เนื้อตัวเปล่าเปลือยบดเบียดกายเข้าหาอกแกร่ง แขนเรียวงามกอดรอบเอวสอบไว้แน่น สัมผัสของหญิงสาวปลุกตัวตนของเขาตื่นขึ้นมา เวลานี้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึงลงร่างกายทั้งสองเปลือยเปล่าอิงแอบแนบชิดกันเสียงทุ้มต่ำคำรามออกมาด้วยความอดทนอดกลั้นยามที่สอดประสานกับนาง แก่นกายแข็งขืนจนในที่สุดจึงได้ปลดปล่อยความเป็นตัวตนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนร่างบางสลบไสลลงด้วยความอ่อนเพลีย




ส่วนทางด้านบริเวณด้านหลังเรือนเกิดเงาดำพาดผ่านหลายสาย ทำให้คนที่เฝ้าดูต้นทางเกิดความกังวลใจเพราะเมื่อเขาหันไปมองว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกลับได้ยินเพียงเสียงลมพัด ต้นไม้ไหวเอน จนกระทั่งภาพตรงหน้าดับสนิทลงพร้อมกับลมหายใจ



 ยามเหม่า (5.00-6.59) นางตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างกาย ร่องรอยยังคงหลงเหลืออยู่แต่เมื่อหันไปมองด้านข้างกลับไม่พบผู้ใดอยู่ข้างกาย  



'เมื่อคืนเกิดอันใดขึ้นกับข้า หรือว่าข้าจะฝันไป' 



ชุนเฟิงที่เพิ่งก้าวเข้าในห้อง เห็นคุณหนูของตนมีสีหน้าไม่สู้ดี


"พระชายาเกิดสิ่งใดขึ้นเพคะ"


"ข้าไม่แน่ใจเหมือนกัน เมื่อคืนข้าเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น จริงสิ องค์ชายเสด็จกลับมาที่นี่หรือไม่" 


"บ่าวมิทราบเพคะพระชายา เมื่อคืนบ่าวหลับลึกจนมิรู้สึกตัวเลยเพคะ" หวงฮุ่ยเจินได้ยินเช่นนั้นจึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ภายในใจ


 ช่วงสายของวันชายารองเดินทางมายังเรือนกุ้ยอิงด้วยท่าทางกรีดกราย เพราะอยากมาเห็นสีหน้าของชายาเอกคนใหม่ที่ถูกสามีทิ้งให้อยู่คนเดียวตั้งแต่เข้าหอคืนแรก


"ถวายพระพรชายาเอกเพคะ" นางยอบตัวทำความเคารพด้วยกิริยางดงาม ใบหน้าสดชื่นแจ่มใสดูไม่เหมือนคนป่วยหนักดั่งเช่นที่บ่าววิ่งมาแจ้งข่าวที่เรือนช่วงถือฤกษ์เข้าหอเลย


"ลุกขึ้นเถิด" หวงฮุ่ยเจินมองดูสาวงามที่มีท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตน ด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม 



"พระชายาเพิ่งมาอยู่ที่นี่เป็นวันแรก หม่อมฉันจะพาชมจวนนะเพคะ อากาศตอนนี้ยังไม่ร้อนมากเหมาะแก่การเดินชมดอกไม้มากเพคะ" ใบหน้างดงามต่างจากความคิดทางจิตใจกำลังวางแผนการต่างๆในหัวเพื่อทำลายคนตรงหน้าให้สิ้นชื่อ


"ทางด้านหลังเรือนกุ้ยอิงจะติดกับชายป่าส่วนอีกด้านจะเป็นอุทยานเล็กๆ ไม่นานมานี้องค์ชายเพิ่งมีรับสั่งให้ขุดสระเพื่อปลูกดอกเหลียนฮวาเพิ่มเพคะ ถัดจากอุทยานขึ้นไปก็เป็นเรือนรับรองซึ่งเป็นสถานที่จัดงานพิธีของพระชายาเมื่อวานเพคะ ส่วนเรือนกุ้ยหรงขององค์ชายสามอยู่ติดกับเรือนรับรองเพคะ ส่วนเรือนของหม่อมฉันจะอยู่ไม่ไกลจากเรือนกุ้ยหรงเพคะ" 



คนทั้งสองค่อยๆก้าวเดินเข้ามาในอุทยาน เสียงเจื้อยแจ้วของชายารองดังขึ้นมาเป็นระยะๆ บรรยากาศโดยรอบเย็นสบาย กลิ่นหอมอ่อนๆของมวลดอกไม้ ทำให้รู้สึกสดชื่นดั่งคำกล่าวอ้างที่เอื้อนเอ่ยออกมาไม่มีผิดเพี้ยน บ่าวคนสนิทและเหล่าข้ารับใช้เดินตามหลังอยู่ห่างออกไป



"เราไปชมดอกเหลียนฮวาทางด้านโน้นกันเถิดเพคะ ดอกกำลังชูช่อส่งกลิ่นหอมยิ่งนัก" ใบหน้าทั้งสองมีเหงื่อออกเล็กน้อย แก้มสีแดงระเรื่อเหมือนผลอิงเถา ขับเน้นให้ดูงดงามเหมือนดั่งเทพธิดาบนสวรรค์ เหล่าข้ารับใช้ที่เห็นภาพนี้ต่างตกตะลึงกับความงดงามเช่นนี้  ไม่เว้นแม้กระทั่งโอรสมังกรที่ยืนเหม่อมองจากระยะไกล ได้แต่ชะงักเท้าไม่กล้าก้าวออกมาเพราะกลัวทำลายภาพที่สวยงามตรงหน้า ปล่อยให้พวกนางเดินชมดอกไม้ในอุทยานเพื่อสร้างความคุ้นเคยแก่กัน หากพวกนางสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่สร้างปัญหาใดๆสิ่งที่ตนและเสด็จแม่คาดหวังไว้คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม      



"เป็นอย่างไรบ้างเพคะ ดอกเหลียนฮวางดงามหรือไม่" นางหันมาเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา หวงฮุ่ยเจินแค่นยิ้ม


ออกมาเล็กน้อย มองสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตายิ้มเยาะ


"สิ่งที่เจ้าต้องการ คงไม่ใช่แค่พาข้ามาชมอุทยานสินะชิงลี่" 



"หึหึ ชีวิตเจ้าช่างโชคดีเกินไปแล้วฮุ่ยเจิน ข้าต้องพยายามทำทุกอย่างกว่าจะได้ในสิ่งที่ข้าต้องการ แต่ตัวเจ้าถือสิทธิ์อันใดที่ฉวยโอกาสในสิ่งที่ต้องเป็นของข้า สิ่งใดที่เป็นของข้า ผู้อื่นไม่มีสิทธิ์มาคว้ามันไป เป็นเช่นไรบ้างล่ะของขวัญที่ข้ามอบให้เจ้าไปเมื่อคืนนี้ถูกใจเจ้าดีหรือไม่ หึหึ" ชายารองพูดเสียงเบาเพียงให้ได้ยินกันแค่สองคน พลางเอื้อมไปจับมือหวงฮุ่ยเจินไว้แน่น แต่ใบหน้าที่นางแสดงออกมาหน้าสงสารยิ่งนัก        


"พระชายา พระชายาอย่าได้ทรงกริ้วหม่อมฉันเลยเพคะ เมื่อคืนหม่อมฉันไม่สบายจริงๆ ได้โปรดเข้าพระทัยหม่อมฉันด้วยเพคะ ฮือๆๆๆ" เสียงนางดังขึ้นเรื่อยๆ หวงฮุ่ยเจินได้ยินเช่นนั้นจึงได้สติกลับมาและพยายามดึงมือออก ภาพที่ออกมาจึงเหมือนดั่งยื้อยุดฉุดกระชากกัน เหล่าข้ารับใช้ที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาเห็นภาพนี้ต่างพากันเหงื่อตก มี่อิงกับชุนเฟิงจึงรีบวิ่งเข้าไปหานายของตนทันที 



ตูมมมมมมมม!!!!!!!!!!  ตูม ตูม ตูม!!!!!!!!!! 


"พระชายารอง.... / พระชายา...."เสียงตะโกนของสาวใช้คนสนิทดังลั่นด้วยความตกใจ   


"องค์ชายพะย่ะค่ะ/เพคะ" เสียงเหล่าข้ารับใช้ตะโกนโดยพร้อมเพรียงกันหลังจากเห็นพระองค์กระโดดลงไปช่วยชายารอง



"ตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้" เสียงตวาดดังลั่นไปทั่วอุทยานด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นไปด้วยโทสะ ในที่สุดองครักษ์ก็นำร่างที่ไม่ได้สติของชายาเอกขึ้นมาได้ ใบหน้างามซีดขาวไม่มีสีเลือด ตัวเย็นเฉียบเพราะอยู่ในน้ำนานจนเกินไป เสียงร้องไห้ของบ่าวคนสนิทดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย 



"ใครก็ได้บอกข้ามาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้" แววตาคมจ้องมองบรรดาเหล่าข้ารับใช้ที่ยืนตัวลีบด้วยความกลัวอาญา แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเปิดปากเลยแม้แต่เพียงผู้เดียว  



"แค่กๆๆๆ องค์ชายเพคะ" ชายารองที่เพิ่งฟื้นคืนสติ ร้องเรียกด้วยเสียงอ่อนแรง นัยน์ตาแดงกล่ำ ริมฝีปากบางเม้มแน่นกลั้นสะอื้นด้วยท่าทางคับข้องใจ 


"เกิดอันใดขึ้นชิงลี่ เหตุใดเจ้ากับพระชายาจึงได้ตกลงไปในสระ" 


"บ่าวเห็นพระชายาดึงชายารองในขณะที่โต้เถียงกันเพคะ" ข้ารับใช้จากเรือนหลิ่งฟางรีบรายงานทันที


"ตอนที่บ่าววิ่งมาถึงพระชายาก็ผลักชายารองตกลงไปในสระแล้วเพคะ พระองค์ตกใจจึงคว้ามือพระชายาเอาไว้ทำให้ตกลงไปด้วยเพคะ" มี่อิงกล่าวเสริมทันที 


"ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพคะองค์ชาย บ่าวเองก็วิ่งมาพร้อมกับมี่อิงเห็นชายารองจับมือพระชายาไว้แน่น แล้วดึงลงไปในสระด้วยกันเพคะ" 


"พาพวกนางกลับเรือนพักและให้หมอหลวงรักษาพวกนางให้ดี" เขาสั่งเสียงเข้มก่อนเดินจากมาด้วยความโมโห



ความคิดเห็น