Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โทรครั้งที่ 5 :: ชนกันต์เป็นทุกอย่างให้ผมแล้ว [ครบ - 100% -]

ชื่อตอน : โทรครั้งที่ 5 :: ชนกันต์เป็นทุกอย่างให้ผมแล้ว [ครบ - 100% -]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 14:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โทรครั้งที่ 5 :: ชนกันต์เป็นทุกอย่างให้ผมแล้ว [ครบ - 100% -]
แบบอักษร

โทรครั้งที่ 5 ชนกันต์เป็นทุกอย่างให้ผมแล้ว


          “ขอโทษครับ ผมแค่เหนื่อยน่ะ” ผมบอกเสียงอ่อยพลางซบหน้าลงกับโต๊ะ ตอนนี้ผมง่วงจริงๆ นะ นี่ไงถึงได้บอกว่าอย่าไปรับงานมา เป็นไงล่ะ ลำบากฉิบหายจนอยากร้องไห้ ทำไมต้องฝืนตัวเองขนาดนี้แจน ไม่ควรเป็นคนดีเลยจริงๆ

            [ไม่เป็นไรครับ]

            “ส่วนเน็ตไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมใช้ได้ปกติ” ผมล่ะอยากบอก ADS จริงๆ ช่วยขึ้นเงินเดือนให้ชนกันต์ด้วยนะ ขยันดูแลลูกค้าอะไรเบอร์นี้ แต่ก็ไม่แน่นะ ชนกันต์อาจจะสงสารผมก็ได้ เล่นมีปัญหาซะขนาดนั้น

            [โอเคครับ ได้ยินแบบนี้ผมก็เบาใจ]

            ใช่ ผมก็ดีใจที่มันไม่เป็นอะไร

            ผมถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นมามองงานที่ทำค้างไว้ พอเห็นงานแล้วก็หาว ผมกำลังพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ลุกไปทิ้งตัวลงบนเตียงอยู่ พวกชาหรือกาแฟตัวผมก็ไม่กิน ง่ายๆ เลยคือมันไม่อร่อย ซึ่งปกติผมไม่จำเป็นต้องอดหลับอดนอนในการทำงานขนาดนี้ไง มีงานนี้แหละที่เหนื่อยจนน้ำตาจะไหล

            [คุณแจนครับ]

            “หือ? ว่าไงครับ” เสียงอ่อยมากตอนนี้ ง่วงอ่า!

            [เห็นคุณแจนงอแงเมื่อกี้นี้ ฟังจากน้ำเสียงคุณคงจะเหนื่อยมาก อืม...ผมก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ เอาเป็นว่า...คิดซะว่าผมเป็นทะเลแล้วกันนะครับ แล้วตอนนี้คุณแจนก็อยู่ที่ทะเล] เสียงทุ้มพยายามปลอบประโลมจิตใจผม แต่โทษนะ...ทะเล?

            คือไรวะ

            มึงเล่นไรเนี่ย เหงาเหรอชนกันต์

            “หมายความว่าไงครับ” ถ้ากวนตีนสาบานว่าจะไปหาถึงที่แล้วเตะออกนอกโลก

            [ก็ทะเลมันมีคลื่นไงครับ]

            “แล้วยังไงครับ” เครื่องหมายคำถามเต็มหัวเลย อะไรของมึงห้ะชนกันต์

            [ก็มันมีคลื่นไงครับ] ปลายสายย้ำอีกครั้ง

            “...” กูเริ่มงงกับมึงแล้วนะ คลื่น?

            [คลื่นซัดขึ้นมากระทบชายหาดมันดัง...สู้ๆ]

            เอ่อ…

            มุกอะไรวะเนี่ย!! ผมหน้าเอือม ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้เก็บอาการ

            ถึงมุกเม็ดนี้จะไม่ค่อยงามเท่าไหร่ แต่มันก็สามารถทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาได้ ผมส่ายหน้าหน่อยๆ มันก็แปลกดีที่คำสั้นๆ กำลังทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ

            หรือไม่ก็เป็นเพราะผู้ชายคนนี้คือคนที่พูดมันออก

            “ไม่คิดว่าคุณจะกล้าเล่นมุกแบบนี้”

            [ยิ้มหวานเลยใช่ไหมล่ะครับ]

            “ได้แค่ยิ้มมุมปากหรอก”

            [แต่อย่างน้อยๆ มันก็พอทำให้คุณรู้สึกดีได้บ้าง เสียงร่าเริงขึ้นมาแล้วนะครับคุณแจน]

            “ขอบคุณมากคุณชนกันต์” รู้สึกมีกำลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้นละ แต่ถึงอย่างนั้นความง่วงก็ยังคงอยู่

            [ไม่เป็นไรครับ เอาล่ะ ผมรบกวนเวลาคุณแจนเพียงเท่านี้ดีกว่า พยายามเข้านะครับคุณแจน อย่าทำงานจนลืมพักผ่อนนะครับ ขอโทษที่โทรไปรบกวนด้วย สวัสดีครับ]

            “ครับ” ชนกันต์วางสายไปพร้อมกับผมที่มีแรงปั่นงานต่อ ผมหาวอีกรอบแล้วบิดขี้เกียจ ใช้มือตบหน้าตัวเองเบาๆ เป็นการปลุกให้ตื่น เอาวะ อดทนอีกนิด รีบทำให้เสร็จจะได้รีบส่ง

            หลังจากนี้ผมไม่เอาอีกแล้วงานที่ต้องทำแข่งกับเวลาเนี่ย ขอกลับไปรับงานที่ทำแบบสบายใจดีกว่า

            ส่วนคนที่โยนงานนี้มาให้ผม…มึง!...ฟัคยู!!


…………


            หลังจากที่ผมอดหลับอดนอนนั่งทำงาน ณ เวลานี้ก็ใกล้กำหนดส่งแล้ว กว่าจะเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และเช็กงานรอบสุดท้ายก็เกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ผมย้ายไฟล์งานที่เสร็จเรียบร้อยมาเก็บไว้ใน External harddisk และเตรียมที่จะอัพไฟล์งานส่งให้พี่ณะ ระหว่างนี้ก็หาวแล้วหาวอีกนับครั้งไม่ถ้วน

            โถ่แจน ทำไมต้องฝืนตัวเองขนาดนี้ (เสียงรูบี้)

            ผมเปิดอีเมลทิ้งไว้ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาสักเล็กน้อยให้สดชื่น แต่ทว่าพอเดินกลับมาที่หน้าคอมปุ๊บ...ผมนี่อยากสะอื้นเลย

            “เหี้ยไรวะ” ผมสบถเบาๆ และคำหยาบอีกมากมายก็ตามมา มันเกิดอะไรขึ้นกับคอมของผม! ก่อนเข้าห้องน้ำยังดีๆ อยู่เลย แต่พอออกมา...ดับสนิท เหมือนตายมาแล้วชาติกว่าๆ น้องคอมมมมม อย่าทำกับพี่แบบนี้ พี่แจนไหว้ล่ะ

            เปิดไม่ติด แม้กระทั่งหน้าจอมันก็ไม่ติด วดฟ! ผมเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแงะหรือแกะออกมาดู ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าถึงผมจะทำงานกับคอม แต่ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย ใช้เป็นอย่างเดียว ออ...ทำเจ๊งด้วย แต่ซ่อมไม่เป็น ไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับท่าน

            แล้วกูจะทำยังไงล่ะทีนี้! ต้องส่งงานแล้วเนี่ย!

            แต่ถือว่าเซฟตัวเองไปได้แบบหวุดหวิด ดีที่ไม่เซฟงานลงในเครื่อง ไม่งั้นคงได้ไปนั่งร้องไห้อยู่มุมห้อง แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ก็อยากร้องไห้อยู่ดี กูจะทำยังไงล่ะทีนี้ หน้าโหดๆ ของอิพี่ณะลอยมาเลย

            Rrrrr

            “ฉิบหายละ” ขณะที่กำลังลนลานทำอะไรไม่ถูกโทรศัพท์ก็ดันมาดังอีก พอหยิบขึ้นมาดูชื่อคนโทรเข้าเท่านั้นแหละ ผมก็สบถอย่างที่เห็น พี่ณะแม่งโทรมาได้เวลาได้จังหวะพอดีเหมือนกับรู้ใจ ในความคิดผมอยากโยนมือถือออกนอกโลก แต่ในความเป็นจริงนั้นทำได้เพียงสไลด์นิ้วเพื่อรับสาย

            [แจน ผมของานก่อนเที่ยงคืนไง ทำไมยังไม่ส่งให้ผมอีก]

            รับปุ๊บเสียงดุๆ ก็ดังมาตามสายเลย ผมสัมผัสได้ถึงแววตำหนิในน้ำเสียง ภาพในหัวตอนนี้คือพี่ณะกำลังตีหน้าดุเป็นยักษ์ พร้อมที่จะเขมือบหัวผมแล้ว

            “ผมรู้แล้ว แต่แทนที่พี่จะดุผมพี่ถามก่อนไหมว่าทำไมผมถึงยังไม่ส่งงาน ถามก่อนแล้วค่อยว่าผมจะไม่อะไรเลย” พี่หงุดหงิดผมเองก็หงุดหงิดไม่แพ้กันหรอก ฮือออ คอมลูกรักกูเป็นอะไร!

            [โอเค ทำไมคุณถึงยังไม่ส่งงานให้ผม ยังไม่เสร็จหรือว่าอะไร ขอคำตอบแบบตรงๆ]

            ฟังอีกฝ่ายพูดแล้วผมอยากบุกเอาคอมที่กำลังตายนี่ไปปาหน้าพี่มันจริงๆ โคตรดูถูกเลย ถ้ามีความคิดว่ากูจะทำงานไม่เสร็จก็ไม่ต้องโยนงานมาให้กูทำ ไอ้ฉิบหาย!

            อย่าให้แจนต้องกลายร่างนะพี่ณะ

            “เสร็จแล้ว ผมทำเสร็จแล้ว กำลังจะส่งแล้วด้วยแต่คอมผมมีปัญหา ไม่รู้เป็นเพราะอะไรแต่ตอนนี้มันเปิดไม่ติด แม้แต่หน้าจอก็ไม่ติด เป็นเพราะผมเปิดเครื่องค้างไว้สามสี่วันโดยไม่ปิดพักมันเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้” ผมตอบกลับ แฝงไปด้วยความประชดประชันเล็กน้อย ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าสามสี่วันมานี้กูแทบไม่ได้พักเลยนะจ๊ะ

            [แล้วคุณจะส่งให้ผมได้เมื่อไหร่ มันถึงกำหนดแล้วนะแจน]

            “โอ๊ยพี่ณะ! ผมรู้ว่าถึงกำหนดส่งแล้ว แต่มันเป็นแบบนี้จะให้ผมทำยังไง ถ้าพี่รีบมากเข้ามาเอาที่บ้านผมเลยไหม ผมเซฟไฟล์ไว้ใน External harddisk แล้ว” ผมโวยกลับ คนยิ่งนอนน้อยคิดอะไม่ออกก็กดดันอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวปั๊ดแดกหัวเลยหนิ! ทางด้านพี่ณะเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

            [ส่งโลเคชั่นมา เดี๋ยวผมไป]

            หืมมมมม

            คำตอบนั่นทำให้ผมเหวอไปเล็กน้อย คิดว่าจะโดนดุกลับมาซะอีก ทำไมพี่ยอมง่ายแบบนี้วะ แต่ก็ดีครับ แก้ปัญหาได้แล้ว

            “โอเค” ผมตอบรับสั้นๆ ก่อนจะวางสายแล้วส่งโลเคชั่นบ้านตัวเองไปให้พี่ณะ ระหว่างที่รอก็ช่วงเวลาอันดีงามที่จะพัก ผมลงมาหาอะไรกินในครัว พอหายลนมีสติก็นึกขึ้นได้ ผมใช้โน้ตบุ๊กอัพไฟล์งานก็ได้นี่หว่า

            แต่ช่างเหอะ ไหนๆ พี่ณะก็จะมาเอาถึงที่แล้ว

            ผมไม่รู้หรอกว่าบ้านพี่ณะอยู่ที่ไหน แต่หลังจากวางสายไปไม่นานเท่าไหร่พี่ณะก็มาอยู่ที่หน้าบ้านผมแล้ว ผมเดินออกไปพร้อมฮาร์ดดิสที่เซฟงานไว้ และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอพี่ณะในชุดสบายๆ ไม่ใช่เสื้อเชิ้ตกางเกงสเลคอย่างเช่นทุกครั้ง กางเกงยีนส์สีเข้ม เสื้อยืดคอวีสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตหนัง

            ก็เท่ดี แต่ติดนิดเดียวตรงที่เจ้าตัวชอบทำหน้ายักษ์นี่แหละ

            “นี่ครับ” ผมส่งฮาร์ดดิสให้ พี่ณะรับไปและยังคงยืนอยู่กับที

            เอ่อ...พี่ไม่กลับบ้านหรือไงครับ

            “ไม่คิดจะเชิญผมเข้าบ้านหน่อยเหรอ”


- 35% -

            “แล้วพี่จะเข้าไปทำไมล่ะครับ”

            “...” เอ้า มองหน้ากูอีก กูผิดอะไรเนี่ย

            “เอ่อก็...เข้ามาสิครับ” อยากเข้าก็เข้ามา ซึ่งพอผมเชิญพี่ณะมันก็พาตัวเองเข้ามาอยู่ในบ้านผมทันที ไอ้ผมเลยต้องต้อนรับแขกอย่างช่วยไม่ได้ ลากเท้าเอื่อยๆ เข้าครัวไปเอาน้ำให้อีกฝ่าย น้ำแดงของไอ้หงส์เช่นเคย หมดแน่ๆ หงส์ เราจะทำให้ทุกคนกลายเป็นกุมารทอง

            “น้ำครับ”

            “ขอบคุณ”

            “ไม่เป็นไรครับ แค่น้ำแก้วเดียว” ผมยักไหล่ อีกอย่างน้ำแดงนั่นก็ไม่ใช่เงินผมด้วยที่ซื้อ

            “ผมหมายถึงเรื่องงาน ขอบคุณที่คุณพยายามทำให้” หืมมมม ผมนี่หันมองคนพูดเลย อารมณ์ไหนของพี่แกวะ ปกติร่างสูงจะตีหน้านิ่งขรึมทำหน้ายักษ์ แต่ขณะนี้ดวงตาคมคู่นั้นอ่อนลง กำลังมองผมคล้ายจะบอกว่าเขารู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ แปลกใจเลยนะเนี่ย

            “ก็...ไม่เป็นไรครับ”

            “คุณคงเหนื่อยมาก”

            โอ้โหอย่าใช้คำว่ามาก เติมคำว่าเหี้ยๆ ลงไปแทนดีกว่า

            “ครับเหนื่อย และผมก็ง่วงมากด้วย” ต่อจากนี้สามวันผมจะไม่แตะงานเลย จะนอนให้ฉ่ำปอดทนแทนเวลาที่เสียไป นอนเหมือนว่าโลกจะแตกไม่มีเวลาให้นอนแล้ว

            “ถ้าอย่างนั้นคุณพักผ่อนเถอะ ผมไม่รบกวนแล้ว” พี่ณะยกน้ำขึ้นดื่มก่อนจะยืนขึ้น ผมพยักหน้ารับพร้อมกับหาวไปด้วย

            แหมะ

            !!

            ทว่าในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะเดินผ่านผมไป เจ้าตัวก็เอามือมาวางแหมะบนศีรษะผมและลูบเบาๆ จากที่หาวอยู่ผมชะงักกึกทันที เอ่อ…

            “ขอบคุณมาก แล้วก็...ฝันดีครับ” พี่ณะเอ่ยเสียงอ่อนลงทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากบ้านไป ปล่อยให้ผมนั่งเหวออยู่เพียงลำพัง จากที่ง่วงๆ ผมนี่ตื่นขึ้นมาเลย เอ่อ...เดี๋ยวนะ มัน…

            ...ไม่ใช่...ใช่ไหม บอกสิว่าผมคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป


…………..


            ไอ้ที่บอกว่าสามวันจะนอนให้เต็มอิ่มงานไม่แตะนั้น พอเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ทำ แต่ผมหลับยาว 14 ชั่วโมงเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังเสร็จงาน หลับสนิทด้วย ชนิดที่ว่าถ้าเกิดไฟไหม้ผมคงกลายเป็นศพอยู่ในกองเพลิง เมื่อได้พักผ่อนแล้วผมก็กลับมาปิดงานคอมมิชชั่นไปอีกหนึ่ง เพิ่งส่งไฟล์ให้ลูกค้าสดๆ ร้อนๆ และแน่นอน เงินก็เพิ่งเข้าบัญชีเมื่อกี้นี้เลย

            เห็นเงินเข้าแจนล่ะชื่นใจ

            ย้อนกลับไปดูเจ๊ลูกน้ำดิ ค่างานคราวที่แล้วเพิ่งโอนมาเมื่อวาน

            ถึงจะได้หลับยาวๆ มาแล้วก็ตามแต่ผมยังเหนื่อยอยู่เลย มีรู้สึกอยากอยู่เฉยๆ ไหนจะดวงตาที่ยังปวดตุบๆ ไม่หายอีก โคตรอยากพุ่งตัวไปโพสต์ว่าแจนปิดรับคอมมิชชั่นชั่วคราวนาจา แต่ไม่ได้ไง เพิ่งโพสต์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าเปิด เปิดๆ ปิดๆ เดี๋ยวคนคิดว่าเป็นบ้า

            แต่ก่อนอื่นเลยนะ ผมต้องเยียวยาตัวเองก่อน ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาไอ้หงส์ อีกฝ่ายว่างหรือเปล่าไม่รู้ ผมจะโทร ต้องการกำลังใจเป็นจำนวนมาก

            [ฮัลโหล]

            แน่ะ รับเร็วแบบนี้แสดงว่าไม่ได้ทำงาน

            “วันนี้ว่างไหม”

            [บอกสิ่งที่มึงต้องการมา] ถามเข้าประเด็นทันทีอย่างกับรู้ใจ

            “มาหาหน่อย แดกหมูกระทะกัน งานกูเพิ่งเสร็จ กูเหนื่อยมาก นะๆ” อ้อนตบท้ายไปด้วยเป็นการขอความเห็นใจ ช่วงที่ทำงานให้พี่ณะผมโทรไประบายกับไอ้หงส์อยู่เหมือนกัน ซึ่งพี่แกโวยวายยิ่งกว่าผมซะอีก ด่าเป็นชุดฟังแทบไม่ทัน แต่โดยรวมๆ แล้วมันก็ด่าเหมือนผมแหละ ให้เวลาทำสามวัน พ่อง!

            [ให้กูขับรถไปหาเพื่อแดกหมูกระทะแค่นี้อะนะ]

            “น้า~”

            [จิ๊! เดี๋ยวเจอกัน] จิ๊ปากนะแต่ตอบตกลง

            หึๆ กูรู้อยู่แล้วว่ามึงต้องใจอ่อน

            และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ผมสั่งหมูกระทะรอไอ้หงส์ไว้ก่อนเลย พอมันมาค่อยใช้มันติดเตา ระหว่างรอผมก็นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาหน้าทีวี เนี่ย...พอได้ทิ้งตัวลงนอนเป็นอันจะหลับอีกละ แจนกลายเป็นคนขี้เกียจไปแล้วครับ

            แต่ก่อนที่ผมจะได้หลับฝันหวานไอ้หงส์ก็มาถึงซะก่อน ร่างผอมเพรียวเดินเข้ามา กอดอกมองผมที่ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ผมเบะปากส่งสายตาอ้อนเพื่อน พออีกฝ่ายเดินมานั่งแหมะข้างๆ ผมก็เอนศีรษะซบกับไหล่บางทันที

            “หงส์ กูเหนื่อย”

            “ดูจากสภาพมึงก็รู้”

            “โอ๋กูหน่อย”

            “โอ๋ๆ” มันเล่นตาม เอามือลูบหัวผมพร้อมทำเสียงเหมือนโอ๋เด็กสองขวบ กำลังเคลิ้มๆ ได้ที่เลยมันก็ดันผมออก “พอ จะแดกหมู ไปจุดเตา”

            “มึงทำดิ กูเหนื่อย”

            “ห่านี่!” ไอ้หงส์มองแรง “ใช้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ตลอด”

            ถึงจะบ่นแต่ไอ้หงส์ก็เป็นคนจัดการทุกอย่าง ส่วนผมน่ะเหรอ นั่งรอแบบสบายๆ และกินอย่างเดียว ต้องขอถอนคำพูดที่เคยบอกว่ามันไม่มีประโยชน์ ตอนนี้ผมมองเห็นประโยชน์ในตัวเพื่อนคนนี้แล้ว เพราะอย่างน้อยๆ มันก็ย่างหมูให้กินได้

            “พรุ่งนี้มีงานปะ” ผมเอ่ยถามพลางแอบเนียนขโมยกุ้งบนเตา รู้สึกว่าหงส์มันเป็นคนย่างไว้

            “มีตอนค่ำ” ร่างบางตอบ ไม่ด่าแบบนี้แสดงว่าไม่รู้ตัว

            “นอนกับกูปะ”

            “เดี๋ยวดูก่อน ถ้าขี้เกียจขับรถกลับคงนอน” ผมพยักหน้ารับ กำลังจะอ้าปากพูดต่อแต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ของผมมันดังขึ้นซะก่อน ผมยืดตัวไปคว้ามาดู แล้วก็ถอนหายใจอย่างห่อเหี่ยวเพราะไม่ใช่สายที่หวัง อย่างว่าแหละ ไม่มีปัญหาอะไรแล้วชนกันต์จะโทรมาเพื่ออะไร

            “ครับพี่หญิง” ผมรับสายเสียงอ่อย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับการติดต่อจาก Mass Games หลังส่งงานไป ผมผวานิดหน่อยละเนี่ย เขาโทรมาด่าอะไรปะวะ

            [น้องแจนว่างไหมคะ พี่ขอคุยด้วยหน่อยนึง] เสียงอ่อนเสียงหวานมาแต่ไกล ผมวางตะเกียบลงทันที

            “ก็ว่างครับ แต่ถ้าจะโทรมาเรื่องงาน ให้ผมแก้หรือทำอะไรอย่างอื่นผมไม่เอาแล้วนะ ผมเหนื่อย ขอเวลาพักผ่อนให้ผมบ้างเถอะ พี่คิดว่างานที่แล้วมันเบาสบายเป็นผ้าอนามัย 1 มิลลิเมตรหรือไง” ผมใส่เป็นชุด ไม่รู้แหละด่าไว้ก่อน ตอนนี้แจนไม่รับงานอะไรทั้งนั้น!

            [ไม่ๆ น้องแจน ไม่ใช่แบบนั้น ใจเย็นก่อนสิ]

            เย็นอะไรพี่หญิง นี่แจนนะ ที่เกรี้ยวกราดๆ อะ จะให้เย็นได้ไง

            “ถ้างั้นมีอะไรครับ”

            [พี่จะโทรมาบอกค่ะว่างานที่แจนทำน่ะ ลูกค้าชอบมากเลยนะ เขาชมกลับมายกใหญ่เลย พี่เลยเอามาบอก เนี่ย...คุณณะเขาก็ฝากขอบคุณแจนมาด้วย เก่งมากเลยน้า] ผมครางรับ เข้าใจละว่าทำไมพี่หญิงถึงทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่ ผมเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ทำเสียงเฮอะในลำคอเบาๆ

            “เวลาสั่งงานก็มาสั่งเอง แต่ทำไมเวลามีคำชมเขาถึงไม่มาพูดเองล่ะครับ พอเป็นเรื่องดีๆ ล่ะไม่กล้าทำ” ขอแขวะหน่อยหมั่นไส้ฉิบหาย

            [ถ้าคุณอยากให้ผมพูด ก็ได้แจน ผมจะพูดเอง]

            “แค่กๆ…” ผมสำลักน้ำที่กำลังยกขึ้นดื่ม ไอค่อกแค่กเกือบพุ่งใส่หน้าไอ้หงส์ เสียงใสๆ ของพี่หญิงถูกแทนที่ด้วยน้ำเสียงเข้มๆ ของพี่ณะ เดี๋ยว...อย่าบอกนะว่าพี่ฟังอยู่ตลอดอะ เปิดลำโพงใช่ไหมน่ะ

            [ผมพูดไปรอบหนึ่งแล้วที่บ้านของคุณ แต่ถ้าคุณอยากได้ยินผมก็จะพูดให้ฟังอีกครั้ง ขอบคุณมาก คุณเก่งมากแจน]


- 75% -


            ผมนั่งเงียบ แดกจุดไปหลายคำไม่กล้าพูดอะไร ว่ากันตามตรงสิ่งที่ผมคิดในคืนที่พี่ณะมาเอางานยังคงวนเวียนในหัว ไม่ใช่ว่าผมเข้าข้างตัวเองขนาดนั้นนะ แต่เพราะการกระทำที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อน และพี่แกเองก็ไม่เคยทำใส่ใครด้วยนั่นแหละที่ทำให้ผมสงสัย

            ไม่เอาสิพี่ อย่าชมแบบนี้ผมใจไม่ดีเลย

            [น้องแจนเก่งอย่างที่คุณณะว่าจริงๆ เอาไว้พี่จะเลี้ยงข้าวตามที่สัญญาไว้นะคะ] เสียงในสายกลับมาเป็นพี่หญิงอีกครั้ง นั่นทำให้ผมหายเกร็ง เมื่อกี้นั่งตัวแข็งทื่อหลังตรงเลยจ้ะ ผมลอบถอนหายใจ

            “ครับผม สวัสดีครับ” ผมรีบตัดบทแล้ววางสาย ไอ้เหี้ยเอ้ย ใจคอไม่ดีเลย

            “เป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับเห็นผี”

            “หงส์ มึงคิดว่ากูหน้าตาดีปะ” ผมลองถาม แต่แทนที่จะได้รับคำตอบ ผมกลับได้สายตามองเหยียดจากเพื่อนรักแทน ทำไมหงส์ทำกับแจนแบบนี้ล่ะ

            “ไหน มึงจะขิงอะไรอีก” ร่างผอมเพรียววางตะเกียบแล้วกอดอก

            “ไม่ใช่เว้ย! กูแค่…” ผมจิ๊ปาก “เออช่างเหอะ ไม่มีอะไรหรอก กินต่อเถอะไม่ต้องสนใจ อย่าไปพูดถึงเรื่องนั้นเลย เพราะวันนี้มึงต้องมาเป็นกำลังใจของกู” ผมเปลี่ยนเรื่องและลงมือเอาหมูไปย่างบนกระทะอีกครั้งพร้อมทั้งโยนเรื่องพี่ณะออกไปจากหัวด้วย

            “กูเหรอกำลังใจของมึง”

            ผมพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เลยที่รัก”

            ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีอ่อนเบ้เป็นสระอิ มึงมันนิสัยไม่ดีหงส์ โคตรทำร้ายกูเลย

            “อย่ามาตอแหล ทุกทีมึงก็ทำงานได้โดยที่ไม่ต้องมีกู อย่างงานที่ผ่านมามึงไม่ค่อยได้คุยกับกูด้วยซ้ำ มึงเอากำลังใจจากไหน” คำถามของเพื่อมทำผมชะงักไปเล็กน้อย ผมเม้มปากก่อนพึมพำมตอบเสียงเบา

            “ชนกันต์”

            “หือ?”

            “นี่หงส์ กูจะทำยังไงเพื่อให้ได้คุยกับชนกันต์อีกครั้งวะ”

            “ห้ะ?”

            “ทำไมมันไม่มีปัญหาอะไรอีกวะ เน็ตตายสัญญาณหาย หรือสายขาดก็ได้ ขอสักอย่างเถอะ” ผมโอดครวญ ตอนนี้ต้องการเสียงหล่อๆ สุดแสนอ่อนโยนของชนกันต์สามีในอนาคต (แปะป้ายจองไว้แล้ว) มาปลอบประโลมข้างหู

            กระซิบผมทีชนกันต์

            ไอนี้ดฮีลลิ่ง (จากชนกันต์)

            “กูว่ามึงเลิกเพ้อถึงไอ้คอลเซ็นเตอร์คนนี้ได้ละ”

            “หรือกูจะตัดสายเองดี จะได้มีเรื่องโทร” ผมทำหน้านึกขึ้นได้ ทว่ากลับโดนมือเรียวสวยของเพื่อนรักฟาดเข้ามากลางหน้าผากเต็มๆ ผมชักสีหน้า ยกมือลูบตรงที่โดนตีป้อยๆ เจ็บนะเว้ย ฟาดซะหนักเลยไอ้แรงช้างศึก!

            “แม่มึงต้องร้องไห้บนสวรรค์แน่ๆ ถ้ารู้ว่าลูกตัวเองแรดแบบนี้”

            “แม่กูเขาร้องไห้ตั้งแต่รู้ว่ากูแต่งงานกับมึงไม่ได้ละ” คิดเรื่องนี้ทีไรก็ขำ ครอบครัวผมกับครอบครัวไอ้หงส์เคยคิดที่จะให้ผมกับมันแต่งงานกันด้วยนะ เพราะเราสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ เล่นด้วยกันตลอดตัวไม่เคยห่างกันเลย พวกเขาเคยเห็นเราเล่นพ่อแม่ลูกก็คิดว่าความสัมพันธ์ (หลอกๆ) ตอนนั้นอาจจะยั้งยืน

            หารู้ไม่ เด็กสองคนทะเลาะกันแย่งบทแม่

            “พอ! แดกต่อ” ไอ้หงส์ตัดบท

            “มึง กูชอบเขาจริงๆ นะ อยากได้”

            “รู้ปะ ไฟในกระทะยังไม่ร้อนแรงเท่าไฟฬ่านของมึงเลย”

            ใช่ ไม่ร้อนแรงเท่าฝีปากมึงด้วย ไอ้สัด!


……………


            “พอล ไปเอาจดหมายที่หน้าบ้านให้น้าหน่อยสิ ว่าจะหยิบตั้งแต่เช้าแล้วแต่น้าลืม”

            เจ้าของชื่อเงยหน้ามองน้าสาวที่กำลังก้าวลงบันไดมา เขาส่ายหน้ายิ้มๆ น้าของเขานี่เซ็กซี่แม้กระทั่งตอนอยู่บ้าน เสื้อเชิ้ตใส่นอนสีขาวมันเข้ากับรูปร่างบอบบางของน้า

            “รู้สึกว่าผมต้องฝึกทำตัวโหดๆ ไว้ซะหน่อยแล้ว เผื่อมีใครมาจีบน้าของผม”

            “น้าว่าพอลต้องคอยห้ามน้าไม่ให้ไปจีบคนอื่นมากกว่า” น้าแคลร์ยิ้มขี้เล่นพร้อมชี้นิ้วไปทางหน้าบ้าน “จดหมาย”

            ร่างสูงละสายตาจากโน้ตบุ๊กตรงหน้าแล้วลุกขึ้น หลังจากกลับมาที่บ้านเขาก็นั่งเล่นเกมอยู่สักพัก ทำงานตลอดจะมีเวลาว่างเล่นก็ต่อเมื่อถึงวันหยุดและกลับมาที่บ้านนี่แหละ ขายาวก้าวออกมาหน้าบ้าน หยิบจดหมายและพวกบิลต่างๆ จากกล่องจดหมาย

            ดวงตาคมมีเสน่ห์ไล่อ่านตัวหนังสือบนหน้าซองนิดหน่อย คิ้วเข้มสวยขมวดเล็กๆ ต้องบอกก่อนว่าตัวเขานั้นไม่ค่อยได้กลับมาบ้าน เวลามีจดหมายหรือของต่างๆ จะให้ส่งไปที่คอนโดแทน และนี่ก็เพิ่งสังเกตที่อยู่บ้านตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ

            จะว่าไป...มันดูคุ้นๆ แฮะ

            “โว้ยยยย! คิดไม่ออกเว้ย!”

            แต่ก่อนสมองจะประมวลผลที่กำลังสงสัยก็มีเสียงโวยวายดังขัดขึ้นมาซะก่อน เขาเงยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาหันมองหาที่มาของเสียง และก็ไปหยุดลงที่ร่างบางของคนข้างบ้าน ซึ่งอีกฝ่ายนั้นกำลังนั่งอยู่บนหลังคา ฟังไม่ผิดหรอก หลังคาจริงๆ

            เอ่อ...พี่ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นหืม

            โอเคมันไม่สูงมาก แต่ก็ไม่ใช่ที่ที่จะขึ้นไปนั่งเล่นหรือเปล่าแมว ด้วยท้องฟ้าที่มืดลงแล้วทำให้เขาเห็นสีหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดนัก แต่จากท่าทางทึ้งศีรษะตัวเองแบบนั้น...น่าจะกำลังเครียดปะ

            ก็พอรู้ว่าแมวชอบเล่นซนปีนขึ้นที่สูง แต่ไม่คิดว่าพี่แจนจะซนแบบนี้ด้วย

            “ขึ้นไปซนอะไรบนนั้นครับ” พอลถามด้วยเสียงที่ดังพอจะส่งถึงอีกคน คนน่ารักข้างบ้านหันขวับมามอง ก่อนจะตามมาด้วยการแยกเขี้ยวใส่

            “ไม่ยุ่งดิ!”

            ทั้งๆ ที่โดนว่าแต่เขากลับหัวเราะ เออ โดนแมวขู่อีกแล้วว่ะ

            “ลงไม่ได้เหรอหืม ให้ผมอุ้มลงมาไหม”

            “ขึ้นเองลงเองนักเลงพอ หยุดอยู่ตรงนั้นเลย” ร้องแง่วๆ พร้อมทั้งชี้หน้า

            เอาสิ...นอกจากดื้อแล้วยังดุด้วย

            “คิดงานไม่ออกอ่า~” และก็ตามมาด้วยเสียงโอดครวญ กอดเข่าเอาหน้าซุก เขาขำหน่อยๆ จะว่าไปก็รู้สึกคุ้นอยู่เหมือนกันนะกับเสียงงอแงน่ารักๆ แบบนี้ มันเหมือนกับลูกค้าคนหนึ่งที่เขาดูแล งอแงซะน่าโอ๋ จะว่าไปชื่อก็…

            เดี๋ยวนะ…

            คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เรื่องที่สงสัยเมื่อครู่จู่ๆ ก็เหมือนว่าคำตอบมันจะวิ่งผ่านเข้ามาในหัว ดวงตาคมเหลือบมองแมวดื้ออีกครั้งก่อนเดินเข้าบ้าน ปล่อยไปก่อน แมวไม่น่าจะมีปัญหากับที่สูง ตอนนี้เขาต้องยืนยันสิ่งที่คิดก่อน

            พอลพุ่งตัวกลับมาที่โน้ตบุ๊ก ในนั้นมีข้อมูลลูกค้าไว้เผื่อติดต่อนอกเวลางาน และเขากำลังทำเรื่องนิสัยไม่ดีผิดต่อบริษัท ดูข้อมูลของลูกค้าโดยที่มันไม่เกี่ยวกับงานบริการที่ทำแม้แต่น้อย

            ดวงตากวาดมองที่อยู่บ้านบนหน้าจอ ริมฝีปากค่อยๆ เผยยิ้มขึ้นทีละน้อย ก็ว่าอยู่ตอนดูหน้าซองจดหมายเมื่อกี้มันรู้สึกคุ้นแปลกๆ จะบอกว่าคุ้นเพราะเป็นบ้านตัวเองก็ไม่น่าใช่ เพราะมันคุ้นในลักษณะที่ว่า...เพิ่งเห็นผ่านตามาเมื่อไม่นานนี้

            ทั้งชื่อที่เหมือนกัน ทั้งช่างที่มาบ้านในครั้งก่อน เวลามันเหมาะเจาะตรงกันทุกอย่าง

            คุณแจนลูกค้าที่เขาดูแล กับพี่แจนข้างบ้าน...คือคนๆ เดียวกัน

            พอลโคลงศีรษะ ดวงตาฉายแววเอื้อเอ็นดู แล้วทำไมตัวจริงถึงเกี้ยวกราดนักวะ เป็นแมวดุที่ขู่ตลอดเวลาเข้าใกล้ แต่ในโทรศัพท์นี่อย่างกับคนละคน...น่ารักน่าลูบหัวเกาคางเป็นที่สุด

            เหมี๊ยวๆ~ หึๆ


- 100% -


○○○○○○○○○○○

เหมี๊ยวๆ อะหุ อะหุ

ชนกันต์ไม่ใช่ AI นะยู นางมีเนื้อมีหนังมีตัวตนนะจ๊ะ บอกเลยว่าเวลาแต่งเรื่องนี้โคตรหลายใจ เปลี่ยนใจง่ายด้วย พอชนกันต์ก็ออกมาก็...โอ้ยยยย ชนกันต์ อยากได้ ขอเสียงใกล้ไมค์หน่อยสิ พอพี่ณะมาก็...พี่ณะะะะะะ พ่อคุณพ่อทูนหัว มาดุหนูหน่อยสิคะ และน้องเซบ...กรี๊ดดดด เซบจ๋า พี่รักน้อง ขายขนมจีบให้พี่นี่มา จะซื้อให้หมดบ้าน 55555

ใช่ค่ะ สรุปแล้วเราบ้าผู้ชาย ><

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อให้นะคะ ลงเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสต๊อก 55555 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจด้วยจ้า คุณทำให้เรามีแรงปั่นนิยายและยิ้มได้นะ //กอด

ทอล์คซะยาว มีคนอ่านไหมง่ะ 55555 ขอบคุณที่จิ้มเข้ามาอ่านด้วยจ้า รักนะ ขบหัว ♥

>< 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น