Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 5 สงคราม (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 สงคราม (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 สงคราม (2)
แบบอักษร

ขอโทษนะคะ ที่หายไปนานเนื่องจากติดงานหลายๆอย่างแต่จะพยายามจะมาอัพให้บ่อยมากขึ้นนะคะ อดใจรอหน่อยนะ <3 

____________________________________________________________________________________________________________________________

“เอ่อ...แสตมป์...พี่มองไม่เห็นน่ะ”

 เสียงเรียกของพี่สกายปลุกเรียกร่างบางที่กำลังวางแผนเอาชนะใครสักคนอยู่ให้กลับมา ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยแล้วรีบปล่อยมือตัวเองออกจากตาพี่สกายไปแล้วยิ้มเจื่อนๆให้พี่สกาย 

“ผมขอโทษนะครับ...” 

“ไม่เป็นไรๆ พี่ก็อยากให้แสตมป์มานั่งแช่น้ำด้วยกัน” สกายยิ้มให้ราวกับดีใจที่อีกฝ่ายมานั่งกับพวกเขา แม้เขาจะไม่รู้เหตุผลของแสตมป์เลยก็ตาม 

“พี่สกาย...ชอบวันแรกไหมครับ?” แสตมป์ถามออกมาขณะที่ก้มนั่งขดตัวให้เรียบร้อยแล้วก้มหน้าลงอย่างเขินอาย แม้จะเป็นผู้ชายด้วยกันและเคยแช่ออนเซ็นมาก่อน อาจจะเพราะเขาแช่กับคนรู้จักด้วยกันหรือแม้แต่เมซเซจว่าที่แฟนเก่าเจ้าตัวทำให้เจ้าตัวดูเหมือนเพิ่งเคยมาแช่น้ำครั้งแรกแบบนี้ 

“วันแรกเหรอ...อืมมม...” สกายครุ่นคิดเล็กน้อยเกี่ยวกับทั้งหมดของวันนี้แล้วพูดออกมาตามความเห็นของตัวเอง “พี่ว่ามันเป็นทัวร์ที่แปลกใช้ได้เลย” 

“แปลก?” 

“ใช่แล้ว แต่ก็สนุกดีนะ”

 สกายอมยิ้มให้แสตมป์แล้วเอื้อมมือไปลูบหัวทุยของร่างบางเบาๆคล้ายกำลังเอ็นดู ซึ่งแสตมป์ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรแล้วอมยิ้มบ้างเล็กน้อย ก็วันนี้ทั้งวันเขาพยายามอย่างมากที่ให้ลูกทัวร์ได้เที่ยวอย่างคุ้มค่า ทำกิจกรรมอะไรนอกลิสท์ที่เขียนไว้บ้างแล้วก็พาเดินชอบเขตด้านนอกครบครั้นไปหมด ทำให้มันดูได้มากกว่าการเที่ยวทัวร์ธรรมดาซะอีก 

“แต่มันน่าเบื่อ..”

 เสียงหนึ่งขัดขึ้นทำให้ แสตมป์ที่กำลังภูมิใจอยู่นั้นต้องชะงักไปแล้วหันไปมองหน้าเมซเซจทันที แต่ก็ยอมถามออกมาแม้จะไม่เต็มใจจะสนทนานัก 

“ทำไมเหรอครับ?”

 “ยุ่งยากเกินไป” 

“….” 

เขาไม่ได้เถียงอะไรเมซเซจเลย เพราะมันก็ค่อนข้างเป็นจริงอย่างที่ว่า แม้มันจะสนุกก็สนุกแค่บางส่วน บางส่วนก็อาจจะไม่ได้สนุกด้วยกันนัก 

“ผมขอโทษนะครับ จะพยายามทำให้ดีกว่าเดิม”

 “น่า ไม่เห็นเป็นอะไรเลยไม่ใช่เหรอวะ? ไอ้คุณชาย” สกายเลยแขวะคุณชายจอมเรื่องมากหรือก็คือเมซเซจนั้นแหละอย่างหมั่นไส้ 

“วันนี้ทั้งวันตอนเที่ยวเดินตลาดมึงก็ไม่เดิน พูดเหมือนเดินงั้นแหละ” แล้วก็อีกชอตหนึ่ง

 เมซเซจเลยยักไหล่เล็กน้อยราวกับไม่ได้ร้อนอะไร 

“ก็มันร้อนนี่หว่า นั่งในรถกับเบลล่ายังเย็นกว่าอีก” แสตมป์เลยนั่งฟังทั้งสองคุยกันไปเรื่อย สายตาก็แอบเหลือบมองมาที่เมซเซจเล็กน้อย 

ใช่ มีแค่เมซเซจกับเบลล่าที่ไม่ได้เดินเล่นตลาดเล็กๆในเมืองที่พวกเขาเดินทางกัน ซึ่งมันก็แล้วแต่ความสมัครใจของลูกทัวร์ด้วยว่าอยากจะเดินหรือไม่ ซึ่งส่วนมากก็เลือกที่จะเดิน เขาเลยต้องพาเดินโดยให้ลูกทัวร์อีกสองคนของเขานั่งรออยู่บนรถทัวร์ที่ใช้ในการเดินทางของทริปนี้ สงสัยเขาต้องเพิ่มความอำนวยสะดวกให้กับลูกทัวร์ของเขาบ้างแล้วละ 

“แสตมป์...ทำไมวันนี้คืนหมวกเร็วนักละ?”

 สกายเบื่อที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเมซเซจเลยหันไปถามร่างบางที่นั่งแช่น้ำเงียบไม่พูดไม่จา 

“เอ่อ...” 

แสตมป์เลยคิดหาเหตุผลทันทีเพราะตอนนั้นเมซเซจเอาหมวกไปคืนสกายโดยที่เขายังไม่ได้พูดอะไรสักคำสักหน่อย... 

“ก็...ผมไม่อยากให้พี่สกายต้องมาป่วยนี่นา”

 พอพูดแบบนั้น สกายที่ฟังอยู่ถึงขั้นหลุดหัวเราะออกมาอย่างเสียงดังจนแสตมป์ลนลานทันที มีอะไรตลกนักละ! 

“ห่วงพี่ไม่สบายเนี่ยนะ? นี่ พี่แข็งแรงจะตาย ดูสิ”

 สกายพูดอย่างโอ้อวดแล้วโชว์กล้ามให้ดู ซึ่งเนื้อกล้ามของสกายที่พอมีบ่งบอกถึงความแข็งแรงประมาณตัวเลย แสตมป์เลยก้มลงมองหาสิ่งที่เรียกว่า ‘กล้าม’ ของตัวเองบ้าง


เอ้า...ไม่มีนี่หว่า (. . ) 

“หัดห่วงตัวเองก่อนบ้าง ดูสิ ร่างกายดูบอบบางแบบนี้ ลมมาก็พัดปลิวแล้วม้างง” สกายพูดอย่างเว่อร์วังพร้อมทำท่าทางประกอบให้ดูด้วยสีหน้าแบบล้อเลียน 

“เวอร์น่า พี่สกาย!” แสตมป์โวยวายออกมาแล้วหน้าแดงทันที เว่อร์ไปแล้วน่า เขาไม่ได้บอบบางขนาดนั้นสักหน่อย!     

“เหอะๆ...”

 เสียงเมซเซจก็มาตบท้ายบรรยากาศไป แม้ทั้งสองจะไม่ได้คุยกันมากมายเลยก็เถอะแต่ก็มีเสียงพูดคุยของแสตมป์และสกายซะตลอด ทั้งสามแช่น้ำร้อนกันอีกสักพักหนึ่งก็มีเสียงโทรศัพท์ของสกายดังขึ้น สกายเลยลุกขึ้นยืนจนแสตมป์ต้องหันไปมองด้านข้างแทบไม่ทัน....ความเป็นชายของสกายยังมากกว่าเขาจริงๆนั้นแหละ แล้วก็...ต้องกล้าแค่ไหนนะ ถึงกล้าแบบนั้น! เสียงพูดคุยของสกายดังขึ้นเป็นระยะๆ สายตาของสกายก็หันไปมองที่แสตมป์เป็นบางที เหมือนจะมีการโต้เถียงกันเล็กน้อยจนวางสายลง 

“ใครโทรมาวะ?” 

เมซเซจเอ่ยถามเพื่อนของตนที่แสดงสีหน้าบูดบึ้งทันทีที่วางสายไปแล้ว 

“ก็น้องชายของกูอะดิ ส่งงานมาให้ตอนนนี้ให้เช็คเอกสารให้มันหน่อย ทั้งๆที่กูมาเที่ยวแท้ๆ” 

“แล้วต้องตอนนี้รึไง?” 

“ก็ใช่ เพราะเอกสารด่วน เฮ้อ..” สกายบ่นกระปอดกระแปดแล้วเดินไปชำระร่างกายอีกครั้งหนึ่งให้เรียบร้อยแล้วสวมยูคาตะสีกรมที่ทางโรงแรมจัดให้เรียบร้อย 

“พี่ไปก่อนนะ แสตมป์แล้วเจอกันพรุ่งนี้” สกายหันมาโบกมือให้ร่างบางพร้อมฉีกรอยยิ้มให้ แม้จะเสียดายที่แช่น้ำไม่ได้นานมากแต่พรุ่งนี้ก็ได้เจอร่างบางอีกอยู่ดี 

“ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับพี่สกาย”

 แสตมป์โบกมือพลางยิ้มให้ด้วย เขาว่าเขาก็จะขึ้นแล้วเหมือนกันนั้นแหละ 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ ไอ้เมซเซจก็ขึ้นไวๆละ เดี๋ยวเบลล่ารอนาน ฮ่าๆๆ” 

สกายหันไปแซวเพื่อนของตัวเองแล้วเดินออกมาเลยพร้อมเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่แต่แรกด้วย 

“……..”

 เหมือนทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบอีกรอบหนึ่งพอสกายไปแล้ว ทั้งเมซเซจและแสตมป์ต่างก็ไม่พูดอะไรกันออกมา แสตมป์เลยมองหาผ้าผืนเล็กที่ตัวเองเอามาแต่ทีแรกแต่ก็...ไม่พบ! 

“หานี้รึเปล่า?” 

เมซเซจว่าพลางชูผ้าผืนเล็กขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ทำให้เขารู้ได้ทันทีเลยว่าคนที่เอาไปนั้นต้องเป็นเมซเซจแน่นอน! 

“ครับ เอาคืนมา ผมจะลุกแล้ว” แสตมป์ว่าพลางแบมือขอผ้าผืนเล็กของเขาคืนกลับมา..แต่มีหรือที่จะง่ายดายขนาดนั้น 

“เรื่องสิ..” 

“พี่เมซเซจ!”

 แสตมป์เผลอพูดออกมาเสียงดังไม่รู้ว่ากำลังโมโหหรือเขินดี แสตมป์เลยกำมือแน่นทันที 

“ลุกขึ้นแบบไอ้สกายสิ ฉันอาจจะคืนให้ก็ได้นะ?” น้ำเสียงยียวนกวรประสาทดั่งซาตานที่คอยกลั่นแกล้งนั้นทำให้แสตมป์แทบอยากจะพุ่งไปบีบคออีกฝ่ายซะเหลือเกิน 

“อย่าหวังลมๆแล้งๆไปเลยครับ” แสตมป์เลยเหลือบมองทางอื่นแล้วอยู่ห่างจากอีกคน จะให้เขาเดินโล่งๆล้างตัวแล้วใส่ชุดเนี่ยนะ? ไม่มีวันหรอกน่า เขาไม่ได้กล้าแบบสกายหรอกนะ

 “ก็ตามใจ”

 เมซเซจเลยเท้าคางกับขอบแช่น้ำออนเซ็นแล้วจ้องร่างบางราวกับจะคอยดูว่าอยู่ได้นานแค่ไหนกันเชียว..



15 นาทีผ่านไป 


ร่างบางที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเนื่องจากความร้อนของน้ำส่งผลให้ใบหน้าของเจ้าตัวแดงไม่ใช่น้อยๆ ลามไปถึงใบหูเลยด้วยซ้ำ แสตมป์ยิ่งเป็นคนผิวขาวไม่แปลกที่จะแดงง่าย ยิ่งแช่นานก็ยิ่งแดงจนเด่นชัดขึ้นมา แสตมป์สะบัดหัวของตัวเองไปมาเบาๆ ไล่ความมึนของตัวเองออกไป เขาเริ่มใกล้ถึงลิมิตของตัวเอง เวลาเราแช่น้ำออนเซ็นยิ่งนานแม้จะดีต่อผิวแต่มันก็น่าเวียนหัวไม่น้อยหากเกินลิมิตของร่างกาย 

“...ยอมยัง?”

 เมซเซจเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นร่างบางดูแทบไม่ไหวแล้ว เขาก็ไม่ได้อยากจะแกล้งให้เป็นแบบนี้หรอกนะ แค่อยากจะกวนประสาทร่างบางเฉยๆเท่านั้น 

“อึ่ก...ไม่...” แสตมป์ตอบออกมาเสียงแผ่วลงแล้วกุมขมับตัวเองไว้ แม้หัวจะเอียงไปซบกับอีกแขนที่เท้าคางริมขอบของบ่อแช่น้ำอยู่

ไม่เอา...เขาไม่ยอมแน่ๆ... แสตมป์ตั้งมั่นในใจแล้วไม่ได้ตอบอะไรต่อ เมซเซจเลยถอนหายใจออกมาหน่ายๆทันที ยังดื้อไม่คงเปลี่ยนไปเลย.. 

“ร่างกายนายมันดูแทบไม่ไหวแล้วนะ แสตมป์?” 

“งั้นพี่ก็คืนผ้ามาให้สักทีสิ” 

“ก็ออกไปเดินสิ” 

“ไม่!” 

ต่างไม่มีใครยอมใครอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ คนหนึ่งก็อยากแกล้งอีกฝ่ายก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกแกล้งเลยยื้อเวลากันไปอย่างนั้น.. เมซเซจเลยขมวดคิ้วทันทีที่แสตมป์เป็นแบบนั้น แล้วจะแช่นานขึ้นให้มันได้อะไรกันขึ้นมาละเนี่ย? 

“ขึ้นได้แล้วแสตมป์..”

 “….”

 “บอกให้ขึ้นไง!” ร่างบางคล้ายสะดุ้งออกมาเมื่อเมซเซจขึ้นเสียงใส่เขา แสตมป์เลยหันไปมองช้าๆแล้วกัดริมฝีปากของตัวเองทำไมเขาต้องมายอมแพ้ทุกๆเรื่องให้คนนี้ตลอดละ! แต่.....จะทำร้ายตัวเองมากกว่านี้ก็ไม่ดีเหมือนกัน.. 

แสตมป์เลยยอมแพ้...จังหวะที่กำลังลุกขึ้นอยู่นั้น.. 

พรืด.. 

ฟุ่บ! 

แสตมป์หลับตาลงแน่นเมื่อรู้สึกตัวเองเซและจะหงายลงไปเนื่องจากเขาลุกขึ้นมาอย่างไวเกิน ในจังหวะที่คิดว่าตัวเองคงล้มลงไปแล้วขายหน้ากว่าเดิมนั้น เหมือนมีใครสักคนมารับร่างของร่างบางทันทำให้เขาไม่ได้เจ็บตัวอย่างที่คิด 

“……..?”

 แสตมป์ลืมตาขึ้นมาแล้วผงะลงไปเมื่อเจอใบหน้าของเมซเซจที่อยู่ตรงหน้าเขาในระยะใกล้ๆ โดยแขนแกร่งของเมซเซจโอบเอวร่างของแสตมป์เอาไว้ ทำให้เขาหน้าแดงกว่าเดิม....ฆ่ากันชัดๆ! 

“จะบ้ารึไง!”

 ซ่า!

ความคิดเห็น