สูญองศา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 ชัดเจน

ชื่อตอน : บทที่ 5 ชัดเจน

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 114

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2561 16:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ชัดเจน
แบบอักษร

บทที่ 5

หลังจากทานอาหารเสร็จ เจ้านายหนุ่มก็พาเธอมานั่งจุมปุ๊กอยู่ร้านไอศกรีมหญิงสาวมองไปรอบๆ แล้วกลับมาหยุดที่คนต้นเรื่อง เขาชิลจนเธอนึกหวั่นใจ แล้วตอนนี้บิงซูเมลอนก็วางอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว นี่พามาฝึกงานหรือพามาเลี้ยงกันแน่เนี๊ย

“คือคุณทรค่ะ คือว่าคุณนัดลูกค้าไว้กี่โมงค่ะ” เลขาคนสวยถามเพราะสงสัยจัด

“ทุ่มยี่สิบ”

“ฮ๊า อะไรนะคะ” เธอลุกพรวดแล้วจ้องหน้าเขา นี่มันเวลาบ่ายสองนะ อะไรยังไงกันเธอไม่อยากจะพากย์เลยสิทีนี้

“ก็ออกมาก่อนไม่มีอะไรหรอกคุณ”

“แต่ว่างานที่นิคม” เธอยังเถียงเขาจนคิ้วขึ้นรูป

“ผมดูมาแล้ว อีกอย่างลินดาก็เอาทุกอย่างมาให้ผมเซ็นจนหมด ลินดาเลขาคนก่อนหน้าคุณนะ”

“อ้อค่ะ” เธอได้แต่ ค่ะ อ้อค่ะ อะไรนะคะ แบบนี้หลายรอบเหมือนเดินตามเขาไม่ทัน แต่ความจริงแล้วเธอก็ตามความคิดเขาไม่ทันนั่นแหละ

“ถ้าไม่กินมันจะละลาย” เธอหันหน้ากลับมาสนใจเกล็ดน้ำแข็งกองพะเนินจากนั้นจึงหยิบช้อนขึ้นมากตัก

“อึม อร่อย” เธอตาโตเมื่อได้ลิ้มรสของหวานตรงหน้า ซึ่งคนสั่งได้แต่อมยิ้มพอใจเมื่อสาวเจ้าขยับตัวเข้าหาชามขนาดใหญ่กลางโต๊ะ

ทำตัวน่ารักก็เป็น

“โรงงานของเราผลิตไฟฟ้าใช่ไหมคะ”

“ครับ” เขาใช้ชอนเขี่ยนมข้นหวานที่ราดอยู่ “ผมชอบนะที่คุณบอกว่าโรงงานของเรา”

“ฉันไม่ให้คุณจีบฉันหรอก ชัดเจนนะคะเจ้านาย” ดูเป็นการออกตัวแรงไปสักหน่อย แต่มันคือเรื่องจริงที่เธอต้องการ ปณิธานของเธอมีเพียงเรื่องงานและเงินเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นฝันไปซะเถอะ

“ตรงดีผมชอบนะ”

“ขอบคุณค่ะ” เธอตั้งหน้าตั้งตากินต่อ ไม่มองหน้าหรือสบตาเขาอีกเลย เป็นก้าวแรกที่เธอปฏิเสธกับผู้บริหารระดับสูง “ฉันคิดว่าฉันยังไม่เข้าใจคุณเลย ฉันพึ่งจบใหม่ ทำอะไรก็ยังไม่เป็น แล้วคุณเรียกตัวฉันมาเป็นเลขา มันไม่สมเหตุสมผลและดูจากประสบการณ์ฉันก็อ่อนด้อยยิ่งกว่าหอยไข้ นอกจากเคยฝึกงานแล้วดูยังไงฉันก็ไม่น่าสนใจอะไรเลยนะคะ”

“คุณจะให้ผมไล่คุณออกตอนนี้เลยไหมล่ะ”

“หูว...ซี๊ด...” เธอไม่ได้กินเผ็ดแต่ต้องซีด เจ้านายหมาดๆ มาดไม่เบาเลยให้ตายสิ ปากร้ายนะคะแต่ไม่แสดงออก อะไรของเขากันนี่

“ผมจะจีบคนที่เขาเต็มใจ ถ้าไม่เต็มใจผมก็ไม่เคยฝืนสักครั้งนะ” ไม่แสดงสีหน้าผิดหวังหรือเจ็บปวดตรงกันข้ามเขากลับนิ่งเงียบจนทำให้ต้องเกรงใจโดยสัญชาตญาณ

“แล้วคุณจะไล่ฉันออกจริงเหรอ” บทสนทนาของเธอและเขาจะเริ่มไปกันไม่ได้ หญิงสาวก้มหน้าสลด เมื่อกี้เป็นถึงเลขาตอนนี้เหมือนจะตกงานเสียแล้ว ปากพาซวยจริงๆ

“ไม่ใช่ทุกคนจะพูดกับผมได้เยอะเท่าคุณ” มือหนาวางช้อนจนได้ยินเสียงเคล้ง

“ขอโทษค่ะ”

“ต่อจากนี้คุณต้องเป็นมืออาชีพ ผมสั่งอะไรต้องทำตาม”

“แต่อยู่ในกรอบของเลขา”

“ฟังให้จบก่อน ค่อยแทรก”

เธอก้มหน้างุด แทบอยากเอามือปิดปากตัวเอง “ค่ะ”

“ผมไม่ชอบให้ใครพูดแทรก”

“ค่ะ”

“คุณต้องทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง แน่นอนว่าเจ้านายและลูกน้องมีขอบเขตของการทำงานแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าผมจะจีบคุณหรอก เลิกหลงตัวเองแล้วมองโลกแห่งความเป็นจริงซะบ้าง” คราวนี้เหตุผลมาเต็ม “ที่ผมพาคุณออกมาข้างนอกเพราะอยากผ่อนคลาย และสำรวจผู้คน บางครั้งการนั่งในร้านบิงซู เราอาจจะได้ฟังความคิดดีๆ ของโต๊ะข้างๆ ก็ได้ ใครจะรู้”

มีด้วยเหรอนี่มันร้านวัยรุ่นเขาทานกันนะ ไม่ใช่ภัตตาคารของนักธุรกิจ

“ข้ออ้างรึเปล่าคะ”

“ปรับทัศนคติตัวเองแล้วตามผมมา” เขาวางแบงก์ห้าร้อยแล้วลุกขึ้นทันที

“ค่ะ”

เขาไม่รอให้เธอพูดอะไรอีก ชายหนุ่มเดินนำออกจากร้าน ทำเอาคนพูดมากได้แต่กะพริบตา ปริบๆ กระนั้นยังรีบซดเกล็ดน้ำนมเข้าปากสองสามครั้ง ก่อนวิ่งตามไป

“เจ้านายค่ะ รอด้วย คุณทร” เธอกะเข้าชาร์ตเขาแล้วละ แต่ขณะที่กำลังจะถึงตัวเจ้านายหนุ่มกลับหยุดกะทันหัน

จนหน้าปากเธอชนกับแผ่นหลังอย่างจัง

เขารู้สึกถึงแรงปะทะจากด้านหลัง รับรู้ถึงบางอย่างที่ชนเข้ามาอย่างแรง ความเด้งดึงนั้นทำให้เขาต้องชะงักกับที่

“โอ๊ย...หญิงทำไมค่ะ” เธอเอามือกุมหน้าผาก

“อยากหยุด” เป็นคำตอบที่ไม่คิดว่าจะกลั่นกรองเพราะพูดความจริงจากใจ เธอพูดดักคอเขาทุกทางเลยจริงๆ ให้ตายสิ ในเมื่อสิ่งที่เธอพูดมันคือเจตนารมณ์อันแน่วแน่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่เคืองจนไม่อยากทานของหวานต่อ พูดแต่เรื่องที่ทำให้เขาเลือดร้อนจนจะเดือดอยู่แล้ว

“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวยิ้มแหย

“ผมไม่ชอบผู้หญิงซุ่มซ่าม พูดอะไรไม่คิด และกินเก่ง ดังนั้นผมไม่จีบคุณแน่นอน อาหารมื้อนี้คิดซะว่าผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กต่างจังหวัดก็แล้วกัน”

“หูว...” เขาใส่เป็นชุดบ้าง นี่เป็นความกระจ่างที่เธอต้องการ ทว่าทำไมรู้สึกกระแทกเข้าเบ้าหน้าจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “หายใจบ้างไหมคะ”

“คุณธิดารัตน์”

“ขอโทษค่ะ” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ก็แร็พขนาดนั้นเธอก็ต้องสงสัยเป็นธรรมดา ไม่ใช่หรือไง

หลังจากนั้นเธอก็เดินตามเข้ามายังรถคันเดิม หญิงสาวมองเขาที่ยืนนิ่ง อินทรในตอนนี้ติดจะหัวเสียแต่ยังรักษามาดได้ดีจนหาตัวจับยาก เขาดูเป็นผู้ใหญ่ผิดกับหน้าตาที่อ่อนเยาว์

“เราจะไปไหนคะ” เธอถามทันทีที่เข้ามานั่งในรถ หญิงสาวสวมวิญญาณเจ้าหนูจำไมมาตลอดเส้นทางไม่ว่างเว้นแม้ขณะทานอาหาร

“ไปหาที่นั่งเล่น”

“...” คนพูดมากเลือกจะสงบปาก เดี๋ยวโดนด่าว่าปากมาก สงสัยเขาคงเลิกสนใจในตัวเธอแล้วกระมัง แต่ก็ช่างเถอะแน่นอนว่า เธอหาแคร์ไม่ ดีซะอีกจะได้ตัดรำคาญไม่ต้องสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ให้มันปวดขมับ ธิดารัตน์ชัดเจนทุกสถานการณ์อยู่แล้ว

ทินกรนั่งควงปากกาอยู่บนโต๊ะทำงาน ดูเอกสารจัดซื้อที่ชลิตส่งมาให้ เขาตรวจดูแล้วทุกอย่างถูกเบิกงบเกินเกือบทั้งหมด บัญชีก็ไม่ตรงกับสิ่งที่ได้มา ความเสียหายนี้เบาๆ แค่ห้าสิบล้าน ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับพี่ชายและดูเหมือนอินทรจะเข้าใจพฤติกรรมของชลิตเป็นอย่างดี แต่ที่ยังไม่ทำอะไรเพราะเขาคืออา ญาติห่างแสนห่างที่โกงบริษัทนี้จนรวย มีรถสปอร์ตขับ

“เป็นหน้าเป็นตาจริงจริ๊ง” เขาบ่นออกมาเมื่อนึกถึงเฟอร์รารีสีฉูดฉาดของอาชลิต หนุ่มใหญ่ที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยแทบจะทั่วทุกภาคของประเทศจะดีหน่อยที่อาผู้หญิงเป็นคนอารมณ์เย็น ไม่อย่างนั้นคงเกิดเรื่องขึ้นตั้งนาน

“ขออนุญาตค่ะ ท่านรอง” ลินดาเอ่ย

“เชิญครับ” เขาหันหน้าโฟกัสที่ประตู แล้วจู่ๆ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้า

ร่างบางเยื้องย่างเข้ามาในห้องทำงานพร้อมกับแฟ้มเสนอเซ็นหลายสี การเปลี่ยนเจ้านายคนใหม่ทำให้เธอยุ่งยากพอสมควรทั้งเอกสารไม่เป็นระเบียบ ต้องเรียงวันที่และงานด่วนก่อนหลังใหม่หมด เจ้านายคนใหม่เธอไม่มีระเบียบเอาเสียเลย สุดท้ายกว่าจะทำเสร็จก็ปาเข้าไปสามชั่วโมง

“เอกสารค่ะ” เธอวางแฟ้มลงอย่างสุภาพ “สองอันนี้ด่วนค่ะ” แยกให้เขาแล้วบอกกล่าว

“เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน”

คนกำลังหันหลังให้ม้วนตัวกลับมาประจันหน้า เธอไม่เคยกลัวเขาอยู่แล้วทำไมต้องหนี สงสัยท่านรองอยากหน้าแหก

“รีบไปทำงานค่ะ บ้านฉันไม่ได้มีเงินถุงเงินถังจะได้เที่ยวเกเรเที่ยวกระทืบใครต่อใครได้” เธอก็ใส่เต็มเพราะไม่กินเส้นกันอยู่แล้ว

“นั่นสินะยาจกยังไงก็ยาจก ต้องทำงานเยอะๆ จะได้มีกินมีใช้”

“แค่มีน้อยค่ะ ไม่ใช่ยาจก” เธอแทบเต้นเมื่อได้ยินคำพูดเผ็ดร้อนนั้น ปากก็ร้าย ใจก็ร้าย ชอบว่าให้คนอื่นเป็นที่สุด ลินดายิ้มเคลือบยาพิษให้

“ผมไม่ได้เริ่มก่อนนะ” อมยิ้มพร้อมเปิดแฟ้มงานด่วนที่เธอว่า

“ขอตัวนะคะ” สุดจะกล่าว เจ็บแสบยิ่งกว่ากัดถูกพริกในส้มตำราดมาที่ใบหน้า “ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้กร”

“ได้ยินนะ”

“...” คนบ่นเม้มปากแน่น หูดีจริงๆ นะขนาดเดินมาจนชิดประตู

“ไกลแค่ไหนใจเราก็สื่อถึงกันน่าสุดสวย”

ตามมาด้วยคำพูดอันน่ากลัวเหมือนอ่านใจเธอได้ แถมเป็นคำพูดจิ๊กโก๋สุดๆ อีกต่างหาก งานนี้บรรลัยเกิดเลยละ ส่อแววมีปัญหารำไรกับการทำหน้าที่เลขาให้ท่านรองเสียแล้ว

ลินดาปิดประตูลงแล้วทำท่ากรีดร้องทว่าไม่มีเสียง เจ็บใจจนอยากปารองเท้าส้นสูงเข้าปากหมาๆ นั่น ทำไมเธอต้องมาทำงานกับไอ้ท่านรองด้วย ไม่สบายใจอย่างแรง







แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น