ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 27 สะสางแทนเมีย 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 สะสางแทนเมีย 100%

คำค้น : โรแมนติก แฟนตาซี,ปีศาจ,อิโรติก,เทพนิยาย,พระเอกหื่น,เย็นชา'พระเอกเป็นปีศาจ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2561 12:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 สะสางแทนเมีย 100%
แบบอักษร

หล่อจนน่าจับมาเป็นซีเมลเหลือเกิน 555


มุจลินท์นั่งหลบในห้องน้ำรอจนกว่าจะแน่ใจว่าคนเริ่มซาจึงได้ก้าวขาออกจากห้องน้ำ ค่อย ๆ โผล่ศีรษะออกไปสำรวจอย่างระมัดระวังก่อนว่าชายฉกรรจ์เหล่านั้นไม่ได้อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ

“เฮ้อ”

หลังจากพยายามลัดเลาะหลบหนีออกจากคลับมาทางหลังร้านได้แล้ว หญิงสาวจึงถอนหายใจพรืดด้วยความโล่งอก เกร็งจนหายใจแทบไม่คล่องปอด หากว่าพวกนั้นจับเธอได้ล่ะก็คราวนี้เธอคงไม่โชคดีรอดอย่างคราวที่แล้วแน่...ไม่รู้ว่าไปทำเวรทำกรรมอะไรต่อกันเอาไว้ถึงต้องได้มาเจอเรื่องร้าย ๆ แบบนี้ด้วย

“เจอตัวซักทีนะนังตัวแสบ”

คิดยังไม่ทันจะจบชายฉกรรจ์สามคนก็ก้าวเข้ามาดักหน้าก่อนเข้าล้อมเธอด้วยความรวดเร็ว

“ขะ ขอโทษนะคะ ฉันว่าพวกคุณคงจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ ขอทางด้วยนะคะ”

พูดจบก็ก้มหน้าหมายจะเดินเบี่ยงตัวออกจากวงล้อมชายฉกรรจ์ผ่านช่องว่างน้อย ๆ ทว่าเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวจึงได้กางแขนกั้นเอาไว้

“ไม่ผิดหรอกคนสวย เราจ้องตากันตั้งนานจำไม่ได้หรอ หรือต้องให้รื้อฟื้นว่าเกิดอะไรขึ้นในป่า”

แม้จะพยายามทำเป็นไม่รู้เรื่องแต่เธอก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายไม่ให้สั่นด้วยความหวาดกลัวได้ ตอนนี้เธอแน่ใจแล้วว่ามันจำเธอได้แน่นอน สมองของเธอทำงานอย่างรวดเร็วพอ ๆ กับปากที่อ้ากว้างพร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ

“ช่วยด้วยค่ะ ฉันถูกลวนลาม! ช่วยด้ว-...อื้อ!”

มือหนาของชายที่ยืนด้านหลังของเธอตวัดอ้อมมาปิดปากเธอด้วยความรวดเร็วไม่แพ้กัน แต่ทว่าพวกมันไม่ได้ปิดปากเฉย ๆ เท่านั้น พวกมันยังใช้ผ้าอะไรบางอย่างปิดปากและจมูกของเธอด้วย และเพียงไม่กี่วินาทีเรี่ยวแรงและสติของเธอก็ค่อย ๆ หายไป...ซวยแล้ว ยาสลบ

ซีเมลช่วยด้วย...

“ซีเมล?”

ลูซิเฟอร์ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อในหน้าของหนังสือมีรายชื่อใหม่ที่เวลาเสียชีวิตไล่เลี่ยกันมาติด ๆ จริงอยู่ที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะมีคนเสียชีวิตในทุก ๆ เสี้ยววินาทีและมีทุก ๆ วัน แต่ความสามารถอีกอย่างของราชาแห่งขุมนรกก็ทำให้เขาสามารถรู้สาเหตุการตายและกรรมของมนุษย์ทุกคนพร้อม ๆ กันได้ในเวลาเดียวกันโดยที่ไม่มีสับสนหรือผิดพลาดเลยแม้ซักครั้งเดียว แต่ที่แปลกก็คือครั้งนี้...สหายรักของเขาดันอยู่ในสาเหตุการตายของมนุษย์เหล่านี้นี่สิ

ราชาแห่งขุมนรกหรี่ตาอย่างจับผิด...ซีเมลไม่ใช่ปีศาจที่ฆ่าคนเรื่อยเปื่อยหรือจะเรียกได้ว่าไม่ยุ่งกับเรื่องของมนุษย์โดยไม่จำเป็นเลยก็ว่าได้แล้วทำไมจู่ ๆ คนที่เก็บตัวไม่สุงสิงกับใครถึงได้ฆ่าคนโดยที่ไม่ได้มีผลกรรมร่วมกันเช่นนี้เล่า แต่เมื่อมีชื่ออีกหนึ่งชื่อโผล่ขึ้นมาด้วยก็ทำให้ลูซิเฟอร์เข้าใจในทันที

“พวกเจ้าช่างเป็นมนุษย์กรรมหนา ที่โชคร้ายและโชคดีในเวลาเดียวกัน...โชคร้ายที่ไปยุ่งกับสิ่งสำคัญของราชาปีศาจแต่โชคดีที่ก่อนตายได้มีโอกาสได้เห็นใบหน้าและความพิโรธของราชาปีศาจด้วยเช่นกัน...ข้าก็ชักอยากจะเห็นด้วยเช่นเหมือนกัน...คู่ชะตาที่เจ้าเลือกเป็นเจ้าสาวน่ะ”

รถคันเดิมของเข้มขับตามถนนเส้นเดิมที่คุ้นเคย รอบตัวมืดสนิทบรรยากาศชวนวิเวกวังเวง บีมที่นั่งด้านหลังกับหญิงสาวที่สลบไสลจากฤทธิ์ของยาสลบกับเพื่อนอีกคนจ้องใบหน้าสวยในความมืดอย่างลังเล

“คนนี้จริงหรอวะที่มึงเล่าให้พวกกูฟัง...แน่ใจนะว่าไม่ได้จับมาผิดตัว”

บีมถามขึ้นในที่สุดด้วยความไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ก็ขนลุกซู่ทั้งตัว เขาเป็นคนมีเซ้นส์มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ยิ่งเข้มบอกว่าเห็นผู้หญิงคนนั้นกระโดดหน้าผาไปต่อหน้าต่อตา แล้วจู่ ๆ คนที่คิดว่าตายไปแล้วจะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง หน้าผานั้นไม่ว่าใครก็รอดไม่ได้แน่ ยิ่งถ้าตอนนั้นเป็นเวลากลางคืนยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะรอดได้ คนปกติไม่มีใครเข้าไปที่นั่นหรอก

เข้มที่เป็นคนขับหันมาตอบเพื่อนเสียงเกรี้ยว “กูไม่เคยจำหน้าคนผิด มึงจะถามอะไรนักหนา คนนี้ไม่ผิดตัวแน่ ถ้ามึงกลัวนักก็ลงไปพวกกูจะไปกันเอง”

“เอ่อ ๆ ๆ ใช่ก็ใช่ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงวะ ก็มึงบอกว่ามันโดดหน้าผาตายไปแล้ว”

“...”

ทั้งรถเงียบสนิท ก่อนเข้มจะพูดขึ้นมาเสียงดัง

“กูไม่ได้ตรวจดูดี ๆ บางทีมันก็อาจจะดวงดีจับกิ่งไม่ได้ไม่ร่วงตกลงไปข้างล่างก็ได้ มึงน่ะพูดมากจังวะไอ้บีม กูรำคาญเดี๋ยวปล่อยลงแม่ง”

“ก็กูสงสัยนี่หว่า! แม่งจะรอดได้ไงวะไม่เคยมีใครรอดเลยนะเว้ย แล้วคนสติเต็มเขาคงไม่เข้าไปในป่าบ้านั่นหรอก เพราะแม่งผีดุชิบหาย”

“...”

ในรถตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง อีกสองคนเงียบไม่กล้าถามหรือพูดอะไรเพราะคิดเหมือนกันกับบีม แต่ว่าความสวยก็ทำให้พวกเขาพยายามไม่คิดอะไรมาก จนเมื่อขับรถใกล้ถึงที่หมาย จู่ ๆ รถก็เกิดติด ๆ ขัด ๆ จนทุกคนเริ่มตื่นตระหนก

“รถเป็นไรวะ”

“กูก็ไม่รู้ ทุกวันก็ปกติดีนะเว้ย เพิ่งเอาไปเช็คมาเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง จู่ ๆ เป็นห่-อะไรวะ”

สามคนที่เหลือหันมามองหน้ากันเหมือนจะถามกันผ่านความเงียบว่าคิดเหมือนกันรึเปล่า ไม่ทันที่ทั้งสามจะรู้สึกกลัวรถก็หยุดนิ่งกลางท้องถนนที่มืดและเงียบสงัด แสงจันทร์รำไร ๆ โผล่พ้นขอบเมฆหนาทึบทำให้มองเห็นเงาราง ๆ ตัดผ่านหน้ารถไปด้วยความรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน

“เห้ย! อะไรวะ!”

“อะไรแว่บ ๆ วะ!”

ตอนนี้ทุกคนอยู่ในอาการแตกตื่น รอบข้างเป็นป่ารกทึบก็อาจเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสัตว์ป่า แต่หากไม่ใช่ แล้วมันจะเป็นตัวอะไรได้

พรึบ! โครม!

“อ๊าก!!!”

ทั้งสี่ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ประตูรถก็ถูกกระชากออกจนหลุดกระเด็นกองเป็นเศษเหล็กบนพื้นถนนพร้อมกันทั้งสี่ประตู ก่อนร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสี่จะถูกกระชากออกมากองข้างนอกรถพร้อมกันด้วยแรงมหาศาลที่ไม่รู้แหล่งที่มาและสาเหตุ

“เหวอ!!!”

ร่างบึกบึนของทั้งสี่เหมือนถูกลากด้วยเชือกที่มองไม่เห็นไปบนพื้นถนนรอบรถจนผิวเนื้อถลอกเป็นแผลเต็มตัว ก่อนหยุดมากองกันที่หน้ารถ

“นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ!”

หนึ่งในสี่พูดขึ้นมาอย่างคนสติแตก มองไปรอบ ๆ ก็มีแค่ความมืด แต่พอถามออกไปไฟหน้ารถก็สว่างวาบขึ้นมาอาบร่างสะบักสะบอมของทั้งสี่ที่นั่งสั่นงกรวมกันที่หน้ารถ เข้มพยายามจะลุกขึ้นวิ่งหนีแต่ทว่าก็พบว่าร่างของตัวเองขยับไม่ได้ เช่นกันกับเพื่อนที่พยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการที่มองไม่เห็น

“ทำไมขยับไม่ได้วะ นี่มันอะไรวะเนี่ย”

ความสงสัยของทั้งสี่เปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อร่างสูงในชุดแปลกตาสีดำจู่ ๆ ก็มาอยู่ตรงหน้า ไม่เพียงแค่นั้น ในอ้อมแขนแกร่งที่มีเรี่ยวแรงมหาศาลยังมีร่างงดงามที่ยังสลบไสลของเหยื่อที่พวกเขาจับตัวมาอีกด้วย ชายในชุดคลุมประหลาดตัวใหญ่มีใบหน้าหล่อเหลาแบบที่พวกเขาไม่เคยได้พบเจอมาก่อน...รูปงามเหมือนกับไม่ใช่คน...ใช่! คนที่ไหนจะลอยได้กันเล่า!

“ผีหลอก ช่วยด้วย!”

หนึ่งในสี่แหกปากร้องตะโกนอย่างคนเสียสติ ดวงตาสีแดงที่วาวโรจน์ด้วยความโมโหทำให้พวกมันต้องขนลุกเกรียวด้วยความหวาดกลัว ไอหมอกสีเทาขุ่นและเย็นยะเยือกที่ไม่รู้มาจากไหนค่อย ๆ เคลื่อนเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ ชายฉกรรจ์ทั้งสี่มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเก้าอี้ตัวสูงใหญ่สีดำเลื่อมและมีลวดลายที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับคนที่ค่อย ๆ นั่งลงไปที่มันอย่างช้า ๆ ด้วยท่าทีที่สง่างามน่ายำเกรงและชวนให้ผวา หญิงสาวในอ้อมแขนยังคงหลับพริ้มไม่ทุกข์ร้อนในขณะที่มนุษย์อีกสี่คนต้องทุกข์ทรมานด้วยไอประหลาดที่อาจเป็นสาเหตุให้รู้สึกเหมือนอวัยวะข้างในค่อย ๆ ถูกทำลายไปทีละน้อย

“พวกมนุษย์เห็บไร! กล้าดียังไงถึงใช้มือสกปรกเช่นนั้นมาแตะต้องผู้หญิงของข้า!”

เสียงทรงพลังเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด บ่งบอกให้รู้ถึงโทสะของเจ้าของว่าโกรธขนาดไหนที่มายุ่งกับคนสำคัญ วินาทีนี้ทั้งสี่รีบยกมือขอโทษและอ้อนวอนต่อคนตรงหน้าด้วยเนื้อตัวที่สั่นเป็นลูกหมาตกน้ำ

“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ปล่อยผมไปเถอะ ผมจะไม่ยุ่งกับเธออีก”

รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของซีเมลข้างหนึ่งอย่างสมเพช

“อ้อนวอนงั้นหรือ? แล้วตอนที่มุจลินท์อ้อนวอนเจ้าเช่นนี้เจ้าปราณีนางหรือไม่...”

ทั้งสี่อึกอัก ไม่สามารถตอบคำถามของคนตรงหน้าได้ ซีเมลจึงเอ่ยอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ชวนให้ขนลุกเกรียวยิ่งกว่าเดิมอีกหลายสิบเท่า

“พวกเจ้าคงชื่นชอบเล่นเกมไล่จับสินะ”

เสียงเย็นเอ่ยจบสุนักสีดำตัวใหญ่กว่าสุนัขปกติทั่วไปถึงสามเท่านับสิบตัวก็ค่อย ๆ ย่างกรายฝ่าหมอกหนาเข้ามา จ้องไปยังมนุษย์สี่คนที่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความผวาและหวาดกลัว ดวงตาทั้งสองข้างของมันเป็นสีแดงฉานเหมือนสีของเลือด ฟันของมันทั้งใหญ่และดูแหลมคมแข็งแรงพอที่จะกัดทึ้งร่างมนุษย์ให้แหลกขาดเป็นชิ้น ๆ ได้ภายในครั้งเดียว


 “เห็นพวกเจ้าชอบเล่นเกม ข้าจึงสนองให้ แต่ในคราวนี้พวกเจ้าต้องเป็นผู้ถูกไล่จับบ้างนะ ลองดูว่าความรู้สึกมันเป็นเช่นไร ตอนที่นางวิ่งหนีหลบซ่อนตัวจากพวกเจ้านางรู้สึกเช่นไร พวกเจ้าจะได้ลิ้มลองดูบ้างยังไงล่ะ”

“แกมันปีศาจ!”

‘ปีศาจ’ แสยะยิ้มก่อนเอ่ยอย่างไม่ยี่หระติดกวนประสาทอย่างตั้งใจ

“นี่พวกเจ้าเพิ่งรู้รึ มนุษย์นี่ความรู้สึกช้ากันทุกคนเลยรึยังไง”

พูดไปก็อดจะนึกถึงคนที่หลับตาพริ้มในอ้อมแขนไม่ได้ ครั้งแรกที่เจอกันหญิงสาวก็ไม่ได้ต่างจากเจ้าพวกนี้นัก

“เอาล่ะ เริ่มได้แล้วมั้ง ข้าต้องพาเจ้าสาวกลับไปพักผ่อน ขอให้พวกเจ้าเล่นสนุกกับของขวัญจากข้าก็แล้วกัน”

“เดี๋ยว!!!”

ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อพูดจบร่างของทั้งสองก็หายไปพร้อมกับไอหมอก เหลือทิ้งไว้แค่สุนัขที่น้ำลายสอจ้องไปที่เหยื่ออย่างหิวโหย ภาพท้องถนนเปลี่ยนเป็นภาพของป่ารกทึบที่เงียบสงัดและมืดมิด มีแสงสว่างเล็ดลอดแค่รำไรพร้อมกับผู้ล่า และในค่ำคืนนี้ทั่วทั้งป่าก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องที่ชวนขนหัวลุกและเสียงคำรามของสุนัขเฝ้านรกเท่านั้น

ลูซิเฟอร์มาถึงเมื่อเกมไล่ล่าอันโหดเหี้ยมจบลง ซีเมลคงกลับไปนานแล้ว ดวงตาสีดำสนิทเหมือนหลุมขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่าและมืดมิดมองสภาพที่เละเทะของชิ้นเนื้อและเลือดสีสดที่กระจัดกระจายยังมีสุนัขสีดำตัวใหญ่ที่ยังก้มลงละเลียดหยดเลือดบนใบหญ้าอย่างชอบใจ นั่นทำให้จ้าวแห่งขุมนรกอย่างเขาถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 สุนัขเฝ้านรกที่ถูกสร้างจากเวทย์มนต์งั้นหรือ? น่าขำสิ้นดี เจ้าปีศาจบ้านี่กลัวไม่ได้ใช้พลังรึยังไงกันถึงได้เอามาทำเช่นนี้เพื่อระบายโทสะและเพื่อความสนุกของตัวเอง สุนัขเฝ้าขุมนรกนั้นกำเนิดขึ้นจากวิญญาณของเทพที่กระทำชั่วผิดกฎสวรรค์จึงถูกพิพากษาลงโทษให้กลายเป็นสุนัขเฝ้าขุมนรก แม้จะไม่มีวันตาย แต่ก็ไม่สามารถไปจุติได้อีก ของแบบนี้น่ะ ไม่ใช่ใครก็สร้างขึ้นมาได้ แม้เจ้าตัวข้างหน้าเขานี้จะไม่ใช่สุนัขเฝ้านรกของจริง แต่นี่ก็ใกล้เคียงมาก พลังชีวิตระดับนี้หากปีศาจหรือเทพระดับล่างหรือกลางมาเห็นเข้าคงเข้าใจว่าเป็นสุนัขเฝ้านรกของจริงแน่ ๆ หากเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์ปกติทั่วไปแล้ว การจะสร้างสุนัขเฝ้านรกที่มีพลังชีวิตขนาดนี้คงต้องใช้พลังแทบจะทั้งหมดและอาจต้องใช้เวลาร่ายมนต์นานถึงสองสัปดาห์อย่างต่ำ

แต่ดูเอาเถอะ เจ้าบ้านั่นดันสร้างมาเป็นสิบ ๆ ตัวเพียงเพื่อเล่นสนุก รู้ว่าพลังมหาศาลแต่เอามาใช้แบบนี้มันสร้างปัญหาให้เขาชัด ๆ

ความคิดเห็น