Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 4

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2561 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 4
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 4

          “เดินเร็วๆสิว่ะ” คำสั่งหงุดหงิดของหนึ่งในลูกน้องพ่อค้าทาสดังขึ้นอยู่ทางด้านหลังเมื่อมันต้องคุมตัวผมเพื่อจัดส่งเป็นสินค้า โซ่เหล็กหนาที่ล่ามคอผมไว้ถูกกระตุกอย่างแรงด้วยนิสัยป่าเถื่อนของพวกมันทำให้เรียวขาทั้งสองข้างจำต้องเดินตามอย่างคนว่าง่าย


            ผมไล่สายตาสอดส่องบริเวณโดยรอบเพื่อหาทางหนีทีไล่เพื่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจ จากที่สังเกตดูเหมือนว่าทาสที่ถูกประมูลขายเป็นที่เรียบร้อยจะถูกพามายังด้านหลังของโรงแรมที่ใช้ประมูลเด็กจากสถานสงเคราะห์ ยังโชคดีอยู่บ้างที่เวลานี้เป็นช่วงกลางคืนอีกทั้งยังค่อนข้างมืดและปลอดคน น่าจะพอหนีออกไปได้


            “คุมมันไว้อย่าให้คลาดสายตา รอจนกว่าแก๊งซือหลิวจะมาถึง” น้ำเสียงของครอสดังขึ้นพร้อมกับร่างของมันที่เดินออกมาจากประตูโรงแรม ผมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเกลียดชังหยั่งลึกลงในจิตใจก่อนที่ฝ่ามือหนาของครอสจะเข้ามาจิกกระชากศีรษะผมไว้แน่น


            “โชคร้ายจริงๆพระพาย ฉันเดาไม่ถูกเลยว่านายจะมีชีวิตรอดจนสามารถช่วยน้องชายได้” คำพูดของมันทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากันนิดๆ ผมไม่รู้หรอกว่าใครที่ประมูลตัวผมไป แต่การที่ยอมลงเงินมากมายขนาดนั้นคงไม่ใช่แค่คนธรรมดา


            “หึ! เจ้านายเขาหมายความว่ามึงคงไม่รอดถึงวันพรุ่งนี้” ลูกน้องของครอสที่จับกุมผมไว้พูดบอกหลังจากที่เห็นสีหน้าของผม พวกมันกระตุกยิ้มขึ้นราวกับกำลังเจอเรื่องแสนสนุกพลางหัวเราะลั่นเสียงดังอย่างสะใจ


            “ถ้าผมทำสำเร็จ…”


            “หื้อ!” ครอสเหยียดยิ้มหยุดหัวเราะไปพลางเลิกคิ้วมองหน้าผมนิดๆ


            “ถ้าผมทำสำเร็จจะปล่อยพระจันทร์ไปใช่ไหม” ผมเค้นถามสีหน้าจริงจัง แน่นอนว่าผมไม่มีวันยอมให้ถึงวันนั้นหรอก คืนนี้ผมจะต้องเห็นพวกมันเข้าคุกเข้าตาราง


            “ฉันรักษาคำพูดเสมอพระพาย” คนตรงหน้าตอบพลางปล่อยมือออกจากศีรษะผมแล้วเป็นฝ่ายผละเดินออกไปตรวจเช็คทาสคนอื่นที่ด้านหลังแทน


            “นั่งลง!” เสียงหยาบห้าวของคนที่จับกุมผมดังขึ้นพร้อมกับเท้าของมันที่เตะกระแทกต้นขาบางจนผมต้องทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้


            “อึ่ก!” ผมเอื้อมมือจับที่ด้านหลังต้นขาด้วยความเจ็บนิดๆ แรงเตะเมื่อครู่ไม่ใช่เบาๆเลย แค่จับดูก็รู้ว่ามันต้องช้ำแน่ๆ


            “รออยู่นิ่งๆซะ” ลูกน้องของครอสสั่งผมด้วยท่าทีหงุดหงิดก่อนที่มันจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบแล้วหันไปมองทาสคนอื่นที่โดนจับกุมอยู่ไม่ไกล ผมเงยหน้ามองปลายโซ่ล็อกคอที่ถูกมือหนาจับเอาไว้อย่างใช้ความคิด ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะไล่จับจ้องไปที่มีดพกขนาดเล็กในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าของมันไม่ผละสายตา ผมแค่ต้องรอโอกาสช่วงที่อีกฝ่ายเผลอเท่านั้น


            “เฮ้ย! คุยอะไรกันวะ” น้ำเสียงกระชากจากคนตรงหน้าที่ดังขึ้นพร้อมกับมือของมันที่ถือบุหรี่หันชี้ไปทางทาสที่นั่งอยู่ไม่ไกล


            ผมอาศัยจังหวะที่มันไม่สนใจในตัวผมเอื้อมมือเข้ากระชากมีดพกในกางเกงของมันแล้วตวัดปลายมีดเฉือนเข้าที่ผิวเนื้อแขนจนลูกน้องของครอสต้องปล่อยปลายโซ่ล็อกคอที่ถือไว้แล้วร้องออกมาด้วยความตกใจ


            “ชิท! ไอ้เด็กเลว!” มันหันมามองหน้าผมสีหน้าเดือดดาล ผมไม่คิดจะอยู่รอให้มันจัดการรีบก้าวเท้าวิ่งออกจากที่ตรงนี้อย่างไม่คิดชีวิต ต้องรีบออกไปทางถนนใหญ่ ตรงนั้นมีด่านของตำรวจอยู่


            “มัวทำอะไรอยู่! รีบตามไปสิว่ะ!” เสียงตะโกนของครอสที่ดังตามไล่หลังมาอย่างไม่มีลดละ ผมเร่งก้าวเท้าวิ่งหนีพวกมันไปตามทางมืดๆด้านหน้า เศษหินดินทรายที่บาดฝ่าเท้าเปลือยเปล่าไม่ได้ทำให้ผมคิดจะหยุดแต่อย่างไร ต่อให้เลือดจะไหลหรือมีแผลมากขนาดไหน แต่ผมมีแค่โอกาสเดียวเท่านั้น


            ปัง!


            “หยุดมันไว้!” ครอสออกคำสั่งพลางยิงปืนไล่หลังผมมา หากแต่สองเท้าบางกลับวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไม่คิดหยุดหย่อน ถึงจะตกใจกับเสียงปืนที่มันใช้ขู่เพื่อคร่าชีวิต แต่ถ้าผมหยุดตอนนี้เด็กที่เหลืออยู่คงไม่มีทางรอด


            “อึ่ก! ช่วยด้วย!” ผมตัดสินใจตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ อย่างน้อยถ้ามีตำรวจตั้งด่านตามที่ลุงโสมบอกไว้จริงๆพวกเขาคงได้ยินเสียงของผมแล้วเข้ามาช่วยแน่ๆ


            ปัง!


            “อึ่ก!” เสียงของอาวุธที่ดังคำรามดังขึ้นอีกครั้ง ผมเผลอก้มตัวหยุดชะงักไปนิดก่อนจะก้าวขาวิ่งไปข้างหน้าต่ออย่างไม่ลดละความพยายาม ผมไล่สายตาจับจ้องไปยังทางข้างหน้าไม่คิดหันกลับก่อนจะเจอเข้ากับไฟสีแดงกระพริบพร้อมเสียงรถวิ่งบนถนนที่ทำให้ผมเริ่มมีความหวังขึ้นอีกครั้ง ต้องเป็นตำรวจแน่ๆ เป็นอย่างที่ลุงโสมบอกเอาไว้จริงๆ


            “ช่วยด้วย! ช่วยผมด้วย!” ผมก้าวขาวิ่งอย่างสุดชีวิต ใบหน้าสวยทยอยหันไปมองทางด้านหลังอย่างหวาดระแวงก่อนที่ร่างกายบางจะชนเข้ากับอะไรบางอย่างจนเกือบจะทรุดลงกับพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว


            ตึง!


            “นี่เธอ!” น้ำเสียงทุ้มเข้มฟังดูอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับวงแขนแกร่งที่คว้าจับตัวผมไว้ไม่ให้ล้มกระแทกกับพื้น ผมค่อยๆผินใบหน้าหันไปมองอย่างนึกหวาดกลัวว่าจะเป็นคนของครอส หากแต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้ผมมีความหวังจุดเข้ามาในใจอีกครั้ง เครื่องแบบนี้มัน…


            “คะ คุณตำรวจ” ผมเอ่ยเสียงเรียกคนตรงหน้าเสียงสั่น


            “ครับ! ตำรวจ” ชายในเครื่องแบบยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ผมเอื้อมมือจับต้นแขนคนตรงหน้าความดีใจก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังตัวเองนิดๆ


            “ช่วยผมด้วย”


            “ครับ?”


            “ไม่มีเวลาแล้ว! ที่ข้างหลังผมมีโรงแรมที่พวกพ่อค้าทาสใช้ขายเด็กหลายสิบคน มันเป็นคดีค้ามนุษย์ ช่วยผมด้วยได้โปรด!” ผมไม่มีเวลาพูดมากทำเพลงอะไร ที่ทำได้ตอนนี้คือพยายามรวบรวมสติแล้วบอกความจริงทั้งหมดให้กับตำรวจตรงหน้า หากแต่ใบหน้าคมเข้มของคนในเครื่องแบบกลับมองผมเหมือนไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร


            “เชื่อผมสิ!” ผมเขย่าแขนคนตรงหน้าพลางเผลอตะคอกขึ้นมาด้วยความเป็นกังวล แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มหยันบนมุมปากของผู้ชายในเครื่องแบบเท่านั้น


            “ผมก็อยากช่วยนะครับ”


            ปัง!


            “ฮึก!”


            “แต่ผมดันไม่ใช่พวกรักความยุติธรรมนี่สิ” ชายตำรวจตรงหน้าพูดต่อพร้อมกับวงแขนแกร่งที่คว้าจับร่างผมไว้ไม่ให้ทรุดไปตามแรงโน้มถ่วง


            “ทะ ทำไม” ผมเค้นเสียงถามอีกฝ่ายด้วยร่างกายที่หนักอึ้ง 


            เมื่อกี้ผมได้ยิงเสียงปืน! 


            เสียงปืนที่มาพร้อมกับความหนักอึ้งของร่างกายทำให้ผมก้มมองร่างปวกเปียกของตัวเองที่มีหยาดเลือดสีแดงฉานซึมออกมาจากเศษผ้าสกปรกที่คลุมร่างกายบอบบาง ผมเงยหน้ามองคุณตำรวจที่โอบกอดผมไว้ด้วยใบหน้าซีดเผือกราวกับตั้งคำถาม ก่อนที่รอยยิ้มร้ายของคนตรงหน้านั้นจะให้คำตอบผมได้เป็นอย่างดี


            “ตามนั้นครับ” คำพูดของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบคือสิ่งสุดท้ายที่ผมรับรู้ เปลือกตาทั้งสองข้างค่อยๆพับปิดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ทั่วทั้งร่างมันไม่รู้สึกอะไรเลย ที่รู้สึกคงมีแค่ความเจ็บในใจที่ความหวังหนึ่งเดียวถูกพังทลายลง


..

..


JISUS PART

          “อ่า! มึงยิงเขาแบบนี้กูก็แย่สิจี” น้ำเสียงยียวนของชายในเครื่องแบบไม่ได้ทำให้หัวหน้าแก๊งซือหลิวรู้สึกสนใจแต่อย่างใด สิ่งที่เขาจ้องมองมีเพียงแค่ร่างบอบบางที่อยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายเท่านั้น


            “นั่นมันเรื่องของมึง ไม่ใช่เรื่องของกู” คนร่างสูงตอบกลับก่อนจะยื่นปืนในมือให้ฟูหลงที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทาสราคาเจ็ดสิบล้านของตน


            “เด็กนี่ใคร” ตำรวจหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย


            “ทาสที่กูเพิ่งประมูล”


            “หื้ม! น่าแปลกใจจริงๆที่มึงประมูลทาส” คำพูดที่ดังขึ้นทำให้หัวหน้าซือหลิวตวัดตามองเพียงนิด ก่อนที่สองมือแกร่งจะเอื้อมคว้าร่างไร้สติในอ้อมแขนของอีกฝ่ายขึ้นมาช้อนอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของตน


            “หยวน หยางเกอ”


            “หื้อ!” คนตรงหน้าขานรับพร้อมรอยยิ้มบนมุมปาก


            “แต่งตัวบ้าอะไร” คำถามของจีซัสทำให้คู่สนทนาที่ยืนอยู่หลุดหัวเราะขำออกมาราวกับกำลังรอคอยประโยคนี้จากคนร่างสูง เจ้าตัวยกยิ้มพลางหมุนร่างกายตัวเองให้จีซัสดูอย่างนึกเชยชมก่อนจะหยิบบัตรเจ้าหน้าที่ในกระเป๋าเสื้อของตนขึ้นมาชูไว้


            “ตำรวจไงจี ตำรวจสากลด้วย”


            “กูไม่ได้โง่” จีซัสหรี่ตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์


            “กูแค่อยากหาอะไรทำแก้เซ็ง”


            “จะยังไงก็ช่าง อย่าให้เดือดร้อนมาถึงกู” คำสั่งเรียบนิ่งแต่ได้ใจความของหัวหน้าแก๊งซือหลิวทำให้อีกฝ่ายเพียงแค่ยักไหล่ยิ้มรับเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองชายหนุ่มร่างบอบบางที่กำลังอาบเลือดในอ้อมแขนของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นด้วยความสงสัย


            “มึงคงไม่ได้คิดจะฆ่าเขาจริงๆใช่ไหมจี”


            “ไม่ใช่เรื่องของมึงหยวน หยางเกอ” จีซัสตอบกลับเสียงเรียบก่อนที่ฝีเท้าของพวกพ่อค้าทาสจะวิ่งมาทางด้านหลัง ครอสไล่สายตามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเดินถือกุญแจเข้ามาหาหัวหน้าแก๊งมาเฟีย


            “กุญแจปลดล็อกโซ่ เขาเป็นของคุณแล้ว” ครอสว่าพางยื่นลูกกุญแจในมือให้คนร่างสูง จีซัสปรายตามองนิดหน่อยก่อนจะหันไปทางฟูหลงเพื่อออกคำสั่ง


            “ฟูหลงปลดล็อกโซ่ที่คอทาสฉันที…” ว่าพลางหันไปสบตากับพ่อค้าทาสด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “มันไม่จำเป็น”


            “ครับ” ฟูหลงรับคำก่อนจะเดินมาหยิบกุญแจจากมือของครอสเพื่อทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย จีซัสเหยียดยิ้มขึ้นนิดหน่อยก่อนจะเป็นฝ่ายพลิกตัวหันหลังเตรียมจะเดินกลับพร้อมร่างในอ้อมแขน


            “หยางเกอดูเหมือนพวกตำรวจจะใกล้เข้ามาแล้วนะ” หัวหน้าแก๊งซือหลิวพูดบอกอย่างไม่คิดใส่ใจ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากถนนใหญ่ คงเป็นพวกตำรวจที่มาตั้งด่านแล้วได้ยินเสียงปืน


            “ไม่ต้องห่วง! เดี๋ยวหยางเกอคนนี้จัดการให้” หยวน หยางเกอในชุดเครื่องแบบของความยุติธรรมตอบกลับก่อนจะยกยิ้มมองส่งเพื่อนของตนเดินไปพร้อมกับร่างบอบบางในมือ


            ตั้งแต่ที่รู้จักกันมาเขาไม่เคยเห็นจีซัสจะสนใจทาสคนไหน นี่ถ้าไม่ติดว่าตัวเองกำลังเล่นปลอมตัวอยู่เขาคงเลือกแอบตามดูหัวหน้าแก๊งซือหลิวเล่นสนุกกับทาสในมือเสียดีกว่า


            “ฝากด้วย” จบคำพูดทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ทยอยหายไปราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น


            เหล่าตำรวจที่ตั้งด่านอยู่ข้างถนนตรงเข้ามาในจุดเกิดเหตุเหมือนที่จีซัสพูดเอาไว้ไม่มีผิด โชคร้ายที่หัวหน้างานในครั้งนี้คือหยวน หยางเกอ อย่าว่าแต่เจ้าที่ตำรวจเลยแค่หนูสักตัวเขาก็จะไม่ให้ย่างเท้าเข้ามาถึงที่นี่


………………………………………………..........................................

นุ้งพายยยยยยยย น้องโดนยิงแล้วแกรรรรรร!!

ทำไมไรท์สะใจได้ขนาดนี้ รู้สึกเลวว 55555555

บอกก่อนเลยนะตัวเอง นิยายเรื่องนี้มีไม่มีคำว่าปราณีนะเห้ยยย จีซัสโหดยิ่งกว่านี้ด้วยซ้ำ แค่ยิงอ่ะเบๆพวก!!

เจอกันตอนหน้า จะมาอัพวันเสาร์ที่ 16 เวลา 2 ทุ่ม มาเร็วหน่อยสักชั่วโมงฮ่าๆๆๆ

..

..

To Be Continued

ความคิดเห็น