facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 14 : เปิดศึกกับศัตรู nc นิดๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 : เปิดศึกกับศัตรู nc นิดๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 168.9k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2563 09:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 : เปิดศึกกับศัตรู nc นิดๆ
แบบอักษร

@  โกดังร้าง 88  นอกเขตเมือง

อิทธิและลูกน้องมาถึงก่อนเวลานัดจริงๆ  ซึ่งก็มาจอดรถแล้วนั่งรออยู่ด้านในให้ลูกน้อง

ไปเดินตระเวนรอบๆเผื่อพบสิ่งผิดสังเกต  และเวลา 18.50 รถตู้สีขาวพร้อมรถหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอด

นายใหญ่ของทั้งคู่จึงลงจากรถมาเจอกันในพื้นที่ตรงกลาง

“  หึ!  ว่าไงไอ้เด็กเมื่อวานซืน  ”     ชายวัยราวๆ 65 ทักทายมาเฟียหนุ่มอย่างอิทธิ

“  ถึงผมจะเป็นเด็กเมื่อวานซืน  แต่ก็น่าจะทำอะไรได้มากกว่าผู้ใหญ่บางคน ”     อิทธิตอบกลับเฉลิม

“  ที่ลอบกัดคนอื่นนั่นเหรอวะ  ”        ลูกน้องมือขวาของเฉลิมพูดขึ้นอย่างยิ้มๆ

“  โนวๆ ด้อนเซไลค์แดท  จะว่าลอบกัดมันก็เหมือนกันทั้งคู่แหละวะ  ”     กาเบียลขอพูดบ้าง

“  ชู่ววววว!  ไอ้เหม็งอย่าไปต่อกรกับกาเบียลเลย  ”       เฉลิมหันไปสั่งกับลูกน้องอย่างกวนๆ

“  คุณมีอะไรจะคุยกับนายผมก็รีบพูดมา อย่ามาอ้อมค้อม  ”       กรรณเอ่ยออกไปอย่างจริงจัง

“  ลูกกูนอนอยู่ไอซียูที่โรงพยาบาลยังไม่ฟื้น  มึงจะเล่นอะไรกับกูก็ได้ทำไมต้องทำลูกกู

เจ็บปางตายด้วยวะ หึ! คิดว่ามึงไม่มีจุดอ่อนทำให้กูเล่นงานมึงลำบากนักใช่มั้ยไอ้เด็กขาดความอบอุ่นจากแม่

อิทธิกำมือแน่นแล้วหยิบปืนที่เอวชี้ไปที่เฉลิม เมื่อได้ยินคำว่าเด็กขาดความอบอุ่นจากแม่

จนลูกน้องทั้งสองฝ่ายต่างชูปืนจ่อไปทางฝ่ายตรงข้ามตัวเองกันทุกคน

“  ลูกมึงนอนไอซียูยังน้อยไป  พวกของมึงไม่ใช่เหรอที่ทำให้กูต้องขาดความอบอุ่นจากแม่

แล้วยังไงเหรอ ขาดความอบอุ่นจากแม่นี่มันทำให้กูต่างจากมึงตรงไหน  บางทีมันอาจจะทำให้กูแกร่งกว่ามึงด้วยซ้ำ ”

“  แกร่งกว่าเหรอ  ถุ้ยยย!!  กูก็อยากรู้ว่ามันจะแกร่งอย่างที่ปากว่ารึเปล่า  ”

เฉลิมถุยน้ำลายลงอย่างเย้ยหยันพลางมองอิทธิด้วยสายตาดูถูก

“   เอ้า!  ได้สิ  แล้วมึงจะได้รู้  ว่ากูหรือมึงที่มันจะอยู่ในเส้นทางนี้ได้นานกว่ากัน  ”  อิทธิประกาศกร้าว

“  หึๆๆ  ”   กาเบียลชอบใจและเห็นด้วยกับนายตัวเอง

“  ฮ่าๆๆ เดี๋ยวมึงก็รู้ไอ้เด็กหัดเล่นเกม  ”        เฉลิมก็ไม่น้อยหน้าหัวเราะออกมาเสียงดัง

“   เฮ้ยยยย  กลับบบบ  ”

สิ้นสุดเสียงของเหม็งมือขวาของเฉลิม  ลูกน้องของเฉลิมก็พากันขึ้นขึ้นรถตู้ 2 – 3 คันรถ

ขับตามนายไปติดๆ เหลือแต่อิทธิและลูกน้องเท่านั้นที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

ปั้งงงงงงงงง

ปั้งงงงงงงงงงง

ปั้งงงงงงงงงง

เสียงปืนดังหลายนัดจากกระบอกในมือของอิทธิที่ยิงระบายอารมณ์จากความเครียดกับสิ่งที่เฉลิมพูดเมื่อครู่

“   เครียดทำไมล่ะครับนาย  หาไรทำสนุกๆไม่ดีกว่าเหรอ  ”      กรรณเดินเข้าไปบอกให้นายใจเย็นลง

“  เก็บกระสุนไว้อุดปากหมาดีกว่า  ไหนๆมันก็มาเปิดศึกกับเราแบบนี้ละ  ”

กาเบียลแบมือขอปืนจากมือนายคืน  แต่อิทธิยื่นกระบอกปืนให้กรรณแล้วก็เดินขึ้นรถไปแบบเงียบๆ

ไม่พูดไม่จาอะไรกับใครอีก จนรถแล่นออกมาเรื่อยๆ และแล้วก็มีสถานการณ์บางอย่างที่แปลกๆเกิดขึ้น

“  กรรณมึงโทรตามลูกน้องให้เอารถมาที่จุด D  เร็ว!!!  ”

กาเบียลสั่งกรรณเริ่มทำตามแผนเพราะรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นในไม่กี่นาทีในภายภาคหน้านี้

“  ครับพี่   ”                     กรรณกดโทรศัพท์ตามที่กาเบียลสั่ง

“  นายครับ...ผมว่าพวกมันดักรอเราอยู่หลายทาง  ”        ลูกน้องข้างคนขับหันมาบอกกับนาย

“  หึๆๆ  เอาเลยดิ  ปากบอกกูรอบกัด ล่อกูมาไกลขนาดนี้ พอประกาศศึก แม่งก็ซุ่มโจมตีกูเชียว

เอาปืนมาให้กู!!!  ”          อิทธิอารมณ์ฉุนขออาวุธคู่กายพร้อมที่จะสู้อย่างไม่ถอย

“  นี่ครับนาย  รถจุด D พร้อมแล้วนะครับ  ”        กรรณยื่นปืนให้นาย

“  คนขับมึงรู้ใช่มั้ยว่าต้องทำยังไง  ”          กาเบียลได้คุยกับคนขับสำหรับแผนไว้แล้ว

“  ครับพี่  ”

“  ซุ่มทำเหี้ยไร ไม่จู่โจมกันออกมาซักที  ”        อิทธิบ่นแล้วนั่งพิงเบาะอย่างชิวๆ

“  คนของเราพร้อมแล้วครับ  ”

“  ผมนับ 1 – 3  พี่ขับบุกเข้าไปได้เลย  ”   กรรณชี้แจงเมื่อเห็นทุกอย่างพร้อมและเพื่อ

ความปลอดภัยของนาย แต่ดูเหมือนคนเป็นนายจะบุกอย่างเดียวไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นๆที่จะเกิดขึ้นเท่าไหร่นัก

“  ไม่ต้องนับห่าไรละ  ขับไปเลย  ”     รถของอิทธิขับตรงไปตามเดินเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แล้วเมื่อพอถึงแยก   บึ้มมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!   ระเบิดลูกหนึ่งก็แผลงฤทธิ์ออกมาทั้งควัน

และเศษอะไรต่างๆลอยคลุ้ง  แต่ไม่สามารถทำให้กระจกรถอิทธิแตกได้เนื่องจากสั่งทำเป็นพิเศษ

และคนขับเองก็ฝึกฝนการขับวิบากมาแล้วก่อนที่จะมาปฏิบัติงานให้อิทธิ

“  ขับต่อไป!!  เร็วอีกกกกก  ”          กาเบียลตะโกนสั่งพร้อมมองออกไปทุกทาง

ปั้งงงงงงง    ปั้งงงงงงงงงงง

ปั้งงงงงๆๆๆๆ   ปั้งงงงงงงงงงงงงง

กระสุนถูกสาดกันสนั่นระหว่างลูกน้องแต่ละฝั่ง จนทำให้มีคนพลาดนอนแน่นิ่งกับพื้น

อิทธิมองเห็นลูกน้องตัวเองโดนแบบนั้นจึงสั่งให้เปิดประตูรถ แล้วรีบลงจากรถไปสู้กันซึ่งๆหน้า

ไม่ปล่อยลูกน้องตัวเองเผชิญลำพัง

ปั้งงงงงงงงงงง   ปั้งงงงงงงงง

โอ๊ยยยยย

ปั้งงงงงง            ปั้งงงงงงงงงงงงงงงง

“  นาย!  พวกมันเยอะกว่าเห็นๆ  ”       กาเบียลรีบวิ่งมาคอยคุ้มกันนายไม่ให้ห่าง

“  เฮ้ย!!  ใครรอดไปได้กูมีโบนัสให้  ”

มาเฟียกระตุ้นลูกน้องตัวเอง ทำให้ฮึ้ดสู้ เพื่อนายและเพื่อเงินที่นายจะให้มากขึ้น

ปั้งงงงงงงงงง          ปั้งงงงงงงงงงงงง

ปั้งงงงงงงงงงงง        โอ๊ยยยยยย   อ๊ากกกกกกกก

“  พวกเรามาเพิ่มทางหลังพวกมันแล้ว ”

“  พวกผมจัดการได้  นายไปที่จุด D ครับ  ”      ลูกน้องบอกกับนายอย่างแน่ใจว่าสู้ไหวให้นายหนีไป

“  นายไปที่จุด D  เดี๋ยวนี้ครับ  ”     กรรณบอกกับนายย้ำเห็นว่านายยังคงไม่ยอมไปไหน

ปั้งงงงงงงงงงงง              ปั้งงงงงงงงงงงงง

ปั้งงงงงงงงงงงงงงงงงง           ปั้งๆๆๆๆๆๆๆ

“  นาย!!  ผมจะจัดการทางนี้เอง กลับไปก่อน  ”       กาเบียลหันมาพูดดุๆกับนายตัวเอง

“  เออๆๆ  ”

“  มึงไปคุ้มกันนาย กรรณ!  ทางนี้กูไหว  ”       ผมพอจะมองเห็นว่าลูกน้องตัวเองมาเยอะขึ้น

เลยยอมวิ่งออกมาทางจุด  D  ที่วางกันไว้ซึ่งกรรณก็วิ่งตามมาติดๆพร้อมลูกน้องอีก 2 คนคอยคุ้มกัน

และเหมือนผมจะเห็นอะไรบางอย่าง

ปั้งงงงงงงงงงงง                  ปั้งงงงงงงงงงงงงงง           ปั้งงงงงงงงงงงงงงง

“  หึ โอ๊ย!!  ”         เหม็งมือขวาเฉลิมร้องดังลั่นมองปืนที่หล่นไปกองอยู่ที่พื้น

“  กูเอง!  ”

อิทธิยิงปืนในมือเหม็งจนเฉียดมือเค้าไปนิดๆ เลือดไหลซิบๆแล้วก็ยื่นปืนตัวเองให้กับกรรณ

จากนั้นก็ถลกแขนเสื้อเดินเข้าไปตั้งกาดพร้อมจะไฟท์กับมือขวาของศัตรูที่เคยปราม่าตนมาแล้วหลายหน

“  เข้ามา  ก็อยากจะรู้นัก จะแค่ไหนกันเชียว  ”

อิทธิเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเหม็ง   ทำให้เหม็งสวนหมัดขวาเข้ามาที่หน้าอิทธิ แต่หลบได้ทัน

แล้วใช้แข้งขวาตัวเองยันไปที่ท้องเหม็งอย่างแรง   พั้วว!!!!!  เหม็งเซนิดหน่อย  อิทธิจึงมองแล้ว

ยิ้มมุมปากแสดงความเหนือกว่า  และการที่อิทธิยิ้มทำให้เหม็งคิดว่าอิทธิเยาะเย้ยจึงรีบปลี่เข้าไป

แลกหมัดกันคนละทีสองทีกับอิทธิ  จนเลือดกกปากกันทั้งคู่ โดยเฉพาะเหม็งที่จมูกแตกเลือดเกราะจนน่ากลัว

แต่อิทธิยังไม่หยุด  พัวะ!!  โอ้!!!

“  ก็ไม่เท่าไรนี่  ”

เหม็งสบถออกมาเมื่อต่อยโดนอิทธิจังๆ  ทำให้อิทธิเป็นฝ่ายเข้าหาเหม็งคืนบ้าง  ชกหลอก

ไปที่ด้านซ้ายก่อนที่จะชกจริงทางขวาอย่างแรง  ขาก็เตะกวาดขาเหม็งจนล้มลงกองที่พื้น

อ้า!! อิทธิไม่รอช้ากระทืบไปที่ท้องของเหม็งอยู่หลายต่อหลายทีจนเหม็งจุกงอตัวหมดท่า

“  ตีนกูรสชาติเป็นไงวะ!!  ”    อิทธิถามทั้งๆที่เท้ายังเหยียบที่ท้องของเหม็ง  แต่เหม็งไม่ตอบกลับ

ทื้บบบบบบบบบ   ทื้บบบบบบบบ

อ้า   แค่กๆๆ

“  กรรณ!  เอาปืนมา  ”  มือซ้ายของมาเฟียหนุ่มยื่นปืนให้ มาเฟียหนุ่มจึงชี้จ่อที่คนใต้เท้าของตัวเอง

“  ไปไหนกันหมดวะ!!  มาช่วยกูที  ”      เหม็งรวบรวมกำลังที่เหลือตะโกนออกไปเสียงดัง

“  นาย!  พวกมันกำลังมา  ”      และเมื่อได้ยินเสียงเท้าคนกำลังวิ่งมากรรณจึงรีบเตือนนายที่มัวแต่เล่นสนุก

“  กูไม่ยิงมึงหรอกเหม็ง  กูไม่รังแกคนไม่มีทางสู้ว่ะ  ”

ปั้งงงงงงงงงงงงงง   พลุ!!  กระสุนถูกยิงมาจากด้านข้างเฉี่ยวแขนอิทธิจนเลือดสาดออกมา

ลูกน้องอิทธิรีบเข้ามาประชิดตัวนาย แล้วคุ้มกันไว้ พร้อมบอกให้นายรีบวิ่งไปที่จุด D  เพื่อขึ้นรถ

“  เร็วครับ!!  ”        ลูกน้องมาเฟียบอกกับนาย

“  ลูกพี่!!  ”    ลูกน้องเฉลิมวิ่งมาเห็นสภาพเหม็งนอนนิ่งอยู่ที่พื้นก็ร้องเรียกเสียงดัง

“  ไว้มาดวลตีนกับกูใหม่นะ  ”

พลั้วะ!!

อิทธิเตะยอดหน้าเหม็งจนสลบคาตีน  แล้วก็รีบเดินตามแรงลากของกรรณไปยังจุด Dตามแผนของกาเบียล

ระหว่างทางก็ต้องวิ่งหลบกระสุนของพวกลูกน้องฝั่งตรงข้ามไปเรื่อยๆ จนมาถึงรถที่จอดรออยู่

“  นาย...เป็นไรมากมั้ยครับ  ”        กรรณถามเพราะเลือดที่แขนนายมีเลือดแดงเต็มไปหมด

“  เฉียดๆ  มึงอ่าห้ามเลือดก่อนมั้ย  ”

กรรณมองแขนตัวเองที่โดนยิงมาเต็มๆเช่นกัน  แต่ก็ไม่ได้สนใจตัวเองมากกว่านาย

“  ไปโรงพยาบาลมั้ยครับ  ”

“  ไอ้ควาย ไปให้เค้าแตกตื่นเหรอ ตำรวจมาสัมภาษณ์กูอีก  ”        อิทธิด่าลูกน้องกลับไป

“  รีบขับกลับบ้านไปให้เร็วที่สุด  ”      กรรณจึงสั่งคนขับเอง

“  เอารถอะไรมารับกูเนี่ย  ร้อนสัส!!  ”

“  มันจะได้ไม่เป็นที่สังเกตไงครับนาย  ”

อิทธิกำลังนั่งอยู่ในรถเก่าๆคันหนึ่งแอร์ก็ไม่เย็น เบาะก็ขาดๆมีแค่ลูกน้องที่ขับและนั่งข้างคนขับ

ส่วนตัวเองนั่งอยู่ด้านหลังกับมือซ้ายตัวเองแค่นั้น รถก็ติดๆดับๆกว่าจะมาถึงบ้าน อีกทั้งยังมาทางลัด

บุกป่าฝ่าดงไฟสลัวๆอีก

“  ใครเปิดประตูบ้าน ผมยังไม่บอกป้าภาเลย  ”      ลูกน้องเอ่ยขึ้นเมื่อรถขับมาถึงหน้าบ้าน

แต่ยังไม่ทันบอกให้คนในบ้านมาเปิดประตู สร้างความผิดสังเกต กรรณจึงอาสาลงไปดูพร้อมถือปืนย่องๆ

ดูรอบๆจน ประตูใหญ่เปิดจนหมดจึงเห็นวีนั่งอยู่บนบันไดทางลงบ้าน ชะเง้อมองมาข้างหน้าอย่างนิ่งเฉย

กรรณจึงหันไปโบกมือให้คนขับ ขับเข้ามาได้ แล้วรถก็มาจอดเทียบหน้าบ้าน

“  กรรณ!  โดนยิงเหรอ  ”   ร่างบางเห็นแผลที่ไหล่กรรณจึงรีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ เกาะแกะไม่ห่าง

ทำเอาคนที่ลงมาจากรถอีกคนเห็นยืนจ้องตาเขม็ง  แล้วก็รีบเดินผ่านขึ้นบันไดบ้านไปเลยในทันที

“  ไม่เป็นไรมากหรอก  ไปดูนายนู้น!!  ”

วีรีบเดินตามนายเข้ามาแล้วก็มองที่แขนนายเห็นมีเลือดไหลอยู่เช่นกันจึงรีบเข้าไปหา

แต่คนเป็นนายอิทธิไม่ฟังทั้งยังเดินขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานเลย  ทำให้วีรีบวิ่งตามมาแล้วก็

เอามือดันประตูไว้ก่อนที่มันจะปิดซะก่อน  จนอิทธิปล่อยประตูยอมให้วีเข้ามาข้างใน

“  มีอะไร ”

“  นาย...นายโดนยิงเหรอ   ”  ร่างบางถามแล้วก็เดินมาดูที่แขนของอิทธิใกล้ๆ

แต่อิทธิไม่ตอบยื่นนิ่งหน้าบึ้งตึงมองไปอีกทางอย่างไม่สนใจ

“  ผมทำแผลให้นะ  หรือว่าจะให้โทรเรียกรถพยาบาลดี  เลือดไหลเยอะเลยเนี่ย ”

“  ไม่ต้อง!  มึงไปห่วงไอ้กรรณนู้น ”

“  อะไร  แล้วทำไมผมต้องไปห่วงกรรณด้วย  ”      อิทธิไม่ตอบพร้อมเมินหน้าหนี

“  ปลดล็อกประตูให้หน่อย  ”   ร่างบางสั่งอิทธิ  ซึ่งก็ยอมกดให้แล้ว

ร่างบางก็เดินออกจากประตูนั้นไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลจากด้านล่างเดินขึ้นมา

จากนั้นก็เดินตามอิทธิติดๆ ไปจนอิทธิเข้าไปในห้องนอน  วีก็รีบแทรกตัวเข้าตามไปด้วย

“  วี!  ตามกูมาทำไม  ”

“  ทำแผลก่อน เดี๋ยวเลือดหมดตัวหรอก  ”       ร่างบางตาสนใจแต่กับแผลที่แขนของนาย

“  กูไม่มีอารมณ์มาทะเลาะด้วยหรอกนะ  ”     อิทธิยังคงเครียดกับสิ่งที่เจอและได้ยินมาในวันนี้

“  ผมไม่ได้จะทำให้นายหงุดหงิด  ขอผมทำแผลก่อนนะ  ”

“  ออกไป!!   ”

“  ไม่ออก  นาย...ผมขอทำแผลให้นายก่อน  ”

ร่างบางยังคงดื้อรั้นถึงแม้ว่าจะโดนไล่เสียงดังแต่ก็จะยืนยันที่จะทำแผลให้ได้

“  ถ้ามึงไม่ออกไป  กูจะสั่งทำโทษมึง  ”

วีรธัชชะงักไปนิดๆ  แต่ก็ไม่ได้ลดละความตั้งใจ เดินเข้าไปวางกล่องปฐมพยาบาลที่โต๊ะ

จนอิทธิถอนหายใจแล้วก็ปิดประตูกดล็อกไป จากนั้นก็เดินมานั่งลงปลายเตียง

“  นั่งนิ่งๆนะจะห้ามเลือดให้ก่อน  ”     ร่างบางเห็นว่านายนั่งแล้วจึงเดินเข้ามาทำแผลให้

“  ไม่กลัวเลือดรึไง  ”     อิทธิถามขณะร่างบางกำลังเช็ดเลือดออกไปบ้าง

“  ไม่!  ทำไมต้องกลัว  ”

“  กลัวโดนยิงมั้ย  แล้วกลัวตายรึเปล่า  ”

“  ถามทำไมเนี่ย นายจะฆ่าผมเหรอ  ”     ร่างบางเบนสายตาจากแผลมาที่หน้านาย

ผมถามคนที่หน้าดูจริงจังกับการห้ามเลือดผมที่แขน ก็ไม่รู้ทำไมถึงถามไปแบบนั้น

“  ถามไปงั้น!!

“  ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแหละ  คนเราถ้าจะตายก็ต้องตายไม่โดนฆ่าตาย ก็ทำตัวเองตาย

แต่ยังไงซักวันก็ต้องตายป่ะ แก่ตายยังมี กลัวทำไม  ”

“  เจ็บล่ะ ก่อนตายมึงก็ต้องเจ็บ  ”

“  เจ็บตัวเดี๋ยวก็หาย  เจ็บใจนี่สิหายยากนะ มันต้องใช้เวลา  ”

“  อือ ไม่ว่าเวลานานเท่าไหร่ แม่งก็ไม่ได้ทำให้หายเจ็บได้เลย  ”   อิทธิพูดแล้วเหม่อลอยไป

“  นายหมายถึงเรื่องอะไรอ่า  ถ้านายเครียดหรืออยากระบาย  บอกผมได้นะ ผมอยากช่วยนาย...  ”

ผมมองคนที่นั่งจับแขนผมอยู่  แววตาซื่อๆและคำพูดของเค้าช่างใสบริสุทธิ์นัก  ผมค่อยๆขยับ

ใบหน้าเข้ามาใกล้ๆหน้าของเค้าเรื่อยๆจนปากของผมงับเข้าไปที่ปากของเค้าอย่างเบาๆ บดอยู่ที่ริมฝีปากบางๆ

ดูดเม้มดึง จนมือโอบไปจับท้ายทอยของเค้ายึดไว้ แล้วสอดลิ้นเข้าไปข้างในปากอุ่นๆนั้นหยอกล้อกับลิ้น

ซึ่งกันและกันอย่างนุ่มนวล

อิทปล่อยให้ปากวีเป็นอิสระ  แล้วก็ก้มลงไปซุกไซร้สูดดมอยู่ที่คอของวีแทนทั้งหอม จูบ

ขบจนเกิดรอยแดง  จากนั้นก็เปลี่ยนไปอีกข้างทำเช่นเดียวกันพอทำกับคอจนพอใจแล้ว  อิทธิจึงผลัก

ให้วีนอนลงกับเตียงแล้วตนก็ก้มลงไปดอมดมซุกไซร้ที่ตัววีอีกครั้ง  จนเลิกเสื้อวีขึ้นเลียยอดอกชมพูๆ

ที่ชูตั้งเมื่อถูกปลุกอารมณ์

ก๊อกๆๆ

อิทธิเงยหน้าจากอกขาวๆแล้วก็มองไปที่ประตู  คว้ารีโมตกดปลดล็อก วีรีบลุกจากเตียง

เดินไปเปิดประตูออก  เป็นกรรณที่ยืนอยู่หน้าห้องแล้วหันมาบอกกับนาย อิทธิจึงให้เข้ามา

กรรณเข้ามาแจ้งนายว่าอาหมอ หมอประจำตระกูลมาถึงแล้ว พลางมองไปเห็นคนที่อยู่กับนาย

ในห้องที่เสื้อยับดูไม่เป็นทรง แถมที่คอยังมีรอยแดงด้วยจึงเข้าใจว่ามาขัดจังหวะนาย เลยก้มหัว

แล้วรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

“  เอ่อ...นายไปหาหมอเถอะครับ  ”       ร่างบางบอกกับคนที่เดินมาหยุดตรงหน้า

“  อือ  ”   ผมตอบรับเค้าไปแล้วก็คิดว่า ไอ้กรรณนะไอ้กรรณ  เอาอีกแล้วมึง  กูกำลังจะได้ปลดปล่อย

ผมบ่นในใจแล้วก็เดินลงมาข้างล่าง เห็นอาหมอนั่งกับหมอที่เป็นภรรยาคุยกันอยู่หน้าตาเริงรื่น

“  ลูกน้องเรานี่เป็นอะไร  กระสุนอยู่ในแขน บอกให้นายทำก่อน  ”

อาหมอบ่นกับอิทธิทันทีที่เดินมาถึงและอิทธิก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้อาหมอและภรรยาหมอ

ของเค้าเนื่องจากเป็นเพื่อนคนหนึ่งของพ่อ

“  มันอยากตายไว ช่างหัวมันอา  ”

“  หืมม?  ใครห้ามเลือดให้ล่ะเนี่ย  ”

พออิทธินั่งอาหมอก็เข้ามาเห็นร่องรอยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปแล้วจึงเกิดความสงสัย

“  เอ๊! หรือว่ามีแฟนแล้วนะ ”

“  ไม่มีหรอกอา  นู้นไอ้นู้นมันทำให้ ชื่อวี  ”

วียกมือไหว้หมอทั้งสองคนแล้วก็ไปยืนข้างๆลูกน้องนายที่ยืนรอกันอยู่

“ คุณไปทำแผลให้กรรณเลยก็ได้ นี่ทางนี้นิดเดียว  ”       อาหมอบอกกับภรรยาตัวเอง

“  ได้ๆ มากรรณ หมอจะผ่ากระสุนออกให้  ”

วียืนมองทั้งนายที่กำลังทำแผล แล้วก็กรรณที่กำลังโดนกรีดเนื้อเพื่อเอากระสุนออก เลือดไหลนอง

เต็มภาชนะที่ลองเลย  คงจะเจ็บกันน่าดูเลย  แต่นายเสร็จก่อนเพราะโดนแค่เฉียดๆ

“  กาเบียลยังไม่กลับเหรอ ”

“  กาเบียลถูกยิงที่ท้อง  อาผ่ากระสุนออกให้แล้วนอนพักอยู่ที่ห้องน่ะ  ”

อิทธิกำหมัดแน่นเมื่อรู้ว่าเฉลิมทำลูกน้องตนเจ็บทำให้ยิ่งแค้นเฉลิมเข้าไปใหญ่ที่เล่นงานตนได้ถึงเพียงนี้เชียว

 

 

 

 

 

วันนี้ลงให้ 2 ตอนเลย เพราะเม้นท์เยอะหลายตอนแล้ว 5555

ขอบคุณสำหรับเม้นท์และกดถูกใจนะจ้ะ

เม้นท์มาอีกๆ เรื่อยๆ ชอบๆ รักเลย

สำหรับบางเม้นท์ที่บอกว่าจะจบยังไง  เอ่อ....คืออยากให้จบละหรอ

ยังมีไม่กี่ตอนเอง  หรือว่าเบื่อกันแล้ว  แล้วก็เหมือนแบบอยากให้มีคู่รอง

อยากให้กาเบียลคู่กรรณ  จะดีหรอจ้ะ  แต่ไรท์จะพิจารณาดูอีกทีนะ

แท๊งคิ่วววววววว  เวรี่มัช  เอฟวรี่บอดี  ลัฟยูออล  หว่ออ้ายหนี่ อิอิ

ความคิดเห็น