YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 18.1]

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2561 16:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 18.1]
แบบอักษร

คนโปรด 18.1

ช่วงที่ผมอายุ 18 ปี ผมกำลังเรียนไฮสคูลปี2ที่อังกฤษ ไอ้ทศที่ไม่ได้เข้าศึกษาต่อที่ไหน อยู่ๆก็มาบอกผมว่าจะไม่มาอังกฤษสักพักใหญ่ เพราะมันจะไปตามหาแม่ที่ประเทศไทย

ผมรู้สึกเคว้งทันที เพราะไอ้ทศเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของผม  แม้มันจะไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนผม แต่ไอ้ทศก็จะคอยวนเวียนอยู่ใกล้ตัวผมเสมอตั้งแต่มันพาผมออกมาจากไอ้เหี้ยนั่นแล้ว พอมันบอกจะไปผมก็ตัดสินใจได้ว่าจะตามมันไปด้วย

‘ไม่ได้’ ทศกัณฐ์เอ่ยปฏิเสธเสียงนิ่ง

‘ทำไม!?’

‘พี่กูเขายอมที่ไหนล่ะ’มันตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

‘กูจะไป’ผมบอกอย่างเอาแต่ใจ ไอ้ทศถอนหายใจออกมาทันที

‘เรื่องนี้สำคัญกับกูมาก ถ้ากูเอามึงไปด้วย กูว่าเราก้าวขาออกจากลอนดอนไม่ได้ด้วยซ้ำ’

‘แล้วกูต้องทำยังไง?’ผมรู้สึกสงสารเพื่อนขึ้นมาทันที

‘เขา...ยื่นข้อเสนอ’ไอ้ทศพูดเหมือนเรื่องนี้ถูกเตรียมการไว้ก่อนแล้ว

‘ข้อเสนออะไรวะ?’

‘ถ้ามึงยอมเซ็นเป็นฮาล์น’ผมใจหายวาบ ถ้าผมเซ็นเชือกที่มันคล้องคอผมไว้จะยิ่งขยับรัดแน่นกว่าเดิม

‘กู...’

‘อย่าฝืนเลย มึงอยู่ที่นี่แหละ กูจะพยายามกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ’

‘กูจะเซ็น’ผมตอบมันอย่างเด็ดเดี่ยว ไอ้ทศมองผมเหมือนไม่เชื่อที่ตัวเองได้ยิน

‘แน่ใจนะ?’มันถามย้ำอีกรอบ

‘อืม กูเป็นอะไรก็ได้ แค่มึงอย่าทิ้งกูไว้ที่นี่คนเดียวก็พอ’ ผมตวัดปากกาเซ็นชื่อลงไปแบบไม่ลังเล หลังจากนั้นไม่กี่วันไอ้ทศก็สามารถพาผมออกนอกประเทศได้ พอมาอยู่ไทยผมก็เรียนปรับพื้นฐานนิดหน่อย ภาษาไทยผมฟังและพูดได้ในระดับหนึ่งเพราะไอ้ทศสอน แต่ถ้าให้เขียนผมเขียนไม่เป็น ผมเข้าศึกษามหาวิทยาลัยต่อในภาคอินเตอร์เพราะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนเป็นหลัก แม้วุฒิการศึกษาการจบไฮสคูลผมมันจะไม่สมบูรณ์ตามหลักสูตร แต่ก็มีคนทำให้มันสมบูรณ์ได้

ไอ้ทศบอกกึ่งปลอบใจผมทีหลังว่าที่ผมเซ็นไป ก็แค่เปลี่ยนนามสกุล ชื่อถูกยัดเข้าผังตระกูลในฐานะลูกชายบุญธรรมของพ่อมัน มีสิทธิ์ในฮาล์นอย่างเต็มที่ แถมยังได้เป็นพี่น้องกับมันด้วย

ผมก็ดีใจอยู่หรอกที่ได้เป็นพี่น้องกับไอ้ทศ แต่พอนึกถึงอีกคนที่มีฐานะเป็นพี่ผมก็รู้สึกอยากจะอ้วกขึ้นมา ก็นั่นแหละครับมาถึงตรงนี้ผมก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว การที่ผมได้มาไทยผมมีความสุขมากกว่าอยู่ที่อังกฤษเสียอีก

ผมจมอยู่ในความคิดของตัวเองได้ไม่นาน ไอ้ทศก็วิ่งอุ้มไอ้รันต์ลงมาจากชั้นสองด้วยความตื่นตระหนกพร้อมร้องเรียกชื่อผมไปด้วย ผมรีบวิ่งออกไปจากห้องน้ำไปหาเพื่อน ไอ้ทศบอกว่าไอ้น้องรันต์ช็อคเพราะพิษไข้ เรารีบไปโรงพยาบาลกันอย่างเร่งด่วน

โชคดีที่มาทัน อาการของไอ้รันต์ปลอดภัยแล้วแต่ไม่รู้สภาพจิตใจมันจะเป็นอย่างไร เพื่อนผมยิ่งรู้สึกผิดหนัก พอไอ้รันต์ฟื้นคืนสติก็เป็นอย่างที่ผมคาดไว้จริงๆ มันโกรธไอ้ทศหนักมากแต่ผมไม่แน่ใจว่าถึงขั้นเกลียดไหม แต่พวกมันรักกันผมไม่อยากให้ต้องเลิกกันเลย

ผมเข้าใจความรู้สึกของไอ้รันต์นะ ใครบ้างที่ถูกข่มขืนแล้วจะรู้สึกดี? ใครบ้างไม่โกรธ? ผมว่าไม่มีหรอก ถ้ามีอันนั้นคงเป็นรสนิยมส่วนตัวเขา

ไอ้ทศไม่คิดแก้ตัวกับไอ้รันต์เพราะไม่ใช่นิสัยที่มันชอบทำ ผมจริงเป็นคนพูดแทนเพื่อนเอง ผมพูดในสิ่งที่ควรพูดทั้งหมดออกไป ไม่ได้คะยั้นคะยอให้น้องยกโทษให้เพื่อนหรอก แต่อยากให้มันได้รับรู้เรื่องราวก่อนจะตัดสินใจทำอะไร

ไอ้รันต์เหมือนดื้อก็จริงแต่ภายในมันเป็นคนขี้ใจอ่อน มันรับฟังเหตุผลไม่ได้งี่เง่าไปทุกอย่าง แต่โกรธก็ส่วนโกรธไม่ใช่ว่าความรู้สึกนั้นจะหายไปได้ง่ายๆ

หลังจากนั้นผมไม่รู้ว่ามันสองคนตกลงกันยังไง แต่ไอ้ทศต้องกลับอังกฤษไปรักษาตัว ส่วนไอ้รันต์จะยังอยู่ที่คอนโดฯไอ้ทศเหมือนเดิมเพื่อความปลอดภัย เพราะศัตรูในอดีตของมันเริ่มเคลื่อนไหว ระหว่างนั้นผมก็แทบจะตัวติดกับไอ้น้องรันต์ตลอดเวลาส่วนหนึ่งคือไอ้ทศฝากให้ช่วยดูแลเมียมันด้วยเพราะกลัวไอ้รันต์จะไปทำอะไรแผลงๆอันตรายขึ้นมาแล้วมันใจจะขาด อีกส่วนหนึ่งผมก็เหงาๆไม่รู้จะไปไหนเพราะต้องกินยา เกรย์เลยสั่งงดแอลกอฮอลล์

วันหยุดสุดสัปดาห์ อยู่ๆไอ้รันต์ก็ชวนผมไปดูหนังผิดวิสัยคนชอบติดห้องอย่างมัน แต่ผมก็ตอบตกลงไปเพราะเบื่อๆอยากดูพอดี วันที่ไปไอ้รันต์แม่งเปลี่ยนลุคใหม่ โคตรน่ารัก ไอ้ทศเห็นคงไม่ยอมให้ออกจากห้อง เราไปดูหนังโดยชวนไอ้เซนท์กับไอ้ดีมาด้วย เราเลือกที่นั่งแบบโซฟาซึ่งนั่งได้สองคน

แหม่ ไม่จำเป็นคู่รักก็นั่งได้นะ ขอแค่มันสบายก็พอ ดูหนังไปได้สักพักไอ้รันต์ก็ขอไปเข้าห้องน้ำ ก่อนไปนั้นมันยังถามผมด้วยคำถามแปลกๆ

“พี่สมิธผมปวดท้อง ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”

“ปวดขี้อะไรตอนนี้วะ หนังกำลังมันส์ รีบไปรีบมาเลย” ผมกระซิบบอกมันเสียงเบาเพราะกลัวมันจะพลาดช็อตเด็ด

“อื้อ พี่...ถ้าผมเป็นอันตราย พี่จะช่วยผมไหมครับ” มันถามออกมา ผมหันไปมองหน้าไอ้รันต์ท่ามกลางความมืดแปบหนึ่งแล้วหันไปดูหนังต่อ

“ก็ต้องช่วยเดะ มึงน้องกู”

“ผมก็เหมือนกัน...ขอบคุณนะครับ”พูดจบมันก็ลุกออกไป ผมหันไปมองตามมันจนสุดสายตา

คือไอ้น้องรันต์มึงขี้นานไปป่ะวะ ออกไปตั้งแต่หนังเล่นได้ครึ่งเรื่องจนตอนนี้หนังจบแล้วมันก็ยังไม่กลับมา ไฟในโรงหนังเปิดสว่างโร่ ไอ้เซนท์พร้อมๆกับไอ้ดีลุกจากโซฟาข้างผม หน้าแดง ปากแดงบวมเจ่อดูก็รู้ว่าโดนอะไร ไอ้เหี้ยดีนอกสถานที่ก็ไม่เว้น

“น้องรันต์ล่ะ” ไอ้เซนท์ถามกลบเกลื่อนสายตาผมเมื่อไม่เห็นเงาของไอ้เด็กแสบที่ควรจะอยู่ตรงนี้

“ไอ้รันต์ไปขี้ยังไม่กลับมาเลย ตกส้วมตายไปแล้วมั้ง กูไปตามมันก่อนนะ พวกมึงไปรอที่ข้างหน้าก่อนเลย” ผมบอกสองคนนั้นด้วยน้ำเสียงปกติแกมล้อเล่นแล้วรีบสาวเท้าออกมา ทั้งๆที่ในใจผมมันกลับร้อนรนและรู้สึกไม่ดีสุดๆ เมื่อถึงห้องน้ำผมก็รอคนที่เข้าอยู่ให้ออกไปให้หมดก่อน ผมไล่ดูห้องน้ำทุกบานที่เปิด แม้แต่บานที่ปิดก็เคาะเรียก แต่ก็ไม่ใช่คนที่ผมตามหา

จนกระผมเปิดห้องน้ำบานหนึ่งไปเป้สีแดงคุ้นตาวางที่พักของในห้องน้ำ ผมถือวิสาสะเปิดเป้นั้นดูเป็นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ขาดของไอ้เด็กที่ผมพามาด้วยเมื่อตอนเย็น ใจผมหายวาบ หยิบโทรศัพท์กดโทรหามันเมื่อนึกขึ้นได้

ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...

ติดแต่ว่าไม่มีคนรับ!

“Shit!” ผมสบถออกมาอย่างหัวเสีย มันไปแล้ว...แอบไปทำอะไรอันตรายๆคนเดียวแน่ๆ ทำไมมันต้องทำ

“คุณสมิธ! เจอคุณรันต์ไหมครับ” สตีฟวิ่งหน้าตาตื่นเจอกับผมที่เดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาเขาหยุดมองเป้ในมือผมพร้อมกับเสื้อผ้าชุดเดิมของไอ้รันต์ คนฉลาดอย่างสตีฟก็เข้าใจทุกอย่างได้แทบจะทันที เขารีบกดมือถือโทรหาลูกน้องให้ออกตามหาไอ้รันต์ให้ทั่วห้าง

“คุณรันต์ออกไปนานรึยังครับ” สตีฟถามเมื่อเห็นผมนิ่งไป

“ชั่วโมงหนึ่งได้” ผมพูดเรียบๆ เหมือนสติหลุดออกจากร่างโกรธก็โกรธที่มันทำอะไรเองไม่บอกคนอื่น แต่ความห่วงมันมีมากกว่า จนผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วตอนนี้

“กรินเจอโทรศัพท์ตกอยู่ที่ลานจอดรถ คาดว่าน่าจะเป็นของคุณรันต์ครับ” สตีฟวางกูโทรศัพท์เป็นรอบที่ห้าหันมาบอกกับผม ตอนนี้เราอยู่บนรถสตีฟกลับมาส่งผมที่คอนโดฯก่อน ส่วนไอ้เซนท์และไอ้ดีผมให้พวกมันกลับไปก่อน ไอ้ดีเป็นคนที่รู้เรื่องแล้วจะให้คนของแม่ช่วยตามหาอีกแรง ส่วนไอ้เซนท์ก็ยังมึนๆต่อไป

“งั้นหรอ อย่าพึ่งผลีผลามทำอะไร ซุ่มดูไว้ก่อน” สตีฟวางสายรอบที่หกจากลูกน้อง ดูเหมือนจะมีความคืบหน้าแล้ว

“ได้ความแล้วหรอ” ผมหันไปถามสตีฟ เหงื่อชื้นมือไปหมด

“ครับ ลูกน้องที่ซุ่มดูบ้านพักแถวชานเมืองอีกหลังของนายหริรักษ์บอกว่ามีรถตู้น่าสงสัยที่ไม่ใช่รถประจำบ้านของนายหริรักษ์ขี่เข้าบ้านไปเมื่อกี้ครับ คิดว่าน่าจะเป็นของกลุ่มที่จับตัวคุณรันต์ไป อีกอย่างหนึ่งชั่วโมงก่อนนายหริรักษ์ยกเลิกประชุมด่วน คาดว่ากำลังเดินทางไปที่บ้านหลังนั้นครับ”

“แล้วรออะไรล่ะ ไปเลยสิ ผมไปด้วย” ผมพูดขึ้นอย่างดีใจเมื่อรู้ว่ารันต์อยู่ที่ไหน ถ้ารีบไปช่วยตอนนี้ก็น่าจะทัน แต่สตีฟกลับส่ายหัวให้กับผม

“ผมพาคุณสมิธไปด้วยไม่ได้ครับ มันอันตรายมาก ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาด้วยอีกคนผมอาจไม่ได้หายใจบนโลกนี้อีกแล้วก็ได้ แค่คุณรัต์ผมทำหน้าที่บกพร่องยังไม่รู้จะโดนอะไรบ้างเลย” สตีฟบอกด้วยน้ำเสียงหนักใจ เขาคงไม่กล้าเอาชีวิตผมไปเสี่ยงด้วยนั่นแหละ ผมรู้ว่าที่เขาพูดหมายถึงอะไร แต่ผมแค่อยากไปช่วยไม่ได้อยากไปเพิ่มภาระสักหน่อย

“แล้วจะเอายังไงต่อ”

“ผมจะเข้าไปถ่วงเวลาไว้ก่อน ติดต่อนายไม่ได้แต่อีกสองชั่วโมงเจฟจะถึงเมืองไทยแล้วกำลังเสริมคงจะตามไปสมทบ ตอนนี้เราไม่มีกำลังคนมากขนาดที่จะบุกเข้าไปชิงตัวคุณรันต์ออกมาได้ ถ้าไม่สำเร็จมันจะกลายเป็นช่องโหว่ให้ฝั่งนั้นจัดการเรา” สตีฟเอ่ยเครียดๆ ถ้าเขาจะเข้าไปถ่วงเวลาไว้เพียงลำพัง นั่นก็หมายความว่าเขายอมสละชีวิตตัวเองแล้ว

“ไปคอนโดฯ G” ผมพูดเสียงนิ่ง ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วผมก็ไม่มีทางเลือก สตีฟมองหน้าผมราวกับกลัวหูฝาด

“ว่าไงนะครับ” เขาอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหู

“ไปคอนโดฯG อยากได้กำลังสนับสนุนไม่ใช่หรือไง” ผมพูดเสียงนิ่ง บังคับจิตใจตัวเองให้เข้มแข็ง มือกำเข้าหากันแน่น ผมตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ผมจะยอมรับและสู้กับมัน

“แน่ใจแล้วนะครับ” สตีฟถามย้ำอีกรอบกับผม

“อืม” สตีฟหันไปพยักหน้าให้คนขับรถ พวงมาลัยถูกหักเลี้ยวเปลี่ยนไปอีกเส้นทาง

ไปในที่ๆผมจะไม่สามารถก้าวออกมาจากมันได้อีก

++++++++++++++++

ผมเดินทางมาถึงคอนโดGอย่างรวดเร็ว สามารถเดินเข้าไปในล็อบบี้คอนโดฯได้อย่างง่ายดาย และผมเห็นโยนั่งรออยู่ที่โซฟาในล็อบบี้ ทันทีที่เขาเห็นผม ร่างสูงใหญ่อย่างชาวตะวันตกก็ลุกขึ้นเดินมาหาผม เขาฉีกยิ้มให้ผมนิดๆแล้วก้าวนำไปที่ลิฟท์

ชั้น37 คือชั้นสูงสุดของตึกนี้และมันก็อยู่บนชั้นนี้ ผมยืนอยู่ในลิฟท์ด้วยหัวใจเต้นรัว เมื่อคิดว่ากำลังจะเผชิญหน้ากับใครเหงื่อยิ่งไหลพลั่กไม่หยุด

ติ้ง!เสียงลิฟท์ร้องและเปิดออก เหมือนเป็นประกาศเตือนว่าผมอยู่ปากทางนรกแล้ว ผมเวียนหัวเกือบวูบแต่สตีฟที่เดินอยู่ตามหลังประคองผมไม้ได้ก่อน

“ไหวแน่นะครับ?”เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ผมจึงพยักหน้าให้ ทั้งชั้นมีแค่สองห้างแยกเป็นฝั่งซ้ายและขวา โยเดินนำผมมาหยุดที่หน้าห้องฝั่งซ้าย เขาสแกนนิ้วแล้วกดรหัสก่อนจะผลักประตูออกกว้าง

“เชิญครับ”คำกล่าวของโยในความรู้สึกผมตอนนี้เหมือนกับบอกว่า ‘ไปลงนรกซะ’อย่างไรอย่างนั้น

ผมนิ่งอยู่เป็นนาทีไม่ยอมขยับ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากเร่งผม ผมสูดหายใจเข้าลึก กำหมัดแน่นก่อนจะขยับเท้าก้าวเดินเข้าไปในห้อง ภายในตกแต่งเรียบๆแต่ของใช้บางชิ้นดูก็รู้ว่าเป็นสไตล์ที่มันชอบ

ผมถอดรองเท้าเมื่อลูกน้องมันนำมาเปลี่ยนให้ถึงที่ ก้าวเดินเอื่อยๆไปจนถึงห้องโถงนั่งเล่นขนาดใหญ่ บนโซฟาบุหนาตัวใหญ่มีร่างๆหนึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารเงียบๆอย่างสงบ

ราวกับมันรู้ว่าผมกำลังจ้องอยู่ มันวางเอกสารลงพร้อมหันหน้ามาทางผมก่อนจะส่งยิ้มให้

“ไง”

“…”ผมไม่รู้จะตอบยังไง เพราะแค่มายืนอยู่ตรงนี้ก็ใช้ความอดทนประมาณครึ่งชีวิตแล้ว หน้าตามันแทบไม่ได้เปลี่ยนไปเลยตลอดเกือบ6ปีที่ผ่านมา แต่มันดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น(แน่ล่ะอายุมันจะแตะเลขสามอยู่แล้ว) ผมยาวสีบอนด์ทองที่มัดไว้ลวกๆไม่ได้ทำให้มันดูเหมือนตุ๊ด แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดได้ทั้งชายอละหญิงอย่างน่าอัศจรรย์ รูปร่างมันก็สูงใหญ่สมชายชาตรี

เอ๊ะ!แล้วนี่ผมจะมาพรรณาชื่นชมมันทำหอกเหวอะไรวะ

“มานั่งนี่สิ ยืนอยู่ไม่เมื่อยหรือไง?”มันเคาะนิ้วที่นั่งข้างตัวเอง ผมก็ยังไม่ขยับขาแต่ขยับริมฝีปากแทน

“แฟนไอ้ทศถูกจับตัวไป”

“แล้ว?”มันเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเหมือนไม่เข้าใจ

“มึงควรไปช่วย เพราะตอนนี้ไอ้ทศอยู่ที่อังกฤษ”

“ทำไมพี่ต้องทำแบบนั้น”มันเอ่ยยิ้มๆ ผมกัดฟันกรอดรู้สึกโกรธขึ้นมา จึงเผลอตะคอกใส่มันอย่างลืมกลัว

“นั่นเมียน้องมึงนะ!”

“ก็แค่เมียน้อง ถ้าเป็นเมียพี่ก็ว่าไปอย่าง”มันยิ้มและมองผมแบบที่ที่ให้ผมอยากจะอ้วกใส่หน้ามัน

“แล้วต้องทำยังไงถึงจะยอมไปช่วยไอ้รันต์”ถามเอ่ยถามอย่างไม่มีทางเลือก ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นห่วงไอ้รันต์มากขึ้นเท่านั้น

“เอ๋? เด็กนั่นสำคัญขนาดนั้นเชียว?”มันถามเหมือนเล่นแต่น้ำเสียงกลับดูเย็นเยียบขึ้น ตอนแรก็ว่าจะตอบกลับมันเจ็บๆสักประโยคแต่ก็กลัวว่านอกจากมันจะไม่ช่วยไอ้รันต์แล้วผมนี่แหละจะเจ็บตัว

“หยุดเล่นลิ้นสักที!”

“ฮ่ะๆก็ได้ ในฐานะที่พี่เป็นผู้ใหญ่กว่า มิทตี้ลองเสนอข้อแลกเปลี่ยนมาสิเผื่อพี่จะลองพิจารณาดู”ผมกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้จะคิดอะไร คนระดับมันมีสิ่งที่อยากได้แล้วไม่ได้ด้วยเหรอวะ ผมเองก็ไม่มีอะไรจะให้มันหรอก ถ้าบอกจะให้เงินหรือสิ่งของก็จะเป็นการโชว์โง่ตัวเองซะเปล่าๆ มันมีมากกว่าผมตั้งไม่รู้กี่ร้อยเท่า

“มึงบอกมาเลยดีกว่าต้องการอะไร เลิกพูดมากอ้อมค้อมสักที!”มันลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินตรงมาทางผม เท้าผมเผลอก้าวถอยหลังมาตามจังหวะที่มันย่างก้าว มันหยุดผมก็หยุด

“จะเดินหนีพี่ทำไม?”

“แล้วมึงจะเดินมาทำไม”มันไม่ตอบแต่ขยับเดินอีกครั้งก่อนจะพูด

“ถ้าขยับหนีอีก พี่จะไม่ช่วย”รอยยิ้มพร้อมกับคำพูดของมันราวกับหินถ่วงอยู่ที่ขา ผมหยุดยับเท้าทันที ทำให้มันก้าวเข้ามาประชิดตัวผมได้ในที่สุด ผมก้มหน้าเพราะไม่อยากสบตามัน เนื่องจากความสูงไล่เลี่ยกัน ผมน่าจะน้อยกว่ามันไม่กี่เซนติเมตร รูปร่างก็แทบจะพอๆกัน

“สิ่งที่พี่อยากได้จากมิทตี้ แน่นอนว่ามิทตี้มีและพี่ว่านายรู้ว่าพี่หมายถึงอะไร” ผมกำหมัดพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นเพราะความกลัว ยังดีที่มันไม่ได้ใช้น้ำเสียงคุกคามหรือเย็นเยียบเหมือนเมื่อก่อน

“…”

“ถ้าจะให้พูดตรงๆคือพี่ต้องการมิทตี้ จะยอมไหมล่ะ?” อยู่ๆผมก็รู้สึกอยากร้องไห้ ชีวิตแม่งต้องมาวนลูปอยู่กับเรื่องแบบนี้อีกแล้ว

“พี่จะทะนุถนอมมิทตี้มากกว่าเดิม จะให้อิสระบ้างที่มิทตี้ต้องการ โอเคไหม?”มันพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆเหมือนปลอบใจเด็ก สุดท้ายเมื่อผมคิดทบทวนหลายๆสิ่งเข้าด้วยกันแล้ว ผมมีแต่ต้องเลือกทางนี้เท่านั้น เอาไว้ค่อยหาวิธีการหนีจากมันอีกที

“กูมีทำเลือกอื่นด้วยเหรอ”ผมพูดเสียงแผ่ว ยอมจำนนมันในที่สุด

“หึๆ เด็กดีของพี่”เสียงมันกระซิบอยู่ใกล้ๆหูก่อนจะดึงตัวผมไปกอดแน่นจนผมเจ็บนิด ตัวผมแข็งเกร็งไม่กล้ากระดิกแม้แต่ปลายนิ้ว หลับตาข่มใจปล่อยให้มันหอมหัวไปหลายที

++++++++++++++++++

มันยอมส่งลูกน้องไปช่วยไอ้รันต์ตามความต้องการผม ไอ้ทศติดต่อมาว่าให้ดูสถานการณ์รอมันไปสมทบ แต่ถ้าเกิดอะไรให้ลูกน้องพี่มันลงมือได้เลย

ผมอยากตามไปช่วยด้วยอีกแรง แต่ไอ้เหี้ยลุคไม่ยอม

“เรื่องที่ถูกแทงยังไม่ได้ชำระความ อย่าหาเรื่อง”มันชี้หน้าเตือนผมดุๆ ผมได้แต่หน้าบึ้งเถียงอะไรไม่ออก ผมรอฟังข่าวทั้งคืน ในที่สุดก็ช่วยไอ้รันต์ออกมาได้ แต่ไอ้ทศโดนยิง สตีฟบอกว่าสาหัสมาก

ผมใจหล่นวูบ โคตรเป็นห่วงเพื่อน อยู่ๆแม่งก็อยากร้องไห้เพราะกลัวมันตาย ไอ้เหี้ยลุคก็พูดอะไรไม่ออกเพราะมันก็รักน้องมันมากเหมือนกัน มันรีบไปโรงพยาบาลซึ่งผมก็ตามไปด้วยถึงไม่ให้ไปผมก็ไม่ยอมอยู่ดี กว่าไอ้ทศจะผ่าตัดเสร็จท้องฟ้าก็เกือบสว่างแล้ว อาการมันยังทรงๆอยู่ผมหวังว่ามันจะปลอดภัย

ทศตื่นมาในช่วงสายๆ ถามหาเมียก่อนเป็นอันดับแรก ผมเลยบอกว่าไอ้รันต์กลับห้องไปแล้ว มันเลยบอกว่าถ้ารันต์มาให้ปลุกมันด้วยเผื่อมันหลับ(ไอ้นี่ติดเมียฉิบ) ผมจะกลับห้องผมจะไปพักผ่อนเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่ไอ้เหี้ยที่เดินอยู่ข้างๆผมมันไม่ยอมจะให้ผมกลับไปนอนที่ห้องมันให้ได้

“อย่ามาทำลืมที่คุยกัน”มันพูดเสียงเข้มอย่างไม่ยอมอ่อนข้อใดๆให้ผมทั้งสิ้น ผมจึงต้องจำทนกลับไปกับมัน อาบน้ำเปลี่ยนใส่ชุดใหม่(มันเตรียมมาไว้ให้)แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที

เอาตรงๆผมก็ยังกลัวมันอยู่ แต่นอกจากกอดและหอมผมเมื่อวานนี้มันก็ไม่ได้แตะต้องตัวผมอีก แม้จะเบาใจว่ามันไม่ได้มีท่าทีคุกคามหนัก แต่ผมก็ยังไม่ไว้ใจมันหรอก ผมหลับลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลียก่อน ตื่นมาถึงกลับต้องผงะแทบตกเตียง

ไอ้เหี้ยลุคนอนกอดผม! โอเค!มันอาจไม่ใช่ภาพที่น่าดูนักเมื่อผู้ชายตัวโตสองคนนอนกอดกันกลมดิก(ผมก็เผลอกอดมันด้วย) แต่หน้ามันที่ซุกอยู่ซอกคอกูนี่เอาไงดีวะ?

ถ้าตบหัวมัน ผมโดนตบคืนแน่ๆอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ผมก็ไม่ได้กลัวมันหรอกนะแค่คิดว่าเป็นเด็กไม่ควรตบหัวผู้ใหญ่(อยู่ไทยนานเลยได้รับอิทธิพลเรื่องนี้มาด้วย) ผมเลยผลักหน้ามันออกจากซอกคอแรงๆให้มันรู้สึกตัวนั่นแหละ

มันปรือตาลืมขึ้นอย่างหงุดหงิด ดวงตาสีเขียวมรกตของมันก็ยังคงสวยงามอยู่เหมือนเดิม ผมเผลอจ้องตามันนานไปหน่อยจนกระทั่งมันเรียกก็ไม่ได้ยิน

“...ตี้ มิทตี้”

“อะ..อะไร!”ผมรู้สึกตัวอีกทีเมื่อมืออุ่นๆของมันไล้กับแก้มผมเบาๆ

“ทำไมรีบตื่น พี่ยังง่วงอยู่เลย”ว่าจบมันก็ทำท่าจะซุกลงกับคอผมอีกรอบ

“มึงหยุดเลย!ปล่อยกูด้วยกูจะไปหาไอ้ทศ!”ผมรีบเอามือดันหน้ามันไว้ไม่ให้มันทำในสิ่งที่ต้องการ

“ค่ำๆค่อยไป พี่ง่วง”

“มึงจะไปตอนไหนก็เรื่องของมึง แต่กูจะไปตอนนี้”

“เฮ้อ ดื้อจริงๆเด็กคนนี้”มันส่ายหัวนิดๆเหมือนบ่นเด็ก ควันผมแทบออกจากหู 21นี่เด็กเหรอวะ

“ปล่อยยยย”คราวนี้ผมดิ้นและถีบมันใต้ผ้าห่ม(ก็ว่าทำไมกูร้อน)

“มิทตี้!”มันขึ้นเสียงปรามดุๆ

“ไหนบอกจะให้อิสระ กับเรื่องแค่นี้มึงก็ผิดคำพูดแล้ว”ผมโวยบ้าง มันถอนหายใจหนักในที่สุดก็ยอมปล่อยมือจากตัวผม

“ให้โยตามไปด้วย เยี่ยมเสร็จแล้วให้รีบกลับ พี่ไม่อนุญาตให้ค้าง”

“อย่ามาทำตัวเหมือนพ่อ!”ผมเถียงกลับไปตามนิสัยไม่ยอมคน

“ต้องให้บอกไหมว่าเป็นผะ-อึก”ผมรีบเอามือปิดปากมันไว้ก่อนที่มันจะพูดคำนั้นออกมา

“กูจะไปอาบน้ำแล้ว”ผมพูดลิ้นรัวแล้วลุกออกจากเตียงทันที ได้ยินเสียงมันหัวเราะในลำคอเหมือนพอใจอะไรสักอย่างด้วยด้วย

“หึ!”

++++++++++++++++++++

ตอนนี้น่ารัก เฮียเริ่มง้อเมียแล้ว งื้อออ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น