greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 6 : เหตุผลของคนไม่อยากรัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : เหตุผลของคนไม่อยากรัก

คำค้น : ัy yaoi ภรรยาที่ดี เฮียเหวินน้องหลิว สายกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 07:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : เหตุผลของคนไม่อยากรัก
แบบอักษร

ตอนที่ 6 : เหตุผลของคนไม่อยากรัก



‘เราเลิกกันเถอะ’ 

น้ำฝน แฟนสาวของหวังหย่งเหวินที่คบกันมาได้ห้าเดือนเอ่ยขึ้นหลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง

คนที่เพิ่งถูกบอกเลิกนั่งนิ่ง ชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออก เขาตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่ได้ยินแบบกะทันหัน

‘ไม่ ผมไม่เลิก’ หย่งเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ไม่เข้าใจว่าตนเองทำอะไรผิดพลาดไป

‘ฝนทนไม่ไหวแล้วเหวิน’ หญิงสาวในชุดนักศึกษาปล่อยน้ำตาที่เก็บเอาไว้ออกมา สะอื้นเสียงเบาจนแฟนหนุ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘ตลอดเวลาที่เราคบกัน ฝนไม่เคยรู้สึกสบายใจเลย’ มือเล็กปาดน้ำตา ‘ฝนทำให้เหวินต้องเลิกกับเด็กคนนั้น’ เธอกล่าวถึงบุคคลที่สามซึ่งไม่ได้อยู่ในวงสนทนา

‘ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ มันไม่ใช่ความผิดของฝนนะ’ เพราะเขาไม่ได้รักเสี่ยวหลิวแล้วต่างห่าง เขาบอกเลิกเด็กคนนั้นไปตั้งนานแล้วทำไมถึงยังเก็บมาคิดให้หนักใจแบบนี้

‘เหวินไม่ได้คิดแบบนั้น แต่น้องเขาคิดนะ’ 

‘ตั้งแต่ที่เราคบกัน เด็กคนนั้นก็พยายามขอให้ฝนเลิกกับเหวินมาตลอด’ เธอนึกย้อนไปถึงตอนที่เสี่ยวหลิวโทรมาหาเธอ ไม่รู้ว่าเอาเบอร์มาจากไหน ยอมรับว่าตอนแรกตกใจมากจนกดตัดสายทิ้ง

‘เสี่ยวหลิวโทรมาหาฝน บอกให้ฝนปล่อยเหวินให้กลับไปหาน้องเขา แต่ฝนไม่ยอม เพราะคิดว่ายังไงก็เลิกกันไปแล้ว ตอนนี้ฝนต่างหากที่เป็นแฟน เขาโทรมาบ่อยจนต้องบล็อคเบอร์ แต่ไม่นานก็มีเบอร์ใหม่โทรเข้ามาแทน’

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับกัดฟันแน่นหลังจากที่ได้ยินเรื่องราวที่ตนเองไม่เคยทราบมาก่อน แล้วนี่แฟนสาวเขายังต้องซ่อนความอึดอัดนี้ไว้โดยไม่บอกเขาอีก ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมาเธอคงทุกข์ใจเป็นที่สุด

และต้นเหตุนั้นคือแฟนเก่าของเขานั่นเอง 

‘หลัง ๆ เขาคงเห็นว่าฝนยังใจแข็งเลยมาดักเจอฝนหน้าคอนโด’ 

คราวนี้หย่งเหวินแทบพุ่งตัวออกจากร้านไปคฤหาสน์ตระกูลฟู่ สถานที่ซึ่งไม่ได้ย่างกายเข้าไปเสียนาน เด็กคนนั้นชักจะทำมากเกินไปแล้ว โทรตามรังควานไม่พอยังคุกคามไปถึงที่อยู่อาศัยแฟนสาวเขาอีก เสี่ยวหลิวเสียสติไปแล้วหรือยังไง

‘เขามาข่มขู่ฝนเหรอ’ 

หญิงสาวส่ายหน้า 

‘ปะ เปล่า น้องเขามาคุกเข่าขอร้องให้ฝนเลิกกับเหวิน ฝนไม่ยอม เขาก็เริ่มร้องไห้ เขาร้องหนักมาก สภาพดูไม่ได้เลย’ พูดไปก็นึกถึงเด็กหนุ่มร่างกายผอมบาง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเจ็บปวดและโกรธในเวลาเดียวกัน   

‘ฝนอย่าร้องไห้เลยนะ เดี๋ยวผมจะไปคุยกับเสี่ยวหลิวเอง ผมจะจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อย ผมสัญญา’ หย่งเหวินเอื้อมมือไปกุมมือเล็กตรงหน้า บีบกระชับคล้ายจะถ่ายทอดความจริงใจที่มีอยู่ทั้งหมด

อย่าทิ้งผมไปเลยนะ 

ทว่าหญิงสาวส่ายหน้า หลังจากที่ทบทวนเรื่องที่ผ่านมา เธอก็พบว่าตัวเองเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่มาทีหลัง ยังไงหวังหย่งเหวินก็ไม่ใช่ผู้ชายของเธอตั้งแต่แรก แล้วยิ่งเห็นสภาพแฟนเก่าของเขาเธอยิ่งรู้สึกละอายในตัวเอง 

หญิงสาวสูดลมหายใจ 

‘ไม่ต้องหรอก ฝนว่าเหวินกลับไปหาน้องเขาเถอะนะ น้องเขารักเหวินมาก’

หย่งเหวินส่ายหน้า พยายามเรียกชื่อเธอ เขารู้สึกว่าน้ำฝนกำลังจะจากเขาไปแล้วจริง ๆ  แววตาเจ็บปวดของแฟนสาวทำให้เขาเจ็บปวดไม่ต่างกัน เรื่องที่เกิดขึ้นกับน้ำฝน ทั้งที่ตัวเองเป็นคนรักของเธอแต่กลับไม่สามารถปกป้องเธอได้​เลย

‘ฝนขอโทษ แต่หลังจากนี้เราอย่าพบกันอีกดีกว่า’ 

เป็นประโยคสุดท้ายที่เธอทิ้งไว้ให้เขา ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไป

เก้าอี้ตรงข้ามว่างเปล่า ความสุขที่ร่วมกันสร้างมาสูญสลายไปราวกับเรื่องตลกร้าย

ความรักระยะเวลาห้าเดือนของเขากับน้ำฝนจบลงด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มที่ชื่อฟู่เสียวหลิว



“ที่เฮียเหวินยังเกลียดหลิวอยู่ เพราะว่าหลิวทำให้เฮียเลิกกับเธอใช่ไหม”

หลังจากจบคำถามที่รวบรวมความกล้าถามออกไป เสี่ยวหลิวก็พบว่าแววตาของผู้เป็นสามีวูบไหว 

ถึงจะเลิกกันไปตั้งแต่ตอนจบปีสองแต่เหตุการณ์ตอนนั้นยังฝังลึกอยู่ข้างใน

แม้ตอนนี้แผลใจจะไม่ได้สาหัสเท่ากับตอนที่เลิกกันใหม่ ๆ  แต่พอหวังหย่งเหวินเห็นใบหน้าของเสี่ยวหลิวทีไรก็ให้ต้องนึกถึงเรื่องราวในอดีตทุกที

“ใช่” เป็นอีกครั้งที่คนอายุมากกว่าเลือกที่จะใช้คำ ๆ นี้ สั้นแต่ได้ใจความ

ถึงความเกลียดที่มีจะลดน้อยลงตามระยะเวลา แต่มันก็ยังเหลืออยู่ให้ได้หงุดหงิดทุกครั้งที่เด็กหนุ่มเข้ามาหา

จำได้ว่าพอเขาเลิกกับน้ำฝนแล้ว อีกคนก็พาแม่ตัวเองวิ่งโร่มาหาม๊าเขาที่คฤหาสน์ตระกูลหวังเพื่อทวงสัญญาแต่งงานที่เคยให้ไว้ เสี่ยวหลิวยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ เพิ่งจะขึ้นปีหนึ่งเอง แต่ก็ยอมลาออกจากมหาวิทยาลัยเปลี่ยนเป็นการเรียนปริญญาตรีผ่านหลักสูตรออนไลน์กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศแทนเพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ภรรยาและลูกสะใภ้ที่ดีได้อย่างสมบูรญ์แบบ เขาแทบอยากจะปรบมือให้กับความพยายามนั้น คงกลัวว่าเขาจะมีแฟนใหม่อีก ถึงได้รีบจองจำไว้ด้วยความสัมพันธ์ซึ่งมีผู้ใหญ่เป็นพยาน ม๊าของลูกชายคนโตตระกูลหวังก็ไม่ช่วยปฏิเสธ บอกว่าเขาทำตัวเองและเสี่ยวหลิวก็มีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นลูกสะใภ้ จะตัดสินใจอะไรก็รักษาหน้าตระกูลตัวเองและฝ่ายนั้นด้วย

สรุปว่าหมดหนทาง หวังหย่งเหวินทำได้แค่ประวิงเวลาที่จะแต่งงานกับเสี่ยวหลิวด้วยการบอกว่าขอเข้าพิธีวิวาห์หลังเรียนจบ อย่างน้อยการแต่งงานแบบสายฟ้าแลบก็ควรจะมีฝ่ายสามีที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

ดวงตาคมที่มองสบกลับมาเรียบนิ่งเหมือนกับในวันที่ผู้ใหญ่อวยพรให้ชีวิตรักทั้งสองผูกพันยืดยาว  

“แล้วจะให้หลิวทำยังไง... เฮียถึงจะกลับมารักหลิวอีกครั้ง”

สมองมันตื้อปวดไปหมด เสี่ยวหลิวไม่รู้จะถามอะไรคนตรงหน้าแล้ว ในเมื่อคำตอบเมื่อกี้มันชัดเจนขนาดนั้น ถึงตอนนี้จะให้พร่ำบอกว่ารักอีกคนมากแค่ไหน ก็คงไม่เข้าถึงหัวใจอันเย็นชาของผู้เป็นสามี  

ด้านหวังหย่งเหวินเองนั้นอดประหลาดใจไม่ได้ที่ตนพูดไปขนาดนั้นแล้ว แต่เสี่ยวหลิวยังไม่ยอมถอดใจ เขาได้แต่สงสัยในความดื้อด้านของผู้เป็นภรรยา

ไม่เหนื่อยบ้างรึยังไงนะ 

ชั่วขณะนั้นเองแก้มเนียนซึ่งเปียกชื้นจากการร้องไห้อย่างหนักสัมผัสได้ถึงเรียวนิ้วของผู้เป็นสามี แม้ไม่อ่อนโยนแต่ก็ทำให้ใจดวงน้อยสั่นไหวได้ เผลอคิดว่าอีกฝ่ายยังเหลือเยื่อใยต่อกัน

“เพราะนายมีนิสัยแบบนี้ยังไงล่ะ เสี่ยวหลิว ฉันถึงได้ไม่อยากรักนาย”

การกระทำของเฮียเหวินช่างขัดกับคำพูด 

“รู้ไหมว่าฉันอึดอัดทุกครั้งเวลาที่ต้องคอยมีนายเกาะติด ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหน นายก็จะตามไปให้ได้”

“นายเป็นคนที่หัวอ่อนมากจนเกินไป เชื่อฟังทุกอย่างโดยไม่คิดอะไรเลย มันน่าเบื่อนะ ฉันถึงไม่รู้สึกอะไรด้วยเลยเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกัน”

“นายวิ่งไล่ตามความรักอย่างไม่ลืมหูลืมตา มันทำให้ตัวนายไม่มีค่า และฉันไม่ชอบคนแบบนั้น”

“ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายถึงชอบทำตัวเป็นเด็กน้อยเหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด”

“เมื่อไหร่นายจะโตขึ้นเสียที”

ข้อเสียหลายข้อที่เฮียเหวินกล่าวออกมาทั้งหมดทำให้เด็กหนุ่มซึ่งตอนแรกทำท่าจะร้องไห้อีกครั้งได้แต่ฟังอย่างสงบนิ่ง คำพูดที่เป็นเหตุผลของการไม่อยากรักตัวเขานั้นดังชัดเจนในหัว กรอกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จนสุดท้ายมือเรียวเล็กก็ค่อย ๆ คลายออกจากผ้าห่มผืนใหญ่

เสี่ยวหลิวเข้าใจแล้ว เข้าใจที่เฮียเหวินพูดทุกอย่าง

หยาดน้ำใสที่หางตาเรียวหวานเริ่มหยุดไหล เช่นเดียวกับเสียงสะอื้นที่เบาลงจนแทบไม่ได้ยิน

พอแล้ว 

เสี่ยวหลิวบอกกับตัวเอง เขาจะไม่ร้องไห้อีกต่อไป

ภรรยาคนนี้ได้คำตอบที่ชัดเจนทุกอย่าง

ท่ามกลางความเจ็บปวดกลับมีความหวังคล้ายคบเพลิงที่ถูกจุดในค่ำคืนอัดมืดมิด

ริมฝีปากเล็กค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้น 

เจ้าของดวงตาคมขมวดคิ้ว เพราะนั่นเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เข้าใจความหมายเลยสักนิด

รอยยิ้มที่มีทั้งความเศร้าเสียใจและความสุข ความท้อแท้และความหวังในเวลาเดียวกัน

เสี่ยวหลิวค่อย ๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้ร่างกายของหย่งเหวินที่มีเพียงผ้าห่มผืนเดียวปกคลุมร่างกาย  

“หลิวขอโทษนะสำหรับที่ผ่านมา ขอโทษที่ทำให้เฮียอึดอัดมาตลอด”

ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ยพร้อมกับขยับเคลื่อนเข้ามาใกล้ริมฝีปากหยักหนาของผู้เป็นสามี

“ต่อไปนี้เฮียเหวินจะไม่ได้เห็นเสี่ยวหลิวคนนั้นอีกแล้ว”

สิ้นประโยคนั้นหวังหย่งเหวินก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาบนริมฝีปาก

สมองรับรู้และแปรผลได้ทันที่ว่าเสี่ยวหลิวกำลังจูบเขา

เป็นจูบครั้งแรกในชีวิตของทั้งสอง 

คนบนตักหลับตาพริ้ม มือเล็กทั้งสองข้างประคองใบหน้าหล่อเหลา เอียงศีรษะปรับองศาให้จุมพิตคนตรงหน้าได้ถนัดมากยิ่งขึ้น  ไม่มีการรุกล้ำใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นแค่การแนบริมฝีปากกันและกัน 

แผ่วเบา เนิ่นนาน เต็มไปด้วยความอ่อนหวาน 

เป็นจูบที่ไร้เดียงสา ไร้ชั้นเชิง ปราศจากลีลาร้อนแรง แต่กระนั้นนั่นกลับทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น หวังหย่งเหวินกำมือแน่น

ไม่นานนักเสี่ยวหลิวก็ถอนริมฝีปาก ใบหน้าของภรรยาเขายังเหมือนเดิมทุกประการ ทว่ากลับมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

แววตาที่มองมาที่หวังหย่งเหวินตอนนี้ปราศจากซึ่งความรัก



“ไอ้บ้า พวกบ้า ปล่อยฉันนะยะ!” อดีตพนักงานสาวที่เพิ่งถูกหิ้วตัวออกมาจากห้องพักถูกนำตัวลงมาทางบันไดหนีไฟ เธอดิ้นสุดแรงให้หลุดการจับกุม มือไม้พยายามปัดป่าย ส่วนเท้าก็พยายามจิกพื้นเอาไว้ จนชายในชุดสูททั้งสองที่เคลื่อนย้ายหล่อนตามคำสั่งของเสี่ยวหลิวต้องหงุดหงิดใจ

“แรงเยอะนักนะยัยผู้หญิงน่าไม่อาย หุบปากเน่า ๆ ของเธอซะ” 

“อะ ไอ้เวรเอ้ย กล้าดียังไงมาว่าฉันยะ อะ อื้อ!”

เป็นเทียนฉีที่ทนกับเสียงแสบแก้วหูไม่ไหวจนต้องปลดเนทไทตัวเองปั้นเป็นก้อนกลมอุดปากของหล่อนเอาไว้

ไม่นานนักสามหนุ่มและหนึ่งหญิงสาวก็ออกมาทางด้านหลังโรงแรมต้าจี๋ฉาย พากันเดินลัดเลาะตามทางเล็ก ๆ จนทะลุไปถึงซอยที่เชื่อมไปยังที่ทิ้งขยะของโรงแรม ถุงดำและลังกระดาษบรรจุวัสดุที่ไม่ใช้แล้วมากมายวางเรียงกันไว้ให้รถเก็บขยะเทศบาลส่งกลิ่นชวนคลื่นไส้

อดีตพนักงานสาวที่นึกว่าตัวเองจะได้ตกถังข้าวสารตัวสั่น ตรงนี้ไม่มีใครเดินผ่านมาเลยเพราะยังไม่เป็นช่วงเวลาที่พนักงานจะระบายขยะจากตัวโรงแรมมาไว้ที่นี่ ยิ่งสายตาที่พวกลูกน้องของภรรยาคุณหวังมองมายิ่งทำให้เธอหวาดกลัว

ทั้งเหี้ยมเกรียม ทั้งดุดัน

เทียนฉีหมุนตัวเดินไปยังข้างกองถุงดำกองหนึ่ง ตรงนั้นมีลังกระดาษแผ่นใหญ่สภาพพุพังปนเปื้อนกับขยะเปียกที่ทะลักออกมาจากถุง มือใหญ่หยิบมันขึ้นมา ใช้เพียงแค่มือเปล่าฉีกกระชากวัตถุในมือจนมันมีขนาดที่เล็กลง เหมือนแผ่นกระดาน 

คนถูกจับตัวมองอย่างหวาดระแวง เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนอะไรต่อไป หวังว่าภรรยาคนนั้นจะไม่ได้สั่งให้ชายในชุดสูทพวกนี้ฆ่าเธอในที่ทิ้งขยะแบบนี้หรอกนะ

หัวหน้าผู้ติดตามสะใภ้ตระกูลหวังเดินวนอยู่แถวกองขยะเกือบห้านาที ก้มลงหยิบเศษเหล็กมาเจาะกระดาษลังสองรู จากนั้นจึงหยิบเชือกที่น่าจะเป็นของตกแต่งที่ถูกนำมาทิ้งไว้หลังจากหมดการใช้งานร้อยเข้าไป ผูกเงื่อนให้เป็นที่แขวนขนาดศีรษะคนรอดผ่านได้

ลูกน้องอีกสองคนยกยิ้มขึ้น เข้าใจแล้วว่าพี่ใหญ่จะทำอะไร

เทียนฉีสอดมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบปากกาแทงหรูออกมา เขาเขียนบางอย่างลงไปบนแผ่นป้ายที่ทำขึ้นมาอย่างหยาบ ๆ

“อื้อ ๆ ” หญิงสาวไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เธอเริ่มดิ้นอีกครั้ง พยายามถุยเนคไทบ้า ๆ ในปากออก แต่ก็ไม่เป็นผล

“เอาล่ะสาวน้อย” เหมือนว่าเขาจะเขียนเสร็จแล้วถึงได้เดินตรงเข้ามาหาเธอ เทียนฉีหันป้ายเข้าหาลำตัวทำให้ไม่เห็นว่าเป็นข้อความอะไร ก่อนจะใช้เชือกที่ยึดกับกระดาษลังคล้องคอหล่อนเอาไว้ ไม่ลืมป้ายมือที่เพิ่งจับเศษขยะบนใบหน้าสวยจนมอมแมมไปหมด

“พาเธอไปที่สวนสาธารณะเฉาหยางกัน ฉันว่าคนที่นั่นคงอยากรู้ว่าหญิงไร้ยางอายแห่งปักกิ่งหน้าตาเป็นยังไง”

คนที่ถูกว่าพยายามถีบไปที่ชายหนุ่มจนผ้าเช็ดตัวแทบหลุดจากตัว 

ทว่าคนมองไม่ได้สนใจ เทียนฉีกลับนึกถึงประโยคสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ระหว่างเขากับหวังไป๋ลี่ก่อนหน้านี้

หลังจากที่เขารับคำสั่งจากผู้เป็นเจ้านายที่แท้จริง กำลังจะกดตัดสาย แต่หญิงวัยกลางคนกลับเรียกเอาไว้ เทียนฉียังจำน้ำเสียงเย็นยะเยือกของนางพญาตระกูลหวังที่ลอดผ่านสัญญาณโทรศัพท์มาได้

‘เดี๋ยวก่อน’

‘ครับ ? ’

‘ผู้หญิงที่นอนกับลูกชายอั๊วน่ะ อย่าลืมจัดการล่ะ’ 

‘ทำยังไงก็ได้ให้หล่อนขึ้นหน้าหนึ่ง ให้หล่อนได้ออกอากาศของสำนักข่าวทุกหัวในประเทศจีน’

‘เอาให้นังนั่นมันมันรู้เสียบ้าง ว่าถ้าใครหน้าไหนกล้ามาเล่นกับลูกสะใภ้ของอั๊ว มันจะต้องมีจุดจบยังไง ! ’



ร่างสูงของหวังหย่งเหวินเดินออกมาจากห้องอาบน้ำซึ่งอยู่ในห้องสวีทสุดหรูที่ชั้น 68  มือใหญ่หยิบผ้าขนหนูมาซับเรือนผมที่เปียกหยดน้ำให้แห้ง ท่อนล่างพันด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก ร่องรอยที่เกิดจากฝีมืออดีตพนักงานสาวซึ่งหลับนอนด้วยกันเมื่อคืนยังปรากฎบนแผ่นอกและแผ่นหลังให้เห็น​

หลังจากที่เสี่ยวหลิวจูบเขาแล้วเจ้าตัวก็ลุกออกจากตักเดินหายออกไปจากห้องทันที ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าอีกคนหายไปไหน แม้จะอยากรู้แต่ก็ไม่ได้ให้คนออกตามหา ยังไงเด็กคนนั้นก็คงไปไม่ไกลจากตัวเขานักหรอก กระเป๋าก็ยังอยู่ที่ห้อง

เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยที่วางอยู่บนเตียงดังขึ้น นั่นทำให้ต้องก้าวขามาดูหน้าจอ

ม๊า

เพียงเห็นตัวอักษรจีนที่ลอยเด่นอยู่เหนือเบอร์โทร ริมฝีปากหยักก็สบถออกมาทันที

คิดอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ต้องไม่พ้นหูผู้เป็นมารดา เทียนฉีที่ติดตามเสี่ยวหลิวนั้นขึ้นตรงต่อใครทำไมจะไม่รู้

หวังหย่งเหวินถอนหายใจหนัก ยังไม่อยากได้ยินคำตำหนิจากใครทั้งนั้นตอนนี้ อยากพักสมอง แค่เสี่ยวหลิวคนเดียวก็แย่พอแล้ว 

แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิด มือใหญ่เอื้อมไปกดรับ กรอกเสียงทุ้มทักทายคนปลายสายเป็นภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิด

“ครับม๊า” 

“ว่าไงจ๊ะอาเหวิน ลูกชายสุดที่รักของอั๊ว”

เสียงหวานเจี๊ยบที่มักจะเลือกใช้ในเวลาที่ต้องการประชดประชันเอ่ยขึ้นแทบจะทันที มันคือช็อกโกแลตที่สอดไส้ด้วยยาพิษ

ลูกชายคนโตทิ้งตัวนั่งลงกับเตียง “สบายดีครับ”​ เขาไม่ได้จะกวนผู้ให้กำเนิด แค่บอกไปตามตรง ตามนิสัยที่เป็น

“เหรอจ๊ะ ไม่ใช่ว่าโดนฝ่ามือเมียตบจนหน้าชาเลือดกบปากแล้วเหรอ” 

หย่งเหวินอยากจะหัวเราะ เป็นอันรู้กันว่าม๊ารู้เรื่องที่เขานอนกับอดีตพนักงานคนนั้นแล้ว

“อย่างเสี่ยวหลิวน่ะเหรอจะกล้าทำแบบนั้นกับผม” เขานึกย้อนไปถึงอาวุธที่ภรรยาใช้ระบายอารมณ์ ยิ้มหยัน เด็กคนนั้นรักเขามากจนเกินไป  

หวังไป๋ลี่เงียบไป ซึ่งลูกชายอย่างเขาก็รู้ว่าคนเป็นแม่กำลังเจ็บใจแทนลูกสะใภ้ ก็หวังไป๋ลี่รักเสี่ยวหลิวมากกว่าเขาซึ่งเป็นลูกในไส้เสียอีก ใครมองไม่ออกก็ตาบอดแล้ว 

“รู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป”

“ผมรู้”

“แล้วสำนึกผิดบ้างไหม”

ถึงอยากจะบอกว่า ‘บ้าง’ แต่เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่จึงเลือกตอบเป็นอย่างอื่นไป

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมจะต้องสำนึก”

“อาเหวิน ! ”

“ผมกับเสี่ยวหลิวก็เป็นแค่สามีภรรยาตามทะเบียนสมรส ม๊าก็คงรู้ว่าผมกับน้องเขายังไม่มีอะไรกัน ถ้าจะหาว่าผมนอกกายภรรยาล่ะก็คงจะไม่ได้ล่ะมั้งครับ” ส่วนนอกใจล่ะก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ในเมื่อการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรักอยู่แล้ว

คราวนี้มารดาของเขาเงียบไปจริง ๆ  น่าจะเถียงแทนลูกสะใภ้ไม่ออก

“เฮ้อ ม๊าล่ะหมดคำพูดกับลื้อจริง ๆ ”

“ครับม๊า” หย่งเหวินรับคำ เหม่อมองวิวด้านนอกกำแพงซึ่งเป็นกระจกใส

“ม๊าจะบอกอะไรให้นะอาเหวิน อาหลิวน่ะรักลื้อมาก ยังไงก็ควรจะรักษาหน้าเขาไว้บ้างในฐานะภรรยา สิ่งที่ลื้อทำมันไม่ได้แค่ทำให้คน ๆ เดียวเสียใจนะ ม๊าที่เลี้ยงลูกมากับมือก็รู้สึกเสียใจไม่ต่างกัน”

คนที่เมื่อกี้ยังเอาตัวรอดได้เป็นฝ่ายเงียบแทนเมื่อรู้ว่าคนปลายสายรู้สึกยังไงกับการกระทำตัวเอง 

“เอาเถอะ ม๊าก็ไม่อยากพูดมาก โต ๆ กันแล้ว แต่ม๊าขอเตือนลื้อไว้อย่างนะ วันไหนที่น้องเขาไม่สนใจแล้วอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ ถึงจะมาร้องไห้ให้ม๊าช่วยม๊าก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ”

หย่งเหวินนึกว่าคนเป็นม๊าจะสั่งสอนอะไร ที่แท้ก็พูดเรื่องที่ไม่มีวันจะเป็นไปได้ ไร้สาระ อย่างเขาน่ะเหรอจะมาเสียใจในวันที่เสี่ยวหลิวไม่สนใจ ถ้าบอกว่าเป็นมุกยังไม่ตลกด้วยซ้ำ

“ขอบคุณที่เตือนครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอวางสายก่อนนะครับ ยังมีเอกสารอีกเยอะที่ต้องเคลียร์” ชิงตัดบทก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ 

“งั้นก็ไปเคลียร์งานเถอะ  ยังไงก็ดูแลตัวเองกันด้วยล่ะ ช่วงไหนว่าง ๆ ก็พาซ้อใหญ่กลับมาเยี่ยมคนแก่สองคนที่นี่บ้าง” ถึงจะสั่งสอนลูกชายไปแต่ความเป็นแม่ก็ยังหลงเหลืออยู่ดี แม้จะไม่ชอบใจกับการกระทำของบุตรชาย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้

“ครับ ไว้ผมจะหาเวลากลับไปเยี่ยมนะครับ”

หย่งเหวินบอกลา จากนั้นจึงกดตัดสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว หยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดผมต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อรู้สึกว่าหมาดแล้วจึงลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดออกมาใส่ให้เรียบร้อย









------------------------------- 

มาแล้ววววววววววววววววววววววว

ตีสองครึ่งเย้ๆๆๆ ขอบคุณทุกคนที่รออ่านนะคะ มีหลายคนโต้รุ่งมาด้วยกันฮือออ

ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับทุกกำลังใจทั้งในเว็บและในทวิตเตอร์

ตอนนี้น่าจะเคลียร์ข้อสงสัยนักอ่านหลายคนไปเยอะแล้ว แต่ยังไงเฮียเหวินก็คงจมดินทุกตอน55555/ตอนนี้ก็ไม่น่ารอด เราไม่ได้

ซีเรียสเรื่องที่คนด่าเฮียนะคะ คอมเมนท์มาได้ตามสบายเลยค่ะ เราดีใจด้วยซ้ำที่หลายคนแสดงความคิดเห็น รักๆๆๆ

สำหรับตอนที่ 6 ก็ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้ตื่นเต้นเนอะ5555 ให้คนอ่านพักบ้าง ฟื้นใจกันเร็วๆ 

ส่วนเรื่องโทนเรื่องตอนปัจจุบันเรามานั่งคิดว่าเป็นส่วนผสมของทุกแนวเลยค่ะ แต่ถ้าจะให้สรุปคงเป็นโรแมนติกดราม่าที่มีอีโรติก

และคอเมดี้สอดแทรก5555 ประมาณนี้ 

มีเรื่องคำผิดที่คนแต่งต้องกลับไปแก้หลายจุดเลย   ขอขอบคุณคุณ ellemm ความคิดเห็นที่ 101 ในเว็บเล้าสำหรับเรื่องคำผิดนะคะ แต่เรายังไม่มีเวลากลับไปแก้เลย รวมๆจากที่นัก

อ่านคนอื่นบอกก็คือเรื่อง แม่ยายเป็นแม่สามี แล้วก็เรื่องห้องสูทเป็นห้องสวีท ส่วนเงินหยวนที่ตอนแรกเราแปลงเป็นเงินไทยแบบ

เด๋อๆเราแก้แล้วนะคะแฮ่ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยค่ะ ที่ช่วยทำให้นิยายเรื่องนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ไว้เจอกันตอนหน้านะคะ หวังว่าจะสนุกไปกับนิยายเรื่องนี้ รักนักอ่านทุกคนน เลิฟฟฟ

ความคิดเห็น