Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่43 “ความเชื่อใจเท่านั้น”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่43 “ความเชื่อใจเท่านั้น”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2561 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่43 “ความเชื่อใจเท่านั้น”
แบบอักษร

เมื่อเดินทางมาถึงที่บ้านจารุพิชญาแล้ว ธนาธิปพามนสิชากลับมาพักผ่อนที่เรือนริมน้ำที่เป็นเรือนหอของทั้งคู่ ตอนนี้ธนาธิปเป็นฝ่ายที่จะต้องดูแลมนสิชาบ้างซึ่งเขาเองก็ยินดีและเต็มใจ

“เดินระวังๆ นะมะปราง ยังเจ็บขาอยู่มั๊ย เดินไหวหรือเปล่า มาพี่ช่วยประครองนะครับ” ธนาธิปช่วยประครองตัวมนสิชาขณะเดินเข้าบ้าน

“เอ่อ ปรางเดินได้ค่ะ” มนสิชาเบี่ยงตัวเองออกจากอ้อมแขนของธนาธิปเพราะเธอยังรู้สึกน้อยใจอยู่ ดังนั้นเธอไม่อยากรับความช่วยเหลือจากเขา เธอจึงตอบไปแบบนั้นทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเธอเจ็บที่หัวเข่ามากๆ

“ดื้อจังเลย หนีพี่ไปตั้งสองเดือนแถมเอาลูกพี่ไปด้วยอีก แบบนี้ต้องโดนทำโทษนะรู้มั๊ย” ธนาธิปแกล้งพูดคาดโทษมนสิชาเอาไว้ และเขาก็ไม่ได้ปล่อยมือออกจากการประครองตัวมนสิชา

“นั่งตรงนี้ก่อนนะมะปราง เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้ดื่ม” ธนาธิปกล่าวกับภรรยา

“ไม่ต้องค่ะ ปรางไม่หิวน้ำค่ะ” มนสิชารีบห้ามสามีเอาไว้เพราะเธอรู้สึกเกรงใจ

“ไม่หิวก็ต้องดื่มครับ เดินทางมาตั้งไกลอย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำนานๆ มันไม่ดีนะ” ธนาธิปยังคงยืนยันที่จะไปยกน้ำมาให้มนสิชาดื่ม

“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” มนสิชากล่าวขอบคุณเมื่อสามียกน้ำมายื่นให้ตรงหน้า

“ดื่มเลยครับ น้ำเย็นๆ ชื่นใจ” ธนาธิปกระตุ้นให้ภรรยายกน้ำดื่มทันที

จากนั้นธนาธิปปล่อยให้มนสิชาได้นอนพักในห้องนอน ส่วนตัวเขาเองตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารมื้อเย็นให้มนสิชา ผู้ชายที่ไม่ค่อยได้เข้าครัวบ่อยๆ เวลาจะหยิบจะจับอะไรในครัวก็จะดูเง๊อะๆ ง๊ะๆ ไปหน่อย และวันนี้อาหารที่ธนาธิปเลือกทำให้มนสิชาทานก็คือข้าวราดกะเพราหมูสับไข่ดาวนั่นเอง เพราะเป็นอาหารที่ทำได้ง่าย ไม่มีขั้นตอนในการทำยุ่งยาก ส่วนผสมที่ต้องใช้ก็ไม่มีอะไรมาก

ตอนนี้ธนาธิปเตรียมของทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้ออกมาวางเรียงกันไว้ก่อน สิ่งแรกที่เขาเริ่มทำคือการสับเนื้อหมูให้กลายเป็นหมูสับ เสียงมีดกับเขียงกระทบกันเสียงดังแต่ก็ไม่สามารถปลุกมนสิชาให้ตื่นจากนิทารมย์ได้เลย จากนั้นธนาธิปจึงตบพริกกับกระเทียมเข้าด้วยกัน และนำใบกะเพราที่ล้างแล้วมาเด็ดใบออกจากก้าน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมของถือว่าครบถ้วนแล้ว ตอนนี้ก็คงต้องมาลุ้นกันต่อว่าขั้นตอนการทำจะไปรอดมั๊ย

ธนาธิปตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยจากนั้นจึงผัดกระเทียมและพริกให้หอมแล้วจึงนำเนื้อหมูสับใส่ตามลงไปผัดจนเนื้อหมูสุก ธนาธิปเติมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยก่อนที่จะปรุงรสโดยไม่ชิมรสชาติแล้วค่อยใส่ใบกะเพราลงไปผัดจนมีกลิ่นหอมแล้วจึงตักขึ้นมาพักไว้ในจาน ต่อไปเป็นงานสุดหินสำหรับธนาธิปเพราะการทอดไข่ดาวน้ำมันมักจะกระเด็น ซึ่งครั้งนี้ธนาธิปก็ไม่พลาดที่จะโดนน้ำมันกระเด็นใส่จนมือพองเป็นรอยแดง แถมไข่ดาวที่ได้ก็สุกจนไหม้เพราะความกล้าๆ กลัวๆ ของธนาธิปในการทอดนั่นเอง เมื่อทำเสร็จธนาธิปจัดการเก็บครัวจนเรียบร้อย จากนั้นจึงเตรียมจัดอาหารใส่จานไว้รอมนสิชามารับประทาน

เมื่อใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นธนาธิปเตรียมที่จะไปปลุกมนสิชา แต่เมื่อเข้ามาในห้องนอนก็พบว่ามนสิชากำลังจะออกไปพอดี

“มะปรางไปทานข้าวกัน พี่เตรียมไว้แล้ว” ธนาธิปเดินมาจูงมือภรรยาให้เดินตามออกไปยังที่ๆ เขาต้องการทันที

“เชิญนั่งครับคุณผู้หญิง” ธนาธิปเลื่อนเก้าอี้ออกให้มนสิชานั่ง

“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” มนสิชากล่าวขอบคุณ แต่ก็ยังงงๆ กับการกระทำนี้ของสามี

“อาหารมาแล้วครับ พี่ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยน้า” ธนาธิปรีบพูดอวด

“มะปรางทานเยอะๆ นะครับ” ธนาธิปกำชับให้ภรรยาทาน

“เอ่อ ทำไมไข่ดาวถึงดำปิ๊ดปี๋ขนาดนี้หละค่ะ” มนสิชาเอาส้อมเขี่ยไปที่ไข่ดาว

“สงสัยตอนที่พี่ทอดไฟน่าจะแรงเกินไปหนะ มะปรางไม่ต้องทานไข่ก็ได้นะ” ธนาธิปบอกภรรยาโดยเลี่ยงที่จะพูดความจริง

“เอ่อ...ทำไมมันเผ็ดและก็เค็มอย่างนี้หละค่ะ” มนสิชาถามเมื่อได้ชิมรสชาติอาหารแล้ว

“พี่ไม่ได้ชิมรสเลย เผ็ดและก็เค็มเกินไปหรือครับ” ธนาธิปถาม

“ค่ะ” มนสิชาตอบตามความจริง

“งั้น!! มะปรางไม่ต้องทานหรอก เดี๋ยวพี่เรียกพี่หวานมาทำอาหารให้ทานนะ” ธนาธิปหน้าจ๋อยทันที

มนสิชารู้สึกสงสารสามี ซึ่งเธอเองก็เห็นความตั้งใจของเขา ดังนั้นเธอจึงยอมทิ้งทิฐิที่มีอยู่ทั้งหมดออกไป

“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวปรางไปทำอาหารเอง พี่จอมทัพรอสักครู่นะคะ” มนสิชารีบบอกสามี

มนสิชาเข้าไปในครัวเธอเลือกทำเมนูที่ทำง่ายที่สุดคือข้าวไข่เจียวหมูสับทรงเครื่อง มนสิชาใส่เนื้อหมูสับ หัวหอมใหญ่ มะเขือเทศ ต้นหอม และพริกขี้หนูสดเท่านั้น ซึ่งเธอหายเข้าไปในครัวไม่นานก็กลับออกมา ตามความคิดของธนาธิปผู้หญิงกับงานครัวช่างดูเป็นเรื่องง่ายเสียจริง

“อาหารเย็นแบบเร่งด่วนมาแล้วค่ะ” มนสิชาบอกกับสามี

“ทำไมมะปรางเข้าครัวไปแป๊บเดียวเองหละ” ธนาธิปถามทันที

“ปรางทำแค่ไข่เจียวหมูสับทรงเครื่องเองค่ะ มันไม่ยากเลย เพราะฉะนั้นก็เลยเสร็จเร็วค่ะ” มนสิชาอธิบาย

“ทานตอนกำลังร้อนๆ นะคะ” มนสิชาบอกสามี

“ครับ พี่จะทานให้หมดเลย” ธนาธิปรีบตอบ

ธนาธิปมีความสุข เขาเอร็ดอร่อยกับการทานข้าวไข่เจียวหมูสับทรงเครื่องที่ไม่ต้องปรุงแต่งรสเพิ่มเติม เขาทานหมดอย่างรวดเร็ว

“อร่อยจังเลยครับ พี่ไม่ได้ทานอาหารฝีมือมะปรางตั้งสองเดือนแหนะ พี่คิดถึ๊ง คิดถึง” ธนาธิปกล่าวชม แต่ก็แอบพูดตัดพ้อภรรยาเล็กน้อย

“พี่จอมทัพจะรับเพิ่มอีกมั๊ยค่ะ เดี๋ยวปรางจะไปทำมาให้อีก” มนสิชาถามสามีอย่างห่วงใย

“ไม่เอาแล้วครับ พี่ไม่อยากให้มะปรางเหนื่อยอีก” ธนาธิปตอบตามที่รู้สึกจริงๆ

“มาค่ะเดี๋ยวปรางไปล้างเอง” มนสิชารีบหาอะไรทำแก้เขินทันที

“ไม่ต้องครับ มะปรางนั่งเฉยๆ นะ เดี๋ยวพี่ทำเอง” ธนาธิปบอกพร้อมกับรีบเอื้อมมือไปยกจานของมนสิชามาทันที

“มือพี่จอมทัพเจ็บนี่ค่ะ พี่จอมทัพไปโดนอะไรมาค่ะ ทายาแล้วหรือยังค่ะ” มนสิชาถามด้วยความเป็นห่วง

“เอ่อ...อออ พี่ไม่เป็นอะไรหรอกครับ มะปรางไม่ต้องห่วงนะ” ธนาธิปพูดให้ภรรยารู้สึกสบายใจ

“ไม่ได้ค่ะเป็นแผลพองขนาดนี้ ปรางว่าพี่จอมทัพรีบไปอาบน้ำนะคะ เดี๋ยวปรางจะไปหายามาทาให้ค่ะ” มนสิชาบอกพร้อมกับดันตัวธนาธิปให้เดินไปที่ห้องนอนเพื่ออาบน้ำ

มนสิชารู้ตัวเองดีว่าช่วงเวลาที่ห่างจากกันไปสองเดือนเธอเองก็รู้สึกทรมานไม่น้อยเช่นกัน ในเมื่อวันนี้ยังมีวาสนาต่อกันอยู่ มนสิชาจึงขอใช้เวลาทั้งหมดที่มีเพื่อผู้ชายที่เธอรักอีกสักครั้งหนึ่ง

“พี่จอมทัพอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอค่ะ” มนสิชาถามสามีเมื่อเห็นเขานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำ

“อืม พี่อาบเสร็จแล้ว” ธนาธิปตอบภรรยา

“งั้นแต่งตัวนะคะเดี๋ยวปรางหยิบเสื้อผ้าให้ เสร็จแล้วจะได้ทำแผลนะคะ” มนสิชารีบบอก

“ครับ” ธนาธิปยอมทำตามอย่างว่าง่าย

มนสิชาค่อยๆ ทายาลงบนแผลของธนาธิปอย่างเบามือเพราะเธอกลัวแผลของธนาธิปจะอักเสบไปกว่านี้

“ขอบใจนะมะปราง” ธนาธิปกล่าวขอบคุณทันที

“ค่ะ” มนสิชาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เอ่อ มะปรางไม่โกรธพี่แล้วเหรอครับ” ธนาธิปลองถามความรู้สึกของมนสิชาดู

“ค่ะ” มนสิชาตอบสั้นๆ

“พี่อยากอธิบายเรื่องทั้งหมดนะครับ” ธนาธิปพูดต่อ

จากนั้นธนาธิปก็เริ่มอธิบายเรื่องราวความเป็นจริงทั้งหมดให้มนสิชาฟัง รวมถึงเรื่องที่เขาเอาคืนนิชาภาด้วย

“ปรางว่าพี่จอมทัพก็ไม่ควรทำแบบนั้นกับคุณนิชาเธอนะคะ” มนสิชารู้สึกเห็นใจและสงสารนิชาภามาก

“ถ้านิชาทำร้ายพี่ๆ ไม่ว่า แต่เขาเลือกทำร้ายดวงใจพี่ๆ ยอมไม่ได้จริงๆ ครับ” ธนาธิปตอบ

“แต่.......!!” มนสิชาพยายามหาข้อโต้แย้ง

“พี่รักมะปรางกับลูกนะครับ” ธนาธิปชิงพูดในสิ่งที่เขารู้สึกให้มนสิชาฟัง

ทั้งสองคนตอนนี้เข้าใจกันดีแล้ว ต่อจากนี้ไปคงไม่มีอะไรมาทำลายความรักของทั้งสองลงได้ รักไม่ได้แค่รู้สึกว่ารักเท่านั้น แต่รักยังต้องแสดงถึงความไว้ใจและเชื่อใจกันทั้งสองฝ่ายด้วยนั้นเอง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น