facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 12 : มานั่งรอทำไมเนี่ยฮะ?

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 : มานั่งรอทำไมเนี่ยฮะ?

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 187.4k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2561 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 : มานั่งรอทำไมเนี่ยฮะ?
แบบอักษร



        เชร้ดดดดด   ผมลืมตาขึ้นมาก็ตกใจ ตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง แล้วคนปลายเตียง

ก็มองมาที่ผมอยู่   เค้าจะทำอะไรผมอีก  เมื่อคืนก็ทำไปแล้วนี่               


         “  อ้าขา!  ”       มาเฟียเห็นว่าร่างบางตื่นแล้วจึงปีนขึ้นมาบนเตียงแล้วสั่งให้อ้าขา                


        “  นะ...นายยยย  ”   เอาอีกแล้วเหรอ  โอ๊ย  กูต้องศูนย์เสียความเป็นชายอีกแล้วเหรอเนี่ย               


        “  วี! กูสั่งให้มึงอ้าขาไง  ”   วียกขาตั้งขึ้นแล้วก็อ้าออกตามคำสั่งอย่างอายๆ อิทธิก็ขยับ

มานั่งลงปลายเตียงอยู่ใกล้ๆหว่างขาของวี               

      “  นายครับ นาย...  ”   นายไม่สนใจเสียงผมเรียก แล้วผมก็รู้สึกได้เหมือนนายใส่อะไร

เข้ามาในช่องด้านล่างนั้นของผม              

       “  กูสอดยาให้  กินข้าวแล้วก็กินยาแก้อักเสบด้วย  ”              

      “  ครับนาย  ”        ร่างบางตอบกลับนายและเผลอยิ้มออกไปโดยไม่รู้ตัว             

      “  ไม่ต้องมายิ้ม  ที่กูทำให้ไม่ใช่อะไรในตัวมึงนะ  กูเสียดายยา  ”    รอยยิ้มของร่างบางหุบลง 

  อุตส่าห์นึกดีใจว่านายเป็นห่วงตน แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย            

       “  ใช่สิ  เค้าจะห่วงเราทำไมล่ะ  มึงอ่าวี แค่เค้าทำดีด้วยหน่อยคิดไปไกล หยุดคิด!!  ” 

 พออิทธิออกไปจากห้อง วีลงมาหยิบเสื้อผ้าใส่แล้วก็อ่านถุงยาว่ามันต้องใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ อะไรยังไง             

       “  ช่างแม่ง นอนกลิ้งอยู่บนเตียงนี่แหละวะ  5 โมงเช้าค่อยไปที่ครัว  ”






@  ห้องครัว

         สาวใช้คนหนึ่งออกไปสูดอากาศหลังครัวเห็นนายใหญ่ของบ้านเดินออกมาทางไปบ้าน

คอนเทนเนอร์จึงรีบวิ่งแจ้นเข้ามาในครัวแล้วเม้าส์ให้กับคนในครัวฟังพร้อมจินตนาการไปว่านาย

ต้องไปนอนกับวีแน่ๆ            

          “ จริงเหรอ นายเนี่ยนะจะไปนอนกับคุณวีที่บ้านคอนเทนเนอร์ แคบจะตาย  ”   อินไม่อยากจะเชื่อ           

          “  เบาๆ นายได้ยินก็โดนหรอก  ”            

         “  ฉันว่านะ...นายต้องไปดูแลคุณวีแน่เลย  ”         อรเอามือนาบที่แก้มสองข้างยิ้มอย่างเขินๆ                      

       “  เห็นนายบ้างมั้ย  เมื่อเช้าเข้าไปในดูในห้องทำงานก็ไม่เจอ ห้องพักก็ไม่ได้ล็อก ไม่ได้อยู่ที่ห้องอีก

 ห้องนอนก็เงียบกริบ  ”         กรรณเดินเข้ามาในครัวและถามหานา             

       “  เอ่อ...อรบอกว่าเห็นนาย...  ”     อินกำลังอ้าปากตอบมือซ้ายมาเฟียแต่ป้าภาก็พูดแทรกขึ้นมา            

       “  นายเดินเล่นอยู่รอบๆบ้านตอนสายๆน่ะ  ”            

     “  อ๋อ ครับ   ” กรรณเดินกลับขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง เคาะประตูห้องนาย จนนายปลดล็อกประตูให้กรรณเข้าไป    



     “   มีอะไร  ”            

      “  วันนี้นายไปเดินเล่นรอบบ้านมาเหรอครับ  ”   ก่อนจะพูดธุระกรรณถามสิ่งที่ได้ยินมาก่อน             

      “  มึงเห็นเหรอ  แล้วถ้ากูจะไปเดินเล่นหรือไปทำอะไรในบ้านกู มึงจะทำไมฮะ  ”             

     “  ไม่ทำไมครับนาย แต่ผมแค่จะมาบอกนายว่าเฉลิมส่งเลขาส่วนตัวมานัดนายไปพบที่ โกดังย่าน RR  ”                

      “   เออ แล้วนัดพบทำไมวะ  ”              

     “   ผมว่าพวกมันต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่เลยครับ  ”      

กรรณคิดไปในเชิงลบก่อนไปแล้วเนื่องจากการที่ศัตรูนัดพบ ไม่น่าจะมีเรื่องดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในความคิดกรรณ             

      “  แผนอะไร  ”             

      “  ไปคุยที่ห้องทำงานกันนะครับ มันจะไม่ปลอดภัย  ”             

      “  ก็ดี  ”           กาเบียลยืนร่วมวงเงียบๆในตอนแรกก็เห็นด้วยกับการที่ไปคุยในห้องเก็บเสียง

อย่างห้องทำงานของนาย และนายก็สั่งให้ลูกน้องทั้งสองไปรอที่ห้องทำงาน ตนจะอาบน้ำแต่งตัวทำธุระให้เสร็จก่อน      

ในระหว่างรอทั้งคู่ก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนมาถึงเรื่องของลูกหนี้ของนายอย่างวี             


      “  กรรณ! กูว่านายดูเป็นห่วงคุณวี  ”      กาเบียลสังเกตหลายครั้งแล้วจึงแน่ใจ             

      “  ผมก็คิดแบบนั้น  ”                 

      “  มึงว่านายจะมีความรู้สึกพิเศษๆให้คุณวีรึเปล่า  ”            

      “  ผมไม่แน่ใจ  ”            

      “  ช่วงนี้นายไม่ค่อยนอนกับใครเลย เรียกหาแต่คุณวีๆ  ”            

      “  พี่ว่าไงล่ะ ถ้านายจะ...  ”      

  กรรณยังไม่ทันจะพูดจบคนเป็นนายก็เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานแล้วเอ่ยปากบอกว่าหิว 

เพราะเมื่อคืนใช้พลังงานไปเยอะ  และมื้อเช้าก็ยังไม่ได้รับประทานข้าวเลย


           “  หิวว่ะ  ป้าภาทำอาหารรึยังวะ  ”  กาเบียลชะงักเรื่องที่คุยกับกรรณไว้ก่อน

 แล้วก็หันมามองมาเฟียหนุ่มที่บ่นหิวอยู่             

           “  กำลังทำครับ  ”      กรรณตอบเพราะไปหาตามหานายจากคนในครัวแล้วเห็นป้าภากำลังหุงข้าว            

         “  งั้นคุยก่อนก็ได้  ”             

        “  ผมอยากให้นายไปพบเฉลิม  ”       กาเบียลเริ่มสนทนาและเปิดประเด็นทันที             

        “  แต่มันก็เสี่ยงอยู่นะ  เพราะมันอาจจะเล่นตุกติกกับเราก็ได้  ”       กรรณออกความเห็น             

        “  กูไม่กลัว กูจะไป  ”      มาเฟียพูดเสียงดังฟังชัดพลางหันไปมองกรรณที่เหมือนจะไม่อยาก

ให้นายไปโดยมองถึงการณ์ไกลว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง             

       “  หึๆๆ นี่แหละนายผม  ”    กาเบียลยกยิ้มภูมิใจกับความกล้าหาญที่ไม่มีเปลี่ยนของนายตัวเอง             

      “  นายไม่เสนอขอคุยที่อื่นล่ะครับ ในที่ของเรา  ”    กรรณยังคงห่วงเรื่องความปลอดภัยของนายอยู่           

      “  กรรณ!  มึงอยู่บ้านมั้ยถ้างั้น ไม่ต้องไปกับกู  ”             

      “  นายอย่าไปดุมันเลย ผมรู้ว่ากรรณมันคิดอะไร  ”         กาเบียลปรามนายเพราะรู้ว่ากรรณหวังดี            

     “  ผมไม่ได้กลัว  เราจะได้แทรกแซงระบบการทำงานของมันได้ง่ายขึ้น  เครือข่ายต่างๆที่มันอาจ 

ใช้สั่งลูกน้องที่อาจจะซุ่มอยู่ในระยะใกล้ไกล  ”            

       “  ครั้งนี้มันยังไม่ทำอะไรหรอก เชื่อกู  ”    มาเฟียพูดอย่างมั่นใจเพราะคิดว่ารู้จักศัตรูคนนี้ดีพอ             

       “  ใช่  ”       และลูกน้องคนสนิทอย่างกาเบียลก็เห็นด้วยกับนาย             

      “  นัดเมื่อไหร่  ”             

      “  มะรืนตอนหนึ่งทุ่มครับ  ”   การวางแผน พูดจาหาลือกันของทั้ง 3 คนใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าๆ 

 คนเป็นนายก็บ่นหิวขึ้นอีกครั้งแล้วลุกเดินลงมาด้านล่างอย่างรวดเร็ว

       “  กาเบียล!  ไปตามวีให้มาพบผมที่โต๊ะกินข้าว  ”   

เมื่อออกจากห้องทำงานหลังจากคุยธุระเสร็จก็เดินลงมาด้านล่างที่โต๊ะกินข้าว และยังสั่งให้ลูกน้อง

ไปตามร่างบางมาพบอีกด้วย           

        “  ครับนาย  ”  

วีกำลังตักชิมอาหารที่ตัวเองกำลังทำอยู่ พอได้ที่แล้วก็ตักใส่จาน จัดตกแต่งเล็กน้อยเพื่อให้ดูน่ากิน              

        “  อาหารอิตาเลียนน่าตาดูดีเชียว  ”             ป้าภามองอย่างชื่นชม              

       “  นั่นสิ ”                 อินและอรก็เช่นกัน             

       “  ทำไมจู่ๆคุณวีถึงทำอาหารอิตาเลียนให้นายล่ะคะ  ”                

       “  นายเค้าชอบ แต่ฉันทำไม่เป็นน่ะสิ เลยไม่เคยทำให้นาย  ”        ป้าภาตอบคำถามแทนวี              

       “   ยกไปจัดโต๊ะได้แล้วพี่อิน พี่อร  ”          วียิ้มเล็กๆแล้วบอกกับสาวใช้ทั้งสองคน

       “  อยู่นี่ๆเอง ตามหาตั้งนาน  ”         ลูกน้องมือขวาของอิทธิเดินเหนื่อยหอบมาในครัว

แล้วพูดเสียงดังว่าเจอตัวเสียทีหลังจากเดินตามหาไปทั่วบ้านทำเอาคนในครัวมองหน้ากันไปมา              

       “  ตามหาใครคะ ”              ป้าภาถามเพราะคนในครัวมีอยู่ถึง 4 คน              

       “  นายเรียกให้ไปพบที่โต๊ะกินข้าว  ”           กาเบียลมองหน้าวีแล้วรีบบอกไป              

       “  นายลงมาแล้วเหรอครับ  ”            วีก็เอ่ยถามเพราะอาหารเสร็จพอดีกำลังร้อนๆด้วย              

       “  กำลังลงมา  ”             

        “  ไปพบนายเถอะค่ะ เดี๋ยวป้ายกไปเอง  ”              

        “  ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมช่วยยกไป  ”



       อาหารวางอยู่บนโต๊ะเสร็จ คนเป็นนายก็เดินลงมาจากข้างบน มองอาหารบนโต๊ะสลับกับคน

ที่ยืนรวมอยู่กับคนใช้ แล้วจึงค่อยนั่งลงที่เก้าอี้ หยิบช้อนแล้วก็ส้อมถือไว้ในมือเตรียมพร้อม

         “  มานั่งกินกับกู  ”            อิทธิเอ่ยปากบอกกับคนที่ยืนรอดูปฏิกิริยาของนายตอนกินอยู่               

        “  คุณวีไปสิคะ นายเรียก  ”         อินขยับไปบอกกับร่างบางที่ยืนแน่นิ่งไม่ไหวติง               

        “  เค้าอาจจะบอกกาเบียลก็ได้พี่อิน  ”           ร่างบางกระซิบกลับเบาๆ              

        “  วีรธัช!!  ”    คนเป็นนายเรียกด้วยเสียงดังวีจึงรีบเดินมานั่งลง แล้วอรก็รู้หน้าที่

เดินไปหยิบจานช้อนมาให้พร้อมสำหรับอีกหนึ่งที่

         “  รีบทานเถอะครับ มันหายร้อนแล้วจะไม่อร่อย  ”               

       “  อือ  ”    กาเบียลกับกรรณแยกออกไปกินข้าว อินกับอรก็ไปเก็บกวาดครัว ทำให้อิทธิ

นั่งกินข้าวอยู่กับวีสองคนรวมป้าภาที่ยืนเฝ้าเหมือนกับทุกมื้อ คอยรับใช้ไม่เดินไปไหน

       “  คุณวีรู้ใจนายเชียวนะคะ ว่านายชอบอาหารอิตาเลียน  ”      ป้าภาพูดขณะมองนายทานอาหาร             

       “  ผมเคยพาเค้าไปนั่งกินที่ร้านโปรดผม  ”          มาเฟียบอกกับป้าแล้วตักอีกคำใส่ปาก             

      “  แล้วรสชาติของคุณวีสู้กับที่ร้านนั้นได้มั้ยคะ  ”   คำถามของป้าภาทำให้วีไม่กล้าที่จะเงยหน้า

มองคนที่จะตอบออกมาเลย เพราะไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเมื่อนำไปเทียบกับร้านอาหารดังขนาดนั้น              


       “  สู้ได้สูสีเลย  ”              

       “  ขอบคุณครับ ”  ทั้งคู่ก็นั่งกินอาหารกันไป  ป้าภาก็ชวนนายคุยไปเกี่ยวกับอาหารจนอาหารหมดเกลี้ยงโต๊ะ

 ลูกน้องก็เดินเข้ามาบอกนายว่ารถพร้อมแล้ว มือซ้ายและมือขวาของอิทธิก็เดินออกมากันพอดี

      “  อร่อยจริงๆนายฝีมือคุณวีเยี่ยมมาก  ”       กาเบียลได้ชิมเพราะวีทำไว้เผื่อให้ทุกคนได้กินกันด้วย              

      “  ไปทำงานได้ละ  ”              

     “  เชิญครับนาย...  ”   วีมองนายเล็กน้อยตอนนายออกไปขึ้นรถหน้าบ้าน  จากนั้นก็ยกจานชาม

เข้ามาเก็บในครัวเพื่อล้างทำความสะอาด


        “  ป้าว่านะ...นายต้องติดใจคุณวีแน่ๆเลย  ”                      

        “  ติดใจอะไรเหรอป้า  ”           อินถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น              

        “  เค้าจะติดใจอะไรผม  ”             

        “  คุณวี...เคยนอนกับนายรึยังคะ  ”          อินเดินมายืนอยู่ข้างๆร่างบางและถามเบาๆ             

        “  นางอิน!!  ทำไมแกถามอะไรแบบนี้  ”          ป้าภาดุด้วยเสียงจริงจัง               

        “  ฉันก็อยากรู้  แบบ...รู้สึกนายดูชอบส่งสายตาหาคุณวีบ่อยๆ  ”        อรเองก็เดินเข้ามารอฟัง             

        “  เค้าหาเรื่องจะด่าผมมากกว่า ไม่มีอะไรหรอก  ”     แต่ร่างบางก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้นไป

 แล้วพูดอีกเรื่องหนึ่งแทน พวกสาวใช้ก็ไม่ได้ถามซ้ำหรือคะยั้นคะยอจะเอาคำตอบ

       “  นายไม่เห็นเคยกินข้าวกับใครคนไหนเลยนะคะ คุณเป็นคนแรก  ”              

     “  เอออันนี้จริง  เห็นแต่สาวๆมาทำกิจกรรมร่วมรักด้วย นอกจากธุรกิจแล้วน่าจะไม่มีเลยมั้ง  ”              

     “  หรอ?  ”                   วีเก็บของไปฟังไป             

      “  มาไม่บ่อยหรอกค่ะ  งานนายท่านเยอะ  ”      เหมือนป้าภาจะแก้ต่างให้คนเป็นนาย              

      “  ที่บ้านไม่บ่อย ที่อื่นอีกล่ะ  ”      อินเสริม              

      “  แต่สาวๆแต่ละคนนี่ อย่างกับพริตตี้หรือ ดารา  สวยๆทั้งนั้น  ”        อรพยายามนึก              

      “  เม้าท์นายกันสนุกปากเลยแกสองคน ไปล้างจาน  ”     

ป้าภาเดินเข้ามาดันสาวใช้สองคนให้แยกออกห่างจากร่างบาง

      “  งั้นผมไปกวาดบ้านรอนะ  ”             

       “  พี่ไปด้วย อินแกล้างจานไปเลย  ไปค่ะคุณวี  ”

             ชูวี๊ดูวา  จะพาเธอไปดำน้ำ  ดูปะการัง  ชูวี๊ดูวา  จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง  

ชูวี๊ดูวา    ผมล่ะขำอินกับอร  เปิดเพลงแล้วก็ร้องเสียงดังเพี้ยนซะด้วย ไม่ตรงจังหวะอีก  แต่เค้าก็ดูมีความสุขดี 

        “  โอ๊ย  ทำไมจะมีบ้านใหญ่ๆอยู่บ้าง  ”       อินกอดไม้กวาดแล้วร้องครวญ                 

        “  เออนั่นสิ  ”      อรเห็นด้วยเพราะใครๆก็อยากมีบ้านหลังใหญ่ๆอยู่                

       “  มีใหญ่แล้วต้องมาทำความสะอาดแบบนี้ไม่เหนื่อยเหรอ  ”    

 ร่างบางเช็ดโต๊ะอยู่หันมาถามสาวใช้สองคนที่หยุดมือในการกวาดพื้นและใต้โต๊ะอะไรต่างๆ                

        “   เออว่ะ  ”               

         “   งั้นมีบ้านเล็กๆแต่รวยได้มั้ย  ”                

        “  ส่วนใหญ่บ้านเล็กก็แปลว่าไม่มีเงินมากไม่ใช่รึไง  ”    ป้าพูดขึ้นพร้อมยกน้ำมาเสริ์ฟทุกคน                

        “  สู้มีบ้านที่อบอุ่นไม่ดีกว่าเหรอ ”        ร่างบางรับน้ำมาดื่มดับกระหายคลายความร้อน                

       “  อู้ยยยย   ”                

       “  ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะคุณวี   ”    อินถามเพราะคิดว่าคงมีอะไรสักอย่าง               

        “  ไม่ต้องไปสนใจสองคนที่อยากรู้ก็ได้นะ  ”

         วีมองป้าภาแล้วหันกลับไปมองสาวใช้สองคนที่สบตามาแต่ก็ก้มหน้าทำงานต่อ

เพราะคิดว่าถามมากไป จนวีตัดสินใจเล่ามันออกมา

        “  ผมอยู่กับพ่อตั้งแต่เล็กๆ แม่ทิ้งผมไปเพราะพ่อติดพนัน ติดเหล้า  แม่เห็นว่าไม่มีอนาคต

 จากนั้นชีวิตผมก็...ก็ต้องดิ้นรน หางานทำตั้งแต่เด็ก ส่งตัวเองเรียน แล้วก็เลี้ยงครอบครัวจนผมเรียนจบ  ”

       “  โถ่ว คุณวีของอร  ”                

      “  คุณวีทำงานอะไรเหรอคะ  ”      อินถามเพิ่มเติมเพราะตอนเล่าไม่ได้ระบุว่าทำงานอะไร               

      “  ผมเป็นวิศวกรน่ะครับ ทำงานอยู่ฝ่ายผลิตบริษัททำเครื่องใช้ไฟฟ้า  ”                

      “  โหว  เป็นวิศวะแต่ทำกับข้าวเก่งมาก  ทึ่งจริงๆ  ”               

      “  ผมก็ต้องทำกินเองบ้าง ประหยัดจากการซื้อ เวลาซื้อก็ถามๆคนขายเอาว่าอันนี้ทำยังไง 

แล้วก็จำมาลองทำดูว่าจะกินได้มั้ยน่ะ  กว่าจะทำเป็นก็เคยท้องเสียไปหลายวันเหมือนกันนะ  ”               

       “  คุณวียังไม่มีแฟนใช่มั้ยคะ  ”               

      “  สภาพแบบนี้ใครเค้าจะชอบล่ะครับ  ”              

      “  แสดงว่าไม่เคยส่องกระจกน่ะสิ ถึงไม่รู้ตัวว่าตัวเองทั้งหล่อและน่ารักขนาดไหน  ”               

      “  หล่อกว่าพี่กรรณอีก  ”        อรมองแล้วยิ้มอย่างเพ้อฝัน               

      “  ขอบคุณนะครับ  ”               

      “  เราแยกย้ายกันดีกว่า  ช่วงเย็นค่อยมาเจอกัน  ”  

 เมื่องานบ้านเสร็จ หัวหน้าแม่ครัว หัวหน้าแม่บ้าน หัวหน้าคนใช้อย่างป้าภาก็บอกกับทุกคนเพื่อแยกกันไปพัก



             ผมกลับมาพักที่ห้อง ก็เห็นคราบเปื้อนที่เตียง เลยเอาผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนไปซักแล้วก็ตาก 

 ช่วงเย็นก็มาเก็บไปปูเหมือนเดิม ทำความสะอาดบ้านใหม่ด้วย  จนทุ่มกว่าผมก็เดินมาบ้านใหญ่ที่ห้องครัว

 ทุกคนเหมือนกับว่าจะยังไม่ทำกับข้าวกัน  ผมจึงสงสัยว่านายยังไม่มาอีกเหรอ

           “  วันนี้ไม่ทำกับข้าวกันเหรอครับ  ”            

         “  ยังไม่มีโทรศัพท์บอกว่านายจะกลับเลยค่ะ  ”      

ปกติจะมีคนโทรมาบอกก่อนเสมอเพื่อให้เตรียมโต๊ะอาหารไว้ให้พร้อมก่อนนายจะกลับมา            

         “  นายอาจจะค้างที่นู้น  ”        ป้าภาบอกเพราะทุกครั้งที่เงียบไปก็แปลว่านายจะไม่กลับบ้านมา             

         “    ฉันไปดูละครรอนะป้า  ”


วีเดินออกจากห้องครัวแล้วก็เดินเล่นรอบบ้านดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่ง 2 ทุ่ม  3 ทุ่มนายก็ยังไม่มา 

        “  แล้วทำไมเราต้องรอเค้าด้วยล่ะวี  ”      วีหยุดยืนคิดอยู่ตรงม้าหินอ่อนหน้าบ้าน         


        “    ไม่ได้ยินเสียงด่า นอนไม่หลับรึไงฮะ  ”   วียังคงบ่นกับตัวเองต่อ         


        “  ไม่ได้ๆ! เลิกคิดถึง ไม่! เราไม่ได้คิดถึงนาย  ”  


 ผมตบหัวตัวเองหลายทีแล้วก็เดินเข้ามาที่ครัวอีกครั้งเห็นป้ากับสาวใช้กำลังดูละครกันอยู่          


        “  ดูละครด้วยกันมั้ยคะ  ”        สาวใช้คนหนึ่งหันมาชวน          

       “  พี่อร ผมขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้มั้ย  ”          

       “  เอาของอินก็ได้ค่ะ  มีโปรโทรฟรีอยู่  ”      อินหยิบมันออกจากกางเกงแล้วยื่นให้กับวี          

        “  ขอบคุณนะ  ” 


 ผมรับโทรศัพท์ของอินแล้วเดินมาที่ม้าหินอ่อนไม่ไกลจากครัวนักเพื่อกดโทรหาพ่อที่ไม่ได้คุยกันเลย

       “  พ่อ  พ่อ  วีเองนะ  ”       ร่างบางรีบบอกคนปลายสายว่าเป็นตัวเอง          

      “  เออ มึงเป็นไงบ้าง  ”           

      “  ผม...โอเค พ่อล่ะ เป็นไงบ้าง  ”                

      “  กูก็สบายดี  ”         ลุงวัฒตอบด้วยเสียงที่สดใส ทำให้วีหายห่วงไปนิดหน่อย

      “  ไม่ได้ไปเล่นอีกใช่มั้ย  ”           

      “  เล่นอะไร!  กูเลิกตั้งแต่ยกมึงให้เค้าละ  มาเฟียมันสั่งกูเอาไว้มันบอกกูว่าถ้าเล่นแล้ว

มันทำให้ชีวิตเดือดร้อนก็อย่าไปเล่น  ”    ลุงวัฒร่ายยาวถึงคำที่อิทธิบอกเอาไว้หลังปล่อยตัวกลับบ้านไป

     “  ทำไมถึงเชื่อฟังเค้า ทีผมพูดไม่ฟัง  ”           

     “  กูกลัวตายไง  ”           

     “  พ่อ...เอาเงินที่ไหนใช้ล่ะ  ”         ร่างบางถามเพราะตัวเองก็ไม่อยู่ พ่อจะเอาอะไรซื้อข้าวกิน           

     “  2 หมื่นนั้นมาเฟียมันไม่ได้เอา เค้าเอาให้พ่อมาใช้ แล้วเดือนที่แล้วเค้าก็ให้ลูกน้องเอาเงินมา

 ให้อีก 15000  ใจดีชิบหาย  ”

    “  หรอ?  ”           

      “  เออๆๆ แค่นี้แหละ  กูจะไปดูมวยกะบ้านข้างๆแล้ว  ”            

      “  ครับ  ดูแลตัวเองนะพ่อ  ”  

      ได้ยินเสียงพ่อ ท่าทางจะสบายดีอย่างที่แกว่า เลิกพนัน ไม่ใช่เสียงเมาๆ ผมก็โอเค  

โทรหานนท์ดีกว่า ป่านนี้บริษัทจะไล่ผมออกจากงานไปรึยังเนี่ย



                   ตื๊ดด  ตื๊ดดด   ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดด              ตื๊ดดดดดดดดดดดดด


           “  สวัสดีครับ  ”        

          “  ไอ้นนท์ กูเอง  ”         

         “  มึง! ไอ้เหี้ย หายหัวไปไหนวะ  ”      

 คนปลายสายได้ยินเสียงเพื่อนก็รีบถามเพราะเพื่อนนั้นขาดการติดต่อ และไม่มาทำงานหลายวันมากแล้ว           

         “  คือกูต้องมาทำงานใช้หนี้ให้พ่อ  ”           

        “  เออ กูไปบ้านมึง พ่อมึงบอกว่า ยกมึงให้มาเฟียไปแล้ว  กูตกใจเลยไอ้สัส  

คิดว่ามึงตายไปแล้วไอ้ห่า เกือบจะทำบุญไปให้แล้วด้วย  ”        นนท์พูดกับเพื่อนติดตลกๆ           

        “  สัส!!  ฝากบอกหัวหน้าด้วย กูขอโทษ..  ”          วีรู้สึกผิดที่จู่ๆก็ต้องหายไปจากงาน          

        “   เออ...มึงส่งโรเคชั่นมาดิ เผื่อกูไปหามึง  ”         

        “  เฮ้ย เออ...กูจะส่งไป แต่มึงถ้าจะมาระวังตัวด้วย  ”       วียังลังเลว่าจะบอกเพื่อนดีมั้ยว่าอยู่ที่ไหน          

       “  มันโหดขนาดนั้นเลยเหรอ ”          

       “  อยากลองก็แล้วแต่มึง  มึง...กูฝากพ่อด้วยนะ  ”    

  ถึงแม้พ่อจะทำผิดหรือก่ออะไรไว้จนทำให้เดือดร้อนแต่วีก็ไม่เคยที่จะไม่ห่วงพ่อเลย          

       “  ได้ๆ ว่างๆจะแวะไปหาลุงวัฒบ่อยๆ  ”          

       “  แค่นี้แหละ  กูจะรีบกลับไป เติมตังเบอร์นี้ให้หน่อย  ”         

      “  เออๆๆ โชคดีเพื่อน  ”   

        โอ๊ย โล่งอกไปที ได้บอกเพื่อน ได้คุยกับพ่อ รู้สึกมีกำลังใจในชีวิตขึ้นมานิดนึง   ผมเดินถือโทรศัพท์

ไปคืนอินในห้องครัว พร้อมบอกอินด้วยว่าเติมเงินคืนให้แล้ว จากนั้นก็เดินกลับมาที่บ้านคอนเทนเนอร์

 ทิ้งตัวลงนอนที่เตียงคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นานสองนาน



















สวัสดีค่าาา 555555 ตอนนี้ไรท์ทะยอยมาแก้ไขนิยายอยู่น้าาา


สวัสดีคนอ่านใหม่ๆและคนอ่านซ้ำ คิดถึงทุกคน 


***  ดอกจัน 108 ดอก ****  ฝากหนังสือนิยายได้มั้ยคะทุกคน


เรื่องนี้จะวางแผงปลายเดือนมกราคม 2562 นี้แล้วกับทางสำนักพิมพ์มีดีส์จ้า




ความคิดเห็น