greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที 5 : สาเหตุของเรื่องราว

ชื่อตอน : ตอนที 5 : สาเหตุของเรื่องราว

คำค้น : ัy yaoi ภรรยาที่ดี เฮียเหวินน้องหลิว สายกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2561 00:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที 5 : สาเหตุของเรื่องราว
แบบอักษร

ตอนที่ 5 : สาเหตุของเรื่องราว



ทันทีที่ประตูไม้สักบานใหญ่เปิดออกด้วยฝีมือของเจ้าของใบหน้าหวานซึ่งเวลานี้กำลังยืนส่งยิ้มให้กับผู้ติดตาม เทียนฉีก็รู้สึกอยากกลับหลังหันลงไปยังชั้นล่างทันที

นับว่านอกจากโชคชะตาจะเล่นตลกกับซิ่นเฉิงแล้วยังไม่ละเว้นผู้ติดตามคนนี้ด้วย

“มีอะไรรึเปล่าครับ” เสี่ยวหลิวเอ่ยถามอย่างสุภาพ ถึงเทียนฉีจะเป็นลูกน้องที่ม๊าส่งมาดูแล แต่อีกฝ่ายก็มีอายุมากกว่า  

ชายวัยกลางคนมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มอายุ 19 ปี ดวงตาหวานซึ้งที่ฉายแววสงสัยทำให้เขาไม่กล้าที่จะอ้าปากพูดต่อ เหมือนคนใบ้ไปชั่วขณะ

“เทียนฉี ? ” 

เขาไม่อยากทำร้ายเจ้านายผู้นี้เลย

“ขออภัยที่มารบกวนครับ” เทียนฉีก้มหัวโค้งตัว อย่างน้อยการไม่มองหน้าอีกฝ่ายก็ช่วยทำให้พูดได้ง่ายขึ้น

“ผมทราบแล้วครับว่าคุณหย่งเหวินอยู่ที่ไหน เมื่อคืนเขาลงไปนอนที่ห้องพักชั้น 52 ครับ ตอนนี้เขาก็กำลังอยู่ในห้องนั้น” 

“จริงเหรอครับ” เด็กหนุ่มดวงตาเป็นประกายด้วยความหวัง เมื่อเช้าหลังจากที่ติดต่อสามีไม่ได้ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นหายไปไหน กังวลว่าอาจจะโมโหเขาจนหนีไปที่อื่นที่ไกลกว่านี้ ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจ

“แปปนึงนะครับ” เสี่ยวหลิวหายกลับเข้าไปในห้อง รีบเปลี่ยนจากร้องเท้าสลิปเปอร์เป็นรองเท้าผ้าใบ ไม่กี่นาทีก็กลับออกมา

“นำทางไปหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากเจอเขา” น้ำเสียงดีใจคะยั้นคะยอให้ผู้ติดตามต้องอึดอัดใจมากกว่าเดิม แต่ลูกน้องอย่างเขามีหน้าที่ปฎิบัติตามคำสั่งเท่านั้น ขายาวหมุนกลับก้าวนำผู้เป็นนายไปยังลิฟต์ส่วนตัว

เมื่อคืนเสี่ยวหลิวกลายเป็นผู้ยึดครองห้องนอนของผู้เป็นสามี เสี่ยวหลิวสังเกตเห็นว่านอกจากจะเป็นห้องนอนแล้วยังมีการแบ่งโซนการทำงานไว้อีกฝั่งด้วย แฟ้มเอกสารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมีอยู่หลายแฟ้มที่เปิดค้างไว้ อาจจะเป็นสัญญาระหว่างคู่ค้าหรือรายงานประจำเดือนก็ได้ แต่ตัวเขาไม่ได้เข้าไปยุ่มย่ามอะไร เพราะถือว่าเป็นกิจการของสามี ที่สำคัญคนที่ยังเรียนมหา’ลัยไม่จบแบบเขาอ่านไปก็ไม่เข้าใจหรอก

ตอนนี้ก็เป็นเวลาสายแล้ว อีกคนอาจจะต้องการใช้ห้องสวีทเพื่อทำงาน เสี่ยวหลิวกะจะบอกเฮียเหวินว่าเขายอมลงมานั่งรอข้างล่างที่ล็อบบี้ก่อนก็ได้ ถ้าเกิดชายหนุ่มลำบากใจที่จะขึ้นไปทำงานด้านบน หลังจากนั้นพอถึงตอนกลางวันจะได้ชวนออกไปทานข้าวที่ร้านอาหารด้วยกัน เขานั้นเพิ่งมาถึงปักกิ่งเมื่อวานเลยยังไม่ได้เปิดหูเปิดตาอะไรมากนัก

ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 52 พร้อมกับเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งค่อนข้างจะดังพอสมควร พอมองใกล้ ๆ แล้วก็พบว่าเป็นลูกน้องอีกสองคนที่ม๊าส่งมาดูแลกำลังยืนหันหลังให้ประตูห้องพักติดกับบันไดหนีไฟ ทั้งสองยืดอกประจันหน้ากับกลุ่มชายในชุดสูทอีกสี่คน

เกิดอะไรขึ้นน่ะ

“พี่ใหญ่” หนึ่งในลูกน้องของเสี่ยวหลิวเรียกเทียนฉีที่เดินหน้าขรึมเข้ามา พอเห็นซ้อใหญ่ที่เดินตามมาข้างหลักก็ค้อมตัวให้

“เอาคนของนายออกไปเดี๋ยวนี้เทียนฉี” ซิ่นเฉิงที่แม้จะอายุน้อยกว่าแต่มีบอสหวังคุ้มกะลาหัวกล่าว ชายวัยกลางคนตรงหน้าแม้จะขึ้นตรงต่อหวังไป๋ลี่ ภรรยาประมุขตระกูลหวัง แต่ที่นี่คือโรงแรมต้าจี๋ฉายที่หวังหย่งเหวินดูแลอยู่ ศักดิ์ของลูกน้องอย่างซิ่นเฉิงจึงดูใหญ่กว่า 

“คงจะไม่ได้หรอกน้องเฉิง” เทียนฉีประจันหน้าอย่างไม่เกรงกลัว เพราะทุกคนที่อยู่ในบริเวณนี้ไม่มีอาวุธ ถ้ามีเรื่องกันจริง ๆ ก็ซัดกันด้วยหมัดลุ่น ๆ นั่นแหละ

“นายกำลังทำให้แขกของโรงแรมหวาดกลัว” การส่งลูกน้องมายืนเฝ้าอยู่หน้าห้องแบบนี้ คนเดินผ่านไปมาก็ได้แต่สงสัยจนโทรไปรายงานเขาให้พาคนขึ้นมาตรวจสอบ ที่สำคัญพอทราบว่าเป็นห้องของบอสที่เปิดใหม่เมื่อคืนก็ยิ่งกังวล

เทียนฉีไม่ได้สนใจ เขาหยิบคีย์การ์ดห้องดังกล่าวออกมา ซิ่นเฉิงมองตาโต

“นี่แกไปเอามาได้ยังไง” กล่าวอย่างโมโห สรุปว่ามันมีพนักงานที่คอยช่วยเหลืออยู่ใช่ไหมถึงได้เอาคีย์การ์ดมาได้ง่าย ยิ่งตั้งแต่เมื่อวานที่เทียนฉีพาเสี่ยวหลิวขึ้นไปยังห้องสวีท ไม่รู้ว่ามันใช้วิธีอะไรพนักงานจึงให้คีย์การ์ดไป หลังจากเหตุการณ์ตรงนี้จบลงคงต้องรายงานบอสให้ตรวจสอบพนักงานโรงแรมอย่างละเอียด

หัวหน้าของลูกน้องหวังหย่งเหวินเอื้อมมือหมายกระชากเจ้าการ์ดสี่เหลี่ยมคืนมา แต่เทียนฉีโยกมือหลบ เมื่อลูกน้องเห็นลูกพี่ของตัวเองขัดแย้งกันก็ให้ต้องก้าวเท้ามาประชิด ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้า พ่นลมหายใจแรง ๆ ใส่ มือทำท่าจะปล่อยหมัดหากได้สัญญาณ  

“ใจเย็น ๆ นะครับ มีปัญหาอะไรคุยกันดี ๆ ก็ได้” เสี่ยวหลิวเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ยืนฟังอยู่นาน เขาจำได้ว่านี่คือซิ่นเฉิงลูกน้องคนสนิทของสามี เข้าใจว่าฝ่ายนั้นไม่อยากให้คนมายุ่มย่ามหน้าห้องพักเจ้านาย แต่เขาเป็นภรรยาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซิ่นเฉิงมองมาทางเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง แม้จะไม่ได้เสียมารยาทแต่ก็ไม่ได้ทำความเคารพ

“เฮียเหวินอยู่ในห้องนี้ใช่ไหม พวกคุณควรจะเบาเสียงนะ เฮียอาจจะกำลังพักผ่อนอยู่” คนที่เป็นห่วงสามีตั้งแต่เมื่อคืนพูดคล้ายตำหนิอยู่ในที หันไปแบมือขอคีย์การ์ดกับผู้ติดตามร่างใหญ่เพื่อยุติการทะเลาะกัน ทว่าตอนที่เทียนฉีกำลังจะส่งให้ ซิ่นเฉิงกลับใช้จังหวะนั้นซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าแย่งมาไว้กับตัวเองเสียก่อน

“เทียนฉี!”

“พี่ใหญ่!“

สิ้นเสียงร้องด้วยความตกใจเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้น เหมือนกับภาพยนตร์ที่เคยดู ลูกน้องของทั้งฝั่งสามีและของภรรยาเข้าแลกหมัดกันนัวอย่างไม่ยอมใคร ฝ่ายเทียนฉีที่มีคนน้อยกว่าหนึ่งคนไม่ได้เสียเปรียบนัก คนร่างใหญ่เอาคืนด้วยการเสยหมัดเข้าที่คางแหลม

“เฮ้! พวกคุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ ซิ่นเฉิง เทียนฉี นี่มันในโรงแรมนะ!” เสี่ยวหลิวร้องห้าม ทำอะไรไม่ถูก เห็นลูกน้องของตัวเองโดนทั้งเท้าทั้งมือไม่ยั้งก็โมโห ฝ่ายเขายังไม่ได้ทำอะไรทำไมถึงมาหาเรื่องกันได้

เทียนฉียกเท้าถีบท้องซิ่นเฉิงจนตัวหงายล้มตึงไปกับพื้น ด้วยวัยที่มากกว่าจึงทำให้ประสบการณ์ต่อยตีมากตามไปด้วย เหลือบเห็นน้องทั้งสองที่เรียกตนว่าพี่ใหญ่ยังลำบากอยู่ก็กัดฟันกระทืบจนคนเจ็บเลือดกระเด็นออกมาจากปากเปรอะทางเดิน อันที่จริงถือว่าเป็นการส่งความหมั่นไส้ให้แบบถึงเนื้อถึงตัวด้วย เขาเอื้อมมือชิงคีย์การ์ดกลับมาได้สำเร็จ

ซิ่นเฉิงถมเลือดออกจากปากอย่างไม่ยอมแพ้ รวบรวมแรงกระโจนเข้าหา พยายามยื้อหยุดฉุดกระชากวัตถุในมือเต็มที่

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แยกกันเดี๋ยวนี้” คำพูดของเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวในที่นี้ไม่เป็นผลจนเขาเริ่มโมโหขึ้นมาบ้าง สรุปว่าลูกน้องพวกนี้ยังเห็นเขาเป็นภรรยาของหวังหย่งเหวินอยู่ไหม

ไม่รู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เทียนฉีมีหน้าที่ทำให้ซ้อใหญ่เข้าไปข้างในห้องให้ได้

เขาหมดความอดทนกับคู่มือ ใช้ตัวเองรับหมัดหนัก ๆ ที่ส่งมากระแทกใบหน้า ทว่าก็ใช้จังหวะนั้นแตะคีย์การ์ดเปิดประตูห้องเข้าไปด้านในจนได้

เสี่ยวหลิวโดนผู้ติดตามดันตัวเข้าไปในห้องมืดซึ่งเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ก่อนที่จะตามเข้ามาด้วย ซึ่งซิ่นเฉิงเองก็ยังไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปโดยง่าย เจ้าตัวเอาตัวกระแทกประตูไว้ไม่ให้ปิด พวกที่ตะลุมบอลอยู่เห็นพี่ใหญ่ตัวเองเข้าไปด้านในก็พากันโถมตัวเข้ามาเช่นกัน สรุปว่าคราวนี้ทั้งหมดที่อยู่หน้าห้องเข้ามาด้านในเรียบร้อย ประตูห้องถูกดึงโดยตัวยึดให้ปิดลงตามเดิม 



สวิตช์ไฟในห้องถูกกดเปิดด้วยฝีมือคนที่อยู่บนเตียง เพราะเสียงชนเฟอร์นิเจอร์และโวยวายของกลุ่มคนผู้มาเยือนทำให้ร่างสองร่างบนเตียงนอนสะดุ้งตื่น

ภาพที่เลือนรางขมุกขมัวมองไม่เห็นในตอนแรกเนื่องจากแสงแดดภายนอกถูกผ้าม่านผืนหนากางกั้นไว้ไม่ให้ลอดเข้ามา บัดนี้ปรากฎอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งให้กลุ่มคนผู้มาเยือนชะงักนิ่ง การซาดซัดด้วยมือเปล่าจบลงโดยพลัน

เทียนฉีปาดเลือดที่ไหลออกจากมุมปาก ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจว่าร่างกายของตัวเองจะสะบักสะบอมช้ำในแค่ไหน 

ผู้ติดตามคนนี้เป็นห่วงความรู้สึกของเด็กหนุ่มผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ตระกูลหวังมากกว่า

เสี่ยวหลิวยืนนิ่งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

บนเตียงกว้างสีขาวมีชายผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ เรือนผมสีดำซึ่งเมื่อคืนเซ็ตไว้อย่างดียุ่งเหยิง แผ่นอกขาวเปลือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามมีรอยจ้ำและรอยข่วนสีแดงหลายจุด ด้านข้างชายหนุ่มมีหญิงสาวหน้าตาดีที่กำลังตาโตด้วยความตกใจสุดขีด สภาพของหล่อนบ่งบอกว่าเพิ่งผ่านศึกรักบนเตียงมาอย่างหนัก ผ้าห่มยับยู่ยี่มีคราบของน้ำรักแห้งกรังคลุมท่อนร่างของพวกเขาทั้งสองไว้

ไล่สายตามายังพื้นพรม ชุดสูทที่เสี่ยวหลิวจำได้ดีว่าเป็นของสามีเมื่อคืนกระจัดกระจายปะปนกับชุดพนักงานต้อนรับหญิงของโรงแรม ชั้นในสีสวยตกอยู่ใกล้กับกางเกงในผู้ชายเช่นเดียวกัน

หวังหย่งเหวินจ้องมองมาที่เสี่ยวหลิวด้วยอาการนิ่งเงียบ 

หลายนาทีกว่าที่เสี่ยวหลิวจะหาเสียงของตนเองเจอ

“เฮียเหวิน...” 

ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงจนต้องใช้มือจับโต๊ะวางแจกันไว้เป็นหลักค้ำยัน ดวงตาเรียวหวานซึ่งเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังเต็มไปด้วยประกายความดีใจ บัดนี้ร้อนผ่าวด้วยเพราะถูกความเจ็บปวดอย่างล้นเหลือแทนที่ หยาดน้ำตามากมายเอ่อล้นไหลลงมาอาบแก้มเนียน

“คุณหวังคะ” พนักงานสาวทั้งอับอายทั้งตกใจที่ถูกกลุ่มคนมากมายเข้ามาเจอในสภาพนี้ เธอเห็นซิ่นเฉิงที่เป็นผู้ติดตามชายหนุ่มอยู่ในนี้ด้วย 

หวังหย่งเหวินไม่ได้ตอบอะไร ไม่มีเสียงของผู้หญิงข้างกายที่ส่งผ่านเข้ามาทางประสาทการรับรู้ด้วยซ้ำ เขาไม่รู้ว่าควรจะตกใจหรืออย่างไรดี ในเมื่อนี้เป็นสิ่งที่เขาทำอยู่หลายครั้งตั้งแต่มาปักกิ่ง  แต่ที่แตกต่างไปคือตอนนี้กำลังโดนภรรยาแต่ในนามยืนจ้อง

“ซิ่นเฉิง” เฮียเหวินเรียกลูกน้องซึ่งสภาพดูไม่ได้ “พาเสี่ยวหลิวออกไปก่อน”

เทียนฉีได้ยินดังนั้นก็เอาตัวเข้ามาบังด้านหลังเจ้านายตัวเล็กไว้ ลูกน้องอีกสองคนเองก็เข้ามาเป็นปราการให้เช่นเดียวกัน ความภักดีท่วมท้น จะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้คุณเสี่ยวหลิวได้

“เฮีย ฮึก ทำแบบนี้ทำไม” เสี่ยวหลิวสะอื้นจนตัวโยน แม้แต่ประโยคที่พูดออกมายังติดขัด ตอนนี้ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา จมูกเล็กเป็นสีแดงน่าสงสาร

“ออกไปก่อน กลับไปคุยกันข้างบน” คนเป็นสามีออกคำสั่ง แต่ตอนนี้ภรรยาไม่ฟังอะไรแล้ว เสี่ยวหลิวตรงเข้าไปยังเตียงนอนคว้าหมอนข้างจากพื้นขึ้นมา รวบรวมแรงทั้งหมดฟาดลงไปที่ตัวของคนรักแรง ๆ

อยากจะทำร้ายแต่ก็รักมากจนไม่กล้าลงไม้ลงมือจริงจัง

เฮียเหวินในสภาพไร้เสื้อผ้าปัดป้องอาวุธที่โถมเข้ามาไม่ยั้ง ใบหน้าโดนไปเสียหลายทีจนเจ็บชา 

แต่มันก็ยังไม่เท่าหัวใจของคนลงมือที่ตอนนี้เจ็บจนแทบขาดใจ

“หลิวถามว่าเฮียทำแบบนี้ทำไม !  เฮียทำแบบนี้ทำไม ! ” เสี่ยวหลิวตะโกนสุดเสียง ขึ้นเสียงแบบที่ไม่เคยทำกับคนตรงหน้ามาก่อนในชีวิต เขาควบคุมสติตัวเองไม่ได้แล้ว 

เขาต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้

สุดท้ายเฮียก็ไม่เคยเห็นเสี่ยวหลิวคนนี้เป็นภรรยาเลยใช่ไหม

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ! ” พนักงานสาวที่เห็นเจ้านายโดนทำร้ายรีบช่วยปัดหมอนข้างอีกแรง เด็กคนนี้เป็นใครกัน ไม่เคยเห็นหน้า ที่สำคัญทำไมถึงกล้าเข้ามาในห้องพักแบบนี้ได้

“ถ้าไม่หยุดฉันจะเรียก-”  

“หุบปาก ! ”

หล่อนสะดุ้งกับเสียงที่ตวาดมา ใบหน้าพลันซีดเผือกเมื่อเห็นสายตาวาวโรจน์จ้องมองมาอย่างแค้นเคือง หมอนข้างที่ฟาดลงมาไม่ยั้งหยุดแล้ว

เสี่ยวหลิวอยากจะแปลงร่างเป็นเพศแม่แล้ววาดฝ่ามือลงบนหน้าผู้หญิงหน้าไม่อายคนนี้เสียเหลือเกิน แต่เพราะความเป็นลูกผู้ชายที่มีอยู่ทำให้เขาได้แต่กำหมอนข้างในมือแน่น เจ็บเล็บตัวเองไปหมด

“เธอมันผู้หญิงหน้าไม่อาย! รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายมีภรรยาอยู่แล้วยังไปหลับนอนด้วยอีก จิตสำนึกเธอมันไม่มีเหรอถึงได้ทำเรื่องทุเรศ ๆ แบบนี้ลงไปได้!”

หญิงสาวคนเดียวในห้องนี้เมื่อโดนใครก็ไม่รู้ตะโกนว่าต่อหน้าผู้ชายเกือบสิบคนพลันหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ริมฝีปากโต้กลับทั้งที่ตัวสั่นระริก คำพูดที่โดนว่าแม้ไม่หยาบคายแต่เป็นเรื่องจริงที่ฟังแล้วเจ็บไม่แพ้กับการโดนตบหน้า

“ฉะ ฉันก็ไม่ต่างจากแกหรอก แกมันก็เป็นอีตัวที่คุณหวังซื้อมากินเหมือนคนก่อน ๆ ไม่ใช่รึไง ทำมาปากดี หน็อย แกมันก็น่าไม่อายเหมือนกับฉันนั่นแหละ!”

เสี่ยวหลิวขมวดคิ้ว

เทียนฉีและลูกน้องอีกสองคนเลือดขึ้นหน้ากับถ้อยคำต่ำตมที่หญิงสาวพ่นออกมา

“ฉันเห็นนะว่าเมื่อวานผู้ชายคนนั้นพาแกขึ้นไปรอคุณหวังที่ห้องสวีทน่ะ เหมือนกับคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้เวลาคุณหวังเรียกมาใช้บริการที่โรงแรม ! ”

คำพูดต่อมาของหล่อนทำให้ทุกอย่างกระจ่าง

เสี่ยวหลิวเข้าใจแล้วว่าทำไมวันแรกที่มาโรงแรมต้าจี๋ฉายพนักงานถึงได้มองมาที่เขาด้วยสายตาแปลก ๆ 

เพราะสามีสุดที่รักคนนี้ซื้ออีตัวมาเล่นรักถึงห้องนอนชั้นบนบ่อยครั้งสินะ

เด็กหนุ่มตัวสั่น เขาโมโหมากกับสิ่งที่ได้ทราบ ร้องไห้มากกว่าเดิมจนหูอื้อตาพร่าไปหมด 

เพราะเห็นสภาพของภรรยาที่คุมอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป จึงทำให้หวังหย่งเหวินที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น

“เด็กคนนี้เป็นภรรยาฉัน”

น้ำเสียงที่พูดบ่งบอกถึงความไม่พอใจ ถึงเขาจะไม่ได้ชอบเสี่ยวหลิว แต่การที่พนักงานหญิงว่าภรรยาในนามของเขาแบบนี้ก็เท่ากับลบหลู่เกียรติของเขาด้วย   

หญิงสาวที่กำลังจะอ้าปากด่าต่อกลืนคำพูดลงคอแทบไม่ทัน

มะ เมียเจ้านายที่เธอเข้าใจมาตลอดว่าอยู่ที่ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอหรอกเหรอ? 

เช่นนั้นแล้วทำไมถึงไม่มีพนักงานคนไหนรู้เรื่องตอนที่ภรรยาคุณหวังมาถึง

เสี่ยวหลิวไม่ได้ดีใจสักนิดที่อย่างน้อยเฮียเหวินยังระลึกได้ว่ามีเขาเป็นภรรยา หันไปออกคำสั่งกับลูกน้องด้านหลังทันที เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้อยู่ในครรลองสายตา

“เทียนฉี พาเธอออกไปจากห้องนี้ที”

“ครับ”

“พวกนายเองก็ออกไปให้หมดด้วย”

ประโยคหลังเป็นหวังหย่งเหวินที่กล่าวกับซิ่นเฉิง ซึ่งทั้งหมดก็รับคำสั่งแต่โดยดี

เทียนฉีหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้ามาคลุมร่างผู้หญิงที่เพิ่งนอนกับสามีเจ้านาย ก่อนจะให้ลูกน้องอีกสองคนช่วยกันลากตัวออกไป อดีตพนักงานสาวดิ้นไปมาแหกปากโวยวายลั่น

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย ! ” 

และตามมาด้วยเสียงประตูปิดลง เหลือไว้เพียงแค่สองสามีภรรยาที่อยู่ในห้อง



เป็นเวลากว่าหลายนาทีที่มีเพียงเสียงสะอื้นของคนอายุน้อยกว่าสะท้อนไปทั่วห้องพัก เสี่ยวหลิวก้มหน้าปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เขาอยากด่าคนตรงหน้าแรง ๆ ให้สมกับความโกรธที่มี แต่ก็คิดคำที่ว่าไม่ออก สมองตื้อไปหมด เจ้าตัวไม่สามารถร้ายกาจได้จริง ๆ ในนาทีนี้

ข้อมือเล็กสัมผัสได้ถึงมือใหญ่ของคนที่อยู่บนเตียง หย่งเหวินดึงภรรยาตัวเองลงมานั่งบนขาที่ขัดสมาธิ ซึ่งแม้เสี่ยวหลิวอยากจะดิ้นให้หลุดก็ทำไม่ได้ ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงที่จะขัดขืน เขาร้องไห้จนเหนื่อย

“หยุดร้อง” 

“อย่ามาสั่งหลิว”

สะใภ้ตระกูลหวังเงยหน้ามองอีกฝ่าย ยิ่งเห็นรอยแดงที่ต้นคอกับผมยุ่ง ๆ ของเฮียก็ยิ่งเจ็บหัวใจ กัดริมฝีปากแน่นจนช้ำ

“เฮียเหวินจะไม่ปฎิเสธอะไรหน่อยเหรอ บอกมาสิว่าเฮียไม่ได้ตั้งใจ” 

เสียงที่พูดช่างเบาหวิว ดวงตาหวานคลอด้วยหยาดน้ำใสสบเข้ากับดวงตาคมที่สุดท้ายก็เสหลบไม่อาจสู้ความผิดที่ตัวเองก่อได้ หวังหย่งเหวินไม่เคยกลัวตอนทำผิด แต่เมื่อโดนจับได้และเห็นว่าคนที่รักตัวเองสุดหัวใจเสียใจจนควบคุมสติตัวเองไม่ได้เขากลับรู้สึกละอายขึ้นมา

น้ำตาของเสี่ยวหลิวทำให้ผู้เป็นสามีซึ่งทำตัวเย็นชามาตลอดรู้สึกไม่ดี ทั้งที่ควรจะยินดีรอเซ็นใบหย่าจากอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

ตั้งแต่ตอนเด็ก หย่งเหวินไม่ชอบเห็นเสี่ยวหลิวร้องไห้

ก่อนหน้านี้ตัวเองคิดว่าไม่ได้รักเด็กหนุ่มตรงหน้าแล้ว ไม่เหลือความเห็นใจใด ๆ แต่ทำไมตอนนี้ใจมันถึงกระตุกทุกครั้งที่ร่างเล็กสั่นเพราะแรงสะอื้น

หวังหย่งเหวินยังไม่ได้สอดใส่เข้าไปในตัวพนักงานสาวคนนั้น เพราะเมื่อคืนรีบร้อนจึงทำให้ไม่ได้เตรียมถุงยางอนามัย เขาทำได้แค่ให้หล่อนใช้มือกับตรงส่วนนั้นให้ หลังจากนั้นก็มีอะไรกันแต่เพียงภายนอกเท่านั้น

แต่ถึงจะอธิบายตรงนี้ไปก็ไม่ได้ลบล้างความผิดและคดีเก่าที่เขาก่ออยู่ดี

เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนตักเมื่อไม่ได้รับคำตอบ เสียงสะอื้นจึงหนักกว่าเดิม ตาแดงก่ำ เสียใจจนอยากหมดสติไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

ทั้งที่หลิวรักเฮียมากแท้ ๆ

ทำทุกอย่างก็เพื่อเฮีย ยอมทุกอย่างก็เพื่อเฮีย ศักดิ์ศรีกับความอายเมื่อคืนก็ไม่เหลือแล้ว แต่ทำไมสิ่งที่ได้รับกลับมาถึงเป็นแบบนี้

“ฉันต้องหาที่ระบาย”  หย่งเหวินเอ่ยขึ้น พูดไปตามตรง “และผู้หญิงคนนั้นก็อยู่ตรงนั้นพอดี”

“เพราะหลิวยั่วเฮียเหรอ” 

“ใช่” ตอบกลับเพียงคำเดียว แต่อธิบายความหมายทุกอย่าง

“แต่หลิวก็ยอมเฮียตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทำไมเฮียไม่ทำกับหลิวล่ะ” ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ เมื่อคืนเขาพลีกายขนาดนั้นแล้วเฮียก็ยังไม่สน อารมณ์ที่เขาปลุกมันขึ้นมากลับต้องเอาไปลงที่หญิงอื่น

หย่งเหวินคิดว่าตอนนั้นเพราะเขาอยากเอาชนะอีกคนยังไงล่ะ

แต่พอผลลัพธ์มันออกมาเป็นแบบนี้ เขาเริ่มไม่อยากชนะแล้ว

คราวนี้เบาะรองนั่งของเสี่ยวหลิวเงียบไปหลายนาที

ทำไมเวลาถามอะไร เฮียเหวินถึงไม่ยอมตอบเลย 

บรรยากาศแสนอึดอัดทำให้สุดท้ายคนบนตักก็ทนไม่ไหว

ในใจของเด็กหนุ่มมีเรื่องที่อยากถามเฮียเหวินมาตลอด และคิดว่าไม่ควรจะยืดเยื้ออีกต่อไปแล้ว

“ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน เฮียบอกว่าเฮียไม่ได้รักหลิวแล้ว” คนบนตักกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เริ่มพูดถึงเรื่องอดีตที่เขาไม่อยากจดจำมากที่สุด บอกกับตัวเองว่าเฮียแค่ล้อเล่น เฮียแค่สับสน เขาเลือกที่จะซ่อนมัน ปิดทับ ฉาบไว้ด้วยความทรงจำสวยงามแทน

“ตอนแรกที่เฮียเปลี่ยนไป หลิวแค่คิดว่าเราห่างกันมากขึ้น” 

หลังจากที่หวังหย่งเหวินซึ่งเรียนโรงเรียนเดียวกับเสี่ยวหลิวสอบติดคณะบริหารภาคอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ ทำให้ทั้งสองที่ตอนนั้นคบกันเป็นแฟนต้องอยู่ห่างจากกัน เวลาที่ใช้ร่วมกันก็น้อยลง ตารางเวลาเรียนของเฮียก็ไม่เหมือนกับเขา เขาหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่เฮียก็ยังต้องเรียนทั้งสองวัน ปิดเทอมกับเปิดเทอมก็ไม่ตรงกันอีก แต่ก่อนหย่งเหวินมักมาหาเสี่ยวหลิวที่คฤหาสน์ตระกูลฟู่ มาคุย มาเล่น บางครั้งก็พาไปเที่ยว กลับกลายเป็นว่าชายหนุ่มแทบไม่ได้โผล่หน้ามาหาเลย ช่วงนั้นเฮียเหวินยังโทรมาคุยด้วยบ้าง ส่วนช่วงไหนที่มีโปรเจ็คเยอะก็ยังส่งข้อความมาหา

แต่ปัญหาหนักสุดที่เป็นอุปสรรคกับทั้งสองคือหวังหย่งเหวินลงเรียนซัมเมอร์ด้วยเหตุผลว่าอยากจะเรียนให้จบภายในสามปีครึ่ง จะได้มาช่วยกิจการของตระกูลเร็ว ๆ  นั่นทำให้เวลาที่มีให้คนรักเริ่มน้อยลงไปอีก 

แล้วถามว่าความรักของเฮียที่มีให้เสี่ยวหลิวคนนี้หมดลงตอนไหน คำตอบคือเมื่อหวังหย่งเหวินอยู่ชั้นปีที่สอง  

“หลิวเองก็งี่เง่า ไม่เข้าใจเฮียเหวิน จนสุดท้ายเฮียก็เลิกกับหลิว เฮียบอกว่าเฮียมีคนใหม่แล้ว”  

หวังหย่งเหวินสูดลมหายใจลึกเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เขายอมรับว่าตอนนั้นพอห่างจากเสี่ยวหลิวไปความสัมพันธ์ทั้งคู่ก็เริ่มเปราะบาง หน้าไม่ได้เจอ เสียงไม่ได้ยิน เริ่มรู้สึกถึงคำว่าเหงาเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเองที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิตหย่งเหวิน เธอชื่อน้ำฝน เรียนอยู่คณะเดียวกัน ทั้งสองเริ่มจากการคุยเป็นเพื่อนผ่านกิจกรรมมหา’ลัยตอนช่วงท้ายปีหนึ่ง หย่งเหวินเคยทะเลาะกับเสี่ยวหลิวเรื่องที่ไม่มีเวลาให้กันก็ได้น้ำฝนคอยให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา คอยปลอบ ช่วงเวลานั้นเธอเหมือนกับคนที่เข้าใจเขามากที่สุด เขารู้สึกดีที่มีเธออยู่ข้าง ๆ  น้ำฝนมีหลายอย่างที่คล้ายกับเสี่ยวหลิว โดยเฉพาะรอยยิ้ม แต่สิ่งที่เธอมีมากกว่าเสี่ยวหลิวคือความเป็นผู้ใหญ่ จนเมื่อเวลาผ่านไปรู้ตัวอีกทีเขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าเสียแล้ว

ความสัมพันธ์ทั้งคู่เริ่มพัฒนา เขาสั่งไม่ให้เสี่ยวหลิวมาหาที่มหา’ลัย เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับความรักแบบเด็ก ๆ ที่ต้องคอยเอาใจ พร่ำบอกรักแทบทุกวัน กิจกรรมที่ทำก็มีแต่แบบเดิม ๆ  เพราะแม้เสี่ยวหลิวจะห่างกับเขาเพียงสองปี แต่ความคิดของเด็กหนุ่มก็ยังมีความเป็นเด็กมากกว่าหลายเท่า ทำให้ทั้งสองมีความสนใจและทัศนคติที่ไม่ตรงกัน และยิ่งเด็กหนุ่มยอมอ่อนให้ ยอมเป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่ง หวังให้เฮียกลับมาสนใจตัวเองอีกครั้ง นั่นจึงทำให้เขาได้ใช้เวลาทั้งหมดที่มีร่วมกับน้ำฝนมากยิ่งขึ้น 

ไม่กี่เดือนต่อมาหย่งเหวินก็ตัดสินใจบอกเลิกกับเสี่ยวหลิว เขาขอน้ำฝนคบในวันถัดมา 

จนตอนนี้ความทรงจำในอดีตไหลเข้ามาในความคิดของทั้งสองอย่างต่อเนื่อง 

ภาพที่เสี่ยวหลิวร้องไห้อ้อนวอนให้เฮียเหวินกลับมาคบ และภาพที่เฮียปฎิเสธหันหลังเดินจากไป เฮียเหวินรักน้ำฝนมากจนลืมคำสัญญาและคำบอกรักที่มีให้กับเด็กหนุ่มทั้งหมด เหมือนกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยพูดออกมา

เสี่ยวหลิวจ้องมองเข้าไปในดวงตาของสามีคล้ายจะค้นหาอะไรบางอย่าง ความเศร้าหมองฉายชัดขึ้นบนใบหน้าเล็ก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำถามที่ติดค้างในใจมานาน สาเหตุที่ทำให้เฮียเหวินหมางเมินใส่เขา หนีเขา แม้แต่หน้าก็ไม่อยากเจอ


“ที่เฮียเหวินยังเกลียดหลิวอยู่ เพราะว่าหลิวทำให้เฮียเลิกกับเธอใช่ไหม”









--------------------------- *ทอล์คยาวหน่อยนะคะ

มาแล้วค่า ขออภัยที่เมื่อวานมาอัพไม่ทันนะคะ ไม่ได้เปิดนิยายมาเขียนเลย TT

ได้แต่อ่านคอมเมนท์ทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งนักอ่านทั้งสามเว็บต่างคอมเม้นท์เป็นเสียงเดียวกันเกี่ยวกับพฤติกรรมเฮียเหวิน 

คนแต่งต้องขออภัยกับนิสัยเฮียด้วยนะคะ แต่ว่าตอนนี้มาเฉลยปมแล้วว่าทำไมเฮียไม่ชอบน้อง หนีน้อง แต่ก็ยังเป็นเหตุผลแบบเฮีย ๆ อยู่วันยังค่ำ อาจจะไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้นมากอะไร แต่ก็อยากให้ลองมองในมุมมองเฮียดู ตอนนี้ช่วยอะไรเฮียมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วจริง ๆ รอพาเฮียเข้าโรงบาลอย่างเดียวแง ไม่ดราม่ามากเกินไปใช่ไหม หรือไม่ทันแล้ววว

นักอ่านบางคนอาจสงสัยว่านี่มันใช่อีโรติกคอเมดี้แบบที่คนแต่งบอกไว้ไหม เราก็อยากบอกว่าหนักใจอยู่เหมือนกันค่ะที่จะคุมโทนให้อยู่ด้วย แต่ไม่ว่ายังไงก็จะพยายามแต่งออกมาให้ดีที่สุดค่ะ    เราคิดว่าถ้ามีช่องทางอื่นในการติดต่อกับนักอ่านก็น่าจะดี เผื่อวันไหนเราอัพไม่ทันจะได้แจ้งได้ง่าย เผื่อมีใครอยากคุยกับคนแต่งด้วย5555(มาด่าเฮีย) ติดต่อเราผ่านทวิตได้นะคะ @mlosophy แต่ต้องบอกก่อนว่าเราไม่มีทวิตแยกไว้สำหรับเขียนนิยาย ทวิตนี้สครีมเกาหลีเยอะมากกก ถ้ารีหรือทวิตอะไรที่ไม่เกี่ยวกับนิยายมากเกินไปอาจทำให้รำคาญต้องขอโทษล่วงหน้านะคะ

สำหรับนักอ่านที่เข้ามาอ่านทุกท่าน ขอบคุณทุกยอดวิว ขอบคุณทุกคอมเมนท์ ทุกคำติชมนะคะ มันให้กำลังใจเราได้ดีมากจริง ๆ มีแรงฮึดมาเขียนต่อตลอด รักก

ขอบคุณแท็กทวิตเตอร์ #ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม คนแต่งไปส่องมามีหลายคนช่วยกันแสดงความคิดเห็น ปลื้มปริ่มมากค่ะ TT 

ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ รักนักอ่านทุกคนนนน

ปล. เดี๋ยวคำผิดมาแก้ไขพรุ่งนี้นะคะถ้ามี ตอนนี้แก้ทั้งหมดไปสองรอบแล้วเบลอมากแงจุ๊บๆ

ความคิดเห็น