คิโยชิ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลิขิตรัก :: 11

คำค้น : ลิขิตรัก กับดักซาตาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2561 14:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลิขิตรัก :: 11
แบบอักษร

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า อาชาปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมมาหาคนตัวเล็กกว่า ที่นี้คือที่ไหนงั้นเหรอ? ร่างสูงจับมือคนข้างกายตนและเดินนำเข้ามาด้านใน ต้าเหว่ยหันมองรอบๆอย่างสนใจ ไม่ใช่แค่ภายนอกเท่านั้นที่มีข้าวของราคาแพง เมื่อเดินเข้ามาด้านในกลับพบเข้ากับร่างบางของใครบางคน อาชากลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้ามารดาของตน หากมารดาอยู่บ้าน แน่นอนว่าบิดาจอมดุอย่างลีอันเดอร์ต้องอยู่เช่นกัน โชคดีที่น้องสาวทั้งสองมีเรียนเสริมจึงไม่วุ่นวายเท่าไรนัก ยังไม่ทันที่ไอดินจะได้เอ่ยปากถามอะไร ร่างสูงของลีอันเดอร์จึงเดินมาประกบข้าง ทำเอาใจของอาชาเต้นถี่รัวมากขึ้น เป็นครั้งแรกที่อาชาพาคนอื่นที่ไม่ใช่ลิซ่าเข้าบ้าน แถมครั้งนี้ยังเป็นเด็กผู้ชายอีกด้วย คิ้วเข้มของบิดาเลิกขึ้นอย่างสงสัย ต้าเหว่ยรีบดึงมือของตนออกแล้วจึงยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง 

“สะ สวัสดีครับ” 

“สวัสดีจ๊ะ เพื่อนอาชาใช่ไหมลูก” 

“…” 

ทั้งสองหันหน้ามองกันเล็กน้อยเพราะไม่ได้เตรียมคำตอบมาตอบคำถามมารดาเลยแม้แต้น้อย ไอดินไม่ได้บังคับเอาคำตอบอะไรจากเด็กทั้งสอง ได้แต่บอกให้อาชาพาร่างบางขึ้นไปพักผ่อนเพราะดูจากสีหน้าแล้วดูเหนื่อยมากทีเดียว ก่อนที่เด็กทั้งสองจะเดินผ่านผู้ใหญ่ไปนั้น ลีอีนเดอร์ได้สั่งให้อาชาลงมาพบที่ห้องนั่งเล่น ร่างสูงพยักหน้ารับแล้วจึงพาต้าเหว่ยขึ้นไปยังห้องนอนของตน หัวใจของอาชาเกิดอาการกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น ใบหน้าและแววตาที่แสนนิ่งเรียบของบิดาไม่สามารถบอกอะไรอาชาได้เลยแม้แต่น้อย หากเป็นแบบนี้มันอาจเป็นไปได้ว่าบิดากำลังโกรธอาชาอย่างแน่นอน ต้าเหว่ยเดินเข้ามายังห้องนอนหรูของร่างสูง ข้าวของทุกอย่างดูแพงเกินกว่าที่ร่างบางจะมีปัญญาซื้อ  

“อยากอาบน้ำไหม?” 

“อะ อาชาจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” 

“ทำไมถามแบบนั้น?” 

“กะ ก็ผมเห็น..” 

ใช่แล้วล่ะ ลีอันเดอร์ทำร่างบางเกิดความกลัวมากมาย ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าท่านเป็นใครเลยแท้ๆ ท่าทางของท่านนิ่งสงบราวกับมีบางอย่างอยู่ในใจ บางอย่างที่ต้าเหว่ยเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อาชาไม่รู้เหมือนกันว่าบิดาโกรธตนหรือเปล่า แต่ครั้งนี้มันคือสิ่งที่อาชาต้องการ มือหนายกมือขึ้นโยกศีรษะร่างบางเบาๆพรางอมยิ้มเล็กน้อย แล้วจึงเดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงบล็อกเซอร์ออกมาให้ ไม่มีคำพูดระหว่างคนทั้งสอง อาชาส่งยิ้มพร้อมบอกให้ต้าเหว่ยอาบน้ำให้สบายตัวก่อนเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ จะให้สบายได้ยังไงล่ะในเมื่อผู้ใหญ่คนนั้นดูน่ากลัวขนาดนั้น ต้าเหว่ยก้มมองมือของตนที่พันด้วยผ้าสีขาว อาชาอ่อนโยนต่างจากเดิม เขาดูเป็นคนละคน ทำเอาใจของต้าเหว่ยเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ การที่อาชาออกไปนั้นคงถูกต่อว่าอย่างแน่นอน แม้เป็นห่วงขนาดไหนต้าเหว่ยก็ไม่กล้าออกเป็นอยู่ดี 

ในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ร่างสูงของลีอันเดอร์นั่งเงียบอยู่แบบนั้น ลีอันเดอร์ไม่ได้จะขัดขวางความรักของเด็กทั้งสอง ไม่จำเป็นต้องให้อาชาเอ่ยปากหรอกว่าเด็กคนนี้สำคัญยังไง ถึงขั้นพามาถึงบ้านแบบนี้ ไอดินเดินเข้ามานั่งข้างสามีพร้อมมองด้วยสายตาค้อนๆ ทั้งที่เคยสัญญากันไว้แล้วแท้ๆว่าจะไม่ขัดขวางในสิ่งที่ลูกเลือก ทำไมวันนี้ถึงแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาให้เห็นได้ล่ะ อีกอย่างเด็กที่อาชาพามาด้วยนั้น ดูน่ารักและมีมารยาทอีกด้วย ลีอันเดอร์เพียงต้องการอยากรู้อะไรบางอย่างเท่านั้น และคำตอบที่ต้องการต้องมาจากปากลูกชายอย่างอาชา ไม่ใช่พี่น้องคนอื่น ต่อให้อาเชอร์และอาเธอร์เป็นน้องชายร่วมสายเลือด พวกเขาย่อมมีความต้องการที่ต่างกันอยู่แล้ว ไม่นานนักอาชาจึงเดินเข้ามาหาบิดา ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม 

“มีอะไรจะพูดหรือเปล่า?” 

“คือผม..” 

ลีอันเดอร์เลิกคิ้วเข้มขึ้นอย่างรอฟัง ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอช้าๆรู้สึกอึดอัดที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปแล้วจะทำให้บิดาโกรธหรือเปล่า อาชาตัดสินใจอยู่นานแล้วจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ถ้าบิดาและมารดาไม่เข้าใจขึ้นมาล่ะ? อาชาควรทำยังไงอย่างนั้นเหรอ? ไม่มีสถานที่ไหนที่ปลอดภัยมากกว่าที่นี้อีกแล้ว ไอดินหันหน้ามองสามีด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่ได้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบจึงสัมผัสได้ว่า มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับเด็กทั้งสองอย่างแน่นอน เพียงแค่มันยังไม่ชัดเจนเท่าไร หากทั้งสองยังอยู่ด้วยกัน สักวันความรู้สึกนั้นจะเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆจนผูกหัวใจของคนทั้งสองเอาไว้ 

“ผมคิดว่าที่นี้ปลอดภัยที่สุด ที่นี้โทมัสเข้ามาหาต้าเหว่ยไม่ได้” 

“ดูแลเขาดีๆล่ะ เขาเป็นของลูก” 

“ปะ ป๊า” 

“เหมือนที่ม๊าเป็นของป๊ายังไงล่ะ” 

“ขอบคุณครับ” 

คำตอบที่ได้รับจากบิดามันทำเอาความกดดันที่เคยมีหายไปหมด โชคดีขนาดไหนที่อาชามีบิดาและมารดาเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องการ ท่านไม่ได้ขัดขวางแถมยังสนับสนุนเท่าที่ท่านทำได้ ไอดินส่งยิ้มให้อาชาเล็กน้อยแล้วจึงขอตัวเข้าครัว วันนี้มีสมาชิกมาเพิ่มจึงอยากแสดงฝีมือให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ทาน ลีอันเดอร์ลอบมองรอยยิ้มของลูกชายอย่างเงียบๆ อาชาคงไม่รู้ตัวหรอกว่าตอนนี้สีหน้าของเขาเป็นยังไง ความรู้สึกทุกอย่างของอาชาส่งผ่านสีหน้า แววตา รอยยิ้ม และท่าทาง หากเป็นลูกชายอย่างอาเชอร์คงยากที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น 

“ไปพักเถอะ เย็นแล้วค่อยลงมาทานข้าว” 

“ครับ”

 ร่างสูงเดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตน มือหนาเปิดประตูเข้าห้องอย่างเงียบๆเหมือนไม่ใช่ห้องนอนของตนไปเสียแล้ว ต้าเหว่ยนอนหลับอยู่บนเตียงกว้างและยังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิม อาชาค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ บนใบหน้าหวานเต็มไปด้วยคราบน้ำตา หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพราะอะไรต้าเหว่ยถึงร้องไห้? มีใครตอบอาชาได้หรือเปล่า? แน่นอนว่าไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวต้าเหว่ยเท่านั้น เป็นครั้งแรกที่อาชารู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมากลางอกซ้าย อาการแบบนี้มันคืออะไรอย่างนั้นเหรอ? คนปกติทั่วไปมีอาการเหมือนที่อาชาเป็นหรือเปล่า? ร่างสูงสะบัดศีรษะไล่ความคิดและคำถามมากมายออกจากหัว อาชาขยับตัวร่างบางให้นอนบนเตียงดีๆแล้วจึงเปิดเครื่องปรับอากาศภายในห้องในอุณหภูมิที่เหมาะสม อาชาค่อยๆยื่นนิ้วชี้แตะใบหน้าเพื่อเช็ดคราบน้ำตาบนแก้ม 

“อย่าร้องไห้อีกเลย” 

คำขอร้องดังขึ้นเบาๆ อาชาเลื่อนมือลงมายังบริเวณสร้อยคอ ต้าเหว่ยยังคงสวมมันไว้เพราะไม่มีทางถอดมันออกได้ ยอมรับว่าอาชาไม่เคยสนใจ ไม่เคยหันมองความรู้สึกของใครเลยแม้แต่คนเดียว ทำไมต้องสนใจล่ะในเมื่อคนพวกนั้นไม่ได้มีความสำคัญต่อชีวิตของอาชาเลยแม้แต้น้อย เป็นถึงลูกชายของตระกูลแมดเดน ทายาทมหาเศรษฐีแถมยังเป็นนายแบบชื่อดังที่ใครหลายๆคนต่างจับตามอง ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานอยู่แบบนั้นหลายนาที ต้าเหว่ยไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ร่างสูงมีความสัมพันธ์ด้วย แต่ทำไมต้าเหว่ยถึงตรึงหัวใจของอาชาไว้ขนาดนี้ ห่างกันไกลก็คิดถึง ไม่ได้เห็นหน้ากลับทำให้หงุดหงิด อาชาไม่ชอบที่ตนเป็นแบบนั้นเลยสักนิด อาการเหล่านี้มันเรียกว่าความรักหรือเปล่า? อาชาค่อยๆยกศีรษะของร่างบางขึ้นให้นอนหนุนแขนของตน จมูกโด่งคมสันกดลงบนแก้มนุ่มเบาๆ  

“อือ มะ แม่ครับ อึก แม่พาต้าไปอยู่ด้วยนะครับ แม่ครับ” 

“…” 

หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงละเมอของร่างบางอย่างชัดเจน แม่อย่างนั้นเหรอ? ตั้งแต่ต้าเหว่ยมาที่นี้ ร่างบางไม่เคยเอ่ยปากเรื่องครอบครัวให้ใครฟังเลยแม้แต่น้อย หรือมีอะไรเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวกันแน่ หากอาชาเอ่ยปากถามออกไปมันคงไม่ใช่เรื่องดี คนเดียวที่สามารถให้คำตอบอาชาได้คงไม่พ้นผู้จัดการสาวสวยอย่างริเซีย เธอเป็นน้าสาวของต้าเหว่ย เธอต้องรู้เรื่องครอบครัวของร่างบางไม่มากก็น้อย อาชาสวมกอดร่างบางเบาๆพร้อมซุกใบหน้าของตนเข้าหาซอกคอขาว ร่างสูงหลับตาลงช้าๆแล้วจึงผล็อยหลับไปในที่สุด เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น เด็กทั้งสองกลับไม่ยอมลงมาตามเวลา ลีอันเดอร์และไอดินไม่ได้นึกต่อว่าเด็กทั้งสองเลยแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะทั้งคู่เหนื่อยมาตลอดทั้งวัน แถมต้าเหว่ยยังไม่สบายอีกด้วย ไอดินจึงให้แม่บ้านยกถาดอาหารและยาขึ้นไปให้ถึงห้องนอน 

ร่างบางได้อ้อมกอดลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัยเงียเมื่อกลิ่นอาหารอ่อนๆลอยมาแตะจมูก ต้าเหว่ยไม่กล้าขยับตัวมากนักเพราะอาชากำลังหลับสบาย แม้ไม่รู้ว่ามานอนกอดกันได้ยังไงก็ตาม ร่างบางจ้องมองใบหน้ายามหลับของอาชาอยู่นาน แล้วจึงสะบัดศีรษะของตนช้าๆ คนอย่างอาชาไม่มีทางเปลี่ยนนิสัยได้เร็วขนาดนั้นหรอก ยังไงก็ไม่มีทาง ทั้งที่บอกตนเองแบบนั้นแท้ๆแต่ต้าเหว่ยกลับไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตนได้เลย น่าตลกจริงๆ ต้าเหว่ยอยากหัวเราะเสียงดังทั้งที่กำลังร้องไห้ หนทางเบื้องหน้าเป็นเหวแต่ยังเดินเข้าไปใกล้มันเรื่อยๆ มันเหมือนต้าเหว่ยพร้อมกระโดดลงไปเพื่อฆ่าตัวตายขอเพียงได้มีความสุขเพียงเล็กน้อย  

“อืมม” 

“…” 

ต้าเหว่ยนอนตัวเกร็งในทันทีที่ร่างสูงขยับตัว กลิ่นน้ำหอมจากร่างสูงให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกแต่ในขณะเดียวกันมันชวนอาเจียนร่างบางพยายามกลั้นบางอย่างไว้ให้ได้มากที่สุด สุดท้ายกลับลุกพรวดขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ทำเอาร่างสูงบนเตียงลืมตาตื่นได้ไม่ยาก เสียงอาเจียนดังออกจากห้องน้ำ ทำให้อาชารีบเดินเข้ามาดูอาการร่างบาง ต้าเหว่ยยังไม่หายป่วยอีกอย่างนั้นเหรอ? ทั้งที่มันนานแล้วแท้ๆ อาชาเดินเข้ามาลูบหลังร่างบางเบาๆ อีกทั้งยังสลืมสลือเพราะยังตื่นไม่เต็มตา ร่างบางอาเจียนแทบหมดแรงเลยทีเดียว ก่อนโดนอาชาอุ้มออกจากห้องน้ำอย่างไร้เรี่ยวแรง 

“ยังไม่หายป่วยอีกเหรอ?” 

“อาชา” 

“หือ” 

“ทุกอย่างที่คุณทำ คุณต้องการอะไรจากผมงั้นเหรอ?” 

“…” 

มันเป็นคำถามที่ไม่มีใครคาดคิด ต้าเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เฝ้ารอคำตอบจากปากร่างสูงอย่างตั้งใจ อาชาไม่ได้ต้องการอะไรเลยสักนิด ครั้งแรกที่พบกันและได้ทำงานร่วมกัน อาชายอมรับว่าตนมีความต้องการอยากเอาชนะร่างบาง อยากเอาชนะทุกอย่างไม่ว่าเรื่องอะไร มาถึงวันนี้สิ่งที่อาชาต้องการในตอนแรกไม่มีเหลืออีกแล้ว ทุกคนอาจมองว่าอาชาทำไปเพื่อเอาชนะโทมัสด้วย แน่นอนว่ามันคือความจริง แต่ในชัยชนะที่อาชาต้องการนั้น มันกลับเต็มไปด้วยความหึงหวง ไม่อยากให้ใครแตะต้องต้าเหว่ยเลยแม้แต่ปลายเล็บ ไม่ต้องการให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ร่างบาง ต้าเหว่ยกำมือแน่นเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบ หยดน้ำใสๆไหลจากดวงตาคู่สวยช้าๆ มันไม่มีประโยชน์อะไรถ้าต้าเหว่ยยังอยู่ที่นี้ ทุกอย่างที่ผ่านมามันต้องผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“อึก ผะ ผมจะลืมมัน อื้อ!” 

อาชาประกบริมฝีปากของตนอย่างรวดเร็ว มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าหวานไม่ให้หนี รสจูบของอาชาต่างจากเดิม ราวกำลังส่งผ่านความรู้สึกมากมายที่ไม่สามารถพูดออกมาเป็นประโยค ส่งผ่านให้ร่างบางรับรู้มันด้วยวิธีนี้ บางครั้งรสจูบของอาชารุนแรงแล้วจึงเปลี่ยนมาอ่อนโยน อาชาเองคงสับสนไม่ต่างจากต้าเหว่ยหรอก ถ้าทั้งสองเข้าใจความรู้สึกของตนมากกว่านี้คงรู้อย่างแน่นอนว่าทั้งคู่กำลังต้องการอะไร อาชาถอนริมฝีปากของตนออกแล้วจึงสบตาร่างบาง 

“อย่าพูดว่าจะลืมมัน ชั้นไม่อยากให้นายลืมช่วงเวลาของเรา” 


TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}