greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 4: รายงานจากเทียนฉี

ชื่อตอน : ตอนที่ 4: รายงานจากเทียนฉี

คำค้น : ัy yaoi ภรรยาที่ดี เฮียเหวินน้องหลิว สายกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.9k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 07:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4: รายงานจากเทียนฉี
แบบอักษร

ตอนที่ 4 : รายงานจากเทียนฉี




หวังหย่งเหวินรอดแล้ว

ชายหนุ่มบอกกับตัวเองหลังจากสุ่มกดปุ่มหมายเลขบนแผง เขาเงยหน้าหลับตาพิงผนังลิฟต์ซึ่งทั้งสี่ด้านเป็นกระจกบานใหญ่ เอื้อมปลดเน็คไทที่ผูกมาตลอดทั้งวัน จากนั้นจึงไล่ต่ำลงมาขยับมือลูบส่วนที่ดุนดันเป้ากางเกงคล้ายจะปลอบประโลมให้มันสงบนิ่ง มืออีกข้างควานหาโทรศัพท์ต่อสายหาลูกน้องคนสนิท

"ครับบอส" ไม่ต้องรอให้ถึงห้าวินาที ซิ่นเฉิงที่พักอยู่ในโรงแรมนี้เช่นเดียวกันก็รับสาย 

"บอกให้พนักงานเอาคีย์การ์ดห้องไหนก็ได้ที่ยังว่างมาให้ฉัน" ดวงตาคมเหลือบมองตัวเลขเหนือศีรษะดูว่าจุดหมายที่ตนจะไปคือชั้นไหน "ที่ชั้น 52"

"คืนนี้บอสไม่นอนที่ห้องสวีทเหรอครับ เกิดอะไรขึ้นครับบอส" คำถามด้วยความเป็นห่วงของลูกน้องหนุ่มทำให้หย่งเหวินกุมหน้าผาก มันใช่เวลามาสงสัยไหม 

"เอามาให้ฉันก็พอ เร็ว"

สั่งเสียงเข้มแล้วกดตัดสายทิ้งทันที รอจนลิฟต์เคลื่อนมาถึงชั้นที่ว่าก็พาร่างของตัวเองเดินออกมาจากที่กั้นใส ตอนนี้ตรงกลางกายเขามันปวดไปหมด โชคดีที่ไม่มีแขกในโรงแรมอยู่ตรงทางเดิน ไม่อยากนั้นคงตกใจกับสภาพเขาในตอนนี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่นาทีที่ผ่านมาแล่นเข้ามาในหัว

ภาพสุดท้ายก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลงคือเสี่ยวหลิวที่กำลังโค้งตัวด้วยอารมณ์ค้างเติ่ง 

ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ

คิดจะมาเล่นกับคนอย่างหวังหย่งเหวินนั้นยังเร็วไปสิบปี

ชายหนุ่มไม่อยากแพ้ จึงเอาคืนอย่างเจ็บแสบ

ยอมรับว่าลีล่ายั่วต่อมกามของภรรยาถึงกับเปิดมุมมองที่เขามีต่ออีกฝ่าย อีกด้านของคุณหนูเล็กตระกูลฟู่แสนเรียบร้อย ฟู่เสี่ยวหลิวกลับร้อนแรงได้ถึงเพียงนี้

สัมผัสยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว ตอนนั้นหย่งเหวินรับรู้ได้ถึงความร้อนที่ส่งผ่านชุดนอนสีขาว เนินเนื้อบั้นท้ายเนียนสั่นระริก และช่องทางรักที่โหยหาแท่งร้อนของเขาให้เติมเต็มนั่นอีก ถ้าตอนนั้นลองสอดนิ้วผ่านเนื้อผ้าเข้าไปจะเป็นยังไงนะ

เขาก็แค่คิด แต่ไม่มีวันทำหรอก สำหรับค่ำคืนนี้ก็มากพอแล้วที่จะเล่นด้วย พรุ่งนี้หย่งเหวินจะให้คนไปจองตั๋วเครื่องบินให้เสี่ยวหลิว ยังไงภรรยาของเขาก็ต้องไปจากปักกิ่งก่อนพระอาทิตย์ตกดิน

รอไม่กี่นาทีคนที่กำลังทรมานก็เห็นพนักงานโรงแรมหญิงเดินออกจากประตูลิฟต์ ร่างเล็กในชุดยูนิฟอร์มก้าวเดินมาอย่างเร่งรีบ  เจ้านายหนุ่มสูดหายใจลึก ไหล่กว้างผายออก ยืดตัวตรง หวังว่าเธอจะไม่สังเกตส่วนล่างที่นูนเป็นลำเด่นชัด

แต่ผิดคาด พนักงานสาวเห็นความใหญ่โตที่อยู่ใต้ร่มผ้าเสียเต็มตา เธอหน้าแดงแจ๋รีบเบี่ยงหน้าไปทางอื่น

หวังหย่งเหวินยิ่งก่นด่าต้นเหตุที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้

“นะ นี่ค่ะคุณหวัง” เธอยื่นคีย์การ์ดให้ทั้งที่มือสั่นระริก ชั่วขณะที่มือใหญ่รับมาก็สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มอย่างไม่ได้ตั้งใจ หย่งเหวินเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านทั่วร่างกาย

ไม่ไหวแล้ว โดนยั่วจนอาการหนัก เขาต้องหาที่ระบาย

สมองที่ถูกควบคุมด้วยแรงราคะจากฝีมือภรรยาทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าพนักงานสาวรูปร่างดีตรงหน้าก็เป็นตัวเลือกที่เข้าท่าไม่น้อยในเวลาเช่นนี้ หน้าอกหนาใจภายใต้ยูนิฟอร์มตัวเล็กล่อตาให้น่าสัมผัส ไหนจะสะโพกผายนั่นอีก คงรองรับความต้องการเขาได้อย่างถึงใจ

หย่งเหวินตัดสินใจแล้ว

"ฉันไล่เธอออก"

"คะ?" 

หญิงสาวหันควับมาหาเจ้านาย ไม่เข้าใจที่เขาพูด เพราะเธอเอาคีย์การ์ดมาให้ช้าเกินไปเหรอ หย่งเหวินถึงไล่เธอออก 

บุตรชายคนโตของตระกูลหวังถือคติสมภารไม่กินไก่วัด เนื่องจากปัญหาที่ตามมาอาจกระทบต่อธุรกิจ เจ้านายหนุ่มอย่างเขาไม่เคยนอนกับใครที่มีสถานะเป็นลูกน้อง

ดังนั้นถ้าจะกินไก่ตัวนั้น ก็ต้องไล่ให้มันออกไปจากวัดเสียก่อน

หวังหย่งเหวินก้าวเท้าไปประชิดตัวหล่อน ใบหน้าเรียบนิ่งทว่าแรงอารมณ์สื่อผ่านทางสายตาอย่างชัดเจน  

"ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจได้ในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าเงินหนึ่งหมื่นหยวนจะโอนเข้าบัญชีของเธอทันที" 

หญิงสาวที่กำลังตกใจกับคำพูดเจ้านายเข้าใจประโยคที่ได้ยินอย่างแจ่มแจ้ง  

หนึ่งหมื่นหยวนถือเป็นค่าตอบแทนที่ไม่เลว มันพอให้เธออยู่สบายแบบไม่ต้องทำงานไปอีกหลายเดือน อันที่จริงเธอเองก็กำลังมองหางานใหม่อยู่เหมือนกัน ทำงานในโรงแรมนี้เธอก็เป็นเพียงพนักงานตำแหน่งเล็ก ๆ ไม่รู้จะมีโอกาสได้ก้าวหน้าบ้างไหม ยิ่งได้มีสิทธิร่วมเตียงกับเจ้านายหน้าตาหล่อเหลาโปรไฟล์ดีที่พนักงานทั้งชายหญิงต่างก็หมายปองเป็นการส่งท้ายในอาชีพก็ยิ่งทำให้เลือดสาวสูบฉีด

เผลอ ๆ ถ้าทำให้เจ้านายหนุ่มหลงในรสกาม เขาอาจเมตตาเลี้ยงดูเธอโดยที่ไม่ให้ภรรยาที่เมืองไทยรู้ก็ได้

ไม่ต้องเสียเวลาตอบ อดีตพนักงานของโรงแรมต้าจี๋ฉายพยักหน้า เธอหมุนตัวเดินนำเจ้านายที่กำลังทรมานจากความต้องการไปยังห้องพักซึ่งกำลังกลายเป็นสมรภูมิรักในค่ำคืนนี้



คฤหาสน์ตระกูลหวังหลังใหญ่โตหรูหราเมื่อปราศจากลูกชายคนโตและสะใภ้ใหญ่ที่อยู่ปักกิ่ง ลูกสาวคนรองที่แต่งงานย้ายไปอยู่กับครอบครัวสามี และลูกชายคนเล็กสุดที่ไปโรงเรียนยังไม่กลับมาเงียบเหงาไม่น้อย ส่วนหวังหย่งจิ้นผู้เป็นสามีเพิ่งจะออกไปเมื่อไม่นานนี้ รายนั้นมีนัดออกรอบตีกอล์ฟกับเพื่อนฝูง

หญิงวัยกลางคนทว่าใบหน้าอ่อนเยาว์สวมชุดกี่เผ้าสีแดงปักลายดอกไม้ด้วยด้ายสีทองเสริมพลังแห่งความโชคดีกำลังจิบน้ำชาอย่างมีความสุข ปากสีแดงเลือดนกเดี๋ยวยิ้มกริ่มเดี๋ยวยิ้มเจ้าเล่ห์จนเด็กรับใช้ต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัยไม่รู้ว่านายหญิงเป็นอะไรไป

ตอนนี้อาเหวินลูกชายคนโตจะเสร็จลูกสะใภ้คนโปรดของเธอไปแล้วรึยังนะ

"หุหุ" ริมฝีปากแดงหัวเราะอย่างมีจริตจะกร้าน ซดชาในถ้วยอีกอึกใหญ่

ตำรากามสูตรตระกูลหวังที่เธอให้เด็กแสกนส่งให้เสี่ยวหลิวนั้นสืบทอดมาตั้งแต่ยุคจิ๋นซี เรียบเรียงโดยนักปราชญ์ระดับสูงซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องกามวิธี ผ่านการทดลองและพิสูจน์จนมั่นใจว่าเป็นเคล็ดวิชาที่ดีที่สุดหากผู้ศึกษาเข้าใจจนแตกฉานและนำไปปฏิบัติอย่างชำนาญ นับเป็นหนึ่งสมบัติล้ำค่าของตระกูลที่ต้องเก็บรักษาเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไป

ตัวหล่อนเองก็ใช้วิชาในตำรามัดใจหวังหย่งจิ้นเมื่อครั้งแต่งเข้ามาในสกุลหวังใหม่ ๆ  แม่ยายของเธอเป็นคนฝึกปรือให้เองกับมือด้วยบทแล้วบทเล่า โดยหวังว่าการแต่งงานแบบคลุมถุงชนจะลงเอยด้วยความรักที่แท้จริง

และก็ได้ผล ความสัมพันธ์เริ่มที่กาย แต่ลงท้ายกลับผูกพันด้วยหัวใจ

หลังจากน้ำชาในกาหมดลงเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอย่างรู้เวลา เก้าโมงเช้าเป็นเวลานัดหมายที่เทียนฉีลูกน้องซึ่งเธอมอบหมายให้ไปดูแลสะใภ้หนุ่มตลอดระยะเวลาที่อยู่ปักกิ่งจะโทรมารายงานความคืบหน้า

"เป็นยังไงบ้าง" หญิงสาวกดรับสายถามอย่างอารมณ์ดี หยิบพัดมาโบกสะบัดไปมา

"ความแตกครับนายหญิง" 

ยิ้มที่กำลังประดับอยู่บนไปหน้าหุบลงทันที

"ลื้อหมายความว่ายังไง" 

"เมื่อคืนคุณหย่งเหวินทราบเรื่องที่ซ้อใหญ่มา ไม่รู้ว่าใครเป็นคนบอก พอกลับมาถึงโรงแรมก็หุนหันขึ้นไปที่ห้องสวีททันที เขาดู โมโหมาก" เทียนฉีรายงานตามที่เฝ้าสังเกตอยู่แถวล็อบบี้ ภาพของหวังหย่งเวินที่แผ่ออร่าความน่ากลัวออกมายังติดตา

"แล้ว แล้วอาหลิวของอั๊วเป็นอะไรไหม" ที่หล่อนห่วงที่สุดไม่ใช่ลูกชายตัวใหญ่ของเธอแต่คืออาซ้อใหญ่ เจ้าลูกชายคงไม่ได้ทำอะไรบ้า ๆ กับภรรยาตัวเองหรอกใช่ไหม แค่น้องเขาขึ้นไปรอบนห้องแค่นั้นเอง

มือเรียวกำถ้วยชาในมืออย่างลุ้นระทึกกับสิ่งที่ลูกน้องจะพูดต่อไป

"เหมือนว่าคุณหลิวจะไม่เป็นไรครับ” เทียนฉีพูดให้เจ้านายคลายความกังวลใจ ตอนแรกเขาก็กลัวว่าหย่งเหวินจะทำร้ายเสี่ยวหลิวหรือเปล่า โชคดีที่ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น

“แต่เมื่อคืนคุณหย่งเหวินไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องสวีท เขาลงมาให้พนักงานเปิดห้องพักให้ใหม่ที่ชั้นอื่นครับ” 

“อะไรนะ ! ” คนเป็นม๊าตาถลนเบิกโพลงจนไหมที่ร้อยตรงหางตาแทบหลุด

“ยังมีอีกเรื่องครับ” เทียนฉีเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะรายงานต่อด้วยเสียงที่เบากว่าเดิม 

“เมื่อคืนเขาหลับนอนกับพนักงานที่ไปเปิดห้องให้ด้วย”

ฉับพลันเสียงบางอย่างที่ตกกระทบพื้นจนแตกละเอียดดังสะท้อนไปทั่วคฤหาสน์ เป็นการกระทำของหวังไป๋ลี่ซึ่งเพิ่งจะปาแก้วชาลงพื้นอย่างแรง เด็กรับใช้รีบกุลีกุจรมาเก็บเศษกระเบื้อง สำรวจมือและเท้าผู้เป็นนายว่าเจ็บตรงไหนไหม แต่หล่อนสะบัดมือออกอย่างไม่แคร์ เด็กรับใช้ต่างพากันสบสายตาสื่อสารกันได้ว่า 

นายหญิงองค์ลงแล้ว

“ลื้อไม่ได้ดูผิดใช่ไหม คน ๆ นั้นอาจไม่ใช่ลูกอั๊ว” ไป๋ลี่ถาม ความเป็นแม่ในจิตใจยังพยายามหาเหตุผลให้คิดว่าลูกชายตัวเองไม่น่าจะทำอะไรผิดศีลธรรม หย่งเหวินมีภรรยาแล้ว เขาจะต้องไม่ไปหลับนอนกับใครที่ไหนอีก

“ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าคือเขาครับ ลิฟต์ส่วนตัวที่ล็อบบี้ขึ้นว่ากำลังมีคนลงไปชั้นที่ 52 ผมเห็นว่ามันแช่อยู่ที่ชั้นนั้นและไม่มีใครกดกลับขึ้นไปชั้น 68 สักทีก็เลยลองขึ้นไปดู” เทียนฉีเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังเป็นฉาก ๆ 

“ตอนที่ไปถึงผมก็เห็นคุณหย่งเหวินกับพนักงานหญิงเดินเข้าห้องพักไปด้วยกัน จนตอนนี้เก้าโมงกว่าแล้ว ผมกับลูกน้องอีกสองคนสลับกันเฝ้าอยู่แถวบันไดหนีไฟยังไม่เห็นมีใครออกมาเลยครับ”

หญิงวัยกลางคนแทบจะลมจับ

นะ นี่ลูกชายหล่อน

“อั๊วรับไม่ได้!” ไป๋ลี่ว่าเสียงสั่น เธอค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่เทียนฉีเล่าเป็นความจริง ลูกน้องคนนี้เป็นคนซื่อสัตย์ทำงานให้เธอมานาน ไม่น่าเอาเรื่องไม่จริงมาพูด ลูกชายเลี้ยงมาเองกับมือทำไมถึงทำตัวแบบนี้ ฉับพลันในหัวก็นึกถึงใบหน้าของเสี่ยวหลิว สะใภ้ผู้แสนดี

“อาหลิวยังไม่รู้ใช่ไหม” 

“ยังครับ เมื่อกี้ซ้อใหญ่เพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จ ติดต่อคุณหย่งเหวินไม่ได้เลยขึ้นไปรอที่ห้องชั้นบน” โธ่ อาหลิวลูกม๊า ไม่รู้อะไรกับใครเขาเลย ม๊าขอโทษที่เลี้ยงลูกชายของม๊าไม่ดี มันถึงคิดไม่ได้ไม่ให้เกียรติลื้อแบบนี้ คนเป็นม๊ารู้สึกโมโหแทนลูกสะใภ้

เสี่ยวหลิวจะรับได้ไหมถ้ารู้ว่าสามีที่ตนรักปฏิบัติตัวแบบนี้

เธอในฐานะแม่สามีควรจะบอกเรื่องนี้ดีหรือไม่

ถ้าเธอยอมหลับตาข้างหนึ่ง ไม่บอกเรื่องนี้กับเสียวหลิว เด็กหนุ่มจะได้สบายใจ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะได้ไม่สั่นคลอนไปมากกว่านี้ 

ทว่าอีกใจหนึ่งกลับแย้งขึ้นมาว่าถ้าเธอปรารถนาดีต่อสะใภ้จริง ๆ ก็ควรจะบอกมิใช่เหรอ ?

ลูกชายเธอทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมต่อคนที่เป็นภรรยาเสียเลย

เสี่ยวหลิวที่อดทนรออาเหวินถึงสองเดือนมีสิทธิจะได้รู้ความจริง

และเด็กหนุ่มจะขอหย่าเพราะรับไม่ได้ก็ควรให้มันเป็นไปตามนั้น

หลายนาทีที่หวังไป๋ลี่เงียบหายไปจนเทียนฉีต้องเรียกชื่อซ้ำ

ในท้ายที่สุดเธอก็เอ่ยขึ้น

“อาฉี” 

“ครับ”

“ให้คนเฝ้าหน้าห้องไว้ แล้วลื้อไปตามซ้อใหญ่ให้มาดูว่าลูกชายอั๊วทำอะไรลงไป”

คำสั่งของผู้เป็นนายทำให้เทียนฉีกลืนน้ำลาย มีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นต่อไปในไม่ช้า

“เอางั้นเลยเหรอครับ”

“ถึงอั๊วจะเป็นม๊า แต่ก็จะไม่เป็นพวกเดียวกับคนที่ทำผิด ไปตามอาหลิวลงมาเดี๋ยวนี้”



‘ฮึก ฮือ จะ เจ็บ’

‘เสี่ยวหลิว เฮียบอกว่าให้รอเฮียก่อนไง เห็นไหมว่าตัวเองยังขี่จักรยานแบบสองล้อไม่แข็งน่ะ’

‘ก็ ฮึก ก็หลิวอยากขี่ได้เหมือนเฮีย หลิวอยากให้เฮียนั่งซ้อนท้ายบ้าง’

‘เฮียตัวใหญ่แบบนี้เราปั่นไม่ไปหรอก’

‘ต้องไปสิ หลิวแรงเยอะ’

‘แรงเยอะแล้วลุกไหวไหม ล้มไปซะขนาดนั้น’

‘มะ ไม่ไหว’

‘เฮ้อ ทีหลังอย่าทำอะไรโดยที่ไม่มีเฮียอีกนะ มันอันตรายรู้ไหมครับ’

‘...อือ’

‘ขึ้นหลังเฮียมา เดี๋ยวเฮียจะพาไปทำแผลในบ้าน’



‘เฮียเหวิน ไอศกรีมช็อกโกแลตอร่อยไหมครับ’

‘อร่อยนะ ทำไมเหรอ’

‘หลิวอยากลองชิมบ้าง’

‘แล้ววานิลาของเสี่ยวหลิวไม่อร่อยเหรอครับ’

‘อร่อยครับ แต่อยากชิมของเฮียด้วย’

‘ถ้าอย่างนั้นเราลองทำหน้าตาน่ารักก่อนสิ เดี๋ยวเฮียให้ชิม’

‘แบบนี้ได้ไหม’

‘...’

‘เฮียเหวิน’

‘แปปนึงนะเดี๋ยวเฮียมา’

‘อาว เฮียจะไปไหนครับ’

‘เฮียจะไปซื้อไอศกรีมช็อกโกแลตให้เราน่ะ’



‘ทำไมเฮียบอกป๊ากับม๊าว่าอยากแต่งงานกับหลิวล่ะครับ’

‘ก็เฮียรักเสี่ยวหลิว’

‘จริงเหรอ เฮียรักหลิวจริง ๆ เหรอ’

‘จริงสิ รอเราเรียนจบมหาลัยแล้วเฮียจะให้ป๊ากับม๊าไปสู่ขอนะ’

‘เฮียห้ามปล่อยให้หลิวรอเก้อนะครับ’

‘ไม่ปล่อยให้รอเก้อหรอก เสี่ยวหลิวเองก็ต้องรอเฮียเหมือนกันนะ อย่าเพิ่งไปรักใครนอกจากเฮียล่ะ’

‘อื้อ หลิวจะไม่รักใครนอกจากเฮียแน่นอน หลิวสัญญา’



เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำในชุดไปรเวทสบายกำลังนั่งบนโซฟาหนังราคาแพง เขาเหม่อมองไปนอกผนังกระจกซึ่งเปิดเผยวิวทั่วทั้งเมืองปักกิ่ง

เสี่ยวหลิวกำลังคิดถึงเหตุการณ์ระหว่างเขากับเฮียเหวินในอดีต เหตุการณ์ที่ทำให้ดวงใจน้อย ๆ ของฟู่เสี่ยวหลิวคนนี้มีเจ้าของที่ชื่อหวังหย่งเหวิน

ในวัยเด็กสามีของเขาเป็นพี่ชายที่แสนดี แต่เพราะความอบอุ่นและความห่วงใยที่มีให้กับเสี่ยวหลิวเสมอ จึงทำให้เด็กหนุ่มคิดไปไกลกว่านั้น มารู้ทีหลังว่าอีกฝ่ายรู้สึกแบบเดียวกับตนเองก็ตอนที่เฮียขอคบด้วย

เพราะคำบอกรักที่คนอายุมากกว่าพร่ำบอกอยู่หลายครั้งมันฝังย้ำลึกลงไปในจิตใต้สำนึก เขาถึงยึดมั่นในรักที่เฮียมอบให้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานกี่ปีก็ตาม

การมาปักกิ่งครั้งนี้ของเสี่ยวหลิวทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาเขาคงทำตัวน่าเบื่อมากเกินไปเฮียถึงได้ไม่สนใจใยดี

แต่การทำอะไรที่เขาไม่เคยลองมาก่อนอย่างเมื่อคืนนี้มันทำให้เฮียหันมาสนใจเขาได้ เป็นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

แม้สุดท้ายอีกฝ่ายจะทิ้งเขาไว้คนเดียวเมื่อคืน แต่มันก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี 

เสี่ยวหลิวตั้งใจที่จะศึกษาตำราที่ม๊าให้มามากกว่านี้ เขาจะต้องฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ ทำให้เฮียเหวินหลงใหลในตัวเขา

ทว่ายังไม่ทันเอื้อมมือไปหยิบแท็บแล็ตมาเปิดไฟล์ เสียงเคาะบานประตูไม้สักก็ดังขึ้น

“คุณเสี่ยวหลิวครับ ผมเทียนฉีนะครับ”









----------------------------------------------

อย่าเพิ่งเขวี้ยงอะไรใส่คนแต่งนะคะ TT

เห็นหลายคนอินมาก เราก็ดีใจที่แต่งให้คนอินได้55555

เฮียทำเพราะเฮียทนไม่ไหวจริง ๆ จะโลกสวยด้วยมือเราก็ไม่ใช่วิถีคนที่คิดว่าตัวเองโสด มีเมียเหมือนไม่มี

คิดว่าหลายคนไม่น่าจะเดาออกว่าเราจะเล่นมุกนี้เร็วภายในระยะเวลาแค่สี่ตอน หรือมีคนเดาออก5555 บอกเราหน่อยน้า

ที่เรารีบเล่นเพราะไม่อยากให้มันเกร่อค่ะ อยากให้เรื่องมันไม่ยืดเยื้อกว่าจะมีคนจับพระเอกได้อีก5555 เอาเวลาไปลงตอนน้อง หลิวฝึกวิชาดีกว่าเนอะ อิอิ

ตอนนี้เราแถมม๊าผู้ที่รักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกตัวเองให้ด้วย ม๊าผู้น่ารัก แต่งไปก็ชอบตัวละครนี้ รู้สึกสร้างสีสันให้เนื้อเรื่องดีค่ะ เอาไว้ หลอกด่าเฮียเหวินในเรื่องด้วย55555555555 

พรุ่งนี้คนแต่งติดงานไม่รู้จะปั่นทันรึเปล่า ถ้ามาไม่ทันต้องขอโทษล่วงหน้าจริง ๆ ค่ะ

ขอบคุณทุกกำลังใจทุกคำติชมค่ะ เลิฟนักอ่านทุกคนน

**แก้ไขเงินที่เฮียโอนให้นะคะเป็นหนึ่งหมื่นหยวนหรือห้าหมื่นบาทไทยค่ะ

ความคิดเห็น