Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โทรครั้งที่ 3 :: ของเล่นแมว [ครบ - 100% -]

ชื่อตอน : โทรครั้งที่ 3 :: ของเล่นแมว [ครบ - 100% -]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2561 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โทรครั้งที่ 3 :: ของเล่นแมว [ครบ - 100% -]
แบบอักษร

โทรครั้งที่ 3 ของเล่นแมว

            เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ตีสาม และผมก็คิดจะนอนยาวถึงเที่ยงค่อยลุกขึ้นมาทำงานต่อ แต่ความตั้งใจนั้นก็ถูกทำลายตั้งแต่สิบโมงด้วยเสียงออดหน้าบ้าน ผมขมวดคิ้วหน้ายับยู่ยี่ทั้งๆ ที่ยังคงหลับตาอยู่ ไม่อยากยกหัวออกจากหมอนเลยอ่าใครมาวะ! แต่ด้วยเสียงออดที่ดังไม่หยุดผมจึงต้องตื่นอย่างไม่มีทางเลือก นั่งเอ๋ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแซะตัวเองออกจากเตียง

            เดินลงมาทั้งหัวฟูๆ นี่แหละ ผมเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นคนไม่คุ้นหน้ายืนอยู่หน้าบ้าน แต่พอมองเลยไปด้านหลังก็เป็นเอาเข้าใจ

            ช่างของ ADS รถตู้ข้างหลังนู่นแปะโลโก้ค่ายซะหราเลย

            “สวัสดีครับ ผมมา…”

            “อ๋อครับ รู้แล้วๆ เข้ามาเลยครับ” ผมชิงพูดตัดบทซะก่อนโดยที่ช่างยังเอ่ยไม่ทันจบ ผมเบี่ยงตัวหลบให้เขาเดินเข้าไปในบ้าน พอลับหลังก็แอบหาวไปหนึ่งที นี่คือ…นอนต่อไม่ได้แล้วใช่ปะ

            “ขออนุญาตนะครับ” ช่างหันมาบอกกับผม สายตาเขาดูมีความเกรงใจอยู่หน่อยๆ คงเพราะผมออกมาต้อนรับในสภาพเพิ่งลุกจากเตียง หน้ายังไม่ได้ล้างฟันก็ไม่ได้แปรง ที่เขายืนห่างเพราะเหตุนี้ปะเนี่ย เอาซะผมหมดความมั่นใจ

            “ครับ เต็มที่เลยครับ หาสาเหตุให้ได้นะผมเอาใจช่วย เดี๋ยวผมหาน้ำให้ทาน เอาน้ำแดงไหมครับ น้ำแดงเนอะ” พูดเองเออเองเสร็จสรรพ ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้พวกพี่ช่างเขาทดลองเป็นกุมารทองไปหนึ่งดอก ช่างจาก ADS พยักหน้ารับแล้วพึมพำขอบคุณ ส่วนผมเดินแยกมาที่ห้องครัว เอาน้ำแดงเฮลบลูบอยที่ไอ้ห่านมันซื้อไว้มาชง พอเสร็จก็ยกออกไปวางบนโต๊ะกินข้าว

            “น้ำครับ เต็มที่เลยนะผมขอแวบไปอาบน้ำสักครู่ แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกเอาไว้ก่อน” น้ำเสียงจริงจังของผมทำให้ช่างที่กำลังก้มดูเราเตอร์ถึงกับชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นมาตั้งใจฟัง

            “ของอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่รอบๆ โต๊ะตรงนั้น หรือใกล้ๆ นั่นห้ามย้ายห้ามขยับ และอย่าไปแตะมันนะครับ ถึงมันจะดูรกและดูเหมือนไม่สำคัญแต่นั่นคือผมจัดไว้แล้ว โอเคนะครับ” ฉีกยิ้มหวานไปหนึ่งทีไม่สนสีหน้าเหวอๆ ของช่างด้วย ต้องมีคิดบ้างแหละว่า…แค่นี้อะนะ!

            ต้องเตือนไว้ก่อน และถ้าผมลงมาอีกครั้งของมันย้ายที่ล่ะก็...หึๆ เดี๋ยวมีโชว์พ่นไฟ

            ผมไม่กลัวของหายหรอก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือคอมที่ใช้ทำงาน ซึ่งมันอยู่บนห้อง ข้างล่างก็เป็นพวกข้าวของเครื่องใช้ทั่วไป และถ้าเกิดพวกเขาขโมยหรือของมันหายไปจริงๆ ADS มึง มึงต้องชดใช้แล้วล่ะ

            ผมกลับขึ้นมาอาบน้ำ พอทำอะไรเสร็จเรียบร้อยก็คว้าโทรศัพท์ติดมือลงไปด้วย ผมหวังเป็นอย่างมากว่าการให้ช่างมาดูในวันนี้มันจะพบสาเหตุสักที

            “เป็นยังไงบ้างครับ ได้เรื่องไหม” ผมก้าวลงบันไดพร้อมกับเอ่ยถามช่างไปด้วย เขาหันมาหาผม ดูจากสีหน้าที่เคร่งเครียดหน่อยๆ นั่นแล้วก็เดาได้ไม่ยากเลย

            “ผมยังไม่ค่อยแน่ใจนะ แต่คิดว่าคงเป็นที่สัญญาณและก็ที่วางเราเตอร์ด้วย มันอยู่ในมุมอับไปหน่อย ผมว่าย้ายที่วางก็น่าจะดีนะ” เขาบอกพร้อมกับมองซ้ายมองขวาคล้ายจะหาที่วางใหม่

            “ดีครับ ตรงไหนว่ามาเลย พร้อม” กระตือรือร้นมากบอกเลย มึงจะได้กลับมาใช้ได้สักทีไอ้ห่า

            “เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ผมให้ลูกน้องออกไปเช็กที่เสาหน้าบ้านละ”

            “ได้ครับ” เต็มที่ไปเลยจ้า

            พวกเขาทำงานกันผมไม่รู้จะเอาตัวเองไปวางไว้ตรงไหน สุดท้ายเลยปักหลักเกะกะแม่งกลางบ้านนั่นแหละ นั่งอยู่บนโซฟาพลางมองพี่ช่างเดินเข้าเดินออก ก้มตรงนั้นเงยมองตรงนี้เยี่ยงคงหาจิ้งจกกิน

            “มึงว่าใช่ปะ”

            “ก็เป็นไปได้นะ”

            “แต่ระแวกนี้ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้นะ”

            “คงหนึ่งในร้อยมั้ง”

            “ก็อาจจะเป็นไปได้”

            เอิ่ม...คุยอะไรกันวะ มีการบอกระแวกนี้ไม่เคยมีปัญหาอย่างที่ผมเจอด้วย กูผิดงั้นดิที่กูมีปัญหาน่ะ แล้วหนึ่งในร้อยอะไร นึกว่าเพลงประกวดสาวงามเวทีหนึ่ง

            “ไอ้จ๊อด มึงออกไปเช็กที่เสาข้างนอกนู่นดิ๊” แล้วพี่หัวหน้าช่างก็หันไปสั่งลูกน้อง ผมนั่งมองเพลินๆ พลางหาวไปด้วย จะเสร็จเมื่อไหร่วะเนี่ย ท้องเริ่มร้องแล้วนะครับพี่ แจนหิวข้าว!

            Rrrrrr

            ระหว่างที่นั่งเบื่อๆ เซ็งๆ ไม่มีอะไรทำอยู่นั้นโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดังขึ้น ผมเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา นี่ไง...ทางนี้ก็โทรมาเช็กงานแล้วเช่นกัน ตรงเวลารู้งานไปอีก

            “ฮัลโหลครับ”

            [สวัสดีครับคุณแจน จำผมได้เนาะ] น้ำเสียงนุ่มทุ้มฟังลื่นหูและคุ้นเคยแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชนกันต์ แต่สงสัยนิดหน่อย มึงทักทายลูกค้าเป็นกันเองขนาดนี้เลยเหรอ

            “ครับ จำได้ครับ”

            [ผมได้รับแจ้งเข้ามาว่าวันนี้ทางช่างจะเดินทางไปเช็กปัญหาให้ที่บ้านคุณแจน ไม่ทราบว่าช่างของเราไปถึงแล้วใช่ไหมครับ]

            “ครับ ถึงแล้ว กำลังหัวหมุนกันเลย” ผมลุกเดินออกมาหาที่คุยเงียบๆ ไม่ใช่ว่าต้องการความเป็นส่วนตัว เพราะเรื่องที่คุยมันไม่ใช่ความลับระดับโลกอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่แยกออกมาคือ...เกิดผมหลุดปากนินทาพี่ช่างไป พวกเขาจะได้ไม่ได้ยิน

            [โอเคครับ ถ้ามีปัญหาอะไร หรือช่างไม่สุภาพสามารถร้องเรียนได้นะครับคุณแจน ADS พร้อมที่จะรับฟังและนำมาปรับปรุงแก้ไข] ปลายสายกล่าวต่อ อันนี้คือบทที่ต้องพูดประจำใช่ปะชนกันต์ บางทีก็สงสารคนเป็นคอลเซ็นเตอร์นะ ต้องพูดประโยคเดิมซ้ำๆ เคยนอนละเมอพูดอะไรพวกนี้บ้างปะ

            “ทุกอย่างโอเคคุณชนกันต์ ช่างน่ารัก”

            [อ่า…ครับ อยากได้คำชมแบบนี้บ้างจังครับ] คอลเซ็นเตอร์หนุ่มว่าอย่างขี้เล่น เสียงหัวเราะน่าฟังคลอตบท้ายมาเบาๆ โถพ่อคุณ อีกนิดจะบอกรักละ จะให้ชมอะไรอีก

            “แต่คุณชนกันต์ บอกตามตรงนะ ผมไม่โอเคเลย” ว่าแล้วก็ถอนหายใจ เสียงอ่อยอ่อนยวบเป็นเยลลี่ดึ๋งๆ “สัญญาณมีปัญหามาเกือบทั้งเดือน แต่สุดท้ายผมก็ต้องจ่ายเต็มราคาอยู่ดี”

            [อ่า…]

            “ถ้าครั้งนี้ยังแก้ไม่ได้อีกผมจะย้ายแล้วนะ แจนจะย้าย แจนไม่อยู่แล้วอ่า! แจนจะไปจริงๆ แล้วชนกันต์”

            [อ่าคุณแจน…] ชนกันต์ครางเรียกเสียงเบา

            แต่ชนกันต์...มึงอย่าอ่าบ่อย กูคิดดีไม่ได้เลย ยิ่งเป็นเสียงต่ำๆ ด้วย ใจบาปมากกูตอนนี้

            [มันอาจจะดูเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่คุณแจนงอแงได้น่ารักดีนะครับ] เสียงอ่อนเสียงหวานที่เอ่ยชมมาตามสายกำลังทำให้หน้าผมเห่อร้อนขึ้นมาอย่างหนัก ฟันนี่กัดริมฝีปากล่างสุดความสามารถ ทั้งๆ ที่จะยิ้มก็ได้ไม่มีใครเห็นหรอก จะกลั้นทำไมก็ไม่รู้

            [เอ่อ...คุณแจนเงียบไปเลย โกรธเหรอครับ ผมขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ]

            ไม่เลยชนกันต์ ไม่เลย~

            [หรือคุณแจนเขิน?]

            “คุณแซวลูกค้าแบบนี้หัวหน้าไม่ว่าหรือไงครับ”

            [ก็อย่าให้หัวหน้ารู้สิครับ]

            โอ้ยยย พ่อคนเจ้าเล่ห์ มาให้หยิกทีดิ๊

            [ถ้าเขาเดินตรวจผมนอกเรื่องไม่ได้ครับ เพราะหน้าที่ของเราคือแก้ปัญหาให้ลูกค้า ถึงเขาจะเข้มงวดบันทึกเสียงทุกครั้งที่พนักงานคุยกับลูกค้าแต่ใช่ว่าเขาจะฟังทั้งหมด เพราะงั้นผมเลยชวนลูกค้าคุยบ่อยๆ เพราะคิดว่าคนที่โทรเข้ามาต้องมีอารมณ์หงุดหงิดไม่มากก็น้อย ผมจึงอยากแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กับทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น เราจะได้คุยกันง่ายหน่อย]

            เออนะ มันก็ดูเข้าท่าดี ถือเป็นการรับมือที่ใช้ได้อยู่เหมือนกัน

            [แต่คุณแจนเป็นลูกค้าที่น่ารักนะครับ ผมยังไม่เคยโดนคุณแจนเหวี่ยงเลย ทั้งๆ ที่ปัญหาก็ดูจะสาหัสอยู่]

            อย่าาาา! อย่าชมบ่อย ใจบางเป็นกระดาษทิชชู่หมดแล้ว แต่หารู้ไหม...กูนี่เกรี้ยวกราดข้างนอกจ้ะ แทบจะกลายร่าง มีหลายเวอร์ชั่นด้วยนะ พ่นไฟได้ด้วย

            [ส่วนเรื่องบิลรายเดือนที่คุณแจนว่ามานั้น…] เสียงทุ้มเว้นช่วงไป ผมได้ยินเสียงคล้ายๆ กับกดคีย์บอร์ดครู่หนึ่ง [ของคุณแจนตอนนี้ใช้ตัว 899 อยู่ อืม...เอางี้ไหมครับ มีแพ็กเกจตัวนึง ราคา 1,099 บาท ซึ่งถ้าคุณแจนสนใจตอนนี้มีโปรโมชั่นจ่ายครึ่งราคา เป็นเวลา 6 เดือน เหลือเดือนละ 599 บาท ผมว่าน่าสนใจนะครับ ความเร็วมากกว่าตัวที่ใช้อยู่ แถมแพงกว่ากันไม่เท่าไหร่ 6 เดือนแรกจ่ายครึ่งราคาด้วย] ชนกันต์ร่ายยาวเอาโปรมาหลอกล่อ นี่ไง! มันร้ายครับหัวหน้า! มึงมันไว้ใจไม่ได้ เผลอแป๊บๆ ขายของใส่กูละ

            แต่จะว่าไปมันก็น่าสนใจอยู่นะ 599 ตั้ง 6 เดือน

            [คุณแจนว่ายังไงครับ]

            “อืมมมม…” ผมลากเสียงยาวใช้ความคิด

            [เอาเถอะครับ จะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ ไง]

            ฉิบหาย! ผมเกือบสำลักน้ำลายเพราะคำพูดนั่น อีกนิดจะคิดว่ามึงจีบกูแล้วนะชนกันต์ แถมเวลาพูดอีกฝ่ายชอบใช้น้ำเสียงโทนอ่อนโยนลื่นหูด้วยไง โง้ย! อยากดำดินไปกรีดร้อง

            “เอาก็เอาครับ”

            [โอเคครับ แล้วผมจะดำเนินการให้นะครับ]

            “ครับผม”

            [ถ้าคุณแจนมีอะไรสงสัยเกี่ยวกับแพ็กเกจตัวใหม่สามารถสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ หรือจะเข้าไปอ่านรายละเอียดในเว็บไซต์ของเราก็ได้ ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะโทรไปเช็กอีกครั้งนะครับ]

            “อ่า...ครับ” ขายของกูเสร็จก็จะไปเลยนะ แต่ดีแล้ว ยิ่งคุยยิ่งใจสั่น

            [คุณแจนครับ]

            “ห้ะ...ครับ ว่าไง”

            [ไม่งอแงนะครับ แล้วผมจะรีบดำเนินการให้] หยอกล่อด้วยความขี้เล่นคลอมากับเสียงหัวเราะ ผมเม้มริมฝีปากแน่นเลย อยากพุ่งตัวเข้าไปอยู่ในตุ่มแล้วแหกปากตะโกนให้ลั่น...กูเขินไอ้บ้าเอ้ย!

            “งือ…”

            [สวัสดีครับ]

            พอชนกันต์จากไปผมก็ยืนไล่อาการเขินอยู่ครู่หนึ่ง ตบๆ แก้มเรียกสติก่อนกลับไปหาพี่ช่าง พวกเขาเดินเข้าออก วนตรงนู้นดูตรงนี้อีกครั้งแล้วให้ผมลองเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตดู

            ซึ่งมันใช้ได้! ไอ้บ้าเอ้ย! กลับมาแล้ววววว


- 50% -

            แต่...ความเร็วหายไปเยอะเลย ผมลองเข้ายูทูบดู จากที่โหลดเร็วลื่นหัวแตกตอนนี้มันช้ากว่าเดิม แต่ไม่ถึงขั้นดูไม่ได้ แต่มันก็ช้าอะ! ปกติเร็วกว่านี้ตั้งเยอะ

            “เราเช็กหลายรอบแล้วนะครับ เหมือนว่ามันจะมีสัญญาณแทรกซ้อน เป็นปัญหาที่นานๆ จะเจอที ต้องไปแก้ที่เสาข้างนอกนู่น คงต้องใช้แบบนี้ไปก่อนนะครับ และเราจะรีบมาแก้ให้อีกครั้ง” พี่ช่างรายงาน เกือบจะดีละถ้าไม่มีประโยคสุดท้าย

            ไม่แก้วันนี้เหรอ แล้วผมต้องรออีกนานไหม ต้องรอเธออีกนานไหม

            แล้วผมจะตอบอะไรได้ล่ะนอกจาก “ครับ ขอบคุณมากนะครับ”

            ฉีกยิ้มให้ด้วย จริงๆ อยากแยกเขี้ยวใส่แต่ทำไม่ได้

            หลังพวกพี่ช่างกลับไปผมก็ได้ออกมาหาอะไรกินสักที ขับมอไซค์เข้ามาที่ตลาด ฝากท้องไว้กับไอ้หมวยเล็กเจ้าเดิม จริงๆ น้องมันทำกับข้าวอร่อยนะ ลูกค้าติดตรึม (ซึ่งมีบางส่วนติดรูปร่างหน้าตามันด้วย) แต่อิหมวยมันน่ารำคาญ แม่งผัดข้าวตามอารมณ์

            “หมวยเล็ก! ข้าวผัดกุ้งจานนึง” ผมก้าวเข้าไปในร้านพร้อมตะโกนสั่งข้าว

            “ข้าวผัดกุ้งอีกละ” สาวน้อยทรงโตลุกขึ้นยืนเท้าเอว สีหน้าฉายแววเบื่อหน่าย

            “มึงจะทำไม่ทำอิหมวย”

            “ทำไม ถ้าหมวยไม่ทำพี่แจนจะทำเองหรือไง”

            “เปล่า กูจะฟ้องป๊ามึง”

            “นั่งแก่แล้วหุบปากไปเลย ชิ!” นั่น...สะบัดหน้าใส่ผมอีก ผมนี่เบ้ปากตามหลังเลย มึงนี่แม่งจิกกัดกูได้ตลอด ถามจริง กูเคยไปแย่งผัวมึงเหรอ

            ระหว่างนั่งรอข้าวผมก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ดูนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อยจู่ๆ มันก็สั่นครืดคราดเพราะมีสายเข้า ชื่อ **‘พี่หญิง’** ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ผมสไลด์นิ้วรับสาย

            “สวัสดีครับ”

            [สวัสดีค่าน้องแจน เป็นยังไงบ้าง ไม่ค่อยได้คุยกันเลยเนอะช่วงนี้] พี่หญิงทักทายเสียงใสร่าเริงดอกไม้บานเช่นเคย ผมคว้าโอเลี้ยงที่เพิ่งสั่งไปเมื่อกี้ขึ้นดูดก่อนตอบ

            “ก็ดีครับ ผมกำลังจะกินข้าว”

            [อ่าวเหรอ โทษทีจ้ะ พี่รบกวนเวลาไม่นานหรอก แค่จะโทรมาบอกน่ะ เราเตรียมตัวไว้เลยนะ อีกไม่กี่วันโดนเรียกแน่ๆ] ประโยคหลังปลายสายมีป้องปากกระซิบคล้ายกลัวใครได้ยิน

            ผมโคลงศีรษะเบาๆ “ครับ ผมรู้แล้ว ขอบคุณที่บอกนะพี่หญิง”

            [โอเคจ้า พี่ไม่กวนละ กินข้าวให้อร่อยนะ]

            ก็หวังไว้แบบนั้นเหมือนกัน ถ้าไอ้หมวยมันไม่แกล้งทำน้ำปลาหกใส่ข้าวผมนะ

            ถามว่าพี่คนเมื่อกี้เป็นใคร ผมต้องเล่าก่อนว่าถึงผมจะเป็นนัดวาดอิสระ แต่ก็มีรับจ็อบให้กับบริษัทอยู่เหมือนกัน รับเป็นงานๆ ไป ซึ่งทางนั้นก็พยายามชักชวนให้ผมไปทำงานประจำ แน่นอนว่าผมปฏิเสธ แจนไม่เอานะจ๊ะ เพราะงานที่รับจากลูกค้าก็น่าปวดหัวพออยู่แล้ว ถ้าต้องไปกดดันนั่งทำทุกวันผมไม่เอาด้วยหรอก ขอทำแบบสบายใจดีกว่า วันไหนขี้เกียจก็อู้ได้

            และพี่หญิงเป็นเลขาของหัวหน้าจอมดุซึ่งผมไม่ชอบพี่แกเท่าไหร่ แต่ต้องทนเพื่อเงิน เมื่อกี้เหมือนโทรมาเตือนภัยให้ผมเตรียมตัว ก็โอเคแหละ ช่วงนี้ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ รับงานได้

            ว่าแต่...ข้าวเมื่อไหร่จะได้วะ

            “หมวยเล็ก! ข้าวเสร็จยัง”

            “อย่าเร่งหมวย เดี๋ยวน้ำปลาหก!” หมวยเล็กเอี้ยวตัวกลับมาตอบหน้ายุ่ง แก๊สมึงหมดหรือไงทำไมช้านักวะ ผัดข้าวจานเดียวใช้เวลาครึ่งชาติ บ่นในใจไปพลางมองแผ่นหลังหมวยเล็ก เห็นแล้วอยากดึงผมเปียมัน ห่า!


…………


            ในยามสายของเช้าวันเสาร์ ชายหนุ่มร่างสูงกำลังวิ่งลงบันไดมาด้วยสีหน้าไม่ตื่นดี เส้นผมสีดำชี้ฟูบ่งบอกว่าเพิ่งลุกจากเตียงเมื่อกี้นี้เลย ขายาวก้าวตรงออกไปที่หน้าบ้าน ริมฝีปากยกยิ้มกว้างทักทายคนที่เพิ่งกลับมา

            “น้าแคลร์ สวัสดีครับ”

            “พอล มาช่วยน้ายกของเข้าบ้านหน่อย” คุณน้ายังสาว (และสวย) เอ่ยบอกขณะที่กำลังหยิบกระเป๋าและข้าวของออกจากรถ พอลรีบเดินไปรับของที่น้าสาวส่งให้

            “น้าไม่เห็นบอกเลยว่าจะกลับเช้าขนาดนี้” หลังจากขนของมากมายที่คุณน้าหอบกลับมาด้วยเข้ามากองในบ้านเสร็จร่างสูงก็หันไปบอกพลางใช้มือเสยผมหน่อยๆ ให้มันเป็นทรงไม่น่าเกลียด แคลร์เดินหายเข้าไปในครัวและกลับออกมาพร้อมกับน้ำหนึ่งแก้ว ริมฝีปากบางสวยยกยิ้มมุมปากให้หลานชาย

            “โทษที น้าไม่คิดว่าเราจะยังไม่ตื่น”

            “อืม...เมื่อคืนผมนอนดึกน่ะ” ร่างสูงขยี้ตานิดหน่อย กำลังจะอ้าปากถามน้าแคลร์ว่าหอบอะไรกลับบ้านมาเยอะแยะ ทว่าดวงตาคมเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างเสียก่อน แอบเผือกข้างบ้านสักเล็กน้อย คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อเห็นว่าช่างจากบริษัทที่เขาทำงานอยู่เดินหายเข้าไปในบ้านหลังข้างๆ

            “หือ? นั่นช่างจากบริษัทที่เราทำงานอยู่นี่ ใช่ไหม” น้าแคลร์ชะโงกมองตามพร้อมกับถาม เขาพยักหน้ารับ อ่าใช่…บริษัท ADS เขาเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่นั่น นี่ก็เพิ่งหยุดงานกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ปกติวันทำงานเขาจะนอนที่คอนโดในกรุงเทพ ส่วนน้าสาวของเขาก็ทำงานเป็นแอร์โฮสเตสอยู่สายการบินหนึ่ง

            ถึงจะเรียกว่าน้าแต่อายุห่างจากเขาไม่เท่าไหร่ แถมยังสาวและสวยมาก แน่นอนน้าแคลร์เป็นน้าแท้ๆ ที่เขารักเหมือนแม่ ส่วนแม่แท้ๆ น่ะเหรอ...อย่าไปพูดถึงเลย

            “สงสัยเน็ตน้องเขามีปัญหามั้ง”

            หืม...มีปัญหาจริงเหรอวะ พอลย่นคิ้วสงสัย เพราะที่บ้านก็ใช้ของ ADS เหมือนกัน แต่ปกติทุกอย่าง

            “น้ารู้จักพี่เขาด้วยเหรอ” พูดถึงพี่ชายข้างบ้าน ว่ากันตามตรงก็ไม่อยากเชื่อว่ารายนั้นอายุมากกว่า หน้าอย่างกับเด็กมหาลัยสงสัยดูแลดี เคยเจอหน้ากันตรงๆ อยู่สองครั้งเห็นจะได้ และทุกครั้งมันก็ไม่ได้สวยงามเบ่นบานไปด้วยมิตรเพื่อนบ้านเท่าไหร่

            อย่างที่บอกว่าตัวเขาไม่ค่อยได้กลับบ้าน วันหยุดบางอาทิตย์ก็เหนื่อยเกินกว่าจะขับรถกลับ ไม่แปลกถ้าเขาจะไม่รู้จักเพื่อนบ้านหน้าตาน่าเอ็นดูคนนั้น จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วในตอนเช้าที่ออกไปรดน้ำต้นไม้ก็บังเอิญเจอ อีกฝ่ายกำลังเกรี้ยวกราดได้ที่เลย

            แต่สำหรับเขาใบหน้างอๆ คล้ายเด็กงอแงเวลาไม่ได้ของเล่นนั่นมันน่ามองและน่าเอ็นดู ให้ความรู้สึกอยากเดินเข้าไปหยิกแก้มสักทีสองที ลูกชายใครทำไมถูกใจจริงๆ ทำให้ตอนนั้นเผลอเสียมารยาทหลุดเสียงหัวเราะออกไป

            และนั่นแหละ...เหมือนมันจะดังจนอีกฝ่ายได้ยิน ร่างบางหันมาพองขนขู่ฝ่อเป็นแมวเหมียวตัวน้อยใส่ทันที ถ้าแยกเขี้ยวกลางเล็บใส่ด้วยนี่ครบเลย

            แมวดื้อ!

            ส่วนอีกครั้งที่เจอก็นู่น...ร้านข้าวในตลาด ได้ฟัคมาเต็มๆ หน้าเลย อะไรจะเกรี้ยวกราดขนาดนั้นหืม

            “รู้จัก เขาชื่อน้องแจน น้องน่ารักนะ บางทีน้องทำขนมก็เอามาแบ่งน้าบ่อยๆ”

            “อ่า เหรอครับ”

            “น้าสนิทกับน้องเขาอยู่นะ บางทีน้องเขาก็ฝากซื้อของ มีครั้งนึงตอนไปญี่ปุ่นน้องแจนฝากน้าซื้อเซ็กส์ทอยแล้วบอกว่ามันเป็นของเล่นแมว ซนจริงๆ น่าตีมากเลย น้าเกือบซื้อไปให้แมวเพื่อนเล่นแล้วไง” แคลร์หน้างอเมื่อนึกถึงวีรกรรมของน้องข้างบ้าน

            พอลสำลักน้ำลายนิดหน่อย เขาหัวเราะต่อท้าย ของเล่นแมว...อืม พี่เขาก็พูดถูกนะ ดูท่าแมวจะเป็นคนเล่น

            แมวดื้อซะด้วย น่าจับตีแบบที่น้าแคลร์ว่า

            มุมปากร่างสูงยกขึ้น ภาพจินตนาการชั่วๆ แสนใจบาปอยู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในหัว เผลอนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายตอนที่กำลังใช้ของเล่นแมว ดวงตากลมโตที่คลอด้วยน้ำใสๆ ริมฝีปากสีอ่อนเผยออกเล็กน้อย

            สงสัยเขาจะทำหน้าตาโรคจิตไปหน่อยน้าแคลร์ถึงได้มองด้วยสายตาแปลกๆ พอลรีบปรับสีหน้า หันไปยิ้มให้น้าสาว

            “น้านั่งพักเถอะ เดี๋ยวผมเก็บของเอง”

            “โอ้ว น่ารักมากเลยหลานน้า ฝากด้วยนะ”


……………..


            ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ ผมคิดว่าตัวเองต้องอยู่กับเน็ตกากๆ ไปตลอดชีวิตซะอีก หลังจากพี่ช่างกลับมาทำให้อีกรอบ ตอนนี้เน็ตกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมแล้ว ปริ่มมากน้ำตาจะไหล ความเร็วแรงที่แจนคิดถึง แบบนี้สิไวฟายที่แจนคู่ควร

            ดีอกดีใจ หลังพวกช่างของ ADS กลับไปผมก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิท ต้องแชร์ให้คนรอบข้างรู้ กูเกรี้ยวกราดเป็นแรมเดือนเพราะเน็ตเจ้าปัญหานี่ ณ วันนี้มันหายไปแล้วจ้ะ

            ดีใจกับผมสิ จะรออะไร

            [ฮัลโหล]

            “ไอ้หงส์!! เน็ตกูกลับมาใช้ได้แล้วนะ แก้ไขเรียบร้อย ไฉไลมาก” อวดไปหนึ่งดอก เรื่องน่าปวดหัวอันนี้หมดไป หลังจากนี้ก็กลับไปใช้ความอดทนกับลูกค้าต่อ ซึ่งอันนั้นก็น่าปวดหัวไม่แพ้กัน

            [อ่า...เหรอ]

            “มึงตอบอะไรที่มากกว่านี้ได้ปะ” ผมจิ๊ปากเสียงเบา ขัดใจว่ะ คนอุตส่าห์ดีใจแต่มึงตอบกลับมาแค่เนี่ยะ?

            ไหนอารมณ์ร่วม ไหน!

            [ก็...ดีใจด้วยนะคะ] เสียงอ่อนเสียงหวานอย่างกับไม่ใช่ไอ้หงส์ที่ผมรู้จัก ผมเลิกคิ้ว เอียงคอด้วยความงุนงงครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจ

            “อ๋อ...มึงอยู่กับพี่หมูบินเหรอ” พี่หมูบินที่ว่าคือคนที่ป้อนงานมัน ไอ้หงส์ต้องเคารพ อ่อนน้อม และทำตัวน่าเอ็นดูเวลาอยู่ใกล้ๆ หรือเรียกอีกอย่างว่ามันแอ๊บนั่นเอง ผมแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ หึๆ หงส์จ๋า~

            [ค่ะ]

            “ว้าย งี้กูก็ด่ามึงได้โดยที่มึงไม่สามารถโต้ตอบใช่ปะ”

            [ค่ะ] สัมผัสได้ถึงการกัดฟันตอบ

            “เอาคำไหนดี ที่มึงจะเจ็บจนหลุดแอ๊บวะ”

            [...]

            ไอ้หงส์เงียบ อีกฝ่ายน่าจะกำลังใช้ความอดทนอยู่ ผมได้ยินเสียงพี่หมูบินดังเขามาแว่วๆ ความชั่วร้ายในตัวกำลังพร่างพรายได้ที่เลยจ้า แต่ทว่าโทรศัพท์มันร้องเตือนมีสายเข้าแทรกมาซะก่อน พอดูคนโทรเข้าแล้วไม่โชว์เบอร์แบบนี้มีคนเดียวเท่านั้น

            “สัดหงส์แค่นี้ก่อนนะ เชิญมึงแอ๊บสวยต่อไป รักมึงนะจุ๊บๆ”

            [ค่ะ!]

            ผมหลุดขำเมื่อปลายสายกระแทกเสียงใส่ คำว่าค่ะของมันน่าจะแปลได้ว่าเหี้ยหรือไม่ก็อีสัด พอวางสายจากไอ้หงส์เสร็จผมก็รับสายที่โทรเข้ามาต่อเลย

            “สวัสดีครับ”

            [คุณแจน สวัสดีครับ] ทักทายด้วยเสียงหล่อๆ เหมือนอย่างเคย เริ่มมั่นใจหน่อยๆ ละว่านี่จะเป็นเสียงของสามีในอนาคต

            “รู้เวลาจังเลยนะครับคุณชนกันต์” รู้ว่าแจนกำลังคิดถึงพอดี โง้ยยยย~

            [มาตรงเวลาอย่างกับรู้ใจไงครับ]

            ดูมันทำดิ จะไม่ให้หวั่นไหวได้ไงวะ

            [ผมได้รับแจ้งมาว่าช่างได้เข้าไปทำการแก้ไขที่บ้านคุณแจนแล้ว ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรตรงไหนไหมครับ] เช็กความคืบหน้าทันทีพ่อคนขยันทำงาน จากครั้งที่แล้วทำให้ผมรู้ว่าถ้าไม่ใช่เบอร์คอลเซ็นเตอร์นั่นคือวันหยุดของอีกฝ่าย

            “ไม่มีครับ ทุกอย่างโอเค ผมปลื้มมาก”

            [อ่า...ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วครับ ปลื้มเน็ตแล้วก็อย่าลืมปลื้มผมด้วยนะ] น้ำเสียงขี้เล่นดังมาตามสาย ผมนี่จิกหมอนแน่นมาก แผ่นดินไหวแจนก็ต้องไหว!

            “ปลื้มอยู่ครับ ถ้าเป็นเฟซบุ๊กผมนี่กดไลค์ให้เลย” ผมชูนิ้วโป้งประกอบการพูดแม้ชนกันต์จะไม่เห็นก็ตาม

            [หว้า...นึกว่าจะกดเลิฟให้หัวใจซะอีก] ปลายสายแกล้งทำเสียงน้อยอกน้อยใจ ซึ่งมันก็พานให้ผมใจสั่นเป็นของเล่นแมว (?) ชนกันต์...มึง!


- 100% -


○○○○○○○○○○

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าค่า รักนะ ♥​


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น