facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 10 : เพราะความเหิมเกริม

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 : เพราะความเหิมเกริม

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 189.5k

ความคิดเห็น : 128

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2561 16:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 : เพราะความเหิมเกริม
แบบอักษร



มาเฟียหนุ่มนั่งมองสาวใช้ที่กำลังเก็บเศษซากฝีมือของตนที่พังแจกันไปเมื่อครู่จึงสั่งให้หยุดทำ

           “  ไม่ต้องเก็บ!!  ให้วีมาเก็บกวาดให้หมด  ”            

           “  ค่ะนาย  ”           

           “  ไปเรียกไอ้วีมาเก็บ  ไม่ได้ยินกูสั่งรึไง!!   ”    

อิทธิตวาดใส่ลูกน้องที่ยืนอยู่ไม่ไกล จนลูกน้องรีบก้มหัวแล้ววิ่งไปเรียกวีทันที


           “  คุณวีรธัช  นายให้คุณไปเก็บกวาดแจกันที่ตกแตกที่พื้นกลางบ้าน  ”          

           “  เอ้า!  ได้ๆ จะรีบไป  ”    วีที่กำลังเดินไปทางบ้านตัวเอง ก็ต้องหันหลังกลับ

เดินเข้ามาในบ้านใหญ่อีกครั้ง พอมาถึงก็มองเศษแจกันที่กระจายเต็มพื้นทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ 

จากนั้นจึงเดินไปหยิบไม้กวาดกับที่ตักขยะ  มากองไว้ใกล้ๆ แล้วก็นั่งยองๆเก็บชิ้นส่วนใหญ่ๆ

ก่อนเศษเล็กๆค่อยกวาดตามทีหลัง

             “  ระวังมือนะคะคุณวี  ”               ป้าภาเตือนกลัวเศษมันจะบาดมือเอา

             “  ถ้าโง่ให้มันบาดมือก็ปล่อยเค้าป้า   ”           

             “  อรช่วยนะคะคุณวี  ”                  สาวใช้คนหนึ่งยืนดูด้วยความเป็นห่วงจึงอาสาเข้ามาช่วย           

             “  อร!!  ฉันสั่งหรอ  มีไรทำก็ไปทำกัน ไปให้หมด  ”

             “ ไปสิ  ”    กาเบียลบอกกับลูกน้อง แล้วก็เดินออกไปพร้อมกันจนหมด เหลือเพียงป้าภา

และกรรณที่ยังยืนอยู่  มองวีเก็บซากแจกันที่เกิดจากฝีมือของนายที่นั่งกินข้าวสบายใจ


         “  ป้าภาครับ  ทำไมมันถึงแตกล่ะ  ”      ร่างบางเก็บไปได้ซักพักเอ่ยถามป้าด้วยความอยากรู้          

         “  เอ่อ.... ”      หญิงวัยสูงอายุไม่กล้าที่จะตอบออกไปเพราะคนทำนั่งอยู่ไม่ไกล          

         “  กูทำ มึงมีปัญหาอะไรมั้ย  ”      อิทธิพูดออกมาเสียงดังแล้วมองร่างบางอยู่ชั่วขณะ          

         “  แล้วไปเดินไอ้ท่าไหน แจกันตกมาแตกได้   ”          วีบ่นออกมา          

          “  คุณวี... ”                      กรรณเรียกวีไว้เพราะอาจจะโดนดีที่พูดไปแบบนั้น

         “  วีรธัช!!  กูจะทำแตก ไม่แตกแล้วมึงจะทำไม ฮะ!!  ”

อิทธิตะคอกลั่นบ้าน  ทำเอาวีที่ก้มเก็บแจกันอยู่ตกใจ จนโดนแจกันบาดเข้าที่นิ้วจนได้   


           “   โอ๊ยยยย!!  ”

         “   นั้นปะไร  โอ๊ย เลือดไหลแล้วนั่น  ”   

ป้าภาพอเห็นอย่างนั้นก็ทำท่าจะเดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่นั่งกุมนิ้วตัวเองอยู่ที่พื้น เลือดหยดติ๋งๆ

         “  ป้าภา อย่าเข้ามา  ผมไม่เป็นไรหรอกครับ  ”   วีบีบส่วนของแผลนิดหน่อยแล้วก็รีบ

เก็บกวาดเศษจนเสร็จ จึงรีบเดินเข้าห้องครัวไป

          “  คุณวี!  เจ็บมั้ยคะ  ล้างน้ำเร็ว  ”          

         “  เดี๋ยวอินไปเอากล่องพยาบาลมาให้นะ  ”     สาวใช้สองคนดูเป็นเดือดเป็นร้อนแทน         

         “  ไม่ต้อง ผมเอามาให้ละ  ”   กรรณวางกล่องพยาบาลบนโต๊ะ แล้วก็ดึงมือวีมาเพื่อทำแผลให้

จนกระทั่งพันนิ้วเรียบร้อย           

        “  ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก   ”               ป้าภาลูบหัววีเบาๆ          

        “  ไม่ลึกเท่าไหร่ครับ ปวดก็กินยา  ”                    กรรณบอกกับวีแล้วยิ้มให้เบาๆ




         “   เก็บโต๊ะ!!  หายไปกันหมด  ได้ยินมั้ย  ”

ทุกคนเข้ามารวมกันอยู่ในครัวจนกระทั่งได้ยินเสียงนายตะโกนเสียงดังอาระวาดอีกครั้ง

         “  นายโมโหแล้ว อร ไปเก็บโต๊ะกัน  ”         อินที่พอจะได้ยินจึงรีบชวนอรไปช่วยกันเก็บ        

         “  เออไปๆ ”  ร่างบางเดินออกมาจากครัวเพื่อมาช่วยสาวใช้เก็บโต๊ะ ส่วนป้าภาก็ยกผลไม้ที่ปอก

แช่เย็นไว้มาให้นายกินดับความร้อน  ทั้งกายและใจ เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างหลังจากปล่อยระเบิดไปหลายลูก

         “  โง่จริงๆ กะไอ้แค่เก็บเศษแจกัน ก็บาดมือได้  ”         อิทธิพูดเหน็บวี                                   “  มันเป็นอุบัติเหตุค่ะนาย  มันคมมากนะคะ  ”                ป้าภาช่วยพูดแก้ต่างให้กับวี          

       “   แล้วใครใช้ให้นายพูดเสียงดัง ตะคอกออกมาน่ะ ตกใจหมดไม่งั้นมันก็ไม่บาดมือผมหรอก   

หรือว่านายคิดว่าตัวเองพูดเบานัก  ”              วีสวนกลับคนเป็นนาย         

          “  ตายแล้วอิน   ”         

          “  คุณวีคะ...  ”                                อินที่ยืนใกล้ๆวีจับแขนวีเพื่อปรามเอาไว้          

          “  วีรธัช!!  ”                                    อิทธิจ้องตาแข็งมองวีที่ต่อกรกับเค้า

         “  ผลไม้เย็นๆนะคะนาย  ”          

         “  กินเย็นแค่ไหน  ก็ไม่ทำให้เค้าเย็นลงได้หรอกป้าภาน้ำแข็งมันน้อยกว่าน้ำมัน 

 ดับเพลิง ในใจเค้าไม่ได้หรอก  ”          

         “  ปากดีนักใช่มั้ย  มึงมานี่!!  ”  

        อิทธิลุกพรวดมาจับแขนวีแล้วก็ลากขึ้นมาที่ห้องทำงานของตน ผลักวีล้มลงกองที่พื้นดัง  

ตุ้บบบบ   ก้นของร่างบางที่ผ่านศึกมาเมื่อคืนถึงแม้ไม่ได้เจ็บอะไรนัก แต่พอมาโดนกระแทก

จากพื้นแข็งๆแบบนี้ก็ออกอาการขึ้นมาในทันที  แต่วีก็กัดฟันทนความเจ็บเอาไว้ไม่ได้แสดง

ท่าทีออกมาให้นายเห็น

         “  เหิมเกริมใหญ่ละนะเดี๋ยวนี้  ” 

  วีก้มหน้าลงมองที่พื้นห้องโดยไม่ตอบโต้อะไรกลับไป  จนนายได้ ลั่นวาจาออกมาเพิ่ม

         “  กูเป็นนายมึง ลืมแล้วเหรอ  กูใจดีด้วยหน่อยทำมาเป็นกล้า  เจียมตัวมึงไว้บ้าง 

อย่าสะเออะมาปาก ดีกับกู ”

         “  ขอโทษครับนาย  ”       

           นั่นสิ เจียมตัวมึงไว้นะวี  คำพูดแรงๆของเค้าครั้งนี้ทำผมเจ็บ แล้วก็จุกที่อกอย่างบอกไม่ถูก 

   มึงควรจะทำตัวยังไงมึงก็ควรจะรู้อยู่แก่ใจ  วีเตือนตัวเองเมื่อได้ยินนายพูดแบบนั้น



         “  เฮ้ย!! ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาในห้องกูซัก 2  คน  ”

 ประตูห้องทำงานอิทธิเปิดออก  พร้อมลูกน้องก็เดินเข้ามายืนรอฟังคำสั่งจากนายที่เรียกให้เข้ามา

ภาพเค้าเรียกลูกน้องและพวกนั้นก็เดินเข้ามามันทำให้ผมนึกถึงภาพวันที่เค้าสั่งให้ลูกน้องรุมโทรมผม

เค้าคงไม่ทำแบบนั้นอีกใช่มั้ย  เค้าเคยรีบปากกับผมไว้แล้วนี่ว่าจะไม่ทำแบบนั้นกับผมอีก

       “  จะให้จัดการยังไงดีครับนาย  ”           

      “  นาย... ”               วีเรียกอิทธิเบาๆพร้อมส่ายหัวด้วยความกลัว            

     “  เอามันไปขังห้องมืด  จนกว่ากูจะสั่งปล่อย  ”               อิทธิหันไปสั่งกับลูกน้อง            

     “  ห้องมืดอะไร  ไม่ไป  นาย…  ”   วีถูกลากและเดินไปยังห้องที่เป็นส่วนหนึ่งของห้องเชือด 

 แต่ไม่ได้เข้าไปในตัวห้องเชือดเดินเตลิดมาอีกไม่มากนัก  หลังจากนั้นวีก็ถูกผลักเข้าไปในห้องเล็กๆ

ห้องหนึ่งที่มืดสนิท  มีเพียงแสงจากทางเข้าเท่านั้นที่สว่าง แล้วมันก็ถูกปิดลงไปในไม่ช้า



           “  โอ้ยยยยยยย  ไม่เอา  มันน่ากลัว  ”                     


         “   ในห้องมันมืดมาก ปกติถ้าไฟดับหรือ ปิดไฟในห้องก็ยังมีแสงจากข้างนอก 

ไม่ก็มองเห็นอยู่บ้าง แต่ในห้องนี้มันมืดสนิท มืด 8 ด้าน มันวังเวง เย็นๆ หลอนๆยังไงไม่รู้  ไม่เอา  ”


           “   หนาววววววว   ห้องบ้าอะไรเนี่ย   ฮืออออออออ  ”  

      ร่างบางนั่งกอดเข่าตัวเองและบ่นเสียงดังอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าขยับตัวไปไหนทั้งสิ้นมีเสียงจิ้งจก 

หรือเสียงอะไรนิดๆหน่อยดังขึ้น ก็ทำเอาสะดุ้งอยู่ตลอดเพราะมองไม่เห็นอะไรเลย


            “   มันหายใจไม่ออก  โอ้ยยยยย  หนาวววววววว  จะร้องเรียกให้ใครช่วยในชีวิตก็ไม่เหลือใคร 

 แม่ก็ทิ้งไป  อยู่กับพ่อ พ่อก็ไม่รัก แถมยังผลักไสไล่ส่งให้ลูกกับมาเฟียสุดโหดโดยไม่ห่วงลูกแม้แต่นิด 

 ชีวิตแม่งไม่มีอะไรดีเลย  ”

         “   ทำงานเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็ก  ส่งตัวเองเรียนจนจบมาทำงานที่รักได้ไม่กี่ปีก็ต้องมาทนเจ็บ

 ทนอะไร ก็ไม่รู้ที่จะเจอจากมาเฟียคนนี้  บางทีก็ดีจนใจหาย พอร้าย แม่งก็ร้ายสุดพลัง  ”  

   วีปาดน้ำตาตัวเองที่ไหลออกมาจากตาด้านขวานั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย นานเท่าไรไม่รู้ 

จนแสงสว่างจากทางเข้าก็ปรากฏ



         “  คัมเอาท์!  ”             กาเบียลเป็นคนมาเปิดประตูห้องมืดให้กับวี          

         “  ขอบคุณครับ  ”                วียกมือไหว้กาเบียลที่เหมือนเข้ามาช่วยชีวิต          

         “  อย่างกับห้องดับจิต น่ากลัวชิบหาย  ”          ลูกน้องที่เห็นแค่ภายนอกพูดกับเพื่อนอีกคน          

        “  ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านได้เลยนะ  ”         

   กาเบียลหยุดเดินแล้วหันมาบอกกับวีซึ่งวีแค่พยักหน้าตอบกาเบียลไป และเดินลงไปข้างล่างอย่างนิ่งๆเงียบๆ

ไม่พูดไม่จาไม่แวะเอาข้าวที่ห้องครัว แต่เดินกลับมายังบ้านคอนเทนเนอร์ของตัวเองเลย


          “  เห้อออออออออ ”    พอถึงเตียงก็นอนหงายลง ถอนหายใจเสียงดังอยู่หลายที

มองฝ้าเพดานอย่างเหม่อลอย  ไม่ขยับ ไม่อยากรับรู้อะไร          

           “  เหนื่อยยยยยย  ”




                     ก๊อกๆๆ


         “  คุณวี!  นายให้ไปพบที่ห้องทำงาน  ”               เรียกผู้ชายคนหนึ่งลอยมาจากหน้าห้อง         


          “  คุณวี  ได้ยินผมมั้ย  ”



             ก็อกๆๆ     



              ก็อกๆๆๆ


         “  คุณเป็นอะไรรึเปล่า  หรือว่าหลับแล้ว  ”




          วีได้ยินเสียงกรรณเรียกก็ประโยคสุดท้ายนี่แหละ ไม่รู้ตัวเลยว่ากรรณมาเรียกตั้งแต่ตอนไหน 

แต่ก็ให้คิดว่าหลับไปแล้วก็ดี   เพราะวีตอนนี้หมดเรี่ยวแรง  ไม่อยากจะเดินแล้ว


                “  เห้ออออออออออ  ”








เช้าวันต่อมา


        “  ไม่สบายรึป่าวพ่อหนุ่ม  ”       ลุงที่ตัดแต่งกิ่งต้นเฟื่องฟ้าหันมาถามไถ่คนข้างๆที่ดูผิดไป        

         “  สบายดีลุง  เมื่อคืนแค่นอนไม่หลับ  ”                  

        “   ไม่ลางานไปพักผ่อนซะ  ”         

         “   มีวันลาด้วยหรอ  ”    วีถามลุงไปขุดดินไป ทั้งยังเอาต้นเฟื่องฟ้าลงหลุมไปอีก         

         “  อ้าว มีสิ  ลุงป่วยยังลาได้เลย  ”        

         “  แต่ผมคงลาไม่ได้  ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ได้นอน  ”

ชั้บบบ   ชั้บบบ   ชั้บบบบบ   ร่างบางเอาพลั้วขุดดินต่ออีกหลายๆหลุมรอเอาต้นไม้ลง


         “  คุณวี!  นายเรียกคุณพบ  ”       วีเอาเฟื่องฟ้าลงหลุมไปด้วยเพียง 3 ต้นก็มีคนมาแจ้งว่านายเรียก        

         “  นายอยู่ที่ไหน  ”         

          “  โต๊ะกินข้าว  รีบๆไป นายอารมณ์ไม่ดี  ”        ลูกน้องคนนั้นบอกกับวีด้วยความเป็นห่วง

        “  เดี๋ยวตามไป ขอขุดอีกซักหลุม  ”         

         “  ไปเหอะ  เดี๋ยวโดนดุเอา  ”      ลุงบอกกับวีอีกคนเพื่อเร่งให้วีรีบไปพบนาย         

         “   ยังไงก็โดนอยู่ละลุง  ผมไปนะ เดี๋ยวรีบมาช่วย  ”   

วีลุกขึ้นปัดดินที่เปื้อนมือจนดำแล้วก็เดินเข้าบ้านใหญ่มาพบนายที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่




        “  คุณวีมาแล้วครับนาย  ”                กรรณบอกกับนายในขณะที่นั่งกินข้าวอยู่        

       “  เมื่อคืนกูให้คนไปตาม ทำไมไม่มาพบกู   ”  

 อิทธิถามร่างบางที่ยืนก้มหน้าก้มตา แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาแม้แต่อย่างใด

        “  ไม่สำนึกใช่มั้ยเมื่อวาน  หรืออยากจะลองห้องมืดอีกซักวันสองวัน  ”         

       “  เดี๋ยวนะครับ นายจับคุณวีขังห้องมืดหรอ  ”            กรรณทวนสิ่งที่นายพูดอีกครั้ง         

       “  เออ!  ทำไม  ”       

       “   นายก็รู้นี่ว่าเราไว้ใช้ทรมานพวกคนผิดหรือทรยศเราคนธรรมดาเข้าไป 

จะจิตตก เสียศูนย์ได้นะครับ  ”        

       “  ขังนานเท่าไหร่ ”      กาเบียลซักไซ้นายเพราะรู้แค่ว่านายให้ไปปล่อยตัววีออกมา 

แต่ไม่รู้รายละเอียดย่อย  ส่วนวีรธัชยังคงยืนก้มหน้านิ่ง ไม่พูดไม่จา รอฟังเพียงคำสั่งของนายเท่านั้น

       “  จำไม่ได้ หลายชั่วโมงอยู่  ”           อิทธิตอบที่กาเบียลถาม        

     “  คุณวีของป้า  เป็นอะไรรึเปล่าคะ  ”  ป้าภาเดินมากอดวีที่ยืนนิ่ง พร้อมทั้งลูบแก้มใสๆ

ของวีอย่างห่วงใยวีส่ายหน้าเล็กน้อยตอบกลับป้าแล้วยิ้มเล็กๆให้ป้ารู้ว่าโอเคไม่ต้องเป็นห่วงมาก 

       “   เมื่อวานข้าวก็ไม่มาเอาไปกิน  ”        

       “  คุณวี อาร์ ยู โอเค๊ ??  ”    กาเบียลเองก็ดูเป็นห่วงวีเพราะรู้ฤทธิ์ของห้องมืดเป็นอย่างดี        

       “  ครับ  ”       

       “   คุณวีมีอะไรทำก็ไปเหอะครับ  ”              กรรณเดินเข้ามาบอกกับวีใกล้ๆ       

      “  ไอ้กรรณ!!  กูเป็นคนเรียกเค้ามา มึงนี่ก็อีกคน  ชักจะเอาใหญ่ละ  กาเบียล เอามันไปสั่งสอน 3 ยก  ”        

      “ นาย…  ”     กาเบียลเรียกนายเบาๆกับความบ้าระห่ำในตอนนี้       

      “  ผมสั่งให้คุณเอากรรณไปสั่งสอน!!  ”            อิทธิกดเสียงต่ำพูดกับกาเบียล         

      “  เอาเหอะพี่  ”        วีมองกรรณที่เดินนำกาเบียลออกไปข้างนอก แล้วก็ได้ยินเสียงการตบตี

 รุมกระทืบอยู่หลายนาที  แต่ไม่มีเสียงโอดโอยที่แสดงถึงความเจ็บปวดออกมาเลยแม้แต่น้อย


        “  กูถามมึง มึงยังไม่ตอบกูเลย กูเรียกทำไมไม่มาพบ  ”     อิทธิถามลูกหนี้ตัวเองอีกครั้ง        

        “  ผม...ผมน่าจะหลับครับนาย  ”

        “  เดินมานี่  ”   วีค่อยๆเดินเข้าไปอยู่ใกล้ๆนายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะกินข้าวอย่างช้าๆ

จนมาหยุดตรงหน้านายพอดี

        “  มองหน้ากู  ”        

        “  ไม่บังอาจครับ  ”       

        “  วีรธัช  ”              ผมเอามือจับแขนวีแล้วบีบเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นให้วีทำตามคำสั่ง      

         “   ตัวผมเปื้อนนะครับนาย มีแต่ดิน ปล่อยผมเถอะครับ  ”

    อิทธิปล่อยแขนวีตามที่วีร้องขอ หลังจากนั้นวีจึงเดินถอยหลังออกมายืนที่เดิม  และคิดในใจว่า

นี่แหละจุดยืนที่เหมาะสมกับลูกหนี้อย่างตน  ควรอยู่ห่างนายไว้ก็ดี  จะได้ไม่เจ็บทุกข์ทรมานอีก


       “   นายมีอะไรอีกมั้ยครับ ถ้าไม่มีผมขอตัวออกไปทำสวนต่อ   ”        

       “  อือ  ”  

 ร่างบางเดินออกไปจนพ้นสายตาของอิทธิ  ป้าภาจึงเดินเข้ามาใกล้อิทธิแล้วพูดว่า...

       “  แววตาคุณวีดูเปลี่ยนไปนะคะนาย  ”           ป้าภาพูดออกไปเท่าที่สังเกตเห็น       

       “  ยังไง  ”       

       “  แววตาคุณเค้าดูเศร้า  หงอยๆ  หน้าตาก็ดูซีดๆ ไม่เหมือนคุณวีคนเดิมที่ร่าเริง 

ยิ้มแย้ม  ช่างพูดช่างจา  ห้องมืดกล่อมประสาทคุณวีรึเปล่าคะ  ”

       “  ดี!  จะได้ไม่กล้าต่อกรกับผมอีก  ”             มาเฟียเอานิ้วถูกันแล้วพูดออกมา      

       “  ป้าเป็นห่วงคุณวี  แล้วป้าก็รู้นะคะว่าลึกๆแล้วคุณก็เป็นห่วงเช่นกัน ”       

       “   เก็บโต๊ะได้ละ มัวแต่พูดเรื่องไร้สาระ  ผมจะไปทำงาน  ”



 ในส่วนของวี เมื่อเดินลงมาที่สวน ก็มานั่งขุดดินช่วยคนสวนปลูกต้นไม้ต่ออย่างเหม่อลอย

       “  นายเรียกไปทำไมล่ะพ่อหนุ่ม  ”      

       “  ครับ   ก็...ไปเตือนอะไรนิดหน่อย  ”      

       “  ลุงว่าเดี๋ยวลุงทำเองดีกว่า  พ่อหนุ่มไปนั่งในร่มไป   ”      ลุงคนสวนสังเกตเห็นหน้าตาวีไม่ค่อยดี       

        “  ช่วยกันดีกว่าครับ จะได้เสร็จเร็วๆ  ”

    คนสวนหลายคนช่วยกันฟื้นฟู แล้วก็ลงปลูกต้นไม้กันใหม่ เนื่องจากตอนนั้นโดนไฟไหม้

เสียหายไปเยอะ รวมถึงกำแพงที่กำลังซ่อมแซมควบคู่กันไป ซึ่งคนงานก็ทำงานกันไปหลายชั่วโมง


         “  กินข้าวเที่ยงกันได้แล้ว  ”          

        “   ครับๆๆ  ”         บรรดาคนงานต่างร้องตอบกลับคนที่มาบอกให้พักเที่ยงได้

ผมยังไม่รู้สึกหิว  เลยไม่ลุกไปกินข้าวที่พวกลูกน้องนายยกเป็นหม้อๆมาแจกจ่ายให้ทั้งคนสวน

และคนงานซ่อมกำแพงกิน  กลิ่นมันก็หอมนั่นแหละแต่ไม่หิวไง


         “  คุณวี!  บ่ายแบบนี้มันร้อนนะคะ คนงานเค้าก็พักกันแล้ว  ” 

 สาวใช้เดินถือน้ำเย็นๆพร้อมกางร่มเดินมาหาวีที่ยังนั่งขุดดินไม่ลุกไปไหน

         “  ไม่เป็นไร  ”          

         “   เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ  ”     อินพยายามโน้มน้าวให้วีเข้ามาพักบ้าง          

        “  พี่อินเข้าไปที่ครัวเถอะ  มันร้อนครับ  ”          

         “  พี่ อร และก็ป้าภา เป็นห่วงคุณนะคะ  ”          

         “  ขอบคุณนะพี่  ชีวิตผมมันไม่มีค่าพอให้ใครมาห่วงหรอก  ”     วีพูดอย่างปลงๆ

         “  อิน!!  ปล่อยเค้า ไม่อยากพักก็ให้มันนั่งจนมืดไปนั้นแหละ  ”  

       คำสั่งตะโกนมาจากม้าหินอ่อนไม่ไกลนัก สาวใช้จึงหันไปก้มหัวให้นายแล้วรีบเดินกลับเข้าบ้านไป 

  ส่วนวีเองไม่ได้หันไปมองว่านายนั้นส่งเสียงดังมาจากไหน


         “  ให้ผมไปจัดการให้มั้ยครับ  ”         กาเบียลเอ่ยถามนายที่พอจะรู้ว่านายก็อยากให้เค้าเข้ามาพัก          

        “  จัดการอะไร  ”           อิทธิถามกลับลูกน้องคนสนิทอย่างทำเป็นไม่รู้         

         “  ผมรู้น่ะ ว่านายต้องการอะไร  ”          

         “  นายครับ รถรออยู่หน้าบ้านแล้วครับ  ”     กรรณเดินเข้ามาบอกนายพลางมองไปที่กลางสวน          

         “  น่วมเชียวนะมึง ไอ้กรรณ  ”  มาเฟียหันไปมองมือซ้ายรูปหล่อของตัวเองที่เมื่อวาน

หลังจากโดนสั่งซ้อมก็หายหน้าหายตาไปเลย  แล้วก็หันกลับไปมองกาเบียลที่เดินไปหาวีนอกเหนือจากคำสั่ง



          “  ให้คนสวนทำไป ออกไปพักได้ละ  ”           

          “  ทำไมล่ะครับ  ”             วีงงกับคำสั่งที่จู่ๆก็ไม่ต้องให้ช่วยงานในสวนซะอย่างงั้น          

          “  ช่วงบ่ายในตาราง คุณต้องทำอะไร  ”    กาเบียลกอดอกถามวีกลับอย่างมาดขรึมไม่แพ้นาย           

         “  ช่วยงานในครัว กวาดบ้าน ถ้าไม่งั้นก็รอคำสั่งจากนายครับ  ”           

       “  งั้นก็ลุก  ไปได้ละ  ”    วีรธัชเหลือบมองนายที่มองดุๆมาทางที่ตนและกาเบียลยืนอยู่

 ก็ยอมทำตามที่กาเบียลบอกอย่างไม่ดื้อรั้น รีบลุกเดินออกจากสวนเข้าบ้านใหญ่ไปทางประตูห้องครัว

       “  คุณวี ทานข้าวกันค่ะ  ”              ป้าภาเอ่ยชวนเมื่อเห็นร่างบางเดินเข้ามาทางครัว            

       “   ผมไม่หิวครับ  งั้นผมไปกวาดบ้านรอนะ  ”             

       “   มื้อเย็นเมื่อวานก็ไม่กิน มื้อเช้าก็ไม่กิน มื้อกลางวันก็ไม่หิวอีก  ”             

       “  จะ 3 มื้อละนะป้า  ”            อินนับนิ้วแล้วบอกกับป้าภา             

     “   แล้วจะให้ฉันทำยังไง  ”     ป้าภามองตามร่างบางออกไปอย่างเป็นห่วง             

      “  บอกนายดีมั้ยป้า  ”                     อรเสนออย่างไม่ค่อยมั่นใจ             

      “  จะบ้าหรอ ขืนบอกไป คุณวีก็โดนดุสิ เดี๋ยวนายก็สั่งทำโทษคุณวีอีก  ”   อินบ่นเพื่อน            

       “   หิวก็คงกินเองแหละ  รีบกิน จะได้ไปทำงาน  ”          ป้าภาพูดจบก็ตักข้าวใส่ปาก


























***  ตอนนี้นิยายเล่มนี้ได้ตีพิมพ์เป็นเล่มกับสำนักพิมพ์มีดีส์แล้ว จะออกตอนปลายมกราคม 

2562  ยังไงก็ช่วยกันซื้อด้วยนะจ๊ะ คนอ่านที่น่ารักทุกคน อิอิ  ***





ความคิดเห็น