หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

มาค่ะ! มาตามติดชีวิตแมวไปด้วยกัน~ ;P

ตอนที่ 4 ชาร์โคล สู้ๆ !

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ชาร์โคล สู้ๆ !

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2561 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ชาร์โคล สู้ๆ !
แบบอักษร

3 เดือนก่อน ตอนที่เจิ้งทั่นเจอเจ้าอ้วนครั้งแรก รูปร่างของมันทั้งผอมทั้งตัวเล็ก แต่ตอนนี้มันกลับพัฒนาไปในทางเดียวกับชื่อของมัน ดังนั้นเจิ้งทั่นจึงรู้สึกนับถือคุณยายที่ตั้งชื่อให้เจ้าอ้วนมาก เทพมากจริงๆ

คล้ายกับว่ารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ระเบียง เจ้าอ้วนที่นั่งอยู่บนถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจึงเอี้ยวตัวมาดูนอกหน้าต่าง แต่เพราะท่าทางที่เล่นใหญ่ไปหน่อย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อยู่ใต้ก้นจึงส่งเสียงกรอบแกรบ พังลงมา

พอได้ยินเสียงนี้ เจ้าอ้วนก็ตัวแข็งทันที จากนั้นก็เก็บใบหูลงแล้วค่อยๆ หันกลับไป ไม่มองไปทางระเบียงอีก เบื้องหลังนั้นดูเศร้าสร้อย

เจิ้งทั่นเบ้ปาก คล้ายกับแฝงไปด้วยความชั่วร้าย ดูท่าอาหารมื้อดึกของเจ้าอ้วนคืนนี้คงถูกลดปริมาณลงอีกแล้ว

คุณยายที่เลี้ยงดูเจ้าอ้วนมีลูกชายทำงานอยู่ในเขตทหารของมณฑล ทุกเดือนมีสองอาทิตย์ที่จะรับคุณยายไปอยู่ด้วยกัน เจ้าอ้วนเองก็ไปด้วย หรือบางครั้งลูกชายคุณยายก็จะมาพักด้วยหลายวัน และช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาลำบากของเจ้าอ้วนเลยทีเดียว

เจิ้งทั่นยังจำได้ถึงการฝึกแบบทหารสมัยช่วงเรียนปีหนึ่ง หากทำผิดครูฝึกจะลงโทษโดยการให้ยืนตรงแบบทหาร แต่สำหรับแมวที่ ‘กระดูกอ่อน’ แบบนี้การยืนแบบนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเจ้าอ้วนจึงมักถูกลงโทษให้นั่งบนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พอนั่งเสร็จก็ดูระดับความแตกละเอียดว่าแตกเท่าไหนแล้วก็ลดอาหารของมันเท่านั้น

พ่อเจียวหย่วนจอดรถเสร็จเรียบร้อย เจิ้งทั่นหมุนตัวกระโดดลงจากระเบียงเดินตามพ่อเจียวหย่วนเข้าไปในตึก

พอกลับถึงบ้านแม่ก็กลับมาแล้ว แต่สายตาที่มองเจิ้งทั่นดูผิดแปลกไป มองเสียจนเขารู้สึกขนลุกไปทั้งตัว จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องของกู้โยวจื่อ เอาตัวไปหลบหลังประตูแล้วเงี่ยหูฟัง

“มีอะไรเหรอ?” พ่อเจียวหย่วนถาม

“อ่า อาหวงตายแล้วนะ” แม่เจียวหย่วนตอบ

เจิ้งทั่นอึ้งไป อาหวงที่หลายวันก่อนยังวิ่งเล่นไปมาท่าทางร่าเริงพลังเต็มเปี่ยม ทำไมถึงได้...

เขาฟังพ่อกับแม่ของเจียวหย่วนคุยกันถึงได้รู้ว่าอาหวงถูก ‘ตอน’ ไม่ใช่ ‘ตาย’ อาหวงกลายเป็นแมวขันทีแล้ว!

“ฟังจากที่พี่หลิงเล่า ทำแบบนี้จะช่วยกำจัดนิสัยแย่ๆ ของอาหวงได้ พอดีกับที่อาหวงอายุได้แปดเดือนแล้ว ผ่าตัดได้...วันนี้พี่หลิงยังถามฉันว่าอยากเอาชาร์โคลไปทำแบบนั้นด้วยไหม ฉันเลยปฏิเสธไป” แม่เจียวหย่วนเล่า

เจิ้งทั่นที่อยู่หลังประตูรู้สึกเย็นยะเยือก แต่พอได้ฟังประโยคหลัง เขาก็เบาใจไปไม่น้อย

“แมวบ้านเราไม่ต้องทำ” พ่อเจียวหย่วนว่า “แมวแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน แมวบ้านเขาเหมาะที่จะทำแบบนั้น แต่ของเรามันไม่แน่ ต่อไปถ้าพี่หลิงแนะนำอะไรอีกคุณปฏิเสธไปก็พอแล้ว”

“อืม ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ” พอได้ยินคำตอบแบบนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของแม่เจียวหย่วนอีกครั้ง

ส่วนเจิ้งทั่นที่อยู่หลังประตูก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกยาวๆ ถ้าหากถูกส่งไปผ่าตัดจริงๆ เขายอมที่จะออกไปเร่ร่อนไกลๆ ดีกว่าต้องขึ้นเขียงถูกทำอะไรแบบนั้น

เจิ้งทั่นไว้อาลัยให้อาหวงในใจ เมื่อก่อนเคยได้ยินว่าอาหวงชอบไปฉี่เรี่ยราด เวลาอยู่บ้านต่อให้เอามันวางในกระบะทรายมันก็ยังจะฉี่ให้กระเด็นออกมาข้างนอกอยู่ดี ดังนั้นบ้านของอาหวงจึงใช้กระบะทรายสองชั้นถึงเอาอยู่ ส่วนเวลาไปข้างนอกยิ่งเป็นที่เบิกบานของอาหวง ที่พักอาศัยบุคลากรฝั่งตะวันออกนี้หลายจุดเต็มไปด้วยกลิ่นฉี่ของอาหวง เจิ้งทั่นสั่งสอนไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่มันถูกจัดอยู่ในพวกสันดานขุดยาก

ในเมื่อชีวิตของอาหวงก็หมดห่วงไปแล้ว เจิ้งทั่นเองก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก แมวก็มีโชคชะตาของแมว นับตั้งแต่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นแบบนี้ เจิ้งทั่นก็ได้แต่บอกตัวเองว่าต้องปรับตัวให้ได้มากที่สุด

วันต่อมาชายหนุ่มโอตาคุห้องตรงข้ามก็หอบขอบตาคล้ำๆ มายืนเคาะประตูบ้านของเจียวหย่วน

วันนี้เป็นวันเสาร์ เจียวหย่วนอยู่บ้านกำลังกินอาหารเช้า

“อ้าว เสี่ยวชิวเองเหรอ มาแต่เช้าเลย!” แม่เจียวหย่วนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เช้าเหรอ? นี่เก้าโมงกว่าแล้วนะ?

กู้โยวจื่อหันไปมองแสงแดดที่สาดส่องอยู่ข้างนอก แล้วหันไปสบตากับเจียวหย่วน จากนั้นทั้งสองคนก็ก้มหน้าก้มตากินไข่ในชามต่อ

แต่สำหรับคนอย่างเสี่ยวชิวที่นอนดึกตื่นสายแล้วนั้นมันก็คงจะเช้าไปจริงๆ แม่เจียวหย่วนรู้จุดนี้ถึงได้รู้สึกแปลกใจที่เสี่ยวชิวตื่นนอนก่อนเที่ยง!

เสี่ยวชิวยิ้มออกมา กวาดตามองไปรอบๆ ห้องรับแขกพลางถามขึ้น “พี่เจียวไม่อยู่เหรอครับ?”

“วันนี้เขามีคลาสทดลองต้องไปสอนน่ะ ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว มาหาเขามีเรื่องอะไรหรือเปล่า? ถ้าด่วนเดี๋ยวพี่โทรบอกเขาให้” แม่เจียวหย่วนตอบ

“เอ่อ...คือว่า ก็ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรหรอกครับ” สายตาของเสี่ยวชิวไปหยุดอยู่ที่เก้าอี้ตัวเล็กที่อยู่ข้างโต๊ะอาหาร เขามองแมวดำที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวพลางพูดกับแม่เจียวหย่วน “พี่กู้ครับ เอ่อ...ผมขอ…ยืมแมวพี่หน่อยได้ไหมครับ?”

เจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อที่กำลังตั้งใจกินอาหารเช้าหยุดกินพร้อมกัน แล้วหันไปมองเสี่ยวชิวที่ท่าทางเขินๆ เป็นสายตาเดียว เมื่อสักวันของเดือนก่อนใครบางคนเอามือเท้ากำแพงข้างหนึ่ง มืออีกข้างเท้าสะเอวพลางพูดอย่างภูมิใจว่า ‘บ้านฉันไม่มีหนูเลยสักตัว’ ทั้งสองคนจำมันได้ดี!

พอเห็นสายตาของเด็กทั้งสองคนเสี่ยวชิวก็ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ เขาไอขึ้นหนึ่งครั้งแล้วพูดกับแม่เจียวหย่วน “เรื่องนี้ผมพูดกับพี่เจียวไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ”

แม่เจียวหย่วนไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องร้ายอะไร แมวของบ้านเราถึงกับมีคนมายืมตัวนับว่าเป็นเรื่องดีมันแสดงถึงว่าแมวเรามีความสามารถ ซึ่งทำให้แม่เจียวหย่วนรู้สึกภูมิใจขึ้นมาหน่อยๆ

แม่เจียวหย่วนยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย “เรื่องแค่นี้เอง อยากยืมเมื่อไรก็มาอุ้มไปได้เลยนะ”

เจิ้งทั่น เจียวหย่วน กู้โยวจื่อ “......” พอพ่อไม่อยู่แม่ก็มักจะตัดสินเองคนเดียวตลอด

“ขอบคุณพี่กู้มากครับ! งั้นวันนี้เย็นหลังกินข้าวเสร็จผมมาอุ้มชาร์โคลไปนะครับ เฮ้อ พี่ไม่รู้อะไร หนูที่อยู่ในบ้านผมทำเอาผมแทบจะประสาทกิน” เสี่ยวชิวที่พอได้รับอนุญาตก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา เขามีสีหน้าพอใจระหว่างเดินกลับห้องไป

แม่เจียวหย่วนยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงเลยทีเดียว “เลี้ยงแมวมันดีแบบนี้นี่เอง!”

เจียวหย่วนก้มหน้าเอาตะเกียบปักลงในชาม จากนั้นจึงเลียนเสียงเสี่ยวชิวในตอนนั้น “บ้านฉันไม่มีหนูเลยสักตัว!”

แม่เจียวหย่วนเขกหัวเขาไปเบาๆ หนึ่งที “รีบๆ กินเข้าไป!”

กู้โยวจื่อเม้มปาก มีท่าทีไม่พอใจ

ตกเย็นเวลาประมาณสองทุ่มเสี่ยวชิวก็มาขอยืมแมว ไม่ต้องรอให้แม่เจียวหย่วนพูดอะไร เจิ้งทั่นก็เดินไปยังห้องฝั่งตรงข้ามทันที ต้องรีบจัดการ ไม่อย่างนั้นหนูขาวพวกนั้นคงตายฟรี

เจียวหย่วนให้กำลังใจอยู่ที่ประตู “ชาร์โคล สู้ๆ แสดงฝีมือออกมาเลย!”

แม่เจียวหย่วนหันหน้ากลับไป “ไปทำการบ้านเลย! ผิดหนึ่งข้อหักค่าขนมครึ่งหนึ่ง!”

ส่วนด้านนี้เจิ้งทั่นเดินตามเสี่ยวชิวเข้าไปในบ้าน

พอเข้าไปภาพแรกที่เห็นเจิ้งทั่นก็รู้สึกคุ้นเคย รกอะไรขนาดนี้! เหมือนเขาเมื่อก่อนไม่มีผิด!

ต่อมาเขาก็เห็นสิ่งมีชีวิตที่คุ้นตา

พอเข้ามาเขาเจอแมลงสาบสามตัว ตัวหนึ่งกำลังเดินเข้าห้องน้ำ ตัวหนึ่งเดินออกมาจากใต้ตู้พอรู้สึกได้ว่ามีคนมันก็เดินกลับไป ส่วนตัวที่สามอยู่ใกล้เจิ้งทั่นที่สุด พอมันเห็นเจิ้งทั่นก็ขยับหนวดยาวๆ จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในกองนิตยสาร

สัตว์ที่ถูกค้นพบว่ามีมาก่อนไดโนเสาร์ เป็นหนึ่งในแมลงที่เก่าแก่ที่สุดบนโลกใบนี้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์และไทรโลไบต์ ดำรงชีวิตได้ถึงเก้าวันแม้อยู่ในสภาวะที่ไม่มีหัว ‘ตัวอึด’ ดูจะเป็นชื่อที่เหมาะกับแมลงสาบมาก ได้ยินว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตประเภทนี้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นอะไรอีกในอนาคต

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}